รักซนๆ ของคนตัวเล็ก - My Little Lover (Yuri)

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 14 : ลางบอกเหตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 771
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    25 ก.พ. 53

ตอนที่ 14 : ลางบอกเหตุ

 

พอได้แล้วน่าคุณรัญ จะซื้ออะไรหัดคิดถึงคนถือบ้างได้ไหมเนี่ย ดูสิเต็มสองไม้สองมือขนาดนี้แล้ว ถามจริงๆ เถอะ คิดไว้หรือเปล่าว่าเราจะกลับบ้านกันยังไง มารถมอเตอร์ไซค์นะครับ ไม่ใช่รถบรรทุก”

 

หลังจากที่พยายามวางของทั้งหมดบนรถจักรยานยนต์คันน้อยแล้วดูไม่มีทีท่าว่าจะขี่กลับบ้านได้รอดปลอดภัยแม้แต่นิด สาวหล่อจึงหันมาบ่นใส่แม่ตัวยุ่งที่ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้าโดยไม่คำนึงถึงเงินในกระเป๋า รัญชนาหันไปแหวใส่คนขี้บ่น

 

เห็นไหมฉันบอกแล้วให้เอารถมาก็ไม่เชื่อ”

 

“จะเอารถมาทำไม ตลาดก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง เปลืองค่าน้ำมันรถเปล่าๆ ไหนบอกว่าเงินเหลือน้อยแล้วไง ประหยัดๆ ไว้บ้างเถอคุณ”

 

“เอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวฉันเรียกแท็กซี่ไปที่บ้าน ส่วนนายก็ขี่เจ้ารถนี่ตามกลับไปที่บ้านแล้วกัน”

 

หญิงสาวทำท่าครุ่นคิดก่อนที่จะเสนอความเห็นขึ้นมาพร้อมกับเดินออกไปยืนที่ริมถนน รอโบกรถแท็กซี่ที่ขับผ่านมาพอดี เมื่อรถแท็กซี่แล่นมาจอดตรงหน้าของทั้งคู่ รัญชนาจึงหันมาสั่งสาวหล่อร่างสูงซึ่งกลายสภาพเป็นที่วางของแบบเคลื่อนที่ได้ ให้ยกเอาข้าวของทั้งหมดใส่ในรถแท็กซี่คันนั้น หลังจากที่ส่งนักวิจัยสาวขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้ว เขาก็รีบวิ่งกลับไปที่รถจักรยานยนต์อย่างรวดเร็ว พลางบ่นพึมพำเป็นหมีกินผึ้ง

 

'ตกลงนี่เรามาเป็นผู้ช่วยนักวิจัยจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย เฮ้อ สั่งเอาๆ ทำอย่างกับว่าเราเป็นแรงงานต่างด้าวแอบลักลอบเข้าเมืองมาอย่างนั้นแหละ'

 

เมื่อนวินดาขี่รถจักรยานยนต์กลับมาถึงบ้าน ก็เห็นหญิงสาวนักวิจัยยืนทำหน้าบูดบึ้งรออยู่หน้าบ้าน พร้อมกับข้าวของกองพะเนินรายล้อมรอบตัว ยังไม่ทันที่ร่างสูงจะเข็นรถคันน้อยเก็บเข้าที่ เจ้าของบ้านก็หันมาตวาดแว้ดใส่ ทำเอาสาวหล่อสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ

 

นี่นายมัวไปหลงอยู่ในป่าอะเมซอนมาเหรอไง ฉันยืนรออยู่ตรงนี้มาตั้งนานแล้วนะ ร้อนก็ร้อน ของก็เยอะแยะจนแทบไม่มีที่ยืนอยู่แล้ว รีบๆ มาขนไปเก็บในบ้านเดี๋ยวนี้เลย”

 

นักวิจัยสาวที่แปลงร่างเป็นนางยักษ์กวักมือเรียกร่างสูงให้รีบนำของเข้าไปเก็บ ส่วนเธอเดินตัวปลิวเข้าบ้านไปอย่างหงุดหงิดกับอากาศร้อนอบอ้าวภายนอก

 

