Orange Love . . . เผลอรักหมดใจนายหัวส้ม [yuri]

ตอนที่ 8 : ไม่ถือสา แต่ว่ารู้สึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 พ.ย. 50




ตอนที่ 8 :

 

ส่งแค่ตรงปากซอยนี้ก็พอค่ะพี่มน ข้างในซอยมันกลับรถยาก เดินอีกนิดเดียวก็จะถึงบ้านแอมแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง ฉันเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกไม่ไกลนักก็จะถึงบ้านของฉันแล้ว ก่อนจะหันไปขอบคุณพี่เขาอย่างเกรงใจที่ต้องให้ขับรถมาส่ง ทั้งที่บอกแล้วว่าฉันกลับเองได้ แต่ไม่ว่ายังไงพี่มนก็ยืนกรานว่าจะขับรถมาส่งอยู่ดี

 

แต่ในซอยมันมืดแล้วนะ น้องแอมเป็นผู้หญิงเดินเข้าไปในซอยแบบนั้นอันตรายจะตาย ให้พี่ไปส่งดีกว่า เอาอย่างนี้เดี๋ยวพี่จอดรถไว้ตรงหน้าซอยแล้วเดินเข้าไปเป็นเพื่อนดีกว่านะ แม้จะบอกไปอย่างนั้น แต่พี่มนก็ไม่ยอมทำตามที่ฉันบอกอยู่ดี ก่อนที่เขาจะเลื่อนรถไปจอดชิดริมฟุตบาทตรงหน้าปากซอยทางเข้าบ้านฉัน แล้วเดินลงมาเปิดประตูรถให้ฉัน พลางช่วยประคองฉันที่ยังคงมึนศีรษะอยู่เล็กน้อยลงมาจากรถ แล้วจึงพาเดินเข้าไปในซอยด้วยกัน

 

 ฉันแกล้งทำเป็นลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องพยาบาล แล้วจึงชวนพี่มนคุยเรื่องสัพเพเหระไปตลอดทางเดินเข้าบ้าน ซึ่งก็ดูเหมือนว่าพี่เขาจะเข้าใจความคิดของฉัน จึงได้ไม่พูดหรือแสดงท่าทางอย่างนั้นออกมาอีก ฉันเดินคุยกับพี่มนมาเรื่อยๆ จนไม่ทันสังเกตว่าที่หน้าบ้านมีใครยืนอยู่ กลับเป็นพี่มนเสียอีกที่เห็นก่อน เขาเอ่ยเรียกชื่อใครบางคนที่ฉันคุ้นหู และเมื่อฉันมองตามไปเบื้องหน้า สายตาก็ไปสะดุดกับร่างของใครบางคนเข้า ด้วยทรงผมสั้นสีส้มที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวนั้น ทำให้รับรู้ได้ทันทีว่าเป็นใคร

 

อ้าวม่อน มืดค่ำป่านนี้แล้วมายืนทำอะไรหน้าบ้านคนอื่นเค้าเนี่ย

 

ม่อนน่าจะเป็นฝ่ายถามพี่มากกว่านะ ว่าพาแฟนคนอื่นไปไหนมาถึงได้กลับเอาค่ำมืดขนาดนี้

 

เขาย้อนถามพี่มนกลับด้วยสายตาที่ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย  ทั้งที่ปกติแล้วในบรรดาเพื่อนๆ และพี่ๆ ในชมรมบาส คนที่แซลมอนสนิทด้วยมากที่สุดก็คือพี่มน คนที่ช่วยสอนเขาเล่นบาสตั้งแต่ตอนแรก แล้วทำไมวันนี้สายตาที่เขามองมายังคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉัน กลับแลดูขวางๆ ชอบกล

 

อ้าวแล้วนายหายหัวไปไหนมาล่ะ ถึงได้ปล่อยแฟนตัวเองกลับบ้านคนเดียว ดูแลไม่ดีแบบนี้ถ้าเกิดมีใครคว้าเอาไป แล้วจะหาว่าพี่ไม่เตือนไม่ได้นะ

 

