O . o รักปลอมๆ ของจอมเจ้าเล่ห์ o . O (แนว Yuri)

ตอนที่ 20 : คนหลอกลวง!!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,922
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    22 ต.ค. 49

ตอนที่ 20

ระหว่างที่กำลังจะขับรถไปรับแพรลดาที่กองถ่าย เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของวีร์ธิราก็ดังขึ้น เธอรีบเบนรถเข้าจอดที่ข้างทาง ก่อนจะหยิบขึ้นมากดรับ

"ฮัลโหลวี นี่ดาเองนะ" เพียงแค่ได้ยินเสียงหวานๆ ของนางแบบสาวเท่านั้น ร่างสูงก็เผลอคลี่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

"กำลังเดินซื้อของอยู่หรือเปล่าคะ"

"อ๋อ. . .เปล่าจ้ะ วีซื้อเสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะ อ้าวนี่มันยังไม่ห้าโมงเลยนี่ เลิกกองแล้วเหรอ ไหนบอกว่าจะเลิกค่ำๆ นี่นา วีกำลังจะไปรับพอดีเลยเนี่ย ดารออีกแป๊บนึงได้มั้ยจ๊ะ เดี๋ยววีก็ถึงไปแล้วล่ะ" สาวหล่อพลิกข้อมือดูนาฬิกาพลางทำหน้าตกใจ เมื่อเห็นว่ายังไม่ทันจะห้าโมงเย็น ก็โทรมาตามตัวเสียแล้ว จึงรีบออดอ้อนหยอดคำหวานใส่

"อ๋อ. . .ไม่ใช่อย่างนั้น ดาไม่ได้จะโทรมาตามแค่จะโทรมาบอกวีว่า วันนี้อาจจะต้องถ่ายจนถึงดึกเลยล่ะ พอดีที่กองถ่ายมีปัญหานิดหน่อยน่ะ วีกลับไปรอที่ห้องเลยก็ได้ เดี๋ยวดาจะให้สต๊าฟเค้าเอารถตู้ไปส่งให้เอง ไม่ต้องมารับดาหรอก . . . อ๊ะ แค่นี้ก่อนนะคะวี พี่เค้าเรียกเข้าฉากแล้ว เจอกันที่ห้องนะ" แพรลดาพูดรัวเป็นชุด ก่อนจะรีบกดวางสายไปเมื่อเสียงของสต๊าฟเรียกให้เธอเตรียมตัวสแตนบายด์เพื่อถ่ายฉากต่อไป

"อ๊ะ เดี๋ยวสิ. . .โธ่ วางไปซะแล้ว โทรมาทั้งที คุยกันแค่นี้เนี่ยนะ เชื่อเขาเลย แล้วเราจะเอาไงดีเนี่ย กลับเลยดีมั้ยนะ. . .อืม กลับก็กลับ" สาวหล่อบ่นงึมงำ ก่อนจะตัดสินใจเลี้ยวรถกลับ มุ่งหน้าไปยังคอนโดสุดหรูของนางแบบสาว พลางเอื้อมมือไปกดเปิดวิทยุ เสียงเพลงที่ถูกเล่นเคล้าคลอไปกับอารมณ์เหงาเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นในใจของเธออย่างฉับพลันที่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวอีกแล้ว

. . . . . บอกให้รู้ว่าฉันจริงจัง แต่ว่าฉันยังไม่ค่อยมั่นใจ ที่ผ่านมาเธอคิดยังไง ให้เป็นอะไรในใจเธอ ตกลงว่าเธอนั้นรักฉัน หรือมันแค่ขำๆ ให้เป็นคนรักหรือเป็นแค่เพื่อนเธอ ให้เป็นคนคุยไว้แก้เหงา ไว้กอดเมื่อตอนพบเจอ แบบไหนยอมเป็นให้เธอ บอกทีว่าฉันเป็นใคร . . . . .

