O . o รักปลอมๆ ของจอมเจ้าเล่ห์ o . O (แนว Yuri)

ตอนที่ 6 : เทรนเนอร์จำเป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    2 ต.ค. 49

ตอนที่ 6

แพรลดาขับรถพาวีร์ธิรากลับมายังคอนโดของเธออีกครั้ง วีร์ธิราถอดชุดผู้ชายออกแล้วเปลี่ยนกลับไปใส่ชุดเก่าที่แพรลดาให้ไว้เมื่อเช้า ก่อนจะนั่งลงบนโซฟา เปิดโทรทัศน์ดูอย่างสบายอารมณ์ หลังจากเหนื่อยกับการเป็นตุ๊กตาของนางแบบสาวมาเกือบครึ่งวัน แม้ว่าวีร์ธิราจะอยู่ในคราบสาวหล่ออย่างที่นางแบบสาววาดหวังเอาไว้แล้วก็ตาม แต่กิริยาอาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นท่าทางการนั่ง การเดิน ก็ยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก หญิงสาวยังคงมีท่วงท่าแบบผู้หญิงมากกว่าจะเป็นหญิงที่มีจิตใจเป็นชาย เหมือนอย่างที่แพรลดาเคยเป็นมาก่อน แพรลดานั่งมองหญิงสาวร่างสูงแล้วเหมือนจะเอ่ยอะไรบางอย่างแต่ก็เปลี่ยนใจไม่พูดอยู่หลายหน จนวีร์ธิราอดไม่ไหวและพูดขึ้นมาก่อน

" นี่คุณ มองฉันแล้วทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูดอยู่นานแล้วนะ มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า "   เธอเริ่มรู้สึกอึดอัดเมื่อถูกสายตาของนางแบบสาวจ้องเอาๆ พลางทำหน้าหงุดหงิดใส่เธออีก แพรลดาจึงเอ่ยขึ้นมา

" ฉันว่าท่าทางเธอยังไม่ค่อยแมนเท่าไหร่  ดีไม่ดีเกิดไปแสดงท่าทางแบบผู้ยิ๊ง ผู้หญิง ในงานคืนนี้ล่ะก็ แผนฉันคงไม่แนบเนียนแน่เลย "  วีร์ธิราได้ทีจึงสวนกลับไป

" ใช่สิ ก็ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเป็นผู้หญิงทั้งแท่ง ต่อให้คุณจับฉันแต่งตัวแบบผู้ชายแค่ไหน มันก็คือผู้หญิงอยู่ดีแหละน่า เป็นไง อยากเปลี่ยนใจขึ้นมาแล้วล่ะสิ ว่าแต่ไอ้แผนที่คุณว่าน่ะ มันคือแผนอะไรเหรอ "  

แพรลดารู้ตัวว่าหลุดปากพูดออกไปแล้ว จึงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง เมื่อวีร์ธิราส่งสายตาคาดคั้นมายังเธอ

" เสียใจย่ะ ฉันพูดแล้วไม่คืนคำหรอก แล้วจำไว้อีกอย่างนะ หน้าที่ของเธอคือจะต้องทำตัวให้มีบุคลิกเหมือนกับที่ทอมส่วนใหญ่เค้าเป็นกัน เพราะตอนนี้เธอกำลังอยู่ในฐานะสาวหล่อแฟนของฉัน เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันจะเป็นเทรนเนอร์ สอนหลักสูตรเร่งรัดพัฒนาชนบทให้เธอเอง เข้าใจแล้วก็เลิกถามนู่นถามนี่ซักที ทำตามที่ฉันบอกก็พอ " นางแบบสาวทำหน้าดุๆ ใส่ พอคล้อยหลังแพรลดา สาวร่างสูงก็ทำปากขมุบขมิบบ่นพึมพำ พลางแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ แล้วจึงค่อยๆทำตามที่แพรลดาสอน

เวลาผ่านไป 3 ชั่วโมง เทรนเนอร์จำเป็นอย่างแพรลดาถึงกับนั่งกุมขมับเมื่อวีร์ธิรายังคงมีบุคลิกไม่ได้อย่างที่ใจเธอต้องการ ใครกันนะที่บอกว่าการจะเป็นทอม เป็นเรื่องง่ายๆ ไม่ว่าใครก็เป็นได้นั้น มันไม่จริงซักนิดเดียว ของแบบนี้ถ้าใจไม่รักต่อให้บังคับฝืนใจกันยังไงก็คงเป็นเรื่องยากเต็มที

