Never 'Bamboo' แบมบูพี่ไม่รัก Markbam

ตอนที่ 9 : Never'bamboo : 7 แบมบูกับคำหย่า(อย่า)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,472 ครั้ง
    18 ส.ค. 62

07

แบมบูกับคำหย่า(อย่า)

* * โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน * *


      


          'ไม่..บอกว่าไม่ ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรอครับ..'


         ไอ้ประโยคอวดดีพร้อมน้ำเสียงแข็งกระด้างมันยังติดในหูคนได้ยินอยู่เลย เชื่อไหมนั่นคือประโยคแรกที่ทำให้คนฟังอย่างซีอีโอหนุ่มได้สติขึ้น


         'เอ่อ..ค..คือไม่ได้ตั้งใจ'


         เจ้าของเสียงหวานที่แข็งกระด้างในตอนแรกแปรเสียงให้ดูอ่อนหวานลง แววตาตื่นๆของน้องมาร์คยังจำได้ดี แต่อีกสิ่งที่เขาจำได้แม่นแม้จะแค่เสี้ยววิก็ตาม


         ดวงตาก้าวร้าวนั่น..แบมบูกำลังพยศแบบเต็มรูปแบบ..


         โชคดีของไอ้เด็กดื้อนักที่เลขาจินเอาสรุปรายเดือนมาขัดจังหวะการเฉือนเนื้อมันออกเสียก่อน มาร์คต้วนอดทนรอมาหลายชั่วโมงด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่ปริปากพูดกับใครรวมถึงจิมมี่ เพียงเพราะในอกมันกำลังสุมความโกรธกะระเบิดทีเดียวที่ตัวต้นเหตุ


         แต่ว่าตอนนี้น่ะในเวลาที่สะดวกและเงียบสงัดแบบนี้ ในห้องโดยสารที่จอดสนิทในโรงรถของบ้าน ตอนที่ไม่มีใครอยู่ให้เด็กน้อยของเขาขอความช่วยเหลือและเบี่ยงเบนประเด็น


         มาร์คต้วนจะคิดบัญชี!


         "พี่มาร์ค.."


         ทันทีที่รถจอดสนิทเด็กหนุ่มตัวเล็กก็รีบคว้าประตูจะเปิดลงทันที แต่ช้ากว่าสามีหน้าหล่อไปเสียหน่อย


         "ทำไม มีปากพูดได้แล้วหรอ!?!"


         มาร์คต้วนเอ่ยถามเด็กน้อยที่เปิดปากพูดกับเขาได้หลังจากที่ทำตัวสงบเสงี่ยมมานาน แค่ออกแรงกระตุกข้อมือนิดหน่อยทำเป็นร้อง 


         เหอะ!


         "แบมก็พูดได้ตั้งนานแล้ว โอ้ย! แบมเจ็บนะครับ"


         คนน้องเบ้หน้าแสดงถึงความเจ็บอย่างคำพูดจริงๆ เมื่อแรงที่บีบมันไม่ใช่เล่นๆ และแน่นอนมาร์คบีบสุดแรงที่มีกะจะให้มันแหลกคามือไปเลย ตัวเล็กแค่นี้รึอาจมาปากเสียใส่เขาอีก


         "พี่มาร์คครับแบมเจ็บ"


         แล้วใครใช้ให้มันเสียงอ่อนเสียงหวานใส่เอาตอนนี้..อยากโดนหรือตั้งใจอ่อยเขากันแน่


         "อย่ามาแสแสร้ง เมื่อก่อนหน้ายังปากดีอยู่เลย"


         "ลองแล้วหรอครับถึงรู้ว่าดีไม่ดี.." สาบานจริงๆว่าแบมบูแค่พูดตามความจริง


         "ที่นายเถียงฉันอยู่นี่เขาเรียกว่าปากดี!"


         มาร์คละมืออีกข้างมาลูบไล้แก้มกลมที่เจ้าของมันสะบัดหนี ถ้าเป็นปกติตัวบางๆนั่นจะสั่นเทิ้มแค่มือของมาร์คแตะลง ปากอิ่มมันจะไม่ยกเถียงเขาและจะเอาแต่พร่ำบอกขอโทษขอโพยด้วยแววตาโง่ๆ


         แต่นี้อะไร? ตกบันไดทำให้สมองเสื่อมหรือเป็นเพราะสันดานจริงๆกันแน่


         "แบมพูดอะไรก็ผิด งั้นแบมก็จะไม่พูดแล้ว"


         "ไม่พูดก็ดี! ฉันจะจับง้างปากเอง"


         คำพูดประโยคหนึ่งถ้าหากก่อนหน้านั้นมันคงทำให้แบมบูใจเต้นแรงไม่น้อยที่จะจินตนาการไปไกลว่าพี่มาร์คจะง้างปากแบบที่คิดไว้หรือเปล่า 


         แต่ว่าตอนนี้ใจดวงน้อยก็ยังคงเต้นแรงอย่างที่คิดอยู่มีแค่สิ่งหนึ่งเปลี่ยนแปลงไปคือแบมบูไม่ได้รู้สึกต้องการจะให้พี่มาร์คมาเอาแต่ใจโดยการกลั่นแกล้งเขาอีกต่อไป


         "พี่!!"


         "แน่จริงก็อย่าดิ้นสิ"


         "พี่มาร์คครับ.."


         คนน้องที่ใบหน้ายุ่งยกมือดันหน้าหล่อของอีกคนที่ยื่นมาใกล้อย่างรู้จุดประสงค์


         "ปากดีกับฉันเองนี่ จะมาเสียงอ่อนเสียงหวานอะไรตอนนี้"


         มือเล็กถูกยึดจับไว้ที่เจ้าตัวมันจะใช้ประทุษร้ายร่างกายคนพูด แบมบูปากดีและอวดเก่งที่กล้าต่อปากต่อคำมาร์คในห้องทำงานที่ผ่านมาไม่กี่ชั่วโมง ดีแค่ไหนแล้วที่ไม่จับทุ่มลงหน้าต่างตายก่อนวัยอันสมควร


         แบมบูมันควรจะขอบคุณเขาด้วยซ้ำที่มีผัวทั้งหล่อ รวยและใจดี..


         "ฉันไม่ได้ยินคำขอโทษจากปากนายเลยนะแบมบู ไหนพูดมาสิ พี่มาร์คครับแบมขอโทษน่ะ"


         มาร์คต้วนต้องการอยากเอาชนะด้วยการฟังประโยคขอโทษเหมือนที่ผ่านมา แต่ว่าแววพยศเต็มสองดวงตาของน้องดูก็รู้ว่ามันคงจะไม่ได้ง่ายๆ


         "บ..แบมไม่ผิดนี่ครับทำไมต้องขอโทษ"


         แบมบูที่ตอบความจริงเสียงแผ่ว สบตามาร์คด้วยท่าทีแข่งแกร่งขึ้นเมื่อประโยคนั่นมันทำให้มาร์คชะงักได้


         "ถ้าที่แบมพูดไปแบบนั้นแล้วพี่รู้สึกไม่ดี พ..พี่ก็ควรรู้เหมือนกันว่าแบมก็รู้สึกไม่ดีที่พี่พูดแย่ๆใส่ อ้ะ!"


         "เถียงเก่งตั้งแต่เมื่อไหร่! ใครใช้ให้เถียง!"


         มาร์คต้วนก็แค่ไม่อยากรอฟังให้จบประโยคคำพูดของน้องทำให้เขาเคืองอยู่หน่อยๆ แต่สิ่งที่ทำให้อดทนกลั้นไม่ไหวคือริมฝีปากคู่สวยมันขยับขึ้นลงให้เอาจดจ้องสนใจและอยากจะ..


         "จะมีใครใช้ให้แบมเถียงกัน ก็เถียงเองนี่แหละ..อื้ออ!"


         แก้มกลมถูกบีบให้ปากอิ่มมันห่อเข้าหากัน ความแดงฉ่ำนั่นมาร์คจะคิดว่ามันเชื้อเชิญให้เขาบดจูบลง ริมฝีปากที่เม้มเป็นเส้นตรงเมื่อเห็นว่าจะโดนจู่โจมและถูกกดจูบลงแรงๆตามความคิด จากคนที่ตั้งท่าจะหาเรื่องกันไม่ยอมหยุด ปลายคางของแบมบูถูกบีบจนแทบแหลกคามือคนกระทำ ยิ่งน้องไม่พูดคำที่ต้องการยิ่งน้องไม่ยอมอ้าปากรับความผิดก็ยิ่งออกแรงบีบมันให้แรงกว่าเดิมเท่านั้น แรงจนเกิดความเจ็บปวดเผลอปล่อยทางให้เจ้าของลิ้นแฉะส่งมันเข้ามาข้างในจนได้


         มาร์คต้วนมัวเมากับน้ำหวานและความไม่ประสีปนะสาของน้องกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่เคยทันเขาเสียที ดวงตาหวานที่จดจ้องอยู่มันดูตื่นตระหนกพร้อมกันนี้สะโพกบางที่เขาเลื่อนมืออีกข้างมาแตะก็สั่นเทิ้มจนอยากปลอบให้หยุดสั่น


         ความโมโหจะยอมหายไปจากมาร์คถ้าแบมบูยอมให้เขาได้ทำดังจุดประสงค์ที่เคยบอกไป..ที่ว่าอยากจะทำเด็กน้อยเหมือนจิมมี่ให้สักคน


         "อ..อื้อ!"


         เสียงหวานอื้ออึงดังลั่นรถแค่เพียงคุณสามีที่เอาแต่ใจไม่ยอมปล่อยให้ริมฝีปากและร่างกายตนเป็นอิสระเสียที ในตอนที่หายใจไม่ออกและอากาศหมดลงคุณสามีที่เอาอารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่กลับให้กอบโกยได้แค่เสี้ยววิและลงมือต่อ


         "อ...อย่า"


         สัมผัสที่จากริมฝีปากร้อนของคุณสามีเลื่อนตกมาอยู่ที่สันกรามน้อยของคนน้อง แบมบูยกมือดันตัวให้มาร์คออกห่างแต่ไม่เป็นผลเสียเท่าไหร่ ในตอนนี้สามีที่เอาแต่ชังเขากำลังตักตวงผลประโยชน์จากร่างกายของคนที่แสนชังและปิดไม่มิดว่าต้องการสิ่งใด 


         ฟันซี่ขมขบกัดสันกรามน้อยด้วยความมั่นเขี้ยวยิ่งเจ้าตัวสะดุ้งมาร์คก็ยิ่งได้ใจพรมจูบและดูดดึงเนื้อหนังของน้องให้เกิดรอย รวมถึงมือที่แตะเอวขอดเองก็เลื่อนไปตามหน้าที่ของมันเสื้อตัวน้อยของน้องช่างเป็นใจเพียงเพราะมันทำให้มือใหญ่สอดเข้าไปลูบไล้แผ่นหลังนุ่มมือได้ง่ายๆ


         "พ..พี่มาร์ค อย่าทำนะ"


         แบมบูร้องบอกอีกหนความกลัวหวนให้นึกถึงเหตุการณ์ครั้งแรกที่โดนย่ำยีจากคนๆเดิมลอยแทรกเข้ามาให้นึกขยาด คนที่ทำให้ครั้งแรกของแบมบูมันไม่มีค่าให้อยากจดจำและคนที่หยิบฉวยโอกาส สัมผัสแบบนี้ไม่มีสักครั้งที่จะทะนุถนอมความแสบสันจากการถูกขบกัดจากริมฝีปากที่เลื่อนลงมาสู่ซอกคอ


         แบมบูไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก..


