O . o รักปลอมๆ ของจอมเจ้าเล่ห์ o . O (แนว Yuri)

ตอนที่ 13 : ถ่ายแบบ (อีกแล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    2 ต.ค. 49

ตอนที่ 13

   

"โอ้โห. . .คุณมาดูสิ ทะเลข้างนอกนั่นสวยจังเลยเนอะ"

ทันทีที่ประตูห้องถูกปิดลง ร่างสูงก็วางกระเป๋าแหมะไว้กับพื้นห้อง แล้วเดินรี่ไปยังประตูบานกระจกใส ที่สามารถเปิดออกไปรับลมเย็นๆ บริเวณริมระเบียงได้ พลางใช้มือเรียวแหวกโมบายรูปเปลือกหอยที่ห้อยระย้าลงมาจากวงกบประตูออกเป็น 2 ข้าง เดินลอดผ่านไป ก่อนจะหันมากวักมือเรียกคนรักจอมปลอมของเธอให้มายืนดูด้วยกัน นางแบบสาวอมยิ้มน้อยๆ กับอาการตื่นเต้นของวีร์ธิรา เมื่อได้เห็นภาพทิวทัศน์ที่สวยงาม เหมือนเด็กเล็กๆ ที่เพิ่งได้ออกจากบ้านมาสู่โลกกว้างเป็นครั้งแรก ช่างแลดูขัดกันกับขนาดรูปร่างที่สูงใหญ่กว่าเธอเป็นสิบเซนติเมตรอย่างไรอย่างนั้น

ร่างบางพาตัวเองมาหยุดยืนอยู่เคียงข้างกัน มองภาพงดงามที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า แสงแดดสีเหลืองอมส้มสะท้อนกับผืนน้ำทะเลสีฟ้าครามจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับราวกับเพชรน้ำงามเม็ดใหญ่ สายลมที่พาดผ่านเบาๆ ทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย และสดชื่นมากขึ้น

ร่างสูงเบนสายตาจากความงดงามเบื้องหน้าหันมาลอบมองใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่ยืนอยู่เคียงข้างตน มีรอยยิ้มบางๆ ระบายอยู่ บนใบหน้าหวานนั้น ผมลอนยาวเคลียไหล่สีน้ำตาลประกายทองปลิวสยายไปด้านหลังตามแรงลมที่พัดผ่าน เผยให้เห็นไหล่และเนินอกขาวนวลเนียน ที่โผล่พ้นเสื้อเกาะอกสีเขียวสด ชายกระโปรงผ้าฝ้ายเนื้อบางความยาวแค่เข่า พลิ้วไหวไปมา ดูสวยเซ็กซี่ มีเสน่ห์สมเป็นนางแบบสาวฮอตแห่งปีอย่างที่ใครๆ กล่าวขานกันเช่นนั้น

วีร์ธิราอดหวนนึกไปถึงคำพูดของพระเอกหนุ่มก่อนจะมาที่นี่ไม่ได้ ใครหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ หรือแม้แต่บรรดาสาวหล่อทั้งหลาย ต่างก็พยายามแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นกันเพื่อให้ได้หัวใจของหญิงสาวคนนี้มาครอบครอง แต่เธอกลับมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับแพรลดาอย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องสู้รบปรบมือกับใครทั้งสิ้น หากจะบอกว่าเป็นโชคดีก็คงใช่ แต่ถึงกระนั้นวีร์ธิราเองก็ไม่ค่อยอยากจะยอมรับมันสักเท่าไหร่ ถ้าหากว่าเลือกได้ เธอก็ยังคงอยากจะให้คนที่ยืนอยู่เคียงข้างตนในตอนนี้เป็นชายหนุ่มรูปงามเหมือนในฝันของผู้หญิงทุกคนมากกว่า

แต่เมื่อฟ้ากำหนดให้เธอต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้แล้ว ร่างสูงก็ไม่ได้หนักใจอะไรมากมาย ยังรู้สึกว่าตัวเองออกจะมีความสุขดีด้วยซ้ำเมื่อได้อยู่ใกล้ๆ กับผู้หญิงคนนี้ แม้ว่าจะมีบางครั้งที่แพรลดาทำให้เธอรู้สึกลำบากใจอยู่บ้าง เมื่อต้องทำอะไรที่ตัวเองไม่ชอบ แต่เวลาได้เห็นรอยยิ้มหวานๆ กับท่าทางที่แสดงถึงความเป็นเจ้าของตัวเธออย่างนั้น ก็ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นในหัวใจเหมือนตัวเองได้กลายเป็นบุคคลสำคัญของใครบางคน ทั้งที่เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกเช่นนั้นกับแพรลดา ในเมื่อเธอทั้งสองคนเป็นผู้หญิงเหมือนกัน

เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลาลับขอบฟ้า จากแผ่นนภาสีฟ้าอมส้ม แปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มจนกระทั่งกลายเป็นสีดำสนิท ดวงดาวน้อยใหญ่ต่างทยอยกันออกมาทักทาย ท้องฟ้ายามราตรีที่มีแสงเรืองๆ จากพระจันทร์รูปเสี้ยว ทำให้ฟ้าแลดูไม่มืดมิดมากนัก  เสียงดนตรีสไตล์ Acoustic ที่ดังแว่วมาจาก ลำโพงเล็กๆ บนเสาโคมไฟสีเหลืองส้มตามทางเดิน เค้าคลอกับเสียงคลื่นลมทะเลที่ซัดสาดเข้าสู่ชายฝั่ง และเสียงกรุ๊งกริ๊งของโมบายรูปเปลือกหอยหลากสีสันที่สั่นไหวไปมาตามแรงลม ช่วยให้บรรยากาศโดยรอบมีความรื่นรมย์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนอย่างแท้จริง

"ตื่นเถอะวี. . .หิวแล้วล่ะ ไปกินข้าวกันเถอะ"

มือเรียวสะกิดหัวไหล่ร่างสูงที่เผลอหลับไปบนเตียงผ้าใบสีน้ำเงินเข้มริมระเบียงนั้นอย่างแผ่วเบา คนที่ถูกปลุกลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียเล็กน้อย พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะหันมองซ้ายขวาด้วยความงุนงงว่าตัวเองมานอนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ทั้งที่ตอนแรกยังยืนเกาะรั้วระเบียงสีขาว ชมความงามของท้องทะเลยามบ่ายอยู่เลย เผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนี่ พลางยกมือเกาศีรษะตัวเองแก้เก้อ ฉีกยิ้มให้คนปลุก ก่อนจะเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย

"แล้วฉันมานอนตรงนี้ได้ยังไงเนี่ย อย่าบอกนะว่าคุณอุ้มฉันมานอนตรงนี้น่ะ"

นางแบบสาวพยักหน้านิดนึงแทนคำตอบ แล้วจึงยิ้มขำกับท่าทีของร่างสูงที่ทำหน้าเหวอ ก่อนจะพูดขึ้น

"ใช่ที่ไหนกันเล่า ก็วีเองนั่นแหละบ่นว่าเมื่อยแล้วก็เดินมานั่งตรงนี้เอง กะว่าจะชวนไปเดินเล่นที่ชายหาดซักหน่อย เผลอแป๊บเดียวหันมาก็เห็นวีหลับไปแล้ว ก็เลยได้แต่นั่งมองทะเลอยู่ตรงนี้ตั้งแต่บ่ายนั่นล่ะ"

ร่างสูงจึงยิ้มอย่างเขินๆ ก่อนจะชะงักไปด้วยความแปลกใจเมื่อนึกได้ว่า เมื่อครู่แพรลดาเรียกแทนตัวเธอด้วยชื่อเล่น ไม่ได้เรียกว่า 'เธอ' เหมือนอย่างเคย

"เมื่อกี้ฉันฟังผิดไปรึเปล่า คุณเรียกฉันว่าวีเหรอ"

นางแบบสาวมองหน้าคนถาม อึ้งไปนิดนึงก่อนจะพยักหน้ารับ พลางพูดขึ้น

"ก็. . .คงใช่มั้ง ทำไมล่ะ มันแปลกเหรอ ก็เธอชื่อ 'วี' ไม่ใช่หรือไง หรือฉันพูดอะไรผิด ถ้าเธอไม่ชอบ งั้นฉันเรียกเธอเหมือนเดิมก็ได้"

"เอ้ย. . .ไม่ๆ ไม่ใช่อย่างนั้น ไม่ได้เรียกผิดหรอก แล้วก็ไม่ได้ไม่ชอบด้วย แค่แปลกใจนิดหน่อยน่ะ แต่ เอ่อ. . .เรียกแบบนั้นก็ดีเหมือนกันนะ วีเองก็ไม่ค่อยชอบเรียกตัวเองว่า 'ฉัน' แล้วก็ไม่อยากเรียกคุณว่า 'คุณ' เหมือนกัน เอาเป็นว่าต่อไปนี้เราก็มาเรียกชื่อกันดีกว่า คุณว่าดีมั้ยล่ะ"

