รักซนๆ ของคนตัวเล็ก - My Little Lover (Yuri)

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 25 : ความหิวเป็นเหตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 650
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 มี.ค. 53

ตอนที่ 25 : ความหิวเป็นเหตุ

                นวินดามองตัวเองในกระจกเงา เมื่อได้เห็นภาพเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกนั้นอยู่ในชุดกะลาสีเรือ เสื้อแขนสั้นสีขาวมีริ้วสีน้ำเงินเข้มและกางเกงขาสั้นสีขาวเข้าชุดกัน ก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

                โอ๊ะ ชุดนี้พอดีกับตัวนายเลยนะนี่ น่ารักจัง

เมื่อได้เห็นสาวหล่อร่างจิ๋วสวมชุดใหม่ที่เธอหาให้ นักวิทยาศาสตร์สาวก็ถึงกับชมเปาะว่าเหมาะสมกับตัวเขามากกว่าชุดตุ๊กตาแสนสวยเมื่อครู่นี้จริงๆ ทำเอาคนตัวจิ๋วถึงกับยิ้มปลื้ม ยืนเก๊กท่าหมุนไปหมุนมาอยู่หน้ากระจกราวกับนายแบบชื่อดัง

จ๊อก. . .ก / ครอก. . .ก

เสียงแปลกประหลาดที่ดังขึ้นประสานกัน ทำให้ทั้งคู่มองหน้ากัน ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างพร้อมเพรียง

“นิวหิวแล้วอะ / ฉันหิวแล้วล่ะ”

เมื่อสิ้นเสียงนั้น ทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาพร้อมกันอีกครั้ง หญิงสาวเจ้าของบ้านจึงเอ่ยปากชวนให้ลงไปหาอะไรมาประทังความหิว แต่นวินดานึกขึ้นมาได้ว่าในตู้เย็นไม่มีอาหารเหลือแล้ว อีกทั้งบะหมี่สองซองสุดท้ายก็เพิ่งหกลงบนพื้นไปแล้วเช่นกัน ไม่สิ ยังเหลืออีกชาม เพราะชามบะหมี่ที่ตกพื้นไปเมื่อครู่มีแค่ชามของเขา แต่ชามของหญิงสาวนั้นยังอยู่ดี

“เมื่อกี้บะหมี่ของนิวหกหมดแล้วน่ะ แต่ของคุณรัญป่านนี้ก็คงอืดจนกินไม่ได้แล้วมั้ง”

“จริงเหรอ แล้วจะทำยังไงดีล่ะ ถ้างั้นเราออกไปหาอะไรกินข้างนอกกันดีกว่า”

หญิงสาวว่าพลางคว้าเอาร่างเจ้าตัวเล็กใส่ลงไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ แล้วจึงหยิบกุญแจรถขึ้นมาตั้งท่าจะออกไปนอกคฤหาสน์หลังงามนั้นจริงๆ สาวหล่อรีบห้ามเสียงดัง จนหญิงสาวเริ่มหงุดหงิดอีกครั้งเพราะอยู่ในอารมณ์หิว

“เดี๋ยวสิคุณรัญ ออกไปไม่ได้นะ”

“อะไรของนายอีกเล่า  ตกลงจะกินไหม ถ้าไม่กินฉันก็จะได้ปล่อยเอาไว้ที่นี่เลย”

“ก็ตอนนี้นิวเหลือตัวแค่นี้ ลองคิดดูสิถ้าคุณพานิวออกไป แล้วมีคนอื่นเห็นนิวในร่างนี้จะเกิดอะไรขึ้นล่ะ นิวยังไม่อยากถูกจับไปออกงานวัดนะ”

คนตัวเล็กเกาะขอบกระเป๋าเสื้อ เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวด้วยสีหน้าร้อนรน คนกำลังหิวลืมนึกถึงข้อนี้ไปเสียสนิท เธอกุมขมับอีกครั้ง พลางทรุดตัวลงนั่งกับเตียงอย่างคิดไม่ตก

“แล้วจะทำยังไงล่ะ ฉันหิวจะแย่อยู่แล้วนะ เออ พวกเพื่อนๆ ของนายน่ะ เขาจะกลับมากันเมื่อไหร่ล่ะ บอกให้เขาซื้อเข้ามาด้วยดีไหม”

รัญชนาหันมาขอความเห็นจากร่างจิ๋วในกระเป๋าเสื้อ เขาพยักหน้าด้วยความดีใจ ลืมนึกถึงเจ้าเพื่อนรักไปได้อย่างไรกันนะ พลางเร่งให้หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนหัวเตียงของเธอมากดต่อสายไปยังเพื่อนรัก นักวิจัยสาวทำตามที่คนตัวเล็กบอก แต่ในขณะที่รอสายอยู่นั้น จู่ๆ โทรศัพท์ก็ดับไปเพราะแบตหมด ทั้งคู่ต่างก็ร้องโวยวายโทษกันไปโทษกันมา ในที่สุดนวินดาจึงเสนอทางเลือกสุดท้าย