อะไรของเขาเนี่ย ซื้อเองแล้วยังจะมาบ่นอีก ไม่ช่วยแถมยังมาหงุดหงิดใส่ เห็นเราเป็นทาสจริงๆ ใช่ไหม ยายแว่นหนานี่ ทั้งที่ตอนอยู่ในตลาดออกจะน่ารักเหมือนเด็กน้อยแท้ๆ เลยเชียว”

 

สาวหล่อก้มลงหยิบข้าวของแล้วเดินเอาเข้าไปเก็บในครัว แต่มิวายบ่นใส่เจ้านายสาวนักวิจัยลับหลัง ยังไม่ทันก้าวผ่านประตูห้องครัว ก็ได้ยินเสียงของเธอดังแว่วออกมาจากห้องรับแขก

 

นี่ แล้วนายอย่าลืมทำตามลิสต์ที่ฉันแปะไว้หน้าห้องให้หมดด้วยล่ะ ทุกอย่างต้องเสร็จก่อนทุ่มนึงนะ เข้าใจไหม”

 

สิ้นเสียงของรัญชนาเสียงประตูห้องนอนก็ถูกปิดลง เป็นสัญญาณว่าหญิงสาวกลับเข้าสู่โหมดนักวิจัยอีกครั้ง

 

โอ๊ย มันอะไรกันนักหนาเนี่ย ยายแว่นนั่นเป็นปีศาจชัดๆ หลงคิดไปว่าน่ารักได้ไงเนี่ยเรา”

 

สาวหล่อพร่ำบ่นก่อนจะจัดแจงเก็บข้าวของที่ซื้อมาเข้าที่ให้เรียบร้อย แล้วล้วงเอารายการที่ยาวเป็นหางว่าวออกมาคลี่ดูว่าเขาควรจะเริ่มทำอะไรก่อนเป็นอันดับแรก

 

ยามบ่ายคล้อยแดดร่มลมตก ประตูห้องทำงานของรัญชนาถูกเปิดออกเบาๆ เจ้าของห้องก้าวออกมาในสภาพอิดโรย ใบหน้าขาวซีด ทรงผมหางม้าที่รัดไว้อย่างลวกๆ เริ่มหลุดลุ่ย มือเล็กค่อยๆ เกาะราวบันไดพยุงร่างกายที่ดูอ่อนระโหยโรยแรงให้เดินลงมาถึงพื้นเบื้องล่างอย่างเชื่องช้า พลันกลิ่นหอมหวนชวนหิวก็ชักนำเธอเดินเหมือนคนละเมอมายังห้องอาหาร

 

กลิ่นอะไรน่ะ หอมจัง”

 

ร่างบางเปรยขึ้นมา ทำให้คนที่กำลังเพลิดเพลินกับการจัดโต๊ะอาหารหันมามองทางต้นเสียง เขามองสภาพของหญิงสาวนักวิจัยในชุดเสื้อและกางเกงวอร์มสวมทับด้วยเสื้อกาวน์สีขาวตัวยาวอีกชั้น ดวงตาเหม่อมองข้ามผ่านไหล่ของเขาไปยังจานอาหารน้อยใหญ่บนโต๊ะอาหาร เธอแลบลิ้นเลียริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว เขาอมยิ้มนิดๆ พลางขยับตัวเพื่อเปิดทางให้รัญชนาเดินเข้ามาที่โต๊ะอาหาร

 

หิวแล้วล่ะสิ นิวทำกับข้าวเอาไว้เพียบเลย มากินกันเถอะ”

 

ใครบอกว่าหิว เปล่าซะหน่อย ฉันก็แค่เหนื่อยกับการทดลองน่ะ แต่เอาเถอะ เห็นว่านายทำอาหารเสียเยอะแยะขนาดนี้ กินคนเดียวคงไม่หมด ฉันจะช่วยก็แล้วกัน”

 

แม้จะปากจะบอกว่าไม่ แต่กระเพาะดันไม่ทำอย่างที่ใจคิด ร่างบางหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่ออย่างไว้ตัว ทำเอาอีกฝ่ายได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาใจกับคำพูดของคนฟอร์มจัด แล้วจึงเลื่อนเก้าอี้ออกให้หญิงสาวได้นั่งลง ร่างสูงเดินไปตักข้าวจากหม้อหุงข้าวในครัวประมาณสองทัพพีใส่จานกระเบื้องลายดอกไม้ ก่อนจะนำมายื่นส่งให้นักวิจัยสาวที่มองบรรดาอาหารนานาชนิดบนโต๊ะแทบไม่กะพริบตา

