SF SOTUS : My love’s diary ไดอารี่(ของ)ที่รัก(ของผม)

ตอนที่ 1 : ของขวัญของผม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    2 เม.ย. 63

ปลายเดือนธันวาคม ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ อุณหภูมิต่ำลงจนติดลบหลายองศา ผู้คนในเมืองใหญ่ต่างก็พากันเริ่มเฉลิมฉลองเทศกาลสำคัญอย่างวันคริสต์มาส ซึ่งแม้ว่าจะเป็นสำคัญทางศาสนาของเหล่าคริสตศาสนิกชน แต่ในปัจจุบันผู้คนบนโลกไม่ว่านับถือศาสนาใด ก็มักจะตื่นเต้น และตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอเมื่อได้เห็นการประดับประดาไฟ การตกแต่งต้นไม้ หรือ ต้นสนจำลอง อันเป็นสัญลักษณ์ของการเฉลิมฉลองตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัท ห้าง ร้าน สถานที่ราชการ รวมไปถึงในห้างสรรพสินค้าด้วย ทว่า ในบรรยากาศของความครื้นเครงที่รายล้อมอยู่รอบตัวนั้น ไม่ได้ทำให้ก้องภพรู้สึกตื่นเต้นแต่อย่างใด ตรงกันข้ามในเวลานี้เขามีแต่ความกังวลใจมากกว่า ว่าจะบอกคนรักอย่างไรกับข่าวดีกึ่งร้ายที่เพิ่งได้รับรู้มาอย่างกะทันหัน
 

นับเป็นเวลากว่าครึ่งปีแล้ว ที่ก้องภพเดินทางมาศึกษาต่อระดับปริญญาโทในเมืองใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศจีน แม้ว่าจะมีโอกาสได้หยุดยาวหลายวันเพราะเป็นช่วงปิดภาคเรียนของมหาวิทยาลัย แต่เขาก็มีงานกลุ่ม และโปรเจคต์มากมายที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนจบการศึกษาในปีต่อไป อีกทั้งครอบครัวของเขาก็กำลังจะเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศจีนพอดี จึงเหมือนถูกบังคับกลาย ๆ ให้ต้องติดแหง็กอยู่ที่นี่ ไม่ได้กลับไปฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ประเทศไทยร่วมกับคนรักตามที่ตั้งใจไว้

ในขณะที่เขากำลังคิดว่าจะหาวิธีพูดอย่างไรไม่ให้พี่อาทิตย์ของเขาต้องผิดหวังกับแผนการที่พังลงอย่างไม่เป็นท่าก็พอดีกับที่สายเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นมา บนหน้าจอปรากฏเป็นภาพของคนรักที่กำลังยิ้มหวานจนตาปิดมองมายังกล้อง ภาพที่เขาเห็นทีไรเป็นต้องยิ้มตามไปเสียทุกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าวันนี้จะยิ้มไม่ออกเอาเสียเลย เขาสูดลมหายใจยาวเข้าปอดครั้งหนึ่งคล้ายว่าจะเรียกขวัญและกำลังใจให้ตัวเองก่อนจะกดรับสาย

“พี่อาทิตย์ พี่รู้ได้ยังไงครับว่าผมกำลังคิดถึงพี่อยู่เลย หรือว่าใจเราสื่อถึงกันได้แม้ว่าจะอยู่ห่างไกลกันคนละประเทศแบบนี้ สมกับเป็นแฟนกันจริง ๆ เลยนะครับ”

เขาเป็นฝ่ายชิงทักทายไปก่อน พลางมองภาพของคนจากปลายสาย ที่ทำหน้าเหวอเหมือนตั้งตัวไม่ทันที่ถูกเขาหยอดคำหวานใส่ตั้งแต่ประโยคแรกด้วยสายตาหวานเชื่อม พี่อาทิตย์ยังคงเป็นคนเดิมที่น่ารักได้ทุกเวลาไม่ว่ายามดีใจ โกรธ หรือ งอน ใบหน้าขาวเนียนนั้นมักแสดงสีหน้าต่าง ๆ ตามอารมณ์ออกมาอย่างชัดเจน มองเท่าไรก็ไม่เคยเบื่อเลยสักครั้ง

“ก้องภพ! อะไรของคุณเนี่ย ทำเป็นพูดเหมือนพระเอกลิเกไปได้ ผมนี่ขนลุกเลย”

คนช่างเขินรีบโวยวายเสียงดังกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเองเหมือนอย่างเคย ทั้งที่หน้าแดง หูแดงไปหมด แม้จะคบกันมาตั้งสี่ปีแล้ว แต่ดูเหมือนว่าอาทิตย์ยังคงไม่ชินสักทีเมื่อถูกคนรักพูดจาหยอกเย้าใส่เช่นนี้ โชคดีว่าเขากลับเข้าห้องมาแล้ว และนอนคว่ำอยู่เพียงลำพังบนเตียงในห้องนอน ก่อนจะกดโทรศัพท์หาก้องภพจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาเห็นว่าเขากำลังนอนบิดตัวไปมา สองแก้มร้อนฉ่าจนหน้าแทบไหม้เพราะขัดเขินกับทั้งคำพูดหวานหู และสายตาของคนในจอที่มองมาเหมือนหิวเขาอยู่ตลอดเวลาอย่างนั้น

“แล้วนี่กลับมานานหรือยังครับ วันนี้ทำงานเหนื่อยไหม มีเรื่องน่าปวดหัวอะไรอีกหรือเปล่า เล่าให้ผมฟังได้นะครับ”

ก้องภพหัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยถามสารทุกข์สุกดิบในชีวิตประจำวันของคนรัก และรอให้คนช่างพูดบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟังด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วเหมือนอย่างทุกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าความกังวลที่รบกวนจิตใจอยู่ในขณะนี้จะแสดงออกชัดเจนเกินไปจนฉายชัดอยู่บนใบหน้าของเขา ให้อีกฝ่ายต้องเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย

“งานก็เหมือนเดิม ๆ นั่นแหละ ออกไปพบลูกค้า ทำรายงานสรุปการสั่งซื้อสินค้าใหม่ ๆ แต่โชคดีหน่อยที่ปีนี้บอสให้หยุดงานตั้งแต่คริสต์มาสยาวไปถึงปีใหม่เลยล่ะคุณ เราจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันเพิ่มอีกตั้งหลายวันแน่ะ เผื่อว่าคุณอยากจะไปเที่ยวต่างจังหวัดไกล ๆ ผมก็ไปได้นะ ไม่มีปัญหา...ก้องภพ คุณเป็นอะไรไปทำไมหน้าเครียดแบบนั้น เรียนหนัก หรือว่าโดนอาจารย์ดุมาเหรอ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจบอกผมได้นะ ถึงผมไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่ผมก็ปลอบคุณผ่านหน้าจอได้”

อยากจะตอบกลับไปว่าพี่อาทิตย์รู้ใจผมอีกแล้ว ก็กลัวจะโดนบ่นว่าเลี่ยนอีก ทั้งที่ก้องภพรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ ไม่ว่าเมื่อไหร่พี่อาทิตย์ก็รู้ใจและเข้าใจเขาเสมอ ราวกับว่าแค่มองตาก็รับรู้ได้ถึงความกังวลภายในจิตใจของเขาในเวลานี้ ยิ่งได้เห็นอีกฝ่ายมีท่าทางดีใจที่ได้วันหยุดเพิ่ม เขายิ่งรู้สึกผิดมากกว่าเก่าเพราะรู้ดีว่าคนรักคงมีแพลนที่จะใช้เวลาในวันว่างกับเขามากมายเต็มไปหมดแล้ว ก้องภพรู้สึกเหมือนลำคอตีบตันขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาถอนหายใจยาวก่อนจะจำใจเอ่ยประโยคดับความฝันของแฟนหนุ่มรุ่นพี่ด้วยสีหน้าเศร้า

“ปีใหม่นี้ ผมไม่ได้กลับเมืองไทยแล้วนะครับพี่อาทิตย์ พ่อกับแม่เพิ่งโทร.มาหาผมเมื่อเช้า บอกว่าอยากจะมาเคาท์ดาวน์ที่นี่ด้วยกัน ขอโทษจริง ๆ นะครับ”

น้ำเสียงเศร้าที่มาพร้อมความกังวลอย่างรู้สึกผิดจากคนที่อยู่ปลายสาย ทำให้อาทิตย์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะต้องพยายามฝืนยิ้มกว้าง ทำหน้าเหมือนร่าเริงเข้าไว้ แล้วตอบกลับไปเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ ทั้งที่เขาเองก็รู้สึกผิดหวังไม่ต่างกัน

“เฮ้ย! ไม่เป็นไรคุณ ทำหน้าเป็นหมาหงอยไปได้ เรื่องแค่นี้เองผมเข้าใจ คุณได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวบ้างก็ดีแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ ผมโอเค ว่าจะกลับบ้านไปหาพ่อกับแม่บ้างเหมือนกันเนี่ย ไม่ได้กลับไปตั้งนานแล้ว...”

แม้ว่าอาทิตย์จะพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเพราะความคิดถึงคนไกลอย่างที่สุดแล้วก็ตาม ทว่า ก้องภพก็ยังจับได้ว่าท้ายเสียงของคนเป็นพี่นั้นสั่นเครือเหมือนใกล้จะร้องไห้เต็มที ความรู้สึกผิดยิ่งถาโถมเข้ามาในใจมากกว่าเดิมหลายเท่า เขายกมือขึ้นมาลูบบนหน้าจอโทรศัพท์ ปลายนิ้วเกลี่ยเช็ดน้ำตาที่ไหลรินลงมาจากดวงตาคู่สวยของคนรัก แล้วก็ได้แต่กำมือแน่นอย่างปวดใจ ที่ทำได้เพียงแค่มองผ่านจออยู่อย่างนี้โดยไม่อาจสัมผัสแก้มขาวเนียนที่เปียกชื้นได้ พลางนึกย้อนไปถึงคำพูดของคนเป็นพี่ ในค่ำคืนก่อนที่เขาจะบินมาเรียนต่อยังประเทศจีนแห่งนี้

‘...แล้วถ้าคุณเกิดป่วย หรือคุณลำบาก ผมไปอยู่กับคุณตรงนั้นไม่ได้ ผมไปอยู่ดูแลคุณตรงนั้นไม่ได้...’