เช่นเดียวกันกับพี่มนที่ตอกกลับเขาไป ด้วยใบหน้ายิ้มแบบกวนๆ นิดหน่อย ส่วนแซลมอนนั้นจ้องหน้าพี่มนแวบหนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าไปทางด้านข้างอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นักจากคำพูดประโยคนั้น ฉันได้แต่มองหน้าคนสองคนสลับกันไปมา รับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่อึมครึมระหว่างคนทั้งสองขึ้นมาทันที ถ้าปล่อยไว้อาจจะมีเรื่องมีราวกันก็ได้ ฉันจึงตัดสินใจห้ามทัพด้วยการเอ่ยลาพี่มนอีกครั้ง

 

เอ่อ พี่มนคะ แอมว่าพี่รีบกลับก่อนดีกว่าค่ะ อ้อ. . .แล้วก็ขอบคุณมากๆ นะคะที่ต้องรบกวนให้มาส่ง เจอกันที่โรงเรียนพรุ่งนี้นะคะ ฉันกล่าวพลางค้อมหัวให้พี่เขานิดนึง แล้วยกมือขึ้นโบกไหวๆ แทนคำลา ก่อนจะคว้าแขนนายตัวดีที่เอาแต่ทำหน้าเซ็งบูดบึ้งพาลากเข้าไปในบ้านด้วยกัน

 

โชคดีที่วันนี้คุณพ่อคุณแม่ของฉันยังไม่กลับจากข้างนอก ก็เลยพาแซลมอนเข้ามาในห้องนอนได้ เพราะโดยปกติแล้ว หากไม่ใช่เพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กอย่างผิง คุณพ่อคุณแม่ของฉันก็ไม่ค่อยอยากให้พาขึ้นมาถึงที่ห้องนอนสักเท่าไหร่ แม้จะไม่รู้เหตุผลว่าเพราะอะไร แต่ฉันก็รู้สึกชินเสียแล้ว

 

เมื่อเข้ามาถึงในห้องนอน แซลมอนก็สะบัดมือฉันออก ก่อนจะเดินไปนั่งลงที่ปลายเตียงอย่างกระแทก แรงสั่นสะเทือนจากน้ำหนักตัวของเขาทำให้ตุ๊กตาตัวหนึ่งตกลงมาจากที่นอนแล้วนอนแอ้งแม้งอยู่กับพื้น ฉันตกใจรีบก้าวพรวดไปคว้าเจ้าตุ๊กตาหมีหน้าตามอมแมมเล็กน้อยขึ้นมาปัดฝุ่นผงออก แล้วยกมันขึ้นมากอดไว้แนบอก เอ่ยขึ้น พลางลูบหัวมันเบาๆ อย่างปลอบใจ

 

ฮึ้ย. . .ม่อนอะ  ทำไมนั่งแรงจังดูสิ มูมู่กลิ้งลงมาที่พื้นเลย โอ๋ๆ เจ็บมากมั้ยจ๊ะ

 

จากหน้าที่บูดบึ้งอยู่เมื่อครู่ ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มก่อนที่เจ้าของทรงผมสั้นสีส้มนั้นจะระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดัง

 

หึหึ. . .ฮะฮะ. . .ฮ่าฮ่าฮ่าๆๆๆๆๆ นี่แอม เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าคุยกับตุ๊กตาได้ด้วย ฮ่าฮ่า แฟนม่อนนี่ติงต๊องจังเลย ชื่ออะไรนะ มูมู่เหรอ ตลกจัง

 

นี่อย่ามาหัวเราะนะ ว่าแต่มารอแอมที่หน้าบ้านทำไม ไม่ต้องไปดูแลแฟนเก่าคนนั้นแล้วเหรอฉันกระชากเสียงดุใส่ ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยอารมณ์ประชดประชันเล็กน้อยอย่างลืมตัว แต่กลับทำให้เสียงหัวเราะเมื่อครู่หยุดกึกลงทันที เขาหันมาหาฉันพลางทำหน้าตกใจ โพล่งออกมา

 

แอมรู้แล้วเหรอ?

