O . o รักปลอมๆ ของจอมเจ้าเล่ห์ o . O (แนว Yuri)

ตอนที่ 5 : ทำไงดี กลายเป็นสาวหล่อไปแล้วสิเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,750
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    2 ต.ค. 49

ตอนที่ 5

วีร์ธิราออกอาการตื่นเต้นเมื่อรู้ว่ากำลังจะได้นั่งรถสปอร์ตสีน้ำเงินแซฟไฟร์ราคาแพงระยับ โดยมีนางแบบสาวสวยเป็นสารถีให้อีกด้วย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะมีโอกาสแบบนี้ ถ้านี่เป็นความฝันล่ะก็ เธอคงจะไม่อยากตื่นจากฝันแน่ๆ แต่มาคิดอีกที เรื่องที่เธอจะต้องกลายเป็นแฟนกับนางแบบสาวที่นั่งอยู่ข้างๆนี่ล่ะก็ เธอภาวนาขอให้มันเป็นแค่ความฝันเสียยังจะดีกว่า

รถยนต์คันงามแล่นออกมาจากลานจอดรถของคอนโดสุดหรูบนถนนสุขุมวิท กำลังมุ่งหน้าไปที่ไหนสักแห่ง คงเป็นเพราะว่าวันนี้เป็นวันอาทิตย์ เวลาเก้าโมงเช้าแบบนี้จึงทำให้รถราบนท้องถนนดูโล่งกว่าปกติ หญิงสาวลอบมองใบหน้าด้านข้างของแพรลดาที่ขับรถไปฮัมเพลงคลอไปกับเสียงเพลงจากวิทยุอย่างอารมณ์ดี พลางนึกในใจ ถ้าหากว่าเธอเป็นผู้ชายแล้วล่ะก็ คงจะเป็นผู้ชายที่น่าอิจฉาที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้

" คิดอะไรอยู่เหรอ เห็นมองฉันอยู่นานแล้ว คงไม่ใช่ว่าเธอหลงเสน่ห์ฉันเข้าแล้วหรอกนะ "

 แพรลดาพูดขึ้นแล้วยิ้มนิดๆ พลางชายตามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้าง วีร์ธิรารีบเบือนหน้าหนีด้วยการหันไปมองทางหน้าต่างแทน ก่อนจะเอ่ยแก้ตัวขึ้น

" บ้าน่า! ถึงฉันจะยอมตกลงเป็นแฟนกับคุณ แต่ฉันก็ยังเป็นผู้หญิงอยู่วันยันค่ำ เสน่ห์ของคุณมันใช้ไม่ได้ผลกับฉันหรอก อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย แล้วนี่เรากำลังจะไปที่ไหนกันเนี่ย ตั้งแต่ขึ้นรถมาก็ยังไม่ยอมบอกฉันซักคำ ฉันไม่ใช่คนว่างงานนะคุณ ฉันก็มีงานมีการต้องทำเหมือนกัน เอ้อใช่ . . . เมื่อกี้ฉันยังไม่ได้โทรหาพี่แก้วเลยนี่นา นี่คุณฉันไม่มีมือถือ ขอยืมโทรศัพท์คุณหน่อยสิ "

วีร์ธิราเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้โทรรายงานตัวกับกรอบแก้วเลย สาวใหญ่คงจะเป็นห่วงเธอน่าดู ที่จู่ๆ ก็หายตัวไปจากผับอย่างนั้น

" หยิบเอาสิ เอ่อ . . . เอาเป็นพีซีทีดีกว่า ฉันไม่อยากให้คนอื่นรู้เบอร์มือถือฉัน อยู่ในกระเป๋าถือที่พื้นนั่นแหละ ลองหาเอาเองนะ แล้วก็ยังไม่ต้องบอกให้ใครรู้นะว่าเธออยู่กับฉัน ฉันอยากเซอร์ไพรส์พวกนักข่าวในงานเย็นนี้ด้วยตัวเองมากกว่า "