ร่างสูงเปิดประตูเข้ามาในห้องพักพลางถอนหายใจยาวออกมา รู้สึกเหงาอย่างบอกไม่ถูก เมื่อพบว่าทั้งห้องมีเพียงตัวเธอกับเงาเท่านั้น หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจะกดไปหาแพรลดา แต่แล้วก็เปลี่ยนใจวางโทรศัพท์ลงกับโต๊ะที่หัวเตียง เมื่อคิดว่าเธอโทรไปอาจจะรบกวนการทำงานของหญิงสาวเสียเปล่าๆ จึงคว้าผ้าเช็ดตัวที่ตากอยู่บนราวหน้าห้องน้ำขึ้นมาพาดบ่า แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปด้วยท่าทางหงอยๆ นึกในใจเอาเองว่าหากได้อาบน้ำให้ร่างกายสดชื่นขึ้น คงจะช่วยบรรเทาความคิดถึงที่มีต่อเจ้าของห้องพักในคอนโดหรูแห่งนี้ได้บ้าง แต่ก็กลับไม่เป็นอย่างที่นึกเอาไว้ เพราะในใจเธอก็ยังคงเฝ้าแต่คิดถึงคนที่ยังไม่กลับมาอยู่ดี

ร่างสูงสะบัดหน้าสองสามครั้งไล่ความรู้สึกนั้นออกไป ก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งซื้อมาวันนี้ จัดท่าทางให้ตัวเองนั่งเอนหลังพิงกับหัวเตียง วางเครื่องโน้ตบุ๊คไว้ที่ตัก ก่อนจะเปิดโปรแกรม word เพื่อเริ่มลงมือเขียนนิยายเรื่องใหม่ ทว่า พิมพ์ไปได้ไม่กี่บรรทัด ก็ต้องลบแล้วลบอีก เหมือนกับว่าเธอไม่มีสมาธิเอาเสียเลย เมื่อสายตาคอยแต่จะเหลือบมองออกไปทางหน้าประตูพร้อมทั้งคอยเงี่ยหูฟังว่าเมื่อไหร่จะได้ยินเสียงคนที่เธอรอคอยอยู่กลับมาเสียที ก่อนจะผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

.

.

.

เสียงไขกุญแจดังกริ๊ก กับเสียงบานพับประตูที่ลั่นดังแอ๊ดเมื่อประตูถูกเปิดออก ทำให้คนที่นอนหลับอยู่บนเตียงตื่นขึ้นทันที คลี่ยิ้มบางๆ ออกมาอย่างดีใจ เมื่อคนที่รอคอยกลับมาเสียที พลางยกโน้ตบุ๊คออกจากตักวางลงบนพื้นเตียง กำลังจะลุกขึ้นเดินออกไปก็ได้ยินเสียงของใครบางคนดังแทรกขึ้นมา จึงชะงักเท้าเอาไว้เพียงแค่นั้น

"เดี๋ยวสิ. . .หันมาคุยกันก่อน อย่าเอาแต่หลบหน้าแบบนี้ได้มั้ย" 

"จะเข้ามาทำไมล่ะ ที่นี่ไม่ใช่ที่ๆ เธอควรจะมา กลับไปซะ เรื่องของเรามันจบไปแล้ว กลับไปหาคนที่เธอรักจริงๆ ดีกว่านะ"

ร่างสูงหยุดนิ่งอยู่บนเตียงพลางนึกในใจว่าเสียงที่ได้ยินนั้นคือเสียงคนรักจอมปลอมของเธอแล้วเสียงของผู้หญิงอีกคนนั้นเป็นใครกันล่ะ ด้วยความสงสัยร่างสูงจึงย่องเบาๆ มาแอบดูอยู่ที่ข้างประตูห้องนอน มองออกไปด้านนอกก็เห็นว่าแพรลดากำลังยืนเผชิญหน้าอยู่กับธรัตรา ดาราหน้าใหม่ที่เข้ามาทักเธอเมื่อวันก่อน จากบทสนทนาที่ได้ยินทำให้เธอพอจะคาดเดาเรื่องราวคร่าวๆ ได้ว่า สิ่งที่เธอสงสัยเมื่อวันก่อนคงจะเป็นความจริงไม่ผิดแน่ ธรัตราคงจะเคยเป็นแฟนเก่าของแพรลดามาก่อน และก็คงจะเลิกรากันไปเมื่อฝ่ายแรกนั้นตีจากไปคบกับคนอื่น