" พอๆๆ ฉันหมดปัญญาจริงๆแล้วล่ะ วันนี้ได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้นละกัน วันหลังค่อยฝึกไปเรื่อยๆคงจะเหมือนเองแหละ ฉันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่า  เธอเองก็เปลี่ยนชุดกลับมาได้แล้ว เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงเราจะต้องออกจากที่นี่ ไม่งั้นคงไปไม่ทัน อย่ามัวแต่นั่งดูทีวีเพลินล่ะ "

วีร์ธิราทำท่าโค้งคำนับหลังจากที่แพรลดาพูดจบ แล้วทำท่าล้อเลียนเมื่อหญิงสาวเดินหายเข้าไปในห้องนอนแล้ว ก่อนจะนั่งลงกับโซฟายกเท้าขึ้นมาพาดกับขอบโต๊ะ ดูทีวีต่อ

แพรลดาใช้เวลาแต่งหน้าแต่งตัวอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนจะเดินออกมายังห้องนั่งเล่นด้านนอก เห็นวีร์ธิรากำลังหลับในท่าครึ่งนั่งครึ่งนอนบนโซฟาสีแดงตัวโปรดของเธอ แล้วก็หงุดหงิดขึ้นมาทั้งที่เธอบอกให้หญิงสาวเปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้อยู่ในชุดเตรียมพร้อมที่จะไปงานแต่เจ้าตัวกลับมานั่งหลับให้โทรทัศน์ดูตัวเองแบบนี้

" นี่เธอ ตื่นได้แล้ว ฉันบอกให้ตื่นไง ถ้าไม่ตื่นฉันจะจูบปลุกจริงๆนะ " 

" ตื่นแล้วจ้า ตื่นแล้ว "  ไม่ทันขาดคำวีร์ธิราก็เด้งผลุงขึ้นจากโซฟา แล้วรีบเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องนอนทันที ทิ้งให้นางแบบสาวยืนฮึดฮัดอย่างขัดใจอยู่คนเดียว

ผ่านไปสิบนาที วีร์ธิราก็ออกมาในชุดเต็มยศพลางจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ผมสีน้ำตาลอ่อนที่ถูกรวบขึ้นและม้วนให้เป็นเกลียวเหมือนอย่างเจ้าหญิงในนิทาน กับชุดราตรียาวเกาะอกสีน้ำเงินขับผิวของแพรลดาให้ขาวขึ้นกว่าเก่า ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ แต่สีหน้าของหญิงสาวนั้นบูดบึ้งอย่างไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย

" แหมคุณ ฉันแค่ช้าไปแป๊บเดียวทำเป็นอารมณ์บูดไปได้ อุตส่าห์แต่งตัวซะสวยทำหน้าหงิกหน้างอแบบนี้ ไม่น่ารักเลยนะ " แพรลดาลุกขึ้นยืนแล้วสะบัดหน้าพรืดใส่ ก่อนจะก้าวฉับๆออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว โดยมีวีร์ธิราเดินตามไปติดๆ

…………………………………………………………………………………………………………………………………

รถสปอร์ตสุดหรูของแพรลดาแล่นเข้ามาจอดที่ลานจอดรถของโรงแรมระดับห้าดาวแห่งหนึ่ง หญิงสาวกดรีโมทล็อครถแล้วเดินอ้อมมาหาวีร์ธิราที่ยืนอยู่อีกด้าน 

" พยายามทำให้ได้อย่างที่ฉันสอนไปเมื่อตอนบ่ายนะ จำเอาไว้ใครถามอะไรไม่ต้องตอบมาก แค่ยิ้มแล้วก็เงียบเอาไว้ อ้อ . . .ลืมไปอีกอย่าง เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นเธอต้องเรียกฉันว่า ที่รัก ห้ามเรียกว่าคุณเด็ดขาดนะ เข้าใจมั้ย ทีนี้ก็ไปกันได้แล้ว " 

