O . o รักปลอมๆ ของจอมเจ้าเล่ห์ o . O (แนว Yuri)

ตอนที่ 21 : เธออยู่ที่ไหน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,855
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    23 ต.ค. 49

ตอนที่ 21

แพรลดาลืมตาตื่นในเช้าของวันรุ่งขึ้น พลิกกายกลับมาอีกด้านหนึ่งก็พบกับความว่างเปล่าจึงผุดลุกขึ้นนั่งพลางตะโกนเรียกหาคนรักจอมปลอมของเธอ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ เธอรีบลุกออกไปนอกห้องนอนพลางสอดส่ายสายตามองหาไปทั่วห้องก็ไม่พบแม้เงาของร่างสูง เดินกลับเข้ามาเปิดประตูห้องน้ำก็พบเพียงความว่างเปล่าเช่นเดียวกัน นางแบบสาวนึกแปลกใจที่จู่ๆ วีร์ธิราก็หายตัวไปไหนไม่รู้ตั้งแต่เช้า มองไปที่โต๊ะตรงหัวเตียงก็ยังเห็นกุญแจรถวางอยู่ที่เดิม ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับกระดาษโน้ตสีเหลืองสะท้อนแสงที่แปะอยู่บนหัวเตียง มือเรียวเอื้อมไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน ข้อความที่เขียนไว้ด้วยลายมือบรรจงทำให้เธอต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

'วีคงจะไม่อยู่ที่นี่ซักพัก ไม่ต้องตามหานะ เอาไว้เสร็จธุระแล้ววีจะกลับไปหาคุณเอง'

"หมายความว่ายังไงกันเนี่ย จะไปไหนมาไหนทำไมไม่บอกกันบ้าง แล้วทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องลึกลับอะไรด้วย แปลกจริงเชียวยัยคนนี้นี่" 

ร่างบางเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย พลางคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกไปหาวีร์ธิรา แต่ก็ไม่มีคนรับสาย เธอพยายามโทรอยู่หลายครั้งจนกระทั่งกลายเป็นสัญญาณให้ฝากข้อความติดต่อกันซ้ำๆ  จึงกดวางสายแล้วเขวี้ยงโทรศัพท์ราคาแพงลงกับเตียงอย่างหัวเสีย บ่นพึมพำอยู่คนเดียวพลางคว้าผ้าเช็ดตัวที่ตากอยู่เดินหายเข้าห้องน้ำไป

ครั้นออกมาจากห้องน้ำ นางแบบสาวก็พยายามโทรติดต่ออีกหลายครั้งแต่ดูเหมือนว่าเครื่องของวีร์ธิราจะถูกปิดไปแล้ว นางแบบสาวจึงได้แต่ฮึดฮัดขัดใจอยู่เพียงลำพังในห้อง ที่ไม่สามารถติดต่อกับคนรักจอมปลอมของเธอได้เลย พลางรีบแต่งหน้าแต่งตัวอย่างลวกๆ เมื่อเห็นว่าเริ่มจะสายแล้ว เดี๋ยวจะไปไม่ทันเวลาที่กองถ่ายนัดเอาไว้ จึงจำต้องปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปก่อน แล้วจึงรีบบึ่งรถมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ใช้ในการถ่ายทำวันนี้ทันที

.

.

.

แสงแดดที่ลอดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง ทำให้คนที่นอนขดตัวใต้ผ้าห่มผืนบางบนโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้ม เปิดเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้นช้าๆ พลางมองไปรอบๆ ห้องอย่างไม่คุ้นตา พลางลำดับความคิดว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ก็พอดีกับที่ใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่งก้มหน้าลงมามองเธอ พลางส่งยิ้มให้ เอ่ยทักด้วยเสียงใส

"ตื่นแล้วเหรอคะคุณวี" สาวหล่อพยักหน้าตอบพลางมองคนที่ทักทายตนอย่างงุนงง อ้าปากจะถามว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆ หลุดออกมา จึงกลืนน้ำลายลงคอแล้วนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ พร้อมกับยกมือขึ้นลูบลำคอขาวของตนเอง เมษยาจึงเอ่ยขึ้น

