ชุลมุนวุ่นนัก เจ้ามิติ ซ้อนมิติ

ตอนที่ 1 : บทนำ กำเนิดยัยโลกสวย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 มิ.ย. 62

              เธอเกิดมาพร้อมกับความธรรมดา ซึ่งเป็นความธรรมดาที่อยู่ในขีดที่ตกต่ำ เรียกได้ว่า ต่ำเตี้ยเรี้ยดินกันเลยที่เดียวว ในชีวิตไม่มีอะไรเลย ...คือ...อยู่ไปวันๆว่างัน... 



              ...แหมะพูดแล้วขึ้น... 

 


คนแบบนี้เรียกว่า.....คนไม่มีแก่งสาร...ยัยปรสิท...ยัยอีโคไล....ยัยเฉาก๋วยครึ่งถัง (ไม่เต็ม)....ยัยหนักแผ่นเปลือกโลกกก.....ยัยแย่งอากาศเพื่อนมนุษย์....$#@%##%%÷(#=£=#$÷×÷/$÷_=÷=/=×/$#$#$$$#%%#$%$%%#@##$%%



            หยุดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด อย่าด่าฉานมากเกินไป  กักขังฉันเถิดกักขังไป ขังตัว อย่าขังหัวใจดีกว่า อย่าขังง....


       หยุดๆพอแล้ว ฉันขอเล่าเรื่องของฉันเองแล้วกัน  อืม...อยากที่บอกชอบอยู่ไปวันๆ อยู่เฉย ไม่ทำอะไร ไม่หวันแม้วันมามากก  


      แต่ดูแบบนี้ฉันก็ไปเรียนทุกวันนะ แล้วก็ชอบไปวัดทุกวันเสาร์  ไม่ใช่วัดถนนน่ะ เป็นวัดจริงๆ  ไม่มีเหตุผลว่าไปทำไม่ แต่ไปแล้วรู้สึกดี นอกจากนั้นก็หมกตัวอยู่แต่ในห้อง  ดูหนัง ฟังเพลง ดูซี่รี่ อ่านการ์ตูน อ่านนิยาย โดยเฉพาะ ชอบดูหนุ่มหล่อ Got7 อ๊ากกกก พูดแล้วน้ำลายไหลไม่รู้ตัวอยากจะกรี๊ดดดดดดด เห็นป่าวในแต่ละวันยุ่งจนไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้ว .... สุดท้ายนางก็ออกทะเลเอง...โถ้ววววว



     ...โลกสวย... เป็นชื่อของเธอ หรือแม่นางที่ได้กล่าวเรื่องตัวเองก่อนหน้า


     ที่ได้ชื่อว่า โลกสวย เพราะพ่อแม่ของเธอได้ตั้งให้ เป็นชื่อที่มีความเป็นมา ขอบอกก่อนว่า พ่อกับแม่ของเธอเป็นคนที่ดีมากกกกกก คิดในแง่บวกตลอด  และนี้ก็เป็นเรื่องจริง และเรื่องจริงอีกอย่างคือฉันจะตรงข้ามกับพวกท่าน แม้พวกท่านจะเลี้ยงฉันมาอย่างดีก็ตาม 


"แต่ๆ อย่าเพิ่งว่าฉันไม่ดีนะ" นางร้อนตัว



      โดยความเป็นมาของชื่อเธอ แม่ได้เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่ เธอ จะถือกำเนิดเกิดมานั้น แม่ได้ฝันไปว่า มีสัตว์ดุร้าย ทุกอย่างแปรเปลี่ยน สัตว์ที่ไม่มีพิษ และไม่มีภัยเหมือนอย่าง หมู ไก่ แมว สุนัข และอื่นๆ ไล่กัดกินสัตว์อันตรายอย่าง เสือ สิงห์ กระทิง จระเข้  งู สัตว์อันตรายเหล่านี้กลับกลายเป็นสัตว์ที่อ่อนแอ่ และขี้หวาดกลัว


      ส่วนพ่อก็ฝันไปพร้อมกันในคืนเดียวกับแม่ ซึ่งฝันว่าโลกวิปริต เกิดภัยภิบัติต่างๆนานา แต่เหล่าคนดีกลับรอดมาได้ราวปาฏิหาริย์ นั้นเพราะมีเมฆมารับเอาไว้ แล้วนำพาไปอยู่กลางอากาศที่เวิ้งว้าง อีกทั้งยังมีปัจจัย 4 ครบ นั้นคือ ที่อยู่, อาหาร, เครื่องนุ่งห้ม และยา แต่ไม่มีใครที่มีความสุขเลยสักคน เมื่อมองลงไปเบื้องล่าง ต้องทนเห็นคนที่รักและรู้จัก ทนทุกข์ทรมาน ต่อหน้าต่อตา เพราะไม่รู้ว่าจะต้องลงจากก้อนเมฆอย่างไร  ซึ่งเหล่าคนดีก็ไม่นิ่งเฉยพยายามหาทางช่วย แต่จนแล้วจนรอดก็ลงจากก้อนเมฆไม่ได้อยู่ดี 



