O . o รักปลอมๆ ของจอมเจ้าเล่ห์ o . O (แนว Yuri)

ตอนที่ 29 : ตัดใจไม่ไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,893
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    27 พ.ย. 49

ตอนที่ 29

กรอบแก้วโบกรถแท็กซี่ที่วิ่งผ่านมาพอดี เธอก้าวขึ้นรถพร้อมทั้งบอกจุดหมายปลายทางให้แก่คนขับ ก่อนจะเอนหลังพิงกับเบาะ หลับตาลงอย่างอ่อนล้า ปล่อยให้น้ำตาหยาดหยดลงมาอย่างต่อเนื่อง

            . . . . . หยุดบอกว่ารักสักทีได้ไหม ถ้าไม่ได้หมายความเพียงแค่ฉัน หยุดบอกได้ไหมว่าคิดถึงกัน คิดถึงทั้งฉันและใครต่อใคร มันก็สิทธิของเธอ อยากจะซึ้งจะดีกับใคร เธอก็ปล่อยฉันไป ไม่เป็นไรแค่คน ๆ เดียว

เมื่อคนอย่างเธอเท่าไหร่มันก็ไม่พอ และคนอย่างฉันก็ทนรับมันไม่ได้ ให้เธอหมดใจ ใจฉันก็อยากจะได้จากเธอทั้งใจ รักกันไปส่งๆ คงไม่พอ ฉันขอลา

อย่าบอกว่าเราจบกันได้ไหม อย่าทำให้ฉันแย่ไปกว่านี้ อยู่ๆ กันไปก็คงไม่ดี พอกันแค่นี้ให้มันจบไป เธอก็อยู่ของเธอ เป็นที่รักของใครต่อใคร เธอก็ปล่อยฉันไป ไม่เป็นไรแค่คน ๆเดียว. . . . .

บทเพลงที่ดังขึ้นจากวิทยุ พาลทำให้เธอนึกไปถึงเรื่องราวในอดีต . . . ในตอนนั้นทั้งเธอและอ้นเพิ่งจะเข้าเป็นเฟรชชี่ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งซึ่งไม่ห่างไกลจากกรุงเทพมหานครมากนัก แต่ก็ไม่ใกล้จนถึงขนาดที่จะนั่งรถไปกลับทุกวันได้  จึงทำให้ต้องเข้ามาอยู่ร่วมห้องเดียวกันภายในหอพักที่ทางมหาวิทยาลัยจัดไว้ให้และคงเพราะความจำเป็นที่ต้องทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยๆ เนื่องจากเรียนอยู่คณะเดียวกันด้วยแล้ว จึงทำให้ทั้งเธอและอ้นสนิทสนมกันมากเป็นพิเศษ จนใครๆ ต่างพากันคิดไปว่าเธอสองคนเป็นคู่รักกัน

อ้นซึ่งในขณะนั้นจัดว่าเป็นบุคคลที่ป๊อบปูล่ามากคนหนึ่ง แถมยังพ่วงท้ายด้วยตำแหน่งนักกีฬาแบดมินตันของมหาวิทยาลัยอีกด้วย ทำให้มักจะมีบรรดาสาวๆ ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้อง ตบเท้าเข้ามาให้เลือกมากหน้าหลายตา จนดูเหมือนว่าอ้นเปลี่ยนผู้หญิงที่ควงไปทุกวันไม่ซ้ำหน้ากัน ส่วนกรอบแก้วเองก็ใช่ย่อย ด้วยตำแหน่งดาวประจำคณะที่เป็นเครื่องการันตีถึงความสวยของเธอ  ทำให้แม้จะมีข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับรูมเมตสาวรูปหล่อออกมาเช่นไร แต่ก็ยังไม่วายมีหนุ่มๆ ทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ที่ทยอยกันมา ตามตื๊อรุมขายขนมจีบหญิงสาวอยู่อย่างไม่ขาดสายเช่นกัน  และถึงแม้ทั้งคู่จะยืนกรานว่าต่างฝ่ายต่างไม่ได้คิดอะไรต่อกันอย่างนั้น แต่บรรดาเพื่อนสนิทในกลุ่มกลับลงความเห็นว่าเธอสองคนให้ความสนิทสนมกันมากเกินกว่าคำว่าเพื่อน และรู้ใจกันมากจนเกือบจะเรียกได้ว่าแฟน แต่ทั้งสองคนก็ยังไม่ยอมรับ ได้แต่เก็บงำความรู้สึกที่มีต่ออีกฝ่ายเอาไว้ในใจ และดำรงสถานะเพื่อนสนิทคนพิเศษมาตลอดสามปี