วีร์ธิรารีบปฏิเสธเสียงลั่นทันที  ไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบหรอก ออกจะดีใจด้วยซ้ำที่นางแบบสาวยอมเรียกชื่อเล่นของเธอเสียที เพราะนอกจากเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นแล้ว เมื่ออยู่ด้วยกันสองต่อสอง นางแบบสาวไม่เคยเรียกด้วยชื่อเล่นของเธอเลยสักครั้ง หลังจากเสนอความรู้สึกลึกๆ ภายในใจออกไป ร่างสูงก็โล่งอกเมื่อแพรลดาพยักหน้าพลางส่งยิ้มให้ อย่างเห็นดีเห็นงามด้วย

"ก็ได้. . .งั้นต่อไปฉันจะเรียกเธอว่าวี ส่วนเธอก็เรียกฉันว่าดาแล้วกัน โอเคมั้ย" เกือบจะพยักหน้าตกลงด้วยความยินดีไปแล้ว แต่มาสะดุดหูตรงชื่อที่นางแบบสาวบอกให้ตนเรียกนั่นเสียก่อน จึงทำหน้าสงสัย

"อ้าว แล้วทำไมถึงให้ฉันเรียกว่า 'ดา' ล่ะ"

"ก็ความจริงแล้ว ฉันไม่ได้ชื่อพริตตี้นี่ นั่นมันชื่อที่บริษัทโมเดลลิ่งตั้งให้ฉันใช้ในวงการนางแบบ จะได้ติดหูติดปากประชาชนง่ายดี เอาเถอะน่า อย่าถามมากนักเลย เอาเป็นว่าเวลาไม่ได้อยู่ต่อหน้าคนอื่น ก็เรียกฉันว่าดาแล้วกัน ทีนี้จะไปกินข้าวกันได้รึยังล่ะ เด็กเจ้าปัญหาคนนี้นี่  ดาหิวจะแย่แล้วนะ เดี๋ยวก็จับวีหม่ำตรงนี้แทนข้าวเย็นซะเลย"

พูดไม่พูดเปล่า นางแบบสาวยังทำท่าย่างสามขุม พลางยกแขนสองข้างขึ้นมาจับไหล่ของคนตรงหน้าเอาไว้ แลบลิ้นเลียริมฝีปาก แล้วส่งสายตาวาวกรุ้มกริ่ม เหมือนแม่เสือสาวเตรียมจะขย้ำลูกกวางตัวน้อย ทำเอาคนร่างสูงรีบยกแขนขึ้นมาดันร่างบางที่พยายามจะโน้มหน้าลงไปกัดเข้าที่ซอกคอของเธอออกไป พร้อมกับการร้องห้ามปรามสลับกับเสียงหัวเราะ คิกคักด้วยความจั๊กกะจี้ พยายามเอียงคอหลบการกระทำของคนตัวเล็กกว่า เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่กำลังเป่ารดลำคอขาวๆ ของเธออยู่

"มามะ มาให้หม่ำซะดีๆ แฮ่! งั่มๆๆ "

"เอ๊ย. . .ไม่เอานะ อย่าเข้ามาใกล้ๆ ดิ ฮะฮะฮ่า ไม่เอาแล้ว ยู๊ดเท้อ. . .ฮ่าฮ่า ไปแล้วๆ ไหนว่าหิวไง ไปกินข้าวกันเถอะ"

 

แกล้งจนหนำใจแล้ว ร่างบางก็ดีดตัวเองออกห่าง ก่อนจะฉุดแขนคนที่นั่งอยู่ให้ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ผ้าใบ แล้วจูงมือคนรักจอมปลอมเดินหัวเราะคิกคักกันสองคนออกไปจากห้องพักเพื่อตรงไปยังบริเวณสวนอาหารของรีสอร์ทด้วยกัน

เมื่อมาถึงบริเวณสวนอาหาร ทั้งสองเลือกโต๊ะที่อยู่ใกล้กับชายหาดมากที่สุด  ร่างสูงรีบเดินไปเลื่อนเก้าอี้ให้นางแบบสาว ทำท่าโค้งคำนับให้ พลางเอ่ยออกมา ก่อนจะยักคิ้วหลิ่วตา ส่งรอยยิ้มทะเล้นให้นางแบบสาว

"เชิญคร้าบ. . .บ เจ้าหญิงแสนสวย"

"ขอบคุณนะคะ เจ้าชายสุดหล่อ"

แพรลดาส่งยิ้มยียวนตอบกลับไปเช่นกัน พลางจับชายกระโปรงสองข้างให้บานออก ย่อตัวลงรับมุกของร่างสูงทันที แล้วจึงเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ ก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมา เมื่ออีกฝ่ายนั่งลงที่เก้าอี้ฝ่ายตรงข้ามกับตน  ไม่นานบริกรหนุ่มก็เดินมาหยุดที่โต๊ะของหนึ่งสาวแสนสวยกับอีกหนึ่งสาวหล่อมาดเท่ห์ เอ่ยขออนุญาตวางเมนู ก่อนจะแนะนำเมนูเด็ดของร้านอย่างคร่าวๆ น้ำเสียงสั่นๆ ด้วยอาการตื่นเต้นเล็กน้อย ทำให้นางแบบสาวเผลอตัวแกล้งส่งสายตาหวานให้บริกรหนุ่มเหมือนอย่างที่เคยชอบทำอยู่บ่อยๆ ก่อนจะร้องอุทานออกมาเบาๆ เมื่อคนนั่งตรงข้ามหยิกหมับเข้าที่หลังมือนุ่ม พร้อมกับส่งสายตาดุๆ มาให้

เพียงเท่านั้นนางแบบสาวก็นึกขึ้นมาได้ทันทีว่า ตนทำผิดสัญญาที่เคยให้ไว้กับคนรักจอมปลอมของเธอ จึงรีบสั่งอาหารไปสองสามอย่าง ก่อนจะก้มหน้าลงกับโต๊ะอย่างสำนึกผิดเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าบึ้งอย่างไม่สบอารมณ์และเบือนหน้าเลี่ยงไปทางทะเลแทนใบหน้าของตน

แต่นางแบบสาวคงไม่ได้รู้เลยว่า ร่างสูงไม่ได้แค่รู้สึกไม่ดีต่อการกระทำอย่างนั้นของเธอเหมือนอย่างคราวก่อน ซ้ำยังรู้สึกเจ็บแปลบในอกอย่างบอกไม่ถูก เพียงเพราะเห็นแพรลดาส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มแบบนั้นให้กับคนอื่น ก็พาลให้อารมณ์ที่กำลังดีๆ อยู่เมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นหงุดหงิดขึ้นมาเสียดื้อๆ หลังจากที่บริกรหนุ่มเดินไปแล้ว ร่างบางจึงเอ่ยขึ้นอย่างสำนึกผิดด้วยน้ำเสียงเว้าวอนราวกับกำลังงอนง้อคนรัก พร้อมกับยกนิ้วก้อยส่ายไปมาตรงหน้าร่างสูง

"วีจ๋า. . .ดาขอโทษ มันลืมตัวไปนิดเดียวเอง อย่าโกรธดาเลยนะๆ ดีกันนะ"

ร่างสูงหันหน้ากลับมามองหญิงสาวแวบหนึ่งแล้วสะบัดหน้าพรืดใส่หันกลับไปทางเดิม พร้อมกับชักมือหนีเมื่อฝ่ายนั้นเอื้อมมือมากุมมือของตนเอาไว้ เล่นเอานางแบบสาวถึงกับหน้าเสีย เพราะรู้ว่าสาวหล่อคนรักจอมปลอมของเธอกำลังโกรธอย่างจริงจังเข้าให้แล้ว

"โกรธจริงเหรอเนี่ย. . .ดาขอโทษนะ ขอโทษๆๆๆๆๆๆๆๆ คราวหน้าดาจะไม่ทำอีกแล้วล่ะ วีอย่าโกรธดานะ ถ้าไม่หายโกรธ ดาจะเดินลงไปในทะเลให้คลื่นซัดหายไปเลย"

นางแบบสาวพนมมือไหว้ปะลกๆ พร้อมกับพร่ำขอโทษคนตรงหน้า แต่ดูเหมือนว่าร่างสูงจะยังไม่ยอมยกโทษให้เธอง่ายๆ จึงควักไม้ตายออกมาขู่ พร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทำท่าจะเดินลงไปที่ทะเลจริงๆ ร่างสูงรีบลุกขึ้นยึดข้อมือร่างบางเอาไว้ ก่อนจะดันไหล่ทั้งสองข้างให้กลับลงไปนั่งตามเดิม พลางเอ่ยขึ้น

