Orange Love . . . เผลอรักหมดใจนายหัวส้ม [yuri]

ตอนที่ 9 : คืนนี้ขอหอม (นะ. . .ที่รัก)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 630
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    30 พ.ย. 50

ตอนที่ 9 :

 

มาแล้วๆ ข้าวหน้าไข่ตุ๋นไก่ทอด สูตรพิเศษของเชฟแอมมี่มาเสิร์ฟแล้วค่ะ ฉันเอ่ยพร้อมกับยกชามข้าวสูตรเด็ดที่ลงมือทำเองออกมาจากครัว แล้ววางลงบนโต๊ะอาหาร โดยมีคุณชายแซลมอนนั่งประจำที่รออยู่ก่อนแล้ว

 

โอ้โห น่ากินจังเลยแอม ไม่คิดเลยนะเนี่ยว่าแฟนม่อนจะเป็นแม่บ้านแม่เรือน ทำกับข้าวเป็นกับเค้าด้วย เล่นใช้เสน่ห์ปลายจวักมัดใจกันแบบนี้ ม่อนก็หนีไปไหนไม่ได้แล้วล่ะสิ ใช่มั้ยจ๊ะที่รักเขาเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกทึ่งเมื่อเห็นอาหารในชามที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลายวางอยู่ตรงหน้า ก่อนจะหันมาหยอกล้อฉันเล่นด้วยการส่งสายตาหวานเชื่อมเป็นประกายปิ๊งๆ มาให้

 

ก็คงจะดีนะ ถ้าม่อนกินข้าวหน้าไข่ตุ๋นไก่ทอดแบบนี้ตลอด 365 วันได้น่ะ เพราะแอมทำเป็นอยู่อย่างเดียวเท่านั้นแหละ

 

ฉันเอ่ยยิ้มๆ พลางใช้ช้อนตักข้าวเข้าปาก มองดูเขาทำหน้าเบ้ เมื่อได้ฟังที่ฉันพูด ก่อนจะตักข้าวเข้าปากบ้าง ทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นคิ้วขมวด แถมยังทำท่าเหมือนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียอย่างนั้น ทำเอาฉันตกใจหน้าเสียเพราะคิดว่าอาหารที่ตัวเองลงมือทำนั้นรสชาติแย่มาก แต่เมื่อครู่นี้ก็ลองชิมดูแล้วนี่นา หรือว่าฉันเผลอทำขวดเกลือหกใส่ลงไปในชามของเขากันแน่นะ

 

เป็นอะไรคะม่อน มันไม่อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่ต้องฝืนกินก็ได้นะ เดี๋ยวแอมโทรสั่งพิซซ่ามาให้กินแทนก็ได้ ฉันกระวีกระวาดลุกขึ้นจากที่นั่งตัวเองแล้วเดินไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่เขานั่งอยู่ พลางรีบแย่งช้อนและชามมาจากเขา แต่เขากลับยื้อมันเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ก่อนจะส่งยิ้มแบบกวนๆ ทำท่ายักคิ้วหลิ่วตาให้ฉัน พร้อมกับเอ่ยขึ้น

 

ล้อเล่นน่า อร่อยมากตังหากเล่า ให้ม่อนกินแต่ข้าวหน้าไข่ตุ๋นไก่ทอดอย่างเดียวไปตลอดทุกวันเลยยังได้ แต่ถ้าจะให้ดีต้องมีเชฟคนสวยคนนี้เป็นของหวานหลังอาหารด้วยนะ ไม่พูดเปล่า เจ้าตัวยังยืนยันคำพูดของตัวเองด้วยการแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ส่งสายตาเหมือนหมาป่ากำลังจ้องจะตะครุบลูกแกะน้อยที่น่าสงสารเสียอีกด้วย

 

ทะลึ่ง! ”

 

