O . o รักปลอมๆ ของจอมเจ้าเล่ห์ o . O (แนว Yuri)

ตอนที่ 12 : ฉันจะไปพัทยา. . .

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    2 ต.ค. 49

ตอนที่ 12

' ยังทำบ้า. . .ทำบ้า. . .ทำบ้าอะไร  ยิ่งอยากลืมเท่าไร ยิ่งทำให้มันจดจำ ทำบ้า. . .ทำบ้า. . .ทำบ้าอะไร ไม่เข้าใจหัวใจ ชอบนักหรือไงความช้ำ อยากลบ. . .ลบคำว่าเธอจากใจ ทิ้งรักไปเสียที . . . แต่ก็ไม่ยอมทำ '

เสียงเรียกเข้าแบบทรูโทน จากโทรศัพท์มือถือของแพรลดาดังขึ้นในเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น ทำให้ร่างสูงที่นอนหลับอยู่ลืมตาขึ้นมามองเจ้าโทรศัพท์เครื่องจิ๋วที่ยังคงสั่นครืดๆ แผดเสียงรบกวนอยู่บนโต๊ะข้างเตียงด้านที่แพรลดานอนอยู่ไม่ยอมหยุด พลางสะกิดหญิงสาวเจ้าของเครื่องที่ยังคงนอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ข้างๆ ให้ตื่นขึ้นมารับ

"คุณๆ ตื่นมารับโทรศัพท์หน่อยสิ ใครโทรมาก็ไม่รู้ ดังตั้งนานแล้วนะ"

นอกจากนางแบบสาวคนสวยจะไม่ยอมตื่นขึ้นมารับสายแล้ว ซ้ำยังพลิกตัวคว่ำลงกับเตียง พลางยกหมอนขึ้นมาปิดหูเพื่อกลบเสียงรบกวนนั้นเสียอีก ไม่ว่าวีร์ธิราทั้งปลุกทั้งเขย่าอย่างไร ร่างบางก็ยังคงนอนอยู่อย่างนั้น เธอจึงยกตัวคร่อมนางแบบสาวเอาไว้เอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์เครื่องจิ๋วนั้นขึ้นมากดรับเสียเอง กรอกเสียงงัวเงียลงไป พลางขยับตัวนอนราบไปกับพื้นเตียงเหมือนเมื่อครู่

"ฮัลโหล"

"เอ่อ. . .นั่นใช่เครื่องคุณพริตตี้ แพรลดาหรือเปล่าคะ" 

เสียงจากปลายสายถามกลับมาเหมือนไม่ค่อยมั่นใจ ด้วยกลัวว่าตนเองจะโทรผิดเบอร์ เมื่อเสียงที่รับสายกลายเป็นเสียงห้าวๆ ไม่ใช่เสียงหวานๆ ของนางแบบสาวเหมือนอย่างเคย ร่างสูงจึงตอบกลับไป 

"อ๋อ. . .ใช่ครับผม แต่พอดีตอนนี้พริตตี้ยังไม่ตื่นเลยฮะ ไม่ทราบว่ามีธุระสำคัญอะไรหรือเปล่าฮะ ยังไงฝากข้อความไว้ก่อนก็ได้นะฮะ" จากนั้นปลายสายเหมือนจะจำได้ว่า คนที่รับสายคือวีร์ธิรา สาวหล่อคู่รักของแพรลดานั่นเอง

"อุ๊ย. . .นั่นพี่วีใช่หรือเปล่าคะ"

"อ่า. . .ใช่ครับ ไม่ทราบว่านั่น. . ."

