ชุลมุนวุ่นนัก เจ้ามิติ ซ้อนมิติ

ตอนที่ 2 : ก่อนเข้าสู่มิติที่ 1 บุรุษปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 มิ.ย. 62



(เขาไม่มีตัวตน ไม่มีชื่อ เมื่อภารกิจเสร็จสิ้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีใครได้เห็นเขา ทุกคนจะเรียกเขาว่า : เจ้าชายปริศนา หรือบุรุษปริศนา  ....แต่....ยกเว้นเธอคนนั้น...)

...................................................................

โลกสวย หญิงสาวร่างเล็ก สูงเพียงแค่ 162 ผิวสีน้ำผึ้ง ดวงตากลมโต จมูกโด่งกำลังพอดีกับรูปหน้า และมีริมฝีปากที่เล็กจิ้มลิ้ม แต่เย้ายวนสายตาเมื่อได้มอง นอกจากนี้ยังมีคิ้วที่สวย เป๊ะ แบบธรรมชาติมาตั้งแต่เด็ก แม้เธอจะสวยอย่างไร แต่ก็ยังมีคนแกล้ง และแอบนินทา เพราะสีผิวของเธอ แม้เป็นเพียงแค่คนส่วนน้อย ซึ่งเธอก็ไม่ได้สนใจ และไม่ใส่ใจในเรื่องนี้เพราะรกสมอง ช่วงวัยเด็ก และวัยรุ่นอาจมีความคิดที่แว้บ เข้ามาบางในหัว ว่าอยากขาว


แต่ ณ. ปัจจุบันเธอมีอายุเข้าสู่ช่วยวัยกลางคน อีกเพียงแค่วันเดียวเธอก็จะ 30 ปี ...ในเรื่องความสวยความงาม หรือแม้แต่สีผิว เป็นแค่เปลือกนอก ที่ทำให้คนหลงมั่วเมา เธอจึงไม่สนใจ เพราะมีหลายอยากให้เธอต้องทำ สิ่งที่เธอต้องทำหลังจาก กลับจากที่ทำงานคือ การดูหนัง และอ่านนิยายซึ่งช่วงนี้กำลังติดเป็นอย่างมาก 


ผู้ชายที่ชอบ และหลงรักเธอนั้นมีอยู่มาก แต่เธอไม่รู้ตัว หากรู้ เธอก็ไม่ได้สนใจอีกเช่นเคย เหตุนี้จึงทำให้เธอกลายเป็นสาวโสด ที่โครตจะบริสุทธ์ ไม่เคยเข้าใจในเรื่องความรัก ระหว่างหญิงชายสักครั้งเดียว

ณ. เมือง ป๊ะจ๊าง

เมืองป๊ะจ๊างเป็นเมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ท้องฟ้าสวย มีอากาศที่สะอาดบริสุทธ์  ทะเลใสจนเห็นตัวปลาแหวกว่ายไปมา หาดทรายสีขาวสะอาดตา เม็ดทรายเนื้อละเอียดสัมผัสนุ่มสบายเท้า  อีกทั้งมีพื้นป่าที่ดูลึกลับ แต่น่าค้นหา ...ทีนี้... ธรรมชาติได้รับการ      อนุรักษ์ และการดูแลรักษาเป็นอย่างดีจากมนุษย์

โลกสวย ได้มาอบรมสัมนาที่เมืองป๊ะจ๊าง  และนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ได้มายังที่แห่งนี้  

"ไม่ผิดหวังจริงๆ อยากมาตั้งนานแล้ว ไม่ได้มาซักที่" 
โลกสวยมักพูดกับตัวเอง นี่ก็เป็นเรื่องที่ปกติมากสำหรับเธอ 

ในตอนนี้เป็นเวลาเย็นมาก ประมาณเกือบ 6 โมงเย็น การอบรมสัมนาเพิ่งเสร็จสิ้น 

ทุกครั้งในช่วงวันเกิด โลกสวยจะกลับบ้านไปฉลองวันเกิดกับพ่อแม่ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่เธอไม่ได้ฉลองวันเกิดกับครอบครัว เนืองจากการสัมนาครั้งนี้เป็นความรับผิดชอบของเธอโดยตรง การอบรมสัมนาเป็นไปได้ด้วยดี
ตอนนี้เธออยากหาสถานที่ในการอยู่คนเดียวเป็นอย่างมาก เพื่อความผ่อนคลายของตัวเธอเอง

