O . o รักปลอมๆ ของจอมเจ้าเล่ห์ o . O (แนว Yuri)

ตอนที่ 9 : ลางร้ายเริ่มมาเยือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,070
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    2 ต.ค. 49

ตอนที่ 9

เพียงแค่วีร์ธิราย่างเท้าก้าวเข้าไปในอาคารสำนักพิมพ์ เธอก็ต้องพบกับสายตาแปลกๆ นับสิบคู่จ้องมองมาที่เธอราวกับว่าจะทะลุผ่านร่างของเธอไปได้อยู่แล้ว จากที่เคยเที่ยวเดินทักทายคนนั้นคนนี้ไปทั่ว ก็ทำได้เพียงแค่ส่งยิ้มให้อย่างเก้อเขิน แล้วจึงรีบเดินไปหากรอบแก้ว

"อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่แก้ว"

เสียงที่คุ้นเคยนั้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ สาวใหญ่ปรายตามองไปยังบุคคลเบื้องหน้า ไล่สายตามองตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นไปจรดศีรษะ แล้วแทบจะร้องกรี๊ดออกมา เมื่อพบว่าเด็กสาวตัวสูงคนเดิม บัดนี้ กลายเป็นสาวหล่อมาดเท่ อยู่ในชุดกางเกงแสล็คสีดำ สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีเทาอ่อน พับปลายแขนขึ้นมาจนถึงข้อศอก ผมที่เคยดำขลับยาวถึงกลางหลัง ถูกซอยจนสั้นกุดไฮไลท์แซมด้วยสีน้ำตาลอ่อน รับกับใบหน้าขาวใสนั้นอย่างแทบไม่น่าเชื่อ ยืนส่งยิ้มหวานละลายหัวใจ จนสาวใหญ่อย่างเธอยังอดใจเต้นตึกตักไม่ได้

"น้องวี นี่น้องวีตัวจริงเหรอเนี่ย ไหนขอพี่ดูหน่อยสิคะ น้องวีไปทำอะไรมา ทำไมถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ได้เนี่ย แล้วน้องวีคนเก่าของพี่หายไปไหนแล้วคะ"

กรอบแก้วลุกขึ้นมายืนจับตัววีร์ธิราหมุนไปหมุนมา นักเขียนสาวหล่อจำเป็น เริ่มเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ จนต้องยันมือกับโต๊ะเอาไว้เพื่อไม่ให้ล้มลงไปเสียก่อน

"วีคนเดิมเนี่ยแหละค่ะ แต่ เอ่อ. . .อาจจะเปลี่ยนลุคไปนิดหน่อย แต่ยังไงก็เป็นวีคนเดิมนะคะพี่แก้ว" แล้วกรอบแก้วจึงนึกขึ้นมาถึงเรื่องที่อ้นโทรศัพท์มาหาเธอเมื่อคืนนี้ พลางเอ่ยถามออกไปอย่างไม่อยากยอมรับความจริง

"แล้วที่เค้าลือกันว่าน้องวีเป็นแฟนแม่พริตตี้อะไรนั่น เป็นเรื่องจริงรึเปล่าคะ บอกพี่มาสิคะว่าไม่จริง พี่จะได้ไปอัดเจ้าอ้นมัน เมื่อคืนเค้าโทรมาหาพี่ซะดึกดื่น อำว่าน้องวีไปเป็นแฟนกับแม่นางแบบสาวสวยคนนั้น ไม่จริงใช่มั้ยคะ ก็น้องวีเพิ่งจะเลิกกับแฟนหนุ่มคนนั้นไปเองนี่นา ยังให้พี่ช่วยหาแฟนคนใหม่ให้อยู่เลย"

วีร์ธิราทำหน้าเหรอหรา ไม่คิดว่าข่าวจะแพร่สะพัดไปเร็วขนาดนั้น สื่อสมัยนี้ไวยิ่งกว่าแสงเสียอีก ก่อนจะยิ้มเจื่อนๆ พยักหน้ารับว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความจริง กรอบแก้วส่ายหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อพลางซักไซร้ไล่เลียงความเป็นมาเป็นไป แต่วีร์ธิรานั้นไม่อยากจะพูดอะไรให้มากความ จึงได้แต่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบคำถามพลางเฉไฉไปที่เรื่องงานของเธอ

"เรื่องนั้นเดี๋ยวเอาไว้วีจะเล่าให้ฟังทีหลังนะคะ แล้วต้นฉบับของวีมีปัญหาอะไรรึเปล่าคะพี่แก้ว พอดีเดี๋ยววีมีธุระต้องรีบไปน่ะค่ะ"