วีร์ธิราแปลกใจเล็กน้อยที่ปลายสายพูดเหมือนรู้จักกับตน จึงเอ่ยถามกลับไปแต่ยังพูดไม่ทันจบประโยคดี สต๊าฟสาวน้อยก็ต่อประโยคให้ ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นปนเขินอายที่มีโอกาสได้คุยกับสาวหล่อที่เธอแอบปิ๊งตั้งแต่แรกพบ แอบแซวเล็กน้อย จนอีกฝ่ายเผลอยิ้มออกมาบางๆ อดเขินขึ้นมาไม่ได้เมื่อนึกไปถึงคำพูดของสาวสวยเมื่อคืน เธอจึงรีบแก้ตัวเป็นพัลวัน ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่อแป้งตั้งท่าจะแซวต่อไป

"แป้งค่ะ พี่วีจำแป้งได้มั้ยคะ ที่เป็นสต๊าฟของกองถ่ายเมื่อวันก่อนน่ะค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่โทรมารบกวนแต่เช้าเลย ไม่คิดว่าพี่วีกับพี่พริตตี้จะอยู่ด้วยกันจริงๆ นะเนี่ย สงสัยว่าเมื่อคืนคงจะดึกไปหน่อยแน่ๆ เลย ใช่ม๊า. . . ฮิฮิ"

"อ้าว. . .มาแซวกันอย่างนี้เลยเหรอเนี่ย ไม่ใช่อย่างที่น้องแป้งคิดนะฮะ คือเมื่อคืนพี่กับพี่พริตตี้ไปดูหนังกัน กว่าจะกลับก็ดึกแล้วด้วย ว่าแต่น้องแป้งโทรมามีธุระอะไรกับพริตตี้รึเปล่าจ๊ะ เรื่องงานใช่มั้ย เดี๋ยวพี่ปลุกพริตตี้ให้นะ. . ." 

เมื่อได้ยินว่าวีร์ธิรากำลังจะปลุกให้นางแบบสาวตื่นขึ้นมารับสายของเธอ จึงรีบบอกปฏิเสธทันที ด้วยว่ายังอยากจะคุยกับคนที่ถือสายต่ออีกสักนิดก็ยังดี

"อุ๊ย ไม่เป็นไรค่ะพี่วี ยังไม่ต้องปลุกก็ได้ค่ะ . . . เรื่องของแป้งไม่ด่วนเท่าไหร่ พอดีแป้งจะโทรมาคอนเฟิร์มว่าพรุ่งนี้พี่พริตตี้จะมาถ่ายแบบให้ได้รึเปล่าน่ะค่ะ เพราะเมื่อวานแป้งโทรไปนัดกระทันหันไปหน่อย ถ้ายังไงรอให้พี่พริตตี้ตื่นก่อน แล้วรบกวนพี่วีช่วยบอกให้พี่พริตตี้โทรกลับมาก็ได้ค่ะ"

"ได้ฮะน้องแป้ง เดี๋ยวพริตตี้ตื่นแล้วพี่จะบอกให้นะฮะ"

"ขอบคุณมากค่ะพี่วี หวังว่าวันพรุ่งนี้คงจะได้เจอกันอีกครั้งนะคะ บายค่ะ" 

"ครับๆ แล้วเจอกันฮะ บายครับน้องแป้ง"

สาวน้อยยิ้มปลื้ม แต่แอบถอนหายใจอย่างเสียดายที่จะต้องวางสายก่อน เพราะหมดธุระของตนแล้ว  ร่างสูงตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดีก่อนจะกดวางสาย กำลังจะเอื้อมมือไปวางโทรศัพท์ลงที่เดิม ก็เจอกับสายตาคมกริบของร่างบางที่นอนอยู่เคียงข้าง กำลังจ้องมองมายังเธอ วีร์ธิราสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น

"อ้าวคุณ ตื่นแล้วก็ไม่บอก จะได้ให้มารับสายเอง ดูสิ ปล่อยให้ฉันคุยอยู่ได้ตั้งนาน"

"ใครโทรมาเหรอ คุยไปยิ้มไปเชียวนะ" 

น้ำเสียงประชดประชันกับสายตาคาดคั้น ทำเอาวีร์ธิราใจเต้นแบบแปลกๆ เมื่อรู้สึกเหมือนกำลังถูกอีกฝ่ายหึงเข้าให้ จนไม่กล้าสบตากับเจ้าของดวงตากลมโตคู่สวย จึงแสร้งทำเป็นขยับตัวลุกขึ้นจากเตียง พลางเอ่ยขึ้น

