O . o รักปลอมๆ ของจอมเจ้าเล่ห์ o . O (แนว Yuri)

ตอนที่ 17 : ความทรงจำอันแสนเศร้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,820
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    12 ต.ค. 49

ตอนที่ 17

"
เฮ้อ. . .ป่านนี้ วีจะเป็นยังไงบ้างนะ ไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรมากรึเปล่า โธ่เอ๊ย. . .รู้งี้เมื่อเช้าพาไปหาหมอก่อนก็ดีหรอก จะได้ไม่ต้องมานั่งห่วงแบบนี้ เอ๊ะ. . .แล้วทำไมฉันจะต้องไปห่วงยัยนั่นมากขนาดนี้ด้วยนะ"

แพรลดาบ่นงึมงำกับตัวเองอยู่ในห้องแต่งตัว แต่แล้วก็มีมือเล็กคู่หนึ่งมาปิดตาของเธอไว้ พร้อมกับเสียงหวานที่กระซิบเบาๆ ข้างหู

"จ๊ะเอ๋. . .ทายซิ ใครเอ่ย"  แพรลดาคว้ามือเล็กนั้นแล้วดึงออกจากใบหน้าเธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ

"อย่าเล่นแบบนี้อีกนะ เราไม่ได้เป็นแฟนกัน ถ้าใครมาเห็นเข้ามันคงจะไม่ดี"  คนที่อยู่ข้างหลังชะงักหน้าเสีย เมื่อได้ฟังคำพูดของอดีตคนรัก พลางพูดออกมาด้วยความน้อยใจ

"ทำไมต้องแคร์คนอื่นเค้าด้วยล่ะ ในเมื่อเราก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ไม่ได้มีอะไรที่เสียหายซักหน่อย ถ้าผึ้งจะเล่นกับดา คนอื่นเค้าก็คงจะคิดว่าเราเป็นเพื่อนกัน มันก็ไม่แปลกอะไรไม่ใช่เหรอ หรือว่ากลัวจะรู้ไปถึงหูของสาวหล่อคนนั้น"  แพรลดาลุกขึ้นพรวดจากเก้าอี้ หันไปมองคนพูด ก่อนจะเอ่ยขึ้น

"จำเอาไว้ว่าฉันชื่อพริตตี้ ไม่ใช่ดาของคุณอีกต่อไปแล้วนะ คุณผึ้ง วันนี้ฉันไม่มีซีนที่จะต้องถ่ายต่อแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะคะ"

 "เดี๋ยวสิดะ. . .เอ่อ พริตตี้ เมื่อวานผึ้งขอโทษนะที่พูดอะไรแย่ๆ ออกไป ผึ้งไม่ได้ตั้งใจจะกลับมาหาดา เพราะคิดว่าดาเป็นตัวแทนของเมนะ แต่ที่ผึ้งกลับมาก็เพราะว่า. . .เพราะว่าผึ้งรู้ใจตัวเองแล้วว่า ผึ้งรักใคร ผึ้งรักดานะ"

เมื่อแพรลดากำลังจะเดินออกไปจากห้องแต่งตัว ก็ถูกธรัตราคว้าข้อมือเอาไว้ พลางเอ่ยขอโทษนางแบบสาว และสารภาพความในใจออกมา พร้อมทั้งโผเข้ากอด นางแบบสาวนิ่งงันไป เช่นเดียวกับร่างของใครบางคนที่กำลังจะก้าวเท้าเข้ามาในห้องแต่งตัวนี้ แต่กลับต้องหยุดชะงักปลายเท้าอยู่ที่ข้างประตูห้องแต่งตัวทันทีเมื่อได้ยินเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังลอดออกมาจากในห้อง เมื่อเขามองเข้าไปภายในก็พบกับภาพของผู้หญิงสองคนที่ยืนกอดกันอยู่ในห้องแต่งตัว พร้อมทั้งคำพูดประโยคนั้นของธรัตรา แล้วจึงเิกตาโพลงด้วยความตกใจ ธนภัทรรำพึงรำพันกับตัวเอง

'นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย แม่ดาราหน้าใหม่นั่นทำไมมายืนกอดกับพริตตี้ตรงนี้ แล้วคำพูดว่ารักนั่นอีก อะไรกันวะเนี่ย ไม่ใช่แค่ทอมคนเดียว ยังมียัยเลสเบี้ยนคนนี้อีกด้วยเหรอ เสน่ห์แรงจริงนะ แม่พริตตี้ของฉัน'

"ปล่อยนะผึ้ง"

"ไม่ปล่อย!!! ก็ได้ ถ้าอยากจะให้คนอื่นเค้ารู้ว่าดาเคยเป็นแบบไหนมาก่อนที่จะมาเป็นสาวเซ็กซี่แบบนี้ก็เอาสิ ให้คนทั้งประเทศเค้ารู้กันไปเลยว่าแพรลดาเป็นพวกหลอกลวงประชาชน"

เมื่อธรัตรางัดไม้ตายออกมาขู่ แพรลดาก็ได้แต่ฮึดฮัดอย่างขัดใจ ด้วยนึกไม่ถึงว่าคนรักเก่าที่เห็นหงิมๆ เรียบร้อย จะร้ายได้ถึงขนาดนี้  ฝ่ายดาราหนุ่มที่แอบยืนมองทั้งสองคนอยู่ข้างประตู ก็ทำคิ้วขมวดด้วยความสงสัยในความสัมพันธ์ของผู้หญิงสองคนนี้

"ไม่อยากเชื่อเลยนะว่าผึ้งจะคิดอะไรแบบนี้ได้"

"คนเรามันก็ต้องมีการพัฒนากันบ้างสิจ๊ะดา เอาเป็นว่าคืนนี้ต้องอยู่เป็นเพื่อนผึ้งนะ"

ยิ้มหวานที่ส่งมาให้ ทำเอาแพรลดาแทบจะเบือนหน้าหนีไม่ทัน เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าไม่อยากจะอยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้เอาเสียเลย

"คืนนี้คงไม่ได้หรอก วีไม่ค่อยสบาย ฉันต้องรีบกลับไปดูแลเค้า ขอตัวก่อนแล้วกัน"

แพรลดาพูดแล้วรีบชิ่งหนีทันที อีกฝ่ายได้แต่มองตาม ก่อนจะพึมพำกับตัวเอง ด้วยใบหน้าผิดหวังที่อดีตคนรักให้ความสำคัญกับวีร์ธิรามากกว่าตน

"ต้องให้ผึ้งทำยังไง ดาถึงจะยอมกลับมาหาผึ้งซักทีนะ"

พอเห็นว่าแพรลดากำลังจะเดินออกมาจากห้อง ชายหนุ่มก็รีบหลบไปยืนอีกมุมหนึ่งทันที พอร่างบางเคลื่อนกายผ่านเขาไปแล้ว ชายหนุ่มจึงค่อยเดินเข้าไปภายในห้องแต่งตัว เอ่ยทักทายหญิงสาวที่ยืนครุ่นคิดอยู่ภายในห้องเพียงลำพัง เสียงทุ้มของเขาทำให้ธรัตราสะดุ้งโหยง ก่อนจะหันหน้ามายิ้มแห้งๆ ให้ชายหนุ่ม

"มายืนทำอะไรอยู่คนเดียวในนี้ครับน้องผึ้ง"

"อุ๊ย! พี่แพท คือ  เอ่อ. . .ผึ้งกำลังซ้อมบทที่จะต้องแสดงต่อน่ะค่ะ เสร็จพอดีเลย งั้นผึ้งขอตัวก่อนนะคะ" 

หญิงสาวรีบขอตัวเลี่ยงออกไป ด้วยรู้สึกว่าชายหนุ่มคนนี้มีกลิ่นอายของความน่าสะพรึงกลัวบางอย่าง ที่ทำให้เธอไม่อยากจะอยู่ใกล้เขา โดยเฉพาะต้องอยู่ด้วยกันเพียงสองต่อสองเช่นนี้