วันนั้นก้องภพยังไม่เข้าใจว่าทำไมพี่อาทิตย์ต้องกังวลกับเรื่องที่ยังมาไม่ถึงจนเกือบตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาลงแล้วด้วยซ้ำ ในเมื่อโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่าเทคโนโลยี ต่อให้อยู่ห่างไกลกันคนละซีกโลกแค่ไหน ตราบใดที่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต พวกเขาก็ยังคงสามารถพูดคุย และเห็นหน้ากันได้ชัดเจนผ่านแอพลิเคชั่นของโทรศัพท์มือถือ แต่ในตอนนี้เขาเข้าใจสิ่งที่พี่อาทิตย์กลัวและกังวลอย่างถ่องแท้แล้ว แม้ว่าอุปกรณ์ล้ำสมัยนี้จะทำให้เขาได้มองเห็นใบหน้าน่ารักของคนที่อยู่อีกฝั่งทางปลายสายได้ แต่กลับสัมผัสได้เพียงความเย็นชืดบนหน้าจอที่ปรากฏภาพของคนรักกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นเท่านั้น

“พี่อาทิตย์ครับ ผมขอโทษนะ ขอโทษจริง ๆ ที่ผมทิ้งให้พี่ต้องเผชิญกับความเหงาอยู่ที่นั่นคนเดียว ผม...ผมไม่น่ามาที่นี่เลย”

ก้องภพเอ่ยกับคนในสายด้วยความรู้สึกผิด โกรธตัวเองที่ตัดสินใจพลาดไป ทั้งที่รู้ดีว่าคนรักของเขาเป็นคนขี้เหงาแค่ไหน ถึงปากจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่เขาก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังฝืนความรู้สึกหลอกให้เขาสบายใจ และเหมือนว่ากำลังหลอกตัวเองไปด้วย

“ไม่ต้องคิดมากน่า ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แค่วันนี้ผมจ้องคอมเยอะไป ดูสิแสบตา ตาแดงไปหมดเลย ง่วงนอนแล้วด้วย เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่นะก้องภพ”

“พี่อาทิตย์...โอเคครับ ง่วงแล้วก็รีบนอนนะ อาบน้ำสระผมแล้วเช็ดผมให้แห้งก่อนนอนด้วยนะครับ เดี๋ยวไม่สบายขึ้นมาล่ะแย่เลย... คิดถึงนะครับ พี่อาทิตย์สุดที่รักของผม”

คนปากแข็งที่บอกว่าตัวเองไม่เป็นไร ทั้งที่ร้องไห้จนตาแดงไปหมดแล้วกลับทำเป็นเปลี่ยนเรื่อง ทำให้ก้องภพไม่กล้าจะยื้อให้อีกฝ่ายต้องพยายามฝืนตัวเองไปมากกว่านี้ เขาแสร้งทำเป็นเออออตามคำของคนรักไป แต่ไม่วายทิ้งท้ายอย่างเป็นห่วง รวมไปถึงความรู้สึกในประโยคสุดท้ายที่เขาเองก็ต้องพยายามข่มใจควบคุมตัวเองไม่ให้เสียงสั่นเช่นกัน

“รู้แล้วน่า บ่นเป็นตาลุงแก่ไปได้ ไม่ต้องห่วง ผมสบายมาก คุณไปเคาท์ดาวน์ที่ไหน ก็ถ่ายรูปส่งมาให้ดูบ้างแล้วกัน ผมเองก็...คิดถึงคุณเหมือนกันนะ ราตรีสวัสดิ์ ก้องภพ”

คนช่างพูดเอ่ยคำล่ำลาแล้วก็รีบชิงตัดบทวางสายไป ทิ้งให้ก้องภพนั่งมองภาพของคนรักส่งยิ้มหวานมาให้อยู่บนหน้าจอ ทั้งที่ตัวจริงป่านนี้คงนอนร้องไห้ตาแดงเป็นกระต่ายน้อยไปแล้ว การคบกันของพวกเขา แม้ว่าจะไม่ได้ปิดบัง หรือแอบซ่อนเป็นความลับ แต่เขาเองก็ยังไม่เคยบอกกับครอบครัวอย่างจริงจังสักที ว่าตอนนี้กำลังคบหาดูใจอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งบิดาของเขาเคยออกปากชื่นชมว่าทำงานได้ดีจนเขาต้องแอบเก็บความภูมิใจเอาไว้ลึก ๆ แม้ว่าข่าวสารในวงการธุรกิจอาจทำให้บิดามารดาและพี่สาวทั้งสองระแคะระคายมานานแล้วก็ตาม ด้วยความที่เขาเป็นลูกชายคนเดียว และถูกหมายมั่นปั้นมือว่าจะให้เป็นทายาทสืบทอดธุรกิจของครอบครัวต่อไป แต่พวกเขาก็ไม่เคยเอ่ยถามหรือคาดคั้นเอาความจริงกับเขา คล้ายจะรอวันที่เขาเป็นฝ่ายเอ่ยปากบอกความจริงเอง และด้วยเหตุนี้ ก้องภพจึงคิดว่านี่คงเป็นโอกาสเหมาะที่สุดแล้ว ที่เขาจะได้ตัดสินใจทำอะไรให้ชัดเจนเสียที

ส่วนอาทิตย์ ที่ได้มีวันหยุดยาวแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เขาไม่ได้มีแพลนไปเที่ยวหรือฉลองกับใครที่ไหน เพราะคิดว่าจะใช้เวลาร่วมกับคนรักที่ไม่ได้พบกันมานานหลายเดือนแล้วนอกจากการพูดคุยผ่านทางแอพลิเคชั่นของโทรศัพท์มือถือ แต่กลายเป็นว่าทุกอย่างผิดแผนไปหมด ทริปท่องเที่ยวต่างจังหวัด ที่ได้รับ gift voucher ที่พักสุดหรูในเมืองพัทยามาจากลูกค้า จึงถูกส่งต่อไปให้กับเพื่อนในกลุ่มอย่างไบรท์ ที่ควงคู่แฟนหนุ่มร่างเล็กคนเดิมไปฉลองครบรอบ 2 ปีที่คบกัน ครั้นจะไปเที่ยวกับเพื่อนคนอื่น ๆ ในแก๊ง ก็พบว่าเปรมติดสอยห้อยตามวาดไปร่วมทริปกับชมรมถ่ายภาพที่จังหวัดทางภาคเหนือ ตุ๊ต๊ะเองก็มีนัดรวมตัวกับเพื่อนๆ แก๊งทหารเกณฑ์ที่เพิ่งปลดประจำการมาหมาด ๆ ส่วนน็อต เพื่อนสนิทที่สุดของเขาก็ดันหนีไปบวชข้ามปีตามที่ได้ลั่นวาจาเอาไว้นานแล้ว เมื่อคิดว่าจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เพื่อไปฉลองกับครอบครัวของเขาเองบ้าง ก็เพิ่งทราบว่าบิดามารดาของเขาพากันไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัดแล้ว เพราะคิดว่าปีนี้เขาก็จะไม่กลับบ้านอีกเช่นเคย

สุดท้ายแล้ว อาทิตย์จึงต้องอยู่ห้องคนเดียวอย่างเงียบเหงา ท่ามกลางวันหยุดยาวและการเฉลิมฉลองเทศกาลอันแสนน่าเบื่อนี้เพียงลำพัง สองสามวันแรกของช่วงวันหยุด เขาใช้เวลาหมดไปกับการเล่นเกมที่ซื้อมาเก็บไว้ที่ห้องนานแล้ว และรอคอยที่จะได้เล่นกับคนรักข้ามปี ถ้าหากว่าไม่มีแพลนไปเที่ยวที่ไหน แต่หลังจากเล่นทั้งวันทั้งคืนอยู่คนเดียวจนเบื่อแล้ว เขาจึงเปลี่ยนมาเป็นเริ่มทำความสะอาดห้องเพื่อต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาเยือน และหวังว่าการหากิจกรรมต่าง ๆ ทำจะช่วยลดความฟุ้งซ่าน และอาการคิดถึงคนรักให้คลายลงไปได้บ้าง ซึ่งก็นับว่าเป็นความคิดที่ดีมากทีเดียว เพราะเขามัวแต่ทำงานบ้านเพลินจนไม่ได้สนใจเนื้อหาของรายการต่าง ๆ ในโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งเอาไว้ให้มีเสียงเป็นเพื่อนแก้เหงา

ระหว่างที่อาทิตย์เก็บข้าวของในห้องที่รก เพราะไม่มีเวลาจัดมาแรมปี เนื่องจากที่ผ่านมามีก้องภพคอยดูแลความเรียบร้อยให้อยู่ตลอดเวลา เขาจึงทำไปบ่นไป สักพักพอเริ่มเหนื่อยก็จะแอบอู้นอนดูหนัง ดูการ์ตูนบ้าง พอหายเหนื่อยก็ลุกขึ้นมาจัดการกับข้าวของที่รื้อออกมากองเต็มห้องไปหมดจนแทบไม่มีที่เดินไปไหน ทั้งหยิบจับปัดกวาดเช็ดถูชั้นหนังสือการ์ตูนสุดรักสุดหวง ที่ครั้งหนึ่งเคยดุคนรักสมัยที่ยังเป็นเพียงแค่รุ่นน้อง แล้วเนียนเข้ามาปรนนิบัติเขาในห้องตอนที่ป่วยเพราะอยากแสดงสปิริตของพี่ว้ากวิ่งรอบสนามฟุตบอลท่ามกลางสายฝน นึกแล้วก็ได้แต่แอบยิ้มกับตัวเอง บางทีอาจจะตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก็ได้ ที่เขาเริ่มเปิดใจให้กับก้องภพ เจ้าเด็กรุ่นน้องจอมอวดดีที่ประกาศก้องกลางห้องประชุมเชียร์ว่าจะจับเขาทำเมีย เพื่อแลกกับเกียร์ของรุ่น แล้วเป็นอย่างไรล่ะ จนแล้วจนรอดเขาก็ดันไปตกร่องปล่องชิ้นกลายเป็นแฟนกับเจ้าเด็กกวนประสาทนั่นจนได้

“เฮ้อ...ทำไมต้องคิดถึงอีกแล้วเนี่ย ก้องภพ คุณทำบ้าอะไรกับหัวใจผมกันแน่ ไม่ว่าจะทำอะไรก็เอาแต่คิดถึงไม่หยุดเลย”

ถึงปากจะบ่นไปอย่างนั้น แต่รอยยิ้มของอาทิตย์กลับยิ่งกว้างขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อนึกถึงความทรงจำต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคน เขาเดินไปหยิบสมุดไดอารี่ของแฟนหนุ่มในตู้ลิ้นชักเล็ก ๆ ข้างเตียงมาเปิดอ่าน ยังจำได้ดีว่าครั้งแรกที่เขาได้อ่าน ตอนนั้นเพิ่งคบกันในสถานะคนรักใหม่ ๆ ก้องภพเป็นคนหยิบมันมาให้เขาอ่านเองเพราะอยากให้เขาได้รับรู้ว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นมานั้น ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องฉาบฉวย แต่ก้องภพบันทึกทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับเขาด้วยความรู้สึกดี ๆ และหวังว่าเขาจะมีโอกาสได้รับรู้สิ่งที่อยู่ในใจทั้งหมด

