รักซนๆ ของคนตัวเล็ก - My Little Lover (Yuri)

ตอนที่ 27 : ตอนที่ 27 : กรรมของเจ้าตัวเล็ก (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 662
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    11 มี.ค. 53

ตอนที่ 27 : กำของเจ้าตัวเล็ก

ดวงอาทิตย์ส่องแสงสีแดงส้มแต่งแต้มอยู่บนผืนฟ้าที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะลาลับไปเมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาเย็นย่ำ หนึ่งสาวหล่อกับสองสาวฝาแฝด นั่งรับประทานอาหารเย็นอยู่ในห้องอาหารท่ามกลางความเงียบ ต่างฝ่ายต่างทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูด แต่ก็ไม่มีใครยอมเอ่ยอะไรขึ้นมาก่อน ทั้งสามได้แต่นั่งก้มหน้าก้มตาอยู่กับจานอาหารตรงหน้าตนเอง ก่อนที่ชนัญญาจะทำลายความเงียบนั้นด้วยการถามถึงคนที่ชักชวนพวกเธอมาที่นี่

“แล้วคุณรัญกับนิว ไม่มาทานด้วยกันเหรอคะวิน”

                “พวกเขาบอกว่าไม่หิวน่ะ สงสัยคงจะเป็นเพราะซัดบะหมี่กับพิซซ่าสองถาดนั้นกันไปจนอิ่มแปล้ล่ะมั้ง”

                กวินทร์เอ่ยตอบคนรัก พลางนึกไปถึงเศษซากของชามบะหมี่กึงสำเร็จรูปกับกล่องเปล่าของร้านอาหารสไตล์อิตาเลียนที่วางกองอยู่บนโต๊ะอาหาร ตอนที่เขาเดินเล่นไปรอบคฤหาสน์เพื่อดูว่ามีงานอะไรให้เขาทำบ้าง จะได้เลิกคิดเรื่องฟุ้งซ่านเสียที ระหว่างนั้นเองสายตาของสาวหล่อก็บังเอิญไปประสานเข้ากับสายตาของหญิงสาวที่นั่งอยู่ในฝั่งตรงกันข้ามที่กำลังลอบมองใบหน้าของเขาอยู่พอดี

                “จ้องหน้าฉันทำไมเหรอนันท์ อย่าบอกนะว่าที่จริงแล้วเธอแอบชอบฉันเหมือนกันน่ะ”

                ไม่รู้อะไรดลใจให้กวินทร์พูดออกไปแบบนั้น แต่คำพูดของขา ทำเอาหญิงสาวถึงกับสำลักข้าว ชนัญญาร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นแฝดผู้พี่ไอจนหน้าดำหน้าแดง เธอรีบลุกจากที่นั่งข้างสาวหล่อเข้าไปช่วยลูบหลังลูบไหล่อย่างเป็นห่วง ตัวต้นเหตุได้แต่นั่งอึ้งกับผลงานของตัวเองอย่างงุนงง

                “ไอ้บ้านี่ พูดอะไรของนาย คิดได้ยังไงเนี่ย ทำไมฉันต้องไปชอบคนตาตี่ โลกทัศน์แคบอย่างนายด้วยล่ะ”

                พอหายสำลักได้ สาวห้าวก็รีบโวยวายขึ้นมาทันที คนก่อเรื่องยังไม่ยอมหยุด เขาจึงลองแกล้งถามต่อในสิ่งที่ตนครุ่นคิดอยู่เมื่อช่วงเย็น

                “อ้าวจะไปรู้เรอะ ก็เห็นจ้องหน้าฉันตาไม่กะพริบเลย เอ๊ะหรือว่าเธอแอบชอบน้องสาวตัวเอง แต่พอดีตาเหล่ลูกตามันก็เลยเบนมาทางฉันแทน”

                “พอเลยพอ นายนี่ท่าจะเป็นเอามาก ให้ตายเถอะ ญา นี่เธอหลงไปคบกับคนพรรค์นี้ได้ยังไงเนี่ย”

                “คนพรรค์นี้ นี่มันแบบไหนครับ คุณชญานันท์ พูดมาให้รู้เรื่องนะ”

                กวินทร์ชักเริ่มโมโห เดิมทีเขาก็แค่แกล้งแหย่เล่นเท่านั้น แต่นึกไม่ถึงว่าแฝดผู้พี่ของแฟนสาวชักจะเริ่มกวนประสาทเขามากขึ้นทุกที

                “ก็คนเจ้าชู้ แถมยังชอบหลงตัวเองแบบนี้ไง”

                “ทั้งสองคน ญาขอร้องล่ะ เลิกเถียงกันสักทีได้ไหม”

                สิ้นเสียงของชนัญญา ทั้งคู่ก็ได้แต่เงียบกริบ แต่ยังคงจ้องมองตากันราวกันจะกินเลือดกินเนื้ออีกฝ่ายเสียให้ได้

                “ก็ได้ ถ้าอยากทะเลาะกันนัก งั้นก็เชิญทะเลาะกันให้ตายไปข้างนึงเลย ญาเบื่อเต็มทนแล้วนะ”