แพรลดาออกคำสั่ง วีร์ธิราพยักหน้าหงึกๆ อย่างอ่อนใจ  แล้วนางแบบสาวจึงเดินเข้าไปคล้องแขนคนรักจอมปลอมของเธอเอาไว้ พลางเดินเข้าไปในงานด้วยกัน ก่อนจะถึงประตูทางเข้าสายตาของวีร์ธิราก็เหลือบไปเห็นป้ายที่แขวนเอาไว้อยู่ตรงทางเข้า

'งานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสระหว่างนายมนตรีและนางสาวพรรณทิภา'

เมื่อได้เห็นชื่อนั้น วีร์ธิราก็เกิดรู้สึกกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันที แม้หญิงสาวจะพยายามปลอบใจตัวเองว่าคงจะเป็นเรื่องบังเอิญที่เจ้าบ่าวของคนรู้จักของแพรลดามีชื่อเดียวกันกับอดีตแฟนหนุ่มของเธอ แต่ยังอดรู้สึกหดหู่ใจไม่ได้ เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน แพรลดาหันมาเห็นหญิงสาวทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อมองเห็นแผ่นป้ายชื่อนั้น จึงเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

" มีอะไรรึเปล่า ทำหน้าตาเครียดเชียว "

" ไม่มีอะไรหรอก ไปกันเถอะ "  วีร์ธิราตอบพลางสะบัดหน้าเบาๆ ขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป

เมื่อหญิงสาวทั้งสองก้าวเข้ามาถึงหน้างาน แสงแฟลชที่สว่างวูบวาบอยู่นั้นก็เบนเป้าหมายจากคู่บ่าวสาวเข้ามาที่คนทั้งคู่ทันที พร้อมกับเสียงซุบซิบของเหล่าบรรดาแขกผู้มาร่วมงานและบรรดานักข่าวบันเทิงทั้งหลาย แพรลดายิ้มให้กับกล้องนับสิบตัวในบริเวณนั้น พลางควงแขนวีร์ธิราเข้าไปทักทายเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ยืนรับแขกอยู่ตรงหน้าประตูห้องจัดเลี้ยง

" ยินดีด้วยนะคะพี่พิม คุณแมน ขอให้รักกันนานๆนะคะ "  แพรลดากล่าวอวยพรเจ้าบ่าวเจ้าสาว ก่อนจะเข้าไปสวมกอดพรรณทิภานางแบบรุ่นพี่ แสดงความยินดี   

ฝ่ายวีร์ธิรานั้น เมื่อได้เห็นหน้าเจ้าบ่าวอย่างชัดเจน ก็ยืนนิ่งไปพลางจ้องหน้าเขาเขม็งอย่างรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก เธอแทบไม่อยากเชื่อสายตาตนเองว่า ผู้ชายในชุดทักซิโด้สีดำสนิท ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้คือ มนตรี อดีตแฟนหนุ่มคนที่เธอเฝ้ารักมาตลอด 5 ปีที่คบกัน เขาเพิ่งโทรมาขอเลิกกับเธอเมื่อวาน แต่เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงนับจากนั้น เขากลับกลายเป็นเจ้าบ่าวของผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เธอไปได้

" ขอบคุณมากจ้ะ อ้าวแล้วนั่นพาใครมาด้วยจ๊ะพริตตี้ ไม่เห็นพามาแนะนำให้รู้จักเลยนะ "   เสียงของพรรณทิภาดังแทรกขึ้นมา เอ่ยถามถึงคนข้างกายของแพรลดา หญิงสาวจึงสบโอกาสเอ่ยแนะนำวีร์ธิราให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวได้รู้จัก พร้อมทั้งเป็นการประกาศเปิดตัววีร์ธิราในฐานะสาวหล่อคู่ควงของเธอแก่สื่อมวลชนไปด้วยในตัว

" วีคะ นี่พี่พิมเป็นรุ่นพี่ที่คอยดูแลพริตตี้มาตลอด แล้วนี่ก็คุณแมนแฟนของพี่พิม เอ๊ะ ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่า ว่าที่สามีใช่มั้ยคะ  ส่วนคนนี้คือวีร์ธิรา แฟน ของพริตตี้เองค่ะ " 

' แฟนของพี่พิม '