"กลับไปเถอะผึ้ง ดารู้ว่าคนที่ผึ้งรักไม่ใช่ดา แต่เป็นเม ดาไม่รู้หรอกนะว่าเธอสองคนมีเรื่องผิดใจอะไรกัน แต่ขอร้องล่ะนะ อย่ามายุ่งกับดาอีกเลย ตอนนี้ดามีความสุขดีแล้ว ไม่อยากจะคิดถึงความทรงจำแย่ๆ แบบนั้นหรอก กลับไปซะที ได้ยินมั้ย บอกให้กลับไปไงเล่า"

นางแบบสาวเริ่มขึ้นเสียงเอ่ยปากไล่แขกที่ไม่ได้รับเชิญด้วยสายตาเย็นชา คนถูกไล่ได้แต่ยืนตัวสั่นอย่างทำอะไรไม่ถูก ทำท่าจะหันหลังกลับออกไปนอกห้องแต่แล้วก็หันกลับมาประกบริมฝีปากของเธอลงบนริมฝีปากนุ่มของแพรลดา นางแบบสาวได้แต่ยืนนิ่งอึ้ง พยายามจะเม้มริมฝีปากให้สนิท แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้แก่จูบของคนที่คุ้นเคย ลืมตัวเผยอริมฝีปากขึ้นตอบรับจูบที่เร่าร้อนนั้น

ส่วนคนที่แอบยืนดูอยู่ข้างประตู เบิกตาโพลงด้วยความตกใจพร้อมๆ กับที่รู้สึกเจ็บแปลบในทรวงอกเหมือนถูกเข็มเป็นร้อยๆ เล่มทิ่มแทงอยู่ข้างใน มื้อไม้อ่อนปวกเปียก ขาแข้งก็เหมือนจะหมดแรงเสียดื้อๆ จนต้องยึดกับขอบประตูเอาไว้ ไม่ให้ล้มลงไปที่พื้น ยืนพิงหลังกับกำแพง พลางหลับตาลงเหมือนไม่อยากจะเห็นภาพนั้น ร่างสูงเฝ้าถามตัวเองอยู่ในใจ เพราะอะไรกันหนอเธอจึงได้รู้สึกเจ็บปวดในใจนัก เพียงแค่ได้เห็นนางแบบสาวจูบอย่างดูดดื่มอยู่กับหญิงสาวอีกคนโดยไม่มีท่าทางขัดขืนเลยแม้แต่น้อย

"อะ. . .อืม. . .หยุดได้แล้วผึ้ง พอได้แล้ว"

แพรลดาพยายามจะถอนริมฝีปากออก และใช้สองมือดันร่างของคนตัวเล็กกว่าให้ออกห่างจากตัว ก่อนจะรีบเดินไปที่ประตูหน้าห้อง เปิดค้างเอาไว้เป็นสัญญาณที่ทำให้ธรัตราต้องยอมเดินออกไปจากห้องแต่โดยดี และไม่วายที่จะหันมามองหน้าเจ้าของห้องด้วยความอาลัยอาวรณ์ แต่ประตูก็ถูกปิดลงเสียก่อน หญิงสาวจึงจำต้องตัดใจเดินจากไปทั้งน้ำตา ส่วนนางแบบสาวนั้นพอปิดประตูลงแล้วก็ได้แต่ยืนหันหลังพิงกับประตู ยกมือเรียวขึ้นมาปาดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้มของตัวเองทิ้งไป พลางพึมพำเบาๆ

'ปล่อยดาไปซะทีได้มั้ย แค่นี้ผึ้งยังทำให้ดาเจ็บไม่พออีกหรือไง'

เมื่อร่างสูงเห็นว่านางแบบสาวกำลังจะเดินเข้ามาในห้องนอน จึงรีบเคลื่อนกายตัวเองกลับมาบนที่นอน แกล้งหลับตาเหมือนกับไม่รู้ว่าเมื่อครู่นี้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง แพรลดาเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าเตียงมองคนที่แกล้งหลับด้วยสีหน้าของคนที่รู้สึกผิด