                หญิงสาวผู้ที่เป็นคนกลางคอยไกล่เกลี่ยมาตลอดเริ่มทนไม่ไหว เธอตวาดเสียงดังใส่สาวหล่อคนรักและแฝดผู้พี่ทั้งน้ำตา เริ่มรู้สึกว่ากับข้าวมื้อนี้ไม่อร่อยอีกต่อไปแล้ว จึงลุกขึ้นเดินหนีกลับขึ้นห้องไปเสียดื้อๆ ทิ้งให้คนทั้งสองที่เถียงกันอยู่เมื่อครู่นี้ได้แต่ยืนอึ้ง กระทั่งชนัญญาลับสายตาไปแล้ว ชญานันท์จึงหันมาโยนความผิดให้กับตัวต้นเหตุ ที่เปิดศึกสงครามน้ำลายจนน้องสาวของเธอต้องเดินหนีไป

ต่อ

                เสียงของทั้งคู่ดังขึ้นไปถึงชั้นบนของบ้าน นวินดาที่กำลังนั่งเคลิ้มจะหลับอยู่บนโต๊ะสแตนเลสในห้องทดลองนั้นถึงกับสะดุ้งตื่น เขาลุกพรวดขึ้นมาพลางมองซ้ายขวาราวกับจะหาต้นตอของเสียงนั้น รัญชนาหันมาเห็นเข้า จึงเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้มองคนที่พูดด้วย มือก็ยังคงสาละวนอยู่กับการคิดคำนวณผลในคอมพิวเตอร์อยู่ไม่ได้หยุด

                “พวกเพื่อนๆ นายนี่ท่าทางคึกคักกันดีจังเลยนะ”

                “คึกคักอะไรของคุณ นิวว่ามันน่ารำคาญมากกว่านะ เจ้าวินมันก็ชอบไปหาเรื่องแฝดพี่ของแฟนมันอยู่เรื่อยน่ะ รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ชอบขี้หน้า ยังจะไปแกล้งแหย่เขาอยู่ได้ ทำตัวเป็นเด็กๆ ชะมัด”

                คนตัวจิ๋วรีบปฏิเสธเสียงแข็ง พลางนินทาเพื่อนให้เจ้าของคฤหาสน์ฟัง แต่อีกฝ่ายกลับแย้งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เจือไว้ด้วยเสียงหัวเราะเล็กน้อย

                “ฉันว่า จริงๆ แล้วเพื่อนนาย อาจจะชอบแฝดคนพี่ด้วยก็ได้นะ ฉันได้ยินมาว่าคนบางคนไม่รู้วิธีจะตีสนิทหรือหาทางใกล้ชิดกับคนที่ตัวเองชอบได้ยังไง ก็ใช้วิธีแกล้งแหย่แบบนี้แหละ จะได้มีปฏิกิริยาโต้ตอบกลับมาบ้าง”

                “คงไม่ใช่หรอกมั้ง ถึงวินจะเคยเป็นคนเจ้าชู้มาก่อน แต่ก็คงไม่คิดจะเป็นพระยาเทครัวหรอกน่า”

                “ก็ไม่แน่ เขาอาจจะเกิดอาการรักพี่เสียดายน้องขึ้นมาก็ได้ ใครจะไปรู้ล่ะ”

                นักวิจัยสาวเริ่มรู้สึกสนุกที่ได้ต่อล้อต่อเถียงกันคนตัวเล็กที่ยืนกอดอกทำหน้าบูดอย่างไม่ค่อยพอใจนัก อยู่บนกองหนังสือสูงเกือบท่วมหัวของเธอ แต่อีกฝ่ายกลับไม่รู้สึกสนุกด้วยเลยสักนิด เขาจึงโพล่งถามออกไปอย่างไม่ทันคิด

                “ถ้างั้นที่คุณแกล้งนิว ก็เพราะคุณชอบนิวด้วยน่ะสิ ใช่ไหมคุณรัญ”

                “หา! ว่าไงนะ ชอบงั้นเหรอ นายอย่ามาตลกน่ะ ฉันจะไปชอบเจ้าตัวกระเปี๊ยกอย่างนายได้ยังไงกัน”

                รัญชนารีบปฏิเสธทันทีพลางนึกในใจว่าสาวหล่อในร่างจิ๋วนั้นช่างคิดอะไรไร้สาระเสียจริง แต่คนได้ฟังคำตอบเกิดอาการชะงักนิ่งงันไปอย่างที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจ ผิดหวังอย่างนั้นหรือ แต่เขาเพิ่งรู้จักกับเธอได้ไม่กี่วันเท่านั้นเอง จะเกิดความรู้สึกแบบนั้นได้อย่างไร

                “นั่นสินะ คุณจะมาชอบคนอย่างนิวทำไมกัน ทำการทดลองของคุณต่อไปเถอะ นิวอยากกลับไปเป็นเหมือนเดิมเร็วๆ แล้วน่ะ”