"เจ็บคอหรือคะ สงสัยเมื่อคืนคุณวีคงจะร้องไห้เยอะไปหน่อย เดี๋ยวเมไปหยิบน้ำอุ่นมาให้นะคะ"

วีร์ธิราพยักหน้า แล้วจึงชันตัวลุกขึ้นนั่ง หญิงสาวจึงเดินหายเข้าไปในครัวและกลับออกมาพร้อมน้ำอุ่นในถ้วยกระเบื้องสีขาวยื่นให้สาวหล่อ ฝ่ายนั้นรับมาจิบช้าๆ จนหมดแก้ว เอ่ยขอบคุณหญิงสาวด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า  แล้วจึงถามหากรอบแก้ว พอได้รับคำตอบว่าสาวใหญ่ไปทำงานตั้งแต่เช้าแล้ว จึงหันไปดูนาฬิกาที่ติดอยู่บนฝาผนัง พลางทำหน้าตกใจเมื่อเห็นว่าเป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว  หันหน้ามาอีกทีก็พบกับใบหน้าใสของเมษยาที่กำลังจ้องมองตัวเองด้วยแววตาห่วงใยและมองไปยังโทรศัพท์มือถือของเธอที่อยู่ในมือของหญิงสาวด้วยความสงสัย

"มือถือคุณวีสั่นครืดๆ อยู่บนโต๊ะตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ เมไม่กล้ารับเพราะคิดว่าอาจจะเป็นแฟนคุณที่โทรมา เดี๋ยวเค้าจะเข้าใจผิด แล้วก็เห็นคุณวียังไม่ตื่นด้วย เมก็เลยไม่กล้าปลุกค่ะ"

สาวหล่อเอื้อมไปรับจากมือของเมษยาที่นั่งอยู่ที่ปลายโซฟาอีกด้านหนึ่ง แล้วจึงกดเปิดเครื่องดูก็พบว่ามีสายที่ไม่ได้รับกว่าห้าสิบสาย และทุกสายก็เป็นเบอร์ของแพรลดาทั้งหมด วีร์ธิราจ้องมองชื่อของคนที่โทรเข้ามาแล้วรู้สึกเจ็บจี๊ดในหัวใจขึ้นมาอีกครั้ง แล้วจึงรีบกดปิดเครื่องไปเพราะกลัวว่านางแบบสาวจะโทรเข้ามาอีก พอเงยหน้าขึ้นมาก็เจอกับสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเมษยา

"ไม่โทรกลับไปสักหน่อยหรือคะ แฟนคุณอุตส่าห์โทรมาง้อแล้วนี่นา คุยกันให้รู้เรื่องดีกว่านะคะ อย่าปล่อยให้เรื่องมันคาราคาซัง เหมือนเรื่องของเมกับแฟนเลย"

หญิงสาวทำหน้าเศร้าลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงคนรักของตน พาลให้สาวหล่อนึกไปถึงคำพูดของตัวเองที่พูดไว้กับเมษยาเมื่อวานนี้ว่าถ้าเป็นเธอคงจะไม่ด่วนสรุปอะไรด้วยสิ่งที่ตาเห็นเหมือนคนรักของหญิงสาวเป็นแน่ แต่แล้วก็กลับต้องกลืนคำพูดของตัวเองเสีย เมื่อเธอเป็นฝ่ายหนีมาจากแพรลดาก่อนโดยไม่คิดที่จะไต่ถามเอาความจริงจากปากของนางแบบสาวหรือรับฟังด้วยเหตุผลไม่ใช่ว่าใช้อารมณ์เป็นใหญ่เช่นนี้ รู้สึกละอายใจเหลือเกินที่ทำตัวไม่ต่างไปจากคนที่เธอต่อว่าเขาลับหลังเลยสักนิด

"ขอบคุณที่เป็นห่วงนะฮะคุณเม  แต่ตอนนี้วีไม่อยากจะคุยกับเค้าจริงๆ ขอเวลาให้วีอีกสักพักเถอะนะ" สาวหล่อตอบรับความหวังดีของเมษยา พลางยิ้มเจื่อนๆ ให้ หญิงสาวได้แต่พยักหน้าอย่างเห็นใจ ก่อนจะขอตัวลุกออกไปทำอาหารอ่อนๆ ให้วีร์ธิราเพราะเห็นว่ากำลังเจ็บคออยู่  ปล่อยให้สาวหล่อนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเพียงลำพัง

………………………………………………………………………………………………………………………………….

