เรื่องมหัศจรรย์ - Miracle of Love (Yuri)

ตอนที่ 7 : ความฝัน หรือ ความจริง?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,413
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 ต.ค. 49

ภาพความทรงจำในวัยเด็กผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของฉัน  เราสองคนคู่แฝดมิวกับมายด์กำลังเล่นแกว่งไกวชิงช้ากันอย่างสนุกสนาน  เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ

 

เอ๊ะ! นั่นใครกันเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อีกคนที่หน้าเหมือนกับมายด์เปี๊ยบเดินตรงมาที่ฉันกับมายด์  เขาหันมายิ้มให้ฉันเล็กน้อย แล้วยื่นมือออกมาข้างหน้าเพื่อสัมผัสมือกับมายด์ที่นั่งอยู่บนชิงช้าตัวข้างๆ ฉัน    พลันก็เกิดแสงสว่างจ้าขึ้นมา  จนฉันต้องหลับตาปี๋ โดยอัตโนมัติพอแสงนั้นค่อยๆจางลงกลับกลายเป็นว่า เด็กคนนั้นมายืนอยู่ข้างๆฉันแทนที่ของมายด์และกุมมือของฉันเอาไว้  ส่วนร่างของมายด์กำลังลอยขึ้นบนฟ้าอย่างช้าๆ ราวกับมีแรงดึงดูดอะไรบางอย่างที่ฉุดให้เขาขึ้นไป

 

“ …มายด์มายด์จะไปไหนอย่าไปนะมายด์ลงมาเถอะอยู่กับมิวนะ    ฉันพยายามเขย่งตัวให้สูงขึ้นเพื่อที่จะเอื้อมไปให้ถึงมือของมายด์  แต่เขากลับโบกมือน้อยๆให้กับฉัน  และเอ่ยด้วยเสียงเบาๆ ทว่ามันกลับแจ่มชัดอยู่ในโสตประสาทของฉัน

 

  ถ้าหากความจริงบางอย่างถูกเปิดเผยขึ้นมาฉันขอร้องเธอนะมิวได้โปรดอย่าโกรธเขาเลยนะเขาจริงใจกับเธอจริงๆนะฉันเชื่อนะว่าเขาจะดูแลเธอได้ตลอดไป… ”

 

 

ฉันลืมตาขึ้นช้าๆ และกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับดวงตาให้ชินกับแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาภายในห้อง ผ่านทางผ้าม่านลายหวานตรงหน้าต่าง   

 

นี่เราฝันไปเองเหรอฝันอะไรก็ไม่รู้แปลกจัง  มายด์จะมี 2 คน ได้ยังไงกันเล่า สงสัยคงเพราะเหตุการณ์เมื่อคืนเลยฝันอะไรเพ้อเจ้อไปหน่อย อิอิ  

 

ฉันคิดในใจแล้วก็รู้สึกเขินขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืน  เมื่อหันไปข้างๆก็พบว่ามายด์กำลังหลับตาพริ้ม บนใบหน้ามีรอยยิ้มนิดๆ คงจะกำลังฝันดีอยู่กระมัง เอกำลังฝันถึงเรื่องของเราเมื่อคืนนี้รึเปล่าน้า

 

เสียงครางหึ่งๆ ดังมาจากเครื่องปรับอากาศแสดงว่ามันยังคงทำงานอยู่ตามปกติ  แต่ฉันกลับรู้สึกอบอุ่นทั้งๆที่ไร้อาภรณ์ใดๆ สักชิ้นไว้ปกปิดร่างกาย  นี่คงจะเป็นเพราะว่าได้อยู่ในอ้อมกอดของมายด์ แน่ๆเลย  ทำไมอ้อมกอดของคนที่เรารักนี่มันช่างอบอุ่นอย่างนี้นะ ฉันจูบที่แก้มของเขาเบาๆ แล้วซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดนั้นด้วยความรู้สึกเป็นสุข  แต่ในสมองกลับนึกไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในฝัน

 

