Orange Love . . . เผลอรักหมดใจนายหัวส้ม [yuri]

ตอนที่ 4 : แค่เพื่อนธรรมดา. . .เท่านั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 ต.ค. 50


ตอนที่ 4 แค่เพื่อนธรรมดา. . .เท่านั้น

โบสถ์ทรงยุโรปตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ผู้คนมากหน้าหลายตาล้วนแต่งกายด้วยชุดสีสันสดใส มีทั้งเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยไปทั่วบริเวณ  ซุ้มประตูโค้งด้านหน้าของโบสถ์ถูกประดับตกแต่งไปด้วยดอกกุหลาบสีขาวอมชมพูงดงามราวกับภาพวาด พอให้เดาได้ลางๆ ว่า คงจะเป็นพิธีแต่งงานของชาวคริสต์นั่นเอง

ฉันเดินเข้าไปใกล้อีกนิดเพื่อจะดูว่าใครกันนะคือเจ้าสาวผู้โชคดีคนนั้น เพราะฉันเองก็เคยฝันเอาไว้ถึงการแต่งงานแบบนี้  ถือช่อดอกไม้ เดินเข้าโบสถ์ ทำพิธีสาบานตน แลกแหวนแต่งงาน และจบพิธีด้วยการมอบจุมพิตที่อบอวลไปด้วยความรัก ต่อหน้าสักขีพยานทั้งหลาย  ถ้าทุกอย่างเป็นไปได้อย่างฝัน ฉันก็คงจะมีความสุขมากๆ  แต่มันคงไม่มีวันเป็นไปได้ เพราะฉันรู้ดีว่าเส้นทางที่ฉันเลือก ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม การจะเข้าพิธีแต่งงานแบบนั้น โดยที่เจ้าบ่าวของฉันเป็นผู้หญิง คงเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน

“ มัวยืนทำอะไรอยู่ตรงนี้น่ะแอม…ใกล้จะได้เวลาแล้วนะ ”   ผิงนั่นเองที่เร่งให้ฉันก้าวเข้าไปยังโบสถ์ด้วยกัน ฉันหันไปหาเธอด้วยสีหน้างุนงง

“ เวลาอะไรเหรอผิง แล้วนั่นมันงานแต่งงานใครกันเหรอ ”

“ ยังจะมาทำเป็นงงอีก ก็งานแต่งงานของเธอไงล่ะ ชุดเจ้าสาวก็สวมอยู่แล้วนี่นา เจ้าบ่าวรออยู่แล้วด้วย  รีบไปสิ”

งานแต่งงาน?  เจ้าบ่าว?  นี่มันอะไรกัน…ฉันกำลังจะแต่งงานงั้นเหรอ ฉันก้มลงมองดูสภาพของตัวเอง ชุดวันพีซสีขาวบริสุทธิ์ ประดับประดาไปด้วยมุกและเลื่อมพรายระยิบระยับ กับช่อดอกไม้ขนาดย่อมในมือ  ครบเซ็ทแบบนี้ ชุดเจ้าสาวจริงๆ ด้วย มาได้ยังไงกันเนี่ย  ไม่ทันได้เสียเวลาคิดอีกต่อไปเมื่อผิงกึ่งลากกึ่งจูงฉันก้าวผ่านซุ้มประตูโค้งเข้าไปในตัวโบสถ์

 เสียงเพลง wedding song ถูกบรรเลงขึ้นก้องกังวานไปทั่ว ทุกสายตาจับจ้องมาที่ฉันด้วยความรู้สึกชื่นชม นั่นคุณพ่อคุณแม่ นั่นก็เพื่อนๆ ที่โรงเรียน เอ๊ะ…พี่ๆ ชมรสบาสมากันเพียบเลย ว่าแต่ว่าใครเป็นเจ้าบ่าวของฉันล่ะ  ฉันก้าวเดินไปใกล้แท่นพิธีเรื่อยๆ  เจ้าบ่าวของฉันในชุดทักซิโด้สีดำ  ยื่นมือออกมารับฉัน มองเห็นหน้าไม่ชัดเท่าไหร่  แต่สิ่งที่โดดเด่นก็คือทรงผมสีส้มชี้โด่ชี้เด่แบบนี้  นายแซลม่อนนี่นา ?!?  ฉันเดินมาจนถึงแท่นพิธีด้วยความงุนงง เสียงของบาทหลวงดังขึ้น