"อ๋อ. . .ก็น้องแป้ง ที่เป็นสต๊าฟของกองถ่ายที่คุณไปถ่ายแบบวันนั้นไง เค้าโทรมาขอคอนเฟิร์มว่าคุณตกลงจะรับถ่ายแบบให้เค้ารึเปล่าน่ะ ตื่นแล้วก็รีบโทรกลับไปสิ น้องเค้าจะได้จัดคิวถูก ฉันไปอาบน้ำก่อนก็แล้วกันนะ"  ร่างสูงพูดจบก็รีบเดินจ้ำอ้าวเข้าห้องน้ำไปทันที ทิ้งให้นางแบบสาวที่นั่งพิงหลังกับหัวเตียงมองตามคนที่หายเข้าห้องน้ำไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะคว้ามือถือขึ้นมากดโทรออกไปหาสาวน้อยตัวต้นเหตุ

"ฮัลโหล!"   แพรลดากระชากเสียงเมื่อปลายสายกดรับ ทำเอาฝ่ายนั้นตกใจจนหน้าเสีย ถามออกไปอย่างอ้อมแอ้ม 

"เอ่อ. . .พี่พริตตี้ใช่มั้ยคะ เสียงน่ากลัวจังเลย คงไม่ได้โมโหที่ถูกปลุกแต่เช้าใช่มั้ยคะ พี่วีเนี่ยก็นะ แป้งอุตส่าห์ย้ำแล้วแท้ๆ ว่าไม่ต้องรีบปลุกพี่พริตตี้ ยังไงแป้งก็ต้องขอโทษด้วยนะคะที่โทรมารบกวนพวกพี่สองคน"

นางแบบสาวเพิ่งรู้สึกตัว จึงปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ แต่ภายในใจกลับยิ่งรู้สึกหมั่นไส้นักที่เด็กสาวเอาแต่พูดถึงคนรักจอมปลอมของเธอไม่หยุด จึงแกล้งพูดอะไรบางอย่างออกไป เป็นผลให้ฝ่ายนั้นหน้าแดงขึ้นมาทันทีที่ได้ยิน และเขินอายแทนคนพูดเพราะคิดไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว

"เปล่าจ้ะ วีเค้าไม่ได้ตั้งใจจะปลุกหรอก แค่ตั้งใจจะทำอย่างอื่นมากกว่า แต่พอดีบ่ายนี้พี่มีเทสต์หน้ากล้องละครเรื่องแรกจ้ะ ก็เลยไม่อยากจะทำอะไรให้อ่อนเพลียตั้งแต่เช้าน่ะ  เค้าก็เลยงอนหนีเข้าห้องน้ำไปแล้ว  อุ๊ย. . .ตายจริง พี่คงไม่ได้พูดอะไรน่าเกลียดออกไปใช่มั้ยจ๊ะ อายจังเลย เอาเป็นว่างานถ่ายแบบพรุ่งนี้พี่คอนเฟิร์มนะคะ แล้วจะตั้งกองถ่ายที่ไหนกันเอ่ย ว่าแต่คราวนี้หวังว่าคงไม่ต้องเปลี่ยนตัวนายแบบกระทันหันอีกนะคะน้องแป้ง"

 "เอ่อ. . .อ้อ. . .ไม่มีค่ะพี่พริตตี้ รับรองว่าเป็นพี่มิวคนเดิมแน่นอนค่ะ แล้วก็คราวนี้เปลี่ยนโลเกชั่นไปถ่ายที่พัทยากลางนะคะ  ที่ทรายขาว รีสอร์ตแอนด์สปา ค่ะ งั้นแป้งไม่รบกวนแล้วดีกว่าค่ะ เจอกันพรุ่งนี้ 9 โมงเช้านะคะ สวัสดีค่ะ" 