ฉันต่อว่าเขากลับไปได้แค่นั้น ก่อนจะเดินกลับมานั่งลงที่เก้าอี้ของตัวเองตามเดิม พลางก้มหน้าก้มตาตักข้าวเข้าปาก ไม่ยอมเงยหน้าสบตาเขาอีกเลย คนอะไรก็ไม่รู้ ชอบพูดให้คนอื่นเขาเขินอยู่เรื่อย หลังจากอาหารมื้อนั้นผ่านพ้นไป ฉันจัดการล้างจานชามจนหมด แล้วจึงเดินไปเข้าในห้องนั่งเล่นซึ่งมีแซลม่อนนั่งดูโทรทัศน์อยู่บนโซฟาตัวยาวอยู่ก่อนแล้ว

 

ปกติพ่อแม่แอมกลับบ้านดึกอย่างนี้บ่อยรึเปล่าน่ะ เขาเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังเหนือโทรทัศน์ ก่อนจะหันมาเอ่ยถามฉันที่กำลังนั่งลงบนโซฟาตัวที่อยู่ถัดไปจากเขา ฉันจึงเงยหน้ามองนาฬิกาเรือนนั้นบ้าง ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ เมื่อเห็นว่าเข็มบนหน้าปัดบอกเวลาสามทุ่มครึ่งแล้ว

 

ไม่หรอก แค่นานๆ ทีน่ะ วันนี้เค้าไปงานเลี้ยงรุ่นสังสรรค์กับเพื่อนสมัยมหาลัย คงจะคุยเพลินจนติดลมล่ะมั้ง ว่าแต่ม่อนเถอะ กลับบ้านคนเดียวดึกๆ แบบนี้ มันอันตรายออกนะ ถึงจะเป็นทอมก็เถอะ แต่ยังไงก็เป็นผู้หญิงอยู่ดี ฉันตอบแล้วจึงเอ่ยบอกเขาอย่างเป็นห่วง แต่เขาก็ย้อนกลับมาด้วยประโยคที่ฉันไม่ทันคาดคิดมาก่อน

 

พูดแบบนี้ แสดงว่าเป็นห่วงม่อนล่ะสิ ถ้าห่วงม่อนจริงๆ ล่ะก็ คืนนี้ให้ม่อนค้างที่ห้องแอมซักคืนได้รึเปล่าล่ะ จะได้ไม่ต้องกลับบ้านคนเดียวดึกๆ ให้แอมเป็นห่วงไงพูดจบเขาก็ยิ้มให้ฉันอย่างล้อๆ แต่ฉันสิได้แต่เขินกับประโยคทีเล่นทีจริงของเขาแบบนั้นจนไม่รู้จะทำหน้ายังไงเลยทีเดียว

 

บะ. . .บ้าเหรอ คิดอะไรทะลึ่งๆ อยู่อีกล่ะสิ ไม่เอาหรอก อีกอย่างนะพ่อแม่แอมก็ไม่ค่อยชอบให้พาเพื่อนมาค้างที่บ้านด้วย เพราะฉะนั้นแอมว่า ม่อนรีบกลับบ้านตอนนี้เลยดีกว่า ยังไม่ถึงสี่ทุ่มคงพอมีรถเมล์วิ่งอยู่บ้างล่ะ เดี๋ยวดึกกว่านี้จะกลับลำบากนะ ฉันรีบยกเหตุผลขึ้นมาอ้าง ก่อนจะเอ่ยปากไล่เขากลับบ้าน แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ยอมทำตามที่ฉันพูดเลยสักนิด

 

ไม่เป็นไรหรอก บ้านม่อนก็ไม่ได้ไกลจากบ้านแอมเท่าไหร่ นั่งรถเมล์ไปไม่กี่ป้ายก็ถึง อีกอย่างม่อนก็เป็นห่วงแอมเหมือนกันเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่อยู่บ้านคนเดียวตอนดึกๆ แบบนี้ เกิดมีใครเข้ามาทำอะไรก็แย่น่ะสิ เอาเป็นว่าถ้าแอมไม่ให้ม่อนอยู่ค้างที่นี่ล่ะก็ ม่อนจะนั่งรอเป็นเพื่อนแอมจนกว่าพ่อกับแม่จะกลับมาก็แล้วกันนะ

 