         ไม่มีทางหรอก..ในเมื่อตัดสินใจแล้วว่าครั้งสุดท้ายนั้นมันควรหมดลงครั้งนี้เองเขาจะไม่ยอมให้พี่มาร์คทำลุ่มล่ามกับร่างกายและหัวใจของเขา


         พอกันที!


         "บอกว่าอย่าทำไง!"


เพี้ยะ!


         แบมบูไม่เคยคิดมาก่อนว่าใบหน้าหล่อที่เขาหลงรักและอยากเฝ้าถนอมทุกลมหายใจ มันจะทันหันแรงๆเพราะแรงตบจากมือของตนเองเพียงแค่อารมณ์โมโหปนหวาดกลัวชั่ววูบนั่น เช่นเดียวกับคนรับแรงสัมผัสเองก็คาดไม่ถึง..


         "พ..พี่ แบม"


         "อย่ามาแตะตัวฉัน!"


         แรงสะบัดออกจากมือเล็กแรงพอจะให้กระเด็นออกราวกับรังเกียจมาร์คตวาดลั่นห้องโดยสาร ดวงตาหวานเอ่อน้ำตาขึ้นง่ายๆกับความผิดที่ทำลงไปโดยไม่รู้ตัว อยากจะตัดมือตัวเองทิ้งโทษฐานทำร้ายคนที่รักให้เจ็บช้ำ


         "ฮึก บ..แบมขอโทษ"


         น้ำตานองหน้าง่ายๆแค่ได้รับสายตาเย็นชาจากสามีหน้าหล่ออีกครั้งหนึ่ง กำแพงที่ก่อตัวเมื่อก่อนหน้าสลายลงไป แบมบูยอมแล้วเขายอมขอโทษก่อนเหมือนที่เคยเป็น


         เขาผิดเอง..


         "ขอโทษ..ฮึก พี่มาร์คครับ"


         "นายมีค่าอะไร กล้าดียังไงถึงเอามือไร้ค่านั่นมาแตะหน้าฉัน.."


         "ฮึกก แบมขอโทษ"


         น้ำเสียงเย็นเรียบของมาร์คฉุดเอาความหวาดกลัวและขี้คลาดของเด็กหนุ่มคนเดิมกลับมา ดวงตาคมดุไร้ซึ่งแววตาเจ้าเล่ห์จนสนิทแปรเปลี่ยนเป็นมาร์คคนเดิมเหมือนวันที่เขาพิธีแต่งงาน


         สายตาที่รังเกียจและโกรธเกลียดแบมบู..


         เด็กโง่คนเดิมที่เอาแต่ปล่อยให้น้ำตาเปรอะแก้มเอ่ยขอโทษไม่ขาดปากต่างจากมาร์คที่ขบกรามจนสันกรามนูนเด่นชัด


         "หุบปากสักที! แล้วก็ไม่ต้องมาสงสัยว่าทำไม..ทำไมฉันไม่คิดจะเอาเมียแต่งน่าโง่แบบนายเสียที"


         "ฮึก พี่.."


         "ถ้าฉันจะเอากับใครที่ไม่ใช่นาย มันก็เป็นเพราะนาย..นายมัน..เหอะ!"


         นิ้วเรียวของคุณสามีชี้เข้าใส่ใบหน่าน่ารักที่สะอึกสะอื้นชื้นน้ำตา แววตาพยศหายไปจนกล่าวโทษต่อไม่ไหวน้องน้อยที่ยกมือขอโทษขอโพยอย่างต้องการความเห็นใจมันยิ่งทำให้คนมองกลับ..โมโห


         โมโหจริงๆนั่นแหละ


         "จำเอาไว้แล้วอย่ามาเรียกร้องอะไรอีก..แม้แต่ความปราณีจากฉัน"


         แววตาแห่งความเสียใจปิดไม่มิดอีกต่อไป ดวงตาหวานช้ำน้ำมันไม่ได้ดูน่าเจ็บปวดได้เท่าใจดวงน้อย เจ็บปวดจากคำพูดที่เจ็บแสบ สามีที่ตกแต่งกันมาเกือบสามเดือนไม่มีเลยที่จะซึมซาบความรักของแบมบูคนนี้ลงไปในหัวใจบ้าง


         มาร์คต้วนพูดออกมาโดยไม่เกรงใจความรักโง่ๆที่คนเป็นภรรยามอบให้หมดหัวใจ 


         "พี่จะไม่ปราณีแบมไม่ว่า ฮึก..ต..แต่พี่อย่าพูดว่าจะไปทำอะไรแบบนั้นกับใคร"..อย่าทำว่ารักใครมากกว่าแบมได้ไหม..


         ดวงตาของแบมบูมันบอกออกไปหมดทุกคำถาม แต่เจ้าของมันไม่ได้พูดออกมาหมดทุกคำเพียงเพราะความเหนื่อยล้าที่ทับซ้อนมากับความเจ็บปวด


         "ฮึกก..เห็นแก่ความรักของแบม..หรือมันไม่มีค่า"


         แบมบูคนนี้ก็ทำได้แค่ร้องขอ..


         เสียงหวานที่เอาแต่สะอึกสะอื้นดังขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าหวานหันมาจดจ้องหน้าสามีที่เรียบนิ่ง ราวกับเอาใจกล้ามามากมายแต่ลึกๆนั้นมีเพียงความหวาดกลัวในดวงตาคู่น้อยกลัวในคำตอบและคนตอบคำถาม


         "ฮึก ไม่มีขนาดที่.."


         "เออ! ความรักบ้าบอของนายมันไม่ได้ทำฉันมีความสุขได้หรอกนะแบมบู.."


         มาร์คเองก็เดือดจัด รอยตบที่หน้ายังขึ้นสีแดงเถือกไปจางหายมือยกขึ้นบีบปลายคางของภรรยาตัวเล็กอย่างเหลืออด


         "อย่าทำให้ฉันเอือมละอากับนายไปมากกว่านี่เลย นายควรรู้ว่าอะไรที่จะทำให้ฉันมีความสุข"


         ก็เพราะความโง่ของแบมบูที่ฉายแววออกมามันไม่ได้รู้หรอกว่ามาร์คต้องการอะไรที่จะมาเป็นความสุข


         ร่างกายที่แสนน่ารังแกของตัวเองไม่เคยใช้ให้เป็นประโยชน์..แต่ว่าจะให้พูดไปเด็กนี่มันจะได้ใจไปใหญ่


         "หนึ่งในนั้น..คือการทำให้เมียแต่งอย่างนายเป็นทุกข์ไง แต่ถ้าคิดไม่เป็นสักทีก็อย่ามาคุยกับฉัน.."


         ปลายคางของน้องถูกบีบให้เจ็บช้ำกว่าเก่าที่แบมบูทำให้มาร์ครู้สึกเหมือนตกเป็นฝ่ายรอง เพราะว่าไม่อยากร้องขอว่าอะไรที่ต้องการมันยิ่งทำให้ดูเหมือนคนบ้าที่ต้องมาบีบบังคับเอาแบบนี้


         มาร์คอยากได้ตัวน้อง...โง่ดีเนอะที่แบมบูมันไม่รู้


         "ไม่อยากคุยกับคนโง่ ลงไป!"


         มาร์คต้วนละออกจากคนน้อง เอ่ยคำสั่งให้คนสะอื้นไห้ต้องสะดุ้งโหยงและยอมทำตามแต่โดยดี ดวงตาคู่นั้นที่มองมามีแต่คำถามเต็มไปหมดเมื่อร่างกายของสามีไม่ได้ลงจากรถมาด้วย แบมบูยกมือปาดน้ำตาที่ทำให้การมองเห็นมันเลือนลาง ขาเรียวเริ่มออกแรงเดินกระเพ่กไปตามรถยนต์คันหรูเที่คลื่อนตัวถอยหลังออกจากโรงรถภายในบ้านอย่างช้าๆ


         "พ..พี่จะไปไหน"


         เสียงคำถามของน้องมาร์คไม่ได้ยินแต่อ่านปากได้ชัด คนหล่อตีใบหน้ายุ่งเหยิงใส่น้องที่เอาแต่เดินตามและเคาะกระจกถาม ขาเรียวที่เดินเหินไม่สะดวกเริ่มช้าลงเมื่อมาร์คเริ่มเหยียบคันเร่งให้แรงขึ้น


ก๊อกๆๆๆ


         และแบมบูก็ยังพยายามจะเคาะเรียกแต่เปล่าประโยชน์ร่างกายบอบบางทรุดตัวลงนั่งกับพื้นโรงรถแค่เพียงรถยนต์คันหรูของคุณสามีออกตัวแรงทะยานออกไปนอกรั้วบ้านหลังใหญ่


         เสียงมาร์คที่ได้ยินวันนั้นเป็นประโยคสุดท้ายที่จะเอื้อนเอ่ยกับแบมบู มาร์คต้วนทำราวกับแบมบูไม่มีตัวตน ยิ่งกว่านั้นคือการเป็นฝุ่นอากาศมันน่าอึดอัดที่ต้องเห็นไม่แม้แต่จะได้สัมผัสหรือเข้าใกล้


         ปล่อยให้เป็นไปแบบนี้มันจะดีรึเปล่า..


         แต่เหนือสิ่งอื่นใดแบมบูกลับรู้สึกอยากฆ่าตัวเองให้ตายเสียมากกว่า


         แบมบูคนโง่..แบมบูคนโง่ ต้องโดนลงโทษให้สาสม


         แบมบูสลัดหัวไล่ความคิดนั้นออกจากหัว ในตอนที่นั่งกอดตัวเองบนเตียงกว้างที่สามีไม่ยอมกลับมานอนหรือไม่แม้แต่จะกลับมาให้เห็น โทรไปก็ไม่รับไปหาถึงที่ทำงานก็ไม่อยู่ให้เจอ..พี่มาร์คของเขาหายไปไหนกัน


         "คนโง่.."