ระหว่างนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของกรอบแก้วก็ดังขึ้น สาวใหญ่ละสายตาจากงานที่กองอยู่ตรงหน้า แล้วหันไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายใบเล็กขึ้นมา เหลือบดูชื่อที่โชว์ขึ้นมาพอเห็นว่าเป็นชื่อของอ้น สาวหล่อเพื่อนสนิทของเธอ ก็รีบกดรับสายพลางกรอกเสียงลงไปทันที

"ว่าไงยะคุณชาย วันนี้มีข่าวอะไรจะมารายงานฉันอีกล่ะ"

"แหมเล่นดักคอกันอย่างนี้เลยนะ ไม่คิดว่าฉันจะโทรหาแกเพราะคิดถึงมั่งเลยรึไง" ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงยียวนเล็กน้อย แต่กรอบแก้วกลับหัวเราะคิกคักออกมา

"ฮะฮะฮะ บ้าสิ อย่างแกน่ะเหรอจะคิดถึงฉัน มีแต่หาเรื่องน่าปวดหัวมาให้สิไม่ว่า เก็บคำพูดหวานๆ ของแกไปหลอกพวกเด็กๆ เถอะไป๊  เอ้ามีอะไรก็ว่ามา วันนี้ฉันงานยุ่งด้วย คุยนานไม่ได้หรอกนะ"

"โถๆ แม่คุณเอ๊ย. . .ก็มัวแต่หายใจเข้าหายใจออกเป็นงานแบบนี้ล่ะนะ ถึงได้หาแฟนกับเค้าไม่ได้ซักที เชอะ. . .เข้าเรื่องเลยก็ได้ ฉันเดาว่าแกคงยังไม่เห็นข่าวที่ลงหน้าปกหนังสือซุบซิบสตาร์ล่ะสิท่า" อ้นตอบกลับไปแต่ไม่วายแอบแขวะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถึงจุดประสงค์ในการโทรมาครั้งนี้

"เฮ้ย อย่าบอกนะว่าลงเรื่องที่น้องวีกับแม่แฟนคนสวยทะเลาะกันน่ะ ข่าวอะไรทำไมมันลงเร็วอย่างนี้วะ" กรอบแก้วโพล่งออกมาด้วยความตกใจ พาให้อ้นถึงกับงงไป

"เดี๋ยวๆ นี่แกพูดเรื่องอะไรของแกเนี่ย ฉันไม่เห็นเข้าใจเลย เค้าทะเลาะกันแล้วเหรอ เรื่องที่ว่าน้องวีไปจูบกับหลานสาวแกหน้าร้านอาหารย่านประตูน้ำเนี่ยนะ"

"เฮ้ย. . .แกว่าอะไรนะ ใครจูบกับใครนะ น้องเมหลานฉันกับน้องวีน่ะเหรอ บ้า จะเป็นไปได้ยังไงแก มาอำฉันเล่นอีกแล้ว"

"ไม่ได้อำเว้ย ฉันพูดเรื่องจริง ถ้าแกไม่เชื่อก็ไปซื้อหนังสือมาเลย เค้าลงรูปสองคนนั้นหราเลยนะ ถ้าไม่จริงขอให้ฉันเดินตกบันไดขาหักเลยเอ้า" อ้นรีบแย้งว่าสิ่งที่ตนพูดนั้นเป็นความจริง พร้อมกับท้ากรอบแก้ว สาวใหญ่ถึงกับนิ่งอึ้งไปเมื่อได้ฟังเรื่องราวจากอ้น ก่อนจะเอ่ยปากขอร้องแกมขู่บังคับให้สาวหล่อมาช่วยดูอาการของวีร์ธิราให้ที