เขาพูดแล้วหันหน้ากลับไปดูทีวีเหมือนเดิม ทิ้งให้ฉันได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ พลางถอนใจยาวกับความดื้อเอาแต่ใจของเขา แต่ก็อดดีใจไม่ได้ที่รับรู้ว่าเขายังเป็นห่วงฉันบ้างเหมือนกัน ระหว่างที่กำลังนั่งดูละครเพลินๆ อยู่นั้น เสียงโทรศัพท์บ้านของฉันก็ดังขึ้น ฉันจึงลุกขึ้นไปรับสาย พลางกรอกเสียงลงไป

 

สวัสดีค่ะ

 

แอมเหรอลูก นี่แม่เองนะจ๊ะ แม่ขอโทษทีที่ปล่อยให้แอมอยู่บ้านคนเดียว แล้วนี่กินข้าวเย็นแล้วหรือยัง. . . . .

 

คนที่โทรเข้ามาก็คือคุณแม่ของฉันนั่นเอง ท่านโทรมาเพื่อบอกว่าคุณพ่อของฉันมัวแต่ดื่มสังสรรค์กับเพื่อนมากไปหน่อย ก็เลยเมาขับรถกลับบ้านไม่ไหว คุณแม่เลยต้องเปิดห้องโรงแรมที่ไปงานเลี้ยงเพื่อให้คุณพ่อนอนพักที่นั่น และคิดว่าคืนนี้ท่านทั้งสองคงจะไม่กลับบ้าน ทั้งยังบอกให้ฉันไปชวนผิงมาค้างเป็นเพื่อน เพราะไม่อยากให้อยู่บ้านคนเดียว ก่อนจะวางสายไป ฉันจึงเดินกลับไปหาแซลม่อนที่ห้องนั่งเล่น พลางเอ่ยบอกเขา

 

เมื่อกี้คุณแม่ของแอมโทรมาบอกว่าคืนนี้เค้าจะไม่กลับบ้านเพราะคุณพ่อดื่มหนักไปหน่อย เลยไม่อยากขับรถกลับบ้านเพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุน่ะ คุณแม่เลยบอกให้แอมไปชวนผิงมาค้างด้วยกัน เอาเป็นว่าเดี๋ยวม่อนกลับเลยก็แล้วกันนะ นี่ก็ดึกมากแล้วด้วย หลังจากฉันพูดจบ นายตัวดีก็ยิ้มออกมา ก่อนจะดีดนิ้วดังเปาะ พลางเอ่ยขึ้น

 

โอ้ว. . .ว ช่างเป็นโอกาสที่เหมาะเจาะอะไรเช่นนี้หนอ ม่อนว่าม่อนตัดสินใจแล้วล่ะ ไหนๆ คืนนี้พ่อแม่แอมก็ไม่กลับบ้าน งั้นถ้าม่อนจะค้างที่นี่ก็คงไม่เป็นไรแล้วใช่มั้ย

 

เมื่อเขาพูดจบ ฉันก็ถึงกับอึ้งไป เออแฮะมันก็จริงอย่างที่เขาพูด แต่ถ้าเกิดพวกท่านเปลี่ยนใจกลับมาแล้วเห็นว่าคนที่มาค้างบ้านฉันไม่ใช่ผิง เพื่อนรักในวัยเด็ก แต่กลับเป็นแซลม่อน สาวหล่อหัวตั้งสีส้มแปร๊ดแบบนี้ ฉันจะอธิบายกับพวกท่านว่าอย่างไรล่ะ มีหวังได้รู้ความจริงกันหมดพอดี ไม่เอาดีกว่า

 

เอ่อ. . .ตะ . . . แต่ว่า. . .คุณแม่บอกว่าให้ชวนผิง ฉันพูดยังไม่ทันจบ เขาก็สวนขึ้นมา

 