วีร์ธิราทำหน้างงๆ แต่ก็ก้มลงไปหยิบกระเป๋าถือใบเล็กที่วางอยู่ตรงเท้าของเธอ พลางล้วงเอาโทรศัพท์เครื่องเล็กเครื่องหนึ่งยื่นให้แพรลดาดู เธอหันมามองแวบหนึ่งแล้วพยักหน้า  วีร์ธิราจึงกดเบอร์มือถือของกรอบแก้วทันที ไม่นานนักเสียงจากปลายสายก็ดังขึ้น วีร์ธิรากรอกเสียงลงไป

" พี่แก้วใช่มั้ยคะ นี่วีเองนะ . . . "  วีร์ธิรายังพูดไม่ทันจบประโยคกรอบแก้วก็สวนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

" ฮัลโหลน้องวี . . . เมื่อคืนน้องวีไปอยู่ที่ไหนมาคะ พี่โทรไปที่ห้องก็ไม่มีใครรับสาย รู้มั้ยว่าพี่เป็นห่วงแค่ไหน " 

น้ำเสียงร้อนรนของสาวใหญ่บ่งบอกให้รู้ว่าเธอเป็นห่วงคนที่โทรเข้ามามากแค่ไหน วีร์ธิรารู้สึกผิดอยู่เหมือนกันที่ทำให้สาวใหญ่รุ่นพี่ต้องเป็นห่วงเธอเช่นนี้ จึงตอบกลับไปอย่างสำนึกผิด

" วีขอโทษนะคะพี่แก้ว เมื่อคืนวีเมามากไปหน่อย บังเอิญเจอเพื่อน เค้าก็เลยให้ไปค้างที่ห้อง พอดีวีไม่มีมือถือก็เลยไม่ได้โทรบอกพี่แก้วก่อน ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะคะ "

" แต่เมื่อคืนพี่เห็นน้องวีออกไปกับแม่พริตตี้ที่เป็นนางแบบนี่คะ เอ . . . อย่าบอกนะว่าน้องวีกับพริตตี้คนนั้นเป็นเพื่อนกัน . . . . . . เงียบอย่างนี้แสดงว่าจริงสิเนี่ย แหมมีเพื่อนเป็นนางแบบสวยๆอย่างนั้นก็ไม่บอก ปล่อยให้พี่เป็นห่วงทั้งคืน มันน่าจับมาตีก้นซะจริงเชียวเด็กคนนี้นี่ "

คำพูดของกรอบแก้วทำให้วีร์ธิราตกใจมาก ที่สาวใหญ่บอกว่าเห็นเธอออกมากับแพรลดาเมื่อคืนนี้ จึงนิ่งอึ้งไปปล่อยให้กรอบแก้วเข้าใจไปเองว่าการเงียบของเธอคือคำตอบว่าเธอกับแพรลดาเป็นเพื่อนกัน ก็ดีเหมือนกันเธอเองก็ไม่อยากจะพูดอะไรมากนัก ในเมื่อนางแบบสาวขอร้องเอาไว้ว่าอย่าเพิ่งบอกใคร เธอก็จำใจปิดปากเงียบ เอาไว้รอให้ผ่านงานเย็นนี้ที่แพรลดาพูดเอาไว้ก่อนแล้วกัน ค่อยเล่าเรื่องราวให้กรอบแก้วฟังอีกที

" ขอบคุณพี่แก้วมากนะคะที่เป็นห่วง ตอนนี้วีต้องรีบไปธุระน่ะค่ะ แล้วยังไงจะโทรหาพี่แก้วอีกทีนะคะ " 

วีร์ธิรารีบตัดบทเมื่อสาวใหญ่ยังอยากจะสอบถามถึงเรื่องเมื่อคืนต่อ แล้วจึงกดวางสาย เป็นจังหวะเดียวกับที่รถคันงามของแพรลดาแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง วีร์ธิราเก็บโทรศัพท์คืนใส่กระเป๋าของแพรลดาแล้วจึงส่งให้หญิงสาว

" คุณจะมาทำผมไปงานคืนนี้น่ะเหรอ ว่าแต่มันงานอะไรกันล่ะ "