“ คุณนภัสสร คุณจะรับผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยา จะอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขตราบจนชั่วชีวิตหรือไม่ ”   เขากล่าวรับคำด้วยน้ำเสียงที่นุ่มลึก ทว่าหนักแน่นและจริงจัง  บาทหลวงหันมาทางฉันแล้วกล่าวขึ้น

“ ถ้าอย่างนั้นพ่อขอประกาศให้ท่านทั้งสองเป็นสามีภรรยากันโดยสมบูรณ์  เอาล่ะ พิธีได้เสร็จสิ้นลงแล้ว เชิญมอบจุมพิตเพื่อแสดงความรักต่อกันได้ ”   สิ้นเสียงของบาทหลวง นายแซลม่อนก็หันหน้าทะเล้นมา พร้อมทั้งหลับตาพริ้มยื่นปากเข้ามาทำท่าจะจูจุ๊บฉัน

“ อะไรกันคะบาทหลวง หนูยังไม่ได้กล่าวรับคำเลย  ว้าย…ยยย  หยุดนะนายม่อน  จะทำอะไรช้าน…นนน!!! ”

.
.
.

ฉันลุกพรวดขึ้นจากที่นอน มือไม้ไขว่คว้าสะเปะสะปะอยู่ในอากาศ  เมื่อลืมตาตื่นขึ้นก็พบว่าอยู่ในห้องนอนของตัวเอง  นี่ฉันฝันอะไรกันเนี่ย  สงสัยจะอ่านการ์ตูนมากไปหน่อยถึงได้ฝันอะไรแปลกๆ แบบนี้ แต่ว่าทำไมต้องฝันถึงอีตานั่นด้วยนะ  ฉันได้แต่คิดอยู่ในใจ  พลางหันไปมองข้างกายก็พบเพียงความว่างเปล่า  มองเลยไปที่หัวเตียงก็เห็นกระดาษโน้ตสีเหลืองสดแปะเอาไว้

“ เห็นว่ากำลังหลับเพลินๆ  ท่าทางจะฝันดีเลยไม่อยากปลุก เจอกันที่โรงเรียนเลยนะจ๊ะ ”

ผิงนะผิง ปลุกกันซักหน่อยก็ดีหรอก จะได้ไม่ต้องฝันอะไรเพ้อเจ้อแบบนั้น ฉันแอบบ่นพึมพำอยู่คนเดียว หันไปคว้านาฬิกามาดูแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าสายแล้ว แล้วจึงรีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวทันที

 เมื่อมาถึงห้องเรียนก็เห็นนายตัวยุ่งกำลังฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ จึงนั่งลงอย่างเงียบๆ  แต่ก็อดไม่ได้ที่จะลอบมองใบหน้าด้านข้างของเขา เวลาอยู่เฉยๆ แบบนี้ ก็ดูดีอยู่หรอกนะ  พลางนึกไปถึงความฝันเมื่อคืน ผมสีส้มนี่ก็เหมือนกัน ถึงมันจะเด่นจนสะดุดตาเกินไปหน่อย แต่พออยู่ในชุดทักซิโด้สีดำแบบนั้น ก็ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ

ฉันเอื้อมมือไปลูบผมของเขา ผมเส้นเล็ก นุ่มกว่าที่คิดไว้นึกว่าจะแข็งกระด้างเป็นสก๊อตไบรท์เสียอีก  พลันดวงตากลมโตนั้นก็ลืมตาขึ้นทันที  ด้วยความตกใจ ฉันรีบชักมือกลับ แล้วเบนสายตาหลบไปทางอื่น แกล้งหยิบหนังสือขึ้นมากางเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ อ่านอะไรอยู่เหรอแอม ท่าทางเครียดเชียว ”   น้ำเสียงของเขาเหมือนคนงัวเงียเพิ่งตื่น