ก็แม่แอมเค้าเป็นห่วงกลัวว่าแอมจะต้องอยู่บ้านคนเดียว ถึงได้ให้ชวนผิงใช่มั้ยล่ะ แต่นี่ม่อนอยู่ด้วยแล้วทั้งคนจะไปรบกวนผิงเค้าทำไมล่ะ นี่ก็ดึกแล้วด้วย รีบปิดทีวีแล้วเข้านอนกันดีกว่านะที่รัก มาเร็ว คัมมอน เบบี๋ ไม่พูดเปล่า นายตัวแสบยังรีบปิดโทรทัศน์ ปิดไฟในห้องนั่งเล่น แล้วกึ่งลากกึ่งจูงฉันที่ยังยืนเอ๋อทำอะไรไม่ถูกให้เดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนด้วยกัน

 

เมื่อเข้ามาในห้องนอนแล้ว ฉันได้แต่ยืนนิ่งมองแซลมอนที่ตามเข้ามาทีหลัง เขากดล็อกกลอนประตูดังกริ๊ก พร้อมๆ กับที่เสียงหัวใจของฉันเต้นแรงและถี่ขึ้นมาอย่างประหลาด บอกไม่ถูกเลยว่าอาการที่เกิดขึ้นนี้มาจากความตื่นเต้นหรือความกลัวกันแน่

 

มะ. . .ไม่ต้องล็อคประตูก็ได้มั้ง ฉันเอ่ยเสียงงึมงำอยู่ในลำคอ แต่เพราะในห้องเงียบมากจึงทำให้เขาได้ยินที่ฉันพูดอย่างชัดเจน

 

ต้องล็อคสิ เดี๋ยวเผื่อตอนที่เรากำลังสนุกกันอยู่ เกิดพ่อแม่แอมกลับมาพอดี จะได้มีเวลาทำลายหลักฐานได้ทันไง แซลมอนหันมายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะเอ่ยขึ้น แต่ฉันสิรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้าเลยจากคำพูดของเขา ไอ้คำว่ากำลังสนุกกันอยู่ของเขาเนี่ย มันน่ากลัวยังไงก็ไม่รู้ 

 

อย่าบอกนะว่าเรื่องสนุกที่ม่อนพูดหมายถึงเรื่องนั้นน่ะ ฉันถามเขาอย่างตรงไปตรงมา พลางถอยหลังไปเรื่อยๆ เมื่อเขาเขยิบก้าวเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้น

 

ใช่แล้วล่ะ เรื่องสนุกที่เหมาะจะทำในห้องนอนแบบนี้ ก็ต้องเป็นเรื่องนั้นอยู่แล้ว ม่อนรอโอกาสเหมาะๆ แบบนี้มานานแล้วล่ะ ถ้าแอมไม่เหนื่อยซะก่อน ขอม่อนสนุกถึงเช้าเลยละกันนะ

 

เขาพูดพร้อมกับแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ดวงตาวาวเหมือนเสือที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ เมื่อสบสายตาคมของเขาแบบนั้น ก็ทำเอาฉันสั่นไปหมดทั้งตัว พลางนึกในใจว่าเหตุการณ์นี้มันคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แล้วก็นึกขึ้นได้ว่ามันเหมือนกับเมื่อตอนที่ผิงมาค้างที่บ้านของฉันเมื่อครั้งล่าสุดนี่เอง ฉันหลับตาปี๋เมื่อเขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ ก่อนที่สองมือจะผลักเขาออกไปเต็มแรง เหมือนอย่างตอนที่ทำกับผิง แต่ว่ามันไม่เหมือนกันก็ตรงที่นายแซลมอนหลบทัน แถมยังรวบข้อมือทั้งสองข้างของฉันเอาไว้ด้วยมือข้างเดียวของเขาอีกด้วย

 

อย่ากลัวไปเลยนะแอม แค่คิดว่าเรากำลังจะมีความสุขด้วยกันดีกว่า

 