"เป็นเรื่องจริงเหรอเนี่ย พี่ไม่อยากเชื่อเลยนะคะน้องวี เสียดายจัง ตอนแรกพี่ก็แอบๆ เล็งไว้เหมือนกัน ถ้าก่อนหน้านี้พี่รู้ว่าเราเป็นทอมแล้วจะหล่อแบบนี้นะ พี่คงไม่ปล่อยให้คนอื่นมาชิงตัดหน้าไปก่อนแน่ๆ  อุ๊ย! "

กรอบแก้วเผลอตัวสารภาพความในใจของตัวเองออกมาจนหมด เมื่อนึกขึ้นได้จึงรีบยกมือขึ้นตบปากตัวเองเบาๆ แต่วีร์ธิรานั้นกลับทำตาโตเมื่อได้ฟังที่กรอบแก้วพูดออกมาเมื่อครู่นี้ เธอไม่เคยรู้เลยว่าสาวใหญ่ที่เธอให้ความเคารพเหมือนพี่สาวแท้ๆ คนนี้ แท้จริงแล้วก็เป็นพวกหญิงรักหญิงนี่เอง มิน่าล่ะ เธอถึงไม่เคยเห็นว่ากรอบแก้วจะพูดถึงหรือชื่นชมชายหนุ่มคนไหนให้เธอฟังเลยแม้แต่ครั้งเดียว และนั่นก็คงเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมหญิงสาวรูปร่างดี หน้าตาสะสวย จึงได้ครองตัวเป็นโสดมาจนถึงทุกวันนี้ 

น่าแปลกนักที่เธอไม่รู้สึกอะไร กลับรู้สึกเฉยๆ เสียด้วยซ้ำที่ได้รู้ ถ้าเป็นเมื่อหลายวันก่อน เธอคงจะต้องช็อค และรู้สึกไม่ค่อยดีกับกรอบแก้วเป็นแน่ แต่คงเป็นเพราะตอนนี้เธออยู่ในสภาพเดียวกันกับหล่อน แม้ว่าจะไม่ได้ยินยอมพร้อมใจที่จะเป็นจริงๆ ก็ตาม แต่นับจากวันที่ถูกอดีตแฟนหนุ่มพูดอย่างดูหมิ่นศักดิ์ศรีของความเป็นคนกับเธอเอาไว้ ทำให้เธอพอจะเข้าใจหัวอกของคนเหล่านี้เป็นอย่างดี ว่าพวกเขามีความรู้สึกเช่นไร ในสังคมที่ยังไม่ยอมรับความรักในรูปแบบที่แตกต่างเช่นนี้

ทางด้านแพรลดา หญิงสาวนั่งกระสับกระส่ายอยู่ในรถ พลางพลิกข้อมือดูนาฬิกาเรือนสวยเป็นครั้งที่ห้า แล้วขมวดคิ้วอย่างรู้สึกไม่พอใจ เนื่องจากกลัวว่าจะไปไม่ทันตามที่ทางกองถ่ายนัดเวลาเอาไว้ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจะกดหาคนรักจอมปลอมของเธอ แต่แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าวีร์ธิรานั้นไม่มีโทรศัพท์มือถือ เธอจึงเก็บโทรศัพท์ใส่ไว้ในประเป๋าถือใบเล็กเหมือนเดิม ตัดสินใจจะลงจากรถแล้วเดินเข้าไปตามหา แต่ยังไม่ทันที่จะลงจากรถ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นเสียก่อน นางแบบสาวล้วงเอาโทรศัพท์เครื่องจิ๋วขึ้นมา หน้าจอแสดงชื่อและรูปภาพของ บลู ผู้จัดการสาวสวยคนเก่งของบริษัทโมเดลลิ่ง วัยสามสิบต้นๆ ที่เธอเคยอยู่ในสังกัด ก่อนที่จะออกมารับงานถ่ายแบบด้วยตัวเอง โดยไม่ผ่านการสกรีนงานจากโมเดลลิ่ง เธอกดรับสายแล้วกรอกเสียงหวานลงไป

"สวัสดีค่ะพี่บลู แหมสงสัยจังเลยว่าลมอะไรนะ พัดให้พี่โทรมาหาดาได้ เอ. . .หรือว่าจะเป็นลมแห่งความรัก" 