วีร์ธิราเอ่ยถาม พลางเงยหน้าขึ้นไปมองป้ายชื่อร้าน แล้วอุทานออกมาอย่างตกใจ ก็ร้านนี้เธอเคยเห็นในรายการทีวีเมื่อหลายวันก่อน ค่าบริการของที่นี่มันแพงมากจนเธอแทบไม่เคยคิดอยากจะย่างกรายเข้ามาในนี้เลยด้วยซ้ำ เธอลงจากรถแล้วเดินตามแพรลดาเข้าไปในร้านเสริมสวยนั้น

เพียงแค่แพรลดาเยื้องกรายเข้าไปในร้าน บรรดาช่างก็กรูกันเข้ามาต้อนรับนางแบบสาวตามประสาคนที่คลั่งไคล้ดารา เธอคุยกับช่างเหล่านั้นได้ไม่นานนัก ผู้ชายที่สวมเสื้อรัดรูปสีดำ ทำไฮไลท์ผมสีทอง ท่าทางกระตุ้งกระติ้งก็เดินออกมาต้อนรับหญิงสาวด้วยท่าทีสนิทสนม เธอคงจะมาบ่อยจนกลายเป็นลูกค้าประจำของร้านนี้ไปแล้ว

" อ้าวพี่เดซี่ สวัสดีค่ะ "  แพรลดายกมือขึ้นไหว้ชายหนุ่มท่าทางเหมือนผู้หญิงคนนั้น  เขายกมือขึ้นรับไหว้พลางเอ่ยขึ้น

" ต๊าย. . .ย คุณน้องพริตตี้ . . . วันนี้ลมอะไรหอบมาถึงร้านพี่ได้คะเนี่ย เห็นเด็กบอกว่าคุณน้องพาใครมาด้วย เพื่อนเหรอจ๊ะ ไหนขอพี่ดูหน้าหน่อยซิ "

ผู้ชายคนนั้นก็คือเจ้าของร้านเสริมสวยแห่งนี้นั่นเอง เขาจีบปากจีบคอพูดกับแพรลดาที่ยืนยิ้มหวานอยู่ แล้วจึงปรายตามาหาวีร์ธิรา เดินเข้าใกล้พลางเชยคางของหญิงสาว เอียงซ้ายทีขวาที วีร์ธิราทำหน้าเหรอหรา กรอกตามองนางแบบสาวสลับไปมากับชายหนุ่มเจ้าของร้าน

" แหม เพื่อนน้องพริตตี้นี่ หน้าใส๊ . . . ใส ไม่มีสิวสักเม็ด ผิวก็ขาวเนียนละเอียด ท่าทางดูเป็นผู้ดีสมกับเป็นเพื่อนของคุณน้องเลยนะคะ "

เกย์หนุ่มเจ้าของร้านที่แพรลดาเรียกเขาว่าเดซี่ พูดฉอดๆ ด้วยจริตจะก้านที่น่าหมั่นไส้ ก่อนจะชะงักไปเมื่อแพรลดาเดินเข้ามายืนชิดกับวีร์ธิรา พลางคล้องแขนเอาไว้ก่อนจะเอ่ยขึ้น

" เค้าชื่อวีค่ะพี่เดซี่ ไม่ใช่เพื่อน แต่เป็น. . . แฟน. . .ของพริตตี้เอง "  นางแบบสาวจงใจเน้นย้ำคำว่า 'แฟน' อย่างชัดถ้อยชัดคำ ทำเอาเดซี่ถึงกับตกใจเอามือทาบอก ร้องอุทานลั่นร้าน

" ว้าย . . . ตายแล้วคุณน้องพริตตี้  เดี๋ยวนี้เปลี่ยนรสนิยมไปเล่นดนตรีไทยแล้วเหรอคะ อย่างนี้หนุ่มๆ ก็น้ำตาตกในกันแย่สิคะคุณน้อง "

" แหม . . . พี่เดซี่ก็ . . . เสียงดังแบบนี้เค้าก็รู้กันหมดทั้งร้านแล้วสิคะ พริตตี้เขินแย่เลย แต่พี่เดซี่ไม่ต้องเป็นห่วงหนุ่มๆหรอกนะคะ ถ้าเค้าน้ำตาตกกันจริงล่ะก็ พริตตี้จะบอกให้เค้ามาร้องไห้ซบอกพี่เดซี่แทนแล้วกันนะคะ "