คำพูดของแพรลดาเหมือนจะตอกย้ำทิ่มแทงใจวีร์ธิรามากไปกว่าเดิม สมองของเธอมีแต่คำถามผุดขึ้นมามากมายเต็มไปหมด สาเหตุที่เขาบอกเลิกเธอเป็นเพราะสาวสวยข้างกายเขาคนนี้เองหรือ คนที่ทำให้ความรักระหว่างเธอกับชายหนุ่มต้องพังทลายลงอย่างแทบไม่เหลือชิ้นดีคือรุ่นพี่ของแพรลดาคนนี้เอง ถ้าหากว่าไม่มีหล่อนสักคน ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างกายเขาตอนนี้ก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเธอ

" ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณพิมแล้วก็ . . . คุณแมน ขอให้คุณสองคนรักกันมากๆ ตราบนานเท่านานนะคะ "

แม้ในหัวใจจะเจ็บปวดสักเพียงไหน แต่เมื่ออยู่ในสถานะคนรักจอมปลอมของแพรลดาเช่นนี้แล้ว เธอจะทำอย่างไรได้ นอกเสียจากกลั้นใจกล่าวคำอวยพรแสดงความยินดีแก่คนทั้งคู่ แต่สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของชายหนุ่มด้วยแววตาแห่งความเสียใจ  พยายามฝืนยิ้มให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่เธอทำได้ยากเต็มทีในบรรยากาศเช่นนี้

" วี . . . " 

มนตรีมองสบตากับหญิงสาวในคราบชายหนุ่ม เผลอเรียกชื่อเธอออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ นึกไม่ถึงว่าจะได้เจออดีตคนรักในสภาพที่เปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ เมื่อไม่กี่วันก่อนเขายังได้พบเธอในสภาพของหญิงสาวเรียบร้อยที่แต่งตัวด้วยชุดกระโปรงแบบสาวหวาน ปล่อยผมยาวสลวยถึงกลางหลัง แม้หน้าตาของเธอจะไม่ได้ดูสวยโดดเด่น แต่ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่มากนัก

แต่มาวันนี้ ในสายตาของเขามองแทบไม่เห็นเค้าเดิมของวีร์ธิราหลงเหลืออยู่เลย ไม่ว่าจะเป็นผมที่ถูกซอยจนสั้นเพียงแค่ท้ายทอย แล้วยังแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบบบุรุษอย่างนั้นอีกด้วย มีเพียงดวงตาคู่สวย ที่เศร้าสลดลงเมื่อได้พบหน้ากัน เท่านั้นที่ทำให้เขาจำได้ในทันที ความรู้สึกผิดเกิดขึ้นในใจจนทำให้เขาเลี่ยงที่จะสบตากับเธอโดยตรง จึงแสร้งทำเป็นโค้งศีรษะขอบคุณ แต่ความจริงแล้วต้องการจะหลบสายตาเธอมากกว่า 

เสียงเจื้อยแจ้วของหญิงสาวข้างกายเขา ดังขึ้นเรียกสติของชายหนุ่มกลับคืนมาให้รู้ว่ายังมีคนที่เขาควรจะห่วงใยความรู้สึกของเธอ มากกว่าคนรักเก่าของเขาที่เป็นได้เพียงแค่อดีตเท่านั้น แม้เขาจะรู้สึกผิดเพียงใดก็ตาม แต่มันก็คือความรับผิดชอบของลูกผู้ชาย

" อ้าวแมนคะ รู้จักแฟนของน้องพริตตี้ด้วยเหรอเนี่ย "  ชายหนุ่มเงียบไม่ยอมตอบคำถาม แต่กลับเป็นวีร์ธิราที่ตอบคำถามนั้นเสียเอง

" พอดีคุณแมนเค้าเรียนจบมาจากคณะเดียวกันกับวีน่ะค่ะ แต่ก็ไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่ เคยเจอกันแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้นเอง "

คำตอบของวีร์ธิราทำให้แพรลดาหันขวับไปมองคนข้างกายอย่างแปลกใจ ไม่คิดว่าเธอจะรู้จักกับชายหนุ่มมาก่อน แต่พอได้เห็นสีหน้าหมองของวีร์ธิราแล้วก็ยิ่งแปลกใจมากกว่าเดิม เธอเดาว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนรักจอมปลอมของเธอกับเจ้าบ่าวหนุ่มคงไม่ใช่อย่างที่วีร์ธิราพูดแน่ๆ แต่ก็ยังไม่อยากจะซักไซร้ให้มากความ ไว้รอให้กลับถึงที่พักก่อนแล้วค่อยเรียกมาสอบถามจะดีกว่า

