[FanFic Gintama Yaoi] Spirit สองจิตวิญญาณ

ตอนที่ 4 : 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 104
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    29 เม.ย. 60

03

“เอ้า น้ำ”

“อะไรฟระ คนเขาอุตส่าห์มาช่วยจัดของเลี้ยงแค่น้ำเองเหรอ?”

“บ่นมากก็ไม่ต้องกิน เอาคืนมา”

               

เสียงทะเลาะกันด้วยเรื่องเล็กๆอย่างไม่จริงจังดังขึ้น ร่างเล็กยื่นมือหมายจะคว้าขวดน้ำที่ส่งให้กับร่างสูงของฮิจิคาตะคืนมาแต่อีกคนก็เอียงตัวไปด้านหลังแล้วยกขวดน้ำให้สูงขึ้นจนสุดแขน

 

“เรื่องอะไรจะคืนล่ะ”

“งั้นก็อย่าเรื่องมากสิฟระ”

“ใช่ๆอย่าเรื่องมากสิเจ้าโง่ฮิจิคาตะ เข้าใจมั้ยเจ้าโง่ฮิจิคาตะ”

“หนอย เจ้าโซโกะแกได้เป็นศพประดับบ้านหลังนี้แน่”

 

                เสียงกวนๆของเด็กหนุ่มรุ่นน้องแทรกเข้ามาดวงตาสีน้ำตาลแดงมองมาอย่าล้อเลียน ร่างสูงของฮิจิคาตะเลยเริ่มวิ่งไล่เพื่อนรุ่นน้องรอบบ้าน นัยน์ตาสีเขียวมองตามอย่างเอือมระอาและลุกขยับตัวไปทำงานบ้านส่วนที่ยังค้างอยู่

                มือเล็กยกกล่องลังที่บรรจุสิ่งของไม่จำเป็นไว้จนเต็มกล่องและเดินขึ้นบันไดเพื่อที่จะนำไปเก็บที่ชั้นสองแต่แล้วกล่องในมือก็ถูกแย่งไปโดยเพื่อนร่างสูงใหญ่อย่างบันไซ

 

“เดี๋ยวพวกกระผมจัดการต่อให้เองขอรับ ยังไงก็เหลือแค่เก็บของนิดหน่อยชินสุเกะเตรียมตัวไปรับซากาตะซังเถอะขอรับ”

“....ขอบใจมาก นี่กุญแจบ้านเสร็จแล้วก็ฝากล็อคด้วย ส่วนนี่เอาไปแบ่งกับเจ้าพวกนั้นนะ”

 

                ร่างเล็กพยักหน้ารับและส่งกุญแจสำรองกับเงินจำนวนนึงให้กับอีกคน ก่อนจะเดินขึ้นชั้นสองเพื่ออาบน้ำเตรียมตัวไปรับคนป่วยที่วันนี้จะได้กลับบ้านสักที

.

.

.

                นัยน์ตาสีแดงจ้องมองไปที่ประตูห้องไม่กระพริบ ร่างสูงนั่งจ้องมองประตูตลอดตั้งแต่ที่ร่างเล็กบอกว่าจะกลับไปจัดแจงพื้นที่บ้านให้เรียบร้อยแล้วจะกลับมารับช่วงบ่ายๆ นิ้วโป้งข้างขวาถูกกัดด้วยอารมณ์ขุ่นมัวทั้งๆที่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ตกลงกันไว้เลยด้วยซ้ำแต่กลับมีความรู้สึกกระวนกระวาย สายตามักจะเลื่อนไปมองนาฬิกาที่ถูกแขวนอยู่ในห้องทุกๆสองนาที

.

ครืด

.

                เสียงเปิดประตูห้องทำเอาร่างสูงต้องรีบหันหน้าตรงกลับมานั่งเก๊กหน้านิ่งอีกครั้ง คนตัวเล็กมองร่างสูงที่นั่งนิ่งไม่ได้สนใจเขาที่เปิดประตูเข้ามาอยู่บนเตียงด้วยสายตาหม่นหมองเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้ามาใกล้คนป่วยบนเตียงตามหลังมาด้วยคนคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างซากาโมโต้และคุณหมอคาซึระ

 

“ขอโทษที่มาช้านะ”

“.....”