ว่าแต่ว่าในฝันนั่นมายด์ต้องการจะบอกอะไรกับฉันนะเขาที่มายด์พูดถึงคือใครกันหรือว่าหมายถึงเด็กคนนั้นแล้วทำไมเด็กคนนั้นถึงได้หน้าเหมือนกับมายด์ราวกับแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกันอย่างนั้นล่ะ    ฉันมัวแต่ครุ่นคิดจนรู้สึกถึงนิ้วมืออุ่นๆที่จิ้มอยู่ตรงร่องระหว่างคิ้วที่ขมวดอยู่

 

เป็นอะไรไปครับมิว ตื่นมาก็ทำคิ้วขมวดเป็นโบว์เชียวอ้อลืมไปอรุณสวัสดิ์ครับที่รัก  

 

เขากล่าวทักทายฉันแล้วจูบเบาๆที่ริมฝีปากฉันรู้สึกเขินกับทั้งคำพูดและการกระทำของเขาจนแก้มร้อนไปหมด แล้วพลันลุกพรวดขึ้นนั่ง ทำเอาเขาตกใจลุกขึ้นมาตามฉัน

 

มายด์คะไหนคุณบอกว่าวันนี้จะต้องถ่ายแบบตอนเช้าต่ออีกไม่ใช่เหรอคะอ๊ะ!…นี่มันจะแปดโมงเช้าแล้วนี่คะพระอาทิตย์ก็ขึ้นมาขนาดนี้แล้วทำไงดีล่ะ

 

ฉันทำสีหน้ากระวนวายแล้วทำท่าจะลุกขึ้นจากเตียงแต่เขาคว้าข้อมือของฉันไว้ ฉันจึงเซถลาลงมาอยู่ในอ้อมกอดของเขา  พลางมองหน้าเขาอย่างสงสัย

 

ฟังผมก่อนนะครับมิวคือจริงๆเราถ่ายเสร็จตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะแต่ที่บอกไปอย่างนั้นก็เพราะผมอยากอยู่กับคุณแค่สองต่อสองเท่านั้นเอง   

 

ฉันมองหน้าเขาอย่าง งงๆเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าช้าๆเมื่อเรียบเรียงข้อมูลในสมองเรียบร้อย  แล้วก็พลันออกอาการเขินขึ้นมาอีกรอบ เมื่อเขาส่งสายตาหวานชวนซึ้งมาให้

 

มายด์เนี่ยหลอกมิวเหรอคะเจ้าเล่ห์จริงๆเลยนะ   ฉันแก้เขินด้วยการเอื้อมมือไปบีบจมูกเขา  แต่เขากลับกดฉันลงกับพื้นเตียงนุ่ม แล้วจุมพิตที่ริมฝีปากอย่างดูดดื่ม  ฉันเผยอปากรับรสจูบของเขา จนรู้สึกว่าร่างกายอ่อนระทวยราวกับช็อคโกแลตที่หลอมละลายด้วยความร้อนผะผ่าวจากริมฝีปากของเขา

 

เขาเลื่อนหน้าลงมาซุกไซร้ที่ซอกคอแล้วดูดเบาๆ แต่เนิ่นนาน สร้างความเสียวซ่านให้กับฉัน จนรู้สึกว่าขนลุกชันไปทั้งตัว มือทั้งสองลูบไล้ลงมาที่เนินอกนุ่ม แล้วนวดเบาๆ นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ บีบเฟ้นเบาๆบนยอดอกสีชมพู ที่ชูชันขึ้นมาสู้กับนิ้วของเขา

 

“ …อืม… ” 

 

เขาเลื่อนหน้าลงมาที่เนินอกแล้วประกบปากลงบนยอดอกข้างหนึ่ง  ความรู้สึกเสียวแปลบปลาบแล่นไปทั่วบริเวณทรวงอก จนต้องโน้มหน้าเขาลงมาสัมผัสแนบชิดยิ่งขึ้น  มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนลงไปตามทรวดทรงองค์เอวที่ได้รูปของฉัน หยุดแวะทักทายกับร่องสะดือด้วยการวนนิ้วรอบๆ แล้วยั่วเย้าเร้าอารมณ์ด้วยการแหย่นิ้วลงไป  ก่อนจะเลื่อนลงไปถึงเนินโหนกอูมส่วนล่าง ที่มีไรขนบางเบาปกคลุมอยู่ ฝ่ามือของเขาสัมผัสลงไป พร้อมทั้งนวดคลึงอย่างเบามือ  ความร้อนที่ถ่ายทอดมาจากมือของเขา ส่งผลให้ส่วนล่างของฉันอบอุ่นจนรู้สึกว่ามีน้ำรักหลั่งไหลออกมาจนชุ่มชื้นไปทั่ว

