ชุลมุนวุ่นนัก เจ้ามิติ ซ้อนมิติ

ตอนที่ 5 : มิติที่ 1 โลกแห่งอดีต....เข้าสู่มิติโลกแห่งอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 มิ.ย. 62

ตอนนี้ เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าๆ เท่ากับว่าเธอได้อายุครบ 30 ปีเต็ม เป็นสาววัยกลางคนเต็มตัว แต่ใบหน้าของเธอยังดูอ่อนเยาว์ เหมือนหญิงสาวที่ อายุ 20 ต้นๆ เท่านั้น

ก่อนหน้าไม่กี่นาที โลกสวยได้ฉลองวันเกิดโดยการดื่มด่ำไปกับธรรมชาติ และได้โทรไปหาพ่อกับแม่เพื่อบอกขอบคุณท่านทั้งสองที่ทำให้เธอได้เกิดมา และมีวันนี้ได้ก็เพราะพวกท่าน

เมื่อถึงเวลาที่ควรกลับ โลกสวยได้หยิบเอามือถือมา แล้วตั้งเป็นโหมดไฟฉาย เพื่อเป็นแสงนำทางให้เธอกลับที่พักได้สะดวกขึ้น เธอเดินมุ่งหน้ากลับไปยังโรงแรมที่เธอพัก โดยได้ใช้เส้นทางลัด ที่อยู่ติดกับป่าลึกลับ ทางลัดนี้ เพื่อนของเธอที่ทำงานในโรงแรมแนะนำมา มันเป็นทางที่สะดวกและถึงเร็วกว่า แต่ก็อันตรายสำหรับคนที่ไม่คุ้นชิน

โลกสวยได้เดินต่อไปเรื่อยๆ โดยเธอไม่รู้เลยว่า ทางที่เธอกำลังเดินอยู่นั้นต่างออกไปจากเดิม เส้นทางนี้ไม่ใช่เส้นทางเดิมอย่างที่เธอเข้าใจ

เมื่อเดินๆ ไป อยู่ๆ ก็มีแสงประหลาดเกิดขึ้นกลางทางเดิน เป็นแสงสีน้ำตาลประกายทอง มองดูสวยแปลงตา
เธอได้หยุดชะงักมองไปที่แสงนั้น ใจหนึ่งก็อยากจะเข้าไปดูใกล้ๆ กว่านี้ แต่อีกใจหนึ่งก็กลัว กลัวว่าแสงที่เห็น อาจเป็นแสงที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อป้องกันภัย หากเป็นแบบนั้นสิ่งที่เขานำมาใช้ป้องกัน คงไม่พ้นไฟฟ้าแรงสูง


ความอยากรู้อยากเห็นของเธอมีมากกว่าความกลัว เธอจึงค่อยๆ เดินเข้าไป

เมื่อไปถึงเธอจึงรู้ว่า แสงนี้ ไม่ได้เกิดจากฝีมือมนุษย์อย่างแน่นอน แต่แสงเกิดจากอะไรนั้น เธอก็ไม่สามารถรู้ได้ หากอยากรู้จริงๆ คงจะต้องไปถามผู้เชี่ยวชาญด้านการกำเนิดแสง ซึ่งเธอก็ไม่ได้สนใจมากมายขนานนั้น


ในตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่กลางทางเดินลัด และอยู่ตรงใจกลางของแสงประหลาด รอบๆ ตัวเธอก็มีแสงสีน้ำตาลประกายทอง เธอได้เงยหน้าขึ้นไป แล้วหมุนไปรอบๆ ตัวเอง อย่างลืมตัว คลายดั่งเธอได้ยืนอยู่ท่ามกลางหิ่งห้อยนับล้านๆ ตัว

'มันสวยมาก สวยจริงๆ'

