รักซนๆ ของคนตัวเล็ก - My Little Lover (Yuri)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 10 : ทักคนผิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 928
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 ก.พ. 53

ตอนที่ 10 : ทักคนผิด

 

ทางด้านของกวินทร์ หลังจากแยกกับเพื่อนรักที่หน้าคลับโฮสต์แล้ว เขาก็รีบขึ้นแท็กซี่ตรงดิ่งไปยังศูนย์การค้าแห่งหนึ่งที่ได้นัดกับคนรักเอาไว้ สาวหล่อหน้าตี๋รู้สึกกระวนกระวายใจเป็นอย่างมากเมื่อต้องมาเผชิญกับการจราจรที่ติดขัดจนราวกับว่าถนนสายนี้เป็นลานจอดรถขนาดใหญ่ไปถนัดตา เขาก้มลงมองนาฬิกาข้อมือตัวเองเป็นรอบที่สิบได้แล้วตั้งแต่ขึ้นรถมา เขาไม่อยากจะไปสายกว่าเวลาที่นัดเอาไว้ เพราะกลัวว่าหญิงสาวคนรักจะต้องมายืนรอเขาอยู่เพียงลำพังท่ามกลางผู้คนมากมายในศูนย์การค้าแห่งนั้น

 

เขานึกแปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมจึงรักและห่วงใยในตัวแฟนสาวได้มากมายขนาดนี้ ทั้งที่เมื่อตอนสมัยอยู่มัธยมปลายนั้น ไม่เคยมีวันไหนที่เขาจะออกเดทกับผู้หญิงคนเดียวกันซ้ำเป็นครั้งที่สอง จนได้ฉายาคาสโนวาสาวหล่อมาครองแบบไร้คู่แข่ง แต่พอได้มาเจอกับชนัญญา หญิงสาวรูปร่างเล็กกระทัดรัด หน้าตาน่ารัก ตาโตใสแป๋วราวกับตุ๊กตา นิสัยขี้อ้อนเหมือนลูกแมวเชื่องๆ เขาก็ตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง และลบคำว่าคาสโนวาที่เปลี่ยนผู้หญิงทุกวันเป็นว่าเล่นออกไปจากสมองทันที

 

“รอหน่อยนะญา อีกเดี๋ยววินก็จะไปหาแล้ว โธ่เว้ย ไอ้โทรศัพท์บ้า ดันมาแบตหมดเอาตอนนี้ทำไมก็ไม่รู้”

 

เขายกโทรศัพท์มือถือที่ไร้พลังงานขึ้นมามองแล้วพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย ดีนะที่นัดสถานที่กันไว้อย่างดิบดีแล้ว ไม่อย่างนั้นมีหวังเขาต้องเดินหาตู้โทรศัพท์สาธารณะให้วุ่นเป็นแน่ ไม่นานนักรถแท็กซี่คันที่กวินทร์นั่งมาก็ลัดเลาะผ่านเส้นทางลัดจนมาถึงยังศูนย์การค้าที่เขานัดกับชนัญญาเอาไว้หลังจากเลยเวลานัดไปราวสิบหน้านาทีได้ สาวหล่อหน้าตี๋จ่ายเงินให้คนขับก่อนจะรีบวิ่งมายังร้านไอศกรีมแห่งหนึ่ง เขาชะโงกหน้าเข้าไปภายในร้าน พลางสอดส่ายสายตามองซ้ายขวาหาใครบางคน พอได้เห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคย เขาก็ไม่รอช้ารีบตรงดิ่งเข้าไปกอดหมับเข้าที่เอวของหญิงสาวคนนั้นทันที

 

“ญาจ๋า คิดถึงจังเลย รอวินนานไหมครับ ขอโทษนะ พอดีมือถือวินแบตหมดน่ะ แถมรถก็ติดด้วย มาช้าไปหน่อย คนดีของวินไม่โกรธกันใช่ไหมครับ”

 

หญิงสาวในอ้อมแขนของเขา เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่แฝงความน่ากลัวเอาไว้ในนั้น จนคนที่ได้ฟังรีบปล่อยมือกระเด้งตัวออกห่างแทบไม่ทัน

 

“ฉันว่านายน่าจะไปตัดแว่นได้แล้วนะ แฟนนายน่ะ นั่งเล่นเน็ทอยู่โต๊ะนู้น จะมากอดฉันทำไม”

 