จนกระทั่งย่างเข้าปีที่สี่  ณ บริเวณลานน้ำพุประจำมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานวันแห่งความรัก ท่ามกลางความสวยงามของแสงไฟที่ประดับอยู่โดยรอบ รวมไปถึงเสียงเพลงรักที่เปิดคลอเบาๆ ดังมาตามสาย ขับกล่อมให้บรรยากาศในคืนนั้นเป็นค่ำคืนที่แสนหวาน จนทำให้อ้นตัดสินใจเปิดเผยความรู้สึกของตนที่มีต่อกรอบแก้ว ขณะที่หญิงสาวนั่งอยู่ท่ามกลางผองเพื่อน จึงทำให้ทั้งคู่ถูกแซวจนหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย แม้ในตอนแรกกรอบแก้วจะไม่กล้าเอ่ยคำใดๆ ออกมา เพราะเขินกับสายตาทุกคู่ที่มองมายังตัวเอง จึงทำท่าว่าจะลุกขึ้นเดินหนีไป แต่อ้นก็รีบวิ่งมาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอคล้ายพระเอกในนิยายที่กำลังขอความรักจากนางเอกอยู่ หญิงสาวนั้นแทบจะมุดหน้าหนีลงดินด้วยความเขินแต่ก็ทนกับลูกตื๊อของคนช่างอ้อนรวมไปถึงแรงยั่วเย้าจากบรรดาเพื่อนและคนอื่นๆ ที่มายืนเป็นกองเชียร์ไม่ได้ จึงเอ่ยปากตกลงคบเป็นแฟนกับรูมเมตสาวหล่อไปในที่สุด

แต่หลังจากที่ทั้งคู่คบกันได้เพียงไม่กี่เดือน ก็มีอันต้องเลิกรากันไป  ด้วยเพราะเหตุผลที่ว่าไม่มีเวลาให้กัน เนื่องจากต่างฝ่ายต่างก็ต้องแยกย้ายไปฝึกงานในเทอมสุดท้ายก่อนจบ จนแทบจะไม่ได้พบหน้ากันเลยสักวัน รวมไปถึงสาเหตุที่ใหญ่กว่านั้น คือ กรอบแก้วรับไม่ได้ที่ยังเห็นอ้นทำตัวเป็นสาวหล่อเพลย์บอยเปลี่ยนสาวควงวันละคนไม่ซ้ำหน้า ทั้งที่มีเธอเป็นคนรักอยู่แล้วก็ตาม แต่อ้นก็ยังคงมีสาวๆ เข้ามาติดพันอย่างไม่ขาดสาย จนบางครั้งถึงขั้นลงไม้ลงมือ ตบกันเพื่อแย่งชิงสาวหล่อผู้นี้ไปครอง และพลอยทำให้กรอบแก้วต้องถูกลูกหลงไปด้วย ในที่สุดหญิงสาวก็ทนไม่ไหวเป็นต้องฝ่ายเอ่ยปากขอเลิกคบเอง

"แก้วตัดสินใจแล้วล่ะ เราเลิกคบกันเถอะ"

กรอบแก้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ  ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ในร้านสุดหรู สไตล์อิตาเลี่ยน ที่เงียบสงบแต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความสุขที่มีบรรดาคู่รักนัดมาดินเนอร์กันใต้แสงเทียน พลางเมินหน้าออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ที่มีหยดน้ำฝนเม็ดเล็กๆ เกาะพราวไปทั่วทั้งบาน คำพูดของหญิงสาวทำเอาคนนั่งฝั่งตรงข้ามที่กำลังเอร็ดอร่อยอยู่กับมื้อค่ำนั้น ถึงกับทำส้อมในมือหล่นลงกระทบจานกระเบื้องเสียงดัง พลางเงยหน้าขึ้นมามองคนรักด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

