O . o รักปลอมๆ ของจอมเจ้าเล่ห์ o . O (แนว Yuri)

ตอนที่ 28 : มารักทำไมตอนนี้...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,991
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    18 พ.ย. 49

ตอนที่ 28

ข้างฝ่ายกรอบแก้ว พอตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นทั้งหลานสาวและหลานสะใภ้เสียแล้ว จึงรีบอาบน้ำแต่งตัว ก่อนจะโบกแท็กซี่ไปยังบ้านของอ้นทันทีด้วยความเป็นห่วงสาวหล่อรุ่นน้องที่เพิ่งถูกหักอกมาหมาดๆ ไม่นานนักรถก็แล่นมาจอดที่หน้าบ้านของอ้น กรอบแก้วมองเข้าไปในตัวบ้านที่เงียบเชียบราวกับว่าไม่มีใครอยู่ พลางพึมพำกับตัวเองด้วยความสงสัยว่าเธอมาผิดบ้านหรือเปล่า เพราะเป็นเวลานานมากแล้วที่สาวใหญ่ไม่ได้มาที่บ้านของอ้นอีกเลยนับตั้งแต่เรียนจบมา  แต่เมื่อคว้าเอาสมุดจดที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของบรรดาผองเพื่อนออกมาจากกระเป๋าสะพาย ก้มหน้าลงอ่านบ้านเลขที่ก่อนจะเงยหน้ามองตัวเลขที่ติดอยู่ตรงเสา ก็เห็นว่าเป็นตัวเลขเดียวกันไม่ผิดแน่ จึงยื่นมือไปกดออดที่ข้างประตู แล้วยืนรออยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไร้วี่แววของเจ้าของบ้าน จึงกดลองออดอีกครั้ง แต่คราวนี้กดค้างเอาไว้เสียนาน จนกระทั่งได้ยินเสียงของใครบางคนดังออกมาจากในบ้าน จึงปล่อยมือออก แล้วเปลี่ยนเป็นยืนเกาะประตูรั้ว ชะเง้อคอมองเข้าไปด้านในแทน

"มาแล้วคร้าบ. . .มาแล้ว จะกดค้างเอาไว้นานๆ ทำไมเนี่ย มันเปลืองไฟรู้มั้ย ฮ้าว. . ."  สาวหล่อวัยสามสิบกว่าเดินเกาศีรษะแกรกๆ พร้อมกับอ้าปากหาวเสียงดัง เดินมาหน้าประตูทั้งที่ตายังไม่ลืมดี

"แค่นี้ทำเป็นบ่นไปได้นะยะคุณชาย รีบเปิดประตูเร็วเข้า ยืนตากแดดนานๆ อย่างนี้มันร้อนนะรู้มั้ย ฉันกำลังจะแปลงร่างกลายเป็นไก่ย่างอยู่แล้วเนี่ย"  สาวใหญ่พูดพลางโบกพัดคอเสื้อตัวเอง เพื่อไล่ความร้อนออกไป พอได้ยินเสียงเท่านั้นอ้นก็ตาสว่างหายง่วงเป็นปลิดทิ้งทันที รีบกุลีกุจอเปิดประตูให้อย่างรวดเร็ว พลางเอ่ยถามอย่างแปลกใจที่เห็นเพื่อนสนิทมาถึงที่นี่ได้

"อ้าว. . .แก้ว. . .มาได้ยังไงเนี่ย แล้วจะมาทำไมไม่บอกล่ะ จะได้ขับรถไปรับ นั่งแท็กซี่มาเองคนเดียวในซอยเปลี่ยวๆ แบบนี้มันอันตรายรู้มั้ย"

"แหม. . .ห่วงฉันด้วยเหรอแก ไม่อยากจะเชื่อเลยนะเนี่ย ว่าแต่น้องวีเป็นยังไงบ้างล่ะ อาการดีขึ้นรึยัง" กรอบแก้วพูดประชดนิดๆ พลางเอ่ยถามถึงคนที่ฝากดูแลเอาไว้ พอถูกถามถึงสาวหล่อรุ่นน้อง อ้นก็ทำหน้าเบ้อย่างน้อยใจที่เพื่อนรักมาหาถึงบ้านทั้งที แทนที่จะถามถึงเจ้าของบ้านบ้างแต่กลับถามถึงแต่สาวหล่อที่เธอรับฝากมาเลี้ยงเท่านั้น