 

ฉันสะอึกไปเล็กน้อยกับคำพูดของเขา . . .รู้แล้ว. . .แสดงว่าเขาตั้งใจปิดบังเรื่องนี้กับฉันอย่างที่แพมบอกจริงๆ หรือนี่ ทั้งที่ฉันอุตส่าห์คิดเข้าข้างนายว่าผู้หญิงคนนั้นคงเป็นแค่เพื่อนเก่าแท้ๆ เลยนะม่อน แต่เพราะประโยคเมื่อกี้ เล่นเอาความเชื่อใจของฉันพังครืนลงมาทันที ฉันได้แต่อึ้ง นิ่ง และอึ้ง ขยับปากจะพูดแต่ก็ไม่มีเสียงหลุดออกไปจากลำคอเลย รู้สึกเหมือนลำคอตีบตันไปหมด กว่าจะเค้นเสียงออกมาได้ว่ายากแล้ว แต่การต้องสะกดกลั้นอารมณ์ตัวเองไม่ให้น้ำตาไหลออกมานั้นยากยิ่งกว่า

 

อะ. . .อืม ใช่ เพิ่งรู้วันนี้เอง ถ้าแพมไม่เล่าให้ฟังก็คงไม่มีทางรู้เรื่องนี้หรอก เพราะม่อนไม่เคยบอกอะไรแอมเลยสักนิดเดียว

 

ฉันพูดออกไปอย่างน้อยใจ แต่เขากลับลุกพรวดขึ้นมายืนตรงหน้าฉัน คงเพราะลืมตัว สองมือของเขาถึงได้บีบต้นแขนฉันแรงมากจนรู้สึกเจ็บ ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงอันดัง พลางจ้องหน้าฉันด้วยสายตาที่น่ากลัวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

แพมเป็นคนบอกงั้นเหรอ แล้วเค้าพูดอะไรอีกรึเปล่า บอกม่อนมาสิแพมบอกอะไรกับแอมบ้าง

 

ปล่อยนะม่อน แอมเจ็บ ฉันพยายามแกะมือของเขาออก แต่ก็ทำได้ไม่ถนัดเพราะมือข้างหนึ่งยังคงถือเจ้ามูมู่ไว้ จากนั้นจึงขึ้นเสียงใส่เขากลับไปบ้าง

 

แพมไม่ได้บอกอะไรมากหรอก เค้าก็แค่พูดว่าม่อนถูกผู้หญิงคนนั้นหักอก ก็เลยลาออกจากโรงเรียนเก่าแล้วมาสอบเข้าเรียนต่อที่นี่แทน ทีนี้จะปล่อยแอมได้รึยัง!!! ”

 

ม่อนขอโทษ. . .ม่อนลืมตัวไปหน่อย เจ็บมากรึเปล่า

 

เหมือนเขาเพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่จึงรีบปล่อยมือออก พลางมองสำรวจต้นแขนทั้งสองข้างของฉันที่แดงขึ้นมาเป็นรอยนิ้วมืออย่างเห็นได้ชัด เขาลูบที่รอยนั้นอย่างเบามือ ฉันส่ายหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ เขาก้มหัวให้ฉันทีนึงอย่างสำนึกผิด แล้วจึงจูงมือฉันพาไปนั่งลงบนเตียง ส่วนตัวเขานั่งลงเคียงข้าง ก่อนจะพูดต่อ

 

ม่อนขอโทษนะที่ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้แอมฟัง แต่เพราะม่อนคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรก็เลยไม่ได้เล่า ใช่ อย่างที่แพมบอก แก้มเคยเป็นแฟนเก่าของม่อนตอนอยู่ที่โรงเรียนเดิมก็จริง  แต่ว่าตอนนี้เค้าก็เป็นแค่อดีตไปแล้ว คนที่เป็นปัจจุบันและอนาคตของม่อนมีแต่แอมคนเดียวเท่านั้นนะ เขาเว้นช่วงเล็กน้อย พลางมองสบสายตาฉันเพื่อยืนยันคำพูดประโยคนั้นของเขา ฉันสบตาเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาหรุบต่ำมองลงไปยังมือของตัวเองบนหน้าตักที่ถูกมือใหญ่ของเขากุมเอาไว้

