[FanFic Gintama Yaoi] Spirit สองจิตวิญญาณ

ตอนที่ 8 : 07

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 78
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    6 มิ.ย. 60

07

            ร่างเล็กกลับมาถึงบ้านก็ตอนที่ท้องฟ้าสว่างพอดี เสียงเปิดประตูบ้านดังขึ้นพร้อมกับร่างโปร่งของเพื่อนที่วิ่งออกมาจนเกือบจะชนเขา คาซึระเพียงแค่เอ่ยขอตัวแล้วรีบวิ่งออกไปจนลับตาเขาจึงเลิกสนใจแล้วเดินเข้าบ้านเห็นร่างสูงกำลังนั่งกดจ้องมือถืออยู่

 

“กินข้าวเช้ารึยัง”

“.....”

“ซึระ ว่ายังไงบ้างที่ล้มไม่ได้เป็นอะไรใช่มั้ย”

“.....”

“อยากทำอะไรรึเปล่า บอกฉันได้นะ”

“.....”

“งั้นฉันไปอาบน้ำก่อนนะ มีอะไรก็----“

“.....”

“.....”

               

                ร่างเล็กเอ่ยพูดกับร่างสูงเพียงฝ่ายเดียว ยิ่งอีกฝ่ายไม่ตอบก็ยิ่งรู้สึกเสียหน้าเขาเสียใจแต่ก็พยายามที่จะชวนอีกฝ่ายคุยจนไปหยุดชะงักกับคำพูดที่ทำให้ทะเลาะกันเมื่อวานทำให้เขาเม้มปากแน่น เขารู้สึกคล้ายกับว่าจะเข้าใจความรู้สึกของกินโทกิแต่ในเวลาเดียวกันเขาก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่กินโทกิพูด ร่างเล็กตัดสินใจที่จะไม่พูดต่อแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้อน้ำไป

                สักพักทากาสุงิก็เดินออกมาพร้อมกับชุดใหม่เขาไม่รู้สึกง่วงนอนพูดตรงๆคือเครียดมากกว่า นัยน์ตาสีเขียวมองร่างสูงที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมในท่าเดิมเขากำลังลังเลว่าควรจะเข้าไปนั่งข้างๆดีรึเปล่า จะยังโกรธกันอยู่รึเปล่าร่างเล็กตัดสินใจเดินขึ้นชั้นสองแต่

 

“...จะไปไหน”

“.....”

“มานอนกับฉันตรงนี้”

“.....”

“ฉันบอกให้มาก็มาสิ ฉันเรียกแล้วก็มองมาสิอย่าหลบตา”

 

                เสียงเอ่ยทักอย่างเย็นชาทำให้ร่างหยุดชะงัก เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับไปและน้ำเสียงของร่างสูงที่ส่งมาก็เต็มไปด้วยอารมณ์โมโห แต่เขาก็โกรธกับประโยคที่ร่างสูงพูดทีเขาพูดไม่ยอมตอบแต่พอเขาไม่ตอบบ้างก็มาโมโหใส่ ร่างเล็กทำท่าทีเมินเฉยใส่บ้างขาเรียวก้าวขึ้นขั้นบันไดอย่างไม่สนใจแต่ทว่า

.

ปึก! ปึก! ปึก!

.

“กินโทกิ หยุด กินโทกิพอได้แล้ว”

 

                ร่างสูงกระแทกแขนซ้ายที่พันเฝือกไว้กับโต๊ะ ทากาสุงิรีบวิ่งกลับมาหามือเล็กทั้งสองข้างจับแขนซ้ายของอีกฝ่ายเอาไว้แน่นเพื่อให้ร่างสูงทำร้ายตัวเองได้อีก แขนขวาตวัดโอบเอวเล็กและดึงให้ลงมานอนที่โซฟาเบดแขนยาวพยายามรัดเอวอีกฝ่ายให้แน่นและดันให้แผ่นหลังเล็กเข้าใกล้กับอกของตัวเองให้มากที่สุด คนตัวเล็กนอนเกร็งไม่กล้าขยับเพราะกลัวจะทำให้แขนซ้ายของร่างสูงเจ็บกว่าเดิม

 

“กินโทกิ ปล่อยเถอะนะ”

“...เกลียดฉันรึไง”

“แขนซ้ายนายเจ็บอยู่”

“...ช่างมันสิ ถ้ามันไม่หายคนที่ต้องรับผิดชอบชีวิตนี้มันก็นายไม่ใช่รึไง”

 

                ร่างเล็กได้แค่นอนนิ่งตัวเกร็งอยู่กับที่เขาหลับไม่ลง แขนยาวๆนี่ก็รัดตัวเขาเอาไว้แน่นไม่มีคลายออกเลยลมหายใจสม่ำเสมอที่รดต้นคอทำให้รู้ว่าร่างสูงข้างหลังหลับลงสนิทแล้ว ขอบตาร้อนผ่าวหยดน้ำไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย

 

หนาวจังเลย อ้อมกอดของนาย

.

.

.