อาทิตย์หยิบไดอารี่เล่มนั้นมานอนอ่านบนเตียง อ่านไปยิ้มไปนึกถึงภาพความทรงจำเก่า ๆ ในสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ไล่ตั้งแต่หน้าแรก ไปจนถึงหน้าสุดท้ายด้วยความรู้สึกตื่นเต้นราวกับว่าไม่เคยอ่านมาก่อน แม้ว่าเขาจะอ่านมันมาหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่แล้วก่อนจะปิดหน้าสุดท้ายลง เขากลับพบว่ามีอีกหน้าหนึ่งที่เขายังไม่เคยได้อ่าน และเดาเอาว่าก้องภพคงเขียนขึ้นภายหลังก่อนจะไปเรียนต่อที่ประเทศจีน

‘ผมไม่รู้ว่าความรักของเราสองคนจะยืนยาวไปได้ถึงเมื่อไหร่ บางทีอาจเป็นผมที่ต้องจากไปก่อน หรืออาจเป็นเขา เมื่อเวลานั้นมาเยือน แต่สิ่งเดียวที่ผมเชื่อมั่นก็คือความรู้สึกที่เราสองคนมีให้แก่กัน ถึงแม้ว่าผมจะไม่เคยรักใครมาก่อน แต่ความรักของผมที่มีให้กับพี่อาทิตย์ เป็นความรักที่แท้จริง และปรารถนาอย่างยิ่งที่จะได้เห็นเขามีความสุขในทุก ๆ วัน ผมเสียใจทุกครั้งที่ได้เห็นน้ำตาของเขา แม้กระทั่งตอนนี้ คืนนี้ คืนสุดท้ายที่เขาได้แต่นอนร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของผม โดยที่ผมเองไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย พี่อาทิตย์คงไม่รู้ว่า ต่อให้ผมไม่ได้ทุนไปเรียนต่อที่เมืองจีน พ่อก็คงส่งผมไปเรียนต่อที่ต่างประเทศที่ไหนสักแห่งอยู่ดี มันอาจดูเหมือนเรื่องธรรมดาที่นักธุรกิจจะส่งลูกไปเรียนเพื่อกลับมาสืบทอดกิจการของที่บ้าน แต่ผมไม่คิดอย่างนั้น และแน่ใจว่านี่อาจเป็นบททดสอบเล็ก ๆ ที่พ่อของผมสร้างขึ้นมา เพราะอยากลองใจว่าความห่างไกลจะทำให้ความสัมพันธ์ของเราสั่นคลอนลงได้หรือเปล่า แต่พ่อคงลืมไปแล้วว่าลูกของพ่อคนนี้ ถอดแบบนิสัยมาจากเขาเกินกว่าครึ่ง พ่อรักและมั่นคงกับแม่อย่างไร ตัวผมเองก็ยังคงรักและมั่นคงกับพี่อาทิตย์ไม่ต่างกัน

สักวันผมจะยืดอกบอกกับครอบครัว และทุกคนรอบข้างว่าคนรักของผมเป็นคนที่น่าชื่นชมแค่ไหน ผมอยากป่าวประกาศให้ใคร ๆ ได้รู้ว่าเขาเป็นผู้ชายคนเดียวที่ผมจะรัก และอยากดูแลไปตลอดชีวิต รอผมก่อนนะครับพี่อาทิตย์ ให้ผมได้มีความกล้ามากพอเหมือนอย่างตอนที่พี่ประกาศบอกกับทุกคนในบริษัทว่าเป็นแฟนกับผม และผมรับรองเลยว่าจะเป็นคนรักที่ดีที่สุดเพื่อพี่อาทิตย์ให้ได้ เชื่อใจผมนะครับ’

 

ภาพของตัวหนังสือในสมุดไดอารี่กลายเป็นพร่ามัวเพราะถูกบดบังด้วยม่านน้ำตาตั้งแต่เมื่อใดไม่ทันรู้ตัว อาทิตย์ยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาตัวเองป้อย ๆ ความรู้สึกซาบซึ้งและตื้นตันใจมันทำให้จุกแน่นจนรู้สึกเจ็บหน้าอกไปหมด เขาไม่เคยรู้เลยว่าในคืนนั้น ก้องภพเขียนไดอารี่นี้ด้วยความรู้สึกเช่นไร กอดสุดท้ายก่อนไปทำงานในเช้าวันนั้นที่ทำให้อาทิตย์ทั้งรู้สึกอบอุ่น และเหน็บหนาว จิตใจวูบโหวงราวกับถูกดูดกลืนวิญญาณออกจากร่างไปในคราวเดียวกัน นึกว่ามีแต่เขาเองคนเดียวที่ต้องห้ามใจฝืนน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลเพราะคนรักยืนส่งยิ้มอันแสนอ่อนโยนมาให้เขา โดยไม่มีวี่แววของความเศร้าหรือลังเลใจเลยแม้สักนิด แต่พอได้เห็นรอยหยดน้ำบนกระดาษของสมุดไดอารี่เล่มนี้ ก็เข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงเศร้าใจไม่ต่างกัน

ดวงตากลมโตจ้องมองแหวนทองคำขาวบนนิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง พลางนึกถึงเหตุการณ์ในสนามบิน ที่เขาเอาความกล้าบ้าบิ่นจากที่ไหนก็ไม่รู้ดึงตัวคนรักมาจุมพิตท่ามกลางผู้คนมากมาย หลังจากเขาทำลงไปแล้วก็ได้แต่อายเมื่อย้อนกลับมานึกถึงอีกครั้ง หากวันนั้นเขาตัดสินใจผิด และยังคงดื้อดึงนึกแต่จะยุติความสัมพันธ์เพราะเชื่อตามคำบอกของคนในโซเชียลมีเดียโดยไม่ยอมฟังหัวใจตัวเอง ก็คงไม่ได้เห็นแหวนวงนี้

“บ้าเอ๊ย! น่าอายชิบเป๋ง ทำลงไปได้ไงวะ”

อาทิตย์กล่าวสบถกับตัวเอง พร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดหน้าแต่ก็ไม่วายอมยิ้มเขินจนแก้มแทบแตก เมื่อนึกถึงคำพูดประโยคนั้นของก้องภพหลังจากสวมแหวนให้เขา

‘ดวงอาทิตย์ดวงนี้เป็นของผมนะครับ ผมจองแล้ว’

“งื้ออออ พอ ๆ ไอ้อาทิตย์ เลิกเขินเป็นสาวน้อยได้แล้ว เฮ้อ...แบบนี้ก็ยิ่งคิดถึงเข้าไปใหญ่สิ ข้าวกล่องแช่แข็งหมดแล้วด้วย ออกไปหาซื้ออะไรมากิน เดินเล่นดูผู้คนข้างนอกบ้างดีกว่า”

คนขี้เขินได้แต่กลิ้งตัวไปมาบนเตียงแล้วโวยวายอยู่คนเดียว ก่อนจะลุกพรวดขึ้นนั่ง แล้วตัดสินใจออกไปยังห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกลจากหอพักของเขามากนัก เพื่อหาอะไรรับประทานและซื้อเสบียงมาเก็บไว้ที่ห้องในช่วงวันหยุดอีกหลายวันที่เหลืออยู่ และคิดว่าการออกไปพบเจอผู้คนที่อยู่โลกภายนอกบ้าง คงจะดีกว่าการอุดอู้อยู่แต่เพียงในห้องเป็นไหน ๆ

ทว่า เขาคงจะคิดผิดไปถนัด เพราะเมื่อได้ออกมาจากห้อง แสงแดดยามเย็นสีส้มอ่อนเมื่อดวงตะวันกำลังจะลาลับขอบฟ้า กลับทำให้เขายิ่งรู้สึกเหงามากกว่าเดิม เมื่อนึกไปถึงภาพของใครคนนั้นที่ยืนมองพระอาทิตย์ตกดินด้วยกันบนดาดฟ้า คำพูดบอกรัก สายตาหวานเชื่อม รอยยิ้มละมุนละไม และการเอาใจใส่ที่แสนอ่อนโยนของก้องภพ ทำให้อาทิตย์ยิ่งคิดถึงคนรักมากกว่าเดิม ท่ามกลางผู้คนที่รายล้อมมากมาย แต่กลับไม่มีใครที่ยืนอยู่ข้างเขาในวันนี้

อยู่ ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาเองโดยไม่มีสาเหตุ อาทิตย์ไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่าเขากลายเป็นคนขี้เหงาขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เขายกมือขึ้นมาปาดหยาดน้ำตาทิ้งไป ก็พอดีกับที่เสียงเรียกของหญิงสาวคนหนึ่งดังมาจากทางด้านหลัง เขารีบเช็ดน้ำตาอย่างลวก ๆ อีกครั้ง พลางหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นหญิงสาวตัวสูง รุ่นเดียวกันกับก้องภพ เดินเคียงคู่มากับหญิงสาวอีกคนที่เขาไม่คุ้นหน้า

“อ้าว...น้องแพรไพลิน มากับเพื่อนเหรอครับ”

“นึกแล้วว่าต้องใช่พี่อาทิตย์จริง ๆ ด้วย สวัสดีค่ะพี่อาทิตย์ นี่แฟนแพรเอง ชื่อแคนดี้ค่ะ ตัวเองนี่พี่อาทิตย์ เป็นเฮดว้ากของคณะฯ ตอนเค้าอยู่ปีหนึ่งน่ะ”

สาวสวยรุ่นน้องอดีตดาวมหาวิทยาลัยเอ่ยทักทายพร้อมกับแนะนำคนข้างกายให้ได้รู้จัก ทำเอาอาทิตย์รีบยกมือรับไหว้แทบไม่ทันเมื่อสองสาวพากันยกมือไหว้เขาด้วยความเคารพตามที่เคยได้รับการปลูกฝังมาอย่างดีสมัยเรียนปีหนึ่ง พลางนึกถึงตอนพูดคุยเปิดใจกับก้องภพบนดาดฟ้า เขาหึงแฟนหนุ่มจนพานโมโหใส่เพราะคิดว่าก้องภพกับแพรไพลินมีใจให้กัน แต่ภายหลังกลับได้รู้ความจริงจากปากก้องภพว่าพวกเขาเป็นเพียงแค่เพื่อนที่ดีต่อกัน และไม่มีวันจะสานต่อความสัมพันธ์มากไปกว่าความเป็นเพื่อนร่วมรุ่นได้ เพราะหญิงสาวรุ่นน้องนั้นมีใจรักชอบกับเพศเดียวกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แม้ว่าในตอนนั้นเขาไม่ได้ปักใจเชื่อมากนัก เพราะคิดว่าคนรักอาจจะแกล้งพูดเพื่อให้เขาสบายใจ แต่พอมาวันนี้ได้ฟังที่สาวรุ่นน้องกล้าออกปากแนะนำแฟนคนสวยให้ได้รู้จัก โดยไม่ได้คิดปิดบังความสัมพันธ์แต่อย่างใด ก็ทำให้อาทิตย์วางใจได้อย่างสนิททันที

“สวัสดีครับน้องแคนดี้ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

“แล้วนี่พี่อาทิตย์มากับใครคะ ก้องภพมาด้วยกันหรือเปล่า เห็นเมื่อสองสามเดือนก่อนที่คุยกันในกลุ่ม บอกว่าปีนี้จะกลับมาฉลองปีใหม่ที่ไทยนี่คะ”

