รักซนๆ ของคนตัวเล็ก - My Little Lover (Yuri)

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 23 : กลายเป็นหนูทดลอง (อีกแล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 660
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 มี.ค. 53

ตอนที่ 23 : กลายเป็นหนูทดลอง (อีกแล้ว)

 

เมื่อเข้ามาในห้องอาหาร คนตัวเล็กก็ทำตาโตพลางร้องอุทานออกมาเสียงดัง เมื่อเห็นว่าอาหารกลางวันที่เขาลงมือทำด้วยความยากลำบากเพราะอยู่ในร่างเด็กนั้น เมื่อครู่ก่อนหน้านี้ยังวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะเต็มไปหมด มาบัดนี้กลับอันตรธานไปเหลือเพียงโต๊ะว่างเปล่า

 

“เฮ้ย! อาหารกลางวันหายไปไหนหมดเนี่ย”

 

เสียงแหลมเหมือนเด็กของนวินดาทำให้รัญชนาที่เดินตามมาทีหลังสะดุ้งตกใจ พลางเอ่ยถามเด็กน้อยตรงหน้าอย่างงุนงง

 

“เป็นอะไรของนายน่ะ ร้องเสียงดังซะจนฉันตกใจหมดเลย”

                “ก็เจ้าพวกนั้นมันกินกับข้าวที่นิวทำเอาไว้หมดเกลี้ยงเลยนี่”

 

                พอได้ยินว่าอาหารที่ตั้งใจจะลงมากินนั้นหมดแล้ว รัญชนาก็รีบพุ่งตัวเข้ามาชะโงกหน้ามองโต๊ะอาหาร

 

                “ว่าไงนะ ข้าวหมดเกลี้ยงเลยเหรอ. . .โอ๊ย แล้วทีนี้ฉันจะทำยังไงล่ะ ถ้าไม่มีอะไรตกถึงท้องตอนนี้ฉันต้องตายแน่ๆ เอาอย่างนี้แล้วกัน นายทำใหม่สิ เอาแบบที่ทำง่ายๆ เสร็จเร็วๆ น่ะ”

 

                “ไม่มีแล้วล่ะ อาหารที่วางบนโต๊ะนั่น นิวทำจากกับข้าวที่ซื้อมาเมื่อวันก่อนหมดแล้ว”

 

                นวินดาบอกพลางทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เช่นเดียวกับหญิงสาวเจ้าของบ้านที่พอได้ยินดังนั้นก็ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างหมดแรง พลันสาวหล่อก็นึกขึ้นได้ว่า เมื่อเช้าตอนที่เขาเปิดกระเป๋าเสื้อผ้า ดูเหมือนว่าเจ้าเพื่อนรักจะหยิบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยัดใส่มาในกระเป๋าของเขาด้วย

 

                “เออใช่ ในกระเป๋าเสื้อผ้ามีบะหมี่อยู่สองซอง ไม่รู้คุณจะกินได้หรือเปล่า”

 

                “จะอะไรก็ช่างเถอะ รีบๆ เอามาแล้วกัน ฉันหิวจะแย่อยู่แล้วนะ”

 

                นักวิจัยสาวร้องโอดครวญ สาวหล่อในคราบเด็กอนุบาลจึงรีบวิ่งแผล็วขึ้นไปยังห้องนอนของตนและกลับลงมาพร้อมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองโตสองซองในมือ หญิงสาวเดินตามคนตัวเล็กเข้าไปในครัว พลางมองดูเขาจัดการกับบะหมี่สองซองนั้นด้วยท่าทางทุลักทุเล จนอดเอ่ยปากออกมาไม่ได้ เมื่อเห็นนวินดาพยายามปีนเก้าอี้ในห้องครัวขึ้นไปหยิบชามที่อยู่ในตู้

 

                “โอ๊ย ช้าจริงๆ เลยนายนี่ ตัวก็กะเปี๊ยกเดียว ยังจะตะกายขึ้นไปสูงๆ อีก นายจะหยิบอะไรบอกฉันแล้วกันเดี๋ยวฉันหยิบให้”

 

                สาวหล่อในร่างเด็กหันมาค้อนขวับให้นักวิจัยสาวอย่างเคืองๆ พลางนึกในใจ

 

ก็ไม่ใช่เพราะเธอหรือไงเล่า ที่ทำให้ฉันต้องมาติดแหง็กอยู่ในร่างนี้น่ะ

 

หลังจากที่นวินดาบอกขั้นตอนการทำทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ไม่นานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองชามก็ถูกยกมาวางไว้บนโต๊ะรับประทานอาหาร รัญชนารีบคว้าช้อนและตะเกียบมาถือไว้ เตรียมจะตักเข้าปากนั้นต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงของคนตัวเล็กนั้นดังขึ้นมาขัดเสียก่อน

 

“นี่คุณรัญ ใจคอจะกินคนเดียวไม่รอกันเลยรึไง นิวก็หิวเหมือนกันนะ ช่วยอุ้มนิวขึ้นไปนั่งบนโต๊ะหน่อยสิ”