         แววตาเลื่อนลอยพร้อมคำพูดแผ่วเบาที่ดังขึ้นให้ตัวเองได้ยินนั้น เด็กหนุ่มไม่ทันรู้ตัวแขนเรียวของเจ้าตัวถูกหยิกแรงๆเป็นการลงโทษความโง่เขลาของตัวเอง ความเจ็บแสบนั่นยังไม่ได้เท่าใจของเขาสักนิด..น่าจะต้องทำให้เจ็บๆไปมากกว่านี้..


         "คุณหนูคะ ได้เวลามื้อเย็นแล้วค่ะ"


         เหมือนจะได้สติกลับมา เสียงเรียกของคนที่อยู่นอกห้องดังขึ้นนั่นทำให้แบมบูสะดุ้งโหยง ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออกจนหมดหน้า สูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอดก่อนจะยกยิ้มบางๆเป็นกำลังใจให้ตัวเอง 


         "คุณแม่!"


         สะใภ้ตัวน้อยยกยิ้มเต็มสองข้างแก้ม เมื่อลงบันไดมาพบคุณพ่อคุณแม่สามีที่กลับมาจากทริปฮันนีมูนอีกรอบหนึ่งในขณะที่เขายังไท่เคยมีประสบการณ์นั้นสักรอบ


         "คิดถึงจังเลยครับ"


         แบมบูซุกตัวเข้าอ้อมกอดที่แสนคิดถึงของคนทั้งคู่ ยกมือกอดแขนแน่นเพราะความคิดถึงหรือเพราะความโดดเดี่ยวมันแล่นมาให้รู้สึกโหยหาอ้อมกอดของใครสักคน


         "เท้าหายเจ็บแล้วหรอคนเก่ง"


         เป็นคุณต้วนที่เอ่ยถามลูกสะใภ้หน้าหวานคำตอบที่ได้รับคือการพยักศีรษะตอบระรัวพร้อมอวดข้อเท้าเรียวที่ไร้ซึ่งเฝือกอ่อนให้ดูเป็นการยืนยัน แบมบูถอดออกมาได้มาหลายวันแล้วล่ะที่สำคัญนะไปคนเดียวอีกต่างหาก


         "ทำไมหน้าเศร้าแบบนั้นละลูก" 


         เพราะอยู่ๆดวงหน้าน่ารักกลับดูเศร้าหมองลงจนคนสังเกตเห็นอดทักท้วงไม่ได้


         "ก็แบมคิดถึงคุณพ่อคุณแม่มากๆนี่ครับ แบมว่าเราไปทานข้าวกันดีกว่านะครับนะ..หิวมากๆเลย"


         คุณหนูเล็กฉายแววร่าเริงอีกครั้งหลังจากที่เงียบสงบมาได้เกือบอาทิตย์ ออกแรงดึงรั้งร่างกายพ่อแม่สามีให้หายเข้าไปในห้องครัวเพื่อทานมื้อค่ำที่สุขสันต์ด้วยกัน แต่ก็จบลงได้ไม่นานนัก..


         "แม่ยังไม่เห็นพี่มาร์คเลยตั้งแต่มา น้องแบมไม่ชวนพี่มาร์คลงมาทานข้าวด้วยกันหรอจ้ะลูก"


         คำถามแรกบนโต๊ะอาหารดังขึ้นจากปากคุณหญิงต้วน แบมบูที่กำลังละเมียดรสชาติอาหารในตอนแรกช่างเอร็ดอร่อย ทว่าตอนนี้กลับรู้สึกกลืนมันไม่ลง..


         จะให้ชวนยังไงแม้แต่พูดด้วยสักคำพี่มาร์คยังไม่ยอมพูดด้วยเลย ร้ายแรงไปกว่านั้นคือเขาเองก็ไม่ได้เจอพี่มาร์คมาเกือบอาทิตย์แล้วน่ะสิ..


         "พี่มาร์ค.."แบมบูเว้นช่วงประโยคจะให้บอกอย่างไรว่าไม่ได้เจอกันมาเกือบอาทิตย์แล้ว


         "พี่มาร์คเขาบอกว่าจะพักผ่อน..ไม่ให้รบกวนน่ะครับ"


         สุดท้ายเขาก็เลือกปกป้องซ้ำๆ มันอาจจะมืดคุณพ่อคุณแม่สามีเลยไม่ทันได้สังเกตว่าโรงจอดรถนั่นไม่มีกระทั่งรถยนต์คันหรูของลูกชาย


         "เจ้าลูกคนนี้พ่อแม่กลับมาทั้งที"


         เสียงบ่นอิดออดถึงลูกชายหัวแหวนดังขึ้นเป็นระยะ แบมบูไม่ได้ร่วมวงสนทนาหัวข้อดังกล่าว เอาแต่ตักข้าวเข้าปากเงียบๆต่อไปหลายคำจนกระทั่งต้องสะดุดการกระทำลงเมื่อคำถามต่อมา


         "น้องแบมแขนไปโดนอะไรมากันลูก!" 


         เป็นคุณหญิงต้วนที่จับสังเกตได้ว่าแขนเรียวยาวของลูกสะใภ้ตัวเล็กประดับด้วยรอยแผลขีดข่วนและรอยโดนหยิก


         "นั่นสิไปโดนอะไรมาลูก"


         "เอ่อ..แบม.."


         คนตัวเล็กวางช้อนในมือลง ยกแขนลงมาปิดบังร่องรอยดังกล่าวไว้บนตัก ปากอิ่มขบเม้มซ้ำยังไม่ยอมสบตาคนตั้งคำถามทั้งสอง แบมบูกำลังคิดหาข้อแก้ตัวที่ดีที่สุด..


         "พอดีแบมเล่นกับแมวพี่ชาน่ะครับ มันข่วนนิดหน่อย แหะๆ" แบมบูพูดออกมาทั้งแววตาใสซื่อ ทั้งๆที่ในใจกำลังกระวนกระวาย..พี่ชาน่ะแพ้ขนแมวแถมยังเลี้ยงหมา เขาช่างเลือกคำแก้ตัวที่สิ้นคิดจริงๆ


         "ทายารึยังลูก"


         "เรียบร้อยแล้วครับ"


         "อย่าซนมากนะคะน้องแบม แม่เป็นห่วง" คุณหญิงต้วนฟูมฟักสะใภ้ตัวน้อยยิ่งกว่าไข่ในหินเอ่ยอย่างห่วงใย


         "ครับแบมจะไม่ซนแล้ว.."


         เด็กหนุ่มตอบออกไปสายตาเลื่อนลงมาโฟกัสที่จานอาหารแทน ไม่มีความอยากใดๆที่จะกลืนมันลงท้องเลยสักนิด เพราะมารยาทที่มีติดตัวนั่นมากพอแบมบูจึงนั่งรอให้ผู้ใหญ่ร่วมโต๊ะทานเสร็จ หากลุกหนีความอึดอัดในใจตอนนี้เกรงว่าจะไม่ควร แต่ว่าในระหว่างนี้หัวสมองของเขามันดันคิดเรื่องบางเรื่องออกพอดี


         "คุณพ่อคุณแม่ครับ แบมถามอะไรหน่อยสิครับ"


         เพราะคำถามที่ยังคาใจแบมบูยังไม่ลืมมันง่ายๆหรอก


         "ทำไมแบมไม่เห็นรู้เลยว่าเอ็มทีเอ็นเตอร์เทนเม้นจะมีงานครบรอบสิบปีน่ะครับ"


         "ตายจริงพี่มาร์คยังไม่บอกน้องแบมอีกหรอลูก"


         "ไม่นิครับ..พี่เขาไม่ได้บอก.." 


         แบมบูเอ่ยตอบอย่างแผ่วเบาความน้อยใจโลดแล่นเข้ามาแทรกอีกหนยิ่งหวนนึกถึงวันที่เจอเบลสิณีแล้วความน้อยใจมันก็พร้อมแปรเปลี่ยนให้แบมบูอยากเอาชนะสาวคนนั้นมากกว่าเก่า


         'น้องแบมไม่รู้หรอจ้ะ งานครบรอบสิบปีเอ็มทีเอ็นเตอร์เทนเม้นไง นี่มาร์คไม่ชวนหรอจ้ะ'


         แววตาเยาะเย้ยอย่างสะใจเขายังจำได้ดีถึงจะคิดว่าไม่เก็บมาใส่ใจแล้วก็เถอะ..


         "ดูเหมือนพี่มาร์คจะไม่บอกเพราะว่า.."


         "เพราะอะไรลูก มันมีเหตุผลอะไรที่ตามาร์คมันจะยอมบอกน้องแบมกัน พ่อจะไปจัดการมันเอง"


         เป็นคุณต้วนที่เดือดแทน ลูกชายของเขากล้าดีอย่างไรมาทำให้ใบหน้าน่ารักของลูกสะใภ้ที่เฝ้าเลี้ยงดูต้องหมองลง


         "เพราะว่ามีคนที่ตั้งใจจะพาไปงานอยู่แล้วล่ะครับคุณพ่อคุณแม่ มันคงไม่จำเป็นที่จะต้องพาแบมไป.."


         "จะได้อย่างไรหนูเป็นภรรยานะลูกยิ่งจำเป็นใหญ่เลย"


         ถึงคำพูดนั้นจะกำชับให้แบมบูมั่นใจและสบายใจแต่ทว่าเด็กหนุ่มยังไม่ได้รู้สึกยินดีนัก ใบหน้าหวานทอแววกังวลออกมาเพราะยังไม่ได้ยินประโยคที่ต้องการ


         แบมบูอยากไปด้วย แต่ให้ขอพี่มาร์คมันก็เป็นไปไม่ได้ไง จะแสดงออกว่าอยากไปใจจะขาดต่อหน้าพ่อแม่สามีก็เห็นจะไม่เหมาะ


         "จริงๆแบมรู้เรื่องนี้มาจากพี่เบลน่ะครับ พี่มาร์คคงจะอยากไปกับเพื่อน.."เสียงหวานแผ่วลงอีกระลอก


         เพราะรู้ดีอย่างไรว่าแม่ผัวเขานั้นแสนชังเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อของพี่มาร์คขนาดไหน


         "จุๆ ไม่เอาไม่พูดถึงแม่ดารานั่นนะคะ แม่จะจัดการเรื่องนี้ให้ไม่ต้องกังวลนะคะคนเก่ง"


         คุณหญิงต้วนพูดออกมาให้สะใภ้ตัวน้อยสบายใจพร้อมนึกหาเหตุผลร้อยแปดที่ลูกชายไม่ยอมบอกน้องให้รู้เสียที นี่มันก็ใกล้วันงานแล้วจะไม่ยอมบอกให้น้องรู้จริงๆน่ะหรือ?