"ยังไม่ตายหรอกน่า. . .เอ๊ย. . .ยังไม่ตื่นน่ะ เมื่อคืนคุยกันดึกไปหน่อย อืมจริงๆ ก็ไม่หน่อยหรอก ล่อซะเกือบเช้าเลยล่ะ" อ้นแกล้งประชดบ้าง แต่พอเจอสายตาพิฆาตของกรอบแก้ว เจ้าตัวจึงรีบเปลี่ยนคำพูดใหม่ทันที พลางเดินนำเพื่อนสาวเข้าไปในบ้าน

"ยี้!!! . . .แมลงสาบ ไอ้อ้น ทำไมบ้านแกมันถึงได้รกอย่างนี้วะ แกอยู่ได้ยังไงเนี่ย นี่มันกองขยะชัดๆ เลยนะ ฉันคิดผิดจริงๆ เลยที่ฝากน้องเค้าไว้กับพวกซกมกอย่างแกเนี่ย"

พอก้าวเท้าเหยียบย่างเข้าตัวบ้าน สาวใหญ่ก็แทบจะร้องกรี๊ดออกมา เมื่อสัตว์โลกล้านปี วิ่งผ่านเท้าของเธอไปห่างเพียงไม่ถึงคืบเท่านั้นเอง พลางมองตัวบ้านที่มีข้าวของวางกองสุมๆ ระเกะระกะไม่เป็นที่เป็นทางแล้วจึงอดบ่นอุบออกมาไม่ได้ แม้ว่าปากจะบ่นไป แต่สองมือก็เก็บบรรดาเศษกระดาษก้อนกลมๆ กับกระป๋องเบียร์ที่นอนแอ้งแม้งราวสามสี่กระป๋องที่สาวหล่อเพื่อนของเธอกองเอาไว้เต็มทางเดินไปหมดใส่ลงในถังขยะใบย่อมที่วางอยู่ข้างบันได

"โธ่เอ๊ย. . . แค่แมลงสาบตัวเดียว บ่นเป็นยายแก่ไปได้  บ้านหนุ่มโสดมันก็ต้องรกอย่างนี้เป็นธรรมดาแหละ ไม่ได้มีแม่บ้านมาคอยปัดกวาดเช็ดถูให้นี่นา ถ้าเจ๊ว่างนัก ก็มาช่วยเป็นแม่บ้านให้หน่อยสิ" อ้นพูดพลางยิ้มอย่างยียวนให้เพื่อนรัก กรอบแก้วทำตาค้อนปะหลับปะเหลือก ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างหมั่นไส้

"ต๊าย!. . .พูดออกมาได้ หนุ่มโสด ขอโทษเถอะย่ะ แก่จนจะขึ้นเลขสี่อย่างนี้ ยังมีหน้ามาเรียกตัวเองว่าหนุ่มอีกเหรอ อายุขนาดนี้เรียกคุณลุงยังได้แล้วเลย"

"เออๆ ไม่เถียงด้วยแล้ว เถียงทีไรเข้าตัวเองทุกทีให้ตายเถอะ รีบขึ้นไปดูน้องวีสุดรักสุดสวาทของแกเลยไป๊ ป่านนี้นอนอ้าปาก แมลงสาบบินเข้าไปกี่ตัวแล้วก็ไม่รู้"

อ้นรีบตัดบท ก่อนจะเดินหนีเข้าห้องน้ำไป สาวใหญ่จึงหยุดการต่อล้อต่อเถียงไว้แค่นั้น แล้วรีบขึ้นไปยังชั้นสองของบ้านทันที เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้อง ก็เห็นร่างสูงในชุดนอนลายทางของอ้นนอนเหยียดกาย หลับตาพริ้มอย่างสบายใจ สีหน้านั้นดูไม่เหมือนคนที่โศกเศร้าเพราะถูกหักอกเลยสักนิด สาวใหญ่เดินเข้าไปใกล้ พลางสะกิดเบาๆ ที่แขนของร่างสูง ทว่า ร่างสูงกลับปัดมือของเธอออก พลางพึมพำอย่างงัวเงียแต่คล้ายกับกำลังละเมอมากกว่า