"งั้นหรือครับ แต่เมื่อกี้ผมเห็นพริตตี้เพิ่งจะเดินออกไปจากห้องนี่นา มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าครับ"  แววตาที่คาดคั้นของชายหนุ่ม ทำให้ธรัตราต้องหลบสายตาคมนั้น ก่อนจะเอ่ยขึ้น

"เปล่าค่ะ ไม่มีอะไรนี่คะ"

"เอ. . .แต่ผมว่ามีนะ เมื่อกี้ได้ยินพวกคุณคุยกันแว่วๆ อืม. . .ว่าแต่ ดา นี่ใครกันหรือครับ"

ชายหนุ่มยังคงถามเซ้าซี้ไม่หยุด รอยยิ้มผุดขึ้นตรงมุมปาก ด้วยหวังว่าคำถามของเขาคงจะทำให้หญิงสาวที่ท่าทางขลาดกลัวคนนี้ ต้องยอมเผยความจริงออกมาให้เขาได้รับรู้  แต่หารู้ไม่ว่าคำถามของเขานั้นกลับไปยั่วเย้าให้ธรัตรารู้สึกฉุนขึ้นมา จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน ทว่า สีหน้ายังคงไว้ด้วยรอยยิ้ม เสมือนคำพูดนั้นเป็นเพียงการสนทนาตามปกติ แต่เจ็บแสบเข้าไปถึงในทรวงเมื่อได้ยิน

"ผึ้งบอกว่าไม่มีก็ไม่มีสิคะ อีกอย่างนึง ผึ้งคิดว่ามันเสียมารยาทออกนะคะ ที่คุณมาแอบฟังคนอื่นเค้าคุยกันแบบนี้ เชิญคุณใช้ห้องตามสบายนะคะ ผึ้งขอตัวก่อน"

รอยยิ้มยียวนของชายหนุ่มถูกกลืนหายไปพร้อมกับคำพูดตำหนิตรงๆ ของธรัตรา หญิงสาวที่แลดูหัวอ่อนคนนี้ ช่างมีทีท่าคล้ายกับแพรลดาเสียจริง ทั้งที่ในตอนแรกเหมือนเธอออกจะดูหงอๆ เหมือนลูกแมวเชื่อง แต่ไม่ทันไรก็กลายร่างเป็นนางสิงโตที่พร้อมจะขย้ำเขาได้ทุกเมื่อถ้าหากถูกเขารังแกก่อน หญิงสาวสะบัดหน้าเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนกัดฟันกรอดอยู่เพียงคนเดียว พลางคำรามลอดไรฟันอย่างหัวเสีย

ขณะเดียวกัน เมษยาเรียกรถแท็กซี่จากคอนโดของกรอบแก้วให้ไปส่งที่บ้านหลังหนึ่ง เมื่อก้าวลงจากรถแล้วหญิงสาวก็หันไปมองบ้านสองชั้นที่อยู่ด้านหลังตน ภายนอกแลดูโทรมเหมือนไม่มีใครอาศัยอยู่มาเป็นเวลานานแล้ว พลางหวนนึกไปถึงภาพในอดีต ในวันที่เธอและธรัตรากำลังพลอดรักกันอยู่ในห้องนอนของแพรลดาด้วยความย่ามใจ เพราะรู้ดีว่าเพื่อนรักของเธอนั้นมักจะต้องอยู่ซ้อมที่ชมรมเทควันโดทุกเย็นวันศุกร์ และค้างที่หอพักนักกีฬามาหาวิทยาลัย จะกลับมาอีกครั้งก็ในตอนเช้าของวันเสาร์

แม้ว่าเมษยาจะรู้ดีว่าหญิงสาวที่ตนรักนั้น กำลังคบอยู่กับเพื่อนสนิทของเธอเอง แต่ถึงกระนั้นก็ยังแอบเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศและคำพูดหวานหูของธรัตราจนได้

"เมจ๋า. . .ทำไมไปนั่งซะห่างอย่างนั้นล่ะ เขยิบมานั่งใกล้ๆ ผึ้งตรงนี้สิ"