เสียงของเขาที่เอ่ยเหมือนกระซิบอยู่ข้างหู ทำเอาจิตใจฉันเต้นไม่เป็นระส่ำ เผลอเคลิ้มไปกับคำพูดนั้นดั่งต้องมนต์ ไม่เพียงแค่นั้นแต่เขายังผลักฉันล้มลงบนเตียง แล้วตามมาคร่อมร่างของฉันเอาไว้ก่อนที่เขาจะโน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกของเขาสัมผัสกับพวงแก้มของฉันอย่างแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดใบหน้าอยู่นั้น ทำเอาฉันรู้สึกปั่นป่วนในท้องขึ้นมาและเริ่มหายใจติดขัด ฉันได้แต่เบี่ยงหน้าไปมาหลบการกระทำของเขาอย่างขัดขืนไม่ได้หรือว่าใจฉันมันไม่อยากขัดขืนก็ไม่รู้ แต่แล้วเมื่อจมูกของเขาเลื่อนจากแก้มลงไปที่ซอกคอของฉัน และดูท่าว่าจะไม่ใช่แค่ใบหน้าเท่านั้น แต่มืออีกข้างของเขาที่ว่างอยู่ก็เริ่มลูบไล้อยู่แถวๆสะโพกของฉันแล้วด้วยเช่นกัน สัมผัสของเขาทำเอาร่างกายฉันสั่นเทิ้มไปหมดเหมือนควบคุมตัวเองไม่อยู่ไม่ได้การล่ะ ฉันต้องหยุดการกระทำของเขาเสียตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่อะไรๆ มันจะเลยเถิดมากเกินไป

 

ไม่ได้นะม่อน เรื่องแบบนี้มันเร็วเกินไป เราสองคนเพิ่งจะคบกันเองนะ แอมทำใจไม่ได้หรอก ฉันตัดสินใจโพล่งออกไปทั้งๆ ที่ยังหลับตาอยู่ แต่กลับได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ของคนที่อยู่ด้านบน ฉันลืมตาขึ้นพลางมองเขาด้วยความรู้สึกแปลกใจ เมื่อเสียงหัวเราะนั้นดังขึ้นเรื่อยๆ และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลย

 

หัวเราะอะไรของนายน่ะ ที่แอมพูดมันน่าขำมากนักหรือไง ถึงได้หัวเราะร่วนอย่างนั้นน่ะ ฉันพูดพลางทำคิ้วขมวด ไม่เข้าใจเลย ฉันพูดอะไรตลกตรงไหนกัน ตานั่นถึงได้หัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังแบบนี้

 

อุ๊บส์. . .ฮ่าฮ่าฮ่า เปล่าหรอก แต่ม่อนแค่รู้สึกว่าแกล้งแอมเนี่ยสนุกดีจังเลย ไม่คิดว่าจะกลัวม่อนขนาดตัวสั่นเป็นลูกนกแบบนี้เลยนะเนี่ย โถๆ คนดีม่อนไม่แกล้งแล้วก็ได้ครับ อย่าทำหน้าดุอย่างนั้นสิ ม่อนไม่ใช่ทอมที่ชอบใช้กำลังข่มเหงคนที่เค้าไม่เต็มใจหรอกนะ เพราะคนอย่างม่อนเนี่ย มีแต่จะทำให้เคลิ้มจนยอมตกเป็นของม่อนแบบยินยอมพร้อมใจมากกว่า . . . ว่าแต่ตอนนี้เริ่มเคลิ้มบ้างแล้วรึยังล่ะจ๊ะที่รัก

 

เขาพูดพลางขยิบตาให้ฉันทีหนึ่ง แต่ไม่วายแกล้งหยอกเย้าด้วยการหอมแก้มนุ่มนิ่มของฉันฟอดใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นนั่งเท้าคางมองดูฉันที่ได้แต่นอนอึ้งกับการกระทำและคำพูดของเขา คนอะไรช่างพูดได้ไม่อายปากจริงๆ แต่ดูจากเหตุการณ์เมื่อครู่แล้ว แสดงว่าเขาคงชำนาญในการทำให้สาวๆ เคลิ้มจนอดใจไม่ไหวถึงขั้นยอมมีอะไรด้วยง่ายๆ แน่เลย แบบนี้ถ้าฉันอยู่กับเขาสองต่อสองก็อันตรายน่ะสิ ถึงฉันจะชอบเขาก็เถอะ แต่ความชอบกับเรื่องแบบนั้นมันก็ไม่ได้เกี่ยวกันเสมอไปนี่นา เอ๊ะ. . .หรือว่ามันเกี่ยวกันนะ