เมื่อกวินทร์ได้เห็นว่าหญิงสาวที่ตนเข้าใจผิดหลงคิดว่าเป็นคนรัก แท้จริงแล้วคือ ชญานันท์ พี่สาวฝาแฝดของชนัญญาซึ่งมีหน้าตาที่เหมือนกันราวกับแกะมาจากพิมพ์เดียวกัน จะต่างกันก็ตรงบุคลิกที่ดูจะห้าวและแข็งกระด้างกว่าซึ่งหากให้ทั้งคู่นั่งนิ่งๆ ใส่ชุดและทำผมทรงเดียวกัน ต่อให้เป็นคนที่สนิทมากๆ ก็ยังดูไม่ออกว่าคนไหนแฝดพี่คนไหนแฝดน้องกันแน่ แต่เป็นเพราะว่าสาวหล่อหน้าตี๋มาช้าผิดเวลาไปมาก จึงไม่ทันสังเกตเห็นความแตกต่างของสีผมที่ดำสนิทกับเสื้อผ้าสีโทนขรึมที่ชญานันท์ชอบ และทำให้ทักผิดไป เขาจึงแกล้งทำเป็นโวยวายเสียงดังลั่นร้านเพื่อกลบเกลื่อนความผิดของตัวเองทันที

 

“ยายบ้า แฟนเขาอุตส่าห์นัดเดทกัน แล้วเธอจะตามมาเป็นก้างขวางคอทำไมเนี่ย”

 

“ฉันก็ไม่ได้อยากมาเจอนายสักหน่อย แค่อยู่บ้านแล้วมันเบื่อๆ เลยออกมาเดินเล่น ผิดตรงไหนเหรอ”

 

“ทีหลังอยากเดินเล่นก็บอกสิ ฉันจะได้จ้างคนมาจูงไปเดินเล่นแถวบ้าน จะถ่อมาเดินเล่นถึงที่นี่ทำไม”

 

“อีตาบ้านี่ ว่าฉันเป็นหมาเหรอ มาช้าแล้วยังมาหาเรื่องคนอื่นอีก ไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาเสียเลย”

 

ชญานันท์เถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ พลางทำหน้าบูดบึ้งราวกับใครเอาไม้มาแหย่ผึ้งให้แตกรัง ชนัญญาได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากทางที่แฝดผู้พี่ของตนนั่งอยู่ ก็รู้ได้ในทันทีว่าสาวหล่อหน้าตี๋คนรักของเธอมาถึงแล้ว จึงปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วรีบกลับมาที่โต๊ะอย่างรวดเร็ว

 

“มาแล้วเหรอคะวิน หิวไหม ทานอะไรมารึยังคะ”

 

หญิงสาวท่าทางอ่อนหวานผมสีน้ำตาลยาวเกือบถึงกลางหลังในชุดเดรสสั้นสีชมพูมีระบายเป็นชั้นที่ชายกระโปรง เอ่ยเสียงเจื้อยแจ้วดังนำมาก่อนตัว ทั้งสองคนที่กำลังทุ่มเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่นั้นหันมามองเจ้าของเสียงพร้อมกัน

 

“ญา ดูสิ วินมันว่านันท์เป็นหมา นันท์ไม่ยอมนะ”

 

แฝดผู้พี่รีบหันมาฟ้องทันทีว่า คนรักของน้องสาวมาว่าเธอเสียๆ หายๆ ฝ่ายกวินทร์ได้ยินดังนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปกอดเอวสาวคนรักพลางรีบปฏิเสธเสียงแข็ง ก่อนจะเอ่ยคำหวานเพื่อออดอ้อน จนชญานันท์รู้สึกเลี่ยนกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักปานจะกลืนกินนั้นเกินจะทนรับไหว

 

“ไม่จริงนะญา วินยังไม่ได้พูดว่านันท์เป็นหมาเลยสักคำ เขาคิดเองเออเองอยู่คนเดียวแล้วก็มาหาเรื่องวิน อย่าไปเชื่อนะครับ อ้อ แล้วก็วินมาช้าไปหน่อย ขอโทษนะครับ รู้ไหมตอนที่อยู่บนรถ วินน่ะเป็นห่วงญาแทบแย่ กลัวไปต่างๆ นานาว่าจะมีใครมาหลอกพาที่รักของวินไปทำมิดีมิร้ายตอนที่วินยังไปไม่ถึงรึเปล่า ญาไม่เป็นไรใช่ไหมครับ มีใครมากวนใจหรือเปล่า”

 

“โธ่ไม่มีหรอกค่ะวิน นันท์ก็อยู่ตรงนี้ทั้งคน ไม่มีใครทำอะไรญาหรอก อย่าคิดมากสิคะ”

 