 

                ร่างสูงไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเขายังคงแสร้งทำเป็นไม่สนใจร่างเล็ก ก่อนจะหันหน้าไปสนใจคนที่เป็นทั้งเพื่อนและคุณหมอเจ้าของไข้กำลังกำชับเรื่องต่างๆทั้งการดูแล วันนัดตรวจและกายภาพบำบัด ร่างกายของเขา

.

.

.

“กินโทกิ หิวรึเปล่า หรือว่าอยากเข้าห้องน้ำ อ่อๆจนกว่านายจะหายดีฉันเลยจะให้นายอยู่แต่ชั้นล่างฉันเตรียมของไว้หมดแล้วไม่ต้องห่วง”

“.....”

               

ภายในบ้านร่างสูงกำลังนั่งอยู่บนโซฟาเบดสีน้ำตาลที่ถูกปรับเป็นที่นอนแล้วพลางไล่สำรวจรอบห้องโดยไม่ได้สนใจเสียของร่างเล็กที่เอ่ยถามเลย จนสุดท้ายสายตาก็ไปหยุดอยู่กับกรอบรูปไม้เรียบๆที่แขวนอยู่บนผนังมีรูปของเขา ร่างเล็ก เพื่อนหมอร่างโปร่ง และเพื่อนร่างสูงใหญ่ทั้งสี่คนในชุดกักคุรัน สองคนหลังยืนริมภาพแล้วทำสีหน้าเบื่อหน่ายกับจุดตรงกลางที่เป็นตัวเขาและคนตัวเล็กในสภาพที่เขาโดนกระชากคอเสื้อแต่ใบหน้าของเขากับยิ้มแย้มอย่างมีความสุขและมือเล็กนั่นกำคอเสื้อเขาทั้งที่คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแต่ใบหน้าของคนตัวเล็กกับมีสีแดงจางๆอยู่

 

‘[ตอนนั้นเป็นวันจบการศึกษา ฉันแอบหอมแก้มชินสุเกะตอนกำลังจะถ่ายรูปเลยออกเป็นแบบนี้สินะ]’

“.....”

“...กิน..”

“กิน...กินโทกิ”

 

                เสียงเรียกทำให้ร่างสูงเลิกเหม่อและหันมามองร่างเล็กที่เป็นคนเรียก นัยน์ตาสีเขียวมองเขาด้วยความเป็นห่วงมือเล็กอังหน้าผากเพื่อที่จะวัดไข้แต่ร่างสูงกลับปัดมือนั้นออก

 

“.....”

“...งั้นมาทานข้าวกลางวันกันเถอะนะ เดี๋ยวฉันไปยกมาให้”

“.....”

 

                ร่างสูงมองตามร่างเล็กที่เดินหายเข้าไปในห้องครัว ก่อนจะให้กลับมามองตรงที่ตั้งกรอบรูปจู่ๆก็รู้สึกถึงสัมผัสชื้นแฉะที่ใบหน้ามือขวายกขึ้นแตะใบหน้าของตัวเอง เขากำลังร้องไห้มือขวาเช็ดหน้าเช็ดตาเพื่อให้น้ำตาหยุดไหลแต่มันกลับยิ่งไหลออกมา

 

“กินโทกิ เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม!!

 

                น้ำเสียงร้อนรนทำให้ร่างสูงต้องเงยหน้าขึ้นไปมองทั้งน้ำตา ใบหน้าและแววตาเป็นกังวลของคนตัวเล็กที่ส่งมาให้เขา

 

“กินโทกิ นายโอเครึเปล่า”

“......ชินสุเกะ”

แขนข้างขวาตวัดโอบเอวของร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าแล้วออกแรงดันให้ขยับเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้นก่อนจะซุกใบหน้าของตัวเองลงกับหน้าท้องของอีกฝ่าย

                ท่าทีนั้นทำให้ร่างเล็กอดไม่ได้ที่จะโอบกอดและลูบผมยุ่งๆสีขาวนั่นยิ่งความรู้สึกเปียกชื้นที่เสื้อยิ่งมากขึ้นให้เขาต้องโอบกอดร่างสูงให้แน่นขึ้นไปอีก

.

