รักซนๆ ของคนตัวเล็ก - My Little Lover (Yuri)

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 17 : ฉันไม่ใช่เจ้าหนูนะเฟ้ย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 798
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    28 ก.พ. 53

ตอนที่ 17 : ฉันไม่ใช่เจ้าหนูนะเฟ้ย

 

ทางด้านของนวินดา เขาไม่ได้ตั้งใจจะกดวางสายของเพื่อนรัก แต่เป็นเพราะหางตาของเขาเหลือบไปเห็นเจ้ามินิกำลังวิ่งมาแต่ไกล เขาจึงเผลอปล่อยโทรศัพท์ในมือลงกับพื้น ก่อนจะรีบเอื้อมจนสุดแขนเกี่ยวที่จับบานประตูโยกลงมาเพื่อเปิดประตูห้องเข้าไปแล้วปิดมันลงทันทีรอดพ้นจากการจู่โจมของเจ้ามินิไปได้อย่างหวุดหวิด สาวหล่อหายใจหอบอย่างแรงด้วยความเหนื่อย เขาหันหลังพิงประตูโดยไม่ทันได้มองว่าห้องที่เขาเปิดเข้ามาไม่ใช่ห้องของตัวเอง แต่เป็นห้องของนักวิจัยสาวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามนั่นเอง

 

“อ้าว นี่มันห้องของคุณรัญเหรอเนี่ย”

 

นวินดาในร่างของเด็กเล็กๆ มองไปยังเบื้องหน้าเมื่อรู้สึกว่าตนอยู่ในบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย ภาพที่เขาเห็นคือห้องนอนขนาดใหญ่กว่าห้องพักของเขาเกือบเท่าตัว แต่ที่ดูจะแตกต่างออกไปก็คือส่วนที่เป็นชั้นวางหนังสือมันถูกเลื่อนเปิดออกไปด้านข้างเผยให้เห็นว่ามีอีกห้องหนึ่งอยู่ด้านในห้องนอนขนาดใหญ่นั้น

 

ดวงตาของสาวหล่อเบิกโพลงเมื่อมองเข้าไปด้านในก็พบว่ามีห้องว่างๆ ซึ่งถูกแปรสภาพให้กลายเป็นห้องทดลองขนาดย่อมที่เต็มไปด้วยชั้นวางขวดสารเคมีหลากสีหลายขนาดวางเรียงรายปะปนกันอยู่เป็นแถบ เขาเห็นหญิงสาวเจ้าของห้องกำลังยืนคิดคำนวณสูตรทางเคมีอยู่บนกระดานไวท์บอร์ดที่ติดอยู่บนฝาผนังข้างหนึ่งของห้องด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมา ดูท่าทางว่าเธอคงจะกำลังยุ่งอยู่กับการคิดค้นสูตรยาแก้เพื่อให้เขากลับคืนสู่สภาพเดิมได้ก่อนเวลาที่คำนวณไว้เป็นแน่

 

เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นบ่งบอกให้คนในบ้านรู้ว่ามีผู้แปลกหน้ามาเยือน นวินดามองหญิงสาวนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังง่วนอยู่กับการผสมตัวยาสารเคมีสีต่างๆ ลงในบีกเกอร์อย่างไม่มีทีท่าว่าจะสนใจกับเสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นมาเลยสักนิด สาวหล่อในร่างเด็กจึงเดินไปชะโงกหน้ามองตรงหน้าต่างก็เห็นว่าคนที่ยืนอยู่ข้างรถแท็กซี่นั้นคือกวินทร์ สาวหล่อหน้าตี๋เพื่อนรักของเขานั่นเอง

 