"เมื่อกี้แก้วบอกว่าอะไรนะ. . .เลิกคบกันงั้นเหรอ. . .ทำไมล่ะแก้ว ทำไมเราต้องเลิกกันด้วย ในเมื่ออ้นก็รักแก้ว แล้วแก้วก็รักอ้น เราสองคนยังรักกันอยู่ แล้วจะมีเหตุผลอะไรที่เราต้องเลิกกัน หรืออ้นทำอะไรผิดไปเหรอ"

สาวหล่อยังคงไม่รู้ว่าการกระทำของตัวนั่นแหละที่เป็นสาเหตุในการบอกเลิกครั้งนี้ กรอบแก้วถอนหายใจยาว พลางส่ายหน้าน้อยๆ อย่างอ่อนใจ นี่คนรักของเธอไม่รู้ตัวเลยหรือว่าทำอะไรลงไป. . .ไม่รู้เลยหรือว่ากำลังทำร้ายจิตใจของเธอให้บอบช้ำมากขนาดไหน ยังจะต้องให้เธอเป็นคนบอกอีกหรือ ทั้งที่ตัวเองก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้วแท้ๆ

ทำไมนะ. . .ทั้งที่คน คนนี้มีข้อดีมากมายจนแทบหาข้อเสียไม่ได้ แต่กับนิสัยที่ปฏิเสธใครไม่เป็น จึงไม่เคยปฏิเสธสาวคนไหนที่เข้ามาหาเลยก็ตาม เธอกลับรับไม่ได้เลยสักนิด ทั้งที่เมื่อครั้งที่ยังอยู่ในสถานะเพื่อนสนิท ยังทนรับได้ ที่จะเห็นเขาไปไหนต่อไหนกับใคร ไปทำอะไรกับผู้หญิงมากหน้าหลายตาเหล่านั้น เป็นเพราะนิยามของคำว่าการคบเป็นแฟน. . .เป็นคนรัก หรือเปล่า ที่ทำให้เธอได้แต่คาดหวังอยู่ในใจลึกๆ ว่า เขาจะไม่ทำนิสัยแบบเดิมอีก คาดหวังว่าเขาจะรักและมีแต่เธอคนเดียวไม่มองใครอีกเลย แต่เมื่อสิ่งที่หวังเอาไว้ไม่เป็นไปตามนั้น เธอกลับยอมรับมันไม่ได้ ทั้งที่รู้ดีว่านิสัยนี้ของเขาคงไม่มีวันเปลี่ยนแปลงได้

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่นั่งตรงข้ามได้แต่นั่งเงียบ มองออกไปนอกหน้าต่างตลอดเวลา อ้นจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง พลางหยั่งเชิงดูว่าจะเป็นเพราะเหตุผลเดียวกับที่ตนคิดหรือไม่

"หรือว่า. . .แก้วไปเจอใครคนใหม่ที่ดีกว่าอ้นแล้ว. . . . .บอกหน่อยสิแก้ว อย่านั่งเงียบไม่พูดไม่จาอย่างนี้ได้มั้ย แก้วมีเหตุผลอะไรถึงอยากจะเลิกคบกับอ้นล่ะ ไหนลองว่ามาสิ"

เมื่อหญิงสาวหันมาสบตาเขาแวบหนึ่งด้วยแววตาที่เหมือนจะตัดพ้อ ด้วยไม่นึกว่าเขาจะคิดอะไรแบบนั้นได้ ทั้งที่ตั้งแต่เริ่มคบกันกรอบแก้วก็ไม่เคยชายตามองใครอีกเลยนอกจากคนรักของเธอ แล้วจะไปมีใครคนใหม่อย่างที่เขากล่าวหาได้อย่างไรกัน อดน้อยใจกับคำถามของคนรักไม่ได้ ก่อนจะหันหน้ากลับไปตามเดิม ทำให้สาวหล่อเริ่มอารมณ์เสียขึ้นมา จึงชักสีหน้าไม่พอใจพร้อมกับทำเสียงเข้ม