สต๊าฟสาวน้อย มัวแต่จินตนาการภาพของคู่รักจอมปลอมสวีทยามเช้ากันอยู่บนเตียง จนเก็บอาการเขินไว้ไม่อยู่ ตอบคำถามอย่างอึกอัก ก่อนจะรีบวางสายไปทันที ส่วนร่างบางนั้นคลี่ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมา ด้วยความสะใจ ที่ทำให้ฝ่ายนั้นหลงกลคิดว่าตัวเองโทรมาขัดจังหวะระหว่างเธอกับคนรักได้ ทั้งที่เธอก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมจึงทำเช่นนั้น แต่ท้ายที่สุดแล้วเธอก็ให้เหตุผลกับตัวเองว่า ที่เธอต้องทำไปอย่างนั้นแค่เพียงเพราะเธอไม่อยากให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับคนของเธอมากเกินไป ด้วยกลัวว่าความจริงบางอย่างจะถูกเปิดเผยออกต่างหาก   

"โทรไปหาน้องเค้าแล้วเหรอ ตกลงคุณรับถ่ายแบบรึเปล่าล่ะ"  หญิงสาวพยักหน้า มองใบหน้าร่างสูงแล้วยิ้มออกมาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์

"อืม. . .เดี๋ยวบ่ายนี้ฉันเทสต์หน้ากล้องเสร็จแล้ว เราไปพัทยากันนะ" 

ร่างสูงทำหน้างง ไม่เข้าใจว่าจะไปพัทยาทำไม ในเมื่อพรุ่งนี้แพรลดาเองก็มีนัดถ่ายแบบกับกองถ่ายของแป้งอยู่แล้ว ซ้ำยังเป็นคนโทรไปคอนเฟิร์มด้วยตัวเองอีกต่างหาก หญิงสาวอ่านจากสายตาของร่างสูงพอจะเข้าใจว่าคนรักจอมปลอมของเธอคิดอะไรอยู่ แล้วจึงเฉลยให้หายข้องใจ

"พรุ่งนี้ฉันมีถ่ายแบบที่พัทยาแต่เช้า ไม่อยากขับรถไปตั้งแต่เช้ามืด ก็เลยคิดว่าไปตั้งแต่เย็นนี้เลยดีกว่า เอาเสื้อผ้าเตรียมไปไว้สำหรับค้างคืนด้วยนะ กระเป๋าอยู่ในตู้เสื้อผ้าชั้นบนนั่นแหละ จัดเผื่อพริตตี้ด้วยแล้วกันนะคะ ที่รัก"

ร่างบางลุกขึ้นยืนก่อนจะใช้แขนทั้งสองข้างโน้มคอร่างสูงลงมาจุมพิตเบาๆ ที่แก้ม แล้วเดินยิ้มกริ่มเข้าห้องน้ำไป พลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ปล่อยให้คนรักจอมปลอมของเธอถึงกับอึ้ง จากการกระทำของนางแบบสาว ยืนนิ่งเป็นหุ่นอยู่นานก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบแก้มที่ถูกประทับรอยจูบจากสาวสวย บริเวณที่ถูกสัมผัสร้อนวูบขึ้นมา จนร่างสูงหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู แม้เวลาจะผ่านไปนานหลายนาทีแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าสัมผัสนั้นยังไม่จางหายไปจากความรู้สึกของเธอเลย ทำเอาหัวใจของวีร์ธิราเต้นเป็นจังหวะแปลกๆ ถึงสองครั้งแล้วในเช้านี้

………………………………………………………………………………………………………………………………….

"คุณนี่มีความอดทนสูงจังเลยนะครับ อุตส่าห์หาเวลามานั่งหลังขดหลังแข็งเฝ้าแฟนสาวไม่ยอมห่างเลย"

ระหว่างนั่งรอแพรลดาแต่งหน้าทำผม เพื่อเทสต์หน้ากล้องละครที่ถูกดัดแปลงมาจากนิยายของเธออยู่นั้น จู่ๆ พระเอกหนุ่มธนภัทรก็โผล่มาจากข้างหลังเธออย่างเงียบๆ  แล้วจึงหย่อนตัวนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ เธอ พร้อมด้วยคำพูดทักทายที่ดูไม่ค่อยจะเป็นมิตรเท่าไหร่ในความคิดของวีร์ธิรา แต่เธอก็หันไปยิ้มบางๆ ให้พลางตอบกลับไปตามมารยาท แล้งจึงโค้งให้ชายหนุ่มเล็กน้อย