"โลกสวย จะไปไหนต่อหรอ"

เพื่อนที่มาอบรมด้วยกัน เมื่อเห็นเธอกำลังเดินออกไป เขาก็ได้เข้ามาทัก  ซึ่งในความคิดของเธอ ณ.เวลานี้ รู้สึกเซ็ง เบื่อ หงุดหงิด

เป็นการเข้ามาทักที่ผิดจังหวะอย่างแรง

"จะไปเดินเล่น ที่ที่ไม่มีคน" =_=

"ไปด้วยซิ" 

"จะไปทำไม่" -_-! ?

"ไปเป็นเพื่อนไง  ที่นี้เป็นเขตอนุรักษ์น่ะ  เดินไปคนเดียวมันอันตราย"

"นายไปไหนก็ไปเถอะ ฉันไม่รบกวน" -_-!!

"เออออ...ก็ได้"

"ดี"  ยิ้มให้นิดๆเป็นการขอบคุณ

"เดี๊ยววววววว"

"What!!!!" 

"แฮ่ๆๆ   คืนนี้จะไปดริ๊งกันไม่ มีเพือนไปกันหลายคนเลย เดียวผมจะได้ไปรับ"

"ไม่!! "

เมื่อเห็นอีกฝ่านสีหน้าเริ่มไม่ดี เนื่องจากเธอลืมควบคุมอารมณ์ จึงได้ใช่น้ำเสียงที่ตะคอกออกไป ทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแม้แต่นิดเดียว 

"โอ๊ะ... ฉันขอโทษที่เผลอตะคอกไป พอดีเมื่อกีฉันหงุดหงิดเรื่องอื่นนิดหน่อยนะ อืมมมม ฉันว่าาา ฉันคงไม่ได้ไปดื่มกับพวกนายน่ะ "

"อืมม..ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ โลกสวยคงจะเหนื่อยวันนี้ทั้งวันไม่ได้พักเลย"

"ขอบคุณน่ะที่เข้าใจ คืนนี้ขอให้สนุก..." ^_^

"ครับ >_<"

แม้ว่าเธอจะค่อยๆเดินห่างออกไป จนเดินลับออกไปจากสายตา  เขาก็ยังยื่นมองเธออยู่ที่เดิม เหมือนโดนมนต์สะกด โดยเฉพาะรอยยิ้ม ที่เธอได้ให้ก่อนแยกจากกัน 

"ทำไม่เย็นวูบๆ ด้านหลัง? .. ขนลุกวุ้ย!" เธอไม่รู้เลยว่า มีสายตาที่อ่อนหวาน และรอยยิ้มที่อบอุ่น จากคนที่เธอได้คุยเพียงไม่กี่ประโยค

....หญิงสาวผิวสีแทนดังน้ำผึ่งที่เนียนละเอียด ถักผมเปี้ยแบบลวกๆ เอาไว้ข้างขวา เธออยู่ในชุดเปิดไหล่สีชมพู ปลายเท้าเล็กเปลือยเปล่า กำลังสัมผัสกับความนุ่มละเอียดของเม็ดทรายที่รวมกันกลายเป็นหาดทรายขาวสุดลูกหูลูกตา

เวลาในช่วงนี้ ถือได้ว่าเป็นเวลาที่ดีมาก เพราะผู้คนได้ทยอยกัน ออกไป จากบริเวณชายหาดแห่งนี้ 
โลกสวยรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก เมื่อได้อยู่คนเดียว ในบรรยากาศที่สดชื่น หาดทรายสวยแบบนี้ เธอได้ถอดรองเท้า แล้วเอามาถือแทนการใส่ เพื่อเท้าของเธอจะได้สัมผัสกับทรายได้อย่างเต็มที่ 

ขณะที่กำลังก้มหน้ามองปลายเท้าอยู่นั้น เธอได้ชนเข้ากับอะไรบ้างอย่าง ...เมื่อเธอได้เงยหน้าขึ้นมองก็ต้องตกใจ...

