รักซนๆ ของคนตัวเล็ก - My Little Lover (Yuri)

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 18 : มินิ ต้อนรับน้องใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 683
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 มี.ค. 53

ตอนที่ 18 : มินิ ต้อนรับน้องใหม่

 

 เมื่อเข้ามาถึงในคฤหาสน์อันใหญ่โตโอ่อ่าและประดับประดาไปด้วยข้าวของมีค่าแทบทั้งสิ้น ก็ทำเอาคนที่ตั้งใจไว้ว่าจะมาเอาเรื่องกับคนที่หลอกใช้เพื่อนของเขา ถึงกับหยุดยืนนิ่งพลางมองไปรอบกายอย่างตื่นตาตื่นใจ ส่วนเด็กน้อยที่วิ่งตามมาข้างหลังไม่ทันมองว่าคนที่เดินนำมาก่อนนั้นหยุดชะงักไปแล้ว จึงพุ่งตัวชนเข้าอย่างจังทำให้สาวหล่อหน้าตี๋หน้าคะมำลงไปกับพื้น เสียงอุทานของทั้งคู่ทำให้เจ้ามินิที่นอนหมอบเฝ้าอยู่หน้าประตูห้องของรัญชนาลุกขึ้นมาชะโงกหน้ามองลงมาจากตรงราวบันไดชั้นบนของคฤหาสน์ พลางเห่าเสียงดังใส่ผู้มาเยือนรายใหม่ด้วยท่าทางไม่เป็นมิตร

 

“โอ๊ย ไอ้นิว แกวิ่งมาชนฉันทำไมเนี่ย แล้วนั่นเสียงอะไรอะ บ้านนี้เลี้ยงหมาด้วยเหรอ”

 

กวินทร์ร้องอุทาน ก่อนจะค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืน แล้วจึงหันไปประคองเพื่อนในร่างเด็กน้อยที่ล้มกลิ้งอยู่ข้างๆ ให้ลุกขึ้นมายืนด้วยกัน เสียงของเจ้ามินิที่เห่ากรรโชกอยู่บนชั้นสองทำให้สาวหล่อหน้าตี๋ถึงกับสะดุ้ง เขาเองก็ไม่ค่อยถูกกับสุนัขสักเท่าไรนัก คงเพราะตอนที่ยังเป็นเด็ก เคยถูกสุนัขจรจัดวิ่งไล่ระหว่างทางเดินกลับมาจากโรงเรียน ทำให้เป็นคู่อริกับสุนัขนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

                เสียงเจ้ามินิน่ะ เมื่อกี้ก่อนที่แกจะมา มันก็เพิ่งจะพาฉันทัวร์รอบคฤหาสน์จนมึนไปหมดเลย แต่แกไม่ต้องกลัวหรอกนะ คุณรัญเขาบอกว่าเจ้ามินิไม่เคยกัดใคร นั่นไง อยู่หน้าห้องคุณรัญน่ะ”

 

                นวินดาตอบคำถามของเพื่อนพลางชี้มือไปยังชั้นสองของคฤหาสน์ กวินทร์เงยหน้ามองตามขึ้นไปจึงได้เห็นสุนัขร่างใหญ่ขนสีขาวยืนอ้าปากโชว์เขี้ยวคมให้เห็นอยู่ตรงราวบันไดนั้น

 

                “หมาอะไรวะ ตัวใหญ่เป็นบ้าเลย แล้วเมื่อกี้แกบอกว่ามันชื่ออะไรนะ”

 

                “มันชื่อ มินิ น่ะ”

 

                “หา! ชื่อมินิ ตัวใหญ่อย่างกับหมีขาวเนี่ยนะ ไม่สมชื่อเลยว่ะ เออ แล้วนี่มันจะไม่กัดจริงเหรอ ยิงฟันแยกเขี้ยวเสียขนาดนั้น ฉันกลัวนะเว้ย”

 

                สาวหล่อหน้าตี๋พูดพลางขยับกายเข้าไปแอบหลบอยู่ด้านหลังของเพื่อนรักในร่างเด็กน้อยโดยไม่รู้ตัว รัญชนาได้ยินเสียงเห่าของเจ้ามินิดังเข้าไปถึงในห้องทดลองก็อดสงสัยไม่ได้ เธอเปิดประตูออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเห็นว่าสุนัขตัวโปรดยืนมองอะไรบางอย่างอยู่ตรงระเบียงราวบันได จึงเดินตามเข้าไปสมทบพร้อมกับเอ่ยถามเจ้าตัวโตอย่างข้องใจ

 

                “มีอะไรเหรอมินิ เห่าใครน่ะเสียงดังเชียว ฉันทำงานไม่ได้เลย เอ๋ แล้วนั่นใครน่ะ”

 