"อย่ามากวนสิดา ขอวีนอนอีกแป๊บนึงก่อนได้มั้ยเนี่ย" ว่าแล้วร่างสูงก็คว่ำหน้าลงกับเตียงพลางยกหมอนขึ้นมาปิดหู เมื่อสาวใหญ่เปลี่ยนจากสะกิดเป็นส่งเสียงเรียกแทน

"น้องวีนี่พี่แก้วเองนะ จะนอนไปถึงไหนเนี่ยเรา มันจะเที่ยงอยู่แล้วนะ"

แต่ดูเหมือนร่างสูงจะไม่ได้สนใจคนเรียกเลยสักนิด สาวใหญ่จึงได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ทำท่าจะหันหลังเดินออกไปจากห้อง แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นอะไรแวบๆ อยู่ใต้หมอนที่สาวหล่อร่างสูงหนุนอยู่ พอก้มลงไปมองใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นภาพถ่ายของคนสองคนที่ยืนโอบกอดกันอยู่ โดยมีฉากหลังเป็นทิวทัศน์อันงดงามของทะเลหมอกในหุบเขา และคนที่อยู่ในรูปนั้นช่างดูคุ้นตาเหลือเกิน เธอผลักร่างสูงให้พ้นจากรูปใบนั้นแล้วคว้ามันขึ้นมาเพ่งอย่างพินิจพิเคราะห์ มันเป็นภาพที่เธอถ่ายคู่กับอ้น สมัยที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่นั่นเอง สาวใหญ่ใจเต้นระทึกเมื่อไม่นึกว่าจะพบรูปใบนี้ในห้องนอนของอ้น และยิ่งแปลกใจกว่านั้นเมื่อมันวางอยู่ใต้หมอนของเขาด้วย กรอบแก้วนิ่งไปอย่างชั่งใจ ก่อนจะหยิบรูปใบนั้นติดมือลงไปชั้นล่างด้วย

"เป็นไง น้องวีของแกกินแมลงสาบเข้าไปกี่ตัวแล้วล่ะ"

อ้นยกหม้อที่เพิ่งต้มโจ๊กแบบกึ่งสำเร็จรูปเสร็จ วางลงบนโต๊ะอาหาร พลางหันมาถามเพื่อนสาวที่เพิ่งเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านและหยุดยืนอยู่บริเวณโซฟารับแขกอย่างกวนๆ นึกแปลกใจขึ้นมาเมื่อกรอบแก้วไม่แหวใส่กลับมาเหมือนอย่างเคย ซ้ำยังยืนนิ่งมองอะไรบางอย่างที่อยู่ในมือของเธออยู่นานจนผิดสังเกต พออ้นเหลือบไปเห็นว่าสายตาของกรอบแก้วกำลังจับจ้องอยู่กับอะไร สาวหล่อก็ร้องเสียงหลง ก่อนจะรีบวิ่งไปคว้ามันมาจากมือของหญิงสาว แต่กรอบแก้วไม่ยอมคืนให้ เธอชักรูปกลับพลางย้อนถามเสียงเรียบ

"เฮ้ย. . .ไปหยิบมาจากไหนน่ะ"

"ยังเก็บรูปนี้ไว้อยู่อีกเหรอ" สายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของกรอบแก้วมองจ้องลึกลงไปในดวงตาของอ้น สาวหล่อหลบสายตาก่อนจะเอ่ยขึ้น

"ทำไมจะเก็บไม่ได้ล่ะ ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของฉันนี่"