“ อ๋อ…ก็ไม่มีอะไร อ่านเล่นๆ ไปงั้นเอง เห็นอาจารย์ยังไม่เข้าน่ะ ทำไมเหรอ ”  ฉันหันไปหาเขา รู้สึกหวิวๆ  ในหัวใจ เขาจะรู้ตัวมั้ยเนี่ยว่าเมื่อกี้ฉันทำอะไรไปน่ะ

“ นอกจากเล่นบาสเก่งแล้ว เพิ่งรู้นะว่าแอมมีความสามารถพิเศษอ่านหนังสือกลับหัวได้ด้วย ”  เขาพูดแล้วอมยิ้มอย่างล้อๆ  ฉันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงมองหนังสือในมือตัวเองด้วยความรู้สึกอับอายสุดๆ แต่ก็ยังแกล้งพูดวางฟอร์มกลบเกลื่อนออกไปเพื่อไม่ให้รู้สึกเสียหน้าไปมากกว่านี้

“ อืม…ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก แค่ลองฝึกอ่านดูน่ะ นายลองดูบ้างมั้ยสนุกดีนะ”   ฉันพูดแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ  แต่เขากลับยื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างหูฉัน

“  ไม่ต้องเขินหรอกน่า  แอบมองม่อนหลับก็บอกมาตรงๆ เถอะ  ดาร์ลิ้งค์ของม่อนเนี่ย น่ารักจริงๆ เลยนะ แล้วเมื่อคืนหลับฝันดีรึเปล่าเอ่ย”  

“ บ้าเหรอ…ใครเขาจะแอบมองนาย หลงตัวเองเกินไปแล้วล่ะ อีกอย่างฉันจะฝันดีฝันร้ายมันก็ไม่เกี่ยวกับนายซักหน่อย แค่มาโผล่อยู่ในความฝันฉัน อย่าคิดว่าฉันจะคล้อยตามหน่อยเลย ”  

ฉันตอกกลับไปอย่างลืมตัว นึกแล้วอยากจะตบปากตัวเองจริงๆ  ดันบอกไปซะได้ว่าฝันถึงเขาน่ะ บ้าจริงๆ เลยฉัน ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำเป็นอ่านหนังสือต่อ แอบเห็นเขายิ้มมุมปากนิดๆ  เฮ้อ…อ เพราะความฝันเมื่อคืนแท้ๆ เชียว


…………………………………………………………………………………………………………………………………

  
 เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ จำได้ว่าเพิ่งเปิดเทอมไปแหมบๆ  ไม่ทันไรก็ใกล้ถึงเวลาสอบเลื่อนชั้นแล้ว พอได้เวลาเลิกเรียนผิงก็เข้ามารอฉันที่ห้องเหมือนเช่นเคย ช่วงนี้ไม่มีการซ้อมเพราะทุกคนเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบกันหมด

“ นายม่อน…ตื่นได้แล้ว อาจารย์ออกไปแล้วนะ ”

 เขาลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากคำนับอาจารย์วิชาสังคมเมื่อครู่นี้ไปหลายรอบ  นี่ถ้าไม่ได้เห็นคะแนนสอบกลางภาค คงไม่มีใครเชื่อหรอกนะว่านายคนนี้เป็นอัจฉริยะขนาดไหน เห็นหลับแทบจะทุกคาบ แต่ได้ท็อปของชั้นปี ทั้งๆ ที่ฉันตั้งใจเรียนแทบตาย แต่ไม่ติด 1 ใน 10 กับเค้าบ้างเลย

ระหว่างที่กำลังหันไปเก็บข้าวของลงกระเป๋าโดยมีผิงเพื่อนรักคอยเป็นลูกมือ  แพม  สาวเปรี้ยวประจำห้องที่เล็งแซลม่อนไว้ตั้งแต่วันแรก ก็เดินเข้ามาทักเขาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ฟังแล้วชวนให้หมั่นไส้ซะเหลือเกิน

“ แซลม่อนจ๋า  เย็นนี้ว่างรึเปล่าคะ ช่วยติวคณิตให้แพมกับเพื่อนๆ  หน่อยสิ  พวกเรายังไม่ค่อยเข้าใจเลย ”  พูดไม่พูดเปล่า ยังลูบไล้มือไปทั่วหลังของเขาอีก  ติวคณิตหรือติววิชาอะไรกันแน่นะ ยัยคนนี้