เขาโพล่งออกมาอย่างดีใจ พลางเขย่งเท้าเอื้อมมือเปิดประตูห้องแง้มเอาไว้ก่อนจะยื่นหน้าออกไปมองดูว่า เจ้าสุนัขตัวโตที่พาเขาทัวร์รอบคฤหาสน์เมื่อครู่นี้ยังรออยู่ที่หน้าประตูหรือไม่ เมื่อไม่เห็นเงาของสุนัขร่างใหญ่ นวินดาจึงรีบวิ่งออกไปที่หน้าบ้านโดยลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้ตนกำลังอยู่ในสภาพใด

 

ฝ่ายกวินทร์ที่เพิ่งจ่ายเงินค่าโดยสารให้คนขับแท็กซี่ ลงมายืนอยู่หน้าประตูรั้วอัลลลอยด์บานกว้างพร้อมกระเป๋าเป้ใบโตของเพื่อนรักที่สะพายอยู่ด้านหลัง เขาได้แต่ยืนอึ้งกับความใหญ่โตมโหฬารของบ้านหรือที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นคฤหาสน์อย่างไรอย่างนั้น สาวหล่อหน้าตี๋ก้มลงมองบ้านเลขที่ในกระดาษที่จดเอาไว้สลับกับเงยหน้าขึ้นมองตัวเลขสีทองที่อยู่ตรงหน้าประตูบ้านอีกครั้งให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้มาผิดที่

 

โอ้โห. . .นี่มันบ้านหรือวังกันแน่วะเนี่ย บ้านใหญ่ขนาดนี้อยู่กันกี่คนนะ เพิ่งรู้ว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็รวยได้เหมือนกัน นึกว่าวันๆ ต้องเอาแต่ทำงานงกๆ ในห้องวิจัยซะอีก”

 

กวินทร์อุทานออกมาเสียงดังพลางพูดกับตัวเองเมื่อคิดว่าคฤหาสน์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้านี้คือบ้านที่เพื่อนรักบอกเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานไม่ผิดแน่ เขาเดินวนไปเวียนมาอยู่ที่หน้าประตูรั้วของคฤหาสน์ท่ามกลางแสงแดดจัดจ้าและอากาศร้อนระอุ พลางหรี่ตามองฝ่าแสงแดดที่เต้นยิบๆ อยู่เบื้องหน้าเข้าไปภายในบริเวณบ้านก็เห็นเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่งในชุดเสื้อตัวโคร่งชายยาวลากพื้นกำลังวิ่งตื๋อออกมาจากตัวคฤหาสน์พร้อมกุญแจพวงใหญ่ในมือ ตรงรี่มายังจุดที่เขายืนอยู่

 

“กำลังรออยู่พอดีเลย แกนี่มาเร็วทันใจดีจัง เข้ามาก่อนสิ”

 

เสียงเล็กๆ ของเด็กน้อยตรงหน้าเอ่ยขึ้นกับกวินทร์ด้วยคำพูดเป็นกันเองราวกับว่าสนิทสนมกันมานาน ทั้งที่เขามั่นใจว่าเพิ่งเคยเจอเจ้าเด็กนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตแน่ๆ สาวหล่อหน้าตี๋ได้แต่ทำหน้างุนงงปนสงสัย

 

นี่เจ้าหนู เป็นเด็กเป็นเล็กคิดจะทำตัวเทียบรุ่นเหรอเรา เร็วไปร้อยปีล่ะมั้ง ว่าแต่เมื่อกี้เอาโทรศัพท์เพื่อนพี่มาเล่น แล้วเจ้าตัวมันอยู่ไหนล่ะ เรียกออกมาทีสิ”

 

ผู้มาใหม่วางมือใหญ่ลงบนศีรษะพลางขยี้ผมเด็กน้อยตรงหน้าด้วยความรู้สึกเอ็นดูแกมหมั่นไส้เล็กน้อย พลางเหลียวซ้ายแลขวามองหาเพื่อนรักของตน

 

“แกเรียกใครว่าเจ้าหนูวะ นี่ฉันเอง นิวไง นิวเพื่อนแกอะ จำไม่ได้เหรอ”

 