“เอ่อ คือ...ก้องภพบอกว่าปีนี้อยู่ฉลองกับครอบครัวที่โน่นน่ะครับ แล้วพอดีพวกเพื่อน ๆ มันหนีไปเที่ยวกันหมดน่ะ พี่ก็เลยมาคนเดียว”

แพรไพลินถามพลางมองซ้ายขวาหาเพื่อนร่วมรุ่นของตนแล้วก็ต้องชะงักไป เมื่อถูกแฟนสาวของเธอสะกิดยิก ๆ หลังจากที่คำถามของเธอ ทำให้หนุ่มรุ่นพี่ออกอาการซึมลงไปถนัดตา

“มีอะไรเหรอแคนดี้...หืม อ๋อ เอ่อ พี่อาทิตย์ทานอะไรมาหรือยังคะ พวกเรากำลังจะไปทานข้าวเย็นพอดี ไปด้วยกันไหมคะ”

รอจนสองสาวกระซิบกระซาบกันเรียบร้อย อดีตเฮดว้ากจึงค่อยตอบคำถามนั้น

“ไม่ดีกว่าครับ เชิญน้องแพรกับแฟนตามสบายนะ พี่มาซื้อของเข้าบ้านนิดหน่อย เดี๋ยวก็จะกลับแล้ว”

อาทิตย์ส่งยิ้มแห้งให้สองสาว แล้วส่ายหน้าน้อย ๆ ด้วยไม่อยากจะเข้าไปขัดขวางเวลาแห่งความสุขของคู่รัก แต่กลับเป็นแฟนสาวของแพรไพลินที่เอ่ยชวนเสียเอง เมื่อสังเกตเห็นท่าทางเซื่องซึม และดวงตากลมโตที่แดงก่ำเหมือนคนที่เพิ่งผ่านการร้องไห้มาหมาด ๆ

“อย่าคิดว่ารบกวนอะไรเลยนะคะ วันนี้แพรชวนแคนดี้ไปกินเลี้ยงกับพวกเพื่อน ๆ ที่คณะฯ พี่อาทิตย์น่าจะรู้จักอยู่หลายคนเลย ไปทักทายกันหน่อย อยู่สักพักแล้วเดี๋ยวค่อยกลับก็ได้ค่ะ”

“ใช่ ๆ ไม่รบกวนอะไรเลยค่ะ เจ้าพวกนั้นต้องดีใจแน่เลย ที่ได้เจอพี่อาทิตย์ ไหน ๆ ก้องภพก็ไม่อยู่ที่นี่ เราจะได้เม้าท์กันให้สนุกไปเลย ดีไหมคะ”

ไม่พูดเปล่า หญิงสาวตัวสูงยังตรงเข้ามาคว้าข้อมือของเขาเอาไว้ พลางกึ่งลากกึ่งจูงไปในทิศทางของร้านอาหารที่เป็นจุดนัดพบสังสรรค์กับเหล่าเพื่อนร่วมรุ่น โดยมีแฟนสาวเป็นกองหนุนอีกแรง ทำให้อาทิตย์จำต้องยอมไปตามคำขอของหญิงสาวรุ่นน้องอย่างเลี่ยงไม่ได้

ร้านอาหารที่แพรไพลินกับเพื่อน ๆ นัดกันในวันนี้ เป็นร้านอาหารสไตล์ครอบครัว ตกแต่งด้วยพืชพรรณไม้นานาชนิด ตัวอาคารห้องอาหารเป็นห้องกระจกขนาดไม่ใหญ่มาก ด้านนอกมีเถาว์ไม้เลื้อยสีเขียวครึ้มปกคลุมโดยรอบ ให้บรรยากาศสงบและร่มรื่นเหมือนอยู่ท่ามกลางสวนสาธารณะ ทั้งที่เพิ่งเดินผ่านโซนที่แสนอึกทึกครึกโครมของห้างสรรพสินค้าเข้ามาในซอยด้านหลังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แสงสุดท้ายในยามโพล้เพล้สาดส่องเข้ามาทางด้านหลังตัวอาคารเรือนกระจก งดงามจนเกินจะบรรยาย ทำให้อาทิตย์ลืมตัวเผลอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพเอาไว้ ก่อนจะกดส่งไปให้คนรักเหมือนอย่างทุกทีที่เขาได้เห็นภาพวิวทิวทัศน์อันสวยงาม และอยากให้ใครคนนั้นได้ร่วมแบ่งปันชมความงามพร้อมกันกับเขา

“เฮ้ย! พวกแก ดูสินั่นใครมา สวัสดีค่ะพี่อาทิตย์ พี่อาทิตย์สุดหล่อของมะปราง มาได้ยังไงคะเนี่ย”

พอเดินมาถึงตรงหน้าห้องที่จัดเป็นโซนส่วนตัวไว้รองรับลูกค้าจำนวนไม่เกิน 10 ที่นั่ง เสียงร้องทักของมะปราง หญิงสาวร่างเล็ก แต่มักทำตัวเป็นหัวหน้าโจกของกลุ่มซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะก่อนแล้วก็ดังขึ้น เมื่อหันมาเห็นบุคคลที่ไม่คาดคิดมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า ก็ออกอาการดีใจ เรียกให้พวกเพื่อน ๆ คนอื่นในกลุ่มหันมามองตามเป็นสายตาเดียวกัน และต่างพากันยกมือไหว้ทักทายรุ่นพี่ จนอาทิตย์รับไหว้แทบไม่ทันอีกครั้ง

“สวัสดีคร้าบพี่อาทิตย์ ไม่ได้เจอกันแป๊บเดียว หล่อขึ้นเยอะเลยนะครับ”

“สวัสดีค่ะพี่อาทิตย์ ดีใจจังเลยที่ได้เจอกันวันนี้”

“สวัสดีครับพี่อาทิตย์ น้องเดย์ครับ นี่พี่อาทิตย์ เป็นเฮดว้ากสมัยที่พี่เรียนอยู่ปีหนึ่งน่ะ”

โอ๊ค หนุ่มแว่น จอมกวนประสาทของกลุ่มเอ่ยทักทายก่อน ตามมาด้วย เมย์ หญิงสาวผู้เรียบร้อยที่สุดของกลุ่ม และปิดท้ายด้วย ทิว ประธานรุ่นสุดห้าวที่วันนี้มาพร้อมกับ เดย์ หนุ่มรุ่นน้องตัวเล็ก ผู้ที่ยังไม่เคยได้เจอกับอดีตเฮดว้ากมาก่อน เพราะตอนที่เขาเข้ามาเรียนปีหนึ่ง อาทิตย์ก็จบการศึกษาไปแล้ว เดย์จึงได้แต่ยกมือไหว้ตามคำแนะนำของทิว พร้อมกับส่งยิ้มให้แทนคำทักทาย ขาดไปก็เพียง เอ็ม หนุ่มขาวตี๋ ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศก่อนหน้าก้องภพได้ไม่นาน พลันทุกสายตาที่จับจ้องมาเล่นเอาคนถูกมองได้แต่เขินจนทำตัวไม่ถูก ก่อนที่คนชักชวนหนุ่มรุ่นพี่มาจะรีบให้เครดิตตัวเองและแฟนสาวทันที จนเรียกเสียงโห่ฮาจากเหล่าเพื่อนร่วมแก๊งเสียยกใหญ่

“สะ...สวัสดีครับ น้อง ๆ อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเลยนะเนี่ย”

“ไงจ๊ะพวกแก เซอร์ไพรส์เลยล่ะสิ ฉันกับแคนดี้เจอพี่อาทิตย์ตรงหน้าห้างพอดี ก็เลยชวนมากินข้าวด้วยกัน อีกอย่างวันนี้ก้องภพไม่มา เพราะงั้นพวกเราจะได้เม้าท์อิตานั่นกันได้เต็มที่ไง จริงไหมคะ”

แพรไพลินยื่นหน้าออกมาจากทางด้านหลังของหนุ่มรุ่นพี่ ที่ได้แต่ยืนเก้กังอยู่กลางวงล้อมของรุ่นน้อง พลางรุนหลังให้อาทิตย์เดินไปนั่งตรงหัวโต๊ะที่ยังว่างอยู่ ส่วนเธอเองเดินไปเลื่อนเก้าอี้ฝั่งซ้ายมือของอาทิตย์ให้แฟนสาวนั่งลงก่อน แล้วจึงย่อตัวลงนั่งเคียงข้าง ถัดจากที่นั่งของมะปรางเพื่อนสนิทที่สุดในกลุ่ม

อาทิตย์มองการกระทำอย่างเป็นธรรมชาติของสองสาวคู่รัก แล้วแอบนึกถึงกิริยาที่แฟนหนุ่มของเขามักจะทำเป็นกิจวัตร ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนเก้าอี้ให้นั่งก่อน ดูแลความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผมก่อนไปทำงาน และอีกหลาย ๆ อย่างที่ทำให้เขาเคยชินจนกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันไปแล้ว พลางมองไปอีกฝั่งของโต๊ะ ก็เห็นว่าทิวเองก็เทคแคร์เด็กหนุ่มรุ่นน้องตัวเล็กแทบไม่ต่างกัน จนพอเดาความสัมพันธ์ของทั้งคู่ได้ไม่ยาก และดูเหมือนว่าเพื่อนทุกคนในกลุ่มของก้องภพนั้น ต่างก็ให้เกียรติแฟนของเพื่อนทุกคน และปฏิบัติกับพวกเขาเสมือนว่าเป็นสมาชิกอีกคนของกลุ่มไปด้วย ก็อดที่จะยิ้มอย่างภูมิใจแทนแฟนหนุ่มของเขาไม่ได้ที่มีกัลยาณมิตรดีเช่นนี้ พลางนึกถึงช่วงเวลาที่เขาพาก้องภพไปนั่งร่วมวงกับเพื่อน ๆ ของเขาเอง ทุกคนก็ให้การต้อนรับอย่างดี ไม่มีคำตำหนิ หรือ ประชดประชัน เหน็บแนม ให้ระคายเคืองใจแต่อย่างใด ทั้งที่ก่อนหน้าจะเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างเขาและคนรักนั้น อาทิตย์ทั้งกลัว และกังวลไปต่าง ๆ นานา ว่าจะไม่ได้รับการยอมรับจากผู้คนรอบข้าง เมื่อได้เห็นภาพบรรยากาศอันแสนอบอุ่น มิตรภาพระหว่างเพื่อนที่มอบความจริงใจ และปรารถนาดีต่อกัน ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเขาเองนั้นโชคดีเหลือเกินที่คนรักของเขาคือก้องภพ และทำให้ได้มาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีเช่นนี้

“พี่อาทิตย์ ทำไมกินน้อยจังเลยคะ หรือว่ารำคาญเสียงอิโอ๊คที่มันร้องเพลงหนวกหูจนกินไม่ลงเหมือนกันใช่ไหมคะ”