แพรลดาตอบกลับไปอย่างเอาใจ ทำเอาเกย์หนุ่มเจ้าของร้านยิ้มปลื้ม ก่อนจะถามจุดประสงค์ในการมาครั้งนี้ของเธอ

" แหม คุณน้องพริตตี้นี่ล่ะก็ รู้ใจพี่ซะจริงนะคะ ว่าแต่ว่าวันนี้คุณน้องมีอะไรให้พี่รับใช้คะ "  แพรลดาหันไปแหงนหน้ามองหญิงสาวร่างสูงที่ยืนอยู่เคียงข้าง ยิ้มมุมปากนิดๆ ก่อนจะตอบออกไป

" ช่วยแปลงโฉมแฟนพริตตี้ให้ออกมาหล่อที่สุดเลยได้มั้ยคะ "

เมื่อได้ยินประโยคนั้นจากแพรลดา ก็ทำเอาวีร์ธิราแทบจะลมใส่ หน้าถอดสีหันไปสบตากับหญิงสาว ก็พบว่าหญิงสาวยืนฉีกยิ้มหวานให้เธออยู่  วีร์ธิราพยายามส่งสายตาอ้อนวอนหญิงสาวสุดฤทธิ์เพื่อให้ถอนคำพูด แต่หญิงสาวกลับส่งสายตาดุๆแทนคำตอบ ทั้งที่ยังคงยิ้มหวานอยู่อย่างนั้น วีร์ธิราจึงได้แต่ทำหน้าจ๋อยพลางนึกในใจ

' อะไรกันเนี่ย นอกจากจะต้องมาเป็นแฟนกับนางแบบสาวสวยแล้ว ยังจะต้องแปลงโฉมตัวเองให้เป็นทอมบอยด้วยอย่างนั้นหรือ '

" วางใจเถอะค่ะคุณน้อง ไม่มีอะไรที่พี่เดซี่คนนี้ทำไม่ได้ ไปกันเถอะค่ะคุณน้องวี เดี๋ยวพี่เดซี่คนนี้จะทำให้คุณน้องออกมาหล่อสมใจแฟนสาวคนสวยของคุณน้องแน่ๆค่ะ "

เดซี่จูงมือวีร์ธิราเดินเข้าไปด้านใน เธอหันหน้ากลับมามองหญิงสาวอย่างขุ่นเคือง แต่กลับได้รับรอยยิ้มยียวนจากนางแบบคนสวย วีร์ธิราจึงได้แต่ทำท่าฮึดฮัดใส่ ก่อนจะเดินตามเจ้าของร้านหนุ่มไปอย่างจนใจ

วีร์ธิรานั่งอยู่บนเก้าอี้ เบื้องหน้าเป็นกระจกบานใหญ่ เธอมองเกย์หนุ่มเจ้าของร้านที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการซอยผมดำที่ยาวเคลียไหล่อยู่ เมื่อเห็นปอยผมของตัวเองร่วงลงมาบนผ้าที่คลุมไหล่เอาไว้ ก็รู้สึกเสียดายขึ้นมา

ด้วยเหตุที่เธอเป็นคนที่ผมยาวช้ามาก อุตส่าห์ไว้มาตั้งเกือบ 2 ปี แต่ตอนนี้กลับถูกตัดให้สั้นเพียงแค่ท้ายทอยเท่านั้น เมื่อเห็นผมที่ถูกตัดออกไปก็น้ำตาแทบจะไหล นึกอยากจะตบปากตัวเองสักร้อยหน ที่ดันไปตกปากรับคำนางแบบสาวเสียได้ สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้ก็คือการนั่งหลับตา กัดฟันทนให้ช่างทำผม แปลงโฉมเธอให้ออกมาเป็นสาวหล่ออย่างที่แพรลดาต้องการ

เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เดซี่จึงเดินออกมาเรียกแพรลดาที่นั่งอ่านนิตยสารรออยู่ให้ชื่นชมผลงานของตัวเอง ก่อนจะเขยิบตัวเบี่ยงออกไปทางด้านข้าง เผยให้เห็นหญิงสาวผมสั้นคนหนึ่ง แพรลดาวางหนังสือลงกับโต๊ะ พลางมองไปยังบุคคลตรงหน้า

แม้ว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่จะยังคงเป็นชุดเดิมกับเมื่อครู่ แต่ทรงผมยาวเกือบถึงกลางหลังที่ถูกซอยให้สั้นไล่ระดับแค่ท้ายทอย ด้านบนสั้นชี้โด่ชี้เด่ ไฮไลท์ด้วยสีน้ำตาลแกมทองสีเดียวกับผมของแพรลดา ทำให้ดูเปลี่ยนไปราวกับคนละคน

" เป็นยังไงบ้างคะคุณน้อง หล่อถูกใจรึเปล่าเอ่ย "   

เดซี่เอ่ยถาม แพรลดาพยักหน้าพร้อมกับยิ้มอย่างพอใจ แล้วจึงหยิบบัตรเครดิตสีเงินใบจิ๋วส่งให้ชายหนุ่มไป ระหว่างที่ยืนรอนั้น วีร์ธิราได้แต่ทำหน้ามุ่ย พลางเอามือลูบผมตัวเองป้อยๆ ด้วยความเสียดายจึงถูกแพรลดาตีเพียะที่มือไปหนึ่งที หญิงสาวผู้ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นสาวหล่อสะดุ้งชักมือหดกลับทันที พลางหันไปทำหน้าเคืองๆใส่นางแบบสาวสวยที่ยืนอยู่เคียงข้าง แพรลดาจึงส่งสายตาดุๆ กลับไปเช่นกันพลางเอ่ยกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน แล้วส่งยิ้มหวานให้

" จับอยู่นั่นแหละ ผมน่ะ ตัดไปแค่นี้เอง แป๊บเดียวก็ยาวใหม่แล้ว จะเสียดายอะไรกันนักหนา จำเอาไว้นะ เป็นแฟนแพรลดาต้องอดทน . . . อ้อ ลืมบอกไปอย่างนึง รู้มั้ยว่าตอนนี้เธอดูดีกว่าเมื้อกี้ตั้งเยอะแน่ะ " 

ไม่นานนักเกย์หนุ่มเจ้าของร้านก็เดินถือบัตรกับสลิปบัตรเครดิตมาคืนให้กับแพรลดา เธอกล่าวขอบคุณเขาแล้วจึงไหว้ลาชายหนุ่มก่อนจะกลับ พลางทำหน้าพยักพเยิดให้วีร์ธิราทำตามอย่างตน ก่อนจะพากันเดินออกมาจากร้าน

เมื่อขึ้นรถได้ วีร์ธิราก็เอาแต่ส่องกระจกมองดูตัวเอง พลางทำหน้าเบ้อย่างเด็กที่ถูกขัดใจ แพรลดาลอบยิ้มมุมปากพลางนึกในใจว่า แค่ถูกเปลี่ยนทรงผมยังเป็นถึงขนาดนี้ ถ้ารู้ว่าเธอกำลังจะเปลี่ยนให้หญิงสาวกลายเป็นสาวหล่ออย่างเต็มคราบแล้วล่ะก็ เธอจะทำหน้าอย่างไรนะ  ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น แพรลดาจึงขับรถเข้ามาจอดที่หน้าห้องเสื้อแห่งหนึ่ง ที่บรรดานางแบบและดารามักจะพากันมาตัดชุดที่นี่  เมื่อหญิงสาวทั้งสองก้าวเข้าไปในร้าน หญิงสาววัยกลางคนเดินยิ้มร่าเข้ามาต้อนรับนางแบบสาวอย่างคุ้นเคยกันดี

" สวัสดีค่ะน้องพริตตี้ มารับชุดใช่มั้ยคะ พี่จัดการให้เรียบร้อยแล้วนะคะ เดี๋ยวจะให้เด็กหยิบมาให้เลยดีมั้ย "