นวินดาในร่างเด็กอนุบาลปัดมือเพื่อนรักออกจากศีรษะของตน พลางรีบพูดแสดงตัวให้รู้ทันทีว่าเขาคือใคร สาวหล่อหน้าตี๋ได้ยินดังนั้นก็ยิ่งฉุน เขาโพล่งออกมาเสียงดัง พลางยืนกอดอกแล้วเอ่ยท้าทายอีกฝ่าย

 

“เอ๊ะ เจ้าเด็กนี่ยังเล่นไม่เลิกอีกนะ ก็ได้ๆ เอาอย่างนี้ถ้าอยากให้ฉันเชื่อว่าเธอคือนิว เพื่อนของฉันจริงๆ งั้นลองบอกมาสิว่า เรารู้จักกันครั้งแรกที่ไหน”

 

แกจะมาเล่นเกมยี่สิบคำถามอะไรเอาตอนนี้วะ เออๆ ฉันจะตอบให้ก็ได้ ฉันกับแกรู้จักกันครั้งแรกในกิจกรรมรับน้องของคณะไง เพราะชื่อของเราเขียนสลับกันนิดเดียว รุ่นพี่ก็เลยชอบเรียกผิดๆ ถูกๆ อยู่บ่อยๆ น่ะ”

 

นวินดาทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะตอบออกไปอย่างเสียไม่ได้ เมื่อได้ฟังคำตอบนั้น ก็ทำเอาสาหล้อหน้าตี๋ถึงกับอึ้งไป เขาเริ่มลังเลไม่แน่ใจว่าเด็กที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้เป็นใครกัน ทำไมถึงได้รู้เรื่องนั้นด้วย จึงลองพิสูจน์ด้วยการถามอีกคำถามหนึ่ง

 

“เก่งนี่เรา เจ้านิวเล่าให้ฟังใช่ไหมล่ะ งั้นเอาอย่างนี้แล้วกัน ตอบมาอีกคำถาม เรื่องสยองขวัญที่ฉันกลัวที่สุดคือเรื่องอะไร”

 

กวินทร์ทำหน้าเจ้าเล่ห์ เมื่อเห็นสาวหล่อร่างสูงในคราบเด็กอนุบาลถึงกับกุมขมับอย่างหงุดหงิด เขาทำท่ากระหยิ่มยิ้มย่องเพราะคิดว่าคำถามนี้ถ้าไม่ใช่เจ้าเพื่อนรักจริงๆ คงตอบไม่ได้แน่นอน เพราะเขาไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลย แม้แต่ชนัญญา แฟนสาวของเขาก็ยังไม่รู้เรื่องนี้ กระทั่งคำตอบทั้งหมดนั้นพรั่งพรูออกมาจากปากของเจ้าเด็กแปลกหน้าเท่านั้น ก็ทำเอาสาวหล่อหน้าตี๋ถึงกับผงะถอยหลังอย่างตกใจ

 

“เรื่องที่ทำให้แกกลัวที่สุดก็คือ แกไปเข้าห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมันตอนเราไปเที่ยวกับรุ่นพี่ที่คณะ แล้วถูกผู้หญิงไล่ออกมาจากห้องน้ำหญิงเพราะคิดว่าเป็นไอ้โรคจิต พอเข้าห้องน้ำชายก็ถูกลวนลามเพราะคิดว่าแกเป็นผู้ชายจนเกือบจะเสียตัวให้กระเทยถึกไปแล้วไงล่ะ”

 

“เฮ้ย! เจ้าหนู รู้เรื่องนั้นได้ไงอะ หรือว่า. . .นิว นั่นแกเองเหรอ”

 

                กวินทร์ชี้มือสั่นระริกไปยังเด็กน้อยตรงหน้า เขาแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ว่าเด็กที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานั้นคือ นวินดา เพื่อนรักของตน

 

                “ก็ฉันบอกแล้วว่าฉันคือนิวจริงๆ ทีนี้เชื่อรึยังล่ะ”

 