"เออ. . .ก็ได้ๆ วียกโทษให้แล้ว พอใจรึยังล่ะ แล้วก็จำเอาไว้ด้วยแล้วกันว่าคราวหลังอย่าทำอย่างนั้นอีก เข้าใจมั้ย วีไม่ชอบ ฮึ้ย! ช่างเถอะ สมมติว่าเมื่อกี้วีไม่เห็นก็แล้วกัน"

บรรยากาศหวานๆ เมื่อครู่กร่อยสนิทลงทันที เมื่อร่างสูงทำหน้าเซ็งสุดขีด ร่างบางเองก็พลอยรู้สึกแย่ไปด้วย พลางหันหน้าออกไปทางทะเลทำปากขมุบขมิบ กำมือขึ้นมาโขกศีรษะตัวเองสองสามที เหมือนจะทำโทษตัวเองที่ทำให้คนรักจอมปลอมของเธอไม่พอใจ ก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า สิ่งที่เธอทำลงไปเมื่อครู่เหมือนกับว่ากำลังง้อคนรักจริงๆ อย่างไรอย่างนั้น พลางส่ายหน้าเบาๆ พยายามเถียงกับตัวเองว่าไม่ใช่ ที่เธอทำไปเพราะไม่อยากให้วีร์ธิรามองว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ไม่ดีต่างหาก แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าบูดบึ้งด้วยความโกรธของร่างสูงเมื่อครู่ ก็ทำเอาเธอปวดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ความสับสนเกิดขึ้นในหัวใจของแพรลดาเสียแล้ว

ข้างฝ่ายวีร์ธิรานั้นก็ไม่ได้ต่างกันเลย เฝ้าแต่คิดวนเวียนกลับไปกลับมาว่าทำไมเธอจึงแสดงอาการแบบนั้นออกไป มันเหมือนกับว่าเธอกำลังหึงหวงหญิงสาวที่ส่งสายตาให้คนอื่นอย่างนั้นแหละ แต่มันจะเป็นแบบนั้นได้อย่างไร ในเมื่อเธอไม่ได้รักและไม่เคยคิดจะรักแพรลดาเลยสักนิด ที่เธอต้องมาอยู่ในฐานะคนรักของนางแบบสาว ก็เพียงเพราะว่าต้องจำใจทำต่างหากเล่า และที่สำคัญแพรลดาเป็นผู้หญิง และเธอเองก็เป็นผู้หญิง เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่เธอจะตกหลุมรักผู้หญิงด้วยกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสนว้าวุ่นในใจ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

และก่อนที่ทั้งคู่จะต้องปวดหัวไปมากกว่านี้ อาหารที่สั่งไว้ก็ถูกนำมาเสิร์ฟลงตรงหน้าทั้งสองคนเสียก่อน กลิ่นหอมโชยมาแตะจมูกและทำปฏิกิริยากับกระเพาะของเธอทั้งสองคน ส่งผลให้สมองหยุดคิดเรื่องต่างๆ เมื่อครู่ แล้วหันมาให้ความสนใจกับอาหารที่มีหน้าตาน่ารับประทานนั้นแทน

"กุ้งเผาน่ากินจังเลย กลิ่นก็ห๊อม. . .หอม โอย. . .ไม่ไหวแล้ว หิวจัง ขอวีกินก่อนล่ะนะ"

ร่างสูงจ้องมองกุ้งก้ามกรามตัวโตสีส้มที่นอนแน่นิ่งเรียงกันอยู่สี่ห้าตัวบนจานเปลใบใหญ่ ก่อนจะหยิบขึ้นมาแล้วปล่อยลงในจานของตัวเองอย่างเร็ว พลางร้องอุทานออกมา พร้อมๆ กับโบกมือไปมา เพื่อไล่ความร้อน นางแบบสาวรีบคว้ามาดูก็พบว่านิ้วเรียวของวีร์ธิราแดงและกำลังจะพองเพราะโดนความร้อน จึงดึงมือร่างสูงให้หันออกไปนอกโต๊ะ แล้วรีบเทน้ำเปล่าจากแก้วน้ำของตัวเองที่มีน้ำแข็งลอยอยู่สามสี่ก้อนลงบนมือของเจ้าตัวทันที คราวนี้ร่างสูงร้องอุทานออกมาอีกครั้งพลางสะบัดมือหนีเพราะความเย็นของน้ำทำให้มือเธอชาขึ้นมาทันที

"โอ๊ย. . .ดาทำอะไรเนี่ย มือวีชาไปหมดแล้วนะ"

"อ้าว โดนของร้อนๆ มันก็ต้องทำให้เย็นก่อนสิ คนอะไรก็ไม่รู้ซื่อบื้อจัง เห็นก็เห็นอยู่ว่าควันขึ้นขนาดนั้น ยังจะไปหยิบขึ้นมาอีก ตะกละจริงๆ เลย ยัยบ๊องนี่"

ร่างบางหันมาดุ พร้อมกับวางแก้วน้ำของตัวเองลงที่เดิม ก่อนจะเอื้อมมือไปเขกศีรษะคนตะกละเสียหนึ่งที ร่างสูงทำหน้ามุ่ยมองปลายนิ้วมือตัวเองที่แดงอย่างเห็นได้ชัด

"รอให้มันเย็นแล้วค่อยกินก็ได้นี่นา เอ้านี่ ปลาหมึกนึ่งมะนาว ลองกินดู ไม่รู้อร่อยหรือเปล่านะ แต่ดาชอบ"

พูดแล้วก็ตักปลาหมึกชิ้นพอดีคำใส่ไว้ในจานของร่างสูงข้างๆ กับเจ้ากุ้งตัวโตที่นอนแอ้งแม้งอยู่ก่อนหน้านั้น ร่างสูงหยิบช้อนขึ้นมาตักเข้าปาก ก่อนจะเอ่ยออกมาทั้งที่ยังเคี้ยวตุ้ยๆ อยู่เต็มปาก

"อืม. . .อาหย่อยยังเยยโนะ"

"อร่อยก็กินเยอะๆ นะ นี่ๆ ลองกินอันนี้ด้วยสิ ปลากะพงเผาเกลือ ของโปรดของดาอีกเหมือนกัน"

ร่างบางใช้ช้อนกับส้อมตักปลาใส่ช้อนให้ พอเข้าปากได้เท่านั้น ร่างสูงก็ทำหน้าเหยเก พลางหันไปคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่มอักๆ แล้วจึงเอ่ยขึ้น

"ปลาอะไรของดาเนี่ย เค็มชะมัดเลย จะแกล้งวีเหรอ"

"อ้าวเหรอ ขอโทษนะวี สงสัยดาจะไปตักตรงที่เค้าทาเกลือเอาไว้พอดี ลองใหม่สิ ชิ้นนี้รับรองไม่เค็มแน่นอน"

ร่างบางรีบตักชิ้นใหม่พลางป้อนให้ถึงปากอย่างเอาใจ แต่ร่างสูงส่ายหน้าแรงๆ พลางผลักมือของแพรลดาให้หันเข้าหาตัวเอง พอนางแบบสาวได้ลิ้มรสนั้น ก็ทำหน้าเบ้ พลางหันไปคว้าแก้วของตัวเองขึ้นมาดื่มทันที แต่พอนึกได้ว่าเมื่อครู่เทน้ำใส่มือร่างสูงไปหมดแล้ว จึงคว้าเอาแก้วของร่างสูงที่มีน้ำเหลืออยู่เพียงครึ่งแก้ว วางอยู่ใกล้ๆ กันขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมด เมื่อได้เห็นท่าทางของนางแบบสาวแบบนั้น วีร์ธิราก็หัวเราะออกมาเบาๆ ร่างบางส่งยิ้มแห้งๆ ให้พลางเอ่ยขึ้น

"เค็มจริงๆ ด้วย สงสัยแม่ครัวเค้าคงทำเกลือหกน่ะ กินกุ้งดีกว่าเนอะ ป่านนี้คงจะเย็นแล้วล่ะ"   

ว่าแล้วแพรลดาก็หยิบกุ้งตัวโตมาใส่จานของตัวเอง แล้วแกะด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ พอดึงหัวกุ้งออก มันกุ้งเหลวๆ ที่อยู่ตรงส่วนหัว ก็กระเด็นเลอะแก้มของหญิงสาว เธอใช้หลังมือเช็ดคราบออก ทว่าันกุ้งสีส้มนั้นไม่ได้หายไป แต่ยังทำให้แก้มขาวของเธอเปื้อนเป็นแนวยาวเลยทีเดียว ร่างสูงหัวเราะคิกคักออกมา พลางหยิบกระดาษทิชชูแล้วเอื้อมมือไปเช็ดให้นางแบบสาวที่มองคนตรงหน้าอย่างงงๆ