#Never'bamboo 


         "ไอ้แบม! เสร็จยัง"


         เด็กหนุ่มร่างบางเดินออกมาจากห้องนอนที่หายเข้าไปนานทั้งๆที่แค่บอกเพื่อนว่าจะขึ้นมาเอากระเป๋าเท่านั้น ได้ยินเสียงเพื่อนแว่วๆตะโกนเรียกอยู่ข้างนอกห้อง


         "ทำอะไรตั้งนานวะ..รีบไปกันเถอะ"


         ยูยู่ที่วันนี้ว่างจากงานเนื่องจากเป็นวันหยุดของห้องเสื้อ ยกยิ้มเต็มแก้มให้เพื่อนตัวเล็กที่สีหน้าไม่ค่อยดีวันนี้วันหยุดทั้งทีแต่เจ้าตัวดูไม่ดีใจสักนิด เอาแต่ทำหน้าหงอยไปหงอยมาตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ที่พามากินของอร่อยๆเสร็จแทนที่มันจะดีใจกลับเอาแต่ถอนหายใจเฮือกๆ ปกติแล้วของหวานที่สั่งมาจะหมดจนจานสะอาดเกลี้ยงโดยฝีมือเพื่อนตัวเล็กแต่นี่ยูยู่เห็นแค่แบมบูแตะแค่คำสองคำเอง เอาแต่ตัวมาวิญญาณไม่ต้องอย่างนั้นหรอ? 


         "เป็นอะไรไปแบมบู"


         "เปล่านี่"


         คำตอบเดิมๆที่มันเอาแต่ตอบซ้ำๆ ก็ยูยู่เห็นอยู่ว่าเป็นสองแขนเล็กของเพื่อนยกกอดตัวเองทำให้สารถีอดส่ายหัวเหนื่อยใจกับเพื่อนรักไม่ได้ แต่เพราะความเจ็บแสบจากรอยหยอกตัวเองนั่นต่างหากทำให้แบมบูเบ้หน้า ยังดีที่ยูยู่ไม่ได้สังเกตเห็นรอยพวกนี้หรือเป็นโชคดีที่เขาใส่เสื้อแขนยาวไว้กัน


         แบมบูทิ้งสายตาออกไปนอกรถปล่อยให้ทั่วทั้งห้องโดนสารเงียบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อเพื่อนไม่คิดจะสนใจและตกลงไว้ดีแล้วว่าจุดมุ่งหมายต่อไปคือการไปส่งแบมบูที่บ้านของคุณสามีดังเดิม


         "เหนื่อยก็นอนไปเลยนะ"


         "อือ"


         แบมบูประหยัดคำพูดอย่างที่ไม่เคยจะเป็น ความซึมเศร้าที่ไม่ค่อยได้เห็นผ่านเพื่อนตัวเล็กแต่ตอนนี้กลับชัดเจน ดูเหมือนใบหน้าน่ารักจะซีดสีลงอีกยูยู่อดห่วงไม่ได้และก็ยังคงอยากใส่ใจ แต่จะให้ถามคำถามเดิมก็คงได้คำตอบเดิมๆ แล้วอะไรมี่มันทำให้เพื่อนของเขาเศร้าจับจิตขนาดนี้กันวะ


         "เออ แล้วไอ้คุณมาร์คเป็นยังไงบ้าง ช่วงนี้ไม่เห็นโม้เรื่องมันเลย" เพราะปกติแล้วเรื่องของมาร์คต้วนจะเป็นเรื่องแรกในหัวข้อสนทนาของเพื่อนตัวเล็กนี่เสมอ


กึก!


         ราวกับทำอะไรพลาดไปใบหน้าน่ารักของเพื่อนที่ยูยู่เหล่ตามองยิ่งส่อแววเศร้าจับใจ ดวงตาหวานคลอน้ำตาอีกหนนั่นยิ่งทำให้คนถามเข้าใจซึ่งๆแล้วว่าแบมบูเป็นอะไร


         "ทะเลาะกันหรอ มันทำอะไรแบมรึเปล่า"


         คนตัวเล็กส่ายหัวพรืดไปมา กระพริบตาไล่ความอ่อนแอที่มันมาจ่อแค่เพียงได้นึกถึงคุณสามีใจร้าย วิวทิวทัศน์ข้างทางที่มองแต่แรกดูน่าสนใจขึ้นเมื่อตึกคอนโดสูงนั่นที่ทำให้เด็กหนุ่มนึกขึ้นได้


         "ยูยู่จอด..จอดส่งเราตรงนี้"


#แบมบูพี่ไม่รัก


         "เบล.."


         "เซอร์ไพร์ท!"


         เสียงหวานของดาราสาวดังขึ้นเบาๆ เมื่อแอบเดินย่องตามคุณซีอีโอหนุ่มรอจนโดนจับได้ในลานจอดรถชั้นเดียวกับห้องพัก ใบหน้าหล่อที่ขมวดคิ้วใส่ทุกครั้งที่เจอกันตียุ่งมากขึ้นกว่าเก่า เสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยดูเหมือนจะพึ่งโหมงานหนักมา


         "ทำไมคะ ก็เบลไม่เห็นมาร์คหลายวันนี้จะมาหาไม่ได้หรอ"


         เบลสิณีเอ่ยปากพูดประโยคตัดพ้อออกมาพร้อมทั้งเดินมาหยุดอยู่ข้างๆเพื่อนสนิทพ่วงตำแหน่งเจ้านายไปด้วย 


         "ขี้เกียจเป็นข่าว"


         แขนแกร่งยกออกจากการถูกข้องโดยเบลสิณี ดันศีรษะของสาวเจ้าให้ออกห่างจากการอิงซบไหล่ออก มาร์คออกก้าวขาให้ไวเพื่อที่จะได้เดินเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวบนคอนโดขนาบข้างมีดาราสาวสวยในชุดเดรสรัดรูปผมยาวแตะหลังเดินไปด้วยไม่ห่าง..



-50%-



         "มาหามาร์คมีอะไร"


         "แหม่~ ก็เบลคิดถึงมาร์คนี่คะ"


         "เข้าเรื่องเถอะเบลมีธุระอะไร"


         สีหน้าบ่งบอกไม่มิดถึงความเบื่อหน่ายไม่ว่าจะกับใครก็แล้วแต่มาร์คก็แสดงออกมาอย่างปิดไม่มิดอย่างเคย มือเลื่อนปลดกระดุมข้อแขนไปพลางๆที่รอเพื่อนสนิทพูดพร่ำให้จบเสียก่อน


         จับใจความได้แค่เพียงอย่างเดียว..


         "ขอวันหยุดเพิ่ม? ไม่ได้หรอกเบลช่วงนี้ก็ทนๆเอาหน่อยตารางมันชนกัน" มาร์คต้วนพูดถึงตารางงานของดาราสาวที่ช่วงนี้มีถ่ายละครติดกันทุกวัน เข้าใจดีทีเดียวว่าสาวเจ้าคงจะเหนื่อยไม่น้อยดูจากใบหน้าที่โทรมๆลง


         "เดี๋ยวบอกให้เมเนฯ พาไปนวดหน้าด้วยก็ดีนะ แค่นี้ใช่มั้ยมาร์คจะไปนอน"


         ริมฝีปากหยักพ้นคำเราะร้ายใส่ไม่เว้นเพื่อนสนิท สิ่งหนึ่งที่คิดได้ในใจของเบลสิณีตลอดเวลาที่คบกับมา..ใครได้มาร์คไปเป็นสามีนี่โคตรจะซวย ใช่เบลสิณีกำลังหมายถึงน้องแบมบูนั่นแหละ


         "อะไรกันมาร์ค เบลเหนื่อยนะ..อยากพักผ่อนอ่ะ" เบลสิณีไม่ยอมแพ้ใช้ลูกอ่อนเข้าหาเพื่อนชายอย่างเช่นเคย เพราะสนิทจนรู้ดีทีเดียวว่ามาร์คแพ้อะไรแค่อ้อนนิดหน่อยก็ได้แล้ว แขนแกร่งถูกข้องอีกครั้งและไหล่ของมาร์คถูกซบลง


         "นะมาร์คนะ ยังไม่ตอนนี้ก็ได้ แต่อีกสองอาทิตย์เบลมีแพลนว่าจะไปพักผ่อนต่างประเทศ"


         "ไปกับใครอีกล่ะคราวนี้"


         "เบลจะไปกับใครได้ล่ะคะมาร์ค.." แววตาคู่สวยของเธอส่งทอดคำตอบที่มาร์คต้วนก็รู้ดีอยู่แก่ใจไปให้ รอยยิ้มสวยยกยิ้มดีใจเมื่อได้รับคำอนุญาตกลายๆ


         "ก็ถ้าถึงวันนั้นไม่มีงานอะไร.."


         "เย้! จุ้บ!"


         ราวไหล่ของมาร์คถูกจูบแรงๆจนเสื้อเปื้อนลิปสติกสีสด มาร์คต้วนส่ายหัวอย่างปลงๆให้ท่าทางของเพื่อนสนิทที่มีมาแต่ไหนแต่ไร ยกมือขยี้หัวจนเส้นผมกระจุยได้รับเสียงตำหนิติเตียนมาจากเจ้าตัวแต่ก็เรียกเสียงหัวเราะทุ้มเบาๆจากมาร์คได้อย่างดี


         "นี่มาร์คคะ.."


         เสียงแผ่วที่เบลเอ่ยเรียกทำให้มาร์คต้วนชะงักและเอียงหูฟังเสียงกระซิบนั่น หน้าอกใหญ่โตภายใต้เดรสรัดรูปนั้นเสียดสีไปกับท่อนแขนของคุณสามี


         แบมบูยืนมองภาพเหตุการณ์นั้นด้วยหัวใจที่บีบครั้น..