                คนที่กลายเป็นเด็กส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้เพื่อน สาวหล่อหน้าตี๋ได้แต่ทำหน้าช็อค จาโต อ้าปากค้างด้วยความตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขามองนวินดาในคราวเด็กอนุบาลตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าที่โผล้พ้นชายเสื้อเชิ้ตยาวลากพื้นลางนึกในใจว่าทำไมเพื่อนของเขาถึงได้กลายเป็นเด็กตัวกระเปี๊ยกแบบนี้

 

                นิว นี่แกจริงๆ เหรอ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่ะ แล้วแกไปทำอะไรมาวะถึงเป็นแบบนี้ได้

 

                “วิน ฉันกลายเป็นหนูลองยาไปแล้ว ฉันมันโง่เอง ดันไปตกปากรับคำเพราะเขาบอกว่าจะให้เงินสิบล้าน แต่คุณรัญเขาบอกว่ายาลดอายุนี่มันจะออกฤทธิ์แค่ยี่สิบสี่ชั่วโมงเท่านั้น แล้วฉันก็จะกลับมาตัวโตเหมือนเดิม แต่ฉันไม่อยากเชื่อเลยอะ วิน ฉันจะทำยังไงดีถ้าฉันไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมน่ะ”

 

 นวินดาทำหน้าเศร้าพลางเข้ามากอดขาเพื่อนรักเอาไว้ แล้วร้องไห้โฮเหมือนเด็กๆ เพราะยังไม่แน่ใจกับชะตากรรมตัวเอง เขาจะต้องอยู่ในร่างเด็กแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกัน เมื่อได้ยินดังนั้นกวินทร์ก็รู้สึกสงสารเพื่อนรักเป็นอย่างมาก เขาย่อตัวลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น พลางรวบตัวเพื่อนรักเข้ามากอดเอาไว้แน่น อดคิดไม่ได้ว่าที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับสาวหล่อร่างสูง ส่วนหนึ่งก็เป็นความผิดของเขาด้วยเหมือนกัน

 

ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะเขาเองที่พาเพื่อนไปฝากงานที่ร้านแบบนั้น จนนวินดาต้องหนีออกมาเพราะทนรับสภาพของลูกค้าไม่ได้ จนกระทั่งมาเจอกับนักวิทยาศาสตร์สาวคนนี้ จึงทำให้ชีวิตของเพื่อนรักตกอยูในความลำบากเหมือนกับหนีเสือปะจระเข้แบบนี้ นึกแล้วก็น่าโมโหนัก ไม่รู้ว่าแม่นักวิจัยสาวที่เพื่อนรักไปตกลงเอาไว้นั้นเป็นคนแบบไหนกัน ถึงได้ใจคออำมหิตผิดมนุษย์มนาถึงกับกล้าเอายาประหลาดๆ มาทดลองใช้กับเพื่อนของเขาแบบนี้

 

                ฉันขอโทษนะนิว เพราะฉันแท้ๆ ที่ทำให้แกต้องอยู่ในสภาพแบบนี้ แต่ยายป้านั่นก็ทำเกินไปจริงๆ เรื่องอะไรมาทำเหมือนเพื่อนฉันเป็นหนูทดลองยาแบบนี้ ฉันคงต้องไปเคลียร์กับเขาให้รู้เรื่องเสียหน่อยแล้ว”

 

                กวินทร์ผละออกจากร่างของเพื่อนรักแล้วจึงลุกขึ้นยืน เขาก้าวเท้าเดินดุ่มๆ มุ่งตรงไปยังตัวคฤหาสน์หลังงามด้วยใบหน้าแบบหาเรื่องสุดๆ จนนวินดาในร่างเด็กน้อยต้องรีบวิ่งตามเพื่อนรักที่เดินนำออกไปไกลแล้วอย่างรีบเร่ง

 

                เฮ้ย วินแกใจเย็น ๆ ก่อนสิ รอฉันด้วย

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

112 ความคิดเห็น