มะปรางหันมาเห็นว่าข้าวในจานของอาทิตย์นั้นพร่องลงไปเพียงเล็กน้อย จึงแกล้งเอ่ยแซวเพื่อนร่วมกลุ่มของตนเอง ที่พอจับไมค์ได้ ก็ร้องเพลงไม่ยอมหยุด ท่ามกลางเสียงหัวเราะสนุกสนานของเพื่อน ๆ กับท่าทางสุดกวนประสาทของคนที่ไม่ยอมวางไมค์ แถมยังท้าทายเพื่อนสาวร่างเล็กให้ขึ้นไปร้องเพลงตรงหน้าจอโปรเจคเตอร์แทนอีก

“อ้าว ๆ คุณมะปรางอย่าใส่ความกันสิครับ เสียงร้องของกระผมเนี่ยออกจะไพเราะเพราะพริ้งขนาดนี้ ถ้าคิดว่าร้องเพราะกว่าก็ขึ้นมาเลยครับ โชว์ให้คนอื่นเค้าฟังกันหน่อยมา”

“เออ ได้ วางไมค์เลยอิโอ๊ค เดี๋ยวฉันขึ้นไปร้องเอง มาคอยปรนนิบัติพัดวีพี่อาทิตย์แทนฉันเลย พี่อาทิตย์ขา เดี๋ยวน้องมะปรางจะเลือกเพลงเพราะ ๆ มาร้องให้พี่ฟังนะคะ พี่จะได้เจริญอาหารมากกว่านี้”

หญิงสาวตัวเล็กโวยวายใส่เพื่อนแล้วหันมาทำท่าจีบปากจีบคอให้หนุ่มรุ่นพี่ ทำเอาอาทิตย์ได้แต่ยิ้มหัวเราะจนตาปิดกับท่าทางจริตจะก้านของสาวรุ่นน้อง ดูออกว่าพวกเพื่อนของก้องภพคงจะเป็นห่วงที่เขาเอาแต่นั่งนิ่ง ฟังพวกเขาคุยกันเพลินจนไม่ได้ตักอาหารเข้าปาก เพราะไม่ว่ามองไปทางไหนก็คิดถึงคนรักอยู่เกือบตลอดเวลา แต่พอจะเริ่มลงมือกินอาหารอย่างจริงจังกลับกลายเป็นว่าต้องชะงักค้างไปเมื่อได้ฟังเสียงร้องของมะปราง แทบไม่น่าเชื่อว่าเห็นตัวเล็กแบบนั้นแต่พลังเสียงของเธอกลับสะกดใจคนฟังจนทำให้คนทั้งห้องนิ่งงันไปในทันที

 

‘…อยู่ตรงนี้ไง เห็นฉันหรือเปล่า อยู่ในทุกเรื่องราว โอบล้อมเธอไว้ด้วยรักอย่างนี้ คือเงาจาง ๆ จากใครคนหนึ่งที่หวังดี แต่ต้องทำยังไงให้เธอได้มองเห็น หากว่าฉันทำได้ขอเพียงเธอได้สัมผัสรักฉัน ฝันว่าเรานั้นได้รักกัน มากกว่าการแค่มองฉันผ่านไป อยากให้ความรักได้ปรากฏตัวออกมาจะได้ไหม อยากมีสักครั้งที่ได้บอกเธอ ว่าความรักฉันเป็นของเธอหมดหัวใจ…’

 

เพลงที่มะปรางเลือกมาร้องในวันนี้คือเพลง ให้รักปรากฏตัว แถมยังร้องในคีย์ของนักร้องชายได้อย่างน่าทึ่ง ทว่า แวบหนึ่งที่อาทิตย์สัมผัสได้คือหญิงสาวร้องเพลงนั้นด้วยความรู้สึกที่ต้องการถ่ายทอดส่งผ่านไปยังใครบางคนในที่นั้น ใครคนที่มองสบตาคนร้องได้เพียงแวบหนึ่ง ก็หันกลับไปให้ความสนใจกับแฟนสาวของตัวเองที่นั่งอยู่ด้านข้างแทน มันอาจเป็นเพียงชั่วเสี้ยววินาทีสั้น ๆ ที่ไม่มีใครทันได้สนใจ แต่เขาเชื่อว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด อย่างไรเสียอาทิตย์ก็รู้ดีว่าเรื่องความรักนั้น เป็นเรื่องของคนสองคน ที่ไม่ควรมีคนที่สามหรือสี่เข้าไปก้าวก่ายในความสัมพันธ์ของพวกเธอ เขาจึงได้แต่เก็บงำสิ่งที่เห็นนั้นไว้โดยมิได้เอ่ยอะไรออกไป เสียงปรบมือเกรียวกราวดังขึ้นเมื่อหญิงสาวร้องจบเพลง เธอโค้งคำนับขอบคุณบรรดาผู้ฟังราวกับศิลปินคนดังที่เพิ่งทำการแสดงเสร็จ ก่อนจะส่งต่อไมโครโฟนนั้นมาให้เขา

“พี่อาทิตย์ให้เกียรติร้องเพลงให้พวกเราฟังหน่อยได้ไหมคะ นะ ๆ พี่รู้ไหมคะว่าก้องภพชอบโม้ให้พวกเราฟังบ่อย ๆ ว่าพี่ร้องเพลงเพราะมาก ที่จริงตอนไปรับน้องที่ทะเล ยังจำได้เลยว่าพี่ร้องเพลงกับเพื่อน ๆ อยู่ แล้วก้องภพก็ลุกขึ้นจากทะเลมาหาเรื่องพี่ พวกเราเลยอดฟังต่อเลย วันนี้พี่ร้องอีกได้ไหมคะ พวกหนูจะได้ส่งไปอวดก้องภพว่าได้ฟังพี่ร้องเพลงแล้ว”

“อย่าเลยครับ ตอนนั้นก็แค่ร้องกันสนุก ๆ กับพวกเพื่อน ๆ น่ะ ไม่ได้เพราะอะไรหรอก น้องมะปรางให้เพื่อน ๆ ร้องดีกว่า พี่ขอฟังอย่างเดียวก็พอ”

ไม่ใช่ว่าอาทิตย์ไม่อยากจะร้องเพลง หรือร้องไม่เพราะอย่างที่ปากว่า แต่สิ่งที่มะปรางพูดมามันดันทำให้เขาหวนนึกไปถึงเจ้าเด็กหนุ่มหัวร้อนที่ถูกเขาสั่งทำโทษให้ไปทำหัวเย็นลงในน้ำทะเล แล้วเจ้าบ้านั่นก็ดันเกิดดำน้ำลงไปจริง ๆ จนเขาเข้าใจผิดคิดว่าก้องภพจมน้ำไปแล้วโดยมีคำสั่งของเขาเป็นต้นเหตุ และทำให้เขารู้สึกขยาดกลัวน้ำทะเลไปพักใหญ่ แต่พอถูกคะยั้นคะยอจากทุกคนในที่นั้น ลงท้ายแล้วอาทิตย์คนที่ปากร้ายแต่ใจดีของก้องภพ ก็จำใจต้องยอมแพ้จับไมค์ขึ้นไปร้องเพลงให้รุ่นน้องทุกคนฟัง

‘…แต่ฉันก็ยังคงรอ รอ รอให้เราโคจรมาพร้อมกัน รอให้ห้วงเวลามีแค่เธอกับฉัน ท่ามกลางดาวเหล่านั้น สื่อสารให้ได้ยินอย่างชัดเจน แม้ฉันต้องรออีกนาน นาน นานเหลือเกิน ที่แรงดึงดูดเรา และความเวิ้งว้างมันทำให้ฉันเศร้า เฝ้ารอในวันหนึ่งให้เสียงเดินทางไปถึง ดาวใด สักดวง...’

เสียงปรบมือดังกึกก้องขึ้นอีกครั้งหลังจากที่อาทิตย์ร้องเพลงจบ เมื่อเขาเลือกเพลง เสียงจากดาวพลูโต ของวง The Comet มาร้อง แถมยังเพราะเหมือนต้นฉบับแทบไม่ผิดเพี้ยน หลังจากนั้นแต่ละคนก็ผลัดกันขึ้นไปร้องเพลงสลับกันไป จนใกล้ได้เวลาปิดร้าน พวกเขาจึงแยกย้ายกันกลับที่พัก โดยนัดแนะกันว่าในคืนสุดท้ายของปี จะมารวมตัวกันจัดปาร์ตี้เพื่อเฉลิมฉลองในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงด้วยกัน ทีแรกอาทิตย์ตั้งใจว่าจะปฏิเสธคำเชิญชวนของรุ่นน้อง แต่พอถูกเกลี้ยกล่อมไม่นานก็ยอมตกลง โดยอาสาเป็นคนเชิญมาจัดปาร์ตี้ที่บนดาดฟ้าของคอนโดฯ เองเหมือนเมื่อตอนงานเลี้ยงส่งก้องภพไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้

อาทิตย์กลับมาถึงที่พักไม่ทันไร ก็ได้ยินเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นมาพอดี เขารีบหยิบขึ้นมาดู และกดรับสายทันทีเมื่อเห็นว่าปลายสายคือคนที่อยู่ในห้วงคำนึงแทบทุกเวลา

“ก้องภพ คุณรู้ได้ไงว่าผมเพิ่งกลับมาถึงห้องเนี่ย มีญาณทิพย์เหรอ”

น้ำเสียงกลั้วหัวเราะที่เจือไว้ด้วยความขบขัน กับใบหน้าที่บ่งบอกถึงความสุขแตกต่างจากเมื่อหลายวันก่อนของคนรัก ทำให้ก้องภพรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง เพราะเขากลัวว่าแฟนหนุ่มรุ่นพี่จะเอาแต่เก็บตัวเงียบอย่างเศร้าซึมอยู่ในห้อง แม้จะรู้อยู่แล้วว่าวันนี้อาทิตย์ไปทำอะไร ที่ไหนมาบ้าง เพราะมีสายลับชั้นดีอย่างเพื่อนในกลุ่ม ที่ผลัดกันถ่ายภาพนิ่ง ถ่ายคลิปวิดีโอของคนรักส่งมาให้เขากันยกใหญ่ราวกับจะแกล้งให้เขาลงแดงตายที่ต้องทนเห็นคนรักผ่านหน้าจอ แต่สัมผัสหรือจับต้องไม่ได้เช่นนี้

“ไม่ได้มีญาณทิพย์หรอกครับ ผมติดกล้องเอาไว้แอบดูพี่อาทิตย์ต่างหากล่ะ”

“อะไรนะ!!! ก้องภพ คุณนี่มันโรคจิตชัด ๆ บอกมาเดี๋ยวนี้นะ ซ่อนกล้องไว้ตรงไหน แล้วคุณ เอ่อ...คุณเห็นผมตอนไหนบ้าง”