"เอ่อ . . .ขอบคุณฮะ สำหรับคำพูดของคุณ วีขออนุญาตถือเป็นคำชมก็แล้วกันนะฮะ" 

"น่าอิจฉา 'ผู้หญิงอย่างคุณ'  จริงๆ นะครับ ที่โชคดีมีโอกาสได้เป็นคู่ควงกับนางแบบสาวสวยที่กำลังฮอตที่สุด แถมยังเป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ ทั้งประเทศอย่างนี้อีกด้วย พอข่าวออกว่าคุณพริตตี้เธอมีแฟนแล้ว ทำเอาผู้ชายแท้ๆ อกหักดังเป๊าะ น้ำตาตกในกันเป็นแถวเลยนะครับ" 

พระเอกหนุ่มยังคงปล่อยหมัดแย็บสาวหล่อเพราะความจำเป็นอย่างวีร์ธิราออกมาทีละนิด แถมยังทำหน้ายิ้มระรื่นเหมือนเป็นแค่การชวนคุยกันธรรมดา หากแต่คำพูดนั้นเป็นการตั้งป้อมความเป็นศัตรูอยู่เนืองๆ  แต่เธอก็ยังแอบคิดในแง่ดีว่า ชายหนุ่มคงพูดด้วยความเสียดายมากกว่าจะเป็นการหาเรื่อง จึงแกล้งหยอกไป พลางยิ้มนิดๆ แต่คนฟังถึงกับอึ้งไปเพราะถูกแทงใจดำ ก่อนจะหัวเราะน้อยๆ แก้เก้อ

"เอ. . .แล้วคุณแพทเป็นหนึ่งในหนุ่มๆ พวกนั้นด้วยหรือเปล่าฮะ ถ้าใช่ล่ะก็ วีก็คงต้องขอโทษคุณด้วยสิฮะเนี่ย ที่วีเป็นต้นเหตุทำให้น้ำตาลูกผู้ชายต้องหลั่งไหลอยู่ในอกอย่างนั้นนี่ฮะ" 

"ฮะฮะฮะ. . .ก็. . .นะ. . .เอ่อคุณผมขอเสียมารยาทหน่อยนะ แต่ผมถามจริงๆ เถอะคุณ สงสัยมานานแล้วว่าเวลาผู้หญิงกับผู้หญิงด้วยกันมีอะไรกันเนี่ย มันน่าเร้าใจกว่าผู้ชายตรงไหนเหรอครับ ความจริงคุณเองก็ไม่ได้หน้าตาน่าเกลียดขนาดที่ว่าจะหาผู้ชายซักคนมาเป็นแฟนไม่ได้ แล้วทำไมถึงต้องทำตัวเลียนแบบผู้ชายอย่างนี้ด้วยล่ะครับ ทั้งที่มันออกจะดูผิดธรรมชาติอย่างนั้นน่ะ"

คำถามของชายหนุ่มทำเอาวีร์ธิราถึงกับอึ้งไป แม้ใจจะร่ำร้องว่าเธอเองก็ไม่ได้อยากจะเป็นอย่างที่เขาพูดค่อนแคะอยู่สักหน่อย แต่ที่ทำให้เธอโกรธมากกว่านั้นก็คือการถูกชายหนุ่มตอกย้ำว่าเธอหน้าตาไม่สะสวย แถมยังว่าเธอผิดธรรมชาติอีกต่างหากเหมือนกับที่อดีตแฟนหนุ่มเคยพูดใส่หน้าเธอเอาไว้ก่อนจากกันในคืนนั้น นึกขึ้นมาแล้วก็อดโมโหไม่ได้ ร่างสูงจึงลุกขึ้นยืนพรวดจากเก้าอี้ มองชายหนุ่มด้านข้างด้วยแววตาแค้นเคืองก่อนจะโพล่งออกมาด้วยเสียงอันดัง