" อ๋อ . . . คนกันเองนี่นา ตายแล้วมัวแต่คุยเพลิน เชิญด้านในก่อนนะคะ เดี๋ยวจะให้เด็กพาไปนั่งที่โต๊ะนะ ตามสบายนะคะน้องพริตตี้ คุณวี "  พรรณทิภาเกือบลืมทำหน้าที่เจ้าภาพที่ดี จึงเอ่ยเชิญให้ทั้งคู่เข้าไปนั่งรอด้านใน

ระหว่างนั้นมีคนในวงการบันเทิงหลายคนเข้ามาทักทายแพรลดา วีร์ธิราจึงเลี่ยงด้วยการขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน โดยมีสายตาของแพรลดามองตามมาอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้ ร่างสูงรีบสาวเท้าก้าวยาวๆ  เดินไปทางห้องน้ำอย่างรวดเร็ว พยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมา ยังไม่ทันที่เธอจะผลักประตูเข้าไป เสียงฝีเท้าหนักๆที่ตามไล่หลังมาพร้อมกับเสียงเรียกของใครบางคนที่คุ้นหู ก็ดังขึ้น

" รอเดี๋ยวสิ . . . วี . . . คุยกันก่อนได้มั้ย "

เมื่อเธอหันไปก็พบว่าเป็นมนตรีนั่นเอง ที่วิ่งตามเธอมา วีร์ธิรามองสบตาชายหนุ่มด้วยแววตาตัดพ้อ ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงห้วนๆ

" เรายังมีอะไรต้องคุยกันอีกเหรอ " 

ใจจริงแล้ววีร์ธิราอยากจะวิ่งเข้าไปกอดคนตรงหน้าให้หายคิดถึง อยากพูดอยากถามว่าทำไมเขาถึงได้ใจร้ายกับเธอแบบนี้ แต่สิ่งที่เธอทำได้ในเวลานี้ก็คือการยับยั้งชั่งใจตัวเอง ไม่ให้แสดงความอ่อนแอของเธอออกไปให้เขาได้เห็น เธอร้องไห้เพราะเขามามากพอแล้ว

" ผมรู้ว่าวีโกรธแล้วก็เสียใจที่จู่ๆ ผมก็บอกเลิกกับคุณ แต่ผมเองก็เสียใจเหมือนกันที่ต้องทำแบบนี้ ผมอยากขอโทษคุณ ผมผิดเองที่หลอกคุณมาตลอด พิมเค้าเป็นผู้หญิงที่แม่ของผมเป็นคนจัดการหามาให้ แต่ผมไม่ได้รักเค้าเลยนะวี คนที่ผมรักก็คือคุณคนเดียวเท่านั้น . . . "

ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นเข้ามาในทรวงอกด้านซ้าย เมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมดที่พรั่งพรูออกมาจากปากของชายหนุ่ม เธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าระหว่างเธอกับเขาจะมีเรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้น เขาหลอกเธอมาตลอดอย่างนั้นเลยหรือ ทำไมเธอถึงได้ไม่เคยระแคะระคายอะไรบ้างเลย ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเขามีผู้หญิงอีกคนที่ทั้งสวยและรวยกว่าเธออย่างนี้แล้ว ยังจะมาหลอกให้เธอรักเขาเพื่ออะไรกัน

" เลิกพูดซะที ยิ่งคุณพูดก็เหมือนตอกย้ำว่าฉันมันเป็นผู้หญิงที่โง่มาก ปล่อยให้คุณหลอกมาตลอด 5 ปี โดยที่ไม่รู้อะไรเลย ถามจริงๆ เถอะแมน คุณทำได้ยังไงกัน "  น้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ น้ำตาที่ปริ่มแทบจะรินไหล ทำให้เธอต้องกัดริมฝีปากเอาไว้ จนแดงเป็นห้อเลือด แต่แล้วเธอกลับต้องเจ็บปวดหัวใจมากเข้าไปอีก เมื่อเขาเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา

 " โอเค ผมจะเลิกพูดเรื่องนั้นก็ได้ ถ้างั้นผมถามหน่อยสิวี ทำไมคุณถึงกลายมาเป็นแฟนกับแพรลดาได้ แล้วยังจะแต่งตัวแบบพวกทอมอย่างนี้อีก คุณเองก็หลอกผมมาตลอดเหมือนกันใช่มั้ย ที่แท้คุณเป็นพวกวิปริตผิดเพศ ชอบผู้หญิงด้วยกันเอง แล้วยังมาแกล้งทำเป็นผู้หญิงเรียบร้อย แกล้งให้ผมหลงรักอย่างนั้นเหรอ จริงๆแล้วคุณก็ไม่ได้ต่างกับผมซักนิดเลยนะวี "

ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงขมขื่นเหมือนตัวเองก็เป็นฝ่ายที่ถูกหลอกเช่นกัน แต่วีร์ธิรานั้นเสียใจจนพูดไม่ออก ไม่นึกว่าคนอย่างเขาจะคิดอะไรแบบนี้ เขากล่าวหาว่าเธอหลอกเขา แล้วยังใช้คำพูดที่ทำให้เธอต้องเจ็บช้ำน้ำใจอย่างนี้อีก ทั้งที่ความจริงแล้วสาเหตุที่ทำให้เธอต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ก็เป็นเพราะเขานั่นแหละ ถ้าเขาไม่ทำให้เธอเสียใจ เธอคงจะไม่ต้องไปที่ผับแห่งนั้น ไม่ต้องเมามายจนไม่รู้เรื่อง และไม่ต้องมาตกกระไดพลอยโจนเป็นสาวหล่อแฟนของแพรลดาแบบนี้ ทั้งที่เขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย แต่กลับมาพูดจาให้ร้ายกันเช่นนี้ เธอรับไม่ได้จริงๆ ความโกรธ ความเสียใจ ทำให้เธอลืมตัวเผลอตบหน้าเขาดังฉาดใหญ่ก่อนจะวิ่งหนีเข้าห้องน้ำไป

แพรลดาเดินมาทันเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่พอดี เธอมองหน้าชายหนุ่มอย่างงงๆ ก่อนจะรีบตามวีร์ธิราเข้าไปในห้องน้ำทันที ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนฮึดฮัดอยู่คนเดียวหน้าห้องน้ำ เขายกมือขึ้นมาลูบคลำแก้มที่ปรากฏรอยผื่นแดงเป็นปื้นจางๆ พลางสบถออกมาอย่างหัวเสียแล้วจึงเดินกลับไปทางห้องจัดเลี้ยง ส่วนนางแบบสาวเมื่อเข้าไปในห้องน้ำก็เห็นร่างสูงกำลังยืนร้องไห้อยู่หน้ากระจก

" เป็นอะไรน่ะวี ร้องไห้ทำไม แล้วเมื่อกี้มีเรื่องอะไรกับคุณแมนเค้าเหรอ "

วีร์ธิราไม่ตอบอะไรแต่กลับโผเข้าไปกอดแพรลดา พลางซบหน้าอยู่กับไหล่ของนางแบบสาวสะอื้นไห้จนตัวโยนเหมือนเด็ก ๆ  แพรลดาไม่กล้าที่จะปริปากถามอะไรต่อ จึงทำได้เพียงแค่กอดหญิงสาวร่างสูงเอาไว้ในอ้อมแขน แล้วลูบหลังลูบไหล่อย่างปลอบโยนอยู่อย่างนั้นสักพัก

จนกระทั่งเสียงสะอื้นนั้นเงียบลง แพรลดาจึงดันร่างสูงของวีร์ธิราออกเล็กน้อย พลางมองสำรวจใบหน้าที่มีร่องรอยความเปียกชื้นของน้ำตาไหลเปรอะเปื้อนไปทั้งแก้มขาวนวลนั้น เธออดไม่ได้ที่จะยกมือเรียวขึ้นเช็ดคราบน้ำตาออก แม้ว่าร่างสูงจะไม่ได้เอื้อนเอ่ยออกมาเลยแม้สักคำก็ตาม แต่เซ้นส์ของเธอก็พอจะบอกได้ว่าเรื่องระหว่างหญิงสาวกับเจ้าบ่าวหนุ่มคงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เป็นแน่