" อ๊าววววนายย ... "


ย้อนกลับไป 1 เดือนก่อน


เธอกำลังเดินอยู่ริมสะพาน ก็ได้เดินชนกับบุคคลปริศนาเต็มแรงจนร่างของเธอถึงกับเซ เสียหลักแล้วล้มลง หงายหลัง 

"ขอโทษครับ" 

ผู้ชายที่ชนเธอ เขาได้ยื่นมือออกมาให้เธอจับเพื่อช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้น  ในขณะที่เขากำลังพูดขอโทษไปด้วย
ผู้ชายคนนี้สูงมาก ราวๆ 180  ใส่เสื้อฮู้ดสีขาว สะพายเป้สีดำ กางเกงสีเทาเข้ม 

"ไม่เป็นไรค่ะ" เธอไม่ได้มองหน้าของชายปริศนา เพราะมัวแต่สำรวจร่างตัวเองว่ามีรอยแผล รอยถลอกหรือไม่

"ขอบคุณนะค่ะ" เมื่อเธอกำลังจะเงยหน้าขึ้นไปมอง...สร้อยคอของเขาก็ตกลงมา อยู่ที่พื้นฟุตบาทขอบสะพาน เธอจึงได้ก้มลงไปเก็บสร้อยให้กับชายปริศนา แต่เมื่อลุกขึ้นยืน มือที่ยื่นออกไปเพื่อมอบสร้อยคอคืน กลับค้างนิ่ง เนื่องจากชายปริศนาได้หายไป   'เขาหายไปใหน' และจนแล้วจนรอดเธอยังไม่เห็นหน้าเขา ..... เธอทั้งเดินและวิ่งหาเขาไปทั่วบริเวณ แต่ก็ไม่เจอ  เขาหายไปเร็วมาก ทั้งๆที่อยู่หน้าเธอแท้ๆ เมื่อมั่นใจแน่นอนแล้วว่าไม่เจอเขา เธอจึงกลับที่พักของเธอ

โลกสวยไม่ชอบหยิบ หรือเอาของๆคนอื่น เธอคิดเสมอว่าของของใคร ใครก็รัก หากหยิบเอามา เจ้าของคงจะทุกข์ใจมากแน่ๆ สร้อยคอนี้ก็เหมือนกัน หากเจ้าของสร้อยรู้ตัว คงหาให้วุ่น และทุกข์ใจอยู่แน่ๆ 
สร้อยคอและจี้สร้อยคอ มีลักษณะแปลก ตัวจี้เป็นรูปดวงตา ดวงตากลมด้านในมีสีเหลืองอำพัน ส่วนด้านนอกแทนที่จะเป็นสีขาว กลับเป็นสีฟ้าครามเหมือนกับท้องทะเล มีขนตาแต่งแต้มเป็นสีดำ ดูราวกับเป็นดวงตาจริงๆ ส่วนสายสร้อยคอมีสีเขียวเหมือนดังผืนป่า

ในทุกๆ เย็นหลังเลิกงาน โลกสวยจะไปเดินบริเวณสะพาน เพื่อที่จะได้คืนสร้อย ให้กับคนปริศนา เธอได้นำสร้อยมาสวมไว้ที่คอตลอดเวลา เพื่อจะได้ไม่หลงลืม หรืออาจทำตกไว้ที่ไหน และหากเจอชายปริศนาจะได้คืนให้เขาได้ในทั้นที

กลับมา ณ. ช่วงปัจจุบัน

"นายจริงด้วย!  นายลึกลับ รู้บ้างไม...นายเนี้ย... ทำตัวน่าสงสัย  หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย วันนั้นที่นายชนฉัน ฉันหานายแทบตาย แต่หาไม่พบ นายไปไหน...ฮ๊ะ... ทำไมไม่รอก่อน จะได้เอาสร้อยกลับไปด้ว..... "         

โลกสวย ไม่เว้นจังหวะให้ชายปริศนาพูด หรือตอบคำถามเธอเลย

"หยุดดดดดด!     ฟังผมพูดบ้าง"

"พูดดิ"

"ผมไม่ขอตอบ ว่าผมไปไหน เพราะมันไม่ใช่เรื่องของคุณ"

"......" ตกใจ พูดต่อไม่ถูก 

' นี่เขากำลังด่าฉันว่า เผือกอยู่ป่าวเนี้ยย ' เธอได้แต่คิดในใจ

"แล้วคุณรู้ได้ไงว่า..  ผมเป็นคนนั้น เป็นเจ้าของสร้อย เป็นคนที่คุณตามหา ซึ่งคนที่คุณตามหา อาจจะไม่ใช่ผมก็ได้"

"เหอะๆๆ  ฉันมั่นใจว่าเป็นนาย"  แม้ว่าเธอจะยังไม่เคยเห็นหน้าชายปริศนาก็เถอะ 

"...."