 

“…อะอาอืม… ”

 

เขาเลื่อนนิ้วลงไปยังปุ่มที่ยื่นออกมาเพื่อรอรับสัมผัสของเขา ซึ่งชูชันไม่แพ้กับยอดอกเลยทีเดียว  คลึงเล็กน้อยแล้วค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้นร่างของฉันสั่นสะท้านไปด้วยแรงแห่งอารมณ์ใคร่

 

“…อ๊ะอาอื๊อ… ”

 

ยังคงมีเสียงครางดังออกมาเป็นระยะ  เขาขึ้นมาจูบฉันอย่างเร่าร้อนอีกครั้งก่อนที่จะเลื่อนนิ้วลงไปในช่องเล็กๆนั้น เมื่อฉันบิดกายส่ายไปมาด้วยความร้อนรน หลับตาปี๋พร้อมทั้งจิกเล็บลงบนไหล่ของเขาเพื่อผ่อนคลายความความเสียวซ่านที่ได้รับ

 

“…อืออื๊อ………..อ๊ะอ๊า…… ”

 

เขาเลื่อนนิ้วสอดเข้าออกอย่างเป็นจังหวะฉันตอบรับเขาด้วยการขยับสะโพกขึ้นลงตามจังหวะของเขา จนแทบจะลืมหายใจความรู้สึกหวิวๆในช่องท้องเกิดขึ้นอีกครั้ง

 

“…อ๊ามะมิวมิวไม่ไหวแล้วชะช่วยทีนะคะมายด์  

 

พายุแห่งอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วนคลื่นลมทะเล ให้ถาโถมเข้าซัดสาดเข้าหาฝั่ง อย่างบ้าคลั่งทำให้ละทิ้งความอับอาย เมื่อความต้องการจากส่วนลึกของจิตใจ กำลังถูกปลุกขึ้นด้วยรสสัมผัสของเขาดังนั้นเขาจึงควรเป็นผู้ที่ปลดเปลื้องอารมณ์เสน่หานั้นแต่เพียงผู้เดียว

 

เขาสอดนิ้วลงไปลึกกว่าเดิมในครั้งสุดท้ายที่ฉันเกร็งตัวขึ้นพร้อมๆกับที่ฝังรอยเล็บลงบนหลังของเขาอย่างรุนแรงจนรู้สึกเหมือนกับมีเลือดติดอยู่ที่ปลายเล็บ  ปลดปล่อยอามรมณ์ใคร่เมื่อครู่ออกไปพร้อมๆกับน้ำรักที่ไหลหลั่งอย่างมิหยุดหย่อน  เขาถอนนิ้วออกจากกายฉันแผ่วเบา พลางเลื่อนหน้าลงไปที่ส่วนนั้นเพื่อสูดเอาความหอมและลิ้มรสความหวานด้วยปลายลิ้นที่ไล้เลียไปทั่ว แล้วดูดกลืนน้ำรักที่ฉันหลั่งออกมามากมายจากการกระตุ้นอารมณ์พิศวาสของเขา อย่างคนหิวกระหายมาแรมปีเสียงลมหายใจที่ถูกผ่อนออกมาเป็นจังหวะเดียวกันกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวกว่าเสียงกลองในบทเพลงร็อคเสียอีก

 