"เธอจะโกรธฉันมั้ย วีร์ธิรา ถ้าเธอได้รู้ความจริงว่าฉันแค่หลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือให้เค้ากลับมา. . .กลับมาเพื่อที่จะเหยียบย่ำหัวใจของฉันอีกครั้ง เธอคงจะสมเพชฉันแน่ๆ เลยสินะ ที่อุตส่าห์วางแผนเอาไว้เสียดิบดี สุดท้ายก็มีแต่ทำร้ายหัวใจตัวเองเท่านั้น"

ร่างบางรำพันเบาๆ ด้วยนึกว่าคนที่นอนอยู่นั้นหลับไม่รู้เรื่องแต่แท้จริงแล้วกลับได้ยินหมดทุกคำพูด พลางทอดสายตามองร่างสูงที่นอนเหยียดกายทอดยาวอยู่บนเตียงด้วยแววตาเศร้า นึกสงสารคนที่ถูกตัวเองหลอกใช้ขึ้นมาจับใจ  ก่อนจะค่อยๆ เก็บเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คไปวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงและดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ร่างสูงจนถึงหน้าอก แล้วจึงเดินเข้าห้องน้ำไป

ถ้าหากว่าภายในห้องนั้นมีแสงสว่างมากกว่าแสงไฟรำไรที่สาดส่องมาจากบริเวณนอกห้องนอนอีกเพียงเล็กน้อย นางแบบสาวคงจะได้เห็นน้ำตาที่ค่อยๆ รินออกมาจากดวงตาที่ปิดสนิทของคนที่นอนอยู่ วีร์ธิราลืมตาขึ้นยกมือขึ้นปาดน้ำตาทิ้งไป นึกอยากให้สิ่งที่เธอได้ยินจากปากของแพรลดาเมื่อครู่นี้เป็นเพียงแค่หูฝาดไปเท่านั้น แต่เสียงที่ยังคงดังก้องและชัดเจนอยู่ในสมองของเธอกลับเป็นตัวตอกย้ำว่าทั้งหมดที่ได้ยินนั้นเป็นความจริง

'แสดงว่าที่ผ่านมา วีก็เป็นแค่เงาของผู้หญิงคนนั้นเองสินะ อย่างวีก็คงเป็นได้แค่คนรักจอมปลอมของคุณเท่านั้นเองใช่มั้ย แพรลดา'

เสียงเปิดประตูห้องน้ำทำให้ร่างสูงต้องแสร้งทำเป็นหลับอีกครั้งหนึ่ง แพรลดาค่อยๆ หย่อนร่างลงบนเตียงอีกด้านหนึ่งเบาๆ ด้วยไม่อยากให้คนที่นอนอยู่ต้องตื่นขึ้นมา แล้วจึงค่อยเอนหลังลงกับเตียงช้าๆ หันไปมองคนที่นอนอยู่ข้างกายแวบหนึ่ง ก่อนจะพลิกกายหันหลังให้เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าตรงๆ กับวีร์ธิรา เพราะในใจของเธอยังเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจนไม่กล้าจะมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเต็มตาได้ แม้จะรู้ว่าร่างสูงนั้นหลับไปแล้วก็ตาม

วีร์ธิราคอยเงี่ยหูฟังจนกระทั่งได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของคนที่นอนอยู่เคียงข้างและคิดว่านางแบบสาวคงจะหลับไปแล้ว จึงค่อยลืมตาโพลงขึ้นในความมืด แม้ว่าจะไม่มีน้ำตาไหลออกมาแล้วก็ตาม ทว่าในหัวใจของเธอกลับรู้สึกเจ็บอยู่ลึกๆ จนไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ ดูเหมือนว่าคืนนี้เธอคงจะทนทำใจนอนหลับไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้เสียแล้ว ร่างสูงลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ และตัดสินใจว่าจะไม่เจอหน้านางแบบสาวสักพัก เพราะยังทำใจไม่ได้กับความจริงที่เพิ่งรับรู้จากปากของคนที่เธอเผลอรักไปจนหมดหัวใจเสียแล้ว ก่อนจะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำเป็นชุดลำลอง แล้วจึงเขียนโน้ตแปะเอาไว้ที่หัวเตียง พลางมองร่างบางที่นอนอยู่ด้วยแววตาแห่งความเจ็บช้ำ ตัดใจหันหลังเดินออกจากห้องไป