เหมืองมีใครมาเซอร์ไพรส์ให้เธอ

ซึ่งหากเป็นแบบนั้นจริง เธอบอกได้เลยว่าเธอประทับใจมาก
 
ตั้งแต่เธอได้ก้าวเท้าเข้าไปในแสงประหลาดนั้นเท่ากับเธอได้เข้าไปในวงเวทแห่งแสงสีน้ำตาลประกายทอง วงเวทนี้เป็นประตูที่เชื่อมไปยังอีกมิติหนึ่ง โดยมีกุญแจเพียงดอกเดียว กุญแจนั้นก็คือ สร้อยคอจี้รูปดวงตา ซึ่งจะมีลักษณะแปลก เพราะสร้อยคอนี้จะคลายกับของจริง
เมื่อเธอเข้ามาอยู่ตรงใจกลางวงเวท สายสร้อยคอที่มีสีเขียวเหมือนดังผืนป่า แปรเปลี่ยนไปคลายดั่งเถาวัลย์เส้นเล็กสีทองอร่าม

จี้รูปดวงตาก็ไม่ต่างกัน เลนส์ตากลมด้านในที่มีสีเหลืองอำพัน จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะเลนส์ตานี้เป็นตัวเชื่อมโยงที่ทำให้เธอสามารถข้ามมิติไปได้  เนื่องจากเลนส์ตาของจี้สร้อยคอ มีสีเดียวกันกับเลนส์ตาของเธอ และสีของดวงตาที่อยู่รอบๆเลนส์ตานั้น จากที่มีสีฟ้าครามเหมือนท้องทะเล แปรเปลี่ยนไปกลายเป็นสีเดียวกันกับวงเวทแห่งแสง 

ขั้นสุดท้ายของการเปิดประตูวงเวท คือ การที่จี้รูปดวงตา กระพริบดวงตา 9 ครั้ง แต่การกระพริบตานี้จะต้องกระพริบพร้อมกันกับผู้ที่สวมสร้อยคอ คนคนนั้นคือ โลกสวย

โลกสวยได้กระพริบตา 9 ครั้งโดยไม่รู้ตัว เธอไม่ได้สนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ แต่เธอสนใจในแสงสีที่ประหลาด
จู่ๆ แสงสีสวยแปลกตาก็ค่อยๆ จางหายไป และหมอกก็ได้คืบคลานเข้ามาแทนที่ จนหนาทึบไปทั่วบริเวณ 
หมอกหนามากก ขนานที่ว่า... เธอได้เอามือข้างซ้ายมาใกล้ๆใบหน้าของเธอ ส่วนมือข้างขวาก็ถือไฟฉายจากมือถือ เพื่อให้แสงไปกระทบกับมือข้างซ้าย ... เธอไม่เห็นมือของเธออยู่ดี 


โลกสวยจึงได้ตัดสินใจยืนอยู่นิ่งๆ ที่เดิม  ดีกว่าเดินแบบไร้ทิศทาง ซึ่งหากเดินแบบไม่มีทิศทาง อาจทำให้เธอหลงทาง และออกนอกเส้นทางไปไกล ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องดีแน่นอนเพราะอาจจะทำให้เธอเจอกับสิ่งที่อันตรายได้ 
เธอได้ยืนรอให้หมอกค่อยๆ จางลง จนสามารถเห็นทางเดินได้เธอจึงจะเดินต่อ แม้ว่าจะเห็นทางเดินเพียงแค่จางๆ ก็ตาม 

ในที่สุด หมอกหนา ก็เบาบางลง เธอลองเอาแสงไฟจากมือถือส่องไปที่ทางเดิน 

เธอเริ่มเห็นเส้นทางแล้ว แม้ว่าจะมีหมอกบดบังอยู่ แต่ก็ไม่มาก เธอจึงได้ก้าวเดินต่อไป เพราะเธอรู้แน่ว่าทางเดินนี้จะนำพาไปที่ใด
ในความคิดของเธอนั้น จุดหมายปลายทางของทางเดินลัด .... ไม่เส้นทางใดก็เส้นทางหนึ่ง จะต้องนำพาเธอออกไปยังสถานที่ปลายทาง นั้นคือ ชายหาด หรือโรงแรม

.....................................................................