         แบมบูน่ะไม่เคยอยากจะได้ตำแหน่งเมียหลวงเลยสักครั้ง..สิ่งที่เขายังอยากได้และอยากเป็นตลอดคือภรรยาที่รักของมาร์คต้วน ในขณะเดียวกันเขาสมหวังแค่เพียงอย่างเดียว แบมบูคือภรรยาของมาร์คที่พ่วงสถานะเมียหลวงที่ถูกยัดเยียด


         ภาพที่เห็นแม้เลือนลางแต่กลับชัดเจนให้ใจดวงนี้มันเจ็บช้ำ ไม่รู้ว่าไม่ทันตั้งรับหรืออะไรทำไมเขาเอาแต่ปล่อยให้น้ำตามันเปรอะแก้มซ้ำๆ แทนที่การเข้าไปฉุดกระชากคนที่ยืนจูบกันไม่เกรงใจเขาคนนี้เลยสักนิด..


         เขาที่เป็นภรรยายืนอยู่ตรงนี้ไง..ไม่มีสักครั้งที่จะโกรธมากขนาดนี้แต่เพราะตอนนี้เขาเห็นกับตาและที่คนสองคนทำมันมากเกินไปจริงๆนั่นแหละ


         เด็กหนุ่มที่หลังจากลงรถของเพื่อนรักก็เดินเท้าต่อมายืนรอมาร์คที่ลานจอดรถชั้นเดียวกับห้องพักที่เขาจำได้แม่น แบมบูรอตั้งแต่บ่ายคล้อยจนตกดึกเพราะรู้ดีว่าคุณสามีคงไม่อยากให้เขาก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวนักเขาจึงไม่เลือกจะไปนั่งรอในห้องที่รู้รหัสดี 


         แบมบูแค่ขนคำขอโทษคำโตมาง้ออีกเฮือกหนึ่ง แต่ต้องผิดหวังระลอกใหญ่ แค่เพียงเห็นว่ามาร์คคงมีความสุขดีและไม่ต้องการมันแล้ว..


         ทั้งๆที่คิดอย่างนั้น..แต่ทำไมขาของเขามันไม่ยอมหยุดอยู่กับที่ดังเดิม มันกำลังพาตัวของเขาไปหยุดอยู่ระหว่างคนสองคนที่นัวเนียกันไม่เลิก ไม่อายแม้กระทั่งฟ้าดิน แต่ในใจของเด็กหนุ่มไม่ได้ต้องการอย่างนั้นสักนิด มือของเขาที่ยกขึ้นแบมบูไม่รู้เหมือนกันว่าจะหยุดยั้งมันยังไง สายตาของเขาเอาแต่ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมานองหน้าเหมือนคนเบาปัญญา


         คิดจะหยุดยั้งก็ต่อเมื่อมันสายเกินไปเกินจะแก้แล้ว..


         "พวกพี่ทำอย่างนี้ได้ยังไง!" 


         เบลสิณีที่ถูกกระชากด้วยแรงไม่น้อยปลิวติดมือภรรยาของเพื่อนสนิทไป ใบหน้าสวยยกยิ้มน้อยๆให้คนน่ารักที่น้ำตานองเต็มหน้าโดยมีมาร์คต้วนที่ถอนหายใจเฮือกฮากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำราวว่าชินกับภาพเหตุการณ์ตรงนี้นักแต่จิตใจดวงน้อยของแบมบูมันไม่ได้รู้สึกชินไปเช่นนั้นด้วยหรอก


         แบมบูมีหัวใจ..มาร์คควรรับรู้ด้วย


         สีหน้าเรียบนิ่งไม่บ่งบอกทุกข์ร้อนใดๆเกิดขึ้นกับคนสองคนในสถานะที่แบมบูพยายามเข้าใจดีว่าคือเพื่อนกัน สายตาสองคู่ที่จดจ้องมายังร่างของแบมบูราวกับตัวตลกทั้งๆที่หน้าของเขาเปรอะน้ำตาขนาดนี้..สองรอยยิ้มกลับค่อยๆผุดขึ้นบนใบหน้าที่แสนดูดีนั่นหรอกหรือ


         ใจร้ายกันเกินไปหรือเปล่า?


         "ทำแบบนี้กับแบมได้ยังไง!!"


         "ฉันทำอะไร.."


         "นั่นสิคะพวกพี่ทำอะไร.."


         รอยยิ้มเย้ยหยันของดาราสาวมอบมาให้คนตั้งคำถามแรก มือเล็กกำแน่นกับตัวร่างบางเริ่มหอบหายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆเพราะความโกรธที่ทะลักจนทนแทบไม่ไหว และแน่ล่ะยังไม่มีใครจะทันคาดถึงว่าคนตัวเล็กที่แสนน่ารักจะก่อวีรกรรมเด็ดเดี่ยวอย่างการตบแรงๆเข้าที่หน้าของดาราสาว


เพี้ยะ!


         "โอ้ยย"


         "เกินไปทั้งคู่! มีหัวไว้กั้นหูหรอครับถึงคิดไม่ได้ว่าสิ่งที่ทำมันไม่สมควร!!"


         "แบมบูทำบ้าอะไร!!"


         ราวกับสติทุกคนเข้ามาจุติกับตัว คนที่ได้สติอย่างใครเพื่อนเช่นมาร์คก้าวเข้าไปโอบรั้งร่างเพื่อนสนิทที่ใบหน้าขึ้นรอยแดง ความโมโหโลดแล่นเข้ามาในใจดาราสาว ต่างจากแบมบูที่มือสั่นเทิ้มเพราะความกลัวและโกรธปนกันแต่ยังคงทำใจกล้าต่อสู้ใบหน้าสวยฉายแววโกรธและจดจ้องมาที่ร่างแบมบูอย่างกับจะเอามืดมาคว้านไส้


         แบมบูเจ็บ..คนที่มาร์คโอบกอดไม่เคยจะใช่เขาอยู่วันยังค่ำ


เพี้ยะ!


         "ฮึกก.."


         "เบล!"


         ใบหน้าน่ารักที่ไม่มีสักครั้งที่มาร์คจะได้แตะรุนแรงมากกว่าการบดจูบและบีบแกล้ง แต่ตอนนี้กลับถูกกระแทกแรงตบไม่ออมแรงเช่นเดียวกันจากมือของนางเอกสาวและมันดูเหมือนจะเป็นการกระทำที่เกินกว่าข้อตกลง


         "หยุดเดี๋ยวนี้นะเบลสิณี!!"


         แรงกระชากข้อมือนั่นทำให้ดาราสาวหยุดการกระทำเสียงดังที่มาร์คตะคอกใส่เป็นใครก็ตามที่ได้ยินมันมักมีอำนาจให้หยุดการกระทำเสมอ ร่างของน้องทรุดนั่งลงบนพื้นน้ำตาที่นองหน้าไหลตกลงกระทบพื้นเพราะเจ้าตัวเอาแต่ก้มหน้าหงุด


         "กลับไปก่อนเบล"


         "แต่มาร์คคะ แบมบูตบหน้าเบลก่อนนะ!"


         "บอกให้กลับไปไง!!"


         "เหอะ!"


         ดาราสาวสบถคำในลำคอซ้ำยังเสยผมลวกๆจ้องมองคู่สามีภรรยาต้วนสลับไปมา สุดท้ายต้องจำยอมกลับออกไปตามคำสั่งของมาร์คที่มีอำนาจเหนือกว่าทุกอย่าง ไม่รู้ว่าจะโดนเฉ่งหัวอีกตอนไหนอีกด้วยซ้ำเฝ้าดูจากใบหน้าหล่อที่ฉายแววดุดัน ดวงตาคมที่ดุไม่แพ้กันนั่นอีก


         ขอให้แบมบูโชคดีละกัน..


         "ฮึก..พี่.."


         "ไม่ต้องพูด!"


         เหมือนจะรู้ว่าแบมบูกำลังยกปากแก้ตัว เสียงทุ้มดุเอ่ยขึ้นดังจนคนตัวบางก้มหน้าหลบซ่อนแววตาแห่งความหวาดกลัวไว้ดังเดิม


         กลัวว่าจะโดนตีนอกจากคำกร่นด่า..กลัวว่าใจจะสลายเป็นรอบที่ร้อยถ้าหากพี่มาร์คเอ่ยปากปกป้องเขาอีกคนที่ไม่ใช่แบมบู


         "นาย.."


         อันนี้แบมบูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฝัน ละเมอหรือคิดไปเองอีกหรือเปล่า สิ่งที่เขาไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นทำเอาวิญญาณล่องลอยไปไกลทีเดียว..


         ใบหน้าหล่อที่ลดลงมาจดจ้องใบหน้าของเด็กหนุ่มทำเอาความหวาดกลัวที่จะโดนทำโทษเพิ่มทวีมากขึ้น ร่างหนาของสามีคุกเข่าลงกับพื้นใกล้ตัวที่แบมบูนั่งอยู่


         "แบมไม่ได้ตั้งใจ.." สุดท้ายแล้วสิ่งที่เขากลัวมันเลือกที่จะทำให้ต้องเอ่ยปากยอมจำนนก่อนสิ่งที่ไม่อยากได้ยินจะดังออกมาจากปากพี่มาร์ค


         "แบมขอโทษ..ขอโทษที่ทำให้พี่เบลเจ็บตัว"


         ขอโทษก็จบแล้ว..เหมือนที่เคยทำ


         "นายมันซื่อบื้อหรือโง่กันแน่ คนที่ควรจะไปขอโทษคือเบลไม่ใช่ฉัน ทำคนอื่นเขาเดือดร้อนไปทั่ว"


         "แบมแค่หวงพี่ ต..แต่พี่เป็นห่วงพี่เบลหรอ.." แบมบูถามด้วยความใสซื่อสองสายตายังส่งมาคาดคั้นอย่างกล้าหาญ คำพูดในตอนแรกของน้องนั้นมาร์คจะไม่ได้สนใจ สาบานว่าใจเขาไม่ได้กระตุกหรือรู้สึกดีที่แบมบูพูดว่าหึงหวงเขาได้เต็มปากหรอก..จริงๆ


         "เออ! ใช่ไงเป็นห่วง.."..แต่คนที่ห่วงกลับไม่ใช่เบลสิณีนี่สิ..


         "...." ความเงียบก่อเกิดขึ้นทันทีที่มาร์คพูดจบดวงตาหวานที่เคยกล้าหาญเมื่อครู่หลบสายตาคู่นั้นที่จ้องมอง


         ทั้งๆที่คิดว่าจะยอมเปิดโอกาสยอมง้อคนหล่อตรงหน้าดูสักตั้งเขาท้อแท้จนอยากจะถอนกำลังออกไปให้รู้รอด เหมือนคนตรงหน้าจะล่วงรู้ว่าแบมบูอยากทำอย่างนั้นใจจะขาด การที่สัมผัสอบอุ่นแตะเข้าข้างแก้มเป็นตัวฉุดรั้งให้เขาคนนี้ไม่สามารถหนีไปไหนได้พ้นสักที..


