O . o รักปลอมๆ ของจอมเจ้าเล่ห์ o . O (แนว Yuri)

ตอนที่ 19 : ผิดตรงไหน. . .ก็ไม่รู้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,804
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    20 ต.ค. 49

ตอนที่ 19

เมษยานึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในวันนั้น ณัฐพล ชายหนุ่มคู่หมั้น ที่พ่อของเธอได้เลือกเอาไว้ให้ โทรศัพท์มาหาเธอที่ออฟฟิศ และนัดให้มาคุยกันเพื่อเจรจาเรื่องการถอนหมั้น เนื่องจากฝ่ายชายนั้นมีคนรักอยู่ก่อนแล้ว และไม่เห็นด้วยกับการหมั้นหมายในครั้งนี้ ซึ่งหญิงสาวเองก็คิดเช่นเดียวกัน และได้ออกมาพบกับชายหนุ่มโดยบอกธรัตราว่าเธอต้องออกมาพบลูกค้าคนสำคัญ จึงไม่สามารถไปทานอาหารกลางวันด้วยได้ ซึ่งหญิงสาวไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร

แต่ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ธรัตราเองก็ชวนเพื่อนมาทานอาหารที่ร้านนี้ด้วยเช่นกัน จึงได้เห็นว่าคนรักของเธอคุยกับชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยท่าทางสนิทสนม ยิ่งไปกว่านั้นยังได้เห็นภาพตอนที่ชายหนุ่มตรงเข้าสวมกอดเมษยาด้วยความยินดี ที่หญิงสาวยอมยกเลิกการหมั้นหมายในครั้งนี้ โดยที่ทั้งสองคนไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำเหล่านั้นตกอยู่ในสายตาของธรัตราทั้งหมดแล้ว

"เม!!!"  เสียงที่คุ้นหู ทำให้เมษยาผละจากอ้อมกอดของชายหนุ่ม พลางหันกลับไปตามต้นเสียงนั้น ก่อนจะครางออกมาด้วยความตกใจ

"ผึ้ง. . ." 

"ตกใจมากสินะที่มาเจอผึ้งที่นี่ แล้วนี่เหรอลูกค้าคนสำคัญของเม เป็นลูกค้าแบบไหนกันถึงต้องมีโอบมีกอดกันแบบนี้ จริงๆ แล้วเมแอบคบกับเขาอยู่ใช่มั้ย บอกมาสิว่ามันเป็นความจริงอย่างที่ผึ้งพูดใช่มั้ย!"  ธรัตราโพล่งออกมาเสียงดัง ท่ามกลางความแตกตื่นของบรรดาลูกค้าในร้านอาหารที่กลายมาเป็นเหล่าญี่ปุ่นมุงทันที

"เดี๋ยวสิครับคุณ ใจเย็นๆ ก่อน ผมชื่อณัฐพล เป็นคู่หมั้นของน้องเม แต่ว่าไม่ได้. . ." ชายหนุ่มพยายามจะแก้ความเข้าใจผิด แต่ดูเหมือนว่าการแนะนำตัวของเขา จะยิ่งเป็นการตอกย้ำความเข้าใจผิดของหญิงสาวมากขึ้นไปอีก

"อะไรนะ คู่หมั้นงั้นเหรอเม นี่เธอมีคู่หมั้นอยู่แล้วแต่ไม่ยอมบอกผึ้ง ซ้ำยังหลอกให้ผึ้งเชื่อว่าเมรักผึ้งอย่างนั้นน่ะเหรอ ฮึ้ย! เสียแรงนักที่อุตส่าห์รัก อุตส่าห์ทุ่มเทให้ขนาดนี้ ยังหลอกกันได้ ผึ้งไม่น่ามาชอบเมเลย ฮือ. . .ฮือ คนหลอกลวง"