“ถ้างั้น คุณรัญโทรสั่งพิซซ่าแล้วกัน”

“เออเนอะ นายก็น่าจะคิดได้ตั้งแต่แรก จะมาเถียงกันให้เหนื่อยทำไมเนี่ย ฉันยิ่งหิวๆ อยู่ด้วย”

นักวิจัยสาวบ่นอุบ ก่อนจะกดต่อสายไปยังร้านพิซซ่าที่มีบริการส่งถึงบ้าน โดยมีเจ้าตัวเล็กคอยช่วยบอกรายการอาหารอยู่ข้างๆ

สามสิบนาทีต่อมา เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น นวินดาที่ปีนออกจากกระเป๋าเสื้อของรัญชนาขึ้นมานั่งอยู่บนขอบหน้าต่าง พอเห็นว่าเป็นรถจักรยานยนต์ของร้านพิซซ่า ก็ไต่ลงมาจากขอบหน้าต่าง เร่งให้คนที่กำลังนอนราบไปกับเตียงอย่างหมดแรงนั้นลุกขึ้นไปเปิดประตูรับอาหารที่มาส่งหน้าบ้าน นักวิจัยสาวลุกขึ้นจากเตียงด้วยท่าทางสะโหลสะเหล คนตัวเล็กกระโดดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของหญิงสาวไว้ได้ทันท่วงที

หลังจากรับอาหารที่มาส่งแล้ว นักวิจัยสาวจึงวางกล่องพิซซ่าไว้บนโต๊ะ โดยไม่ทันมองว่าชามบะหมี่ที่คว่ำอยู่บนพื้นและที่อยู่บนโต๊ะอาหารนั้น หมดเกลี้ยงไปแล้วโดยฝีมือของเจ้ามินิ

เพียงแค่เปิดฝากล่องขึ้นมา สองชีวิตผู้หิวโหยก็สูดเอากลิ่นหอมยั่วยวนใจนั้นเข้าไปเต็มปอดทันที หญิงสาวนักวิจัยรีบหยิบขึ้นมาใส่ปากทันที ส่วนคนตัวเล็กนั้นไต่จากกระเป๋าเสื้อขึ้นมาบนโต๊ะอาหาร เขาวิ่งตรงรี่ไปยังกล่องพิซซ่าที่ใหญ่กว่าตัวราวสิบเท่า พยายามใช้สองมือจับพิซซ่าชิ้นหนึ่งเอาไว้แล้วออกแรงดึงอย่างเต็มที่ เพราะความหนืดของชีสคล้ายกับหนังยาง ประกอบกับคนดึงมีขนาดเล็กเพียงไม่ถึงครึ่งของชิ้นพิซซ่าในมือ จึงทำให้พอสาวหล่อออกแรงมากเท่าไร ก็ถูกดึงเข้าไปจนตัวแทบปลิวตกไปอยู่บนหน้าพิซซ่า

“โอ๊ย ทำไมมันกินยากกินเย็นอย่างนี้นะ คุณรัญช่วยนิวด้วยสิ”

คนตัวจิ๋วเริ่มเหนื่อยกับการยื้อยุดฉุดกระชากกับพิซซ่า จึงออกปากขอความช่วยเหลือจากนักวิจัยสาว เพียงแค่เขาหันกลับไป ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่า พิซซ่าถาดใหญ่พิเศษจำนวนสองถาดที่สั่งมาเมื่อครู่ ตอนนี้เหลือเพียงแค่ถาดเดียวในมือของเขาเท่านั้น ส่วนสองมือของรัญชนานั้นมีพิซซ่าถือเอาไว้อย่างละครึ่งชิ้น เธอจับมันยัดใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มบวมเป่งแต่ยังดูไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ

“แง๊ คุณรัญ อย่าเพิ่งกินหมดสิ นิวก็หิวเหมือนกันนะ”

“ก็ได้ๆ เดี๋ยวฉันจะหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้ก็แล้วกัน”

หญิงสาวยัดพิซซ่าที่เหลืออีกครึ่งชิ้นใส่ปากจนแน่น แล้วเดินเข้าไปหยิบอุปกรณ์ในครัวมาจัดการกับพิซซ่าให้เจ้าตัวเล็ก ในระหว่างที่นักวิจัยสาวกำลังขะมักเขม้นอยู่กับการบรรจงหั่นแบ่งพิซซ่าชิ้นสามเหลี่ยมนั้นให้เป็นชิ้นเล็กๆ พอดีกับปากของนวินดาในร่างจิ๋ว จึงไม่ทันได้เห็นว่ามีสายตาคู่เล็กๆ กำลังจ้องมองมาที่เธออยู่อย่างไม่วางตา