         "นาย..ไม่เจ็บใช่ไหม"


         พี่มาร์คทำให้เหมือนว่ารักและเชื่อใจ..


         มาร์คใช้นิ้วปาดรอยเลือดที่ประดับมุมปากน้องออกเบาๆ ถามย้ำที่แบมบูเอาแต่เป็นใบ้ซ้ำยังจดจ้องใบหน้าตนด้วยแววตาเซื่องซึมแทนที่จะระริกระรี้เหมือนแต่ก่อน


         แบมบูแปลกไปตั้งแต่คืนนั้นแล้วหล่ะ..หรือเพราะศีรษะกระแทกพื้นกัน


         "เป็นใบ้หรอ..หรือเป็นอะไรทำไมไม่พูดแบมบู.."


         แบมเจ็บ..เจ็บไปหมด ในใจของเขากู่ร้องแต่กลับไม่มีเสียงพูดออกไป


         "รู้ตัวมั้ยว่านายเปลี่ยนไป"..เปลี่ยนในที่นี้คือเด็กน้อยของเขาดูจะฉลาดต่อปากต่อคำมากขึ้นกว่าเก่า


         "พี่ก็เปลี่ยน.." ปากอิ่มเม้มเป็นเส้นตรงเมื่อพูดสิ่งที่ไม่สมควร หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวกลัวจะโดนต่อยกลางแสกหน้าหรือโดนจับทุ่มลงบนพื้นนี้เลยก็ได้


         "อวดดีเก่ง.."


         ปลายคางแหลมถูกจับเชิดให้สบตากันตรงๆ มาร์คต้วนพยายามจ้องมองหาความผิดปกติทั่วทั้งใบหน้าหวานแต่กลับไม่พบอะไรนอกจากความน่ารักและรอยแผลที่ประดับอยู่มุมปาก 


         ทว่าแบมบูกลับใช้เวลานี้จดจ้องรายละเอียดบนผิวหน้าขาวเนียนของสามีกลับเช่นกันทั้งดวงตาคมดุสีเข้ม คิ้วหนาที่ขมวดเพิ่มความน่าเกรงขาม จมูกโด่งเป็นสันรับกับปากบางกระจับแต่ด่าเจ็บใช่ย่อย..ก็มีแค่นี้เองทำไมทำให้แบมบูหลงใหลได้มากขนาดนี้กันนะ


         แบมบูเป็นเอามากหรือเพราะมาร์คขุดหลุมไว้ลึกจนเกินไป?


         "พี่มาร์ค..ขอโทษนะ..ฮึก แบมเหนื่อยแล้ว"..ถ้าจมอยู่กับกำดักรักที่ทำให้ตกหลุมจนเจ็บซ้ำๆ คงไม่เอาแล้วล่ะ..


         ประโยคแผ่วเบาถูกพูดออกมาอย่างอ่อนล้า ภายใต้แววตาที่ไม่ปกปิดซึ่งความเสียใจ..เสียใจที่ในที่สุดจะต้องเป็นฝ่ายพูดมันออกมาก่อน


         "แบมบู นาย.."


         เราไม่ได้รักกันนั่นน่าจะคือคำตอบในคำถามของทุกสิ่ง.. สุดท้ายแล้วในวันที่เขาจะได้ปืนบันไดขึ้นจากหลุมรักนี้ก็ขอให้ความช้ำใจมันสิ้นสุดลงด้วยเถอะนะ


         แบมบูเหนื่อย เหนื่อยมากๆ..


         "แบมจะหย่าให้พี่นะ..แบมยอมแพ้แล้ว..."


กึก!


         จู่ๆคำพูดโง่ๆก็ถูกพ้นออกมาจากอิ่ม แบมบูเบือนหน้าหนีจากมือหนาที่สัมผัสปลายคางตนไว้แต่แรก หัวใจเจ็บปวดจนอยากจะจับมาตีให้หายแค้น..ตัดสินใจไปแล้วแท้ๆ


         แค่ครั้งสุดท้ายที่มันจะบีบครั้นจากความเจ็บ..ต่อไปจะไม่เจ็บแล้ว


         "มันไม่ง่ายไปหรอ.."


         มาร์คเองก็คงไม่ยอมปล่อยให้แบมบูได้หลุดจากหลุมลึกที่เขาขุดไว้แน่


         "ความคิดโง่ๆของนาย ถ้ามันง่ายขนาดนั้นฉันคงหย่าไปตั้งแต่วันแรกแล้ว..แต่งมายังไม่ทันได้คุ้มเงินจะชิ่งหนีแล้วหรอ" 


         มาร์คว่าพร้อมใช้สายตาเปรยมองร่างเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาเหยียดหยามที่ทำเอาแบมบูนึกน้อยเนื้อต่ำใจในสายตาพี่มาร์คเขายังจะมีค่าอะไรให้รั้งต่อ


         "พ่อแม่ฉันยอมเสียเงินไปตั้งเท่าไหร่แค่จะซื้อแม่พันธุ์ปลอมเปลือกอย่างนาย..ไม่รู้จริงๆหรอว่าท่านต้องการอะไร"ความจริงในใจถูกพูดออกมาทั้งหน้านิ่งกรีดลึกจนแผลในใจคนฟังเหวอะหวะ


         จมูกโด่งที่แบมบูนึกชื่นชมเคลื่อนมาใกล้ใช้มันคลอเคลียกับพวงแก้มแดงของคนน้องที่เริ่มผลักไส


         "แบมไม่ได้ขายตัว..ที่มีทั้งหมดก็แค่ใจ"น้ำเสียงผะแผ่วพูดออกมาอย่างนึกใจหายที่แม้แต่ใจของเขารู้ดีว่าอย่างไรมาร์คก็ไม่อยากได้


         "ใจของนายทำประโยชน์อะไรไม่ได้หรอก พ่อนายแม่นายเอาตัวนายมาขาย..ควรรับรู้ความจริงไว้บ้างนะแบมบู"


         ถ้าเป็นก่อนที่แบมบูจะได้ยินคำพูดสกปรกเมื่อครู่ เขาคงจะเขินอายไม่น้อยยามอีกคนพยายามใช้จมูกประชิดแก้มนิ่ม แต่ตอนนี้เมื่อได้ฟังคำในความคิดลองมาร์คแล้ว แบมบูกลับรู้สึกโกรธชนิดที่ว่าไม่อยากถูกเนื้อต้องตัวอีกคน มันไม่ง่ายที่แค่จะเบือนหน้าหนีก็พ้น มือใหญ่จับข้อมือทั้งสองข้างของแบมบูกำรอบไว้จนแน่นเพียงมือเดียว ส่งมืออีกข้างมาบีบเข้าที่ปลายคางเล็กให้หันมาจ้องมองดวงหน้าของคนใจร้ายเต็มๆตา


         "ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ได้หย่ากับฉันมันแค่ยังไม่ถึงเวลา"


         มาร์คต้วนว่าอย่างนั้น แต่แบมบูแค่ไม่รู้..ไม่รู้ว่าจะยื้ออะไรไว้กัน ในเมื่อเราไม่ได้รักกันแล้วทำไมถึงต้องปล่อยให้เวลามันยืดเยื้อสร้างความผูกพันธ์ให้แบมบูคนนี้หลงรักขึ้นในทุกๆวัน


         และยิ่งนานวันก็มีแต่เขาที่เสียเปรียบ..


         "ยังต้องรออีกนานแค่ไหนกันครับ..หนึ่งปีหรอแบมทนไม่ไหวหรอก" ..คนใจร้ายพรรคนี้แบมบูทนไม่ไหวแล้ว..


         แบมบูเริ่มเอ่ยเสียงสั่นและแผ่วเบาไปตามๆกัน ดวงตาอ่อนหวานจ้องมองสามีด้วยความเหนื่อยล้า ไม่รู้ว่าพี่มาร์คจะรู้รึเปล่าว่ามันยากแค่ไหนกว่าแบมบูจะยอมตัดสินใจในเรื่องนี้ได้และที่มากไปกว่านั้นเขาไม่ได้เตรียมใจจะมารับมือกับพูดแสนเหยียดหยามของอีกคน


         "ฉันบอกแล้วไงว่าถ้าทนไม่ไหวก็กลั้นใจตายไปส่ะ..แต่ถ้าทำไม่ได้มันก็พอจะมีวิธีอยู่"


         ข้อมือเล็กถูกดึงแรงๆจนเจ้าของมันประชิดตัวคนดึง จมูกโด่งรั้นของแบมบูกระแทกเต็มๆกับปลายจมูกปีศาจร้ายในคราบสามีเทวดา


         "..นอนกับฉันสิจนกว่านายจะท้อง.." เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่แบมบูได้ยินมันชัดเจน


         ไม่เอา..ไม่เอาแล้ว


         "พอคลอดแล้วอยากจะหนีไปไหนก็เรื่องของนาย..ถึงเวลานั้นคงไม่มีใครเขาสนใจนายแล้วหล่ะ ถือเสียว่าทำตัวให้คุ้มเงิน"


         พี่มาร์คใจร้ายกว่าที่เด็กหนุ่มคนนี้คิดไว้มากโขทั้งแววตาและสีหน้าดูไม่รู้สึกรู้สาอะไรจากคำพูดที่สื่อออกมาด้วยซ้ำ


         "...."แน่นอนว่ามันเจ็บจนพูดอะไรไม่ออก


         "ฉันจะสนองให้วันนี้เลยละกัน"


         "พี่มาร์ค!" แบมบูพยายามดันตัวให้ออกห่างสามีคนเดิมที่ไม่เคยจะรู้จักแม้นิสัยจริงๆภายใต้หน้ากากที่หล่อเหลา รู้ทั้งรู้ว่าสู้ไม่ได้แต่คนน้องก็ยังพยายามจะลุกหนีแค่มาร์คต้วนออกแรงกระตุกมือคราเดียวร่างเล็กก็ล้มลงที่เดิมอย่างง่ายดาย 


         มาร์คต้วนทำงานถนัดอย่างการอุ้มตัวภรรยาตัวเล็กแนบอกอย่างง่ายดาย แรงดิ้นของน้องดูไม่เป็นผลแค่ออกแรงเดินจากการประทุษร้ายที่แบมบูมอบให้ก็แปรเปลี่ยนมาโอบรอบคอกันตกแทน แบมบูยังคงไม่ไว้ใจตั้งแต่มาร์คทิ้งร่างตนลงบนพื้นตอนนั้นและตอนนี้เองก็ตาม


         "ปล่อยนะครับ พี่มาร์ค!"