"นี่ใคร! ถามหน่อย.. จมูกฉัน เหมือนกับ จมูกของสุนัขตำรวจนะจ๊ะ.. เรื่องกลิ่นเนี้ยฉันเฉียบขาด นี้เป็นความสามารถพิเศษของฉันนะจะบอกให้ เหอะ!" เธอพูด พร้อมกับชี้ มาที่จมูกของตัวเอง

" =_="

"กลิ่นตัวนายยเนี้ย โครตจะเป็นเอกลักษณ์เลย คนอะไรกลิ่นยังกับป่าดิบชื้น" 

" =____= "

"แล้วชุดเนี้ย.... ใส่เหมือนกับวันนั้นเป๊ะ ตั้งแต่ตัวยันรองเท้า ใครจำไม่ได้ ก็ไม่ใช่แล้วป่ะ!  -_- " 

"....."

" อ้อ...แล้วสร้อยคอนา..."

"หยุดดดดดด คุณพูดเก่งดีน่ะ ไม่หยุดปากเลย คงเหมือนกับปากสุ...   เออ  อื้ม(กระแอม) แล้ว สร้อยคอที่คุณใส่ มันไม่สามารถถอดออกมาได้หรอก หากคุณพยายามจะถอดมันเท่าไร สายสร้อยมันก็จะหดตัวเล็กลงมากขึ้นเท่านั้น หรือบ้างที่มันอาจจะหดสั้นจนคลายกับปลอกคอสุนัขเลยก็ได้  ... ไม่เชื่อก็ลองมองดูซิ..."

"เหอะ!" เธอมองดูสร้องแล้ว แล้วพยายามกระชากมันออก แต่มันยิงหดสั้นลง เหมือนที่เขาพูด ตอนนี้เธอจึงกลายเป็นคนมีปลอกคอ หากมีเชือกมาจูง ...คือใช่แน่ๆ.. นอกจากจมูกดีแล้วยังมีปลอกคอเพิ่มมาอีก

" ไม่ต้องกังวลไป หากคุณไม่คิดจะถอดมันออก มันจะคลายตัว แล้วกลับกลายเป็นสายสร้อยเหมือนเดิม"

"แบบนี้!  ฉันจะคืนสร้อยให้คุณยังไงละ  มีวิธีแก้ไม่"

"สร้อยที่คุณใส่นี้ ได้ถูกกำหนดมาให้เป็นของคุณอยู่แล้ว ... อ่ะ ...แล้วก็นี่ด้วย..."

นายลึกลับได้ปลดเป้ ออกจากหลังของเขา แล้วยื่นกระเป๋าเป้มาให้เธอ ซึ่งเธอพลักมันกลับไปเบาๆ แสดงถึงการปฎิเสธ  เธอไม่ยอมรับของของคนแปลกหน้าหรอกนะ แม้ว่าครั้งนี้ได้เห็นหน้าของเขาแล้วก็เถอะ แล้วเขาก็หล่อมากด้วย   ' ถ้าหากในกระเป๋ามียา หรือของผิดกฎหมาย คนซวย ไม่ใช่ใคร ก็ฉันนี้ไง รับความซวยไปเต็มๆ ยังไงฉันก็จะไม่เอาอะไรของเขาเด็ดขาด รวมทั้งสร้อยด้วย '

"คุณไม่สามารถปฏิเสธสิ่งของที่ถูกกำหนดมาให้คุณโดยเฉพาะได้ สิ่งเหล่านี้ถูกสร้างมาไว้ให้คุณ" 

"...."  เธอเงียบ     'ได้ยินที่เธอคิดด้วยหรอ'