หญิงสาวผู้มีดวงตาสีน้ำตาลอ่อนใช้มือตบเบาๆ บนพื้นเตียงข้างๆ กับบริเวณที่ตัวเองนั่งอยู่ พลางส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้ แต่เมษยาก็ไม่กล้าที่จะทำตามคำพูดนั้น ได้แต่นั่งตัวเกร็งอยู่บนเก้าอี้ ที่ปลายเตียงนอน ด้วยกลัวว่าจะอดใจไม่ไหวเผลอสารภาพความในใจที่มีต่อเพื่อนสาวแสนอ่อนหวานน่ารักคนนี้ออกไป

"มะ. . .ไม่เป็นไรหรอก นั่งตรงนี้แหละดีแล้ว ไหนผึ้งบอกว่ามีอะไรจะให้เมดูไง รีบเอาออกมาสิ วันนี้เมอยู่ค้างที่นี่ไม่ได้นะ คุณพ่อบอกให้รีบกลับบ้านเพราะมีเรื่องจะคุยด้วย"

"ก็ได้. . .ถ้างั้นเมตั้งใจดูนะ อิ อิ"

ธรัตราหัวเราะเบาๆ ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออกทีละเม็ด เมษยารีบลุกขึ้นมาตะครุบมือเล็กๆ นั้นเอาไว้ ก่อนที่กระดุมเม็ดสุดท้ายจะถูกปลดออกไป พลางถามด้วยน้ำเสียงสั่น หน้าแดงไปจนถึงใบหู

"ทำอะไรน่ะผึ้ง เรื่องอะไรมาถอดเสื้อแบบนี้ล่ะ"

"แล้วถ้าไม่ทำแบบนี้ เมจะยอมเข้ามาใกล้ๆ ผึ้งหรือไงล่ะ อิอิ ดูสิ หน้าแดงไปหมดแล้ว คิดอะไรอยู่เนี่ย อย่าบอกนะว่าเมกำลังคิดอะไรทะลึ่งๆ กับผึ้งอยู่น่ะ"

ธรัตราทำเสียงล้อเมษยา ฝ่ายนั้นรีบปล่อยมือตัวเองทันที แล้วทำท่าจะกลับไปนั่งที่เดิม แต่ช้ากว่าคนตัวเล็กที่เอื้อมมือมาโอบกอดเธอเอาไว้จากทางด้านหลัง ทำเอาเมษยายืนนิ่งอยู่กับที่ หัวใจเต้นเร็วจนแทบจะหลุดออกมาอยู่ข้างนอกเมื่อแผ่นหลังของเธอสัมผัสกับหน้าอกนุ่มของหญิงสาวที่ตนรัก

"ผึ้งรักเม รักมานานแล้วด้วย และผึ้งเองก็รู้นะว่าเมก็แอบชอบผึ้งอยู่เหมือนกัน" ประโยคนั้นของธรัตรา ทำเอาหญิงสาวผู้เงียบขรึมต้องหันกลับมามองคนพูดด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน

"พูดอะไรน่ะผึ้ง ผึ้งคบกับดาอยู่นะ ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะ"

"แต่ผึ้งไม่ได้รักดานี่นา คนที่ผึ้งรักก็มีแค่เมคนเดียวเท่านั้น" 

สายตาที่มองมานั้นทำเอาใจของเมษยาอ่อนยวบ แม้จะรู้อยู่ว่าผิด ที่คิดอะไรเกินเลยกับแฟนของเพื่อน แต่ก็ห้ามใจเอาไว้ไม่ไหว เมื่อคำว่ารักหลุดออกมาจากปากของหญิงสาวที่ได้เพียงแค่แอบมองมาตลอด แต่ก็จำเป็นต้องตัดใจเมื่อความรักของเธอเป็นการทำร้ายเพื่อนรัก

"เมก็รักผึ้ง แต่. . .มันเป็นไปไม่ได้หรอก เมไม่อยากทำให้ดาเสียใจ เมไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนที่ทรยศเพื่อน ขอโทษนะผึ้ง เมกลับก่อนแล้วกัน"