เธอเรียกแทนตัวเองด้วยชื่อเดิมที่เคยใช้ก่อนจะเข้าสู่วงการนางแบบ สำหรับชื่อ 'พริตตี้' ที่เธอใช้ในวงการนางแบบนั้น ก็ได้ผู้จัดการบริษัทโมเดลลิ่งคนนี้แหละ ที่เป็นคนตั้งให้ ด้วยเหตุว่าชื่อเดิมของเธอมันดูธรรมดาเกินไป หากหวังจะสร้างชื่อเสียงในวงการนี้ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากรูปร่างหน้าตา และความสามารถแล้ว ชื่อเอง ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ติดหูประชาชนได้มากขึ้นด้วย

บลูหัวเราะร่วน เมื่อนางแบบสาวยังคงหยอกล้อเธอด้วยความทะเล้นไม่ผิดไปจากเมื่อก่อนเลยสักนิด ก่อนจะเอ่ยถึงสาเหตุที่โทรมาในวันนี้

 "ฮะ ฮะ ฮ่า ลมหายใจของความคิดถึงมั้ง ยัยบ๊อง วันนี้พี่มีงานน่าสนใจมาบอกเราแน่ะ งานนี้นะรายได้ดี แถมยังจะสร้างชื่อเสียงให้เราได้มากขึ้นกว่านี้อีกด้วยนะ"

"แล้วงานที่ว่านี่คืออะไรคะพี่บลู คงไม่ใช่ว่าให้ดาไปถ่ายแบบนู้ดหรอกนะ พี่เองก็รู้เหตุผลดีนี่คะ ที่ดามาเป็นนางแบบ ดาไม่ได้หวังว่าจะต้องมีชื่อเสียงหรือเงินทองมากมายอะไรขนาดนั้นสักหน่อย ดาก็แค่. . ." นางแบบสาวยังพูดไม่ทันจบประโยคดี เสียงจากปลายสายก็พูดสวนขึ้นมาอย่างรู้ทัน

"จ้าๆ พี่รู้ พี่เข้าใจว่าดามาเป็นนางแบบก็เพราะดาอยากให้คนที่เคยดูถูกดาเอาไว้ ได้เห็นว่าดาเองก็มีความเป็นผู้หญิงเหมือนกัน แล้วตอนนี้พี่ก็คิดว่าดาคงบรรลุจุดประสงค์ของตัวเองแล้ว แต่งานที่พี่อยากให้ดามีโอกาสได้ลองงานนี้ มันจะทำให้เราน่ะได้ลองใช้ความสามารถอีกแบบนึงดู พูดตรงๆ เลยก็แล้วกันว่าพี่อยากให้ดาลองเล่นละครดู เป็นแค่ซีรี่ส์สั้นๆ ไม่กี่ตอนจบ อีกอย่างหนึ่งทางพี่ต่าย ที่เป็นผู้จัดละครเค้าบอกมาว่า พระเอกของเรื่องนี้เป็นคนรีเควสน้องดามาเองเลยนะจ๊ะ ว่ายังไงล่ะเรา สนใจรึเปล่า ละครของพี่ต่ายน่ะ มีแต่นางเอกดังๆ ระดับแถวหน้าของวงการบันเทิงทั้งนั้นนะ ที่จะมีโอกาสได้เล่นละครของพี่เค้า"

แพรลดานิ่งไปสักพัก เล่นละครอย่างนั้นหรือ ทุกวันนี้เธอเองก็เล่นละครตบตาคนทั้งประเทศอยู่แล้ว มีงานที่ท้าทายความสามารถมาเสนอตรงหน้าแบบนี้ ลองดูสักหน่อยคงจะไม่มีอะไรเสียหาย เธอคิดในใจแล้วตอบกลับไป

"ก็สนใจนิดหน่อยค่ะ แล้วละครที่ว่านี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรคะพี่บลู แล้วพระเอกคนที่พี่บลูว่าเนี่ย หวังว่าคงไม่ใช่ แพท ธนภัทร คนนั้นหรอกนะคะ พี่ก็รู้ว่าดาไม่ค่อยชอบเค้าซักเท่าไหร่ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงคงจะร่วมงานกันยากนะคะ"

"ปิ๊งป่อง! ถูกต้องแล้วจ้า นายแพทคนนั้นนั่นแหละ พระเอกลูกรักคนล่าสุดของพี่ต่ายเค้าเลยล่ะ"