"ทำยังไงให้เลอะได้เนี่ย ส่งมานี่มา เดี๋ยววีแกะให้เองดีกว่า คนอะไรก็ไม่รู้ แค่แกะกุ้งแค่นี้ยังทำให้กระเด็นได้ แถมยังป้ายซะเลอะอีกตังหาก"

ร่างสูงแอบว่าคืนไปบ้าง นางแบบสาวอ้าปากจะเถียงแต่ก็เถียงไม่ออก ได้แต่มองตามกุ้งตัวโตที่ร่างสูงคว้าไปแกะในจานของตัวเอง พลางตักข้าวเปล่าเข้าปากแก้เก้อที่ตัวเองทำอะไรน่าอายออกไป รอยยิ้มเขินๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาว ทำเอาคนอาสาแกะกุ้ง เผลอหวั่นไหวใจเต้นโครมครามไม่ได้ จึงทำเป็นก้มหน้าก้มตาแกะกุ้ง แต่แท้จริงแล้วกำลังหลบสายตาหวานๆ ที่ส่งมาให้เธอนั่นต่างหาก

ระหว่างที่วีร์ธิรากับแพรลดากำลังทานอาหารกันอยู่เพลินๆ จึงไม่ได้รู้เลยว่าทั้งคู่กำลังตกเป็นหัวข้อสนทนาของใครบางคนไปเสียแล้ว

"ไอ้แก้วเอ๊ย. . .อยากให้แกได้มาเห็นจริงๆ เลย สองคนนั้นสวีทกันจนฉันอิจฉาตาร้อนผ่าวเลยรู้มั้ย ฉันว่าเรื่องที่แกบอกว่าน้องวีเค้าคบกับน้องพริตตี้เพราะความจำเป็น คงเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ล่ะก็ สองคนนั้นต้องตีบทแตกกระจุย คว้ารางวัลออสการ์ไปนอนกอดได้อย่างสบายๆ เลยล่ะ เล่นซะสมบทบาทขนาดนั้น"

เสียงของแพมเจื้อยแจ้วกรอกใส่หูโทรศัพท์ไปยังกรอบแก้ว เพื่อนสนิท ปลายสายนั้นแม้ในตอนแรกจะปักใจเชื่อว่าระหว่างวีร์ธิรากับแพรลดาต้องมีเบื้องหลังอะไรกันอยู่ แต่พอได้รับการยืนยันจากเพื่อนสนิทที่ลงทุนโทรทางไกลจากพัทยาเพื่อรายงานข่าวอัพเดทให้เธอฟัง ก็ทำให้กรอบแก้วเริ่มจะคล้อยตามไปกับความเห็นของเพื่อนเสียแล้ว

………………………………………………………………………………………………………………………………….

 กริ๊ง. . .ง กริ๊ง. . .. . .งงงงง

เสียงโทรศัพท์ภายในห้องพักดังขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้น ปลุกให้นางแบบสาวตื่นขึ้นมา พลางยกหูขึ้นมารับพลางกรอกเสียงงัวเงียลงไป

"สวัสดีค่ะ"

"สวัสดีค่ะพี่พริตตี้ แป้งเองนะคะ พอดีเพิ่งทราบจากผู้จัดการรีสอร์ทว่าพี่พริตตี้มาถึงตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ถ้ารู้ก่อนว่าเมื่อวานตอนเย็นพี่ว่าง จะได้นัดถ่ายแบบบางเซ็ตไปก่อนเลย แต่ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้พี่พริตตี้ว่างทั้งวันใช่มั้ยคะ เพราะว่าต้องทำเวลาหน่อย ช่วงเช้าถ่ายที่รีสอร์ทก่อน แล้วตอนบ่ายๆ ค่อยนั่งเรือออกไปถ่ายที่เกาะแถวนี้น่ะค่ะ อืม. . .อีกประมาณครึ่งชั่วโมงพี่พริตตี้จะพร้อมมั้ยคะ เพราะว่าเดี๋ยวพอสายแดดจะแรงกว่านี้ แล้วทีมงานจะจัดแสงลำบากน่ะค่ะ"

เสียงของสต๊าฟสาวน้อยดังแว่วมาตามสาย แพรลดารับคำด้วยน้ำเสียงเอื่อยๆ เพราะยังไม่ตื่นดี พลันก็ร้องอุทานเสียงหลงออกมา เมื่อคนที่นอนอยู่ข้างๆ พลิกตัวมาก่ายเธอเอาไว้ ขาข้างหนึ่งพาดมาบนสะโพกของเธอ และมือข้างหนึ่งวางแปะลงบนหน้าอกนุ่มของเธอ ทว่า ร่างสูงนั้นยังไม่รู้สึกตัว ยังคงนอนหลับต่อไป นางแบบสาวจึงเผลอพูดกับคนที่นอนหลับ โดยลืมไปว่ายังไม่ได้วางสายจากแป้ง

"เอ๊ย. . .วี ทำอะไรน่ะ เอามือออกไปจากหน้าอกเดี๋ยวนี้เลยนะ"

คำพูดของแพรลดาทำให้ปลายสายแอบคิดเตลิดไปอีกครั้ง เธอโทรมาขัดจังหวะคู่รักอีกแล้วหรือนี่ สาวน้อยหน้าแดงก่ำ พลางละล่ำละลักขอวางสายไปทันที นางแบบสาวไม่ทันได้คิดอะไร วางโทรศัพท์ลงที่เดิม แล้วค่อยๆ ยกแขนและขาหนักๆ ของร่างสูงออก พร้อมกับปลุกให้ตื่นขึ้น แต่เมื่อเห็นว่าทำยังไงสาวหล่อร่างสูงก็ไม่ยอมลืมตาซักที ร่างบางจึงก้มหน้าลงไปใกล้ๆ แล้วงับเข้าที่ใบหูของวีร์ธิราทันที

"อื๊อ. . .. . .ดา. . .ไม่อาวน๊า. . .อืม"

นอกจากจะไม่ตื่นแล้ว ร่างสูงยังส่งเสียงครางในลำคอ คล้ายจะยั่วเย้าอารมณ์ให้นางแบบสาวร้อนรุ่มขึ้นมา จึงเผลอตัวซุกไซร้ซอกคอขาวของร่างสูง สูดดมกลิ่นกายหอมๆ  ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากบางไปฝังรอยจูบเอาไว้ที่คอของร่างสูง จนเป็นรอยแดงขึ้นมา สัมผัสแปลกๆ ทำให้วีร์ธิราลืมตาขึ้นมามองแวบหนึ่ง แล้วจึงหลับตาลง ก่อนจะลืมตาแป๋วขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อพบว่าใบหน้าหวานของแพรลดาลอยเด่นอยู่ตรงหน้า มือของเธอก็ผลักร่างบางออกไปโดยอัตโนมัติ โพล่งออกมาอย่างตกใจ พลางเอามือลูบคลำลำคอของตน

"เฮ้ย. . .ไม่ใช่ฝันเหรอ แล้วเมื่อกี้ ดาทำอะไรวีน่ะ"

นางแบบสาวสั่นหน้าดิกๆ พลางทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไป ปล่อยให้ร่างสูงนั่งนิ่งอยู่กับเตียงอย่างนั้นสักพัก แล้วจึงรีบกระโจนพรวดลงจากเตียงไปยังหน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้ง ค่อยๆ เอามือที่ปิดลำคอตัวเองเลื่อนออกทีละนิด เผยให้เห็นรอยแดงช้ำบนผิวขาวนวลอย่างเด่นชัด วีร์ธิราหน้าซีดเผือด แล้วจึงวิ่งไปทุบประตูห้องน้ำโวยวายเสียงดังใส่คนข้างใน ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งกองกับพื้น

"ดา. . .ทำอะไรลงไปเนี่ย อยู่ดีๆ มากัดคอวีทำไม ถ้าหิวมากก็ออกไปกินข้าวก่อนได้นี่นา ทำไมทำแบบนี้ล่ะ คนบ้า"

คนที่หนีเข้าไปหลบอยู่ในห้องน้ำเกือบจะตบหน้าตัวเองด้วยความรู้สึกผิดไปแล้ว ที่เผลอตัวเผลอใจไปกับเสียงครางยั่วยวนอารมณ์ใคร่นั้น กลับชะงักมือเอาไว้เมื่อได้ยินคำพูดของวีร์ธิรา ร่างบางได้แต่ยกมือขึ้นมาปิดปากเอาไว้ พยายามกลั้นเสียงหัวเราะไม่ให้ดังเล็ดรอดออกมาอย่างสุดชีวิต จนร่างเพรียวบางสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง

'กัดคอเหรอ ฮิฮิฮิ ยัยนั่นคิดว่าถูกฉันกัดคอล่ะ ตลกจัง คิดได้ยังไงเนี่ย คนอะไรมันจะอินโนเซ้นส์ขนาดนี้เนี่ย ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ไหวแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งขำ อูย. . .ดูสิ หัวเราะจนปวดท้องไปหมดแล้วเรา'

ร่างบางแทบจะลงไปนอนขำกลิ้งอยู่บนพื้นหินอ่อนในห้องน้ำแล้ว หากไม่ติดว่าต้องรีบออกไปเตรียมตัวถ่ายแบบ เธอคงจะนอนขำอยู่อย่างนี้ ไม่ได้ออกไปไหนแน่ๆ ว่าแล้วก็รีบลุกไปชำระล้างร่างกายของตนอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงค่อยๆ เปิดประตูแง้มทีละนิด แล้วยื่นหน้าออกมามองซ้ายมองขวาหาร่างสูง แต่ก็ไม่พบ กำลังจะก้าวเท้าเดินออกมาก็สะดุ้งสุดตัว เมื่อใบหน้าขาวๆ ของวีร์ธิราโผล่ออกมาจากหลังประตูบานนั้น

"เฮ้ย! มาทำอะไรลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงนี้ล่ะ รีบไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวดาต้องรีบออกไปถ่ายแบบแล้วนะ น้องแป้งเค้าโทรมาตามแล้วด้วย"

ร่างบางก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตาร่างสูงที่ส่งสายตาโหดๆ มาให้ มือเรียวของวีร์ธิราเชยคางนางแบบสาวให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับตน พลางชี้มือไปยังรอยแดงที่ปรากฏบนลำคอขาวของเธอ แล้วถามอย่างเอาเรื่อง

"แล้ววีจะทำยังไงกับรอยนี้เนี่ย มันเห็นชัดมากเลยนะ"

หญิงสาวส่ายหน้าน้อยๆ ไม่ได้แสร้งทำเป็นไม่รู้ เพียงแต่ว่าเธอไม่รู้จริงๆ ว่าจะทำอย่างไรให้มันหาย เคยแต่เป็นคนทำอย่างเดียวนี่นา พลางยกมือขึ้นตบไหล่ร่างสูงเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นเหมือนให้กำลังใจ

"ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง แป๊บเดียว เดี๋ยวก็หายนะ"

"แป๊บเดียวของดาน่ะมันเมื่อไหร่กัน ฮึ!"

ร่างบางหยุดคิดนิดนึง พลางนึกไปถึงรอยจูบที่เธอเคยประทับไว้บนลำคอของคนรักเก่า ยกนิ้วมือขึ้นมานับ ก่อนจะตอบเบาๆ แล้วส่งยิ้มแห้งๆ ให้เมื่อจบประโยค แต่ร่างสูงกลับทำตาโตพลางตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

"ก็ไม่นานหรอกประมาณ 2 – 3 วัน บางทีก็อาจจะนานกว่านั้นหน่อย ประมาณซักอาทิตย์กว่าๆ ได้มั้ง"

"ห๊า!!! อะไรนะ อาทิตย์นึงเชียวเหรอ แล้วถ้าคนอื่นเค้าถามว่าวีไปโดนอะไรมา วีจะตอบเค้าว่าไงล่ะ จะให้บอกว่าถูกดากัดคองั้นเหรอ ตลกตายเลย"

"ไม่เป็นไรหรอก ไม่มีใครถามหรอกน่า เชื่อดาเถอะ"

ร่างบางลอบยิ้มเล็กน้อยพลางกลั้นหัวเราะเอาไว้จนหน้าแดงก่ำ เธอไม่บอกหรอกว่า ที่คนอื่นไม่ถามเป็นเพราะว่าใครเห็นใครก็รู้กันทั้งนั้นแหละ ยัยต๊องเอ๊ย ร่างสูงคาดคั้นกับเธอก่อนจะพยักหน้าหงึกๆ พยายามทำใจให้เชื่อว่าคงจะไม่มีใครถามเธออย่างที่แพรลดาบอก

"เอ่อ. . .ถ้ากลัวใครเห็น วีจะเอาพลาสเตอร์ปิดไว้ก็ได้นะ ในกระเป๋าดามี เดี๋ยวดาหยิบให้"

เมื่อเห็นหน้าตาเซื่องซึมของร่างสูง นางแบบสาวก็อดสงสารไม่ได้ จึงเสนอความคิดออกไป วีร์ธิราพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะเดินคอตกเข้าห้องน้ำไป

………………………………………………………………………………………………………………………………….

จากนั้นนางแบบสาวก็ไปนั่งรอให้ช่างแต่งหน้าทำผม เตรียมตัวถ่ายแบบในคอนเซปท์คู่รักที่มาฮันนีมูนบนเกาะส่วนตัวกับมิว นายแบบรุ่นน้อง กับนายแบบหนุ่มคนนี้ แพรลดาไม่รู้สึกรังเกียจหรือไม่อยากเข้าใกล้เหมือนนายแบบคนอื่นๆ อาจเพราะเธอรู้ความจริง ว่ามิว เป็นเกย์ แถมยังเป็นเกย์ควีนที่ใครต่อใครเม้าท์กันให้กระฉ่อนว่า เขาเป็นคู่ขากับนักร้องหนุ่มระดับซุปเปอร์สตาร์ของเมืองไทยอีกด้วย และเหตุผลที่เขารับถ่ายภาพในคอนเซปท์คู่รักกับเธอ อาจเพราะต้องการกลบเกลื่อนข่าวนี้ไปด้วยในตัว

แต่ยังไม่ทันที่จะได้เริ่มถ่ายทำ น้องแป้งสต๊าฟสาวน้อยก็วิ่งตื๋อเข้ามาหาแพรลดาอย่างรวดเร็ว คราวนี้นางแบบสาวจึงรีบดักคอเสียก่อนที่สาวน้อยจะได้พูดออกมา

"วันนี้จะงดถ่ายอีกแล้วเหรอคะน้องแป้ง"  สาวน้อยยิ้มเจื่อนๆ ให้ ก่อนจะบอกออกมาอย่างอ้อมแอ้ม

"ก็ไม่เชิงค่ะ คือ เมื่อกี้ผู้จัดการส่วนตัวของพี่มิวโทรมาบอกว่า พี่มิวท้องร่วงอย่างรุนแรงตอนนี้ถูกหามส่งโรงพยาบาลแล้วค่ะ พี่เก้งเลยให้แป้งมาถามว่าถ้าต้องเปลี่ยนตัวนายแบบพี่พริตตี้จะขัดข้องอะไรมั้ยคะ"

นางแบบสาวหยุดคิดเล็กน้อย พลางนึกในใจว่า กองถ่ายนี้ช่างมีอาถรรพ์มากมายเสียเหลือเกิน คราวก่อนตากล้องก็ถูกรถชน มาคราวนี้นายแบบหนุ่มกลับมาท้องร่วงเสียอีก มีหวังถ้าปล่อยให้มีนัดคราวหน้า อาจจะเป็นเธอเองก็ได้ที่จะต้องเป็นคนรับเคราะห์ร้ายเหล่านั้น ทางที่ดีเพื่อให้งานนี้ผ่านพ้นไปโดยเร็ว เห็นทีเธอคงจะต้องยอมๆ ตามที่ตากล้องและทีมงานจัดให้เสียแล้ว

"ก็ได้ค่ะน้องแป้ง พี่ไม่มีปัญหา ไหนๆ มาแล้วก็ถ่ายให้มันเสร็จๆ ไปเลยดีกว่า ว่าแต่พี่เก้งจะให้ใครมาเป็นนายแบบแทนหรือคะ"

สาวน้อยลอบยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยชื่อใครบางคนออกมา เป็นผลให้นางแบบสาวถึงกับอ้าปากค้าง ทำตาปริบๆ ก่อนจะถามย้ำอีกครั้ง

"พี่เก้งอยากให้พี่วีเป็นนายแบบคู่กับพี่พริตตี้ค่ะ"

"เมื่อกี้น้องแป้งบอกว่าใครนะคะ พี่ได้ยินไม่ชัด"

"พี่วี. . .ทอมหล่อๆ แฟนพี่พริตตี้คนนั้นแหละค่ะ"

สาวน้อยเอ่ยออกมา พลางชี้มือไปยังสาวหล่อคนรักจอมปลอมของเธอที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ริมสระว่ายน้ำ ในขณะเดียวกับที่ตากล้องหนุ่มเดินเข้าไปหาวีร์ธิราพร้อมกับเอ่ยขึ้น