"ฉันไม่คิดเลยนะว่าคนหน้าตาดีมีการศึกษาอย่างคุณ จะพูดจาดูถูกเพื่อนร่วมโลกได้ขนาดนี้ ถึงฉันจะเป็นแบบนี้มันก็ไม่ได้ไปหนักส่วนไหนของคุณไม่ใช่เหรอไง อย่าคิดว่าเป็นพระเอกแล้วจะเที่ยวว่าคนอื่นเค้าไปทั่วได้นะ อีกอย่างนึงโลกนี้ก็ไม่ได้เป็นของผู้ชายเพศเดียวซะหน่อย จะพูดอะไรหัดให้เกียรติเพศอื่นเค้าบ้างสิ ฮึ้ย! น่าโมโหชะมัดเลย ผู้ชายนี่เป็นแบบนี้ทุกคนเลยรึไงนะ"

เสียงโหวกเหวกโวยวายของวีร์ธิราทำให้ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นหันมามองกันเป็นตาเดียว ซักพักก็ซุบซิบนินทาตามประสาขาเม้าท์ พระเอกหนุ่มรีบลุกขึ้นยืนปฏิเสธคำพูดของสาวหล่อคนรักของแพรลดากับบรรดาทีมงานแถวนั้น แต่ดูเหมือนว่าเขาจะกลายเป็นฝ่ายผิดอย่างเต็มประตูไปเสียแล้ว นางแบบสาวเดินออกมาจากห้องแต่งตัวอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงคนรักจอมปลอมของเธอดังแว่วเข้าไปถึงข้างในห้อง เมื่อมาถึงก็เห็นร่างสูงกำลังยืนกอดอกหน้าบึ้งอย่างไม่สบอารมณ์ พลางมองหน้าชายหนุ่มตัวปัญหา ก่อนจะเอ่ยถามคนรัก

"มีเรื่องอะไรกันเหรอคะวี เสียงดังไปถึงข้างในเลย"

"ก็นายพระเอกคนนี้น่ะสิ เค้ามาว่าวีวิปริตก่อนนี่นา" 

วีร์ธิราพูดพลางชี้นิ้วไปยังชายหนุ่ม เขาสะดุ้งรีบแก้ตัวพลางโบกมือปฏิเสธข้อกล่าวหานั้นทันที นางแบบสาวหันไปเอ่ยถามธนภัทรเสียงเข้ม ถลึงตาจ้องมองใบหน้าชายหนุ่มที่หน้าซีดเผือด มองซ้ายทีขวาที ทำอะไรไม่ถูก

"นี่คุณพูดจริงเหรอ. . .คุณพูดแบบนั้นกับแฟนของฉันได้ยังไง ให้ตายเถอะ คนอะไรไม่มีมารยาทเอาซะเลย ถ้าคุณไม่ชอบก็ไม่ควรมาหาเรื่องคนอื่นก่อนแบบนี้เลยนะ"

"ใจเย็นๆ นะครับที่รัก วีไม่ติดใจคำพูดของเค้าแล้วล่ะ เรารีบกลับกันก่อนดีกว่า นะครับพริตตี้ ไปกันเถอะ"    

เมื่อเห็นว่าแพรลดาเริ่มจะหัวเสียขึ้นมาแล้ว ร่างสูงจึงรีบโอบไหล่เธอไว้แล้วพาออกไปจากบริเวณนั้นทันที ก่อนที่นางแบบสาวจะหลุดมาดห้าวๆ เหมือนอย่างในคืนวันที่เธอถูกอดีตแฟนหนุ่มต่อว่าคืนนั้นออกมาต่อหน้าบรรดาไทยมุงที่รุมล้อมพวกเธอกับพระเอกหนุ่มอยู่

…………………………………………………………………………………………………………………………………

"ถ้าฉันจะยกเลิกไม่เล่นละครเรื่องนั้นแล้วจะได้มั้ยเนี่ย"

ระหว่างที่รถคันงามแล่นทะยานด้วยความเร็วสูงบนถนนมอเตอร์เวย์สายกรุงเทพ -  พัทยา เสียงงึมงำลอดออกมาจากเรียวปากบางที่นั่งประจำที่คนขับ พลางทำหน้านิ่วคิ้วขมวดติดกันจนแทบจะผูกเป็นโบว์ได้อยู่แล้ว   ทว่าคนนั่งด้านข้างเองก็มีสีหน้าที่ไม่แตกต่างกันเท่าใดนัก พลางเอ่ยขึ้น