" ฉันขอโทษนะ . . . ที่ทำให้คุณหมดสนุก แล้วฉันก็ไม่อยากจะพูดอะไรตอนนี้ด้วย อีกอย่างนึงฉันคงออกไปเดินกับคุณในสภาพนี้ไม่ได้แน่ๆ ให้ฉันกลับบ้านก่อนเถอะนะ "

วีร์ธิราพูดอย่างสำนึกผิด แพรลดาไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองแต่อย่างใด สิ่งที่เธอสนใจมากกว่าก็คือ ระหว่างวีร์ธิรากับมนตรีมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกันแน่ เธอรู้ดีว่าแม้จะถามออกไปตอนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์ วีร์ธิราคงไม่เอ่ยอะไรออกมาให้เธอฟังง่ายๆ ค่อยๆตะล่อมถามเอาทีหลัง หญิงสาวคงจะยอมเปิดปากพูดได้ง่ายกว่า

" ถ้าอย่างนั้นเธอรออยู่ในนี้ก่อนนะวี เดี๋ยวฉันจะออกไปลาเจ้าบ่าวเจ้าสาวก่อน แล้วฉันจะกลับมารับนะ อย่าหนีไปไหนนะ "

แพรลดากำชับกับสาวร่างสูงแล้วจึงเดินออกจากห้องน้ำไป

แพรลดาเดินมาหยุดตรงหน้าพรรณทิภาและมนตรี เจ้าสาวคนสวยยังคงยิ้มต้อนรับแขกอย่างหน้าชื่นตาบานผิดกับเจ้าบ่าวหนุ่มที่ทำหน้ามุ่ยเหมือนถูกบังคับให้แต่งงานอย่างไรอย่างนั้น เธอมองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่ชอบใจเล็กน้อยที่ทำให้คนของเธอร้องไห้เสียจนหมดหล่อ ก่อนจะเอ่ยกับนางแบบสาวรุ่นพี่

" พี่พิมขา พริตตี้คงต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ พอดีวีเค้าไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ พริตตี้เลยกะว่าจะพาเขากลับไปพักผ่อนก่อน ต้องขอโทษพี่พิมกับคุณแมนด้วยนะคะที่อยู่ร่วมงานจนจบไม่ได้ "

" ตายจริง ไม่สบายก็น่าจะพักผ่อนอยู่ที่บ้านนะคะ ไม่เห็นต้องให้เค้าฝืนเพื่อมาร่วมงานพี่เลยนี่นา น้องพริตตี้ไม่ต้องเกรงใจนะคะ จะกลับก่อนพี่ก็ไม่ว่าหรอกค่ะ แต่เอาไว้วันหลังพี่จะโทรไปคุยด้วยนะจ๊ะ อยากจะรู้จริงๆ เลยนะ ว่าทำไม๊. . .ทำไมคนสวยๆอย่างน้องพริตตี้ถึงได้หักอกชายหนุ่มทั้งประเทศอย่างนี้เนี่ย คุณวีคนนี้ต้องมีอะไรดีๆแน่เลยใช่มั้ย "

พรรณทิภาเอ่ยออกมาอย่างเป็นห่วง พลางแกล้งหยอกนางแบบสาวรุ่นน้องที่แสร้งทำท่าขวยเขินเมื่อถูกแซวซึ่งๆหน้า แพรลดายิ้มรับคำพูดนั้นด้วยท่าทางอายๆ ก่อนจะกล่าวคำอำลาสองหนุ่มสาว แล้วจึงเดินกลับไปทางห้องน้ำอีกครั้งเพื่อพาสาวหล่อคนรักจอมปลอมกลับไปยังคอนโดสุดหรูของเธอ

………………………………………………………………………………………………………………………………….
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #962 Number42 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 / 19:45
    สงสาร วี ง่า
    #962
    0
  2. #914 My Angle (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 / 23:08
    สุโก้ยยยยยยยยย
    #914
    0
  3. #895 สวัสดิภาพ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2552 / 19:19
    โหย
    หนุกอ่ะ
    #895
    0
  4. #890 san (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2552 / 14:18
    555555555555555+
    #890
    0