"เอ่อน้องครับ. . .น้องชื่อวีใช่มั้ย"  ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนด้วยความสงสัยก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ

"อืม. . .คือ พอดีวันนี้นายแบบที่พริตตี้เค้าต้องถ่ายคู่ด้วย เกิดไม่สบายกระทันหันน่ะ พี่ก็เลย. . ."  ยังไม่ทันที่เก้งจะพูดจบประโยค ร่างสูงก็ยิ้มออกมาพลางเอ่ยสวนกลับไป

"อ๋อ. . .วันนี้จะงดถ่ายอีกแล้วเหรอฮะ"  ตากล้องหนุ่มส่ายหน้า ก่อนจะร่ายยาวเป็นชุด

"ไม่ใช่หรอก คือพี่จะขอให้น้องวีช่วยเป็นนายแบบถ่ายคู่กับน้องพริตตี้หน่อยนะ ยังไงๆ คอนเซปท์นี้ก็เป็นคอนเซปท์คู่รักอยู่แล้ว อีกอย่างเราก็คงไม่ชอบใช่มั้ยล่ะที่จะให้แฟนตัวเองไปถ่ายแบบสวีทกับคนอื่น โดยเฉพาะกับผู้ชายด้วยน่ะ เพราะฉะนั้นช่วยพี่หน่อยนะครับ เดี๋ยวพี่ให้ค่าตอบแทนเพิ่มเป็น 2 เท่าเลย มาเป็นนายแบบให้พี่หน่อยนะ"

วีร์ธิราถึงกับอึ้งไป แค่สวมบทคนรักจอมปลอมของแพรลดาในมาดสาวหล่อเช่นนี้ก็แทบจะหืดขึ้นคอแล้ว ยังมาเจองานหินกว่าอีก พอเห็นสาวหล่อตั้งท่าจะปฏิเสธ ตากล้องหนุ่มก็รีบลงไปนั่งคุกเข่า ควักไม้ตายจากหนังจีนกำลังภายในแนวโปรดของตัวเองออกมาใช้งานทันที

"น้องวีครับ อย่าปฏิเสธเลยนะ พี่ไม่รู้จะไปหานายแบบที่ไหนจริงๆ ค่าเช่าสถานที่พี่ก็จ่ายไปหมดแล้วด้วย ถ้าต้องเลิกกองทั้งที่ยังไม่ได้งานแบบนี้พี่คงหมดตัวแน่เลย นะครับน้องวี ไม่อย่างนั้นพี่จะนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน จนกว่าน้องวีจะยอมตกลงเลยล่ะ"

สาวหล่อรีบย่อตัวลงไปฉุดรั้งให้ตากล้องหนุ่มยืนขึ้นทันที พร้อมกับตกปากรับคำอย่างเสียไม่ได้ ตากล้องหนุ่มที่ตีหน้าเศร้าอยู่เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นยิ้มระรื่น ก่อนจะตะโกนบอกสต๊าฟสาวสวยเสียงดังลั่น

"น้องแป้งจ๋า. . .พาตัวนายแบบคนใหม่ของเราไปแต่งหน้าทำผมเร็วเข้า เดี๋ยวจะไม่ทันเวลาออกเรือตอนบ่ายนะ"

สต๊าฟสาวผละจากแพรลดารีบวิ่งมากึ่งลากกึ่งจูงคนรักกำมะลอของนางแบบสาวเข้าไปในห้องแต่งตัวทันทีตามคำสั่งของเก้ง เมื่อถูกพามานั่งอยู่ข้างๆ กัน ร่างสูงก็ทำท่าจะเปิดปากพูด แต่นางแบบสาวเอ่ยออกมาก่อน พลางเอื้อมมือมาบีบมือของร่างสูงเอาไว้อย่างให้กำลังใจ

"ไม่ต้องเครียดนะคะวี พริตตี้เชื่อว่าวีทำได้ และต้องทำได้ดีอย่างแน่นอน"

ร่างบางส่งยิ้มหวานเยิ้มให้วีร์ธิรา จนช่างแต่งหน้าและช่างทำผม รวมถึงทีมงานที่อยู่แถวนั้นเป่าปากวี้ดวิ้ว ส่งเสียงแซวกันยกใหญ่ นางแบบสาวจึงรีบปล่อยมือคนรักจอมปลอมของเธอด้วยท่าทางเขินๆ ร่างสูงเองก็รีบเบนหน้ากลับไปทางกระจกบานใหญ่เบื้องหน้าเหมือนเดิม มีเพียงแก้มขาวของคนทั้งคู่เท่านั้นที่กลายเป็นสีแดงก่ำทั้งที่ยังไม่ถูกเติมแต่งสีสันใดๆ ลงไปสักนิด

"อุ๊ยน้องวี ที่คอไปโดนอะไรมาคะ ทำไมต้องติดพลาสเตอร์ด้วยล่ะ เอาออกได้มั้ยคะเนี่ย เวลาถ่ายแบบมันไม่งามนะคะ"

ช่างแต่งหน้าหนุ่มท่าทางกระตุ้งกระติ้ง จีบปากจีบคอพูดพลางทำท่าจะแกะพลาสเตอร์ที่คอของวีร์ธิราออก เจ้าตัวร้องเสียงหลง พลางรีบตะครุบมือใหญ่นั้นเอาไว้ ก่อนจะใช้มือของตัวเองปิดรอยพลาสเตอร์นั้น ยิ้มเจื่อนๆ ให้ พลางเอ่ยขึ้น

"เอ่อ. . .คือว่า มันเป็นแผลใหญ่มากน่ะฮะ วีกลัวเชื้อโรคเข้า ขออนุญาตไม่แกะได้มั้ยฮะ"

"แต่พลาสเตอร์มันเด่นไปหน่อยนะคะ ลายการ์ตูนสีชมพูหวานแหววแบบนี้ด้วย เดี๋ยวพี่ให้ทีมงานเอาแบบแผ่นใสมาเปลี่ยนให้แล้วกันนะ น้องอ้อน. . .ไปหยิบกระเป๋ายามาหน่อยซิ พี่จะเปลี่ยนพลาสเตอร์ให้น้องวีเค้า"

ช่างแต่งหน้าหนุ่มเสนอความเห็นพร้อมกับหันไปตะโกนเรียกทีมงานที่อยู่แถวนั้นให้หยิบของที่ต้องการมาให้ พลางหันมาแกะพลาสเตอร์ลายหวานนั้นออก ก่อนจะยกมือขึ้นมาทาบอกด้วยความตกใจ แล้วมองไปยังนางแบบสาวที่นั่งยิ้มเขินๆ อยู่ด้านข้าง ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ พูดขึ้นแล้วหันไปทางนางแบบสาว พลางทำปากขมุบขมิบในประโยคข้างท้าย เหมือนทีวีที่ถูกเซนเซอร์ดูดเสียงออกไป

"เอ. . .แผลก็ไม่ได้ใหญ่มากนี่คะ ติดพลาสเตอร์เอาไว้ทั้งวันเดี๋ยวมันอบแย่เลย พี่ว่าไม่ต้องติดดีกว่าค่ะ แบบนี้ดีแล้วล่ะ. . .(เซ็กซี่ดี)"

"เอ่อ. . .เอางั้นเหรอฮะ มันไม่น่าเกลียดจริงๆ เหรอฮะ อืม. . .ตามใจพี่ก็แล้วกัน"

สาวหล่อยอมจำนนเมื่อเห็นสายตาจริงจังของคนออกความเห็น จึงได้แต่นั่งเงียบอย่างว่าง่ายให้ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมเปลี่ยนให้เธอกลายเป็นนายแบบหนุ่มสุดหล่ออย่างที่ตากล้องหนุ่มต้องการ

"เอาละครับเดี๋ยวเซ็ตแรกนี้ ให้น้องวีกับน้องพริตตี้นั่ง ดูดน้ำหวานในแก้วนี้แล้วมองตากันแบบหวานๆ หน่อยนะครับ"

วีร์ธิราและแพรลดาถูกจัดให้นั่งที่เก้าอี้ริมสระว่ายน้ำ พลางดูดน้ำหวานจากแก้วใบใหญ่ที่มีหลอดปลายล่างเป็นท่อตรงยาวท่อเดียวขึ้นไปแล้วออกแยกรูปหัวใจ คนละด้าน