"ผึ้งผิดเอง ผึ้งน่าจะรู้หัวใจตัวเองให้เร็วกว่านี้ แล้วถ้าผึ้งรู้ว่าเมก็คิดเหมือนกัน ผึ้งคงไม่ตอบตกลงเป็นแฟนกับดาหรอก ผึ้งไม่ชอบเลยที่ดาทำตัวเลียนแบบผู้ชาย ชอบวางมาดทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผึ้งแบบนั้น ผึ้งอายเวลาที่ถูกใครต่อใครตราหน้าว่าผึ้งเป็นทอมเป็นดี้กับดา แต่กับเมมันไม่เหมือนกัน ผึ้งมีความสุขเวลาได้อยู่ใกล้ๆ เม แล้วก็ไม่รู้สึกอายสายตาใครเวลาที่อยู่กับเมด้วย"  ธรัตราโพล่งสิ่งที่อัดอั้นตันใจมาตลอดให้คนที่เธอรักฟัง อีกฝ่ายจึงเอ่ยขึ้นด้วยความเศร้า

"มันสายไปแล้วล่ะผึ้ง ตอนนี้ผึ้งเป็นแฟนกับดาแล้ว ผึ้งก็รู้นี่ว่าดาเองก็รักผึ้งมากแค่ไหน บางที. . .อาจจะมากกว่าที่เมรักผึ้งด้วยซ้ำ"

"แต่คนที่ผึ้งต้องการคือ เม นะ. . .ถ้าเมกลัวว่าจะต้องเป็นคนที่ทำให้ดาเสียใจ ผึ้งก็จะเป็นคนบอกเลิกกับดาเอง"

"อย่านะผึ้ง อย่าทำอย่างนั้น ดาเค้า. . .อุ๊บ. . .อือ. . ."  

ธรัตรากล่าวอย่างหนักแน่น เมษยาอ้าปากพูดห้ามแต่แล้วกลับถูกประกบด้วยริมฝีปากนุ่มของธรัตรา รสจูบที่อ่อนหวานของคนที่รัก ทำให้เมษยาเคลิบเคลิ้มไปกับจูบนั้น จนไม่เหลือสามัญสำนึกใดๆ อีกต่อไป จากจูบที่อ้อยอิ่งแปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อน ทั้งสองแลกจูบกันพัลวัน มือไม้ที่ลูบไล้เรือนกายกันและกัน ต่างช่วยกันปลดเปลื้องเสื้อผ้าอาภรณ์ของแต่ละฝ่ายจนเพียงร่ายกายเปลือยเปล่า กอดก่ายแนบชิดกันอยู่บนเตียงนอนของแพรลดา

แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อเจ้าของเตียงเปิดประตูเข้ามาพบกับภาพของเพื่อนรักทั้งสองที่กำลังเริงรักกันอยู่บนเตียงนอนของตัวเอง เมษยายังจำได้ดีกับคำพูดของแพรลดาที่ชี้หน้าบอกกับเธอเอาไว้

"ฉันคิดว่าแกเป็นเพื่อนที่ฉันไว้ใจ แต่แกมาหักหลังฉันแบบนี้ แกทำได้ยังไงหา!!! . . . ไอ้เม . . . แก . . . แกมันเลวมาก!!! "  

"ขอโทษนะดา เมขอโทษ เมรู้ตัวว่าเมเลวแค่ไหนที่แย่งแฟนเพื่อนมาแบบนี้ แต่เมรักผึ้งจริงๆ นะ" 

เมษยาพึมพำกับตัวเอง น้ำตาไหลลงมาอีกครั้ง ก่อนจะเดินไปที่บ้านอีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่ถัดไปจากบ้านของแพรลดา เธอยกมือขึ้นกดกริ่งหน้าประตู และยืนรออยู่สักพัก ก็มีหญิงชราคนหนึ่งเดินมาที่หน้าประตู พลางเพ่งสายตามองผู้มาเยือนและเอ่ยขึ้น

"มาหาใครหรือคะคุณ"