         เสียงหวานร้องเสียงดังหวังจะให้อีกคนเกรงขาม แววตาหวานทำทีจะแข็งกระด้างใสทว่ากลับเคลือบด้วยน้ำใสดูไม่ได้น่ากลัวสักนิด


         "แบมจะฟ้องคุณแม่ ฟ้องให้หมดว่าพี่ทำอะไรบ้าง!"


         "คิดว่ามีปัญญาไปฟ้องได้ก็เชิญ แต่ว่านะสมสู่กับเมียตัวเองนี่ฉันผิดอะไรหรอ?"


         เหมือนคำข่มขู่ทางรอดสุดท้ายของแบมบูจะไม่เป็นผล มาร์คต้วนไม่ได้รู้สึกกลัวเขามีข้ออ้างนานาชนิดแก้ต่างได้สบาย แบมบูที่แค่เผลอเสียท่าทีเดียวปากอวบอิ่มกลับโดนกระแทกให้เจ็บจากอวัยวะเดียวกันของอีกคน


         "อึก!"


         มาร์คใช้ปากของเองบดเบียดกลีบปากแดงของน้องที่จงใจจะร้องให้ดังขึ้นจนแตกเลือด ความฝาดเฝื่อนและเจ็บแสบที่กลีบปากจำต้องทำให้ร่างเล็กหยุดดิ้น แบมบูกลัวเลือดกลิ่นเลือดที่สัมผัสได้ก็คงเช่นเดียวกัน


         ความสามารถพิเศษของมาร์คในการจู่โจมปากของน้องทั้งยังเดินดุ่มๆตรงไปประตูห้องนั้นช่างน่าทึ่ง..


         แววตาสีอ่อนฉ่ำน้ำตาฉายแววถึงความอึดอัดเต็มหน่วยตา ยิ่งมาร์คออกแรงกัดความนุ่มบนกลีบปากก็เหมือนยิ่งบีบให้น้ำตาจากดวงตาหวานเปรอะออกมามากขึ้นเท่านั้น ร่างบอบบางอ่อนปลวกลงจนมาร์คต้องละออกมากำชับคนในอ้อมอกไว้เสียก่อน


         แบมบูกลัวและเกร็งตัวไปเสียหมด มือไม้ที่เกะกะทิ้งดิ่งลงข้างกาย กลีบปากอิ่มแดงช้ำจากที่เคยโหยหาสัมผัสของอีกคนตอนนี้กลับไม่ต้องการ ยิ่งกว่านั้นอยากจะผลักไส..ฝันสลายแค่เพียงทุกอย่างไม่เหมือนภาพที่จินตนาการไว้


         พี่มาร์คไม่ได้เป็นสิ่งแบมบูโหยหาอีกต่อไป..


         "ฮึกก.."


         "แบมบูหายใจสิ ค่อยๆหายใจ"


         ดวงหน้าหวานซุกลงในอกอีกคนหนีการจู่โจมที่ไม่ต้องการจากคนๆเดิมที่ฉุดรั้งให้ตกลงมาจากความฝัน มาร์คพยายามเป่าลมหายใจร้อนๆใส่ปากคนน้องที่เหมือนช็อกจนทำอะไรไม่ได้ ไม่ยอมแม้แต่จะหายใจเองด้วยซ้ำ แบมบูที่นอกจากจะไม่สนใจเสียงของมาร์คแล้ว ซ้ำยังปล่อยให้แต่น้ำตาเลอะอยู่อย่างนั้น


         "แบม!"


         "ฮึก!"


         แบมบูถูกฉุดรั้งด้วยฝ่ามือใหญ่ที่จับใบหน้าหวานเป็นการเรียกสติทันทีที่เข้ามาถึงในห้อง ร่างน้อยที่สั่นเทิ้มถูกวางลงให้นั่งซ้อนลงตักมาร์คบนโซฟาในห้องรับแขก ดวงตาคมที่ฉายชัดอยู่ตรงหน้าทำเอาคนตัวบางสะดุ้งโหยง ได้สติกลับมาก็กอบโกยอากาศเข้าปอดชุดใหญ่บนตักของสามีใจร้าย


         "ค่อยๆหายใจ" มาร์คว่าอย่างร้อนรนยกนิ้วโป้งปาดเม็ดน้ำตาจากแก้มแดงแรงๆอย่างหัวเสีย


         แน่ล่ะเขาเกือบทำแบมบูช็อกตายไปแล้ว..


         "ฮึกก"


         "อย่าร้อง" 


         มือใหญ่กดศีรษะน้อยให้ซบลงบนอกแม้เจ้าตัวจะขัดขืนก็ทำได้เพียงไม่นานต้องจำยอมทิ้งศีรษะลงบนอกอีกคน เสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นราวกับเด็กเล็ก มาร์คไม่กล้าแม้แต่จะยกมือกอดปลอบ ทำได้แค่กดศีรษะน้อยของน้องให้ซบลงกลางอก ความเปียกชื้นของหยาดน้ำตาที่ซึมเข้ามาถึงข้างในทำให้หงุดหงิดใจไม่น้อย


         "เลิกร้องสักทีรำคาญ.."


         "ฮึก..พี่มาร์ค..ฮึกใจร้าย"


         มาร์ครู้ตัวดีแต่ไม่ได้รู้สึกโกรธที่แบมบูพูดความจริง..ตรงกันข้ามสิ่งหนึ่งที่เขารู้สึกตอนนี้คืออยากจะทำแบบที่แบมบูพูดจริงๆ


         อยากจะใจร้าย..ใจร้ายให้สมกับที่เด็กขี้มูกโปร่งคนนี้ลั่นวาจา


         "ฉันใจร้ายได้กว่าที่นายคิดอีกแบมบู"


         "ฮึก..ถ้าเป็นอย่างนั้น ฮึก..เราหย่ากันไปเลย แบมทนไม่ไหวแล้ว"


         "หุบปากไป!..ฉันไม่หย่า.."


         มาร์คต้วนขึ้นเสียงดังใส่คนน้องในประโยคแรก น้ำเสียงแผ่วเบาลงในประโยคสุดท้าย แววตาเชือดเฉือนส่งไปให้เด็กน้อยที่เอาแต่ซุกหน้าพูดจาไม่เข้าหู


         "ปล่อยแบมไปเถอะนะ แบมเหนื่อย"


         น้ำตาหยดน้อยที่ไหลออกมาประกอบคำพูดนั่น..แบมบูอยากไปจากมาร์คมากงั้นหรอ ทั้งๆที่ทำเหมือนรักเขาจะเป็นจะตาย ทั้งหมดนั่นแค่หลอกลวงหรอ?


         ไม่ได้รักมาร์คต้วนจริงๆหรอ?


         แววตาของมาร์คทอแววสับสนและสั่นไหวแค่เพียงชั่วครู่ในขณะที่คนร้องไห้ไม่ทันสังเกตเห็น


         คำถามที่มาร์คตั้งไม่ได้ถูกถามออกไป นอกจากเสียงสะอื้นของแบมบู ภายในห้องก็เงียบเชียบคนตัวสูงออกแรงอุ้มร่างเล็กไว้ดังเดิมก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังทิศทางจุดมุ่งหมาย แน่นอนว่าจุดหมายของมาร์คคือเตียงนอนที่ตั้งตระหง่านกลางห้องนอนนั่นแหละ..


         ถ้าอยากหย่ามาก..มาร์คต้วนจะล่นเวลาให้ก็ได้..


         ดวงตาคู่สวยตื่นตระหนกจับจ้องคนบนร่างที่หลังจากทิ้งร่างเล็กไว้บนเตียงแล้วก็ไม่ปล่อยให้ขัดขืนกระโจนขึ้นคร่อมทันที


         "อะไร! จะทำอะไร! อื้อ!"


         ซอกคอขาวเนียนเป็นสิ่งแรกที่มาร์คตั้งตารอคอย ความหอมละมุนทำให้อยากสูดดมและขบกัดให้เกิดรอย ไม่เป็นไปตามความคิดก็ตรงที่ฝ่ามือเล็กของเด็กโง่ที่คิดอยากฆ่าตัวตายมันดันตบลงกลางแสกหน้าหล่อ


เพี้ยะ!


         อีกแล้ว..แบมบูตบหน้าเขาอีกแล้ว มาร์คจะทนต่อไปทำไมกันในเมื่อพูดดีด้วยก็แล้ว..


         "ฮึก ช่วยด้วย!"


         "แบมบู!"แรงตบเท่ามดอย่างน้อยสุดก็แค่ทำให้มาร์คเจ็บจี๊ดตรงกลางแก้มและมากสุดคือการเพิ่มความโทสะให้สุ่มอก


         "ผัวเมียกันเอากันทั้งทียังจะร้องให้ใครมาช่วยอีก"


         "อื้อ..พี่มาร์ค!เจ็บแล้ว" 


         แบมบูดิ้นหนีไปได้ไม่ไกลข้อเท้าน้อยกลับฉุดลงมาให้อยู่ใต้ร่าง ราวกับกระดูกจะหักออกเป็นชิ้นๆ เมื่อมาร์คออกแรงบีบให้เกิดความรู้สึกปวด


         "แบมเจ็บ เจ็บแล้ว..ฮึก เจ็บแล้ว"


         "อย่ามาเก่งกับฉัน!"มาร์คขู่อย่างเหนือกว่าในทุกด้าน จ้องมองร่างน้อยที่น้ำตาเปรอะเต็มสองดวงตาก็ยิ่งอยากทำให้เจ็บไปกว่านี้


         "อ้ะ อย่า"


         "หยุดดิ้นสักที!"


         คนตัวเล็กขัดขืนหนีจากริมฝีปากหยักที่จ้องจะดูดดึงริมฝีปากตน พอเบือนหน้าหนีใบหน้าหล่อยิ่งได้ทีกลับซุกไซร้ลงซอกคอหอมแทน มาร์คจับข้อมือน้อยที่ทุบแผ่นหลังเขาไปมากดลงกับพื้นเตียง


         '..นอนกับฉันสิจนกว่านายจะท้อง..'