ฉันนอนแผ่หราลงไปกับเตียงอย่างคนไร้สิ้นเรี่ยวแรงใดๆ เหงื่อเม็ดน้อยใหญ่ผุดขึ้นตามร่างกายและใบหน้า เขาเช็ดคราบเลอะที่ริมฝีปากแล้วจึงขึ้นมาโอบฉันไว้ในอ้อมแขน จุมพิตเบาๆที่หน้าผากอย่างปลอบขวัญ ในขณะที่ฉันซุกหน้าลงกับอกนุ่มของเขาที่มีกลิ่นไอจางๆของเหงื่อเปียกชื้นอยู่บนเสื้อกล้ามสีขาวของเขาจนแนบสนิทไปกับตัว

 

“…รักมิวนะครับสุดที่รักของผม   เขากระซิบแผ่วเบาข้างๆหู  ฉันกระซิบตอบเขาไปเช่นเดียวกัน เขาขยี้ผมของฉันอย่างเอ็นดูแล้งจึงชวนให้ฉันเข้าไปอาบน้ำร่วมกัน

 

…………………………………………………………………………………………

 

Chapter  9

 

หลังจากที่เราสองคนตกลงคบกันอย่างเป็นทางการแล้ว  เขาก็เปิดตัวว่าฉันเป็นแฟนกับบรรดาสื่อมวลชนทุกแขนงอย่างไม่กลัวว่าเรตติ้งจะตก  ช่วงแรกๆฉันกลัวว่าที่บ้านจะไม่ยอมรับในความสัมพันธ์รูปแบบนี้  แต่กลับตรงกันข้ามเมื่อเขาเข้าไปคุยกับพ่อแม่ของฉัน  ท่านทั้งสองไม่ได้กล่าวตำหนิใดๆสักคำ เพียงแต่บอกให้เขาดูแลฉันให้ดีที่สุด  ถ้าหากว่าเขาทำให้ฉันเสียใจแม้เพียงครั้งเดียว  ท่านจะไม่ให้โอกาสแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น  แล้วจึงเรียกเขาไปคุยเป็นการส่วนตัวโดยให้ฉันออกไปรอข้างนอกก่อน  ท่านคงจะฝากฝังให้ดูแลฉัน  เหมือนกับที่เวลาญาติผู้ใหญ่กล่าวฝากฝังเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวในพิธีแต่งงานละมั้ง  ฉันนึกในใจในเวลานี้จึงเป็นช่วงที่ฉันมีความสุขมากที่สุดสุขที่ได้คบกับคนที่รักอย่างเปิดเผยและสุขที่พ่อแม่ยอมรับและเข้าใจไม่มีอะไรมีค่ามากไปกว่านี้แล้ว

 

  มิวครับวันนี้ผมมีคิวถ่ายมิวสิกวิดีโอยาวเลยล่ะ  คุณไม่ต้องอยู่รอนะ  หลับไปก่อนได้เลย  เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมค่อยโทรมาหาใหม่คิดถึงนะครับที่รักของผม

 

เขาช่างเป็นแฟนที่น่ารักจริงๆ ไม่ว่าจะทำอะไรหรืออยู่กับใครที่ไหน ก็ต้องโทรมารายงานตัวตลอดเวลา  แม้ว่าฉันจะบอกเขาว่าไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ แต่เขาก็ยังดึงดันที่จะทำด้วยเหตุผลที่ว่า อยากให้ระหว่างเราสองคนไม่มีความลับต่อกัน  ฉันเองก็ปลื้มใจและรู้สึกภูมิใจว่า ฉันช่างโชคดีจริงๆ  ที่ได้ครอบครองเขาทั้งตัวและหัวใจ 

 

แต่แล้วข่าวหน้าหนึ่งที่ลงในหนังสือพิมพ์กรอบเช้าของวันรุ่งขึ้น ก็ทำเอาฉันอึ้งไป เมื่อภาพที่เห็นในข่าว มีรูปของเขากับเมย์แฟนเก่า ยืนจูบกันอยู่ที่หน้าห้องพักบนคอนโดสุดหรูของเขา พร้อมกับข้อความที่อยู่ใต้ภาพ

 

นายแบบสาวหล่อนอกใจแฟนดี้สาวน้อย  โชว์เลิฟซีนดูดดื่มกับสาวสวย  ไม่สนใจสายตาของคนรอบข้าง

 

ฉันรีบยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายถึงเขา  เพราะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นจากข่าว  อยากจะฟังจากปากของเขาเองมากกว่า ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นความจริงหรือไม่  แต่กลับไม่มีสัญญาณตอบรับ เขาคงปิดเครื่องเพื่อหลบนักข่าวมากกว่า  ฉันยังคงคิดในแง่ดี เพราะไม่เชื่อว่าเขาจะทำแบบนี้กับฉันได้  ทั้งๆที่รู้ว่าฉันรักและมั่นคงกับเขามากขนาดไหน  ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงโทรศัพท์มือถือของฉันดังขึ้น  ฉันรีบคว้าขึ้นมารับสายเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของเขา  แต่เสียงที่กรอกมาในสายกลับเป็นเสียงของผู้หญิงคนอื่น

 

ว่าไงจ๊ะมิวอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์เช้านี้รึยังคงกำลังตกใจเลยสิท่ามันก็เป็นไปตามที่ข่าวลงนั่นแหละจ้ะเพราะว่ายังไงมายด์ก็เคยเป็นของฉันมาก่อน ที่เขาคบกับเธอก็แค่ประชดฉันเท่านั้นแหละฉัน… ”

 

ฉันกดวางสายลงไปอย่างโมโห นี่มันอะไรกัน มายด์ทำอย่างนั้นกับฉันจริงๆหรือนี่  ฉันอดทนรอให้เขาโทรมาอธิบายเองไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ฉันจึงตัดสินใจไปหาเขาที่คอนโด  แต่ภาพที่เห็นคือ เมย์กำลังเดินออกมาจากห้องของเขา  ขณะที่เขายืนส่งอยู่ที่หน้าประตู  ในสภาพที่มีเพียงเสื้อคลุมตัวเดียว  ทำเอาฉันถึงกับตะลึงงัน เนื้อตัวสั่นเทิ้มไปด้วยอารมณ์โกรธ นึกอยากจะวิ่งหนีไปเสียแต่กลับก้าวขาไม่ออก  เขาหันมาเห็นฉันเข้าพอดี  สีหน้าของเขาแสดงถึงความตกใจอย่างมาก  เมื่อเห็นฉันยืนอยู่ตรงนั้น 

 

มิว!!!  คุณมาที่นี่ได้ยังไง!!!  

 

ถ้าไม่มาที่นี่  มิวก็คงไม่รู้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น  มิวอุตส่าห์เชื่อใจมายด์มาตลอด  แล้วทำไมมายด์ถึงทำแบบนี้  มิวเสียใจแล้วก็เสียความรู้สึกมากๆ  ตั้งแต่นี้ต่อไป เราไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว  คุณกลับไปหาแฟนเก่าของคุณเถอะ  มิวจะลืมเรื่องระหว่างเราทั้งหมด  ไม่ให้เหลือแม้แต่ความเป็นเพื่อนสมัยเด็กของเรา  ลาก่อนนะมายด์

 

ฉันโพล่งออกไปด้วยความโกรธ  ขอบตาร้อนผ่าว  น้ำตารื้นขึ้นมาจนแทบกลั้นไว้ไม่อยู่  ยิ่งเห็นผู้หญิงคนเก่าของเขายืนส่งยิ้มหวานมาให้ฉันอยู่ข้างๆเขาอย่างนั้นแล้ว มันเจ็บปวดราวกับว่าหัวใจจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ  นึกอยากจะก้าวไปให้พ้นๆ จากตรงนี้ แต่แขนขาอ่อนแรง จนไม่สามารถทรงตัวไว้ได้  จึงทรุดตัวลงกับพื้น  รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่ทรวงอก อึดอัดและทรมานจนหายใจไม่ออก  สายตาพร่าเลือน ในหัวเหมือนจะระเบิด โลกทั้งโลกเหมือนถูกจับหมุนและเหวี่ยงอย่างแรง  ได้ยินเสียงของเขาแว่วเข้ามาในหู กับอ้อมแขนอบอุ่นที่เข้ามาตระคองกอดฉันไว้  ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงแล้วฉันก็หมดสติไป

.

.

.

.

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

55 ความคิดเห็น