"หมายความว่ายังไงอ้น แก้วไม่เข้าใจ" สรรพนามที่ใช้เรียกแทนชื่อตัวเองและเพื่อนสนิทเปลี่ยนไปในทันที สาวใหญ่ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เพื่อนของเธอพูด อ้นนิ่งไปสักพักก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ก็หมายความว่า. . .อ้นยังรักแก้วอยู่ไงล่ะ ต่อให้มีผู้หญิงสักกี่คนผ่านเข้ามาในชีวิต แต่คนที่อ้นรักที่สุดก็ยังเป็นแก้วอยู่ดี และมันก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงด้วย" กรอบแก้วถึงกับตกตะลึงเมื่อได้ฟัง อ้นจึงฉวยโอกาสในขณะที่หญิงสาวกำลังยืนเหม่ออยู่นั้นพยายามจะแย่งรูปกลับคืนไป แต่กรอบแก้วเบี่ยงตัวหลบจนเสียหลักล้มลงบนโซฟา โดยมีร่างของสาวหล่อล้มลงไปทาบทับบนร่างของเธอพอดี

ใบหน้าที่อยู่ห่างกันเพียงไม่ถึงคืบ จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวของฝ่ายตรงข้าม ทั้งคู่ประสานสายตากันอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่กรอบแก้วจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงสั่น พร้อมทั้งพยายามใช้มือทั้งสองข้างดันไหล่ของอ้นออกห่างตัว

"ลุกออกไปนะอ้น แก้วหนัก"

แต่สาวหล่อไม่ฟัง ซ้ำยังก้มลงจรดปลายจมูกลงบนแก้มเนียนของคนที่อยู่ด้านล่างอย่างอดใจไม่ไหว ก่อนจะซุกไซร้ใบหน้าลงไปยังซอกหู ระเรื่อยลงมายังลำคอขาว กลิ่นหอมจางๆ ของสบู่ ยิ่งกระตุ้นให้อ้นยั้งใจไว้ไม่อยู่ จนเผลอดูดดุนลำคอขาวนั้น จนเป็นรอยแดงขึ้นมา

"ปล่อยนะอ้น อย่าทำแบบนี้ เราไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วนะ"

กรอบแก้วร้องห้าม พยายามปัดป้องการรุกรานของสาวหล่อด้วยการยกมือขึ้นหมายจะผลักร่างคนที่คร่อมกายเธออยู่ให้ออกไปพ้นตัว แต่กลับถูกอ้นคว้าข้อมือแล้วตรึงเอาไว้เหนือศีรษะของเธอจนขยับไม่ได้ ก่อนจะประทับริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากของหญิงสาว ที่ได้แต่ร้องห้ามปรามการกระทำนั้น แม้ว่าเธอจะพยายามเม้มปากให้สนิทสักเท่าไร แต่ลิ้นร้อนของอ้นก็พยายามแทรกเข้าไปในเรียวปากบางนั้นเช่นกัน กรอบแก้วได้แต่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนที่แข็งแรงนั้น พยายามหันหน้าหนี เพื่อหวังจะหลบให้พ้นจากการกระทำของอ้น แต่ขัดขืนอยู่ได้ไม่นานเธอก็จำต้องยอมเผยอริมฝีปากออกรับจูบที่รุกเร้านั้นอย่างโหยหามานาน

ใขขณะเดียวกันวีร์ธิราที่เพิ่งตื่น เดินงัวเงียลงมาจากชั้นบน กำลังจะลงจากบันไดขั้นสุดท้าย ถึงกับชะงักไปเมื่อได้เห็นภาพนั้น ร่างสูงยกมือขึ้นตะครุบปากตัวเองไว้ได้ทันก่อนที่จะเผลอหลุดอุทานออกมาอย่างตกใจ หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง แล้วจึงรีบใช้กำแพงเป็นเกราะกำบังกาย แอบซุ่มดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ

หลังจากมอบจุมพิตที่แสนหวานให้กับหญิงสาวแล้ว สาวหล่อจึงค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก พลางมองใบหน้าคนที่ตัวเองรักด้วยแววตาเศร้า หญิงสาวเองก็มองสบตาเขาเช่นกัน น้ำใสๆ เริ่มรื้นขึ้นมาเอ่อคลอรอบดวงตาคู่งาม

"อ้นขอโทษกับเรื่องที่ผ่านมา อ้นผิดเองที่ไม่เห็นความสำคัญของแก้ว  แต่เรื่องมันก็ผ่านมานานมากแล้ว ลืมๆ มันไปไม่ได้หรือแก้ว เรากลับมาคบกันใหม่ไม่ได้เหรอ"