ชนัญญาเอ่ยกับคนรัก พลางทำท่าหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานประหนึ่งว่าอยู่ในโลกส่วนตัวกันเพียงแค่สองคนอย่างไรอย่างนั้น ชญานันท์ทำหน้าเซ็งที่แฝดผู้น้องทำราวกับว่าเธอไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้นเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่เป็นฝ่ายชวนเธอออกมาเองแท้ๆ คิดแล้วก็แอบน้อยใจอยู่ลึกๆ

 

“โทษนะที่ขัดจังหวะ แต่ฉันเริ่มหิวแล้วก็ใกล้จะได้เวลาฉายหนังแล้วด้วย ถ้าพวกเธอสองคนอยากจะสวีทกันต่อก็ตามใจนะ ฉันขอตัวก่อนล่ะ”

 

หญิงสาวฝาแฝดคนพี่พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด พลางลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ เดินจ้ำอ้าวออกไปทางนอกร้านราวกับไม่สนใจว่าอีกสองคนที่อยู่ข้างหลังจะตามมาหรือไม่ ส่วนชนัญญาพอเห็นพี่สาวเดินออกไปจากร้านด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียดอย่างนั้น ก็รู้สึกอ่อนใจ ไม่รู้ว่าทำไมทุกครั้งที่แฝดผู้พี่กับแฟนสาวหล่อของเธอมาเจอกัน จะต้องหาเรื่องมาเถียงกันได้ตลอด ทั้งที่ความจริงแล้วทั้งคู่รู้จักกันมาก่อนที่จะเจอกับเธอเสียอีก

 

ชญานันท์เดินออกมาจากร้าน พลางนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่พวกเธอยังเรียนอยู่ชั้นปีที่สอง ในตอนนั้น เธอบังเอิญได้รู้จักกับกวินทร์ผ่านกิจกรรมรับน้องของชมรมค่ายอาสา ทั้งคู่ยังคุยกันแบบญาติดีอยู่ จนกระทั่ง วันที่สมาชิกในชมรมได้จัดกิจกรรมไปช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในชุมชนแห่งหนึ่งทางภาคอีสาน แต่วันนั้นเกิดป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่กระทันหัน จึงขอร้องให้แฝดผู้น้องไปร่วมกิจกรรมนี้แทน จึงทำให้มีโอกาสได้รู้จักกับกวินทร์

 

 หลังจากกลับมาจากค่ายอาสา สาวหล่อหน้าตี๋พยายามตามจีบน้องสาวของเธอมาตลอด แม้ว่าเขากับเธอสองคนจะเรียนคนละคณะกัน แต่เขายังอุตส่าห์พยายามหาโอกาสเข้ามาทำความรู้จักแบบใกล้ชิด ด้วยการเลือกลงวิชาเรียนของคณะมนุษยศาสตร์ซึ่งเป็นคณะที่ทั้งคู่เรียนอยู่

 

ตั้งแต่วันที่ชญานันท์รู้ว่ากวินทร์ตั้งใจจะเข้ามาจีบชนัญญา เธอก็รีบกันท่าอย่างเต็มที่ เพราะเคยได้ยินฉายาคาสโนวาของเขาที่เปลี่ยนสาวคู่ควงแต่ละวันไม่เคยซ้ำกัน ก็กลัวว่าสาวหล่อจะเพียงแค่มาทำเล่นๆ กับน้องสาวของเธอ ประกอบกับความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาในใจ เธอไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกนั้นหมายความว่าอย่างไร ที่เธอรู้ก็คือพอเห็นสาวหล่อหน้าตี๋มาคอยเอาอกเอาใจน้องสาวฝาแฝดผู้แสนน่ารักของเธอ ก็จะเกิดอาการหมั่นไส้จนทำให้ต้องมีปากเสียงกันเป็นประจำ

 

เมื่อได้รู้ว่ากวินทร์และชนัญญาตกลงคบหาเป็นแฟนกันแล้ว เธอยิ่งรู้สึกเหมือนกับว่าสาวหล่อหน้าตี๋กำลังเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับน้องสาว และแย่งเอาความสนใจจากชนัญญาไปจนหมดสิ้น

 

ชนัญญาวิ่งตามแฝดผู้พี่ออกมาจากร้าน พลางคว้าข้อมือของคนที่กำลังเดินก้มหน้างุดๆ ไม่มองทางอยู่นั้นให้หยุดเดินและหันกลับมาหาตน พลางเอ่ยอย่างสำนึกผิด

 

“นันท์ ญาขอโทษนะ ทั้งที่ญาชวนนันท์ออกมาด้วยเองแท้ๆ อย่างอนเลยนะ”

 

“ตามมาทำไมล่ะ แฟนเธอมาแล้วก็ไปกับเขาสิ แค่ชวนนันท์ออกมาเพราะกลัวจะต้องนั่งรออยู่คนเดียวไม่ใช่เหรอไง จะไปไหนก็ไปเถอะ ไม่ต้องมาห่วงกันหรอก นันท์อยู่คนเดียวได้”