" สวัสดีค่ะคุณปริม ขอบคุณสำหรับเรื่องชุดนะคะ แต่วันนี้พริตตี้คงต้องขอรบกวนคุณปริมอีกสักอย่างนะคะ คือว่าช่วยหาชุดให้แฟนพริตตี้หน่อยได้มั้ยคะ " 

นางแบบสาวกล่าวขอบคุณ แล้วจึงเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากสาวใหญ่เจ้าของห้องเสื้อชื่อดัง เมื่อได้ยินคำว่า 'แฟน' ปริมก็ตาโตหูผึ่ง มองซ้ายแลขวาหาชายหนุ่มผู้ที่คาดว่าน่าจะเป็นแฟนของนางแบบสาวคนสวย แต่ก็ไม่เจอใครนอกจากหญิงสาวผมสั้นคนหนึ่งที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังแพรลดา เธอมองหน้าวีร์ธิราแล้วจึงเอ่ยถามแพรลดาเบาๆ

" ไหนคะหนุ่มหล่อคนไหนเอ่ย แฟนของน้องพริตตี้ . . . เอ . . . นี่อย่าบอกนะคะว่าน้องผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนน้องพริตตี้น่ะ พี่ไม่เชื่อหรอกนะ "  แพรลดาพยักหน้าแล้วจึงคว้ามือของวีร์ธิรามาจับประสานกับมือเธอเอาไว้ ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้สาวใหญ่แทนคำตอบ

" โอ๊ย ตาย . . . สาวๆสมัยนี้ เป็นแบบนี้กันไปหมดแล้วเหรอเนี่ย . . . เอ่อ แล้ว . . . เอ่อ คุณน้องจะให้พี่หาชุดแบบไหนดีคะ "

เจ้าของห้องเสื้อทำตาโตอย่างตกใจก่อนจะอุทานออกมาเบาๆ แล้วจึงรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อนึกได้ว่าพูดในสิ่งที่ไม่สมควรกับลูกค้าประจำอย่างนั้น แต่หญิงสาวกลับยิ้มอย่างไม่หยี่ระ พลางตอบคำถามสาวใหญ่

" พริตตี้อยากได้แบบที่แต่งออกมาแล้วหล่อที่สุดเลยล่ะค่ะ รบกวนด้วยนะคะ " 

จบประโยคของแพรลดา ก็ทำเอาวีร์ธิรานั้นอ้าปากค้างด้วยความตกใจ มองแพรลดาตาขวาง พลางทำหน้าเบ้ ปากขมุบขมิบคล้ายจะต่อว่านางแบบสาว แต่ก็ได้รับเพียงรอยยิ้มยียวนกลับไปเหมือนเช่นเคย เธอจึงจำต้องเดินตามสาวใหญ่เจ้าของห้องเสื้อไปอย่างเสียไม่ได้

ปริมพาวีร์ธิราเข้ามาหาชุดที่จะใส่ไปในงานคืนนี้ในฐานะคู่ควงคนใหม่ของแพรลดา มือก็หยิบจับชุดนั้นชุดนี้ ปากก็บ่นพึมพำถึงนางแบบสาวอยูตลอดเวลาว่าหน้าตาออกจะสะสวย ไม่นึกเลยว่าจะเป็นพวกรสนิยมวิปริตแบบนี้ แม้เสียงของปริมจะไม่ดังมาก แต่ในห้องเก็บเสื้อผ้าที่มีหญิงสาวต่างวัยเพียงสองคนเท่านั้นก็ทำให้เสียงของปริมดังพอที่จะลอยมาเข้าหูของ วีร์ธิรา ทำให้เธอได้ยินชัดเจนแทบทุกคำ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงจะเห็นด้วยกับสาวใหญ่คนนี้ แต่เมื่อต้องมาตกอยู่ในสภาพที่ดูเหมือนเป็นพวกวิปริตอย่างที่ถูกกล่าวหา ก็ทำให้เธอนึกเห็นใจเหล่าบุคคลเพศที่สามที่สี่ ที่เธอเคยกล่าวหาลับหลังบุคคลเหล่านั้นด้วยถ้อยคำที่ไม่แตกต่างกันนักขึ้นมาทันที แอบรู้สึกผิดอยู่ลึกๆที่คำพูดของตนอาจจะทำให้เขาเหล่านั้นต้องเสียความรู้สึกเหมือนที่เธอกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้ก็เป็นได้ พาลทำให้รู้สึกไม่ถูกชะตากับสาวใหญ่เจ้าของห้องเสื้อขึ้นมาเสียดื้อๆ