 

นวินดาบอกพลางทำหน้าบอกบุญไม่รับ นักวิจัยสาววางอาวุธลงกับโต๊ะแล้วหันมาหัวเราะแหะๆ ให้กับอีกฝ่าย  ก่อนจะย่อตัวลงไปอุ้มสาวหล่อในร่างเด็กขึ้นมานั่งบนโต๊ะ จากนั้นจึงนั่งลงที่เดิม

 

“เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนนะ ฉันรู้สึกเหมือนลืมอะไรบางอย่างไป ว้าย! ไม่จริงน่ะ”

 

เหมือนในสมองของรัญชนาเกิดนึกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการทดลองขึ้นมาได้ เธอทำหน้าตกใจพลางรีบลุกออกจากโต๊ะแล้วตรงดิ่งไปยังห้องทดลองของตนทันที ทิ้งให้คนตัวเล็กได้แต่อ้าปากค้างมองหญิงสาวที่วิ่งหน้าตาตื่นออกไปจากห้องอาหารสลับกับมองชามบะหมี่ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นนั้นด้วยความงุนงง

 

                เวลาผ่านไปกว่าสิบนาทีแล้ว แต่ยังคงไร้วี่แววของหญิงสาวเจ้าของบ้าน นวินดามองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ลอยอืดจนเต็มชาม                พลางบ่นพึมพำกับตัวเอง

 

“เมื่อไหร่คุณรัญจะมาสักทีเนี่ย ถ้าเรากินก่อนจะเป็นอะไรไหมนะ ช่างเถอะ กินก่อนดีกว่า”

 

สาวหล่อร่างสูงในร่างเด็กน้อยตัดสินใจ         คว้าตะเกียบขึ้นมาพลางยกบะหมี่มาถือเอาไว้ เขาคีบเส้นบะหมี่เข้าปากด้วยความหิว จนไม่ทันสังเกตถึงความผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง นิ้วมือเล็กๆ และสั้นป้อมนั้นเริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายทุกส่วนก็ดูเหมือนกับว่าจะค่อยๆ พองโตขึ้นจนศีรษะของสาวหล่อร่างสูงชนกับเพดานห้อง  ทันใดนั้นเองก็เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

 

บึ้ม!

 

ควันสีขาวลอยปกคลุมไปทั่วบริเวณ ร่างของนวินดาในคราบเด็กอนุบาลนั้นอันตรธานไปเหลือไว้เพียงแต่เสื้อผ้ากองอยู่ที่พื้น เสียงระเบิดที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบนั้น ทำให้นักวิจัยสาวที่กำลังยืนจ้องสูตรคำนวณบนกระดานไวท์บอร์ด รีบวิ่งออกมาจากห้องทดลองด้วยความตกใจ เมื่อกลับมาที่โต๊ะอาหาร เธอก็พบเพียงชามบะหมี่ที่พลิกคว่ำอยู่บนพื้นข้างๆ กับกองเสื้อผ้าของสาวหล่อ

 

                เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น นิว เธอหายไปไหนน่ะ”

 

                เงียบสนิทไร้ซึ่งสำเนียงเสียงใดๆ รัญชนาเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี เธอพึมพำออกมาแทบไม่เป็นภาษา จับใจความได้เพียงว่า ยาที่เธอเพิ่งยื่นให้กับนวินดาเมื่อครู่นี้มีข้อผิดพลาดอย่างร้ายแรง เมื่อมองไปรอบๆ แล้วไม่พบกับร่างของคนตัวเล็ก หญิงสาวยิ่งรู้สึกกลัวมากและคิดไปว่าเป็นเพราะยาของเธอทำให้ร่างกายของสาวหล่อสูญสลายไปอย่างไร้ร่องรอย เธอตั้งท่าเตรียมตัวจะวิ่งขึ้นไปเก็บข้าวของเพื่อหนีไปจากที่นี่เพราะกลัวว่าจะถูกตำรวจจับในข้อหาฆาตกรรมผู้อื่น แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาออกไป เสียงเล็กแหลมก็ดังขึ้นมาในบริเวณนั้น

 

                “ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย”

 

                นักวิจัยสาวสะดุ้งเฮือก พลางกรีดร้องออกมาอย่างตกใจ เธอเรียนวิทยาศาสตร์จึงเชื่อมาตลอดว่าผีไม่มีในโลก แต่พอได้ยินเสียงของคนที่คิดว่าตายไปแล้ว กลายเป็นวิญญาณมาหลอกหลอน สองเท้าก็ก้าวไม่ออก เธอได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ สายตามองกวาดไปทั่วบริเวณนั้นด้วยความหวาดหวั่น สองมือถูกยกขึ้นมาพนมเอาไว้ ร่างกายสั่นสะท้านไปด้วยความรู้สึกสะพรึงกลัว ริมฝีปากบางเผยออ้าออกพลางสวดมนต์ท่องคาถาจนฟังไม่ได้ศัพท์

 