                สิ้นเสียงของรัญชนา เจ้ามินิก็กระโจนพรวดลงมาตามขั้นบันได มันวิ่งตรงไปหากวินทร์ที่ยืนทำหน้าเหวอตกใจจนก้าวขาไม่ออก ก่อนจะทักทายด้วยวิธีเดียวกันกับตอนที่เจอนวินดาครั้งแรก สาวหล่อหน้าตี๋อุทานเสียงดังเมื่อเจ้าตัวโตสี่ขากระโดดข้ามหัวเพื่อนรักในร่างเด็กอนุบาล สองเท้าหน้าตะปบกลางอกจนเขาถึงกับหงายหลังตึงลงไปกับพื้น พลางหลับตาปี๋คิดในใจว่าจะถูกมินิขย้ำคอเข้าให้โทษฐานที่มาบุกรุกบ้านโดยไม่ได้รับเชิญเสียแล้ว

 

                “ว้าก! ช่วยด้วย เจ้าหมาบ้าแกอย่ากินฉันเลย ฉันกลัวแล้ว นิว ช่วยฉันด้วย เอามันออกไปที”

 

                เสียงร้องโหวกเหวกโวยวายของกวินทร์ ดังลั่นไปทั่วคฤหาสน์ หญิงสาวนักวิทยาศาสตร์ยืนอึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนจะร้องตะโกนออกมาส่งเสียงห้ามสุนัขตัโปรดของเธอให้หยุดการกระทำนั้น โดยมีสายตาของนวินดาที่มองเพื่อนรักโดนเจ้ามินิต้อนรับแบบเดียวกันด้วยสายตาหวาดหวั่นไม่หาย

 

                “เจ้ามินิ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!

 

                สิ้นเสียงของรัญชนาเจ้าสี่ขาหยุดชะงักกึก มันย่อตัวลงไปหมอบพร้อมกับเอาขาปิดตาทำท่าสำนึกผิดเหมือนเดิมเป๊ะ หญิงสาววิ่งลงมาจากชั้นสองแล้วหยุดยืนมองแขกผู้มาเยือนด้วยสายตางุนงง พลางเอ่ยถามอย่างสงสัย

 

                “คุณเป็นใครหรือคะ เข้ามาในบ้านฉันทำไม”

 

                “นี่วิน เพื่อนของนิวเองแหละคุณรัญ วิน นี่คุณรัญชนา เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์เจ้าของคฤหาสน์หลังนี้”

 

                นวินดาเอ่ยแนะนำให้ทั้งสองได้รู้จักกัน กวินทร์รีบลุกขึ้นจากพื้นพลางปาดน้ำลายเหนียวบนใบหน้าตัวเองออกด้วยท่าทางรังเกียจ ก่อนจะมองไปยังเบื้องหน้า เมื่อเพื่อนรักเอ่ยแนะนำคนที่เขาต้องการจะคุยด้วยมากที่สุดตอนนี้ ภาพที่สาวหล่อหน้าตี๋เห็นคือหญิงสาวที่ใส่เสื้อคลุมตัวยาวสีขาวเหมือนแพทย์ข้างในเป็นเสื้อยืดกับกางเกงวอร์มขายาวสีเดียวกัน ใบหน้าขาวที่สวมแว่นกรอบดำอันใหญ่นั้นดูแล้วจะอายุพอๆ กันกับเขา ไม่ใช่พวกคุณป้าหน้าโหดที่ทำตัวโบราณคร่ำครึอย่างที่นึกไว้แต่แรก เขาจ้องมองดวงหน้าเธอด้วยความประหลาดใจ เช่นเดียวกับที่เธอกำลังมองมาที่เขาด้วยแววตาฉงน

 

                คุณเองเหรอที่ทำให้นิวกลายเป็นเด็กตัวเล็กแบบนี้ แล้วคุณจะรับผิดชอบยังไงถ้าหากว่าเขากลับเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ เคยคิดบ้างหรือเปล่า”

 

                “อ๋อ เรื่องนั้นเอง ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เดี๋ยวพอครบยี่สิบสี่ชั่วโมงก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมเองแหละ นายมาช่วยนิวทำงานใช่ไหม ตามสบายนะ ที่นี่มีห้องว่างเยอะ อยากอยู่ห้องไหนก็เลือกเอาเลย ฉันขอตัวก่อนนะ กำลังยุ่งอยู่เลย”

 

                รัญชนาทำหน้าเข้าใจ ก่อนจะตอบออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วหมุนตัวกลับทำท่าจะเดินขึ้นห้องไปดังเดิม คำพูดและการกระทำของนักวิจัยสาวทำเอาสาวหล่อหน้าตี๋ถึงกับโมโห ที่อีกฝ่ายทำเหมือนปัดความรับผิดชอบให้พ้นตัวแบบนั้น

 

                “มันจะมากไปแล้วนะ ทำไมคุณถึงทำเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลย ชีวิตคนทั้งชีวิตนะ เอามาทำเป็นเล่นๆ เป็นหนูตะเภาแบบนี้ได้ยังไง ไม่รู้ล่ะ แบบนี้คงต้องแจ้งความแล้ว ไป นิว ฉันจะพาแกไปแจ้งความจับแม่นักวิจัยไร้ความรับผิดชอบนี่ซะ”

 

                คนในชุดกาวน์หันขวับกลับมามองสาวหล่อหน้าตี๋ พลางปรายตามองไปยังเด็กน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆ พร้อมกับพูดขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ

 

                ถ้าฉันโดนจับ เพื่อนเธออาจจะไม่มีโอกาสกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกก็ได้นะ เลือกเอาแล้วกันว่าจะรอจนกว่ายาจะหมดฤทธิ์ หรือจะเรียกตำรวจมาจับฉัน แต่ระหว่างนี้ฉันจะไปทำการทดลองต่อก่อนแล้วกัน เผื่อว่าจะมีทางทำให้นิวกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้เร็วขึ้น ถ้านายอยากช่วยเพื่อนจริงๆ ก็ถามนิวเอาแล้วกันว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ฉันไปก่อนนะหนูน้อย

 

                หญิงสาวว่าพลางเอื้อมมือไปขยี้ผมนวินดาในคราบเด็กอนุบาล เธอยิ้มและหัวเราะน้อยๆ ให้เขา  ก่อนที่เธอจะเดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีจากไปพร้อมกับสุนัขตัวโตที่เดินตามหลังราวกับคอยอารักขาเจ้านายไม่ห่าง

 

                กวินทร์ได้แต่ยืนนิ่งมองตัวการของเรื่องทั้งหมดเดินจากไปอย่างไม่สามารถทำอะไรได้ เขา ได้แต่หันไปมองหน้าเพื่อนรักของตนที่เวลานี้กลายเป็นใบหน้ากลมของเด็กน้อยที่น่ารักไปเสียแล้ว

 

                “เห็นไหม ฉันบอกแกแล้ว ว่าพูดไปก็เท่านั้น ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก”

 

                “ฉันขอโทษจริงๆ ว่ะนิว เพราะฉันแท้ๆ เลย เรื่องถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้”

 

                นวินดาเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนใจในชะตากรรมของตัวเอง ส่วนกวินทร์นั้นย่อตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นเหมือนหมดแรง เขาได้แต่กล่าวขอโทษขอโพยเพื่อนซ้ำๆ อย่างสำนึกผิด สาวหล่อร่างสูงในคราบเด็กน้อยเอื้อมมือมาแตะไหล่เพื่อนเบาๆ อย่างปลอบใจ พลางถอนหายใจยาวอย่างคิดไม่ตก จะทำอย่างไรต่อไปดีกับชีวิตในร่างเด็กแบบนี้

 

                “อย่าคิดมากเลยน่า ไม่ใช่ความผิดของแกคนเดียวเสียหน่อย ฉันเองก็เผลอไปชั่ววูบกับเงินสิบล้านที่เขาเอามาล่อด้วยเหมือนกัน ตอนแรกก็คิดอยู่แล้วเชียวว่าใครจะมาจ้างทำงานบ้านด้วยเงินมหาศาลอย่างนั้น ฉันนี่มันโง่จริงๆ เลยเนอะ”

 

“ถึงแกจะโทษตัวเองไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก ฉันว่านะรอดูแล้วกันว่ายายคุณรัญอะไรนั่น เขาจะทำยาแก้ให้แกได้จริงหรือเปล่า เออ จริงสิแล้วแม่นักวิจัยนั่นเขาบอกว่าฉันจะมาช่วยงานแก แล้วนี่แกต้องทำอะไรบ้างเหรอวะ”

 

สาวหล่อหน้าตี๋เอ่ยถาม คนตัวเล็กทำหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งพลางหันไปมองหน้าเพื่อนที่ตอนนี้มีแต่คราบน้ำลายสุนัขเกรอะกรังเต็มหน้า เขายังจำได้ดีว่ามันรู้สึกแย่แค่ไหนตอนที่โดนแบบเดียวกัน จึงคิดว่าควรพาเพื่อนไปล้างหน้าในห้องน้ำเสียก่อนจะดีกว่าปล่อยให้อยู่ในสภาพมาร์คส์หน้าด้วยน้ำลายเหนียวหนับเช่นนี้

 

“งานที่ต้องทำเหรอ เอางี้เดี๋ยวฉันจะพาแกไปล้างหน้าล้างตาก่อนละกัน แล้วฉันจะบอกเองว่าแกจะต้องทำอะไรบ้างนะ”

 

“เออ ใช่ ฉันลืมไปเลย อี๋ แหวะ ไอ้หมาบ้า มันเลียหน้าฉันอย่างกับเป็นขนมเค้กงั้นแหละ แกนี่โชคดีเนอะไม่เห็นมันทำอะไรเลย”

 

นวินดาหน้าเจื่อนส่งยิ้มแหยๆ ให้เพื่อน พลางนึกในใจขณะที่เดินนำสาวหล่อหน้าตี๋ขึ้นมาบนห้องพัก

 

ใครว่าฉันไม่โดนล่ะ ที่ฉันโดนน่ะ มากกว่าแกตั้งหลายเท่า เฮ้อ ดูท่างานนี้จะไม่จบลงง่ายๆ เสียแล้วสิ

 

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

112 ความคิดเห็น

  1. #38 My Angle (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 มีนาคม 2553 / 17:13
    โอว...สู้ๆนะที่รัก(ใครที่รักเมิงฟะ - -)
    #38
    0