 

น่ากินทั้งนั้นเลย นี่นายทำเองจริงๆ เหรอเนี่ย ไหนลองชิมซิ อืม แกงจืดรสชาติใช้ได้ น่องไก่ทอดอันนี้ก็โอเคนะ ผัดผักนี่เค็มไปหน่อย ปลาทอดสีสวยจัง โอ้โห กุ้งอบซีอิ๊ว ของโปรดฉันเลย นายรู้ได้ไงเนี่ย”

 

คนที่ปากบอกว่าไม่หิว พูดพลางตักอาหารทุกจานชิมทีละน้อย ทำเอาพ่อครัวหัวป่าที่ลงทุนทำอาหารเองกับมือถึงกับเป็นปลื้ม อมยิ้มแก้มปริ มองดูหญิงสาวกินอย่างน่าอร่อย จนตัวเขาเองเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาบ้างแล้ว จึงเดินกลับไปที่ครัวเพื่อตักข้าวให้ตัวเองบ้าง

 

เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึงสองนาทีเท่านั้น แต่ทำเอาร่างสูงแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เมื่อเดินกลับมาที่โต๊ะอาหารอีกครั้ง เขาพบว่ากับข้าวต่างๆ พร่องลงไปมากกว่าครึ่ง บางอย่างเหลือเพียงแค่ติดจานเท่านั้น เขาหันไปมองเจ้าของร่างที่สวาปามอาหารมื้อค่ำชุดใหญ่หมดลงภายในพริบตา ภาพหญิงสาวที่กำลังเคี้ยวอาหารจนแก้มตุ่ย มือข้างหนึ่งถือน่องไก่ทอดชิ้นอวบอ้วน อีกข้างถือช้อนค้างไว้ เตรียมตักข้าวคำต่อไป ทำให้สาวหล่ออดที่จะโพล่งออกมาไม่ได้

 

นี่คุณ เคี้ยวซะบ้างก็ได้นะ ไม่ใช่ใส่ปากแล้วกลืนเลย กระเพาะมันย่อยไม่ทันกันพอดีน่ะ”

 

ไอ้อ้ายออก เอ๋วอ้องอีบไออำอิไออ่อ (ไม่ได้หรอก เดี๋ยวต้องรีบไปทำวิจัยต่อ)”

 

นักวิจัยสาวสั่นหน้าพลางตอบทั้งที่ข้าวยังเต็มปากอยู่ ร่างสูงพอเดาได้ว่าเธอพูดอะไร จึงไม่ได้ถามต่อและรีบนั่งลงกินอาหารฝีมือตัวเองด้วยกลัวว่าจะถูกหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแย่งกินจนหมดเหมือนเมื่อเช้าอีก

 

'กินเยอะขนาดนี้ทำไมไม่อ้วนเลยนะ นี่มันคนหรือหลุมดำกันแน่'

 

ไม่นานข้าวในจานของรัญชนาก็หมดลง เธอลุกขึ้นแล้วหันหลังทำท่าจะเดินกลับขึ้นห้องไป แต่เหมือนนึกขึ้นได้จึงหันมาพูดกับคนที่ยังอึ้งกับอาหารที่เหลืออยู่บนโต๊ะเพียงน้อยนิด

 

ฉันไปทำวิจัยต่อล่ะนะ แล้วพรุ่งนี้เช้าอย่าลืมให้อาหารเจ้ามินิด้วยล่ะ”

 

สั่งงานเสร็จเรียบร้อยเธอก็เดินกลับขึ้นห้องไปอย่างอารมณ์ดี แทบไม่เหลือเค้าความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานเหมือนเมื่อตอนที่เดินลงมาเลยแม้แต่น้อย ส่วนร่างสูงได้แต่ก้มลงมองจานชามที่เกือบจะว่างเปล่า เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยนึกไม่ถึงว่าตัวเล็กๆ รูปร่างผอมบางแบบนั้นจะยัดทะนานเข้าไปได้มากถึงเพียงนี้