“ เอ่อ…คงไม่ได้หรอก  เพราะว่าม่อนจะต้องไปติวคณิตให้แอมเค้าน่ะ จริงมั้ยจ๊ะที่รัก ”  เขาหันมาหาฉันพร้อมกับขยิบตาเล็กน้อย  เป็นเชิงว่าให้ช่วยปฏิเสธที  แต่ผิงกลับหันไปตอบแทนพร้อมทั้งฉีกยิ้มกว้างอย่างยินดีเป็นอย่างยิ่ง

“ ไม่เป็นไรจ้ะแพม  วันนี้ผิงจะติวให้แอมเอง  เชิญเอาตัวนายม่อนไปได้ตามสบายเลย  ขอบใจนะจ๊ะม่อนที่ช่วยติวให้ทุกวัน แต่วันนี้ไม่ต้องแล้วล่ะ  เราสองคนกลับก่อนนะโชคดีจ้ะ ”   ผิงตอบแล้วรีบฉุดมือฉันเตรียมจะเดินออกจากห้องทันที

“ เอ่อ…ขอโทษนะแพม แต่เราต้องไปส่งสองสาวกลับบ้านน่ะ ขอตัวนะ ”   เขารีบลุกขึ้นตามพวกเรามา ก็โดนแพมยื้อยุดฉุดเอาไว้

“ แหม . . .  ม่อนคะ คำก็แอม 2 คำก็แอม  นี่อย่าบอกนะว่าเธอสองคนกำลังคบกันอย่างที่เขาลือกันไปทั่วน่ะ ”  ฉันถึงกับหูผึ่งหันขวับไปหาแพมทันที พลางชี้มือไปยังนายตัวยุ่ง

“ เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ  ใครลือว่าเราคบกับอีตานี่  ข่าวมั่วแล้วล่ะ ไม่เชื่อถามผิงดูได้เลย จริงมั้ย ”  ฉันหันไปหาแนวร่วมจากผิงที่พยักหน้าช่วยยืนยันอีกแรง

“ อ้าวแอม. . .ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ ก็เราสองคนไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ  แถมยังกลับบ้านพร้อมกันอีกตังหาก ไม่เรียกว่าแฟนแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะครับ ”  เขาหันมายิ้มหวานทำตาเชื่อมใส่ฉัน 

“ จะบ้าเหรอ ฉันกับนายจะเป็นแฟนกันได้ยังไง ไปตกลงคบด้วยตอนไหนไม่ทราบ แล้วอีกอย่างนายก็ไม่เคยบอกว่ารักว่าชอบฉันเลยด้วยซ้ำ คนที่เค้าจะเป็นแฟนกันได้ก็ต้องรักกันมาก่อนสิ แค่ไปไหนมาไหนด้วยกันแล้วบอกว่าเป็นแฟน อย่างงั้นเรากับผิงก็คงเป็นแฟนกันมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะสิ ” 

ฉันร่ายยาวเป็นชุด ก่อนจะหันไปสบตากับผิงก็เห็นผิงหน้าแดงขึ้นมา พลอยทำให้ฉันเขินไปด้วย  พูดอะไรออกไปเนี่ยเรา

“ ก็ได้ถ้าแอมต้องการอย่างนั้น . . . เพื่อนทุกคน เฮ้…ฟังเราพูดหน่อย เราจะบอกกับทุกคนว่า เราแซลม่อนชอบแอมจริงๆ  แล้วก็จะขอคบอย่างเป็นทางการด้วย . . . ได้โปรดเถอะแอม เป็นแฟนกับเรานะ ” 

เขาหันไปตะโกนเรียกเพื่อนๆ  ในห้อง ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าฉันพลางกุมมือฉันขึ้นมาจูบ แล้วประกาศขอคบฉันต่อหน้าเพื่อนๆ

ตึก . . . ตึก . . . ตึก . . . ก

โอย…อะไรกันนะใจฉัน เต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอกอยู่แล้ว  ดูเค้าทำเข้าสิ อย่างกับพระเอกการ์ตูนขอนางเอกแต่งงานยังไงยังงั้น  ฉันได้แต่ยืนนิ่งอึ้งไป ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง เสียงเป่าปาก และเสียงปรบมือดังกึกก้องไปหมด อายจัง  ตาบ้านี่ ชอบทำอะไรเว่อร์จริงๆ เลย