เพียงแค่ได้ยินชื่อของพระเอกหนุ่มจอมเจ้าชู้คนนั้น แพรลดาก็ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา พ่นลมออกมาทางจมูกเสียงดัง พอจะทำให้ปลายสายเข้าใจได้ดีว่า นางแบบสาวรู้สึกเช่นใด แม้บลูเองจะไม่ค่อยชอบหน้านายธนภัทรอะไรนั่นนัก แต่เธอก็หวังดีกับแพรลดา อยากให้คนที่เธอลงทุนปั้นมาเองกับมือ ได้มีโอกาสก้าวขึ้นไปสู่ความโด่งดังอีกระดับหนึ่ง ที่ใครหลายคนได้เพียงแค่ใฝ่ฝัน

"อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจสิจ๊ะ ลองเอาไปคิดดูก่อน อีก 2 – 3 วันค่อยโทรมาให้คำตอบพี่ก็ได้ แต่พี่พูดจริงๆ นะ พี่อยากให้ดารับงานชิ้นนี้ รู้รึเปล่านิยายเรื่องที่พี่ต่ายเค้าเอามาทำเป็นละครเรื่องนี้ กำลังเป็นเบสเซลเลอร์เลยนะ ชื่อเรื่อง 'ฝากรักไว้ที่ปลายฝัน' น่ะ ถึงจะเป็นนักเขียนหน้าใหม่ แต่ก็จัดได้ว่ามาแรงเลยทีเดียวล่ะ เอาเป็นว่าเราไปคิดดูก่อน แล้วโทรมาบอกพี่อีกทีแล้วกัน บายนะจ๊ะ"

 บลูรีบตัดบทแล้วชิงวางสายไปดื้อๆ ก่อนที่แพรลดาจะทันได้บอกปฏิเสธออกไป คำพูดโน้มน้าวจิตใจบวกกับความหวังดีอย่างแท้จริงที่บลูหยิบยื่นมาให้กับเธอ ทำให้เธอครุ่นคิดอย่างหนัก ตัดสินใจไม่ได้ซะทีเดียวว่าอยากจะลองเล่นละครดูหรือไม่ อีกทั้งยังต้องรับบทบาทนางเอกคู่กับพระเอกจอมตื๊อคู่อริของเธอคนนั้น ทำให้เธอหนักใจไม่ใช่น้อย

กลับไปทางด้านของวีร์ธิรา นักเขียนสาวในมาดสาวหล่อกระโดดโลดเต้นไปรอบห้องอย่างดีใจ เมื่อกรอบแก้วบอกกับเธอว่า นิยายเล่มแรกของเธอนั้น ได้รับการติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์ไปทำละครโทรทัศน์ โดยผู้จัดละครมือหนึ่งของเมืองไทย เธอดีใจเป็นอย่างมากเมื่อไม่คิดไม่ฝันว่า นิยายที่เธอแต่งเอาสนุกเล่มนั้น จะกลายมาเป็นเบสเซลเลอร์ไปได้ แถมยังมีโอกาสได้ทำเป็นละครทีวี อย่างที่นักเขียนหลายคนได้แต่ฝัน อยากเห็นตัวละครที่ตัวเองจินตนาการขึ้นมา มีชีวิต มีการเคลื่อนไหว ให้เห็นได้จริง และในวันนี้เธอได้รับโอกาสนั้นแล้วจึงทำให้เธอเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ ถึงกับกระโดดหอมแก้มกรอบแก้ว แล้วยังทำท่าจะเข้าไปกระโดดกอดบรรณาธิการถึงในห้อง ที่ทำให้เธอได้รับโอกาสที่ดีที่สุดในชีวิตเช่นนี้ แต่ก็ถูกสาวใหญ่ปรามเอาไว้ได้เสียก่อนที่จะเดินไปผลักประตูหน้าห้องบรรณาธิการร่างท้วมที่แสนใจดีของเธอ

"พี่แก้ว วีดีใจจังเลยค่ะ นิยายของวีจะได้ทำเป็นละครแล้ว ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ นี่วีฝันไปรึเปล่าคะ พี่แก้วช่วยตบหน้าวีแรงๆ สักทีสองทีได้มั้ยคะ  วียังไม่อยากเชื่อเลยนะเนี่ย"