 

บ้าน่ะ . . . แอมไม่เคลิ้มง่ายๆ หรอก แล้วอีกอย่างม่อนบอกว่าจะไม่ทำอะไรคนที่ไม่เต็มใจใช่ไหม งั้นคืนนี้ก็รักษาคำพูดของตัวเองให้ดีแล้วกัน ไม่อย่างนั้นแอมจะไล่ม่อนไปนอนนอกบ้านเลยคอยดูนะ ฉันลุกขึ้นนั่งบ้าง ก่อนจะกล่าวคาดโทษเขาไว้ด้วยน้ำเสียงดุๆ พลางลงจากเตียงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าเช็ดตัวกับชุดนอนที่ตัวใหญ่ที่สุดของฉันออกมายื่นให้เขา

 

ไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวแอมจะได้อาบบ้าง นี่ก็ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้เรายังต้องไปเรียนอีกวันนึงนะ ไม่ใช่วันหยุดซะหน่อย ลืมไปรึเปล่า ฉันรีบไล่เขาไปอาบน้ำ  แต่นายตัวดียังไม่วายหันมาเอ่ยถามอย่างออดอ้อน

 

อ้าวแล้วทำไมไม่อาบพร้อมกันเลยล่ะ มามะ เดี๋ยวม่อนช่วยถูหลังให้ก็ได้

 

ไม่ต้องเลย ทำสายตาแบบนั้นรู้นะว่าคิดอะไรอยู่ แอมไม่หลงกลหมาป่าเจ้าเล่ห์อย่างม่อนหรอกน่า รีบไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลยไป๊!”

 

ฉันเอ่ยขึ้นพลางดันหลังเขาให้เดินไปทางหน้าห้องน้ำ แต่นายตัวดีกลับบ่นพึมพำออกมาเบาๆ ประมาณว่าเสียดายที่ถูกรู้ทัน แหมเล่นพูดมาแบบนี้ ใครไม่รู้ก็บ้าแล้ว กว่าแซลม่อนจะยอมเดินเข้าห้องน้ำไปแต่โดยดีได้ ก็ทำท่าอิดออดอยู่เป็นนานสองนาน ระหว่างนั้นฉันก็หอบเอาเจ้าตุ๊กตาที่นอนอยู่บนเตียงไปกองรวมกันบนโซฟาเหมือนเมื่อครั้งที่ผิงมาค้างที่ห้อง และไม่ลืมที่จะเอาหมอนข้างมากั้นกลางเพื่อแบ่งอาณาเขตของฉันกับเขา ถึงแม้เขาจะให้สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรถ้าฉันไม่เต็มใจ แต่ฉันก็ยังไม่วางใจเสียทีเดียวหรอก อีกอย่างคงเป็นเพราะฉันไม่ไว้ใจตัวเองด้วยเหมือนกัน ยิ่งเคลิ้มไปกับคำพูดของเขาง่ายๆอยู่ด้วย

 

หลังจากเขาอาบน้ำเสร็จแล้วก็ถึงตาฉันเป็นฝ่ายอาบน้ำบ้าง ฉันก็ว่าฉันอาบไม่นานหรอกนะ แต่พอเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นว่านายตัวดี นอนแผ่หลาหลับตาส่งเสียงกรนเบาๆ อยู่บนเตียงฉันไปเสียแล้ว แถมยังเอาหมอนข้างที่วางกั้นกลางไว้ไปพาดขาด้วยอีกต่างหาก คนอะไรกินง่ายหลับง่ายเหมือนเด็กชะมัด แต่ดูเหมือนว่าเขาจะหลับสนิทไปแล้ว คงจะไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง  ฉันคิดในใจ ก่อนจะเดินไปปิดไฟที่ผนังห้องแล้วกลับมานอนบนเตียงที่ถูกคนตัวสูงจับจองพื้นที่ไปกว่าครึ่งแล้ว

 

เสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งเอาไว้ดังขึ้นในตอนเช้า ฉันเอื้อมมือจะไปกดปุ่มปิดเสียงด้วยความเคยชิน แต่กลับเอื้อมไม่ถึงจึงลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ก็เห็นใบหน้าหล่อใสเจ้าของเส้นผมสีส้มที่เริ่มยาวขึ้นกว่าเดิมมากแล้วนอนหลับตาพริ้มอยู่ ขนตาที่ยาวงอนงามอย่างผู้หญิงทำให้ใบหน้าของเขาดูอ่อนโยนมากทีเดียวในยามหลับแบบนี้ ฉันไล่สายตามองเรื่อยลงมายังริมฝีปากของเขา พลันเห็นว่าตรงมุมปากยกขึ้นน้อยๆ เอ๊ะ นั่นกำลังยิ้มอยู่ด้วย กำลังฝันถึงอะไรดีๆ อยู่แน่เลย ขณะที่ฉันกำลังนอนจ้องหน้าของแซลม่อนเพลินๆ จู่ๆ เจ้าของแพขนตายาวนั้นก็ลืมตาขึ้นมาทันที จนฉันแกล้งหลับตาไม่ทัน ได้แต่ส่งยิ้มแบบเขินๆ ไปให้เขา

 

เอ่อ. . .ตื่นแล้วเหรอคะ

 

ก็ตื่นมานานพอที่จะรู้ว่าแอมแอบมองตอนม่อนหลับแล้วก็ทำท่าเหมือนอยากจะจูบอรุณสวัสดิ์ด้วยล่ะ นายตัวดียิ้ม พลางยื่นหน้ามาจุมพิตที่เรียวปากของฉันเบาๆ ทำเอาหัวใจของฉันเต้นแรงขึ้นมาทันที ก่อนที่เขาจะรีบชิ่งหนีลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไปก่อน ทิ้งให้ฉันนอนนิ่งเพราะเผลอเคลิ้มไปกับจุมพิตแผ่วเบานั้นอีกพักใหญ่

 

ไม่นานนักหลังจากที่เราสองคนจัดการกับอาหารมือเช้าอย่างขนมปังแซนด์วิชทูน่าเสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาออกจากบ้านเพื่อไปโรงเรียน ขณะที่กำลังจะก้าวออกจากประตูบ้าน ก็ได้ยินเสียงของคนคุยกันดังมาจากรั้วบ้านข้างๆซึ่งเป็นบ้านของผิง ฉันมัวแต่ไขกุญแจปิดประตูบ้าน จึงได้ยินเสียงของแซลม่อนที่เอ่ยทักทายขึ้นก่อน

 

อรุณสวัสดิ์คร้าบคุณผิงคนสวย เอ๋. . .แล้วข้างหลังนั่น พี่ฟ้านี่นา พี่ฟ้ามาทำอะไรบ้านผิงแต่เช้าเชียว หรือว่าเมื่อคืนค้างด้วยกันล่ะเนี่ย คำพูดแซวเล่นของแซลม่อน ทำให้ฉันรีบหันขวับไปมองอย่างแปลกใจ แล้วก็เห็นว่าทั้งผิงและพี่ฟ้ามองหน้ากันอย่างเลิกลั่ก เหมือนไม่คาดคิดว่าจะเจอกับนายตัวดีพร้อมกับคำถามกวนประสาทแต่เช้าแบบนี้

 

อะ. . .อืม. . .แล้วนายล่ะ วันนี้มารับแอมแต่เช้าเชียว คงไม่ใช่ว่ามาค้างบ้านแอมหรอกใช่มั้ย เสียงของผิงที่เอ่ยขึ้นอย่างอึกอักเล็กน้อย ทำให้ฉันยิ่งแปลกใจเข้าไปใหญ่ที่เธอไม่ได้ปฏิเสธ แต่กลับเป็นฝ่ายย้อนถามเสียเอง

 