                ที่จริงยายนักวิจัยนี่ก็ดูท่าทางจะเป็นคนดีเหมือนกันนะ

                สาวหล่อลอบมองใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำอาหารชิ้นเล็กให้เขา พลางคิดในใจ แต่ยังไม่ทันไรเขาก็แทบจะขอถอนคำพูดนั้นทิ้งไปทันที เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยขึ้น

                “นายตัวเล็กแค่นี้ กินชิ้นเดียวก็คงอิ่มแล้วล่ะมั้ง ที่เหลือเดี๋ยวปล่อยเป็นหน้าที่ของฉันเองนะ”

                รัญชนาเลื่อนจานใบเล็กที่มีพิซซ่าถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยวางกองอยู่ในจานราวกับเศษขนมปังเหลือทิ้ง หญิงสาวยิ้มแฉ่งให้คนตัวจิ๋ว ก่อนจะหันไปสวาปามพิซซ่าในกล่องที่เหลือ นวินดายืนอึ้ง ก่อนจะรีบหยิบพิซซ่าชิ้นเล็กๆ นั้นใส่ปากอย่างรวดเร็ว เหมือนกลัวว่าจะถูกแย่งไปอีก เพียงแค่สาวหล่อละสายตาจากกล่องพิซซ่ากล่องสุดท้ายไม่กี่นาที สิ่งที่เคยบรรจุอยู่ในนั้นก็หายวับไปกับตาในเวลาเพียงไม่นาน

                “อื้ม อิ่มจังเลย เดี๋ยวฉันจะไปทำการทดลองต่อละนะ นายจะได้กลับมาตัวโตเหมือนเดิมเสียที”

                นักวิจัยสาวเอามือลูบท้องตัวเอง พลางหันไปเอ่ยกับเจ้าตัวเล็กที่ยังนั่งแทะเศษพิซซ่าอยู่บนโต๊ะด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นวินดาได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตื้นตันใจที่หญิงสาวให้ความสำคัญกับตัวเขาบ้างเหมือนกัน

                “ขอบคุณนะครับคุณรัญ”

                สาวหล่อกล่าวขอบคุณแก่หญิงสาว แต่เธอกลับโบกมือเป็นทำนองปฏิเสธไม่ยอมรับคำขอบคุณนั้น

“ไม่เป็นไร ไม่ต้องมาขอบอกขอบใจฉันหรอก ที่นายเป็นแบบนี้ก็เพราะฉันเองนี่นา อีกอย่างนะ ถ้าฉันทำให้นายกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ แล้วมีคนอื่นรู้เข้า เดี๋ยวฉันต้องแย่แน่ๆ แล้วก็ที่สำคัญเลยนะฉันชอบฝีมือทำอาหารของนายมากที่สุด ถ้านายตัวโตเร็วๆ ก็จะได้ทำอาหารให้ฉันกินอีกไงล่ะ”

                นักวิจัยสาวพูดแล้วทำท่าเคลิ้ม เมื่อนึกถึงอาหารที่สาวหล่อทำให้เธอเมื่อเย็นวาน รสชาติยังคงซึมซาบอยู่ที่ปลายลิ้น ส่วนคนที่มัวแต่ตื้นตันใจอยู่นั้น แทบปล่อยพิซซ่าชิ้นสุดท้ายในมือลงเสียดื้อๆ อุตส่าห์นึกว่าหญิงสาวเป็นห่วงที่เขาต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในสภาพคนตัวจิ๋วแบบนี้ ที่แท้ก็แค่กลัวว่าตัวเองจะเดือดร้อน แถมยังห่วงเรื่องปากท้องของตัวเองมากกว่าอีก หลงดีใจเก้อเสียได้

“นายกินหมดแล้วใช่ไหม ถ้างั้นเราก็ไปกันเถอะ”

เมื่อรัญชนาเห็นว่าคนตัวจิ๋วส่งพิซซ่าชิ้นสุดท้ายเข้าปากเรียบร้อยแล้ว เธอจึงจับเขาหย่อนลงไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์เช่นเดิม แล้วจึงเดินขึ้นบันไดกลับไปยังห้องของตัวเอง คนที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อ ได้แต่ถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่ายกับชะตากรรมของตัวเองที่ไม่อาจรู้ได้เลยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป หวังไว้เพียงแค่ว่าการทดลองของนักวิจัยสาวจะเสร็จสมบูรณ์ภายในเร็ววันสักที

ติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้จ้า

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

112 ความคิดเห็น

  1. #54 snow beaw (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 มีนาคม 2553 / 20:53
    คุณรัญน่ารักจัง ชอบตอนถอดแว่น
    #54
    0