นักเขียนสาวหล่อจำเป็น ยิ้มกว้างอย่างดีใจจนแก้มแทบปริ กรอบแก้วนั้นมองดูเธอด้วยสายตาเอ็นดูระคนหลงใหลไปกับใบหน้าหล่อใสนั้น แม้ว่าบุคลิกภายนอกของวีร์ธิราจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร แต่นิสัยก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด เธอจึงคิดเอาเองในใจจากประสบการณ์ที่มากมายของตนว่า สาเหตุที่วีร์ธิราเปลี่ยนลุคไปมากมายเช่นนี้ อาจเป็นอาการของคนที่ผิดหวังกับความรักมากจนนึกอยากเปลี่ยนรสนิยมทางเพศของตัวเองขึ้นมาอย่างกระทันหันเท่านั้น ไม่ได้จริงจังอะไร และอีกอย่างวีร์ธิราก็เป็นคนบอกกับเธอเองทางโทรศัพท์ว่า นักเขียนสาวหล่อกับแพรลดา นางแบบสาวสวยคนนั้นเป็นเพื่อนกัน บางทีการออกข่าวว่าเป็นแฟนกันของคนทั้งคู่อาจเป็นเรื่องของผลประโยชน์อะไรบางอย่าง เช่น วีร์ธิราอาจต้องการให้อดีตแฟนหนุ่มเห็นว่าถึงจะขาดเขาไปสักคน แต่เธอก็ยังคงใช้ชีวิตต่อไปได้ ในขณะที่แพรลดานั้น อาจต้องการใช้วีร์ธิรามาเป็นตัวสร้างกระแสความดังของเธอให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีกก็เป็นได้

"เอ้าๆ ยิ้มดีใจไม่ยอมหุบยิ้มเลยนะ ไหนว่ารีบไปไงจ๊ะ ถ้ายังอยู่ต่ออีกนานล่ะก็ ต้องรีบเล่าเรื่องราวให้พี่ฟังเดี๋ยวนี้เลยนะจ๊ะ เพราะพี่น่ะอยากรู้มากๆ"

นักเขียนสาวในร่างสาวหล่อมัวแต่ดีใจจนเกือบลืมไปเลยว่า แพรลดากำลังรอเธออยู่ข้างนอก พอนึกถึงหน้าโกรธเคืองในเย็นวันก่อนที่เธอจะไปงานแต่งงานนั้น ก็รีบลากรอบแก้วแล้ววิ่งแจ้นออกไปทันที ถ้าเธอทำให้แพรลดาไปสายอีกล่ะก็ สงสัยว่านางแบบสาวคงจะโมโหอีกแน่ๆ

และก็เป็นไปอย่างที่เธอคิด ทันทีที่วีร์ธิราเปิดประตูรถขึ้นมา เสียงของหญิงสาวที่นั่งรออยู่ก็ตวาดแว้ดขึ้นมา เล่นเอานักเขียนสาวหล่อสะดุ้งเฮือก กล่าวขอโทษขอโพยไม่ยอมหยุด

"ไหนบอกว่าจะรีบไปรีบมา ครึ่งชั่วโมงเนี่ยเหรอแป๊บเดียวของเธอ จำเอาไว้นะ คราวหน้าฉันจะปล่อยเธอทิ้งเอาไว้ซะเลย"

แพรลดาสตาร์ทเครื่องแล้วขับรถกระชากออกไปด้วยความเร็ว ปล่อยให้คนนั่งด้านข้างนั่งเกร็งอยู่กับพนักพิง ไม่กล้าขยับเขยื้อน ไม่กล้าปริปากใดๆ ออกมาเลยแม้แต่คำเดียว ได้แต่บ่นอุบอิบในใจว่า เธอเองก็ไม่ได้อยากจะไปด้วยซักหน่อย มีแต่นางแบบสาวนั่นแหละที่เอาแต่ออกคำสั่งให้เธอทำนู่นทำนี่ มาตั้งแต่เมื่อ 2 วันก่อนแล้ว

ไม่ช้ารถสปอร์ตคันงามก็เคลื่อนตัวมาจอดที่หน้าสตูดิโอแห่งหนึ่ง สองสาวก้าวเท้าลงมาจากรถ แพรลดากำชับกับวีร์ธิราอีกครั้งว่าให้ทำตัวตามแบบอย่างที่เธอสอนไปเมื่อวาน ก่อนจะเดินควงคู่คนรักกำมะลอของเธอเดินเข้าไปยังภายในสตูดิโอ โดยไม่ได้สังเกตว่ารถยนต์บีเอ็มดับบลิวสีดำสนิทตามมาจอดข้างๆ รถคันงามของเธอ

"เฮ้ยๆ น้องพริตตี้มาแล้วเว้ย ควงแฟนมาด้วยว่ะ"