"มันไม่เกี่ยวกับคนอื่นหรอก ที่แก้วอยากให้เราเลิกกันก็เพราะอ้นนั่นแหละ เพราะไอ้นิสัยปฏิเสธใครไม่เป็นของอ้น มันทำให้แก้วเจ็บ รู้มั้ยทุกครั้งที่แก้วได้รับรู้การกระทำของอ้นจากคนรอบข้าง รับรู้ว่าอ้นหายไปไหน ไปทำอะไรกับใครในเวลาที่แก้วไม่อยู่ ทั้งที่แก้วได้แต่คอยปลอบใจตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า ไม่เป็นไร. . .อ้นยังรักแก้ว. . .อ้นแค่ไปหาอะไรทำสนุกๆ ฆ่าเวลาไปวันๆ ก็เท่านั้น  แต่ในหัวใจของแก้วมันเจ็บ มันทนไม่ได้ที่ต้องรับรู้ว่าคนรักของตัวเองไปโอบกอดผู้หญิงคนอื่น หรือไปทำอะไรๆ กับใครเหมือนอย่างที่อ้นทำกับแก้ว . . . แก้วไม่ได้ใจกว้างเป็นแม่พระขนาดนั้นนะ ถึงจะได้ยอมปิดหูปิดตาตัวเอง ไม่รับรู้ไม่สนใจว่าแฟนตัวเองไปทำอะไรกับใครบ้าง" 

หญิงสาวโพล่งออกมาเป็นชุดอย่างอัดอั้นตันใจ ก่อนจะหยุดพักหายใจทางปาก เพราะน้ำตาที่ไหลรินลงมาอาบแก้มและอีกบางส่วนที่ไหลลงไปยังท่อในจมูก ทำให้มันตีบตันจนหายใจได้ไม่สะดวก อ้นหยิบกระดาษทิชชูส่งให้หญิงสาว เธอรับมันแล้วยกขึ้นมาซับน้ำตาและสั่งเอาน้ำมูกที่คั่งค้างอยู่ออกมา โดยที่คนฟังได้แต่นั่งเงียบกริบ ไม่กล้าเถียงหรือหาข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อรู้อยู่แก่ใจดีว่า สิ่งที่กรอบแก้วพูดนั้นเป็นความจริงอย่างที่สุด เมื่อหายใจได้สะดวกขึ้นแล้วหญิงสาวจึงพูดต่อ

"ทีนี้อ้นเข้าใจรึยังว่าทำไม. . .แก้วถึงต้องขอเลิกกับอ้น" 

สาวหล่อส่ายหน้า ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจหรอก แต่ไม่อยากจะยอมรับต่างหาก แม้จะรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปโดยไม่ได้ตั้งใจนั้นทำให้คนรักของเขาต้องเจ็บปวดช้ำใจเพียงไหน แต่เขาก็ไม่อยากจะเลิกกับเธอ ทั้งๆ ที่ต่างก็ยังรักกันอย่างนี้ พลางพูดออกไป

"แต่แก้วก็รู้อยู่แล้วนี่นา ว่าอ้นก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทีเมื่อก่อนแก้วยังไม่เห็นเคยว่าอะไรซักคำ แล้วตอนนี้ทำไมถึงทนไม่ได้ล่ะ แก้วไม่รู้เหรอว่าอ้นรักแก้วมากขนาดไหน ต่อให้มีใครๆ เข้ามา แต่ก็ไม่มีคนไหนสำคัญไปกว่าแก้วหรอกนะ"