"น้องวีกับยัยเมเนี่ยนะ ไปสนิทกันถึงขั้นนั้นเมื่อไหร่เนี่ย  เอ้อนี่แกโทรมาก็ดีแล้ว ว่างอยู่ใช่มั้ยช่วยไปดูน้องวีที่คอนโดฉันให้ทีสิ  เมื่อคืนมาร้องห่มร้องไห้ที่ห้องฉันบ่นว่าถูกแม่พริตตี้นั่นหลอกอะไรก็ไม่รู้ ดูท่าทางเหมือนไม่อยากจะกลับด้วย ถ้ายังไงพาเค้าไปพักกับแกก่อนได้มั้ยวะ ห้องฉันมันเล็กแค่อยู่กับน้องเมสองคนก็จะแย่แล้ว"

"ได้เลยครับคุณผู้หญิง มีอะไรจะให้ผมรับใช้อีกมั้ยครับ เชิญสั่งมาได้เลย"

อ้นแกล้งแหย่เมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทได้ทีก็สั่งเอาสั่งเอาราวกับเธอเป็นทาสรับใช้เสียอย่างนั้น แต่ก็ยอมรับคำสั่งนั้นแต่โดยดี ก่อนจะกดวางสายแล้วจึงรีบบึ่งรถไปยังคอนโดของกรอบแก้วทันที

ส่วนกรอบแก้วนั้นพอวางสายเสร็จ ก็รีบวิ่งออกไปซื้อหนังสือที่อ้นบอกที่ร้านข้างๆ อาคารสำนักพิมพ์ พอเห็นภาพที่ลงหน้าปกก็ถึงกับตกตะลึง เมื่อได้เห็นกับตาตัวเองว่าภาพบนหน้าปกนั้นเป็นภาพที่หลานสาวตัวเองกับวีร์ธิรากำลังจุมพิตกันอยู่ รีบคว้ากระเป๋าสตางค์ขึ้นมาหยิบเงินส่งให้คนขาย ก่อนจะคว้าหนังสือเล่มนั้นติดมือมา เดินดุ่มๆ กลับไปที่ห้องทำงานของตัวเองอย่างรวดเร็ว แล้วรีบต่อโทรศัพท์ไปที่คอนโดของเธอ

"สวัสดีค่ะ" เมษยายกหูโทรศัพท์ขึ้นรับ แล้วรีบเลื่อนหูโทรศัพท์ออกห่างจากหูของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงจากปลายสายแว้ดๆ กลับมา

"ฮัลโหลน้องเมเหรอคะ อาแก้วเห็นข่าวที่ลงในหนังสือซุบซิบสตาร์แล้วนะ บอกอามาสิคะว่ามีภาพของเราตอนจูบกับน้องวีขึ้นปกได้ยังไงกัน เราสองคนไปสนิทกันขนาดไหนแล้วคะเนี่ย บอกอามาเดี๋ยวนี้เลยนะ"

"ดะ. . .เดี๋ยวค่ะอาแก้ว ใจเย็นก่อน นี่มันเรื่องอะไรกันคะ เมไปจูบกับคุณวีเมื่อไหร่กัน เราสองคนเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้นนะคะ อาแก้วไปเอาเรื่องนี้มาจากไหนเนี่ย" เมษยารีบแย้งขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยิน

"แล้วถ้าอย่างนั้นรูปนี้มันมาได้ยังไงกันล่ะ เห็นหน้าน้องเมชัดขนาดนี้ ไม่รู้ล่ะ เดี๋ยวอากลับไปคงต้องคุยกันหน่อยแล้ว เออจริงสิ เมื่อกี้อาวานให้เพื่อนช่วยพาน้องวีเค้าไปพักด้วยน่ะ อีกสักพักเค้าก็คงจะถึงที่ห้องเราน่ะ คอยต้อนรับเค้าด้วยก็แล้วกัน อาต้องไปทำงานต่อแล้วล่ะ เย็นนี้ค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกทีนะ" สาวใหญ่ไม่ฟังเอาแต่ใส่ลูกเดียว ก่อนจะรีบตัดบทวางสายไปทิ้งให้หลานสาวถือหูโทรศัพท์ค้างด้วยความงุนงง ว่าอาสาวของตนพูดเรื่องอะไรกันแน่