"ก็อยากจะให้คุณทำอย่างนั้นอยู่หรอกนะ แต่มันเป็นอนาคตที่ดีของคุณ อย่าเอาเรื่องไร้สาระแบบนั้นมาเป็นตัวขัดขวางคุณเลย แต่พูดก็พูดเถอะนะ ฉันน่ะเกลียดนายคนนั้นมากๆ เลย คนอะไรก็ไม่รู้ถามมาได้ ผู้หญิงกับผู้หญิงมีอะไรกันเร้าใจกว่าผู้ชายตรงไหน บ้ารึเปล่า ฉันยังไม่เคยทั้งนั้นแหละไม่ว่าจะกับผู้ชายหรือผู้หญิงก็เถอะ จะให้เปรียบเทียบกันได้ไง. . .แล้วอีกอย่างถึงจะไปถามคนที่เคยแล้วใครจะไปกล้าตอบกันล่ะ จริงมั้ยคุณ เอ้า. . .แล้วนี่คุณขำอะไรของคุณน่ะ คุณพริตตี้บอกมาเดี๋ยวนี้นะ ฉันพูดอะไรตลกตรงไหนกัน"

วีร์ธิราโพล่งออกมาเป็นชุดด้วยความอัดอั้นตันใจกับคำถามของพระเอกหนุ่ม แต่หญิงสาวด้านข้างกลับเม้มปากอย่างพยายามกลั้นหัวเราะเต็มที่ แต่จนแล้วจนรอดก็หลุดหัวเราะออกมาจนได้ ร่างสูงหันไปเห็นเข้าพอดี จึงถามอย่างคาดคั้นว่านางแบบสาวหัวเราะตนทำไม ในเมื่อสิ่งที่เธอพูดออกไปมันไม่เห็นจะมีอะไรที่ผิดแผกแปลกไปจากปกติตรงไหนเลยสักนิด

"ฮะ ฮะ ฮ่า. . .ก็ขำที่เธอบ่นเป็นชุดเหมือนยายแก่เลยน่ะสิ ตลกจัง" 

สาวสวยตอบกลับไปแต่ยั้งเอาไว้ไม่ได้บอกว่า อีกอย่างที่เธอขำน่ะ มาจากคำถามของธนภัทรด้วยต่างหาก เธอไม่คิดเลยว่าคนอย่างชายหนุ่มจะกล้าถามอะไรออกมาตรงๆ อย่างนั้น แต่ดันมาถามกับคนที่ไร้เดียงสา อ่อนต่อโลกอย่างแฟนกำมะลอของเธออย่างนั้นด้วย 

ไม่นานนักก็มาถึงยังรีสอร์ทที่ได้นัดกับทางกองถ่ายเอาไว้ ทันทีที่ลงจากรถ สาวหล่อร่างสูงก็ทำท่ากระดี๊กระด๊าเหมือนเด็กๆ เธอมองไปรอบๆ รีสอร์ทที่ถูกตกแต่งด้วยสไตล์บาหลี สองข้างทางจากลานจอดรถไปยังบริเวณล็อบบี้ของรีสอร์ท เรียงรายไปด้วยต้นลีลาวดีหรือลั่นทมผลิดอกสีขาวบานสะพรั่งไปทั่วทั้งต้น บ้างร่วงลงสู่พื้นเหมือนโรยด้วยกลีบดอกไม้ เสียงคลื่นที่ซัดสาดกับสายลมที่พัดผ่าน ทำเอาวีร์ธิราเผลอชมความงดงามของบรรยากาศโดยรอบจนลืมทำหน้าที่ของตัวเองไปเสียสนิท

"ที่รักขา มาช่วยพริตตี้ยกกระเป๋าไปหน่อยเร็ว"