ขณะเดียวกันชายหนุ่มปริศนา 2 คน ที่ได้เฝ้ามองเธอ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอมายังชายหาด และตอนนี้เธอก็ได้เดินหายลับ เข้าไปในแสงสีน้ำตาลประกายทอง เมื่อแสงสีน้ำตาลหายไป ทุกอย่างก็กลับมาเป็นดังเดิม
พวกเขาทั้ง 2 ไม่เห็นเธอ และพวกเขาก็มองไม่เห็นหมอกเช่นเดียวกัน พวกเขาเห็นเฉพาะแสงสีน้ำตาลประกายทอง

"ข้าขอบใจเจ้ามาก ที่ทำให้ภารกิจลุล่วงไปได้ด้วยดี" 

"ขอรับท่านผู้อาวุโส"

"เอ้ออ... แล้วข้าก็ต้องของใจเจ้าที่ช่วยไล่สัตว์ร้าย ไม่ให้เข้าใกล้แม่นางผู้นั้น"

"ขอรับท่านผู้อาวุโส"

"เจ้าทำให้ข้าได้เห็นเรื่องสนุกๆ ... ฮ๊าๆๆๆๆ ....เออ  อืมม... นี่เพียงแค่ข้าคิดถึงเรื่องนี้ ข้าก็อดขำไม่ได้จริงๆ"

"...." ชายปริศนาที่อายุน้อยกว่า ได้ก้มหน้าลงและอมยิ้มออกมา

" นี่ก็ถึงเวลาที่ข้าจะต้องกลับแล้ว งั้น... ข้าขอตัว"

"ขอรับท่านผู้อาวุโส"

เมื่อเห็นว่าท่านผู้อาวุโสได้กลับไปเรียบร้อยแล้ว เขาก็ออกเดินทางเช่นเดียวกัน

..................................................................

โลกสวย เริ่มเห็นความผิดปกติ เนื่องจากระยะทางที่เดินมานี้ไกลกว่าเดิมมาก ซึ่งจากที่เธอยืน (คือจุดที่รอให้หมอกจาง) หากเดินไปชายหาด ก็ไม่ไกลมากขนาดนี้ ประมาณ 10 กว่าก้าวน่าจะถึง และหากนับจากที่เธอยืน (คือจุดที่เธอยืนรอให้หมอกจาง) แล้วเดินไปถึงโรงแรม ก็เหลือประมาณเพียงแค่ 30 กว่าก้าวเท่านั้น แต่ตอนนี้เธอได้เดินมากกว่านั้น เดินมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน เกินกว่าจะนับการก้าวเดินไหว

เธอได้มองดูเวลาในมือถือ ก็เห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาตี 2 กว่า เกือบตี 3 เป็นไปไม่ได้เลย ที่เธอจะต้องใช้เวลาในการเดินนานขนาดนี้ เพราะหากเดินทางลัด จากชายหาดไปโรงแรม เวลาที่ใช้ไปคงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง 

โลกสวยจึงตัดสินใจที่จะหยุดเดิน 

เธอตัดสินใจแล้วว่าจะเดินทางกลับโรงแรมเมื่อแสงตะวันส่องลงมา เธอจะได้รู้เส้นทางที่แน่ชัด เธอจึงเริ่มหาที่นอน เพื่อจะได้พักผ่อน 

สายตาเธอเหลือบไปเห็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ที่อยู่ลึกเข้าไป ห่างจากทางเดินพอประมาณ  ซึ่งใต้ต้นไม้เป็นที่โล่งเตียนสะอาดตา อีกทั้งยังมีรากไม้ที่นูนขึ้นมาคลายกำแพงเล็กๆ ซึ่งตรงกลางระหว่างรางไม้ และรากไม้ เป็นสามเหลี่ยมที่มีมุมไม่แหลม ตรงมุมจะเป็นรูปโค้งคล้ายตัวยูคว่ำ (U) ส่วนปลายรากจะกว้างกว่านี้ หรือบางที่มันอาจจะคล้ายกับรูปทรงกรวยมากกว่า  

' พื้นที่ตรงกลางระหว่างรากไม้ของต้นไม้ใหญ่นี่แหละ จะเป็นที่พักของเธอ '  