ความจริงแล้วก้องภพไม่ได้ติดกล้องอะไรเอาไว้ทั้งนั้น เขาเพียงแค่กะเวลารอให้พี่อาทิตย์กลับถึงห้อง หลังจากที่เพื่อนรายงานว่าส่งคนรักของเขาที่หน้าคอนโดฯ เรียบร้อยแล้ว แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะใสซื่อเกินไป และตกหลุมพรางหลงเชื่อคำลวงของเขาเสียสนิท ยิ่งได้เห็นคนช่างเขิน เดินวนไปทั่วห้องเหมือนหนูติดจั่น รื้อข้าวของให้วุ่นวายไปหมดคล้ายจะหาว่าเขาแอบติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ที่ใดได้บ้าง คนเจ้าเล่ห์ก็ต้องกลั้นขำแทบแย่ ก่อนจะต้องใจเต้นรัวเมื่อได้ฟังคำสารภาพแบบไม่ตั้งใจจากคนรัก

“อย่าเอาแต่เงียบสิ คุณ...คุณเห็นแล้วใช่ไหม ตอนนั้นที่ผมกำลัง...บ้าเอ๊ย ทำไมไม่บอกก่อนวะ ว่าติดกล้องไว้ ผมจะได้ไม่ทำเรื่องน่าอายแบบนั้นต่อหน้าคุณน่ะ”

อยู่ ๆ ภาพในจอก็ดับไป เหลือเพียงแต่เสียงของคนปลายสาย ทำให้ก้องภพที่กำลังลุ้นระทึกนึกเองเออเองไปว่าเรื่องน่าอายของพี่อาทิตย์ จะใช่เรื่องทะลึ่งติดเรท 18+ อย่างเดียวกับที่เขาคิดหรือเปล่า ก็เป็นจังหวะที่อีกฝ่ายหงายกล้องที่คว่ำลงไปบนเตียงขึ้นมา เผยให้เห็นคนที่เอาผ้าห่มคลุมทั้งตัวตั้งแต่ศีรษะลงมาปิดมิดชิดจนเห็นเพียงแค่ดวงตากลมโตคู่นั้นที่มองหน้าจอมายังเขาด้วยสีหน้าเขินอายเป็นอย่างมาก

“เรื่องน่าอายที่ว่านั่น...พี่อาทิตย์ ทำอะไรเหรอครับ ไหนลองบอกมาหน่อยว่าใช่ภาพเดียวกับที่ผมกดอัดคลิปไว้หรือเปล่า”

ก้องภพกลืนน้ำลายลงคอ น้ำเสียงสั่นที่ไม่ใช่เพราะกำลังร้องไห้ แต่กำลังท่องบทสวดสงบจิตสงบใจไม่ให้ลูกชายสุดที่รักเงยหน้าขึ้นมาทักทายพี่อาทิตย์ที่ขดตัวเป็นก้อนกลมใต้ผ้าห่มนั้น ช่างเป็นคนที่เขินได้น่ารักจนน่าจับฟัดอะไรขนาดนี้ ก้องภพได้แต่ปลอบตัวเองไปพลางท่องบทสวดยุบหนอไม่พองหนอไปพลางอย่างพยายามห้ามใจสุดชีวิต

“ว่าไงนะ!!! อัดคลิปด้วยเหรอ ก้องภพ คุณนี่มัน...พอเลย ผมไม่คุยกับคุณแล้ว คืนนี้ผมจะไปเช่าโรงแรมนอนดีกว่า คนอะไรทะลึ่ง ลามก ขนาดนี้”

ได้ฟังดังนั้น อาทิตย์ก็ออกอาการเขินจนแทบมุดลงพื้นแล้ว เขาแทบไม่อยากคิดเลยว่าก้องภพได้เห็นภาพที่น่าอายของเขาไปแล้วมากน้อยแค่ไหน ทั้งตอนที่อ่านไดอารี่แล้วร้องไห้ ตอนเล่นเกมแพ้แล้วโวยวายอยู่คนเดียว หรือตอนที่เขาหยิบเสื้อนอนของก้องภพที่แอบเก็บเอาไว้มากอดหอมก่อนนอนเพื่อให้คลายความคิดถึง แต่คนที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งกลับคิดจินตนาการไปไกลเกินจะกู่กลับมาได้แล้ว

“เดี๋ยวครับพี่อาทิตย์ ผมล้อเล่น พี่ไม่ต้องไปไหนหรอกครับ ผมแค่แกล้งแหย่พี่เท่านั้นเอง ไม่ได้ติดกล้องอะไรเอาไว้ทั้งนั้นหรอกครับ...โธ่เอ๊ย ถ้ารู้ว่าจะน่ารักขนาดนี้ ติดกล้องไปเลยจริง ๆ ก็ดีหรอก”

ก้องภพรีบปฏิเสธเสียงหลง แต่มิวายบ่นพึมพำกับตัวเองในประโยคหลัง ซึ่งเบามากจนอาทิตย์ไม่ได้ยิน กระนั้นคนที่คิดไปแล้วว่าถูกถ้ำมองโดยคนรักก็ยังไม่นึกวางใจเสียทีเดียว ถามย้ำซ้ำอีกครั้งอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก พลางกล่าวคาดโทษคนเจ้าเล่ห์เอาไว้ก่อน

“แน่ใจนะก้องภพว่าคุณแค่ล้อเล่น ถ้าผมเจอกล้องจริง ๆ คอยดูนะ ผมจะสั่งทำโทษคุณให้วิ่งรอบสนามบินจนขาแข็งไปเลย”

“แน่ใจสิคร้าบ ถ้าผมติดจริง ผมไม่บอกพี่แน่นอน เพราะผมจะเก็บเอาไว้ดูคนเดียว”

“ก้องภพ!!! ”

“แหะ ๆ ๆ ยอมแล้วคร้าบบบ พี่อาทิตย์อย่าดุสิครับ ไม่เอาไม่ทำคิ้วย่นแบบนั้นสิ เดี๋ยวหน้าเหี่ยว แก่เร็วนะครับ แต่ถึงจะแก่แค่ไหน...พี่อาทิตย์ก็ยังน่ารักที่สุดเสมอในสายตาผมอยู่ดี”

อาทิตย์ได้แต่ถอนหายใจยาวอย่างเหน็ดเหนื่อยที่จะโต้ตอบกับคนช่างหยอดเต็มที ไม่รู้ว่าก้องภพเห็นเขาเป็นกระปุกหมูออมสินหรือไร ถึงได้หยอดได้หยอดดีไม่เว้นแต่ละวัน นี่ถ้าเอาคำหวานของคนรักตั้งแต่เริ่มจีบกันใหม่ ๆ มาหยอดรวมกันแล้วเปลี่ยนเป็นเงินได้ ป่านนี้เขาคงกลายเป็นเศรษฐีพันล้านไปแล้ว คนอะไรชอบทำให้เขาเขินแล้วเหนื่อยเพราะหัวใจเต้นแรงเกินไปทุกที

“เออ เกือบลืมเลย วันนี้ผมไปเจอเพื่อน ๆ ของคุณมาด้วยล่ะ ทุกคนนิสัยดีแล้วก็น่ารักมากจนผมนึกเสียใจเลย ที่เคยดุแล้วก็แกล้งสั่งลงโทษให้ทุกคนต้องเหนื่อย ต้องเจ็บตัวกันแบบนั้น”

“ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ ก็เพราะคำสั่งสอนของพี่อาทิตย์แล้วก็พี่ว้ากทุกคน ถึงทำให้พวกเราเป็นเพื่อนที่คบกันด้วยความจริงใจมายาวนานถึงตอนนี้ ทุกอย่างที่พี่ทำไปก็เพราะหวังดีกับพวกเรา ถ้าจะมีอย่างเดียวที่พี่ทำไม่ถูก ก็คือพี่อาทิตย์ใจดีเกินไป ใจดีกับทุกคนยกเว้นผม ที่โดนแกล้ง โดนทำโทษหนักที่สุดเลย”

ก้องภพยิ้มให้คนรัก พลางเอ่ยตัดพ้อต่อว่าอย่างไม่จริงจังนัก จึงโดนคนรักโต้ตอบกลับมาอย่างกวนพอกัน

“ก็สมควรแล้วนี่ ความจริงผมว่ายังแกล้งน้อยไปนะ น่าเสียดายจริง ๆ ที่กิจกรรมรับน้องมีเวลาไม่มากพอ ไม่งั้นผมคงได้แกล้งคุณมากกว่านี้อีก”

“โธ่! พี่อาทิตย์ทำไมใจร้ายกับผมแบบนี้ครับ คอยดูนะกลับไปหาเมื่อไหร่ จะทำโทษคืนบ้างเลย”

“มาเลย ๆ ผมรออยู่เนี่ย คิดว่ากลัวเหรอคุณ ลงโทษหนัก ๆ เลยก็ได้ แต่ว่า...แย่หน่อยนะ กว่าคุณจะได้กลับคงอีกหลายเดือน ป่านนั้นคงลืมไปแล้วว่าจะลงโทษอะไรผม”

คนปากเก่ง แกล้งลอยหน้าลอยตาท้าทายใส่หน้าจอ ทำเอาคนที่มือสั่นอยากทำโทษคนรักใจจะขาด ได้แต่กำมือแน่นกัดฟันกรอด แล้วแอบยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะความจริงเขามีเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ได้บอกคนรัก ไหน ๆ ก็มาขนาดนี้แล้ว ให้เป็นความลับต่อไปอีกสักหน่อยแล้วกัน กว่าอีกฝ่ายจะทันได้รู้ตัวก็คงถูกเขาลงโทษไปเรียบร้อยแล้ว

“แล้วคืนสุดท้ายของปีนี้ พี่อาทิตย์มีแพลนจะไปเคานท์ดาวน์ที่ไหนหรือยังครับ”

“เออใช่ เกือบลืมไปเลย พวกเพื่อน ๆ ของคุณเขาชวนผมไปเคานท์ดาวน์น่ะ แต่ผมไม่ชอบไปที่คนเยอะ ๆ คุณก็รู้ใช่ไหม ผมเลยชวนพวกเพื่อนคุณมาปาร์ตี้ที่คอนโดฯ นี่แหละ นึกถึงวันที่จัดงานเลี้ยงส่งคุณไปจีนก็เร็วเหมือนกันเนอะ แป๊บ ๆ ก็จะครบปีแล้ว เสียดายเหมือนกันที่คุณไม่ได้มาด้วย แต่ไม่เป็นไรนะ ผมจะไลฟ์ให้คุณดู ตอนที่พวกเราเริ่มเคานท์ดาวน์ก็แล้วกัน”

พอถูกถามถึงแผนการเฉลิมฉลองในคืนส่งท้ายปีเก่า อาทิตย์ก็รีบเล่าให้คนรักฟังทันที แม้ว่าจะแอบผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ยังดีกว่าการที่เขาต้องฉลองอยู่หน้าจอโทรทัศน์เพียงคนเดียวเป็นไหน ๆ ก้องภพได้ฟังดังนั้นก็ทั้งสงสารทั้งเอ็นดูคนรักไปพร้อมกัน ถึงอีกฝ่ายจะอายุมากกว่าเขาเกือบสองปี แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงรู้สึกอยากปกป้องทะนุถนอมพี่อาทิตย์ราวกับเป็นเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ เหลือเกิน

“ดีแล้วครับ พี่อยู่กับพวกเพื่อน ๆ ของผม ต้องสนุกแน่นอน เจ้าพวกนั้นน่ะ เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเลยล่ะ”

หลังจากพูดคุยกันอีกเล็กน้อย ก้องภพก็ขอตัววางสายไปก่อน เพราะครอบครัวของเขาเพิ่งเดินทางไปถึงจึงต้องไปเตรียมตัวต้อนรับ ห้องของอาทิตย์จึงตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง แต่ในตอนนี้เขาไม่รู้สึกเหงาเหมือนหลายวันก่อนหน้านี้อีกแล้ว เพราะมีเรื่องมากมายให้ต้องคิดต้องทำ ทั้งจะออกแบบงานอย่างไร สั่งอาหารแบบไหน รวมถึงคิดว่าจะซื้อของขวัญอะไรไปเล่นเกมจับสลากกับกลุ่มเพื่อนของก้องภพด้วย โดยหารู้ไม่ว่าของขวัญที่เขาอยากได้ที่สุดในปีนี้กำลังจะเดินทางมาถึงในไม่ช้าแล้ว

.