เสียงหวานๆ ของแพรลดาดังมาจากท้ายรถ ร่างสูงรีบวิ่งแผลวไปตามเสียงนั้นทันที แล้วจึงทำหน้าที่ทาสรับใช้นางแบบสาวเหมือนอย่างเคย มือข้างหนึ่งยกกระเป๋าเดินทางขนาดย่อมขึ้นมาถือเอาไว้ ส่วนอีกมือหนึ่งถูกคนรักกำมะลอคว้าไปกุมเอาไว้ แล้วเดินเข้าไปยังภายในตัวอาคารด้วยกัน

"ขอเปิดห้องพักห้องนึงค่ะ"

เสียงของแพรลดาเรียกให้พนักงานสาวที่กำลังยุ่งวุ่นวายกับโปรแกรมแชทในเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ข้างๆ แพรลดาคือใคร

"อุ๊ย. . .น้องวี นี่ใช่น้องวีจริงๆ เหรอคะ พี่แพมไงคะ เพื่อนพี่แก้วที่เจอกันในผับวันโน้นไง จำได้รึเปล่าคะ"

ร่างสูงหยุดคิดเล็กน้อย พลางมองไปยังพนักงานสาวสวยตรงหน้า ใบหน้าคุ้นๆ คลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเจอกันมาก่อน แม้ว่าจะจำไม่ค่อยได้นักเนื่องจากแสงไฟในผับค่อนข้างสลัวทำให้เห็นใบหน้าได้ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ แต่ยังพอจำเค้าหน้าลางๆ ได้บ้าง ก่อนจะส่งยิ้มให้พลางเอ่ยขึ้น

"อ๋อ. . .จำได้แล้วฮะ พี่แพมนั่นเอง ไม่ทราบว่าพี่แพมเป็นพนักงานของที่นี่ด้วยนะฮะเนี่ย"

"เอ่อ จะเรียกว่าพนักงานก็ได้จ้ะ แต่จริงๆ แล้วตำแหน่งของพี่คือผู้จัดการทั่วไปน่ะ อุ๊ยมัวแต่ทักทาย เลยลืมต้อนรับแขกเลย ขอโทษด้วยนะคะคุณพริตตี้ เห็นทางนิตยสารเพรียวติดต่อมาว่าจะมีถ่ายแบบพรุ่งนี้นี่คะ นางแบบนี่ใช่คุณพริตตี้รึเปล่าคะเนี่ย"

หญิงสาวตอบคำถามของวีร์ธิราก่อนจะหันไปยิ้มแย้มทักทายคนที่มาด้วยกันกับร่างสูง แพรลดาส่งยิ้มหวานให้ พลางพยักหน้าแทนคำตอบ

"พี่ดีใจจังเลยค่ะ ที่มีโอกาสได้ต้อนรับนางแบบสาวสวยอันดับหนึ่งของวงการอย่างนี้ สำหรับห้องพัก เดี๋ยวพี่จัดให้เป็นพิเศษเลยนะคะ อืม เลือกเป็นห้อง Sea View ปีกซ้ายดีมั้ยคะ บริเวณนั้นคนไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไหร่ ค่อนข้างเป็นส่วนตัวด้วย ตกลงตามนี้เลยมั้ยคะ"

รอยยิ้มสวยปรากฏขึ้นบนใบหน้าขาวใสไร้เลือนริ้วรอยแห่งวัย กับท่าทีที่แคล่วคล่องกระฉับกระเฉงทำให้ผู้จัดการสาวใหญ่วัย ใกล้เลขสี่ อย่างแพม แลดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงหลายเท่านัก หลังจากจัดการเลือกห้องพักให้ทั้งคู่เสร็จสรรพเรียบร้อยด้วยตนเอง นางแบบสาวได้แต่ฉีกยิ้มพลางพยักหน้าหงึกๆ อย่างไม่ขัดข้อง ก่อนจะรับกุญแจห้องมาถือเอาไว้ แล้วเดินเคียงคู่ไปกับคนรักจอมปลอมของเธอ

………………………………………………………………………………………………………………………………….

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,034 ความคิดเห็น

  1. #968 Number42 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2553 / 20:33
    อร๊างงงงงงงงง

    เมื่อไรจะเป็นคนรักจิงๆซ้าที
    #968
    0