ธรัตราสวนขึ้นมา ไม่ยอมฟังคำอธิบายใดๆ จากใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นชายหนุ่มคู่หมั้นหรือแม้แต่คนรักของเธอเอง ก่อนจะวิ่งร้องไห้ออกไปจากร้าน โดยมีเพื่อนสาวของเธอที่มองหน้าเมษยาสลับกับชายหนุ่มที่ยืนงงอยู่ข้างๆ อย่างไม่รู้เรื่อง พลางวิ่งตามร่างเพรียวของธรัตราออกไปนอกร้าน ทิ้งให้คู่หมั้นทั้งสองมองหน้ากันตาปริบๆ ที่โดนใส่อยู่ฝ่ายเดียว ไม่มีช่องว่างพอให้ตอบโต้ได้เลย

"พี่ณัฐคะ เมคงต้องขอตัวก่อนนะคะ"

หญิงสาวเอ่ยขึ้น ชายหนุ่มพยักหน้าให้ทั้งที่ยังคงงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อยู่ จากนั้นเมษยาจึงวิ่งตามคนรักของเธอไป จนมาถึงห้องพักก็พบว่าธรัตรากำลังเก็บเสื้อผ้าโยนใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทางใบย่อม เธอพยายามจะพูดอธิบายให้หญิงสาวฟัง แต่ก็ดูเหมือนว่าฝ่ายนั้นจะไม่ยอมฟังไม่ยอมรับรู้อะไรทั้งสิ้น

"เดี๋ยวสิผึ้ง แล้วนี่จะเก็บข้าวของไปไหน ฟังเมพูดก่อนนะ จริงๆ แล้วเมไม่ได้ตั้งใจจะโกหกผึ้งนะ เมคิดว่าจะคุยกับพี่เค้าให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยบอกผึ้งทีเดียวเลย"

"หยุดพูดได้แล้ว ผึ้งไม่อยากฟัง คราวก่อนที่เมบอกว่าต้องพาลูกค้าไปเที่ยวที่บ่อน้ำแร่ ก็เรื่องโกหกใช่มั้ยล่ะ ที่จริงเมแอบไปพบกับเค้ามา พูดความจริงมาสิ ที่หลายวันมานี้เมไม่ยอมมีอะไรกับผึ้ง ก็เพราะผู้ชายคนนี้ด้วยใช่มั้ยล่ะ"

ธรัตราหันมาตวาดเสียงดัง ก่อนจะรีบก้มหน้าก้มตากวาดเสื้อผ้าในตู้ลงกระเป๋าอย่างรีบร้อน เมษยาถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกที่คนรักของเธอสามารถผูกเรื่องคนละเรื่องให้กลายมาเป็นเรื่องเดียวกันได้ รีบปฏิเสธเสียงแข็ง และพยายามจะยื้อยุดข้อมือของคนรักเอาไว้ให้หันมาพูดคุยกันให้รู้เรื่องเสียก่อน 

"ไม่ใช่นะผึ้ง เมไม่ได้มีอะไรกับเขาจริงๆ ทำไมไม่เชื่อกันบ้างเลย คนที่เมรักคือผึ้งนะ แล้วเมจะไปมีอะไรกับใครได้ยังไงกันล่ะ ผึ้งเข้าใจผิดแล้ว"

"ไม่ฟังๆ ไม่ฟังอะไรทั้งนั้นล่ะ ทั้งที่ผึ้งเชื่อใจ ไว้ใจเมขนาดนี้ แต่เมก็ยังทำกันได้ ผึ้งโง่เองที่มารักเม ผึ้งไม่น่าทิ้งดามาเลยจริงๆ ทั้งที่ดารักผึ้งมากขนาดนั้น แต่ผึ้งก็ทรยศความรักของดาเค้า ฮือ. . ."  ธรัตราร้องไห้ฟูมฟาย พยายามสะบัดมือของเมษยาออก ผลักคนรักของเธอจนล้มลงไปกองกับพื้น แล้วหันไปคว้ากระเป๋าเดินทางที่วางอยู่บนเตียงวิ่งออกไปนอกห้อง เมษยาพยายามจะวิ่งตามไป แต่เพราะความเจ็บเนื่องจากตอนที่ล้มลงไปนั้นศีรษะบังเอิญไปฟาดเข้ากับขอบเตียง เลือดสีแดงสดไหลรินลงมาจากหางคิ้วด้านหนึ่ง หญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่ก็ยกมือขึ้นมากุมแผลนั้นไว้ พยายามฝืนความเจ็บวิ่งตามคนรักไป แต่พอไปถึงหน้าลิฟท์ ประตูลิฟท์ก็ปิดลงทันทีจึงได้แต่ทรุดตัวนั่งอยู่กับพื้น น้ำตาไหลรินลงมาอาบแก้มผสมกับเลือดที่ไหลลงมากลบดวงตาข้างนั้นจนพร่าเลือน ก่อนที่สติจะดับวูบลงและมาตื่นขึ้นอีกครั้งที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

.