เธอได้เดินไปที่ต้นไม้แห่งนั้น พร้อมกับการนับ การก้าวย่างของตนเอง และเมื่อไปถึงต้นไม้ เธอหันกลับไปมองก็ยังเห็นทางเดินที่ก่อด้วยปูน นั้น ทำให้เธอรู้สึกสบายใจ ว่าเธอยังไม่ได้ออกนอกเส้นทาง

โลกสวยได้นั่งลงไปตรงกลางระหว่างรากไม้ แล้วจัดที จัดทาง เพื่อจะได้เตรียมตัวนอน โดยเธอได้นำกระเป๋าเป้วางไว้ตรงมุม จากนั้นเธอก็ได้สวดมนต์  เธอจะสวดมนต์เป็นประจำก่อนนอนตั้งแต่วัยเด็กจนถึงตอนนี้  เมื่อได้สวดมนต์เสร็จ เธอค่อยๆ ล้มตัวลงนอน จนหัวใกล้จะถึงกระเป๋าเป้ ที่เตรียมไว้สำหรับหนุนนอน

"โป๊กกกกกก" เสียงหัวกระทบกับพื้นดิน

ไอ้กระเป๋าเจ้าปัญหาเจ้าเดิม 

จู่ๆ มันก็ดึงตัวเองออกไปด้านข้าง เหมือนกับแกล้งเธอยังไงอย่างนั้น

"คนอย่างโลกสวยไม่มีทางยอมแพ้ ให้กับกระเป๋าอย่างนายหรอกนะ"

เธอได้ดึงกระเป๋าเข้ามาหนุนใหม่ แล้วใช้มือทั้งสองจับกระเป๋าเอาไว้แนน ในตอนนี้เธอนอนหงาย แขนแต่ละข้างของเธอจึงกลายกับตัววีคว่ำ (V) อยู่ข้างศีรษะของเธอ

แต่เมื่อเธอเริ่มเคลิ้ม มือก็เริ่มคลายออก

"โป๊กกกกกกกกกกกกก"

กระเป๋ากระชากตัวออกมา อย่างแรงงง

" อ๊ากกกกกกก เจ็บนะโว้ยย ไอ้กระเป๋าบ้า"

เธอพยายามที่จะเอาชนะกระเป๋าอยู่แบบนี้หลายครั้ง 

โป๊กกกก

โป๊กกกกกก

โป๊กกกกกกกก

โป๊กกกกกกกกกก

"โอเคร์ ฉันยอมแพ้นาย นายอยากไปไหนก็ไปเลยนะ  อย่ามากวนกันอีกละ" น้ำเสียงของเธอมีแต่ความเหนื่อยหน่ายใจ

"คนง่วงมากๆ แล้วโดนก่อกวน มันหงุดหงิดรู้ไม่"

'นี่ฉันบ้าไปแล้วแน่ๆ พูดกับกระเป๋....' 

ตุบ!

กระเป๋าเป้ตกใส่หน้า

"โว๊ยยย!! ฉันยอมแพ้นายแล้วไง! นี่ก็หนุนแขนตัวเองอยู่เนี้ยย จะเอาอะไรอีกฮ๊ะ!!"

เธอโวยวายเสร็จ ก็กลับไปนอนหนุนแขนตัวเองต่อ  จนเธอกำลังจะเคลิ้มหลับลงอีกครั้ง

ตุบ! 

"ไอ้!  เอาที่มึงสบายใจเถอะ" หนังตาของเธอปรือๆ ไม่สามารถ ลืมตาเต็มตื่นได้ ด้วยความง่วงและความเหนื่อย เธอจึงได้หลับลงไปอย่างสนิท ชนิดที่ระบบประสาทไม่รับรู้สิ่งรอบข้างได้อีก

ตุบ!ๆๆๆๆๆๆๆ

กระเป๋าตกใส่หัวเธออยู่หลายครั้ง จนมันเบื่อ จึงได้กลับไปอยู่ข้างๆ ศีรษะของโลกสวยตามเดิม

................................................................

ตั้งแต่ที่เธอได้ข้ามมิติเข้ามา ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเธอได้เปลี่ยนแปลงไป แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่แนบเนียน หากโลกสวยไม่สังเกต และไม่ใส่ใจ เธอจะไม่มีวันรู้เลย

0 ความคิดเห็น