O . o รักปลอมๆ ของจอมเจ้าเล่ห์ o . O (แนว Yuri)

ตอนที่ 27 : เพิ่งรู้ว่ารักเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,910
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    9 พ.ย. 49

ตอนที่ 27

เช้าวันรุ่งขึ้นแพรลดามาถึงกองถ่ายด้วยสภาพอิดโรยเหมือนคนอดนอนมาหลายคืน ตาบวมตุ่ยเพราะร้องไห้มากเกินไป ขอบตาก็คล้ำเหมือนหมีแพนด้า ผมเผ้าก็เหมือนถูกแปรงอย่างลวกๆ พอช่างแต่งหน้าชายหัวใจสาวได้เห็นเข้าก็ถึงกับบ่นอุบทันทีกับสภาพของนางแบบสาว

"ตายแล้วคุณน้องพริตตี้ ไปทำอะไรมาคะทำไมหน้าตาถึงได้เหมือนผีตายซากขนาดนี้เนี่ย ตายๆ วันนี้ปิดกล้อง ต้องถ่ายฉากงานแต่งงานด้วย เจ้าสาวตาบวมฉึ่งแบบนี้จะทำยังไงดีล่ะเนี่ย"

"พอดีเมื่อคืนพริตตี้มีเรื่องนิดหน่อยน่ะค่ะ ต้องขอโทษพี่ด้วยนะคะที่ทำให้ต้องทำงานลำบากกว่าเดิม"

นางเอกสาวพูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ส่งยิ้มแห้งๆ ให้ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ ช่างแต่งหน้าหนุ่ม เดินเข้ามาพลิกใบหน้าแพรลดาเอียงซ้ายทีขวาที ก่อนจะทำหน้าเหนื่อยใจ พลางหันไปหยิบกระเป๋าอุปกรณ์แต่งหน้ามาวางข้างๆ หยิบครีมรองพื้นแบบหลอดขึ้นมา บีบใส่นิ้วตัวเองก่อนจะแปะลงไปที่ขอบตาคล้ำของนางเอกสาว แล้วค่อยๆ เกลี่ยจนเนียนเรียบสนิท ก่อนจะเริ่มลงมือแต่งหน้าให้หญิงสาวคนนี้กลับไปสวยเช้งวับเหมือนวันอื่นๆให้ได้ โดยที่ปากก็พร่ำบ่นไปไม่ได้หยุด

"พี่รู้นะคะเรื่องข่าวแฟนของคุณน้องน่ะ แต่ยังไงก็ต้องแยกให้ออกสิคะ เรื่องรักก็ส่วนรัก งานก็ส่วนงาน ถ้ามีแฟนแล้วจะทำให้เสียงานแบบนี้ อีกหน่อยไม่มีคนจ้างจะแย่เอานะคะ พวกดาราอย่างคุณน้องเนี่ย รูปร่างหน้าตาเป็นเครื่องมือทำมาหากินเลยนะคะ ต้องรู้จักดูแลให้ดีหน่อยสิ"

นางเอกสาวก้มหน้ารับฟังคำตักเตือนด้วยความหวังดีนั้น พลางกล่าวขอโทษเสียงแผ่ว เมื่อช่างแต่งหน้าให้เธอจนเสร็จเรียบร้อย ก็เรียกช่างทำผมเข้ามานั่งประจำที่แทน  เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง เผลอแผล็บเดียวนางเอกสาวก็หลับคอพับคออ่อนคาเก้าอี้ไปเสียแล้ว

.

.

.

"ดา. . .ดา ไม่สบายหรือเปล่าเนี่ย ดูท่าทางจะหลับสนิทเลยนะ" มือเล็กๆ สะกิดร่างบาง ทว่า นางแบบสาวยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติงหรือขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย พลางหันไปหาหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่เคียงข้าง

"ทำแบบนี้จะดีเหรอผึ้ง ขนาดหลับอยู่ยังทำคิ้วขมวดแบบนี้เลย ถ้าตื่นขึ้นมาเห็นเม ดาเค้าต้องอาละวาดแน่ๆ เลย ไหนๆ ดาก็ยังหลับอยู่ เมว่าวันหลังค่อยคุยดีกว่านะ" เมษยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นๆ พลางทำท่าจะหันหลังกลับไปด้วยกลัวเพื่อนรักจะอาละวาดใหญ่โตเมื่อเห็นหน้าเพื่อนทรยศอย่างเธอ  แต่ธรัตรากลับฉุดข้อมือของเมษยาเอาไว้ ก่อนจะลองสะกิดเรียกนางแบบสาวอีกครั้ง

"ดาๆ. . .ดาตื่นก่อนสิ ผึ้งมีอะไรจะคุยด้วยน่ะ"  

"อืม. . .ใครน่ะ" เสียงงัวเงียของแพรลดาดังขึ้น เมื่อได้ยินเสียงคนคุยกันแว่วๆ อยู่ข้างหูเธอ พลันเมื่อลืมตาขึ้น ก็พบกับใบหน้าขาวๆ ของผึ้ง