.

.

"แล้วตกลงแฟนคุณเมเค้าก็ยังเข้าใจผิดอยู่อย่างนั้นน่ะเหรอฮะ" 

วีร์ธิราเอ่ยถามขึ้น คำถามของสาวหล่อทำให้เมษยากลับมาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง  เธอพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ พลางหยิบกระดาษขึ้นมาซับน้ำตาที่เอ่อคลออยู่รอบดวงตาอีกครั้ง  ท่ามกลางความรู้สึกเจ็บแค้นแทนหญิงสาวของวีร์ธิรา แม้ว่าเรื่องที่ได้ฟังนั้นจะเป็นการฟังความแต่เพียงฝ่ายเดียวก็เถอะ แต่ถึงกระนั้นสาวหล่อก็ยังอดหงุดหงิดแทนเมษยาไม่ได้ ที่ต้องมาเจอกับคนรักที่ไม่ยอมฟังเหตุผล ฟังคำอธิบายอะไรเลยแบบนี้

"ถ้าวีเป็นแฟนคุณเมนะ วีคงไม่คิดอะไรอย่างนั้นหรอก ได้เห็นจะจะกับตาก็จริงอยู่ แต่ก็น่าจะฟังเหตุผลกันบ้างนี่ฮะ เล่นไม่ฟังอะไรเลยแบบนี้ ก็แย่เลยเนอะ มิน่าล่ะ วันนั้นที่วีไปรับคุณเมที่สนามบินถึงเห็นว่าคุณเมร้องไห้อยู่ ที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง เอ้ย. . .คุณเม วีขอโทษนะฮะที่ไปว่าแฟนคุณแบบนั้น วีนี่มันใช้ไม่ได้จริงๆ เลย อ๊ะ จริงสิ นี่มันก็เย็นมากแล้วนี่ฮะ เดี๋ยววีคงต้องรีบกลับแล้วล่ะ ต้องไปรับแฟนที่กองถ่ายน่ะฮะ เดี๋ยวเค้าจะคอยนาน อืม. . .แล้วคุณเมจะกลับยังไงล่ะเนี่ย ให้วีไปส่งเอามั้ย"

วีร์ธิราวิพากษ์วิจารณ์คนรักของเมษยาอย่างลืมตัว ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าพูดอะไรที่ไม่สมควรออกไป จึงเอ่ยขอโทษหญิงสาวพลางรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

"อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเมกลับแท็กซี่เองได้ เกรงใจค่ะรบกวนคุณวีมาตั้งหลายครั้งแล้ว ว่าแต่เห็นพูดถึงกองถ่าย นี่หมายถึงถ่ายละครหรือเปล่าคะ แฟนคุณวีเป็นดาราหรือคะ" 

หญิงสาวปฏิเสธอย่างนุ่มนวลพลางถามกลับเมื่อได้ยินสาวหล่อพูดถึงกองถ่าย ฝ่ายนั้นพยักหน้าตอบ พลางมองหน้าคนถามเหมือนจะถามว่ามีอะไรข้องใจอย่างนั้นหรือ แต่หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ อย่างไม่ติดใจสงสัยอะไร เพียงแค่ถามดูเฉยๆ เท่านั้น  แล้ววีร์ธิราจึงอาสาไปส่งเมษยาที่หน้าร้าน