อ้นพูดวิงวอนอย่างสำนึกผิด  แต่กรอบแก้วส่ายหน้าช้าๆ ก่อนจะเมินหน้าหนีสายตาอ้อนวอนของคนที่เคยรักไปทางด้านข้าง น้ำตาที่เอ่อคลออยู่ ไหลรินลงมาเป็นสาย 

"มันสายไปแล้วอ้น ตอนนี้แก้วไม่ได้รักอ้นเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว และถ้ายังอยากจะเป็นเพื่อนกันต่อไป อย่าทำแบบนี้อีก"

"ไม่จริง! อ้นไม่เชื่อ. . .มองตาอ้นสิ ถ้าแก้วแน่ใจว่าในหัวใจของแก้ว ไม่มีอ้นอยู่ข้างในนั้นอีกแล้ว  มองตาอ้น. . .แล้วพูดสิว่าแก้วไม่ได้รักอ้น" สาวหล่อไม่เชื่อในคำพูดนั้น พยายามจะทำให้กรอบแก้วยอมรับให้ได้ว่าเธอยังรักเขาอยู่  หญิงสาวลอบถอนหายใจ ก่อนจะเบนหน้ากลับมาสบตากับอ้น พูดช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือปนสะอื้น

"แก้วไม่อยากเจ็บอย่างนั้นอีกแล้วอ้น  ถ้าจะต้องทนเห็นอ้นไปทำอะไรๆกับคนอื่น โดยที่แก้วทำอะไรไม่ได้นอกจากคอยปลอบใจตัวเองไปวันๆ  แก้วขอเป็นแค่เพื่อนแบบนี้ต่อไปดีกว่า" 

น้ำใสๆ หยดแหมะลงบนใบหน้าของหญิงสาว อ้นปล่อยข้อมือของกรอบแก้วออกช้าๆ ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งพิงกับพนักโซฟาอย่างอ่อนแรง หญิงสาวลุกขึ้นมานั่งเช่นกัน พลางยกมือเรียวขึ้นมาปาดน้ำตาออกจากแก้มของอ้น สาวหล่อคว้ามือทั้งสองข้างของเธอมากุมเอาไว้แน่น ราวกับว่าหากปล่อยมือคู่นี้ไปก็คงเหมือนกับหัวใจของเขาถูกพรากไปด้วยเช่นกัน

"ให้โอกาสอ้นอีกสักครั้งได้ไหม อ้นจะพยายามปรับปรุงตัวให้ดี อ้นสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงคนไหนอีกเลยก็ได้ ถ้าแก้วยอมกลับมาคบกัน นะแก้ว อ้นขอร้อง" 

ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากเรียวปากบางนั้น หญิงสาวค่อยๆ เลื่อนมือออกจากการเกาะกุมนั้นอย่างนิ่มนวล ก่อนจะลุกเดินออกไปจากบ้านอย่างช้าๆ ทิ้งให้อ้นมองตามคนที่เดินจากไปด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ยิ่งนัก

เมื่อเสียงเปิดประตูหน้ารั้วดังขึ้นเป็นสัญญานบอกว่ากรอบแก้วเดินออกจากบ้านไปแล้ว ร่างสูงที่ยืนแอบมองเหตุการณ์เมื่อครู่อยู่ข้างบันได จึงค่อยเดินตรงมาบีบไหล่สาวหล่อรุ่นพี่เป็นเชิงปลอบใจ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ พลางเอ่ยขึ้น

"วีไม่รู้หรอกนะว่าพี่อ้นกับพี่แก้วมีเรื่องอะไรกันมาก่อน แต่วีเชื่อว่าไม่ช้าก็เร็ว พี่สองคนคงจะปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด" วีร์ธิราเอ่ยอย่างให้กำลังใจกับอ้น ก่อนที่สาวหล่อสองวัยจะโผเข้ากอดกันด้วยความเห็นใจในชะตากรรมความรักของกันและกัน

………………………………………………………………………………………………………………………………….

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #1015 Meena_Sang (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2553 / 13:43
    เหอๆ

    เข้าจัยกานดีนะ
    #1,015
    0
  2. #984 Number42 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 21:39

    ฮ้า

    เพื่อนร่วมชะตากรรม -.-

    #984
    0