แพรลดาโพสท่าถ่ายภาพอย่างมืออาชีพในขณะที่วีร์ธิราแลดูเก้ๆ กังๆ พอริมฝีปากสัมผัสปลายหลอด และสายตาทอดไปยังดวงตากลมโตคู่สวยของนางแบบสาว ก็ทำเอานางแบบมืออาชีพอย่างแพรลดาเผลอเบือนหน้าหลบตาด้วยความเขินทันที แม้จะรู้ว่านี่คืองาน และถึงแม้ว่าเธอจะเคยแกล้งทำอะไรคล้ายๆ แบบนี้กับร่างสูงที่อยู่ตรงหน้ามาหลายครั้งแล้วก็ตาม แต่เธอก็อดเขินไม่ได้เมื่อต้องมานั่งจ้องมองคนรักจอมปลอมของเธออย่างใกล้ชิดต่อหน้าสาธารณชนมากมายเช่นนี้ นางแบบสาวหันไปขอโทษขอโพยตากล้องหนุ่ม พยายามตั้งสติให้มั่น ไม่ให้เผลอหวั่นไหวไปกับสายตาของร่างสูงนั้น ท่ามกลางเสียงแซวเสียงล้อจากบรรดาทีมงานตลอดการถ่ายทำ สร้างความเขินอายให้กับคู่รักจอมปลอมไม่น้อยทีเดียว ไม่นานนักตากล้องหนุ่มก็ถ่ายเซ็ตนี้เสร็จเรียบร้อย เตรียมเคลื่อนย้ายไปยังบริเวณอื่น  สาวหล่อแอบอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อรู้ว่านางแบบสาวเขินที่ต้องจ้องมองใบหน้าของตน ก็อดแซวเบาๆ พลางส่งยิ้มอย่างล้อๆ ไม่ได้

"เมื่อกี้ดาเขินวีเหรอ หน้าแดงไปถึงหูแล้วนะ"

"บ้า! จะเขินทำไมล่ะ รีบไปเปลี่ยนเสื้อเลยไป พี่เค้าเรียกแล้วนั่น"

นางแบบสาวรีบเปลี่ยนเรื่องทันที แล้วเดินไปเปลี่ยนชุดเช่นเดียวกันแต่ยังไม่วายเขินอายจนแก้มแดงเป็นลูกตำลึงสุก

พอตกบ่ายทีมงานก็พาคู่รักไปยังบริเวณท่าเทียบเรือ เพื่อไปยังเกาะส่วนตัวของเศรษฐีคนหนึ่งที่ตากล้องหนุ่มไปขอเช่าเอาไว้เพื่อถ่ายแบบในวันนี้ เรือออกไปได้สักพัก ร่างสูงก็หน้าซีด พลางซบหน้าลงกับไหล่กลมมนของแพรลดา หญิงสาวหันไปเห็นเข้าก็อุทานออกมาด้วยความตกใจที่เห็นคนรักจอมปลอมของตนหน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม

"ดา. . .วีไม่ไหวแล้ววีจะ. . .อุแหวะ" ร่างสูงเอามือปิดปากตัวเองไว้ ก่อนจะหันหน้าออกไปทางข้างกราบเรือ แล้วอาเจียนลงไปในน้ำทะเล โดยมีนางแบบสาวลูบหลังขึ้นลงให้

"อุ๊ย วีเป็นอะไรคะ เมาเรือเหรอ ไหวรึเปล่าเนี่ย ใครมียาดมบ้างคะ วีเมาเรือค่ะ"

นางแบบสาวร้องขอยาดมจากทีมงาน พลางประคองร่างสูงที่อาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง ให้ล้มตัวลงนอนหนุนตักเธอ มือข้างหนึ่งถือยาดมจ่อที่บริเวณจมูกของวีร์ธิรา อีกมือคว้าเศษกระดาษแถวนั้นมาโบกพัดให้ มองคนที่นอนบนตักด้วยสายตาเป็นห่วง ร่างสูงนอนหลับตาพริ้มอยู่บนตักนุ่ม พลางคว้ายาดมในมือนางแบบสาวมาถือเอาไว้เสียเอง แล้วเอามือข้างที่ว่างนั้นมาแปะลงบนแก้มขาวของตน พลางกุมมือนั้นเอาไว้

"มือดาเย็นดีจัง ขอวางเอาไว้แบบนี้หน่อยนะ"

เสียงเนิบๆ เอื้อนเอ่ยขึ้นมา ก่อนจะผล็อยหลับไปอย่างอ่อนเพลีย แพรลดาไม่ได้ขัดขืนอะไร เพียงแค่เป็นห่วงคนรักจอมปลอมของเธอมากกว่า ถ้าหากเธอรู้สักหน่อยว่าวีร์ธิราจะเมาเรือแบบนี้ เธอคงจะขอร้องให้ตากล้องหนุ่มถ่ายเฉพาะแค่เธอคนเดียวก็พอ

ไม่ช้าเรือก็แล่นมาถึงเกาะเล็กๆ กลางทะเล ทว่า มีความสวยงามตามธรรมชาติ ที่ไม่ได้ถูกปรับแต่งแต่อย่างใดเลย น้ำทะเลใสจนมองเห็นพื้นทรายสีขาวสะอาดตาด้านล่าง มีฝูงปลาตัวเล็กตัวน้อยว่าย วนเวียนไปมาอยู่โดยรอบ

"ทานข้าวกันก่อนนะคะ"

แป้งเดินถือกล่องข้าวสองกล่องมาให้นางแบบสาวกับคนรักกำมะลอของเธอ ที่นั่งอยู่บนผืนผ้าสีสดใส ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ต้นหนึ่งพลางเอ่ยถามถึงนายแบบจำเป็นด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน

"พี่วีเป็นยังไงบ้างคะ ดีขึ้นรึยัง พี่เก้งบอกว่าถ้าพี่วีถ่ายไม่ไหว จะถ่ายแค่พี่พริตตี้คนเดียวก็ได้. . ."

แป้งยังพูดไม่ทันจบประโยคดีพลันคนที่นอนอยู่ เมื่อได้กลิ่นหอมโชยออกมาจากกล่องข้าวก็เด้งตัวขึ้นมาคว้าข้าวกล่องไปจากมือสาวน้อยอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้หญิงสาวทั้งสองคนมอง คนที่เพิ่งจะเมาเรืออยู่เมื่อครู่ตักข้าวผัดเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยอาการงุนงง ไม่ถึง 3 นาที ข้าวในกล่องนั้นก็หายเกลี้ยงไปภายในพริบตา สองสาวมองหน้ากันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง แล้วนางแบบสาวก็เอ่ยขึ้น

"นี่วีอย่าบอกนะคะว่าเมื่อกี้. . ."

แพรลดายังพูดไม่ทันจบสาวหล่อคนรักของเธอก็ยิ้มแฉ่งให้ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างอายๆ

"ใช่จ้ะ เมื่อกี้วีหิวจนตาลายเลยล่ะ ก็เมื่อเช้ายังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยนี่นา ตื่นมาปุ๊บก็ถูกลากมาถ่ายแบบปั๊บ ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยซักนิด"

สต๊าฟสาวเอามือปิดปากก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ส่วนนางแบบสาวก็ถลึงตาใส่ร่างสูง แล้วหยิกหมับเข้าที่เอวจนคนถูกหยิกร้องโอดโอยขึ้นมาทันที

"คนบ้า หิวก็ไม่บอก ปล่อยให้พริตตี้คิดว่าวีเมาเรือซะอีก กำลังคิดอยู่เลยว่าขากลับวีจะเมาเรืออีกมั้ย ที่แท้ก็แค่หิว เฮ้อ. . .ไม่น่าเป็นห่วงเลยเรา"

"แน่ะ. . .ห่วงวีด้วยหรือครับที่รัก ดีใจจังเลย เป็นห่วงวีด้วย" ว่าแล้วก็คว้าจมูกคนตรงหน้าส่ายไปมา ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเขินๆ เมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังมีสาวน้อยจอมจุ้นนั่งอยู่ตรงนี้อีกหนึ่งคน

"อุ๊ย ลืมไปน้องแป้งนั่งอยู่ด้วยเนอะ. . .เอ่อฝากบอกพี่เก้งด้วยนะครับว่าพี่ถ่ายไหว ได้พลังรักจากพริตตี้แล้ว สู้ตายฮะ"

ร่างสูงชูสองนิ้วให้ ก่อนจะทำคอย่นเมื่อถูกนางแบบสาวมะเหงกเข้าให้ที่กลางศีรษะ แล้วยกมือขึ้นคลำบริเวณที่ถูกเขกป้อยๆ

"ฝากขอโทษพี่เก้งกับทีมงานทุกคนที่วีทำให้เป็นห่วงด้วยนะคะ เดี๋ยวพี่ทานข้าวเสร็จแล้วจะรีบตามไปค่ะ" นางแบบสาวหันไปเอ่ยกับแป้ง สาวน้อยยิ้มให้ทั้งสองคนอย่างล้อๆ แล้วรีบวิ่งกลับไปหาตากล้องหนุ่มทันที