ทางด้านของแพรลดา นางแบบสาวมัวแต่หัวเสียกับเรื่องที่คนรักจอมปลอมของเธอหายตัวไป ทำให้วันนี้เธอแสดงได้ไม่ดีอย่างที่เคยและต้องเทกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง จนถูกตำหนิจากผู้กำกับว่าแค่ฉากง่ายๆ ที่เธอต้องแสดงให้ดูเหมือนว่าเธอเป็นคู่รักหวานชื่นกับพระเอกหนุ่ม แต่เธอกลับเอาแต่ทำหน้าบึ้งไม่อินกับบทเลยสักนิด นักแสดงคนอื่นๆ รวมไปถึงบรรดาสต๊าฟต่างก็หงุดหงิดไปตามๆ กัน ที่ต้องเสียเวลาถ่ายแล้วถ่ายอีกอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งผู้กำกับหนุ่มทนไม่ไหว ต้องสั่งพักกองเพื่อให้นางเอกสาวได้มีเวลาตั้งสติก่อนที่จะเริ่มถ่ายอีกครั้งในช่วงบ่าย

ทันทีที่แพรลดาเดินเข้ามาในห้องแต่งตัว ก็ถูกธรัตราดึงให้ไปคุยกันในที่ลับตาคน พลางเอ่ยถามด้วยความรู้สึกแปลกใจที่อดีตคนรักของเธอทำเหมือนว่าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เอาแต่เหม่อลอยเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา

"วันนี้ดาเป็นอะไรไปเนี่ย ทำไมถึงทำหน้าบึ้งแบบนี้ตลอดเลย มีเรื่องอะไรหรือเปล่า บอกผึ้งมาสิ หรือว่าเรื่องเมื่อคืน" นางแบบสาวส่ายหน้า ไม่ได้สนใจคนถามมากนัก มัวแต่บ่นกับโทรศัพท์มือถือของตัวเองที่กดจนแทบมือหงิก ก็มีแต่สัญญาณให้ฝากข้อความเหมือนเดิม

"ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอหรอก  โธ่เว้ย! น่าโมโหจริงๆ เลย ไปทำอะไรอยู่ที่ไหนของเค้านะ ฮึ้ย! คอยดูนะ เย็นนี้กลับไปจะอาละวาดให้น่าดูเลย ทำให้ฉันหงุดหงิดไม่พอ ยังมาทำให้ฉันต้องโดนผู้กำกับบ่นด้วย ดูสิ เสียงานเสียการหมดเลย" 

ธรัตราหน้าหมองลง เดาได้ในทันทีจากคำพูดของนางแบบสาวว่า สาเหตุที่ทำให้หญิงสาวมีอาการอย่างนี้ไม่ใช่เธอ แต่กลับเป็นใครอีกคนหนึ่ง นึกสำคัญตัวผิดไปว่าคงเป็นเพราะการกระทำของเธอเมื่อคืน ที่ทำให้แพรลดาถึงกับสับสนจนทำอะไรผิดพลาดไปหมดเช่นนี้  แต่เปล่าเลย คนที่ทำให้นางแบบสาวต้องเป็นเดือดเป็นร้อนกระวนกระวายใจได้ถึงเพียงนี้กลับกลายเป็นสาวหล่อคนรักคนปัจจุบันนั่นเอง ยิ่งนึกก็ยิ่งไม่ชอบหน้าวีร์ธิราขึ้นมาเสียดื้อๆ ที่กลายมาเป็นตัวมารแย่งชิงความรักที่แพรลดาเคยมีให้กับเธอไปหมดสิ้น

'รักเค้ามากขนาดนั้นเลยเหรอดา ผึ้งคนนี้คงไม่มีความสำคัญกับดาอีกแล้วสินะ' ธรัตรารำพึงรำพันกับตัวเอง พลางกัดริมฝีปากตัวเอง ข่มใจเอาไว้ไม่ให้น้ำตารินไหลลงมา มองดูนางแบบสาวที่มัวแต่ให้ความสนใจกับโทรศัพท์เครื่องจิ๋วนั่น ไม่ไยดีเธอเลยแม้แต่น้อย

………………………………………………………………………………………………………………………………..

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #977 Number42 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 21:00
    กรี๊ดดดดดดๆๆ

    เหมือนพระเอกจะตามง้อนางเอกเรยอะ
    #977
    0
  2. #924 My Angle (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:29
    ง่ะ...งี้ก้อยิ่งแย่
    #924
    0