 

 เมื่อเช้าที่แก้มเค้ามาหา ตั้งแต่แรกแอมก็คงเห็นอยู่แล้วว่าม่อนไม่ได้สนใจ แถมยังไล่ตะเพิดเขากลับไปด้วย แต่พอเห็นเขาล้มลงไปต่อหน้าต่อตาแล้วแอมจะให้ม่อนทำยังไงล่ะ จะให้ปล่อยเค้าทิ้งไว้ตรงนั้นแล้วเดินเข้ามากับแอมน่ะ ม่อนทำไม่ได้หรอกนะ

 

สายตาที่ทอดมองมาด้วยความรู้สึกผิดทำให้ฉันโกรธเขาไม่ลง แต่ก็ไม่กล้าสบตาเขาเพราะกลัวว่าเขาจะเห็นน้ำตาที่รื้นขึ้นมาเอ่อคลอตรงขอบตาด้วยความน้อยใจ

 

ใช่สิ คนเคยรักกันมาก่อน จู่ๆ เป็นลมล้มพับไปอย่างนั้นเป็นใครก็คงจะตกใจ ม่อนเลยเผลอปล่อยแฟนใหม่ยืนเอ๋อเป็นอนุเสาวรีย์อยู่หน้าประตูโรงเรียนให้คนที่เค้าเดินผ่านไปผ่านมาหัวเราะเยาะงั้นสินะ

 

ฉันโพล่งออกมาอย่างที่คิด แอบได้ยินเสียงเขาถอนหายใจยาว มือของเขาที่กุมเอาไว้คลายออก แล้วจึงสังเกตเห็นเขาทำหน้าเหมือนไม่พอใจเล็กน้อยที่ถูกฉันต่อว่าแบบนั้น ฉันเองก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกันที่พูดออกไป จึงเงยหน้าขึ้นเพื่อซ่อนน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลลงมา แล้วแสร้งทำเป็นหัวเราะขึ้นมาเบาๆ ทำให้แซลมอนหันมามองฉันด้วยความงุนงง

 

ฮิฮิฮิ ดูทำหน้าเข้าสิ เห็นแอมเป็นคนใจร้ายใจดำขนาดนั้นเลยเหรอคะ ล้อเล่นหรอกน่า แอมเข้าใจ แอมก็แค่หงุดหงิดนิดหน่อยที่อยู่ดีๆ ม่อนก็หายไปกับเค้าทั้งวัน มือถือก็ติดต่อไม่ได้ แถมยังได้ฟังที่แพมพูดเรื่องแฟนเก่าของม่อนอีก ก็เลย. . .เออ ใช่ เพราะม่อนนั่นแหละ วันนี้เลยทำให้แอมต้องเจ็บตัว ดูรอยที่หน้าผากนี่สิ

 

ฉันพูดก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะกลัวเขาจะคิดว่าฉันเป็นพวกโกรธโดยไม่มีเหตุผล แล้วจึงใช้มือเสยผมหน้าม้าที่ปรกอยู่บนหน้าผากชี้ให้เขาดูรอยช้ำตรงกลาง พร้อมทั้งกล่าวโทษว่าที่ฉันเป็นแบบนี้เพราะเขา  เมื่อเขามองมาเห็นก็อุทานด้วยความตกใจ พลางแตะเบาๆ ที่รอยช้ำนั้น

 

โอ้โห มันเป็นรอยเขียวๆ ม่วงๆ น่ากลัวจังเลยแอม ไปทำอะไรมาน่ะ เจ็บมากมั้ย ว่าแต่ที่แอมเจ็บตัวเนี่ย. . .แล้วมันไปเกี่ยวกับม่อนตรงไหนกันล่ะ  เขาถามอย่างงุนงง ฉันเองก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าถ้าพูดแบบนี้ เขาก็ต้องรู้น่ะสิว่าเป็นเพราะฉันคิดมากเรื่องเขากับแฟนเก่า ว้า. . .ฉันนี่ ทำไมต้องไปบอกเขาแบบนั้นด้วยนะ เดี๋ยวเขาก็หาว่าฉันเป็นพวกชอบคิดมากแถมยังขี้หึงไม่เข้าเรื่องกันพอดี แล้วทีนี้จะแก้ตัวอย่างไรดีล่ะ ไม่น่าเลยฉัน