"ยายจ๋าใช่มั้ยคะ เมเองนะคะยาย"  หญิงชรานึกอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ยิ้มออกมา พลางรีบเปิดประตูให้ 

"เมเองเหรอลูก มาๆ เข้ามาข้างในบ้านก่อนสิ แหม. . .ทำไมหลานๆ นี่สวยขึ้นผิดหูผิดตา จนยายจำแทบไม่ได้เลยนะลูก เมื่อเดือนก่อนตอนยายผึ้งกลับมา ยายก็จำแทบไม่ได้ โดยเฉพาะหนูดาที่เคยแต่งตัวแบบทอมบอยนั่นนะ ยายเจอครั้งนึง โอ้โหเดี๋ยวนี้กลายเป็นสาวเปรี้ยวไปแล้วนะลูก สวยจนจำไม่ได้เลยล่ะ"

"จริงเหรอคะยายจ๋า. . .เดี๋ยวนี้ดาเค้าเลิกเป็นทะ. . .เอ๊ย. . .เค้าแต่งตัวสวยแบบผู้หญิงแล้วเหรอคะ ยายจ๋ามีรูปมั้ยคะ เมอยากเห็นจัง"  เมษยาทำหน้าตื่นเต้นเมื่อได้ฟังคำบอกเล่าจากหญิงสูงวัยผู้เป็นยายของธรัตรา

"ยายไม่มีหรอกลูก แต่ยัยผึ้งน่าจะมีนะ เออแล้วหนูกลับมาอย่างนี้ งานที่นู่นว่ายังไงล่ะจ๊ะ ยายถามยัยผึ้ง มันก็ไม่ยอมพูดอะไรเลย บอกแค่ว่าหนูติดงานก็เลยไม่ได้กลับมาพร้อมกัน"

"ผึ้งเค้าบอกยายอย่างนั้นหรือคะ แล้วนี่ผึ้งเค้าไปไหน ทำไมถึงทิ้งให้ยายอยู่คนเดียวอีกล่ะคะ"  เมษยาหน้าสลดลงทันที พลางเหลียวซ้ายแลขวามองหาธรัตรา พลางเอ่ยถามหญิงชรา

"ไม่อยู่หรอกจ้ะ ผึ้งเค้าไปถ่ายละครน่ะ"

"ถ่ายละครเหรอคะ ยายหมายความว่าผึ้งเค้าไปเป็นดาราอย่างนั้นหรือคะ"

คนถูกถามพยักหน้าแทนคำตอบ เมษยากำลังอ้าปากจะถามต่อ แต่กลับมีเสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมา พร้อมๆ กับบานประตูที่ถูกเปิดออก ใบหน้าขาวๆ ก็โผล่เข้ามาทักทาย

"กลับมาแล้วค่ะ ยายจ๋าคุยกับใครอยู่. . .เม!!!"

"ผึ้ง!"

เมษยาโพล่งออกมาอย่างดีใจ เมื่อได้เห็นใบหน้าของคนรักที่ไม่ได้เจอกันเดือนกว่า ตั้งแต่วันที่เธอและธรัตรามีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จากวันนั้นคนรักของเธอก็หนีกลับมาเมืองไทยก่อนโดยไม่ยอมฟังคำอธิบายของเธอเลยสักนิดเดียว เธอจึงต้องลางานเพื่อบินตามกลับมาถึงที่นี่ แต่ยังไม่ทันจะได้ปรับความเข้าใจกัน ก็ถูกคนรักเอ่ยปากไล่อย่างไม่ไยดีแม้แต่น้อย

"เธอมาทำอะไรที่นี่ กลับไปเดี๋ยวนี้เลยนะ"  ธรัตราตวาดไล่แขกผู้มาเยือนเสียงดัง จนหญิงชราต้องออกโรงห้าม

"อะไรกันเล่ายัยผึ้ง ไปไล่หนูเมเค้าทำไมกัน เรานี่ชักจะเกเรใหญ่แล้วนะ มีอย่างที่ไหนเพื่อนอุตส่าห์มาหาทั้งที ไปไล่เค้าเสียอย่างนั้น"