ชายปริศนาก้มลงมองนาฬิกา

" เฮ๊ย!! ใครมา"

"ไหน" เธอหันไปมองตามที่มือของเขาชี้ 

"ไม่เห็นมี....."
จู่
ๆเขาก็หายไปอย่างปริศนาอีกครั้ง หากเขาเดินออกไป คงไม่รอดพ้นสายตาของเธออย่างแน่นอน เพราะที่ที่ยืนอยู่นี้เป็นชายหาดกว้าง ซึ่งเวลานี้ก็ไม่มีคนอยู่เลย

มีเสียงที่พัดผ่านมากับสายลมว่า

"อย่าได้คิดมาก กับสิ่งของที่ได้รับ เพราะสิ่งเหล่านี้มีประโยชน์กับเจ้าเป็นอย่างมากในภายภาคหน้า อันใกล้นี้  และไม่ต้องกล้วว่าสิ่งเหล่านี้จะตกหล่น หรือหายไป เพราะพวกมันมีพลังที่เชื่อมต่อกับเจ้า มันจะกลับไปหาเจ้า อยู่กับเจ้าดังเดิม ขอให้เจ้าโชคดี...."

"ไอ้.."   

'สิ่งของอะไรอ่ะ  เธอยังไม่ได้เอาอะไรจากเขาเลยแม้ชิ้นเดีย....เหี้ยย! เป้มาอยู่ในมือได้ไงเนี้ย ฉันไปรับเอามาตอนไหน'  อ๊ากกกกกก เธอเริ่มเข้าสู่โหมดบ้าคลั่ง

"อ๊าา....ข้าลืมไป  ยังมีสิ่งหนึ่งที่จะมอบให้เจ้า"

ฟิ้ววววว......

แหมะ! มีกระดาษแผ่นหนึ่ง ที่ลอยมาตามลม แล้วมาแปะอยู่บนใบหน้าของเธอพอดิบพอดี เธอรู้สึกหงุดหงิด จึงรีบนำมันออกจากใบหน้า โดยไม่สนใจอ่าน แล้วยัดกระดาษนี้ เก็บใส่ในกระเป๋าเป้ 

ทุกอย่างรอบตัวเข้าสู่ความเงียบงัน 

โหมดบ้าคลั่งของเธอยังไม่สงบ เธอจึงต้องระบายมันออกมา

"หายไปอีกแล้วน้าาาาาา ที่นี้หายทั้งตัว ทั้งเสียง แน่จริงก็มาดิเพ่ เข้ามาดิค๊าฟฟ โถ้วว  ไอ้คนลึกลับ อัยคนไม่มีมารยาท ไอ้คนไม่รู้จักไปลา มาไหว้
จะเรียกเราก็เรียกซักอย่างดิ! เจ้าบ้าง คุณบ้าง ไอ้ปลาทอง ใครเชื่อที่นายพูดคงได้กินหญ้าแทนข้าวแน่นอน ฮ๊าๆๆๆ แต่ที่แน่ๆไม่ใช่ฉันโว้ยยยย"

เธอโกรธ เพราะเขาหายไปเฉยๆ โดยที่เธอยังมีเรื่องที่ค้างคาใจอยู่

เธอโกรธ ที่เขายัดเยียดในสิ่งที่เธอไม่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม

และเธอโกรธ ที่เธอ ใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล ซึ่งสิ่งนี้มันไม่ดีกับตัวเธอแน่ๆ ไม่ว่าตอนนี้ หรือตอนไหนก็ตาม 
'เธอจะต้องเปลี่ยนให้ได้ '

.....เงียบกริบ....

"เฮ๊อออออ" 

เธอค่อยๆนั่งลงกับพื้นทราย แล้วทอดมองสายตาออกไปยังพื้นท้องทะเลที่อยู่เบื้องหน้า อารมณ์ของเธอค่อยๆสงบลง

นี่ก็เป็นข้อดีอีกอย่างของเธอ คือโกรธง่ายหายเร็ว 
เธอได้ล้มตัวลงนอน แล้วมองดูดาวบนทองฟ้าอันไกลแสนไกล จนเผลอหลับไป เพราะความเหนื่อยล้ามาทั้งวัน

0 ความคิดเห็น