.

.

                เสียงสูดน้ำมูกของร่างสูงดังขึ้นไม่หยุด หลังจากที่ปลอบเด็กโข่งเจ้าน้ำตาเสร็จร่างเล็กก็ต้องกลับไปอุ่นแกงกะหรี่อีกรอบ นัยน์ตาสีเขียวรอบมองคนที่ตักแกงกะหรี่เข้าปากอย่างยากลำบาก

 

“กินโทกิ นายไม่เป็นอะไรจริงๆนะ”

“.....”

 

                เมื่อเห็นว่าไร้เสียงตอบรับกลับมา ร่างเล็กลุกขึ้นจากพื้นแล้วเอาจานข้าวของตัวเองที่กินหมดไปล้างก่อนจะออกมาป้อนข้าวร่างสูงที่ดูลำบากในการกินต่อ

.

.

                ตอนนี้ร่างสูงที่กลายเป็นเทพเจ้าแห่งความสบายกำลังนั่งมองคนตัวเล็กที่กำลังช่วยถอดเสื้อผ้าให้เขา และใช้พลาสติกห่อเฝือกทั้งแขนและขาอย่างเบามือหลังจากเอ่ยปากว่าเหนียวตัว ก่อนจะค่อยๆพยุงเขาขึ้นจากด้านหลังโดยที่ตัวเขาเองใช้ไม้ค้ำในการช่วยเดินไปยังห้องน้ำ

.

.

.

                เสียงโทรศัพท์มือถือของร่างเล็กดังขึ้นถี่ๆจนร่างสูงนึกรำคาญ ส่วนเจ้าของโทรศัพท์ก็กำลังอาบน้ำต่อจากเขาอยู่นั้นก็ดูจะรีบร้อนโดยฟังจะเสียงในห้องน้ำที่ดังออกมา

.

ปึง

.

                ประตูห้องน้ำถูกเปิดอย่างรุนแรงร่างเล็กที่สวมเสื้อยืดสีดำกับกางเกงขายาวสีขาววิ่งออกมารับโทรศัพท์ที่ดังอยู่นานสองนาน แล้ววิ่งวุ่นไปมาทั่วห้องแม้จะวางสายจากโทรศัพท์ไปแล้วแต่คนตัวเล็กก็ยังวิ่งวุ่นไม่เลิกก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

                นัยน์ตาสีแดงมองร่างเล็กที่เอาน้ำกับขนมและผลไม้นานชนิดมาวางไว้ที่โต๊ะเล็กตรงหน้าโซฟาเบดที่เขานั่งอยู่ และวิ่งหายไปขึ้นไปบนชั้นแล้วลงมาพร้อมกับหนังสือการ์ตูนสองสามเล่ม คนตัวเล็กทำท่าครุ่นคิดก่อนจะวิ่งขึ้นไปชั้นสองอีกรอบแล้ววิ่งลงพร้อมกับคอมพิวเตอร์แบบพกพาแผ่นหนังสามสี่แผ่น

 

“กินโทกิ เดี๋ยวฉันจะออกไปทำงานแล้วนะ”

 

                ร่างเล็กพูดขึ้นทำให้ร่างสูงต้องหันออกไปมองหน้าต่างหน้าบ้านก็พบว่าตอนนี้ท้องฟ้ามืดสนิท ก่อนจะกลับมามองคนตัวเล็กที่ยังวุ่นวายกับการแต่งตัวให้ตัวเองไม่เลิก มือเล็กหยิบนู่นจับนี่เข้ากระเป๋าแล้ววิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาอีกรอบก่อนจะยื่นสิ่งที่เรียกว่าโทรศัพท์มือถือมาให้

 

“อันนี้โทรศัพท์ของนาย ถ้ารู้สึกไม่ดีหรือเป็นอะไรก็รีบโทรหาฉันเลยนะ”

“.....”

“ถ้าจะเข้าห้องน้ำก็ต้องค่อยๆลุกนะ ระวังเฝือกโดนน้ำด้วย”

“.....”

“ของกินแค่นี้พอมั้ย อยากได้อะไรอีกรึเปล่า”

“.....”