                เมื่อเสียงเจื้อยแจ้วของคนตัวจิ๋วเงียบไป นักวิจัยสาวจึงได้หันกลับไปมองและเห็นว่าใบหน้าของสาวหล่อซึมลงไปถนัดตา เธอกล่าวขอโทษเบาๆ และไม่เอื้อนเอ่ยอะไรออกมาอีก พลางรีบทำการทดลองต่อไปอย่างมุ่งมั่น

เวลาผ่านไปจนเกือบเช้าตรู่ของอีกวัน  สาวหล่อสะดุ้งตื่นเมื่อรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่มาสัมผัสกับร่างกาย เขาลืมตามองไปรอบๆ ตัว ก็ไม่เห็นเงาร่างของนักวิจัยสาวเสียแล้ว

                “หายไปไหนของเขานะ”

                คนตัวเล็กยืนกอดอกตัวสั่นงันงกอยู่บนกองหนังสือที่วางเรียงเป็นชั้นอยู่บนโต๊ะในห้องทดลอง เพ่งสายตามองฝ่าความมืด แต่ก็ไม่พบเจ้าของห้องทดลองแห่งนี้ เขาค่อยๆ ไต่ลงมาตามขาโต๊ะอย่างทุลักทุเล พลางเดินวนไปรอบๆ ส่วนที่เป็นห้องทดลอง แต่ก็ไม่พบหญิงสาวเสียที เขาจึงเดินเลียบมาตามชั้นวางหนังสือที่ทำเป็นฉากกั้นส่วนของห้องทดลองกับห้องนอนของรัญชนาเอาไว้ ร่างเล็กชะเง้อคอขึ้นไปมองบนที่นอนซึ่งสูงท่วมศีรษะของเขาหลายเท่านัก แสงไฟรำไรที่ลอดผ่านเข้ามาทางม่านหน้าต่าง ทำให้มองเห็นร่างของใครบางคนนอนทอดกายเหยียดยาวอยู่บนนั้น

                “โธ่เอ๊ย ไอ้เราก็นึกว่าหายไปไหน ที่แท้ก็แอบหลบมานอนอยู่ตรงนี้นี่เอง เฮ้อ ผู้หญิงอะไรใจร้ายชะมัด ปล่อยให้เรานั่งหนาวจนจะแข็งตาย ทีตัวเองหนีมานอนในที่อุ่นๆ แบบนี้คนเดียวใช้ได้ที่ไหนกัน” 

                นวินดาในร่างจิ๋ว มองชายผ้าห่มที่เลื่อนลงมากองอยู่ที่พื้นเป็นบางส่วน เขายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์พลางพยายามตะเกียกตะกายไต่ขึ้นไปตามชายผ้านั้น แต่ในขณะที่มือของเขากำลังจะเอื้อมคว้าขอบเตียงได้ ก็รู้สึกเหมือนมีใครมาดึงชายเสื้อของเขาเอาไว้จากทางด้านหลัง จนร่างจิ๋วนั้นลอยละลิ่วตกลงมานั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้น

โอ๊ย เจ็บนะเนี่ย ใครดึงฉันลงมาวะ” 

เมื่อสาวหล่อหันไปมองสิ่งที่ฉุดรั้งเขาเอาไว้ภายใต้ความมืดมิด ก็ได้พบกับแสงสะท้อนเป็นจุดกลมๆ สีแดง เรืองรองอยู่ในความมืดราวสิบจุด

“หืม นั่นไฟอะไรน่ะ ใครเอาไฟประดับต้นคริสมาสต์มาวางไว้แถวนี้เหรอ  เอ๊ะ ทำไมมันขยับได้ล่ะ ไม่นะ อย่าเข้ามา!”

คนตัวเล็กพูดพึมพำกับตัวเองพร้อมกับค่อยๆ ก้าวถอยหลังไปตั้งหลัก เมื่อดวงไฟสีแดงหลายดวงนั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้เขามากขึ้น ในจังหวะที่ผ้าม่านเผยอขึ้นจากแรงลมเป่าของเครื่องปรับอากาศ แสงไฟจากแนวกำแพงรั้วจึงสาดส่องเข้ามาภายในห้องที่มืดมิด เผยให้เห็นเป็นเงาสะท้อนจากดวงตาของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ เมื่อพวกมันก้าวออกมาจากความมืด สาวหล่อจึงได้เห็นว่ามันคือสัตว์สี่เท้า ตามลำตัวมีขนสีขาวโพลน รูปร่างตัวสูงใหญ่กว่าเขาประมาณหนึ่งช่วงตัว พวกมันกำลังมองจ้องมาที่เขาด้วยแววตาเป็นประกาย

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

112 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 10 มีนาคม 2553 / 18:53
    อ่านทีเดี้ยวหลายตอนเลยย
    สู้ๆค่าไรท์เตอร์
    #60
    0
  2. #59 ความมืดกินหัวใจ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 มีนาคม 2553 / 21:25
    อ่านทีเดียว 27 ตอน ขอบอกว่าสนุกมาก  แค่หลายๆตอนจบแบบค้างคามากเลยอ่ะ
    #59
    0