 

ก็. . .เอ่อ. . .ก็เพราะแอมมัวเป็นห่วงที่ม่อนหายไปไหนก็ไม่รู้ทั้งวัน จนเดินเหม่อไม่ทันมองว่าพี่มนกำลังชู้ตบาสอยู่ เลยโดนเข้าไปเต็มๆ แบบนี้ไงล่ะ แล้วหลังจากนั้นแอมก็สลบไปเลย พอรู้สึกตัวอีกทีก็นอนอยู่บนเตียงในห้องพยาบาลแล้ว ทีนี้พอจะกลับบ้านพี่มนเค้าคงเป็นห่วงกลัวว่าแอมจะเดินชนเสา เดินตกท่ออีกมั้ง ก็เลยมาส่งที่บ้านให้น่ะ

 

 อ้าวเหรอ. . .แล้วก็ไม่บอกตั้งแต่แรก ม่อนก็นึกว่าพี่มนเค้าอาศัยช่วงที่ม่อนไม่อยู่จะมาจีบแอมซะอีก เลยพาลใส่เค้าไปแบบนั้น

 

พอรู้เหตุผลว่าทำไมพี่มนต้องมาส่งฉันถึงบ้าน นายตัวดีก็ยิ้มแฉ่งออกมา แต่คำพูดของเขาเล่นเอาฉันสะดุดกึก พลางนึกไปถึงประโยคที่พี่มนพูดกับฉันในห้องพยาบาล คิดในใจว่าที่จริงแล้วสัญชาตญาณของนายแซลมอนนั้นแม่นยำอย่างกับตาเห็นจริงๆ แต่เรื่องนี้บอกเขาไม่ได้หรอก ขืนให้รู้มีหวังต้องมีเรื่องกันแน่ๆ เลย

 

บะ. . .บ้าเหรอ พี่มนเค้าไม่มาสนใจเด็กๆ อย่างแอมหรอกน่า ไม่ต้องคิดมาก อืม สงสัยคืนนี้คุณพ่อคุณแม่คงจะกลับดึก เห็นบอกว่าจะไปงานเลี้ยงรุ่นสมัยเรียนมหาลัย คงอยู่คุยกันนานแน่ๆ เลย จริงสิ แล้วม่อนจะกลับบ้านรึยัง มันจะสองทุ่มแล้วนะเนี่ย กลับบ้านช้าแบบนี้ที่บ้านไม่ว่าเอาเหรอฉันรีบตัดบทเปลี่ยนเรื่องอีกครั้ง พลางมองไปยังนาฬิกาที่ติดตรงผนัง บนหน้าปัดบอกเวลาเกือบสองทุ่มแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่กระตือรือล้นที่จะรีบกลับบ้านเลยสักนิด

 

ที่บ้านไม่มีใครว่าหรอก เพราะไม่มีใครอยู่ พ่อไปประชุมกับหุ้นส่วนที่สิงคโปร์ กว่าจะกลับก็คงอาทิตย์หน้า ส่วนแม่ก็คงอยู่ในงานเลี้ยงของพวกไฮโซที่โรงแรมไหนสักที่น่ะ กลับบ้านดึกเป็นประจำอยู่แล้ว ส่วนพี่ชายม่อน. . .ตอนนี้ก็คงกำลังนั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ เตียงแก้มที่โรงพยาบาลล่ะมั้ง  ฉันฟังเขาพูดไปเรื่อยๆ จนมาสะดุดกับประโยคสุดท้าย พลางหันไปมองเขาอย่างแปลกใจ แต่เขากลับรีบเปลี่ยนเรื่องเสียอย่างนั้น

 