"ผึ้งเองเหรอ เอ๊ะแล้วนี่ดาเผลอหลับไปตอนไหนล่ะเนี่ย"

นางแบบสาวเอ่ยทักอดีตคนรัก ก่อนจะลุกขึ้นพรวดจากเก้าอี้ พอหันไปด้านข้าง สายตาก็เหลือบไปเห็นใบหน้าของหญิงสาวอีกคนหนึ่ง ที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ยืนกอดแขนธรัตราตัวสั่น เมื่อปรับสายตาให้ดีจึงพบว่าหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ คือ เมษยาเพื่อนรักเพื่อนแค้นของเธอนั่นเอง

"อะ. . .อะ. . .ไอ้เม. . .แก. . .มาที่นี่ได้ยังไงเนี่ย" นางแบบสาวพูดพลางชี้นิ้วมือสั่นระริกไปยังเมษยา ทำเอาคนถูกเรียกถึงกับสะดุ้งทันที

"ใจเย็นๆ ก่อนนะดา. . .เมขอเวลาอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟังก่อนแล้วกัน เรื่องเมกับคุณวีมันเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดกันนะ. . ."

หญิงสาวพยายามข่มความกลัวของตนเอง ทำเป็นใจดีสู้เสือ สบสายตากับนางแบบสาวได้ชั่วครู่ ก็ต้องรีบเบนสายตาหรุบต่ำลงมองพื้น เมื่ออีกฝ่ายส่งสายตาวาวคล้ายนางเสือที่พร้อมจะขย้ำคอลูกแกะตัวน้อยในอุ้งมือได้ทุกเมื่อ

"ไม่ฟัง!!! ทำไมฉันจะต้องฟังด้วย แกแย่งแฟนฉันไปคนนึงแล้วไม่พอ  จะมาแย่งวีไปอีกคนด้วยใช่มั้ย ทำไมแกถึงเลวแบบนี้เม ไม่อยากเชื่อเลยว่าฉันเคยมีเพื่อนอย่างแก แล้วนี่ยังจะมาเสนอหน้าเรียกร้องความเห็นใจอะไรอีกล่ะ สะใจมากใช่มั้ยที่เห็นฉันสูญเสียคนสำคัญไปหมดอย่างนี้ มันสะใจมากใช่มั้ย!!!"

นางแบบสาวตวาดเสียงดัง เรียกความสนใจของบรรดาทีมงานในกองถ่ายได้เป็นอย่างดี พวกเขามายืนมุงห้อมล้อมอยู่ที่หน้าประตูห้องแต่งตัว พลางเงี่ยหูฟังด้วยความสงสัยว่าหญิงสาวสามคนในห้องมีเรื่องอะไรกัน จึงได้ส่งเสียงดังเอ็ดตะโรออกมาถึงข้างนอก

"ดาเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว เมกับคุณวีไม่ได้มีอะไรกันนะ เราเป็นแค่เพื่อนกัน ถ้าไม่เชื่อถามผึ้งดูก็ได้" เมษยารีบโยนลูกต่อให้ธรัตราทันที หญิงสาวหันหน้ามามองคนรักแวบหนึ่งพลางส่งสายตาตัดพ้อว่าทำไมต้องโยนมาให้เธอด้วย ก่อนจะรีบหันไปยืนยันคำพูดของเมษยาให้แพรลดาฟัง

"จริงอย่างที่เมบอกนะดา คุณวีเค้าไม่ได้คิดอะไรกับเมจริงๆ แล้วที่สำคัญ คุณวีเค้ารักดามากนะ เค้าไม่เคยมองใครนอกจากดาคนเดียวด้วย" แพรลดาอ้าปากจะพูดแต่พอได้ยินประโยคสุดท้ายของธรัตรา เธอก็ถึงกับพูดไม่ออกเอาดื้อๆ ได้แต่กำมือแน่นข้างลำตัว พลางเอ่ยปากไล่เพื่อนรักทั้งสองไป ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างอ่อนแรง

"ฉันไม่อยากเชื่อคำพูดของเธอสองคนอีกแล้ว จะไปไหนก็ไป ไปให้พ้นๆ หน้าฉันเสียที ก่อนที่ฉันจะโมโหไปมากกว่านี้" 

น้ำเสียงเข้มของแพรลดาทำเอาสองสาวตกใจ ผวาเข้ากอดกันกลมรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะรีบจูงมือกันวิ่งออกไปจากห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับบรรดาไทยมุงที่ยืนออกันอยู่หน้าห้องแอบดูเหตุการณ์อยู่เมื่อครู่ พากันแตกฮือรีบสลายตัวไปคนละทิศคนละทางทันที เมื่อเห็นว่าหญิงสาวสองคนกำลังจะเดินมาถึงหน้าประตูห้อง