 

ชญานันท์ตัดพ้อต่อว่าน้องสาวด้วยใบหน้าที่บูดบึ้งบ่งบอกถึงอารมณ์หงุดหงิดที่กำลังคุกรุ่นพร้อมจะระเบิดออกมาได้อยู่ทุกเมื่อ คำพูดของพี่สาวทำให้ชนัญญาหน้าเสีย ถึงแม้ว่าสิ่งที่ได้ฟังนั้นจะตรงกับความรู้สึกของเธอจนไม่อาจปฏิเสธได้ แต่ก็รู้ดีว่าคนพูดคงจะรู้สึกดีขึ้นกว่านี้หากได้รับคำตอบที่เป็นอย่างอื่นแทน

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย ที่ญาชวนนันท์ออกมาด้วย ก็เพราะกลัวว่านันท์จะต้องอยู่บ้านคนเดียวต่างหากล่ะ เลิกงอนเถอะนะ อุตส่าห์ออกมาเที่ยวทั้งที ทำหน้าบูดแบบนี้ก็หมดสวยกันพอดีสิคะ นันท์หิวแล้วใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวเรารีบไปหาอะไรกินกันเถอะ”

 

“ญาจ๋า ทำไมวิ่งมาไม่รอวินเลยล่ะ อ้าว แล้วเธอเป็นอะไรล่ะนันท์ ทำหน้าบูดเป็นตูดลิงเชียว”

 

กวินทร์ที่วิ่งตามมาทีหลังเอ่ยขึ้นอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวว่าใครกำลังจะโมโหจนปรอทวัดความดันแทบแตกอยู่แล้ว

 

“เรื่องของฉัน นายไม่ยุ่งสักเรื่องได้มะ”

 

ชญานันท์หันไปตะคอกเสียงใส่แฟนสาวหล่อของแฝดผู้น้อง แต่กวินทร์ยังคงรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งยั่วโมโหอีกฝ่าย ปกติแล้วเขาไม่ชอบทำให้ผู้หญิงโกรธ จะมีก็แต่ชญานันท์คนเดียวนี่แหละ ที่เขาชอบที่จะต่อปากต่อคำด้วย ทั้งที่รู้ดีว่าเธอไม่ค่อยชอบหน้าเขา

 

“อะไร แซวแค่นี้ก็ต้องโมโหด้วย เมนส์มาหรือไง เอ๊ะหรือว่าเมนส์ไม่มาเพราะเข้าวัยทองแล้วนะ”

 

“ไอ้วินบ้า นายว่าฉันอีกแล้วนะ”

 

“หยุดนะ ทั้งคู่เลย เลิกเถียงกันสักทีสิ วินก็เหมือนกัน เลิกแหย่นันท์ได้แล้ว รู้ว่าเขาไม่ชอบยังจะแกล้งอยู่ได้ นันท์จ๋าอย่าไปถือสาวินเค้าเลยนะ เราไปหาอะไรกินกันเถอะ ญาเริ่มหิวแล้วเหมือนกัน ไปค่ะวิน หนังจะเริ่มฉายแล้วเดี๋ยวกินไม่ทันนะคะ”

 

ชนัญญาโพล่งออกมาเสียงดัง ก่อนจะหันมาทำตาเขียวใส่แฟนสาวหล่อที่ได้แต่ทำหน้าเหลอหลาเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาเลย และหันไปพูดกับพี่สาวที่กำลังจ้องหน้าคู่กรณีด้วยสายตาวาวราวกับจะกินเลือดกินเนื้ออีกฝ่ายให้ได้อย่างไรอย่างนั้น หญิงสาวผมสีน้ำตาลก้าวมายืนขวางตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง พลางหันไปกอดแขนแฝดพี่ไว้ข้างหนึ่ง มืออีกข้างก็ยื่นไปกุมมือของกวินทร์เอาไว้ แล้วกึ่งลากกึ่งจูงพาทั้งคู่เดินไปทางร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆ กับโรงภาพยนตร์นั้นทันที

 

ติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้จ้า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

112 ความคิดเห็น

  1. #112 soraja (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 01:02
    ตอนนี้ตลกดีค่ะ 
    #112
    0
  2. #77 RuK YulSiC(รักยูลสิก) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 มีนาคม 2553 / 21:29
    ตามมาอ่านแล้วน่ะ

    สั้นไปหน่อยน่ะไรเตอร์

    หนุกอ่ะ  สู้  ๆ  \*0*/
    #77
    0