…………………………………………………………………………………………………………………………………

เสียงเคาะประตูที่ดังยาวนานติดต่อกัน ทำให้หญิงสาวสองวัยที่กำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียงต้องสะดุ้งตื่นพร้อมกันด้วยความตกใจ สองสาวมองหน้ากันอย่างงงๆ ก่อนที่หญิงสูงวัยกว่าจะเอื้อนเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

"เมื่อกี้น้องเมได้ยินหรือเปล่าคะ เสียงเคาะประตูใช่มั้ย"

"อาแก้วก็ได้ยินหรือคะ เมนึกว่าเมหูฝาดไปคนเดียวเสียอีก. . .หรือว่าจะเป็น. . .ผี"

เมษยาตอบด้วยท่าทางตื่นกลัวไม่แพ้กัน พอสิ้นประโยคนั้นของเธอ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งสองคนผวาเข้ากอดกันกลม ตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว พลางเกี่ยงกันอยู่นานว่าใครจะเป็นคนไปเปิดประตู เพื่อดูให้แน่ใจว่าเสียงที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงคนหรือสิ่งที่มองไม่เห็นกันแน่ สุดท้ายก็ต้องใช้วิธีตัดสินที่ยุติธรรมที่สุด ซึ่งก็คือ. . .

"เป่า. . .ยิ้ง. . .ฉุบ. . .เย้! เมชนะ อาแก้วออกกระดาษ เมออกกรรไกร เพราะฉะนั้นอาแก้วต้องเป็นคนไปเปิดประตูนะคะ" เมษยาทำท่าดีใจสุดชีวิตที่ตนไม่ต้องเป็นคนไปเปิดประตูในยามวิกาลเช่นนี้ ผิดกับกรอบแก้วที่ดูจะกลัวจนลนลาน มองซ้ายทีขวาทีอย่างหวาดระแวง พลางฉุดมือหลานสาวให้ลุกไปดูด้วยกัน เมษยาทำท่าอิดออดแต่สุดท้ายก็ต้องยอมไปเป็นเพื่อนกรอบแก้ว จนได้

มือที่สั่นระริกของกรอบแก้วแตะเบาๆ ที่ลูกบิดประตู หมุนออกอย่างช้าๆ เปิดประตูแง้มออกไป พลางยื่นหน้าออกไปมองนอกห้องซ้ายทีขวาทีเมื่อไม่เจอใคร ก็หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม หันมาหาหลานสาวที่ยืนคุมเชิงเป็นทัพหลัง เมษยาพอจะอ่านสีหน้าของกรอบแก้วออก จึงรีบฉุดข้อมืออาสาวให้รีบปิดประตูกลับเข้ามาแต่ขณะที่ประตูห้องกำลังจะปิดลงนั้น ก็มีมือข้างหนึ่งยื่นมาคว้าข้อมืออีกข้างของกรอบแก้วเอาไว้ สาวใหญ่กรีดร้องออกมาพาให้หลานสาวร้องกรี๊ดตามด้วยความตกใจ

"กรี๊ด. . .ดดดด!!! ผีหลอก. . .กกกก!!!!"

"เฮ้ย! จะกรี๊ดทำไมกัน พี่แก้ว คุณเม นี่วีเองฮะ" เสียงของวีร์ธิราที่ดังขึ้น พร้อมกับที่ร่างของเจ้าตัวลุกขึ้นจากพื้น ทำให้เสียงของสองสาวเงียบลงทันที ตามมาด้วยเสียงตะโกนด่ามาจากห้องข้างๆ และอีกหลายห้องที่เปิดประตูออกมามองต้นเสียงด้วยสีหน้าไม่พอใจ