แม้สองสาวคู่รักตัวป่วนจะจากไปแล้ว แต่คำพูดในประโยคสุดท้ายของธรัตรา ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของนางแบบสาว แล้วจู่ๆ ภาพของวีร์ธิราในอิริยาบถต่างๆ ก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดเธอ ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกับผู้หญิงคนนี้ตลอดจนช่วงเวลาเกือบสองเดือนที่อยู่ด้วยกัน หากจะบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่เธอรู้สึกว่ามีความสุขในชีวิตยิ่งกว่าเมื่อครั้งที่ยังคบอยู่กับธรัตราก็คงจะไม่ผิดนัก

เพราะนับแต่วันที่วีร์ธิราก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอ มันเหมือนกับว่าเธอได้ถูกเติมเต็มในส่วนที่เคยขาดหายไป ความร่าเริงแจ่มใส ช่างเอาอกเอาใจ หรือแม้แต่ความซุ่มซ่าม ความใสซื่อไม่ประสีประสาในเรื่องบนเตียง ที่เรียกเสียงหัวเราะจากเธอได้ไม่น้อย ก็ล้วนแล้วแต่ช่วยแต่งแต้มให้ชีวิตของเธอดูมีสีสัน แลดูสดใสขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก และเธอเองก็เพิ่งจะตระหนักถึงความสำคัญของผู้หญิงคนนี้ขึ้นมา  เพิ่งจะรู้ว่าพื้นที่ในหัวใจดวงเล็กๆ ดวงนี้ ถูกวีร์ธิราจับจองเอาไว้หมดแล้ว นึกมาถึงตรงนี้น้ำตาก็หยดหยาดลงมาอีกครั้ง มันคงสายไปแล้วสินะ สายเกินไปที่จะกล่าวคำแก้ตัวใดๆ . . . สายเกินไปที่จะคว้าเอาร่างสูงเข้ามากอด พร้อมกับเอื้อนเอ่ยว่าเธอรักเขามากแค่ไหน เพราะคนที่เธออยากให้มาอยู่ตรงหน้าในเวลานี้ คือคน คนเดียวกับที่เธอเอ่ยปากไล่เขาไปอย่างไม่ไยดี คนนั้นเอง

.

.

.

". . .น้องพริตตี้คะ เข้าฉากได้แล้วค่ะ. . .น้องพริตตี้จ๊ะ น้องพริตตี้"

เสียงสต๊าฟสาววัยขึ้นเลขสาม ส่งเสียงเรียกนางเอกสาวอยู่ที่หน้าประตูห้องแต่งตัวอยู่นาน เมื่อไม่ได้ยินเสียงขานรับจากแพรลดาเหมือนเช่นเคย เธอจึงเดินเข้ามาภายในห้องแต่งตัวด้วยความสงสัย ก็เห็นนางเอกสาวนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้สำหรับแต่งหน้า สายตาเหม่อลอยคล้ายกำลังครุ่นคิดอย่างหนัก

"เป็นอะไรรึเปล่าคะน้องพริตตี้" สต๊าฟสาวแตะไหล่มนของแพรลดาเบาๆ ร่างบางสะดุ้งเฮือกหลุดจากห้วงความคิดของตัวเองกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง

"อุ๊ย! . . .พี่กุ๊ก มาเงียบๆ แบบนี้ พริตตี้ตกใจหมดเลย อ้าว. . .แล้วนี่เค้าหายไปไหนกันหมดแล้วล่ะคะ"

นางเอกสาวหันไปทางด้านข้างก็พบใบหน้าที่แสดงออกถึงความห่วงใยของสต๊าฟสาว พลางหันซ้ายทีขวาทีด้วยความแปลกใจ เมื่อไม่เห็นคนอื่นๆ ในห้องแต่งตัวนอกจากเธอเลยสักคน

"คนอื่นเค้าออกไปก่อนแล้วล่ะ พี่เองก็เรียกน้องพริตตี้ตั้งนานแล้วเหมือนกัน เอ. . .วันนี้ดูแปลกๆ ไปนะคะ ไม่สบายหรือเปล่า"

"เปล่าค่ะ พริตตี้ไม่ได้เป็นอะไร ถึงคิวที่พริตตี้ต้องเข้าฉากแล้วใช่มั้ยคะ ไปช้าอย่างนี้ สงสัยวันนี้ต้องโดนผู้กำกับว่าอีกแน่เลย วันปิดกล้องแล้วด้วยแท้ๆ งั้นพริตตี้ไปก่อนนะคะ"

แพรลดารีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ แล้วจึงรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปทางหน้าห้องแต่งตัวทันที โดยมีสายตาของกุ๊กมองตามไปอย่างเป็นห่วง เธอเองก็พอจะรู้มาบ้างว่าที่นางเอกสาวเป็นแบบนี้สาเหตุหนึ่งคงมาจากข่าวที่ลงอย่างครึกโครมในหนังสือบันเทิงฉบับเมื่อวานอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่แพรลดามีปากเสียงกับเมษยาและธรัตรา เมื่อครู่นี้ด้วยหรือเปล่า

……………………………………………………………………………………………………………………………….

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #983 Number42 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 21:34
    เหออออออออออออออออออออ

    เข้าใจกันซ้าทีเซ่ *-.-*
    #983
    0