"ยายจ๋าให้เค้าเข้ามาในบ้านเราทำไมคะ เธอก็เหมือนกัน พูดไม่รู้เรื่องหรือไง ลุกขึ้นแล้วออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้นะ"

ธรัตราตรงเข้าไปกระชากแขนคนที่นั่งอยู่ให้ลุกขึ้นยืน และพยายามผลักหญิงสาวให้ออกไปพ้นจากประตูบ้านของเธอ แต่เมษยาจับข้อมือเล็กๆ นั้นเอาไว้ ตะโกนสวนขึ้นมา พลางหันไปหาหญิงชราเพื่อเอ่ยขออนุญาตพาคนที่ดิ้นรนพยายามจะแกะมือของเธอออก กึ่งลากกึ่งจูงขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ซึ่งเป็นห้องนอนของธรัตรา

"เดี๋ยวก่อนสิผึ้ง คุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้หรือไง. . .ยายจ๋าคะ หนูขอขึ้นไปคุยกับผึ้งเค้าข้างบนก่อนนะคะ"

"เมปล่อยนะ ผึ้งเจ็บ บอกให้ปล่อยได้ยินมั้ย!!!" 

ธรัตราใช้แรงทั้งหมดที่มีอยู่สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเมษยา แล้วรีบวิ่งหนีขึ้นไปบนห้องนอนตัวเอง พลางล็อกประตูเอาไว้อย่างแน่นหนาไม่ให้หญิงสาวเข้ามาข้างในได้ เมษยาตามขึ้นมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องพลางทุบประตูถี่ๆ เพื่อหวังให้คนที่อยู่ข้างใน เปิดประตูออกมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน แต่ความพยายามของเธอก็ไร้ผล เมื่อธรัตราที่ยืนพิงหลังกับบานประตูนั้น ตะโกนผ่านบานประตูไม้ออกมาหน้าห้อง

"กลับไปซะ แล้วไม่ต้องมาให้ผึ้งเห็นหน้าอีก จะไปไหนก็ไปให้พ้นเลยไป!!!"

เมษยาทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้น สองมือที่ทุบประตูจนแดงไปหมด ถูกยกขึ้นมาปาดน้ำตาตัวเองที่รินไหลออกมาไม่ยอมหยุด ก่อนจะโพล่งออกมาด้วยความเสียใจ

"ก็ได้. . .ถ้าวันนี้ผึ้งยังไม่พร้อมที่จะคุย วันหลังเมจะมาหาใหม่นะ เมไปก่อนนะ"

เสียงทุบประตูหน้าห้องเงียบลงแล้ว พร้อมๆ กับที่เสียงเอี๊ยดอ๊าดของประตูรั้วดังขึ้น ธรัตราพุ่งตัวไปที่ริมหน้าต่าง มองภาพของคนรักที่เดินจากไป ครั้นเมษยาหันหลังกลับมามองที่หน้าต่างบานนั้น ร่างเล็กก็หลบวูบลงกับพื้นทันที คนที่มองขึ้นมาจากด้านล่าง ได้แต่ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ โบกมือเรียกแท็กซี่แล้วก้าวขึ้นรถไป โดยมีสายตาของธรัตรายืนมองอยู่จนรถคันนั้นแล่นไกลออกไปจนลับตา

………………………………………………………………………………………………………………………………….

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #1007 lakot (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2553 / 10:18
     ผึ่งงงง   ไ ม่เลว  หร๊อก    ..--*
    #1,007
    0
  2. #973 Number42 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 11:48
    อ้าว

    ผึ้งกลายเปนคนเลวในสายตาทุกคนซะงั้น-.-
    #973
    0
  3. #946 ~violet~ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มีนาคม 2553 / 02:09
    ผึ้งนี่นิสัยไม่ดีเลย
    #946
    0
  4. #941 ดับเครื่องชนไฮเปอร์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มีนาคม 2553 / 22:17
    ผึ้งเลวมากมายอ่ะ
    #941
    0