นี่แอมทำกับข้าวเป็นรึเปล่าน่ะ รู้มั้ยว่าม่อนหิวมากเลย ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่กลางวันแล้วนะเนี่ย โอ๊ะๆ รู้สึกเหมือนตาจะเริ่มลายๆ แล้วแฮะ เอ. . .กลิ่นอะไรหอมๆ เหมือนไก่ย่าง หืม ใครเอาน่องไก่มาวางบนเตียงเนี่ย น่ากินจังเลย งั่มๆ เขาพูดพร้อมกับทำตาปรือ พลางยกแขนฉันขึ้นมาแล้วแกล้งขบเบาๆ จินตนาการว่ามันคือน่องไก่ย่างที่หอมน่าอร่อยอย่างไรอย่างนั้น ฉันจึงใช้อีกมือที่ว่างอยู่ดึงหูของเขาข้างหนึ่งก่อนจะออกแรงบิดไปมา พอให้รู้สึกเจ็บนิดๆ

 

พอเลยๆ นี่แขนแอมนะไม่ใช่น่องไก่ ถ้าหิวก็บอกสิ เดี๋ยวจะทำให้ ว่าแต่ม่อนกินมาม่าเป็นอาหารเย็นได้หรือเปล่าล่ะ

 

ฉันเอ่ยถามอย่างติดตลก ก่อนจะชวนเขาลงไปหาอะไรกินเป็นมื้อเย็นของวันนี้ แต่ภายในใจยังคงครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องที่ได้ยินจากปากของเขาเมื่อครู่ เมื่อพยายามเอาหลายๆ เรื่องมาปะติดปะต่อกัน ยิ่งทำให้ความสงสัยเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เรื่องราวความรักในอดีตของแซลมอนดูซับซ้อนยังไงก็ไม่รู้ แต่ฉันก็ไม่กล้าเอ่ยถามออกไปเพราะดูเหมือนเจ้าตัวก็พยายามจะหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงความทรงจำอันแสนเศร้านั้นเสียด้วย ได้แต่หวังว่าเขาจะเป็นคนเล่าให้ฉันฟังเอง ถึงแม้ไม่รู้ว่าจะมีวันนั้นหรือเปล่าก็ตาม

 

.................................................................................................................................................................................

 

 LovePenguin Talks . . .

 

สวัสดีค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ มาลงให้ช้าไปวันนึง พอดีว่าเน็ทที่บ้านหมดอะค่ะ
เลยต้องมาอาศัยเล่นที่ทำงานเอา (ชั่วร้าย เหมือนกันนะเราเนี่ย)
อยากจะบอกว่าสัปดาห์หน้าขออนุญาตงดลงเรื่องนายหัวส้มชั่วคราวนะคะ โธ่ๆๆ . .
คุณผู้อ่านอย่าเพิ่งทำหน้าเศร้ากันอย่างนั้นสิคะ รู้นะว่าอยากอ่านต่อใจจะขาดอยู่แล้ว
แต่จะทำไงได้ล่ะ คนแต่งอยากลงตอนพิเศษรักปลอมๆ คู่ของพี่อ้นกับพี่แก้วให้อ่านก่อนนี่คะ
เอ... หรือว่าไม่อยากจะอ่าน งั้นไม่ลงก็ได้นะ (ดูสิ คราวนี้รีบส่ายหน้ากันซะผมกระจายเลยทีเดียว)
ก็เห็นว่ามีหลายคนรีเควสกันเข้ามา ก็เลยจัดให้ ถึงจะช้าไปนิดก็เถอะ
เอาเป็นว่าสัปดาห์หน้ารออ่านกันได้เลยนะคะ ถ้าลงเรื่องปุ๊บจะรีบเดลิเวอรี่มาให้ทันทีเลย
แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ วันนี้กำลังว่างๆ เจ้านายไม่มา
ต้องขอตัวรีบไปปั่นก่อนแล้ว แล้วเจอกันคราวหน้าค่ะ บับบาย

 
B G
ได ใส
B G
S
DressupMyspace.com - MySpace Glitter Graphics, Myspace Layouts, Myspace Tweaks, Cursors, Generators and Goodies!B

B G
B G


B G
B G
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

101 ความคิดเห็น