         ทั้งพ่อและแม่ ได้ฝันพร้อมกัน เวลาเดียวกัน และได้ตื่นพร้อมกัน ทั้งสองได้นำสิ่งที่ตนเองได้ฝันไป มาเลาสู่กันฟัง 

   

       ...สุดท้าย...พ่อกับแม่จึงได้สรุปกันว่าฝันร้ายจะกลายเป็นดี จะต้องมีเรื่องดีๆ มาสู่ครอบครัวอย่างแน่นอน ...


         โดยที่ทั้งสองยังไม่รู้ว่า จะมีสมาชิกเพื่มเข้ามาในครอบครัวอีกคน ...สมาชิกคนนั้น คือเธอคนนี้...



      ในช่วงเที่ยงของวันเดียวกันกับที่พ่อแม่ได้ฝันไป ทั้งสองมากินข้าวในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านที่ตกแต่งออกมาได้น่ารัก และดูอบอุ่น  อาหารก็อร่อยถูกปากทุกอย่าง 


     แต่จู่ๆขณะที่นั้งทานข้าวอยู่นั้น! 


    มีผู้ชายคนหนึ่งแต่งตัวพิลึก ไม่เหมือนคนทั่วไป หากไปเดินกลางตลาดคนต้องหาว่า บ้า! แต่หากอยู่กลางทุ่งนา รับรองได้ว่า ควายควิดแน่นอน 


       เพราะเขาใส่เสื้อคลุมสีดำที่ยาวลากพื้นไปเกือบๆ 1 เมตร เสื้อภายในสีเหลือง กางเกงขายาวสีแดง หมวกปีกรอบสีส้มคลายหมวกของชาวนา มีผ้าปิดปากสีเขียวเรืองแสง ใส่รองเท้ากีบแบบคนโบราณ หากมองจากภายนอก เขาก็ดูดีในระดับหนึ่งแม้จะเห็นเพียงแค่ดวงตาและรูปร่างเท่านั้น ดวงตาของเขาดูมีอำนาจอย่างประหลาด แต่ก็ดูมีความเมตตาสูง หากให้คาดคะเนอายุ น่าจะ 60 ขึ้นไป และไม่ได้ดูแก่มากมาย


      ผู้ชายคนนั้นได้เดินตรงเข้ามาหาพ่อกับแม่ด้วยท่าทางองอาจ และดูมีความเชื่อมั่นในตนเองสูงมากก


  ขณะเดียวกันความคิดของแม่ก็พุดขึ้นมา ' โอโห้ววว ถ้าเอาสีเสื้อผ้าของผู้ชายคนนี้มารวมกัน แล้วนำมัดผูกไว้กับต้นไม้ คงมีคนมาถูเลขเพียบแน่นอน ฟันธง!' แม่แอบหัวเราะกับความคิดของตน


'ไอคุณผู้ชายครับ... คุณมึง ไปเอาความมั่นใจมาจากว่ะครับ' พ่อได้แต่คิดในใจ ไม่เอยออกมาเป็นคำพูดเพราะไม่สุภาพ 


ส่วนผู้ชายพิลึกแต่มีความองอาจ เมื่อมาถึงที่โต๊ะเขาก็พูดๆๆโดยไม่สนใจสีหน้าของคู่สามีภรรยาว่าทำหน้าอย่างไร 


" ทั้งสอง จะกำเนิดบุตรสาว ที่มีลักษณะนิสัยแปลกๆ แล้วก็แปลกๆ เด็กคนนี้เมื่ออยู่ใกล้ใคร ก็จะเป็นที่รักที่เอ็นดูของทุกคน เด็กคนนี้สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนได้โดยไม่รู้ตัว เมื่อเด็กคนนี้ เข้าสู่ช่วงวัยกลางคน จะมีเหตุการณ์ ที่จะทำให้ต้องเดินทางในสถานที่แปลงๆ ต้องไปช่วยเหลือ ช่วยแก้ปัญหาให้กับคนแปลกๆในสถานที่แปลกๆเหล่านั้น พวกเจ้าทั้งสองจงตั้งใจเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ดี เพราะเด็กคนนี้มีความสำคัญ" เมื่อกล่าวเสร็จชายปริศนา ก็เดินจากไป โดยไม่สนใจสีหน้าสามีภรรยาเช่นเดิม