 

ยังไม่ทันที่นวินดาจะได้ตักข้าวเข้าปากต่อ เขาก็รู้สึกเหมือนมีใครมาสะกิดข้างๆ เมื่อหันไปมองก็พบว่าเป็นเจ้ามินิ สุนัขตัวโตไม่เข้ากับชื่อ ยืนสองขาเกาะอยู่กับโต๊ะ ปากคาบจานข้าวของตัวเองพลางใช้ขาข้างหนึ่งเขี่ยที่ต้นแขนเขา แล้วมองร่างสูงด้วยสายตาวิงวอนขอความเห็นใจ สลับกับมองไก่ทอดน่องโตชิ้นสุดท้ายที่วางอยู่บนจาน น้ำลายไหลเยิ้มหยดแหมะลงที่พื้นห่างจากต้นขาเขาไปไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร สายตาที่ทอดมองมาทำให้ร่างสูงรับรู้ได้ว่าเจ้าตัวโตเองก็อยากชิมฝีมือของเขาบ้างเหมือนกัน นี่ขนาดให้อาหารเม็ดชามเบ้อเร่อไปแล้ว ยังมีหน้ามาขอกับข้าวอันน้อยนิดของเขากินอีก สัตว์เลี้ยงกับเจ้าของนี่ช่างเหมือนกันเสียจริง

 

ร่างสูงถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจยกไก่ชิ้นโตวางลงในจานที่เจ้ามินิคาบมาวางลงกับพื้น มองดูมันก้มลงกินอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความเสียดาย แล้วจึงหันมาตักกับข้าวที่เหลือกินต่อไปอย่างสุดเซ็ง มาถึงตอนนี้ เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนไปที่ตลาด แม่นักวิจัยสาวถึงได้ซื้อของมากมายก่ายกองขนาดนั้น นี่เขายังไม่รู้เลยว่าของที่ซื้อมาทั้งหมดนี้ จะเหลือรอดจากสาวนักกินได้ถึงสองวันหรือเปล่า

 

หลังจากที่จัดการเก็บล้างถ้วยชามจนเรียบร้อย นวินดาจึงก้มลงมองชุดของตัวเอง เขาทำหน้าเบ้ราวกับได้เห็นอะไรที่น่ารังเกียจยิ่งนัก ร่างสูงได้แต่นึกในใจ ตั้งแต่เติบโตมาจนป่านนี้ ไม่เคยมีวันไหนที่เขาจะใส่ชุดเดิมซ้ำข้ามคืนเลยสักครั้ง อาจเป็นเพราะนิสัยรักความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยที่ติดมาจากผู้เป็นมารดา ทำให้เขามักจะทนไม่ได้หากต้องมาสวมใส่ชุดเดิมซ้ำกันหลายๆ ครั้ง เหมือนอย่างเช่นตอนนี้

 

สาวหล่อร่างสูงได้แต่เดินบ่นพึมพำอยู่คนเดียว พลางชะโงกหน้ามองออกไปยังนอกรั้วบ้าน กวินทร์บอกเอาไว้ว่าจะเอากระเป๋าเสื้อผ้ามาให้เขาตั้งแต่ช่วงสายๆ แต่นี่เวลาล่วงเลยมาจนเกือบจะผ่านพ้นไปอีกวันแล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของสาวหล่อหน้าตี๋เลยสักนิด ร่างสูงคิดว่าบางทีเพื่อนอาจจะหลงทางหาบ้านของรัญชนาไม่เจอ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็น่าจะโทรศัพท์มาสอบถามเส้นทางบ้าง หรือว่าอาจจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเจ้าเพื่อนรักระหว่างทางหรือเปล่า ถึงได้เงียบหายไร้การติดต่อแบบนี้ คิดไปคิดมาก็อดที่จะวิตกกังวลไม่ได้ ว่าแล้วร่างสูงก็หยิบโทรศัพท์ มือถือขึ้นมากดหากวินทร์ เมื่ออีกฝ่ายรับสายเขาจึงรีบกรอกเสียงลงไปทันที