ถูกต้องแล้วคร้าบ เมื่อคืนม่อนค้างที่ห้องแอม แล้วก็นอนดึกไปหน่อย ดูสิขอบตาดำเหมือนหมีแพนด้าเลย แซลม่อนตอบคำถามนั้น พลางหันมายิ้มล้อๆ ให้ฉัน แต่ผิงกลับทำตาโตราวกับตกใจมาก หันขวับมาทางฉัน ก่อนจะเอ่ยถามอย่างกับจะเค้นเอาความจริงให้ได้

 

จริงเหรอแอม เมื่อคืนให้นายนี่มาค้างจริงเหรอ แล้ว. . .กับเค้าด้วยเหรอ ไม่จริงใช่มั้ยแอม บอกผิงมาสิฉันรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที ว่าให้แซลม่อนมาค้างที่บ้านจริง แต่ไม่ใช่อย่างที่ผิงเข้าใจ ตอนแรกดูเหมือนผิงทำท่าว่าจะไม่เชื่อ แต่เมื่อเห็นสายตาจริงจังของฉันก็พยักหน้าหงึกๆ อย่างเข้าใจ แต่แล้วพี่ฟ้าก็พูดแทรกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

 

แอมเค้าจะทำอะไรกับม่อนก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับผิงเลยนี่นา คนเป็นแฟนกันก็ต้องมีเรื่องอย่างว่าเป็นธรรมดาจริงมั้ย นี่ก็จะสายแล้วนะ พี่ว่าเรารีบไปโรงเรียนกันดีกว่า เดินไปคุยไปก็ได้เนอะ  พูดจบพี่ฟ้าก็เดินเข้ามาคล้องแขนผิง แล้วพาเดินไปด้วยกัน โดยที่ผิงได้แต่หันไปมองพี่ฟ้าอย่างงงๆ สลับกับหันมามองฉันที่ยืนอึ้งอยู่กับการกระทำและคำพูดของพี่ฟ้า

 

เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าพี่ฟ้าแอบมากิ๊กกับผิง ถ้าพี่เอรู้เข้ามีหวังอาละวาดโรงยิมแตกแน่เลย

 

หลังจากพี่ฟ้าพาผิงเดินห่างจากเราสองคนไปสักหนึ่งช่วงเสาไฟฟ้าแล้ว แซลม่อนจึงได้หันมาเปรยกับฉันที่ฟังแล้วทั้งงุนงงระคนตกใจไปพร้อมๆ กันที่ได้รู้ว่า ข่าวลือที่ว่าพี่ฟ้าเป็นแฟนอยู่กับพี่เอเป็นเรื่องจริง แถมตอนนี้พี่ฟ้ายังแอบมาควงผิงอีกด้วย ว่าแต่ผิงรู้รึเปล่านะว่าพี่ฟ้ามีแฟนอยู่แล้วน่ะ ฉันได้แต่คิดในใจและนึกเป็นห่วงเพื่อนรักขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก หวังว่าคงไม่มีเรื่องอะไรร้ายแรงหรอกนะ

....................................................................................................................................................................................................

LovePenguin Talks .....

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกๆ คน ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงนะคะที่แอบเบี้ยวไม่ได้ลงตอนต่อของรักปลอมๆ ตอนพิเศษอันกับแก้ว ให้อ่านเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยังไงอ่านนายหัวส้มไปพลางๆ ก่อนแล้วกันนะคะ พอดีว่างานมันเยอะน่ะ หัวก็เลยไม่แล่น แต่งนิยายไม่ออก แต่เอาเป็นว่าสัปดาห์ต่อไปจะพยายามมาลงให้ได้ละกันนะคะ อย่าลืมติดตามกันด้วยล่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน+เม้นท์ให้ด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

101 ความคิดเห็น

  1. #98 c.k.mint@hotmail.com (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2553 / 13:00
    จะอัพอีกมั้ยคะ หนุกดี
    #98
    0
  2. #93 nuch the fully (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2553 / 08:43
    จะอัพอีป่ะอ่ะ

    หนุกน่ะ
    #93
    0
  3. #90 ออย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มกราคม 2552 / 16:05
    ติดตามอ่านอยู่นะค่ะ

    เขียนหนุกดีค่ะ

    ออย
    #90
    0