"อ้าว. . .น้องวีเองเหรอคะ พี่กะ. . .ก็นึกว่า. . .เอ่อ. . .ผะ. . .ผี ซะอีกแน่ะ ตกใจหมดเลย จู่ๆ ก็มาเคาะประตูห้องพี่กลางดึกแบบนี้" กรอบแก้วรีบดึงตัวต้นเหตุเข้ามาในห้อง ปิดประตูลงก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างติดๆ ขัดๆ  เมษยาเองก็พลอยพยักหน้าไปด้วยอีกคน

"ขอโทษฮะพี่แก้ว คุณเม ที่ทำให้ตกใจ พอดีวีมีปัญหานิดหน่อย คืนนี้ขอค้างที่ห้องด้วยคนได้มั้ยฮะ" วีร์ธิรารีบกล่าวขอโทษขอโพยหญิงสาวสองวัยทั้งสองคน ก่อนจะเอ่ยปากขอร้องด้วยน้ำเสียงเศร้า สองสาวอุทานออกมาพร้อมกัน

"ค้างเหรอ!!!"  ร่างสูงกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะพยักหน้ายืนยันคำพูด แล้วจึงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าแววตาที่เศร้าซึมยิ่งกว่าเดิม

"ขอโทษนะฮะที่วีมารบกวนกลางดึกแบบนี้ แต่วีไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนแล้วจริงๆ อย่าไล่วีไปเลยนะ" ใบหน้าเศร้าหมองของสาวหล่อทำให้สองสาวอาหลานไม่กล้าปฏิเสธคำขอร้องนั้น

กรอบแก้วพาวีร์ธิรามานั่งลงที่โซฟาพลางเอ่ยถามด้วยความสงสัยว่าเหตุใดสาวหล่อจึงมาหาตนถึงที่นี่ แล้วยังท่าทางที่เหมือนกับคนอกหักอย่างนั้นด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ความสงสัยเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

"เอ่อ. . .มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเหรอ แล้วคุณพริตตี้เค้ารู้หรือเปล่าว่าเรามาหาพี่ ที่นี่เนี่ย" สาวหล่อส่ายหน้าแทนคำตอบ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เมษยาจึงเอ่ยถามบ้าง

"คุณวีทะเลาะกับแฟนมาหรือคะ" สาวหล่อส่ายหน้าอีกเช่นเคย พยายามกลั้นน้ำตาด้วยการเงยหน้าขึ้นมองเพดาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

"เปล่าฮะ ไม่ได้ทะเลาะกัน แค่วีบังเอิญได้รู้ความจริงอะไรบางอย่างเท่านั้นแหละฮะ"

"ความจริง. . .ความจริงเรื่องอะไรเหรอคะน้องวี เอาอย่างนี้ดีกว่าเล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่ฟังได้มั้ย เผื่อมีอะไรที่พี่จะช่วยได้บ้าง" สาวใหญ่เสนอความคิดเห็น ด้วยเป็นห่วงสาวหล่อที่อยู่ในอาการเดียวกับเมื่อครั้งที่ถูกแฟนหนุ่มบอกเลิกสายฟ้าแลบเมื่อคราวก่อน

"พริตตี้เค้าไม่ได้คิดอะไรกับวีเลยสักนิด เค้าแค่ใช้วี. . .เป็นตัวล่อให้แฟนเก่าเค้ากลับมาหาเท่านั้นเอง ทำไมเค้าถึงต้องทำกับวีแบบนี้ด้วยล่ะฮะพี่แก้ว ทำไมต้องหลอกให้วีรัก ให้วีหลงคิดว่าเค้ามีใจให้กับวีด้วย"

กรอบแก้วและเมษยาหันหน้ามาสบตากัน ก่อนที่ทั้งคู่จะช่วยกันพยายามปลอบประโลมสาวหล่อที่เริ่มสะอึกสะอื้นและปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น

………………………………………………………………………………………………………………………………….
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #976 Number42 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 20:55

    อึก

    สงสารวีด้วย

    #976
    0
  2. #923 My Angle (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553 / 16:26
    กรี๊สสสส

    เข้าใจกันผิดอย่างใหญ่หลวง
    #923
    0