ระหว่างที่แพรลดาเดินดูชุดต่างๆที่แขวนอยู่บนราวแสตนเลสสะท้อนเป็นเงาวับเมื่อแสงไฟสปอร์ตไลท์ตกกระทบลงมา เพื่อฆ่าเวลา หยิบเอาชุดนั้นชุดนี้ขึ้นมาลองทาบกับตัวเองอย่างเพลิดเพลิน ผ่านไปไม่นานเท่าไหร่ เสียงของปริมก็ดังขึ้นมา เมื่อนางแบบสาวหันไปทางต้นเสียงก็ได้เห็นหญิงสาวในคราบหนุ่มหล่อ สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มแบะปกออกเผยให้เห็นลำคอขาว คลุมทับด้วยเสื้อสูทสีขาวเข้าชุดกันกับกางเกง แสล็คสีขาว คาดด้วยเข็มขัดหนังสีดำสนิท สวมรองเท้าหนังสีดำขลับ เมื่อได้เห็นลุคใหม่ของวีร์ธิราแล้ว แพรลดาแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นคนเดียวกันกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างตนเมื่อครู่นี้ เผลอปล่อยไม้แขวนเสื้อในมือหล่นลงกับพื้นอย่างลืมตัว หญิงสาวผู้ซึ่งบัดนี้ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นสาวหล่ออย่างเต็มตัว เดินตรงเข้ามาหานางแบบสาวแล้วจึงก้มลงเก็บไม้แขวนเสื้อส่งให้ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางยิ้มมุมปากคล้ายจะเยาะเย้ยอยู่ในที

" ไงจ๊ะคนสวย ถึงกับตะลึงเลยเหรอเนี่ย เป็นไงฉันหล่อกว่าที่คุณคิดเอาไว้มากเลยใช่มั้ยล่ะ"

จริงอย่างที่วีร์ธิราพูด เธอไม่คาดคิดมาก่อนว่าผู้หญิงที่แทบจะหาความสวยไม่เจออย่างวีร์ธิรานั้น เมื่อถูกปรับเติมเสริมแต่งด้วยเครื่องแต่งกายบุรุษเยี่ยงนี้ จะกลายเป็นดูดีขึ้นมาได้ทันตาเห็น เธอเริ่มจะเชื่อแล้วว่าคนบางคนเกิดมาเพื่อที่จะเป็นอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น เช่นเดียวกับที่เธอเอง ดูดีขึ้นเมื่ออยู่ในเสื้อผ้าอาภรณ์ของผู้หญิง ไม่ใช่ในอาภรณ์แบบผู้ชายที่เธอเคยสวมใส่

'ผึ้งว่าดาใส่ชุดแบบผู้หญิงก็ดูดีออก ไม่เห็นจะต้องแต่งตัวแบบผู้ชายอย่างนั้นเลยนี่นา'

เธอมองตัวเองในกระจกพลางนึกไปถึงคำพูดของธรัตราเมื่อครั้งที่ยังคบกันอยู่ แล้วจึงเริ่มเห็นด้วยกับคำพูดของหล่อนขึ้นมาเสียดื้อๆ หลังจากที่ได้แต่คัดค้านแบบหัวชนฝามาตลอด ก่อนจะเดินไปจ่ายค่าชุดที่วีร์ธิราใส่อยู่กับชุดลำลองอีกสองสามชุด แล้วจึงเอ่ยขอตัวกับเจ้าของร้าน

…………………………………………………………………………………………………………………………………
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #1004 SDD (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กันยายน 2553 / 10:10
    สนุก อ่ะ 555
    #1,004
    0
  2. #961 Number42 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 / 19:38
    เหนด้วยกะ คห. 917 -..-
    #961
    0
  3. #913 My Angle (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 / 23:04
    อยากเห็นรูปจังเลยอิอิ
    #913
    0