"ใช่. . .แก้วรู้ว่าอ้นรักแก้ว . . .แต่เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน เมื่อก่อนเราเป็นแค่เพื่อน แต่ตอนนี้เราเป็นแฟน เราเป็นคนรักกัน. . .อ้นเข้าใจคำว่าการเป็นแฟนหรือเปล่า คำว่าแฟน คำว่าคนรัก มันคือสิ่งที่บ่งบอกว่าคุณจะต้องให้ความรัก และความเอาใจใส่กับคนที่คุณรักเพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่ใช่เอาไปเผื่อแผ่ให้กับใครก็ได้ที่ต้องการ เหมือนอย่างที่อ้นทำอยู่ตอนนี้ เพราะอย่างนั้นแก้วถึงได้บอกไงล่ะ ว่าเราสองคนควรจะเลิกกันเพราะฝืนคบกันไปแบบนี้ ก็มีแต่จะทำให้แก้วเจ็บมากขึ้น ในเมื่ออ้นยังเปลี่ยนนิสัยเดิมๆ ของตัวเองไม่ได้ แก้วก็ขอกลับไปคบกันเป็นเพื่อนเหมือนเมื่อก่อนดีกว่า เพราะถ้าอยู่ในฐานะเพื่อน แก้วทนได้ที่จะเห็นอ้นทำตัวแบบนั้น . . .แต่ในฐานะแฟน แก้วรับไม่ได้จริงๆ" 

หญิงสาวสบตากับคนรักผ่านม่านน้ำตาที่แม้จะทำให้มองเห็นคนตรงหน้าได้ไม่ชัดเจนนัก แต่ก็พอจะรู้ว่าสีหน้าของเขาเศร้าลงมากเพียงไหน สาวหล่อจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวย  ในแววตานั้นบ่งบอกว่าเธอจริงจังกับคำพูดเมื่อครู่ และพร้อมจะทำตามอย่างที่พูดไม่มีทางเปลี่ยนใจอย่างแน่นอน

"ก็ได้. . .เราเลิกคบกัน แต่อ้นอยากให้แก้วรู้ไว้ . . . ต่อให้มีผู้หญิงอีกสักกี่คนเข้ามาในชีวิตของอ้น แต่ไม่มีคนไหนที่อ้นจะรักและเห็นว่าสำคัญไปกว่าแก้วอีกแล้ว"

เขาพูดจบแล้วจึงลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาจากกระเป๋าด้านหลังของกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม แล้วหยิบธนบัตรวางไว้เป็นค่าอาหาร ก่อนจะวิ่งออกไปนอกร้านท่ามกลางพายุฝนที่โหมกระหน่ำ เพียงเพราะไม่อยากให้หญิงสาวที่เขารักได้เห็นน้ำตาของเขาเท่านั้น ปล่อยให้กรอบแก้วมองคนที่วิ่งตากฝนออกไปด้วยหัวใจที่ร้าวราน

.

.

.

"คุณครับ. . .ถึงแล้วครับ"

เสียงแว่วๆ ของโชเฟอร์แท็กซี่ อายุรุนราวคราวเดียวกับหญิงสาว ปลุกให้กรอบแก้วหลุดจากภวังค์ เธอมองหน้าคนถามผ่านทางกระจกมองหลังพลางเอ่ยขึ้น

"คะ. . .เมื่อกี้ว่าอะไรนะคะ"

"อ๋อ. . .ผมแค่บอกว่าถึงหน้าคอนโดของคุณแล้วครับ ส่วนค่ารถ หนึ่งร้อยสามสิบเจ็ดบาทครับ"

โชเฟอร์หนุ่มใหญ่กล่าวกับหญิงสาว  กรอบแก้วหันไปมองด้านข้างก็พบว่ารถแล่นมาจอดที่หน้าคอนโดแล้ว จึงพยักหน้าพร้อมกับกล่าวขอบคุณเขา พลางหยิบค่าโดยสารส่งให้ แล้วจึงก้าวลงจากรถมุ่งหน้าสู่ห้องพักของเธอ แม้น้ำตาจะเหือดแห้งไปแล้วแต่ความรู้สึกโศกเศร้ายังไม่ยอมจางหายไปจากหัวใจ แต่ละย่างก้าวที่เดินไปนั้น เธอรู้สึกว่าต้องใช้พลังงานมากกว่าทุกครั้งเหลือเกินกว่าจะขึ้นไปถึงบนห้องพักของตัวเองได้

……………………………………………..…………………………………………………………………………………

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #985 Number42 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 21:44
    สงสารใครดีเนี่ย....
    #985
    0