"จริงดิ โหย เห็นกับตาแบบนี้แล้วช้ำใจว่ะ"

เสียงของสต๊าฟแถวนั้นพูดคุยกันดังแว่วมาเข้าหูของหญิงสาวทั้งสองคนอย่างชัดเจน วีร์ธิรานั้นทำหน้าปูเลี่ยนๆ สลับกับยิ้มเจื่อนๆ ให้ผู้คนที่เรียงรายไปตลอดทางเดินเข้าสตูดิโอ ผิดกับแพรลดารอยยิ้มหวานระบายบนใบหน้า พลางกระชับแขนของตนให้แน่นขึ้นอีก  

"อ้าวมาแล้วเหรอคะ พี่พริตตี้ แหมมาตรงเวลาพอดีเป๊ะเลยนะคะ เชิญเลยค่ะๆ ช่างแต่งหน้ารออยู่ด้านในห้องแต่งตัวแล้วค่ะ เอ่อ. . .แล้วคนนี้ อุ๊ย หล่อจัง"

สต๊าฟสาววัยรุ่น อายุอ่อนกว่าแพรลดา 2 – 3 ปี เอ่ยขึ้น ผายมือออกไปข้างลำตัวเป็นสัญญาณให้นางแบบสาวเดินตรงไปยังห้องแต่งตัวทางด้านข้าง พลางมองหญิงสาวในคราบชายหนุ่มข้างกายแพรลดาด้วยสายตาเคลิบเคลิ้ม เผลออุทานออกมา จนคนที่ถูกชมได้แต่หน้าแดงก่ำด้วยความเขิน นางแบบสาวยิ้มหวานพลางแนะนำคนข้างกายให้สต๊าฟสาวน้อยได้รู้จัก

"สวัสดีค่ะน้องแป้ง นี่พี่วี แฟนของพี่ค่ะ  พี่รบกวนฝากน้องแป้งช่วยดูแลระหว่างที่พี่ถ่ายแบบให้ด้วยนะคะ"

"ดะ. . .ได้ค่ะ ไม่มีปัญหาค่ะ อะ. . .เอ่อ. . .เดี๋ยวเชิญพี่วีนั่งรอที่เก้าอี้ข้างหน้านี้เลยนะคะ" 

นางแบบสาวเอ่ยขึ้นแล้วจึงเดินแยกไปทางห้องแต่งตัว ทิ้งให้คนรักกำมะลอของเธอยืนเก้อเขินอยู่เพียงลำพัง  สต๊าฟสาวรีบกุลีกุจอไปยกเก้าอี้มาให้วีร์ธิรานั่ง ร่างสูงโน้มตัวลงเล็กน้อย กล่าวขอบคุณ ก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ พลางสบตากับแป้ง แต่แป้งนั้นกลับยิ้มออกมาอย่างเขินอาย พาให้เธอต้องเขินอายไปด้วย ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งจะถูกคนอื่น โดยเฉพาะเด็กสาวมองด้วยสายตาหลงรักเพียงแรกเห็นแบบนี้เป็นครั้งแรก นักเขียนสาวจึงรู้สึกประหม่าจนทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งก้มหน้านิ่งมองปลายเท้าตัวเองอยู่อย่างนั้น รอคอยเพียงให้เวลาผ่านไปเร็วๆ เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องทนอึดอัดกับสายตาหลายคู่ที่มองมายังเธอด้วยความรู้สึกแตกต่างกัน มีทั้งชื่นชม ทั้งหมั่นไส้ ทั้งที่มองด้วยสายตาแปลกๆ ราวกับว่าเธอเป็นตัวประหลาดตัวหนึ่งอย่างไรอย่างนั้น และหนึ่งในนั้นก็เป็นสายตาของใครบางคนที่มองเธอราวกับเป็นศัตรูตัวฉกาจ สายตานั้นจ้องมองเธออย่างไม่วางตา จนทำให้ร่างสูงรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ขนลุกชันขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก หันซ้ายหันขวาไปมองก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

'รีบถ่ายให้เสร็จเร็วๆ ทีนะคุณพริตตี้ ฉันเกร็งจะแย่อยู่แล้ว'

………………………………………………………………………………………………………………………………….
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #1029 minifield (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 เมษายน 2555 / 21:45
    555+นั้นสิน่ะ
    #1,029
    0
  2. #965 Number42 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 / 20:05
    มองไปทางไหนก็มีแต่เลสอะจิ

    55+
    #965
    0