     หากเป็นคนที่อารมณ์ร้อง เจอคนแต่งตัวเพี้ยน เดินตรงเข้ามาหา แล้วพูดโดยไม่ทักทายกันก่อน คงจะโดนด่า หรือไม่ก็โดนชกหน้าไปแล้ว แม่ของโลกสวยบอกว่า ผู้ชายคนนั้นเขาโชคดี เพราะพ่อกับแม่เป็นคนอารมณ์เย็น


' ไอคุณผู้ชาย มึงจะพูดคำว่าแปลกๆ เยอะไปไหนว่ะ เฮี้ยเอ๋ย กูจะแปลงตามมึงแล้วนะเนี้ย F**k  '  


พ่อได้แต่คิดออกมาแต่ไม่พูด แล้วอยู่ๆ น้ำตาของพ่อก็ไหลออกมาเป็นสาย พ่อร้องไห้ไม่หยุดจนแม่ตกใจ แม่ได้ถามพ่อด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไร 


  "ฮือๆๆๆๆ เมื่อกี่ผมสบถคำหยาบออกมาในความคิด ผมรู้สึกผิดมากจริงๆนะที่รัก ฮือๆๆๆ ผมควรทำยังงายยยย ฮือๆ แล้ว แล้ว แล้ว เขายังมาว่าลูกเราแปลกอีก ฮือๆๆๆ เรายังไม่มีลูกสักหน่อย  มาว่าลูกเราทำมายยยยผมรับไม่ได้จริงๆ แง่ๆๆ " 


...ฟืดดดด... ร้องไห้จนน้ำมูลไหลออกมาเกือบเข้าปาก แต่สามารถสูดน้ำมูกกลับไปทางเดิมได้ทันเวลา...


...แม่ได้แต่มองพ่อด้วยสายตาเวทนา ปนเห็นใจ....

กาลเวลา ทำให้ความทรงจำที่แสนรวดร้าวของพ่อ ที่เกิดจากชายปริศนา ได้เลือนหายไป


      ทั้งหมดนี้คือความเป็นมาของชื่อเธอ ที่แม่ได้เล่าให้ฟัง หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วชื่อ โลกสวย เกี่ยวอะไร 

ต้องเกี่ยวกันแน่นอน เพราะเมื่อแม่ให้กำเนิดเธอ ออกมาปุป ทั้งพ่อและแม่ก็ใจตรงกัน ว่าอยากให้โลกสวยด้วยมือเรา (ไม่ใช่แล้ว) ที่ได้ชื่อนี้เพราะว่า พ่อกับแม่ อยากให้เธอมีสติ ไม่ว่าจะทำอะไรหรือคิดอะไรก็ตาม สิ่งที่คิด หรือลงมือทำไปนั้น จะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น และตัวเองในภายภาคหน้า แม่กับพ่อบอกว่า หากเธอโตขึ้นอยากให้สร้างแต่สิ่งดีๆให้กับผู้อื่น ไม่อยากให้เธอเห็นแก่ตัว นั้นแหละความเป็นมาของชื่อเธอ เป็นชื่อที่เตือนสติเธอได้เสมอมา จะทำให้เธอ ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ' โลกสวยอยากมีสติ โลกสวยงามได้เพราะตัวเรา ฉันชอบชื่อนี้จัง' เธอพูดกับตัวเอง แล้วหันไปยิ้มให้กับแม่


   ส่วนพ่อยังนอนกรนอยู่หลังบ้าน


     'โชคดีนะเนี้ย ที่พ่อไมได้ยิง เรื่องในอดีต ที่แม่ได้เล่าให้ฉันฟังไปเมื่อกี๊ ไม่งัน ความทรงจำที่แสนปวดร้าวของพ่อคงกลับคืนมา'


................................................................


ในวัยเด็กกำลังน่ารักโดนทักว่า : 

" หนูโลกสวยไปไหนจ๊ะ"


ช่วงวัยรุ่นเพื่อนๆที่รักเธอมักจะพูดว่า : 

"แหม่!! อีโลกสวย"


พอเข้าวัยทำงานเพื่อนรวมงานมักจะทักเธอว่า : 

"คุณจะโลกสวยไปแล้วนะ"


สิ่งที่พวกเขาพูด เธอไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด เพราะพวกเขาพูดถูก เธอคือ โลกสวย​​

......................................................

0 ความคิดเห็น