                “เสียงอะไรน่ะ นิว เสียงนายใช่ไหม นี่นายกลายเป็นผีแล้วจริงๆ เหรอ ฮือๆ ฉันกลัวแล้วอย่ามาหลอกฉันเลยนะ เดี๋ยวฉันจะไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้นะ”

 

                รัญชนายกมือไหว้ปะลกๆ ไปทั่วทุกสารทิศ เธอไม่ทันได้สังเกตว่าในตอนนั้นชามบะหมี่ที่คว่ำอยู่บนพื้น ค่อยๆ ขยับเคลื่อนที่ได้เองอย่างน่าประหลาด

 

                โฮ่งๆ

 

                เจ้ามินิ สุนัขแสนรู้คู่ใจหญิงสาวเจ้าของคฤหาสน์วิ่งมาจากไหนไม่รู้ มันตรงเข้ามายังจุดที่เจ้านายสาวยืนอยู่ ดวงตากลมที่มองลอดผ่านขนฟูนุ่มสีขาวเห็นอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้ชามบะหมี่นั้น มันเห่ากรรโชกใส่เสียงดัง รัญชนาก้มลงมามองว่าสุนัขของเธอกำลังเห่าอะไรอยู่ และแล้วเธอก็พบความผิดปกติภายใต้ถ้วยบะหมี่ชามนั้น หญิงสาวสะดุ้งเมื่อชามนั้นขยับเลื่อนอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงสุนัขเห่าชามก็ขยับเคลื่อนไหวไปทางซ้ายทีขวาที กระทั่งขาหน้าของเจ้าตัวโตขนฟูตะปบลงบนก้นชามที่คว่ำนั้น ก่อนที่มันจะใช้เท้าสองข้างสลับ กันเขี่ยไปมาอย่างสนุกสนานราวกับได้ของเล่นชิ้นใหม่

 

                “ปล่อยฉันออกไปนะ ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยที”

 

                เสียงเล็กแหลมที่ดังลอดออกมาจากใต้ชามนั้น ทำให้รัญชนารู้สึกเอะใจ เธอออกคำสั่งให้เจ้ามินิหยุดเล่น ก่อนจะค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งพลางยื่นมือออกไปตะปบชามในอุ้งเท้าของมันให้หยุดอยู่กับที่ สุนัขตัวโตมองเจ้านายสาวด้วยสีหน้าจ๋อยเมื่อถูกดุ เธอค่อยๆ ยกชามนั้นออก และแล้วสิ่งที่ได้พบภายใต้ชามบะหมี่นั้นก็สร้างความตื่นตะลึงให้กับนักวิจัยสาวเป็นอย่างยิ่ง ร่างกายของนวินดาตัวหดเหลือขนาดจิ๋วสูงประมาณสามนิ้วพอๆ กับหนูแฮมสเตอร์ เขานอนขดอยู่กับพื้นด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่ามีเส้นบะหมี่พันไปพันมารอบตัวเหมือนเชือกรัดหนูตัวน้อย ๆ ก็ไม่ปาน

 

                “นิว นั่นเธอเองเหรอ ดีใจจังที่เธอยังไม่ตาย ฉันตกใจแทบแย่แน่ะ นึกว่าเธอจะตายไปเสียแล้ว”

 

หญิงสาวนักวิทยาศาสตร์ทำหน้าโล่งอก เธอใช้สองมือรวบร่างจิ๋วของสาวหล่ออย่างระมัดระวังพลางยกขึ้นมาดูใกล้ๆ ภาพตรงหน้าของเธอตอนนี้ถ้าหากถ่ายไปออกรายการโทรทัศน์คงจะดังเป็นพลุแตกแน่ๆ รัญชนามองสำรวจร่างกายของนวินดา ทุกสัดส่วนยังคงสภาพเดิมเพียงแค่ขนาดเท่านั้นที่ถูกย่อส่วนให้เล็กลงไปจนกลายเป็นมนุษย์จิ๋ว นวินดาเองก็มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึง ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวของเขาดูใหญ่มหึมาไปหมดไม่เว้นแม้กระทั่งนักวิจัยสาว

 

                คุณรัญ คุณทำอะไรกับชีวิตนิวรู้ตัวบ้างหรือเปล่า แล้วนิวจะกลับไปเป็นอย่างเดิมได้ไหมเนี่ย ฮือๆ

 

นวินดาพูดทั้งน้ำตา ทำให้รัญชนารู้สึกผิดเป็นอย่างมาก นอกจากจะทำการทดลองพลาดแล้วเธอยังทำให้ชีวิตของคนคนหนึ่งพังไปพร้อมกันด้วย

 

ติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้จ้า

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

112 ความคิดเห็น

  1. #52 My Angle (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 มีนาคม 2553 / 17:15
    โถ่...น่าฉงฉานนิวน้อยจริงๆเลย จากที่กลายเปงเด็กตัวเล็กอยู่แล้ว

    เจือกเล็กกว่าเก่าอีก ตายแน่ๆ ฮ่าๆๆ(สงสารรึสะใจฟะเนี่ย)
    #52
    0