                นัยน์ตาสีแดงนั่งมองร่างเล็กที่นอนร้องไห้อยู่ที่ปลายโซฟา มือใหญ่ทั้งลูบหัวจับมือแต่ไม่ว่าจะทำยังไงคนตัวเล็กก็ดูจะไม่มีท่าทีผ่อนคลายเลยสักนิด

 

ร้องไห้ทำไม เพราะฉันเหรอ?

 

                มือที่กำลังจะเอื้อมไปซับน้ำตาหยุดชะงักเมื่อมีมืออีกข้างตัดหน้าเขาเกลี่ยน้ำตาออกจากรอบดวงตาคู่สวย ชายร่างสูงกุมมือเล็กแล้วบีบเบาๆ ท่าทีของทากาสุงิเริ่มผ่อนคลายลงบ้างคล้ายกับเขามองเห็นมือเล็กนั่นบีบตอบมือของชายคนนั้น ดวงตาคู่สวยปรือลงราวกับว่าปลอดภัยจนสามรถหลับตาได้แล้ว

 

แกเป็นใครกัน ตอบมาสิ

 

                ชายร่างสูงหันกลับมามองเขาแล้วยกยิ้มมุมปากก่อนจะทำปากขมุดขมิดเหมือนกับกำลังพูดอะไรสักอย่างอยู่ เขาตั้งใจจะเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายเพื่อคุยให้รู้เรื่อง

 

“กินโทกิ ฉันหายใจไม่ออก”

 

                เสียงละเมอของร่างเล็กทำเอาเขาหยุดชะงักและหันไปมองนัยน์ตาสีแดงสะท้อนประกายเครียดแค้นออกมาเขากำลังคิดว่าร่างเล็กที่แสนจะเห็นแก่ตัวตรงนี้กำลังฝันอย่างมีความสุข

 

นายใจร้ายมาก ชินสุเกะ ฉันอยากเกลียดนายให้ได้เท่ากับที่ฉันรักนาย

.

.

.

“ทากาสุงิ มาทำอะไรที่นี่น่ะ”

“ซึระ”

               

                ร่างโปร่งบางเอ่ยทักร่างเล็กที่บังเอิญเจอกันบริเวณใกล้กับช่องจ่ายยาของโรงพยาบาล ทั้งสองคนเดินคุยกันมาเรื่อยๆโดยที่คาซึระรอบมองเพื่อนตัวเล็กอยู่บ่อยครั้ง

 

“กินโทกิเอาแขนไปฟาดโต๊ะนะ เลยพามาตรวจอีกรอบ”

“....ฉันว่านายน่าจะตรวจแผลที่หัวด้วยนะ ไปโดนอะไรมา”

“ทะเลาะกับหมอนั่นนิดหน่อย ไม่เป็นอะไรมากแค่ถลอกนิดหน่อย”

“นายน่าจะพักผ่อนบ้าง ลางานสักวันสองวันสิ”

“ลาไปแล้ววันนี้กับพรุ่งนี้”

“...ก็ดีแล้วนิ”

“ซึระ ช่วงนี้กินโทกิดูแปลกๆน่ะ”

“หมอนั่นก็แปลกตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาแล้วนิ”

“ช่วงนี้หมอนั่นตื่นยากผิดปกติน่ะ แถมอารมณ์ก็ยังขึ้นๆลงๆอีก”

“ลองพามาตรวจสมองอีกรอบสิ ครั้งหน้าที่ฉันนัดก็ได้”

“.....”

“เสร็จแล้ว กลับกันได้แล้ว”

“โทษทีนะซึระ แล้วเจอกัน”

 

                ร่างเล็กกำลังจะเอ่ยตอบเพื่อนไปแต่ก็โดนขัดจังหวะด้วยเสียงทุ้มของร่างสูงที่พูดออกมาด้วยเสียงไม่เบานักก่อนจะเดินนำออกไป ทากาสุงิหันไปกล่าวลากับเพื่อนแล้วรีบวิ่งตามร่างสูงไป

                คาซึระมองตามหลังทั้งสองคนอย่างหนักใจ มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋าแล้วกดโทรออกทันที รอเพียงแค่ไม่กี่อึดใจปลายสายก็กดรับ

 

“ฮัลโหล ซากาโมโต้”

.

.

.

“กินโทกิ เรากินข้าวกลางวันข้างนอกกันมั้ย”

“.....”

“อ่อ...งั้นไปเดินห้างกันมั้ยเปิดหูเปิดตา”

“.....”

“งั้น....”