 

“วิน แกอยู่ที่ไหนน่ะ เมื่อไหร่จะเอากระเป๋าเสื้อผ้ามาให้ฉันสักทีวะ ฉันจะเน่าคาชุดอยู่แล้วนะแก”

 

“เฮ้ย นิว ฉันขอโทษ ฉันลืมไปว่ะ พอดีทางนี้มีเรื่องยุ่งๆ นิดหน่อย นันท์หายตัวไปน่ะ ไม่รู้ว่าไปไหน แก แค่นี้ก่อนนะเว้ย ญาโทรมา เอางี้ ถ้าฉันเจอนันท์แล้ว ฉันจะรีบเอากระเป๋าไปให้นะ”

 

กวินทร์อุทานออกมาอย่างตกใจ เมื่อเขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมอะไรบางอย่างไป แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลามานั่งอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เพื่อนรักฟังได้ ชญานันท์พี่สาวฝาแฝดของชนัญญาหายตัวไปหลังจากที่ทั้งคู่มีปากเสียงกันอย่างรุนแรงเมื่อเช้า แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าหญิงสาวหายไปอยู่ที่ไหน ชนัญญาก็เอาแต่ร่ำไห้พลางกล่าวโทษว่าเป็นเพราะเขาที่ทำให้พี่สาวของเธอหนีออกจากบ้านไป สาวหล่อหน้าตี๋จึงต้องออกมาตามหาแฝดผู้พี่ของคนรักเสียให้วุ่นไปทั้งวัน จนเผลอลืมไปว่ารับปากอะไรไว้กับเพื่อนซี้ของเขา

 

“เดี๋ยวสิวิน แก อะไรวะ วางสายไปแล้ว ไอ้เพื่อนบ้านี่ ลืมฉันได้ยังไง แล้วคืนนี้ฉันจะใส่อะไรนอนล่ะเนี่ย”

 

นวินดาตะโกนโหวกเหวกโวยวายใส่โทรศัพท์อยู่คนเดียว เขาอดนึกเคืองกวินทร์ไม่ได้ ดูเหมือนว่าเพื่อนรักจะมัวแต่สนใจสองสาวฝาแฝดจอมยุ่ง จนลืมเพื่อนอย่างเขาไปเสียสนิท สาวหล่อร่างสูงจึงได้แต่ถอนหายใจยาวพลางเดินคอตกออกไปปิดประตูบ้านและปิดไฟในบ้านทั้งหมดเหลือไว้เพียงไฟโคมหน้าบ้านดวงเดียวกับโคมไฟกลมที่อยู่บนกำแพงรั้ว แล้วจึงเดินขึ้นบันไดเพื่อไปยังห้องนอนของตัวเอง ระหว่างที่มือของเขากำลังจะกดที่จับบานประตูลงเพื่อเปิดห้องอยู่นั้น เสียงที่ดังลอดออกมาจากห้องของหญิงสาวเจ้าของบ้าน ทำให้เขาเดินไปแนบหูกับประตูเพื่อฟังว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่

 

นี่ก็ไม่ใช่ เอ๊ะ หรือจะเป็นอันนี้ โธ่ ไม่เห็นจะเป็นไปตามทฤษฎีเลย ลองนี่ดูบ้าง อ๊ะ ดูสิๆ ใช่แล้ว ต้องใช่แน่ๆ มันต้องเป็นแบบนี้สิ ฮ่า ๆ”

 

เสียงที่ดังมาจากภายในห้องบ่งบอกให้รู้ว่าคนที่อยู่ข้างในคงกำลังทำการทดลองอะไรบางอย่าง จู่ๆ ร่างสูงก็เกิดรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาแบบแปลกๆ แต่เขาก็ไม่ได้เอะใจอะไร ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องตัวเองไป

 

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

112 ความคิดเห็น

  1. #33 My Angle (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 / 18:09
    นิวน้อยไกล้ชะตาขาดแย้ว
    #33
    0
  2. #32 snow beaw (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 / 08:25
    นิว
    ชะตานายจะขาดแล้วนะ
    เสร็จคุณรัญแน่
    55+
    #32
    0