.

.

“เอ้า! ชนแก้วกันหน่อยครับ มา ๆ ปีใหม่ทั้งที มันต้องฉลอง”

เสียงโหวกเหวกโวยวายของโอ๊ค ดังลั่นไปทั่วบริเวณ หลังจากที่งานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้นในช่วงหัวค่ำ นอกจากการเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงอาหารแบบปิ้งย่าง และเครื่องดื่มแบบไม่อั้นแล้ว อาทิตย์ยังอาสานำกีตาร์มาเล่นสร้างสีสันบรรยากาศให้ครื้นเครง สมกับเป็นเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีอย่างแท้จริงอีกด้วย

“เรามาเล่นเกมจับสลากของขวัญกันเลยนะ เริ่มจากคนที่สวยสุดก่อนอย่างฉันคนแรกเลยจ้า วนไปทางขวานะ แล้วก็พี่อาทิตย์เป็นคนสุดท้าย โอเคไหมคะ”

มะปรางรับหน้าที่ MC จำเป็น ถือขวดโหลแก้วใบใสที่ข้างในบรรจุกระดาษม้วนชื่อของทุกคนที่มาร่วมงานในวันนี้เอาไว้ แล้วหมุนเวียนให้แต่ละคนจับเรียงตามลำดับ โดยมีอาทิตย์ที่นั่งดีดกีตาร์ให้จังหวะเป็นเสียงเพลงคล้ายซาวเอฟเฟ็กต์ในแต่ละครั้งที่มีการเปิดชื่อที่จับได้จากขวดโหล เสียงโห่ร้องของแต่ละคนดังขึ้นเมื่อของขวัญที่ได้มีทั้งของน่ารัก อย่างตุ๊กตาตัวโต และของน่าอาย อย่างเช่นชุดชั้นในวาบหวิว หรือ แม้แต่ของกินทำเอาคนจับได้บ่นเป็นหมีกินผึ้ง แต่ก็สร้างเสียงหัวเราะให้กับพวกเพื่อน ๆ ได้ไม่น้อย จนกระทั่งเหลือแผ่นป้ายชื่อสองใบสุดท้ายในขวดโหล ที่ทำเอาคนต้นคิดจัดงานอย่างอาทิตย์ถึงกับงง เพราะนับจำนวนแล้วพบว่ามีชื่อของใครบางคนเกินมาหนึ่งใบจนเกือบจะกลายเป็นเรื่องชวนขนหัวลุกแล้ว ถ้าไม่ใช่ว่าทิวเป็นคนเอ่ยขึ้นเสียก่อน

“ไม่ต้องแปลกใจไปครับทุกคน พอดีว่าก้องภพมันโทร.มาบอกว่าจะเล่นเกมนี้ด้วย เห็นว่าพี่อาทิตย์จะไลฟ์ให้ดูอยู่แล้ว ก็เลยวานให้ผมเอาของขวัญมาเตรียมไว้ด้วยน่ะ”

“อ๋อ...ก็แล้วไป นึกว่าใครแอบเอาชื่อใส่ไปเสียอีก แล้วไหนล่ะของขวัญ”

อาทิตย์ทำท่าเป่าปากอย่างโล่งอก ที่จริงเขาไม่ค่อยถูกกับเรื่องลี้ลับเท่าไรนัก ยังจำได้ว่าตอนนั้นที่เลิกประชุมกลุ่มพี่ว้ากตอนดึก แล้วมาเจอก้องภพแอบอยู่ข้างบันได ทำเอาใจร่วงตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม นึกว่าเจอของดีตามตำนานคำร่ำลือของพวกรุ่นพี่เสียแล้ว พลางเอ่ยถามหาของขวัญจากคนไกล

“ของขวัญชิ้นนี้มันใหญ่น่ะครับ ผมเลยไม่ได้แบกขึ้นมาบนนี้ด้วย ก่อนจะขึ้นมาก็เลยฝากพี่ รปภ. ให้ช่วยขนไปไว้หน้าห้องพี่อาทิตย์แทน ถ้าใครจับได้ค่อยลงไปเอานะครับ”

ทิวรีบตอบทันที ก่อนหันไปยักคิ้วกับ MC ของงานอย่างรู้กัน มะปรางจึงรีบหยิบเอาโหลนั้นมายื่นให้ตรงหน้าอาทิตย์ พร้อมกับเอ่ยขึ้น

“ในนี้เหลือแค่ของขวัญของพี่อาทิตย์กับของก้องภพแล้วนะคะ ถ้าพี่จับได้ของขวัญของตัวเอง ก็แปลว่าของขวัญก้องภพจะถูกส่งกลับไปให้เจ้าของนะคะ”

กติกาที่เพิ่มมาใหม่ทำให้คนสุดท้ายที่รอเล่นเกมถึงกับทำหน้างง แต่ก็ยอมล้วงมือลงไปในขวดโหลแต่โดยดี หลับตาแล้วนึกอธิษฐานในใจขอให้ชื่อที่จับได้เป็นชื่อของคนรัก เพราะอยากรู้เหลือเกินว่าของขวัญชิ้นใหญ่นั้นจะเป็นอะไร ตู้เย็น มอเตอร์ไซค์ หรือว่าจะเป็นจักรยานพับได้ อะไรทำนองนั้นหรือเปล่า

“ได้มาแล้วค่า ถ้าเป็นชื่อตัวเอง เกมจบ ทิวหอบของขวัญกลับไปคืนให้เจ้าของเลยนะ มาเปิดดูพร้อมกันนะ หนึ่ง สอง สาม...โอ๊ยแก! ฉันอิจฉาคู่รักคู่นี้เหลือเกิน ดวงเขาเกิดมาคู่กันจริง ๆ ค่ะ ของขวัญของพี่อาทิตย์ คือ ก้องภพ ค่า...”

มะปรางแสร้งทำเสียงให้ดูตื่นเต้น พลางค่อย ๆ คลี่กระดาษออกดู ทำเอาคนที่เพิ่งหยิบสลากขึ้นมานั้นใจเต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ลุ้นจนแทบตัวโก่ง จนกระทั่งเสียงของ MC สาวประกาศออกมาเท่านั้น ก็ทำให้อาทิตย์ถึงกับยิ้มหน้าบานอย่างดีใจ เรียกเสียงหวีดร้องจากผองเพื่อนของก้องภพ จนคนจับรางวัลเป็นชื่อคนรักได้สำเร็จถึงกับอายม้วนแทบลงไปกองกับพื้น

“อ๋อ จริงด้วย เกือบลืมไปเลย ไอ้ก้องมันบอกว่าของขวัญชิ้นนี้ ต้องเปิดก่อนถึงเวลาสุดท้ายของปีนี้ด้วยนะ พี่อาทิตย์ครับ ยังเหลือเวลาอีกสองนาที พี่รีบลงไปดูเลยดีกว่าครับว่าของขวัญจากก้องภพคืออะไร พวกผมเองก็อยากรู้จะแย่แล้วเนี่ย”

เสียงของประธานรุ่นทำให้อาทิตย์หันขวับไปมอง แล้วก้มลงมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือของตัวเอง เขาสบถออกมา ด้วยไม่รู้ว่าคนเจ้าแผนการนั้นส่งของขวัญอะไรมาเล่นเกมจับสลากในวันนี้ อย่าบอกนะว่าเป็นไอศกรีมขนาดยักษ์ที่เก็บไว้กินได้ตลอดทั้งปี ถ้าหากว่ามันละลายเลอะพื้นหน้าห้องเขา จะรีบโทร.ไปโวยวายให้เสียงดังลั่นกว่าเสียงพลุดอกไม้ไฟในเมืองจีนเลย คอยดูสิ

คนใจร้อนกดลิฟต์แล้วยืนรอด้วยความกระสับกระส่ายได้เพียงไม่นาน ก็เปลี่ยนใจเปิดประตูบันไดหนีไฟวิ่งลงไปยังห้องพักของตัวเอง เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึง 30 วินาที ก็จะหมดปีแล้ว เขากัดฟันวิ่งลงไปจนถึงชั้นห้องพักของตัวเอง ความเหนื่อยทำให้ไม่ทันมองว่าที่หน้าห้องนั้นมีร่างของใครบางคนยืนอยู่ จนกระทั่งเสียงพลุและดอกไม้ไฟที่ดังมาจากด้านนอกตัวอาคาร พร้อมกับเสียงเฮลั่นของผู้คนดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าเวลาได้ผ่านพ้นคืนสุดท้ายของปีไปจนล่วงเลยเข้าสู่วันแรกของปีใหม่แล้ว อยู่ ๆ อาทิตย์ก็เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นก่อนจะก้าวถึงหน้าห้องของตัวเองเพียงระยะทางอีกไม่กี่ก้าวเท่านั้น พลันได้ยินเสียงของคนที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากเบื้องหน้า

“มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้ครับพี่อาทิตย์ ไม่อยากแกะของขวัญปีใหม่ของพี่แล้วเหรอครับ”

เงามืดที่ทอดตัวลงมาบนพื้น ทำให้คนที่นั่งหอบหายใจด้วยความเหนื่อยค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง ก่อนจะเอ่ยชื่อออกมาคล้ายว่าไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น บางทีอาจเป็นภาพลวงตาจากการดื่มแอลกอฮอล์มากไป แถมยังมาเสียพลังงานจากการวิ่งลงบันไดมาก็ได้ จึงได้เห็นคนที่ไม่ควรอยู่ตรงหน้าในตอนนี้ มายืนส่งยิ้มอย่างแสนอ่อนโยนให้แก่เขา

“ก้องภพ...คุณมาอยู่ที่นี่ได้ไง แล้วไหนของขวัญ?”