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาการถ่ายแบบครั้งนี้ก็สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ทีมงานกำลังเก็บข้าวของเตรียมขนย้ายกลับไปขึ้นเรือ แพรลดาจึงเอ่ยปากขออนุญาตทีมงานเพื่อไปเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์รอบๆ เกาะ ซึ่งก็ได้รับอนุญาตแต่โดยดี จากนั้นเธอจึงชวนร่างสูงไปเดินเล่นที่ชายหาดอีกด้านหนึ่ง

"น้ำเย็นดีจังเลยเนอะ"

นางแบบสาวถอดรองเท้าวางทิ้งเอาไว้พลางวิ่งลงไปจุ่มเท้ากับน้ำทะเลใสแจ๋ว พอคลื่นซัดเข้ามาก็กระโดดหลบจนน้ำทะเลกระเซ็นไปถูกคนที่เดินอยู่เคียงข้าง

"ดาอย่ากระโดดสิ น้ำมันกระเด็นมาโดนวีนะ เดี๋ยวก็เปียกกันพอดีหรอก"

"ก็มันสนุกนี่นา ไม่ได้เล่นอะไรแบบเด็กๆ อย่างนี้มาตั้งนานแล้ว วีก็มาเล่นด้วยกันสิ ทำแบบนี้นะ"

นางแบบสาวสนุกสนานกับการได้เล่นอะไรที่ย้อนวัยของตัวเอง พลางสอนให้คนรักจอมปลอมของเธอทำตามไปด้วย ทั้งสองคนสนุกกับการเล่นกระโดดหลบคลื่นที่ม้วนตัวเป็นเกลียวเล็กๆ ซัดสาดเข้าสู่ชายฝั่ง ส่งเสียงหัวเราะสนุกสนาน โดยไม่รู้เลยว่ากำลังถูกตากล้องหนุ่มถ่ายภาพเก็บเอาไว้หลายภาพทีเดียว

'แบบนี้ดูเป็นธรรมชาติกว่าเมื่อกี้ตั้งเยอะแน่ะ รู้งี้ให้สองคนนั้นทำตัวตามสบายๆ ดีกว่า อ๊ะ. . .ช้อตนี้เด็ดสุด มุมกล้องอันนี้เหมือนจูบกันเลย อืม เยี่ยมๆ เอารูปนี้ขึ้นเป็นปกดีกว่า' ตากล้องหนุ่มนึกอยู่ในใจคนเดียว พลางยกกล้องขึ้นรัวชัตเตอร์มือเป็นระวิง

ร่างบางที่กระโดดเหยงๆ อยู่เมื่อครู่ทรุดลงไปกองกับพื้นทันที พลางเอามือกุมข้อเท้าของตัวเองเอาไว้ นิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

"เท้าพลิกเหรอ ฮะฮะฮ่า สมน้ำหน้า อยากกระโดดดีนัก ไหนขอดูหน่อยสิเป็นอะไรมากรึเปล่า"

ร่างสูงเข้าไปใกล้ๆ พลางยืดขาเรียวของหญิงสาวออก เผยให้เห็นรอยบวมแดงที่ข้อเท้าข้างซ้าย เธอทำหน้าตกใจก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วง

"เฮ้ย. . .บวมเยอะขนาดนี้เลยเหรอ เจ็บมากมั้ยดา เดินกลับไปไหวรึเปล่า ถ้าไม่ไหวเดี๋ยววีอุ้มไปก็ได้นะ"

ร่างบางส่ายหน้าพยายามจะลุกขึ้นยืนโดยมีร่างสูงช่วยประคองแต่ยังไม่ทันจะยืนได้ตรง ก็ล้มลงไปนั่งจุ้มปุ๊กกับพื้นอีกครั้ง

"เจ็บจังเลยอ่ะวี แต่ดาว่าวีอุ้มดาไม่ไหวหรอก ดาหนักนะ แค่พยุงเดินไปก็พอ"  นางแบบสาวไม่ค่อยไว้ใจหากให้ร่างสูงเป็นฝ่ายอุ้มเธอไป ด้วยน้ำหนักตัวที่แทบจะไม่แตกต่างกันมากนัก อาจจะพากันล้มกลิ้งทั้งคู่ได้

"ไม่ไหวหรอก แค่เมื่อกี้ยังล้มเลย เอาอย่างนี้ดีกว่า ขี่หลังวีไปแล้วกัน คงไม่หนักมากเท่าไหร่หรอก เอ้าขึ้นมาสิ"

ร่างสูงย่อตัวลงนั่งยองๆ พลางบอกให้นางแบบสาวขึ้นมาขี่หลังตน ร่างบางทำหน้าลังเลนิดๆ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวขึ้นหลังคนตัวสูงกว่าด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ร่างสูงยืดตัวขึ้นยืนแล้วแบกเอานางแบบสาวเดินกลับไปตามทางเดิมที่เดินมา แพรลดากอดกระชับวงแขนของตัวเองกับคอวีร์ธิราเอาไว้แน่นด้วยกลัวว่าจะตกลงไป พลางเอ่ยถามคนแบกอยู่เรื่อยๆ อย่างไม่มั่นใจว่าตัวเองหนักหรือเปล่า แต่ร่างสูงสั่นหน้า พร้อมกับวิ่งเหยาะๆ แทนคำตอบว่าเธอตัวเบาเพียงใด โดยไม่รู้สึกตัวอีกเช่นกันว่า ภาพของเธอทั้งสองถูกถ่ายเอาไว้โดยฝีมือช่างภาพหนุ่มคนเดิม เขาคลี่ยิ้มบางๆ ออกมาอย่างพึงพอใจ ด้วยหวังว่าแฟชั่นหวานในเซ็ตนี้ คงเป็นที่กล่าวขานกันไปทั่ววงการเลยทีเดียว

เมื่อเดินมาถึงบริเวณที่ถ่ายทำกันเมื่อครู่นี้ บรรดาทีมงานก็พากันส่งเสียงแซวคู่รักสุดสวีทกันยกใหญ่ ทำเอาเขินกันไปทั้งคู่ ก่อนที่ทั้งหมดจะนั่งเรือกลับไปยังรีสอร์ทอีกครั้ง เมื่อการถ่ายทำเสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์แล้ว

สำหรับการถ่ายแบบในครั้งนี้ ทั้งสองคนได้รับค่าตอบแทนรวมกันเป็นจำนวนเงินเกือบถึงเจ็ดหลัก คนที่ดีใจอย่างโอเว่อร์ที่สุดเห็นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนายแบบหนุ่มจำเป็นที่เพิ่งได้รับเงินก้อนโตจำนวนมากเช่นนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต

"ดารู้มั้ยว่าเงินนี่นะ มันมากกว่าวีเขียนนิยายตั้งสามเรื่องรวมกันเสียอีก เข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมใครๆ ก็อยากจะเข้ามาทำงานในวงการนี้กัน ก็มันได้เงินเยอะแบบนี้เองนี่เนอะ แล้ววีก็เข้าใจแล้วด้วยว่าดาเอาเงินที่ไหนมาซื้อคอนโดแพงๆ ซื้อรถหรูๆ เอาไว้ขับ คราวหน้าถ้าเขาหาตัวนายแบบไม่ได้อีก อย่าลืมเรียกใช้บริการวีร์ธิราสุดหล่อคนนี้อีกนะจ๊ะ ฮิฮิฮิ"

แพรลดาได้แต่ส่ายหน้าไปมากับอาการดีใจอย่างลิงโลดของคนรักจอมปลอมของเธอ แล้วอดยิ้มน้อยๆ ไม่ได้

'ที่จริงยัยนี่ก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย'  นางแบบสาวคิดอยู่ในใจ พลางนึกไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่พัทยาแล้วก็เผลอลอบยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี ดูเหมือนว่าเธอจะตกหลุมรักยัยติ๊งต๊องคนนี้เข้าแล้วสิ แพรลดาเอ๋ย

………………………………………………………………………………………………………………………………….

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #1001 งิงิ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 กันยายน 2553 / 22:24
    ช๊ายๆ ชอบตอนนี้ ที่ซู๊ด ๆ



    งิงิ คู่นี้ น่ารัก โณ๊ะ
    #1,001
    0
  2. #969 Number42 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 10:48
    ช่ายยยยยยยยยยยย

    น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #969
    0
  3. #938 ดับเครื่องชนไฮเปอร์ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มีนาคม 2553 / 22:03
    น่ารักมากๆเลย O0O
    #938
    0
  4. #918 My Angle (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553 / 23:37
    การี้ด กรี๊ด กร๊าด


    สุดยอด น่ารักมากๆเลยค่ะ

    เท่าที่อ่านมา

    ชอบตอนนี้ที่ซูดดดดดดดดดดดดดดดด
    #918
    0