ระหว่างนั้นเองมีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาจากทางด้านหลังของเธอทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว และเฉี่ยวเข้าที่ไหล่ด้านซ้ายของเมษยา หญิงสาวเซถลาไปหาสาวหล่อที่ยืนอยู่ข้างๆ กัน วีร์ธิราหันมาคว้าเอวบางของเมษยาเอาไว้ได้ทันก่อนที่หญิงสาวจะล้มลงไปคลุกฝุ่นที่พื้น พลางตะโกนไล่หลังคนที่วิ่งผ่านไปอย่างลอยนวลด้วยความโมโหที่ชนคนอื่นแล้วยังไม่ขอโทษสักคำ เมษยากล่าวขอบคุณที่ช่วยเอาไว้และรีบปรามก่อนที่สาวหล่อจะบ่นออกมามากกว่านี้ ฝ่ายนั้นจึงสงบปากสงบคำลงได้ แต่ยังไม่วายทำท่าฮึดฮัดอย่างอารมณ์เสีย จนกระทั่งมีรถแท็กซี่คันหนึ่งแล่นมาจอดตรงหน้าร้าน วีร์ธิรายืนรอจนหญิงสาวขึ้นรถเรียบร้อย จึงค่อยเดินกลับไปยังรถสปอร์ตสีน้ำเงินสด ที่จอดอยู่ไม่ไกลนัก โดยไม่นึกสังหรณ์ใจเลยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นั้น เป็นแผนการของใครบางคนที่ตั้งใจให้เกิดขึ้น

"แฮ่ก. . .ก เหนื่อยชิบเลย เฮ้ยไอ้จ่อย เมื่อกี้ถ่ายเอาไว้ได้ทันรึเปล่าวะ อย่าให้กูต้องเหนื่อยเสียเที่ยวนะเว้ย" เจ้าคนที่วิ่งชนเมษยาเมื่อครู่มายืนเกาะขอบประตูรถยนต์ที่จอดห่างจากหน้าร้านไปเล็กน้อย พลางหายใจหอบด้วยความเหนื่อย เอ่ยถามอีกคนที่นั่งอยู่ในรถ

"แหมพี่ ฝีมืออย่างไอ้จ่อย รับรองไม่มีพลาด รูปชัดแจ๋วขนาดนี้ พรุ่งนี้มีข่าวเด็ดๆ ให้ลงแน่พี่ป๊อด"

คนถูกถามยิ้มแฉ่ง พลางยื่นกล้องถ่ายรูปแบบดิจิตอลให้คนถามเหมือนจะอวดผลงานของตัวเอง มือใหญ่ของป๊อดคว้ากล้องจากมือของจ่อยขึ้นมากดเลื่อนดูภาพนับสิบภาพ แล้วทำท่าจะหันไปโวยวายใส่ลูกน้องขี้คุย เนื่องจากแต่ละภาพที่ถ่ายได้นั้นแทบไม่มีภาพไหนพอจะใช้เป็นสกู๊ปเด็ดได้เลย บางภาพก็เบลอจนเห็นหน้าไม่ชัด บางภาพก็เห็นเฉพาะด้านหลัง จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ภาพหนึ่ง ในภาพนั้นสาวหล่อโอบเอวของหญิงสาวอีกคนหนึ่งเอาไว้และบังเอิญว่ามุมกล้องที่จับภาพได้นั้นทำให้ดูเหมือนกับว่าทั้งสองกำลังจูบกันอยู่  ใบหน้าที่เคร่งเครียดเมื่อครู่ของชายหนุ่มค่อยๆ คลายลง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก พลางพึมพำกับตัวเอง

"รูปนี้แหละวะเจ๋งที่สุด เฮ้อ. . .นึกว่าจะเหนื่อยฟรีซะแล้วกู หวังว่าคราวนี้บก. คงจะยอมให้ลงข่าวนะ"

ที่แท้ป๊อดก็คือนักข่าวสายบันเทิงของนิตยสารที่มีกิตติศัพท์เรื่องการแฉภาพลับของดารา คนที่เคยถ่ายภาพของวีร์ธิรากับหญิงสาวปริศนาเมื่อครั้งก่อนนั่นเอง

…………………………………………………………………………………………………………………………………
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #975 Number42 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 20:49
    เมน่าสงสารรรร
    #975
    0