“ ไม่ได้นะ!!! ”

เสียงของผิงดังแทรกขึ้นมา เล่นเอาทุกคนชะงัก เสียงเงียบกริบไปทันที ฉันหันไปหาผิงด้วยความสงสัย  สีหน้าของผิงค่อยๆ  หงอลงไป ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ ก็ . . . ก็ . . . ก็นายม่อนน่ะเนื้อหอมจะตาย เราไม่อยากเห็นเพื่อนเราต้องเสียใจนี่นา อีกอย่างนายกับเพื่อนเราก็ยังไม่รู้จักกันดีพอ ”   ผิงเพื่อนรัก  แม้กระทั่งเรื่องแบบนี้ยังเป็นห่วงฉันเลย ฉันล่ะดีใจจัง

“ โธ่เรื่องแค่นั้นเอง . . . เราอยากจะบอกทุกคนเอาไว้ตรงนี้เลยนะ ถึงจะเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่เราก็จริงจังกับแอม ไม่มีวันจะทำให้แอมเสียใจหรอก ”  เขาเอ่ยด้วยเสียงหนักแน่น

“ แต่ . . . ไม่ได้หรอก . . . เราไม่ยกแอมให้ใครทั้งนั้น . . . ก็เรา . . . เรารักแอมมาก่อนนี่  ”  ทุกคนรวมทั้งฉันต่างก็ตกใจกับคำพูดประโยคนั้นของผิงไม่แพ้กัน

“ มะ . . . หมายความว่ายังไงผิง . . . รัก . . .เหรอ . . . แต่เรา . . . กับ ผิง . . . แค่เพื่อน ”  

ฉันพูดออกไปอย่างตะกุกตะกัก สมองของฉันกำลังประมวลอย่างหนัก ฉันงงไปหมดแล้วนี่มันอะไรกัน ที่ผ่านมาฉันไม่เคยรู้เลยว่าผิงคิดกับฉันมากกว่าคำว่าเพื่อน

“ ใช่สิ . . . ก็เรามันเป็นแค่เพื่อน ถึงจะรักแอมแค่ไหน แต่ผิงก็เป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น ” 

“ แอม . . . แอมไม่เคยรู้เลย แอมขอโทษ ก็เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แล้วตอนนี้แอมก็ . . . ”

“ พอแล้วแอม ผิงไม่อยากได้ยินคำว่าเพื่อนจากปากแอมอีกแล้ว ” 
 
น้ำตาของผิงไหลรินลงมาอาบแก้ม ฉันกำลังจะเดินเข้าไปหา แต่เธอกลับคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งออกจากห้องเรียนไป ท่ามกลางความงุนงงของทุกคน แล้วนี่ฉันควรจะทำยังไงดี  ใครก็ได้บอกฉันทีสิ!!!

…………………………………………………………………………………………………………………………………To Be Continued

LovePenguin Talks. . .

สวัสดียามบ่ายวันอาทิตย์ค่ะ วันนี้แวะมาอัพตอนใหม่ให้ได้อ่านกันต่อแล้วนะคะ เรื่องราวเริ่มจะเข้มข้นขึ้นแล้ว มีหลายคนบอกว่าสงสารผิงเพราะรู้สึกว่าคล้ายกับที่ตัวเองเป็นอยู่ตอนนี้ เราเองก็เข้าใจความรู้สึกนั้นดีเช่นกัน ก็เคยเป็นมาก่อนนี่นะ ยังไงก็มาร่วมลุ้นและเอาใจช่วยเพื่อนสาวผู้แสนดีคนนี้กันด้วยนะคะ  อยากให้เรื่องราวเป็นอย่างไร อยากแนะนำให้เพิ่มเติมหรือแก้ไขตรงไหน เขียนความคิดเห็นของคุณเอาไว้ได้เลยนะคะ หรือว่าถ้าไม่อยากลงในบอร์ดก็ส่งเมลมาให้เป็นการส่วนตัวก็ได้ค่ะ น้อมรับความคิดเห็นของทุกๆ คนเลยนะคะ