“สวัสดีปีใหม่นะครับ พี่อาทิตย์ ผมส่งตัวเองมาเป็นของขวัญให้พี่ไง ไม่อยากได้เหรอครับ”

ก้องภพยักคิ้วให้คนที่ได้แต่นั่งงุนงงสับสนจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว พลางย่อตัวลงดึงให้อาทิตย์ที่นั่งจุ้มปุกอยู่กับพื้นลุกขึ้นยืน แล้วพาเดินไปที่หน้าห้อง เขาเปิดประตูเข้าไปก่อน แล้วจึงจับจูงมือของคนรักที่ยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูกให้เข้าไปในห้องด้วยกัน

“นี่คุณจริง ๆ เหรอก้องภพ ผมไม่ได้เมาจนเห็นภาพหลอนใช่ไหม”

อาทิตย์ยืนนิ่งค้าง มองคนที่นั่งอยู่ตรงปลายเตียงด้วยอาการประหลาดใจเป็นที่สุด ใครกันที่บอกว่าปีนี้กลับไทยไม่ได้ ต้องอยู่ฉลองปีใหม่กับครอบครัว แล้วนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมคนรักของเขาถึงมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ได้

“ตัวจริงเสียงจริงเลยครับ ไม่เชื่อลองจับดูก็ได้นะ”

น้ำเสียงนุ่ม ที่มาพร้อมกับสายตาหวานเชื่อม มืออุ่นที่ดึงตัวเขาเข้าไปใกล้ ก่อนจะโอบกอดเขาไว้อย่างหลวม ๆ กลิ่นกายหอมกรุ่นอันแสนคุ้นเคย ทำให้อาทิตย์เชื่อแล้วจริง ๆ ว่าคนที่อยู่ตรงหน้านี้คือก้องภพ คนรักของเขา สองมือสวมกอดแนบแน่น ใบหน้าฝังซุกลงตรงบ่ากว้าง สูดดมกลิ่นหอมนั้นอย่างแสนคิดถึง น้ำตาหยาดหยดลงมาเป็นสายจนก้องภพรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นบนเสื้อตรงบ่าของเขา พลางลูบหลังลูบไหล่คนรักปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน เมื่อคนในอ้อมแขนเริ่มสะอึกสะอื้น พร่ำพูดออกมาแทบฟังไม่ได้ศัพท์

“ก้องภพ ผม...ผมคิดถึง...คิดถึงคุณมากรู้ไหม ผมมองไปทางไหนก็เห็นแต่คุณ ได้ยินได้ฟังอะไรก็นึกถึงแต่เรื่องราวของเราตลอดเวลา ผมกลัวที่จะต้องอยู่คนเดียว...กลัวว่าจะไม่ได้เจอคุณอีก บางทีความห่างไกลอาจจะทำให้ ความสัมพันธ์ของเรามันจางหายไป”

“ผมอยู่ตรงนี้แล้วครับพี่อาทิตย์ พี่ทำให้ผมขาดพี่ไม่ได้เลย รู้ตัวไหม ความรักของพี่มอบความกล้าให้กับผม ที่ผมมาอยู่ตรงนี้ได้ ก็เพราะว่าผมยอมบอกพ่อกับแม่เรื่องความสัมพันธ์ของเรา ผมบอกพวกเขาว่าผมจริงจังกับความรักครั้งนี้แค่ไหน และผมคงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ ถ้าไม่มีพี่อาทิตย์ ผมรักพี่นะครับ พี่ไออุ่นที่แสนใจดีของผม”

สัมผัสที่แนบแน่นทำให้อาทิตย์รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนตรงอกข้างซ้ายของก้องภพ น้ำเสียงที่มั่นคง และจริงจัง ทว่า หัวใจกลับเต้นระรัวไม่ต่างไปจากหัวใจของเขาสักนิด เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมา แล้วสบตาคนที่โอบกอดร่างของเขาไว้อย่างแสนรัก ปลายนิ้วสัมผัสเส้นผม หน้าผาก ระเรื่อยลงมายังปลายจมูก และหยุดนิ่งตรงริมฝีปากของอีกฝ่าย ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าไปทาบทับริมฝีปากตัวเองบนตำแหน่งเดียวกัน สัมผัสแผ่วเบาแต่นุ่มละมุน หวานซึ้ง ค่อยแปรเปลี่ยนเป็นหวามไหว ยามเมื่ออาทิตย์ถอนริมฝีปากออกก่อน พลางช้อนตาขึ้นมองอีกฝ่าย แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังใจสั่นจนแทบเก็บอาการไม่ไหว

“ผมก็รักคุณก้องภพ ขอบคุณนะสำหรับของขวัญปีใหม่นี้ เป็นของขวัญชิ้นพิเศษที่ผมอยากได้มากที่สุดเลยรู้ไหม”

“ละ...แล้วพี่อาทิตย์ พร้อมจะแกะของขวัญชิ้นนี้หรือยังครับ”

น้ำเสียงสั่น และเริ่มแหบพร่า เมื่ออารมณ์วาบหวามของก้องภพถูกจุดขึ้นมาไม่ต่างจากพลุนับร้อยลูกที่ถูกจุดขึ้นบนท้องฟ้า แล้วแตกกระจายกลายเป็นดอกไม้ไฟหลากหลายสีสันแข่งกับแสงจันทร์ที่ส่องสว่างอยู่กลางผืนนภา คำถามของเขาทำให้อีกคนได้แต่เขินอาย เมื่อรู้ความหมายของคำถามที่เป็นนัยยะนั้นโดยไม่ต้องแปลให้มากความ

อาทิตย์พยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะผลักร่างของขวัญชิ้นโตของเขาให้เอนหลังลงบนเตียง ก่อนที่มืออันสั่นเทาจะค่อย ๆ แกะสิ่งที่ห่อหุ้มพันธนาการของขวัญชิ้นสำคัญของเขาออกทีละชิ้นอย่างเชื่องช้า และอ้อยอิ่ง จนคนที่อยู่เบื้องล่างใจเต้นรัวกระหน่ำยิ่งกว่าได้ยินเสียงรัวกลองตรงข้างหูเสียอีก

 

“เกือบลืมไปเลย ในโหลใบนั้น ยังเหลือชื่อของผมอยู่อีกใบนะ คุณอยากได้ของขวัญจากผมหรือเปล่าก้องภพ”

มือของอาทิตย์ชะงักค้างไว้ก่อนที่ปลายนิ้วมือจะแตะลงตรงขอบกางเกงของก้องภพ ทำเอาคนที่กำลังเคลิ้มได้แต่ร้องประท้วงอย่างขัดใจ แล้วเอื้อมมือมากุมมือคนรักเอาไว้ พลางเอ่ยถามด้วยตาปรือปรอย

“ของขวัญอะไรกันครับพี่อาทิตย์ พี่เตรียมอะไรไว้ ป่านนี้โดนเจ้าพวกนั้นยึดไปแล้วแน่ ๆ”

คนที่อยู่ด้านบนอมยิ้มมุมปาก ก่อนจะส่ายหน้าเล็กน้อยพลางเอ่ยถึงของขวัญอีกชิ้นหนึ่ง แล้วสบตาคนที่ขยับตัวขึ้นมากึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง

“ไม่ใช่ของขวัญที่เอามาจับสลากวันนี้หรอก มันเป็นของขวัญที่ผมเตรียมไว้ให้คุณล่วงหน้านานแล้ว ตั้งแต่ก่อนจะรู้ว่าคุณกลับมาหาผมเมื่อวันคริสต์มาสไม่ได้น่ะ คุณยังอยากได้มันอยู่ไหม”

“หืม...พี่เตรียมของขวัญไว้ด้วยเหรอครับ แต่ว่ายังไม่แกะตอนนี้ได้ไหมล่ะ มาแกะของขวัญของผมกันก่อนเถอะครับ นะครับพี่อาทิตย์”

ก้องภพมีท่าทางแปลกใจเป็นอันมาก เมื่อได้รู้ว่าคนรักก็เตรียมเซอร์ไพรส์ไว้ให้เขาเช่นกัน แต่ในเวลานี้ที่ม่านหมอกแห่งอารมณ์กำลังบดบัง เขาจึงอ้อนงอแงเป็นเด็กน้อยไม่ยอมโอนอ่อนตามที่อีกฝ่ายเสนอ

“แน่ใจนะว่าไม่อยากได้จริง ๆ ผมว่าคุณต้องเสียใจแน่ถ้าไม่ให้ผมเอาของขวัญชิ้นนี้ให้คุณก่อนจะผ่านพ้นวันแรกของปีน่ะ”

ดูเหมือนว่าอาทิตย์จะเริ่มสนุกสนานกับการหลอกล่อเด็กน้อยของเขา จนก้องภพจำใจต้องยอมเสียเวลาอันมีค่า เพื่อปล่อยให้คนในอ้อมแขนได้ไปหยิบของขวัญที่เตรียมเอาไว้ให้เขาตามที่ตั้งใจไว้ ลงท้ายเขาก็ไม่เคยชนะพี่อาทิตย์ที่แสนน่ารักได้สักที ไม่กี่นาทีต่อมา คนที่หายเข้าไปในห้องน้ำก็กลับออกมาอีกครั้ง พร้อมกับสิ่งที่ทำให้คนบนเตียงต้องอ้าปากค้างตาลุกวาว เมื่อเจ้าของขวัญชิ้นนั้นก้าวเข้ามายืนอยู่ข้างเตียง

“ผมเห็นคุณบ่นว่าอยากใส่ชุดซานต้าในวันคริสต์มาสมาตั้งแต่เมื่อปีก่อน ตอนที่เรานั่งดูรายการโทรทัศน์ด้วยกัน ก็เลยสั่งมาให้คุณ แต่พอดีว่าร้านเค้าแถมชุดนี้มาให้ด้วย ก็เลยคิดว่าน่าจะใส่คู่กันได้น่ะ คุณว่ามันโอเคไหม ผมใส่แล้วมันดูตลกหรือเปล่า”

คนถามที่อยู่ในชุดมาสคอตเป็นกวางเรนเดียร์สีน้ำตาลขนปุกปุยเอียงคอมอง พร้อมกะพริบตาปริบ ๆ อย่างรอคอยคำตอบ มือขาวแสร้งเกาจมูกที่ติดลูกบอลกลมสีแดงเอาไว้อย่างขัดเขิน ไม่รอให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ ก้องภพรีบกระโจนลงจากเตียงแล้วคว้าเอาชุดซานตาคลอสสีแดงสดในมือคนรักมาสวมไว้ทันที ก่อนจะดึงคนที่ยืนมองเขาเปลี่ยนชุดด้วยความไวแสงอย่างหน้าตาตื่นลงมานั่งบนเตียงอย่างรวดเร็ว

“ของขวัญของพี่อาทิตย์ชิ้นนี้ ผมชอบมากเลยครับ เอาล่ะ เจ้ากวางเรนเดียร์ ช่วยพาซานต้าไปส่งของขวัญที่สวรรค์ชั้นเจ็ดทีเถอะ โฮ่ โฮ่ โฮ่”

 

 

- End -

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น