“กินข้าวข้างนอก แล้วกลับบ้าน”

 

                ร่างสูงเอ่ยเสียงแข็งแล้วเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นแม้จะไม่มากเพราะยังต้องใช้ไม้ค้ำช่วยเดินอยู่ ร่างเล็กหยุดยืนมองตามแผ่นหลังกว้างอย่างอ้างว้าง เขาได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงดุจึงรีบวิ่งตามไป

                ร้านฟาสต์ฟู้ดใกล้ๆกับโรงพยาบาล ทากาสุงิเดินถือถาดอาหารและมองหาที่นั่งให้ตัวเองกับร่างสูงวันนี้คนเยอะจนแทบไม่มีที่นั่งเลย ร่างเล็กรู้สึกถึงเสียงเรียกแผ่วๆที่คุ้นเคยและมองหาต้นเสียง โต๊ะใหญ่ติดกระจกร้านที่มีเพื่อนร่างสูงอย่างฮิจิคาตะนั่งสูบบุหรี่อยู่และเพื่อนรุ่นน้องอย่างโอคิตะที่โบกมือให้เขา ทากาสุงิสะกิดให้ร่าสูงเดินไปนั่งกับทั้งคู่ด้วยกัน

 

“มาเดทกันเหรอครับ ทากาสุงิ”

“พากินโทกิมาหาหมอน่ะ”

“เห ยังไม่หายอีกเหรอครับลูกพี่”

“.....”

“อะไรกัน วันนี้หยิ่งจังเลยนะ”

 

                โอคิตะเอ่ยทักทายทากาสุงิและหันไปชวนกินโทกิคุย แต่ร่างสูงไม่ยอมตอบและเอาแต่นั่งกินเบอร์เกอร์ของตัวเองนัยน์ตาสีน้ำตาลแดงของเด็กหนุ่มเลื่อนกับมามองร่างเล็กที่ทำได้แค่ยิ้มแหยๆขอโทษกลับมาก่อนจะชวนคุยเรื่องอื่นแทน

 

“แล้วพวกนายสองคนมาทำอะไรล่ะ”

“วันนี้คุณคอนโด้ไม่อยู่ คุณฮิจิคาตะเลยพามาเลี้ยงข้าวกลางวันแทน”

“เหรอ ฮิจิคาตะฉันลางานไม่ขึ้นคืนนี้กับคืนพรุ่งนี้นะ”

“รู้แล้วน่า ลางานก็อย่ามัวแต่ดูแลเจ้าหัวหยิกนี่ทั้งวันล่ะ พักผ่อนบ้าง”

“รู้แล้ว ว่าแต่ใครขึ้นเล่นแทนฉันล่ะ”

“โซโกะไง”

“ไว้ใจผมได้เลยครับ ทากาสุงิ”

“งั้นก็คงไว้ใจได้ล่ะนะ”

 

                ร่างเล็กเอ่ยจบประโยคพร้อมๆกับที่กินโทกิลุกขึ้นยืนจากโต๊ะแล้วรีบเดินออกจากร้าน ร่างเล็กก้มหน้าเป็นเชิงบอกขอโทษและลาก่อนพร้อมกับส่งเบอร์เกอร์ส่วนขอตัวเองให้เพื่อนรุ่นน้อง และรีบวิ่งตามร่างสูงที่เดินเร็วๆออกจากร้านไปได้นิดหน่อย

                ทั้งฮิจิคาตะและโอคิตะมองตามท่าทีของทั้งสองคนก่อนจะหันมาสนใจของกินตรงหน้าขอตัวเองต่อ มือใหญ่หยิบเบอร์เกอร์ของทากาสุงิที่ทิ้งไว้เมื่อกี้ขึ้นมากินต่อ

 

“เจ้าโง่ฮิจิคาตะนั่นของผมนะครับ ทากาสุงิเขาบอกให้ผม”

“นายกินไปตั้งเยอะแล้ว อันนี้ให้ฉันเหอะน่า”

“แกคิดจะกวนประสาทกันเหรอ เจ้าโง่ฮิจิคาตะ อุบ!

“หุบปากซะ”

                ฮิจิคาตะหยิบเฟรนฟรายส่วนของตัวเองยัดเข้าปากของรุ่นน้องจอมปากเสียแล้วกลับมานั่งเท้าคางคิดถึงท่าทีของสองคนที่ลุกออกไปเมื่อกี้นี้ เขาสะบัดหัวสองสามทีแล้วรีบยัดเบอร์เกอร์ให้หมดก่อนจะคว้าแก้วน้ำโคล่าขึ้นมาดูดแล้ว

 

“อ๊ากกกกก เผ็ด ทำไมโคล่ามันถึงเผ็ดได้ฟระ”

“เอ๋ นั่นสินะครับทำไมกันนะ”

 

                ฮิจิคาตะหันมามองรุ่นนี้และเห็นขวดซอสพริกที่ว่างเปล่าตรงหน้า มือใหญ่จับเข้าที่ผมสีอ่อนของอีกฝ่ายแล้วเขย่าไปมา

 

“โซโกะ แกตายแน่วันนี้”

“ทุกคนคร๊าบ ช่วยด้วยคร๊าบตรงนี้มีคนบ้าอาละวาดอยู่ด้วย”

“หนอย เจ้าบ้า”

 

                สุดท้ายแล้วทั้งสองคนก็ถูกไล่ออกนอกแล้วยืนมองตากันปริบๆเนื่องจากสร้างความวุ่นวายให้กับร้าน           

 _____________________________________________________________________________________________________

Talk : ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น