ส่วนในงานมหกรรมหนังสือ ที่ศูนย์สิริกิติ์ในวันที่ 17 – 28 ต.ค. นี้ ทางสนพ.ทูบีเลิฟจะมีนิยาย Girl’s Love 2 ซึ่งเขียนโดย ธนูสีฟ้า (เป็นนักเขียนอีกคนที่เราชอบผลงานเค้ามากๆ เลย) มาให้เพื่อนๆ ได้จับจองเป็นเจ้าของอีกเล่มด้วย ขอบอกว่าหน้าปกสวยมากๆ เราเองก็คงไม่พลาดที่จะต้องไปซื้อมาเก็บเป็นสมบัติส่วนตัวอีกแล้ว หุหุ  ใครอยากทราบรายละเอียดเข้าไปติดตามได้ที่เว็บสนพ.(2belovedbook.com) นะคะ และสำหรับใครที่อยากแวะมาให้กำลังใจนักเขียนตัวเล็กๆ คนนี้ ก็มาเจอกันได้ที่โซนเพลนนารีฮอลล์ บูธ H15 วันที่ 18 – 21 และ 26 – 27 ต.ค. 11.00 – 16.30 น. นะคะ วันนี้ต้องขอตัวไปก่อนแล้วค่ะ พบกันใหม่ตอนหน้านะคะ บับบายค่า

ตัวอย่างตอนต่อไป

.
.
.
.

“ ขอบคุณนะม่อนที่มาส่ง ”  ฉันหันกลับไปกล่าวขอบคุณร่างสูงข้างกาย เขายิ้มให้ฉัน พลางขยี้ผมเบาๆ  ฉันหลบสายตาเขาลงสู่พื้นเบื้องล่าง

“ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ม่อนอยากให้แอมรู้ว่า ม่อนจริงใจกับแอมจริงๆ นะ  ส่วนเรื่องคำตอบเอาไว้ให้แอมพร้อมเมื่อไหร่ค่อยบอกม่อนก็ได้ ม่อนไม่รีบร้อนหรอก คืนนี้ก็อย่าคิดมากนะ นอนหลับฝันดีครับ ” 

เขากล่าวทิ้งท้ายด้วยความห่วงใย แล้วจึงเดินจากไป ฉันมองเขาอยู่หน้าประตูบ้านจนกระทั่งเขาลับตาไป จึงหันหลังจะกลับเข้าบ้าน แต่ไม่รู้ว่าอะไรที่ดลใจให้ฉันมองขึ้นไปยังห้องนั้นอีกครั้ง แล้วก็เห็นว่าผิงกำลังมองลงมาที่ฉันเช่นกัน ฉันส่งยิ้มให้เธอและกำลังจะยกมือขึ้นทักทาย แต่ร่างนั้นก็ผลุบหายเข้าไปในความมืดเสียก่อน สงสัยว่าคงจะยังไม่หายโกรธเรื่องเมื่อตอนเย็น ฉันจึงได้แต่ยกมือขึ้นเกาศีรษะแก้เก้อ แล้วเดินเข้าบ้านตัวเองไปเงียบๆ

 
B G
ได ใส
B G
S
DressupMyspace.com - MySpace Glitter Graphics, Myspace Layouts, Myspace Tweaks, Cursors, Generators and Goodies!B

B G
B G


B G
B G

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

101 ความคิดเห็น

  1. #101 minifield (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 15:12
    งืมๆ อยากรู้มานานแล้ว BG
                                    ได ใส
                                    BG
    ใต้นิยายมันคือไรอ่ะ?
    (>^<)?
    #101
    0
  2. #100 minifield (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 15:11
    งืมๆ อยากรู้มานานแล้ว BG
                                    ได ใส
                                    BG
    ใต้นิยายมันคือไรอ่ะ?
    (>^<)?
    #100
    0
  3. #99 minifield (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 เมษายน 2555 / 15:11
    งืมๆ อยากรู้มานานแล้ว BG
                                    ได ใส
                                    BG
    ใต้นิยายมันคือไรอ่ะ?
    (>^<)?
    #99
    0