“....งั้นฉันไปก่อนนะ”

 

                เอ่ยจบร่างเล็กรีบวิ่งไปใส่รองเท้าที่หน้าบ้านแล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ร่างสูงมองตามคนที่กำลังใช้มือนึงถือโทรศัพท์ส่วนอีกมือนึงกำลังใส่ร้องเท้าผ้าใบให้ตัวเอง น้ำเสียงร้อนรนของคนตัวเล็กดังขึ้นเป็นประโยคสุดท้ายที่เขาได้ยินก่อนที่จะได้ยินเสียงปิดประตูบ้านว่า

 

ฉันออกมาแล้ว ไปทันแน่นอน

 

‘[ชินสุเกะ ออกไปทำงานสายสินะวันนี้]’

 

                ร่างสูงเลิกสนใจกับร่างเล็กแล้วหยิบขนมที่ถูกแกะใส่จานเข้าปาก นัยน์ตาสีแดงมองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วเมินมันใบหน้าหันไปมองทางประตูอีกครั้งก่อนจะค่อยๆล้มตัวลงนอน

.

.

.

.

“ทากาสุงิ โทรศัพท์ครับ”

“อ่ะ โอ้”

 

                หลังจากลงจากเวทีเสียงยานของเพื่อนรุ่นน้องอย่างโอคิตะ โซโกะเอ่ยเรียกพร้อมกับยื่นโทรศัพท์มือถือของเขามาให้ ทันทีเขารับโทรศัพท์มารุ่นน้องหน้าตาน่ารักก็วิ่งไปป่วนมือกลองประจำวงต่อ ร่างเล็กมองเบอร์ที่โทรเข้ามาแล้วกดรับ

 

“กินโทกิ? เป็นอะไรเหรอ?”

“.....”

“กินโทกิ?!

“.....”

“กินโทกิ ได้ยินมั้ย เป็นอะไรรึเปล่า?”

“....ชินสุเกะ....”

“....เดี๋ยวรอก่อนนะ ฉันจะรีบกลับไปหา”

 

                ร่างเล็กรีบเก็บของอย่างร้อนลงแล้วรีบวิ่งออกจากร้าน สายตามองไปที่สัญญาณไฟจราจรตรงทางม้าลายพอเห็นว่าเป็นสีเขียวจึงรีบก้าวเท้าเร็วๆ

 

“....ชินสุเกะ ตอนนี้รักแค่ฉันคนเดียวนะ”

               

                เสียงจากปลายสายทำให้ร่างเล็กชะงักฝีเท้าริมฝีปากกำลังเอ่ยคำตอบออกไป เสียรถจักรยานยนต์ที่ดังมากจนทำให้รู้ว่าขับมาด้วยความเร็วค่อนข้างมาก และเสียงแตรของรถจักรยานยนต์ที่บีบถี่ๆทำให้ร่างเล็กรีบวิ่งไปข้างหน้าเพื่อจะหลบรถ

 

“....ตอนนี้อย่าเดินไปทางอื่นนะ”

 

                เสียงจากปลายสายดังขึ้นอีกครั้งทำให้ขาเรียวหยุดชะงักลง เสียงแตรรถถูกบีบอีกครั้ง และกับอีกครั้งกับสัมผัสของความรู้สึกที่มองไม่เห็นที่โอบที่ไหล่หมุนตัวเขาไปเหยียบที่ริมฟุตบาทอีกทางแล้วโอบกอดเขาเอาไว้

 

กินโทกิ

 __________________________________________________________________________________________________________________

Taik : สวัสดีค่ะกลับมาต่อกันกับตอนที่สามแล้วจ้า ไม่รู้ว่ามีใครตามอยู่รึป่าว ฮ่าๆๆๆ

        สุดท้ายก็ยังเป็นตอนที่เรื่อยๆอยู่ดีไม่มีอะไรเป็นพิเศษ สุดท้ายนี้ก็เช่นเดิมขอขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านจนจบนะคะ

        พบเจอคำผิดคำตกเนื้อเรื่องขัดใจไม่ถูกใจสามารถบอกติติงได้เหมือนเดิม

        แล้วพบกันใหม่ในตอนที่สี่นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10 ความคิดเห็น