         ไม่เอาได้โปรด..แบมบูไม่อยากอยู่ในสถานะนั้น แค่ครั้งนึงมันก็เกินพอแล้ว


         'พอคลอดแล้วอยากจะหนีไปไหนก็เรื่องของนาย..ถึงเวลานั้นคงไม่มีใครเขาสนใจนายแล้วหล่ะ ถือเสียว่าทำตัวให้คุ้มเงิน'


         ไม่อยากให้สิ่งที่มีค่าที่สุดกับคนที่เห็นค่าของเขาเป็นแค่เศษเงินก้อนโต


         "ช่วยด้วย! ฮึก ช่วยแบมด้วย"


         "ยังจะร้องเรียกใครอีก เอากันแค่นี้มันไม่ตายหรอกนะแบมบู อยากหย่าไม่ใช่หรอฉันกำลังทำให้นี่ไง"


         "พี่บ้าไปแล้วรึไง ฮึกก อย่า..อย่าทำนะครับ"


         แบมบูยังเอ่ยปากร้องขอน้ำตาเปรอะหน้าแต่กลับมองภาพชัดเจน ภาพที่มาร์คกำลังละมืออีกข้างมาถลกเสื้อตัวบางของเขาขึ้นเหนือเนินอก เผยเม็ดทับทิมสีเข้มที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่ามาร์คแอบชิมไปกี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว


         "ฉันบ้าได้กว่าที่นายคิดเสียอีก"


         "อย่า..อ้ะ! อย่าทำ"


         เสียงดูดจวบจาบกับความรู้สึกเจ็บคั้นหน้าอกเป็นตัวย้ำว่าต่อให้น้องบอกเท่าไหร่มาร์คก็ไม่ฟังและไม่สนใจใยดี เม็ดทับทิมที่ไม่เคยมีใครได้แตะต้องถูกครอบครองจนมิดด้วยปากหยักของคนใจร้าย


         "แบมเจ็บ พี่มาร์ค.."


         น้ำตาเม็ดโตเปรอะทั่วทั้งหน้า แบมบูหายใจแรงๆกับความอึดอัดที่หน้าอก ส่งมือทุบแผ่นหลังอีกคนทันทีเมื่อข้อมือถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ไม่นานความรู้สึกเย็นวาบบริเวณหน้าขาและส่วนล่างก็ชี้ชัดว่ากางเกงของแบมบูถูกปลดออกอย่างรวดเร็วทั้งตัวนอกและตัวใน


         "หึ..นายได้หย่าสมใจแน่ๆ" เสียงพึมพำเบาๆของมาร์คกับความคิดในใจที่โลดแล่นเข้ามา..ยังไงเสียเขามีเวลายัดเยียดมารหัวขนใส่ร่างน้องทั้งคืนหรือไม่ก็เอาจนกว่ามันจะติดนั่นแหละ..


         มาร์คต้วนจ้องมองส่วนน่ารักที่โผล่ออกมาทักทายโลกภายนอกด้วยสายตาแพรวพราวสิ่งที่เขาแอบลูบคลำตอนนี้มาปรากฏที่ตรงหน้ายากเกินจริงๆที่จะไม่ให้กระโจนเข้าใส่ ยิ่งแบมบูเนียมอายหนีบขาปกปิดก็ยิ่งชอบใจอยากจะเข้าไปสำรวจลึกมากกว่าภายนอกที่เห็นแค่ตาเปล่า


         "ฮึกได้โปรด.."


         เพราะขาที่ถูกบีบให้เจ็บต่อให้ดิ้นไปก็คงไม่รอด แบมบูเอ่ยประโยคขอร้องอย่างแผ่วเบา หัวใจไม่รักดีบีบตัวเจ็บแต่ยังคงเต้นระรัวเมื่อถูกสามีหน้าหล่อจัดการแยกสองขาเรียวให้กางออกและตั้งฉากลงกับเตียง


         "ได้โปรด.."


         "ชู่ววว"


         มาร์คต้วนยันกายขึ้นคร่อมแทรกตัวลงหว่างขาเรียวเมื่อจัดการถอดเสื้อและกางเกงตัวนอกออกของตัวเองออกแย่างชำนาญทันเวลา ส่งปลายนิ้วชี้ไปจรดที่ปากอิ่มบวมแดงอย่างต้องการยุติประโยคขอร้อง ยิ่งเห็นแบมบูยกมือขึ้นไหว้ก็ยิ่งชอบใจไปใหญ่


         ทำตัวน่าสงสารเขายิ่งอยากรังแก..


         สองมือใหญ่จับมือน้อยที่ยันอกตนไว้เลื่อนให้มันต่ำลงมายังปราการด่านสุดท้ายบนตัวมาร์คต้วน


         "ถอดชั้นในให้ฉันสิ..เด็กดี"



-CUT NC-

((วาร์ปแห่งขุมนรก))

* *อย่าลืมไปตำกันนะจ้ะ* *



#Never'bamboo 



-100%-




Talk :

อย่าด่าแรงนะฮะน้องบอบบาง T^T

พอแล้วค่ะ..ตอนหน้าก็คือไม่ทนแล้วค่ะ

เกลียดพระเอก5555




คอมเม้นให้กำลังใจน้องสู้ๆด้วยนะฮะ

T^T

เจอกันใหม่เมื่อคิดถึง จุ้บๆ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.472K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,167 ความคิดเห็น

  1. #3109 Khampoohnaka (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2563 / 09:08
    ช่วยน้องด้วยยยย
    #3,109
    0
  2. #2579 MBKY;LH (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 12:46
    ฮือ ร้องไห้เลยอะ สงสารแบมบูมาก อิมาร์คมันเลวมาก เป็นสามีกันก็ไม่ควรไปข่มขืนเขานะ แสนชั่วว !!
    #2,579
    0
  3. #2318 iam_suwitchaya (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 14:23
    มาร์ค ใจร้ายเกินไป
    #2,318
    0
  4. #2317 iam_suwitchaya (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 14:23
    มาร์ค ใจร้ายเกินไป
    #2,317
    0
  5. #2304 ploylaksi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 13:52
    จบไม่ต้องคู่กันก็ได้ค่ะ ฮือ
    #2,304
    0
  6. #2184 YanisaCH (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 22:07
    คนใจร้าย...
    #2,184
    0
  7. #2070 AiRibBoN (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 17:35
    นี่มันข่มขื่นอะ😭
    #2,070
    0
  8. #1980 lovebam2x (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 00:37
    Nc อ่านได้ที่ไหนหรอคะ พลีสสส
    #1,980
    1
  9. #1954 LuhanBen (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 19:41
    ไม่กล้าอ่านฉากรุนแรงแบบนั้นจริงๆอะ เลวร้ายเกินไป ฮือออ รักกันยังไงจะลืมฉากที่ตัวเองโดนข่มขืนลงอะ ไม่ไหวนะมาร์คเกินคนไปแล้ว มีสมองหัดคิดบ้างว่าอะไรควรไม่ควรอะ งี้มันไร้หัวคิดมากๆ
    #1,954
    0
  10. #1953 LuhanBen (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 19:39
    ห้ะะะ??? ข่มขืนหรอคะ???
    #1,953
    0
  11. #1847 N__Valentine_B (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 19:56
    ncดุมากฮือ
    #1,847
    0
  12. #1732 defleurs (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 15:11
    อ่านยังไม่ทันจบตอน เเต่รำคาญเเบมบูเหลือเกินนนน
    #1,732
    0
  13. #1459 pepig_di (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 17:23
    รอนะคะะะ
    #1,459
    0
  14. #1455 My love markbam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 12:47
    งื้อน้องแบมม
    #1,455
    0
  15. #1452 ป้าข้างห้อง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 21:21
    มาร์คเป็นบ้าอะไร แย่มากอ่ะสงสารแบมบู เลิก!!! เลิกเป็นเลิกเลย!!
    #1,452
    0
  16. #1449 PJ_PM (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 19:13
    มาร์คคือเป็นโรคจิตอะ ไปรักษามั้ย ไม่งั้นก็ไปเข้าคุกเถอะไป!!! ทำร้ายน้องอยู่ได้!!
    #1,449
    0
  17. #1445 markbammuay (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 18:19
    ฟ้องได้ที่ไหนอะ คือสังคมควรมีคนแบบมาร์คหรอถามจริง อ่านแล้วแบบเป็นไรอะมาร์ค โกรธไรน้องป้ะ เลวสุด
    #1,445
    0
  18. #1443 lovebam2x (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 16:44
    อยากพาน้องหนีเลย เกลียดน้องนักไม่ใช่หรา พอเค้าจะไปก็ไม่ยอมซะงั้นอะ อะไรของนายอะมาร์ค
    #1,443
    0
  19. #1432 JarrKuntala (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 10:03
    อยากอุ้มลูกหนี แบมบูหนีไปลูก
    #1,432
    0
  20. #1429 รสเค็มคือความอร่อย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 02:34
    หนีเลยลูกกกกก หนีปายยยยยย
    #1,429
    0
  21. #1424 poyykamon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 00:40
    หนีไปเลยลู๊กกกกกก!!!!
    #1,424
    0
  22. #1419 Asorapit_BK (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 22:50
    ชักจะเกลียดอีพี่มันมันแล้ว ไม่ต้องมีมันแล้วมั้งพระเอก ร้ายขนาดนี้อุ้มลูกหนีได้มั้ย
    #1,419
    0
  23. #1417 Aton7 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 22:25

    เกลียดพี่มันเลวววสส

    #1,417
    0
  24. #1400 meawmeaw9859 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 21:06

    กินมาม่าคลุกน้ำตาก็อร่อยดีนะคะ
    #1,400
    0
  25. #1396 Kibibiza (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 20:55
    นี่ว่าอิมาร์คมันโรคจิตอะ ปากไม่ตรงกับใจเสพติดความปากร้ายและชอบทำรุนแรงให้คนที่ตัวเองรักเจ็บปวด มานบ้า
    #1,396
    0
  26. #1353 LolliAngle (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 10:48
    เราอ่านตั้งแต่เมื่อคืน แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็น เช้านี้กะว่าจะวนมาอ่านต่ออีกรอบ เพราะเมื่อคืนอ่านก่อนนอนมันเลยอ่านบ้างหลับบ้าง
    ไรท์อย่าปิดเลย ไรท์แต่งดีแล้วนะ ถึงบ้างตอนอาจจะขัดใจ หรือต้องคอยลุ้นอยู่ตลอดเวลา และในบางครั้งก็ไม่เข้าใจแบมบูว่าจะทนทำไม(ทั้งๆที่เราก็รู้แหละว่าน้องรักมาร์ค)แต่เรามั่นใจว่ามันคงมีเหตุผลของมัน
    ไรท์ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเนื้อเรื่องเพื่อเอาใจคนอ่านเลย ที่เป็นอยู่มันก็ดีอยู่แล้วนะ
    เราเข้าใจในมุมมองของไรท์นะ ถ้าจะให้มันเป็นไปตามที่คนอ่านชอบไรท์แต่งมามันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ
    แต่งต่อเถอะนะคะ เราเป็นกำลังใจให้ไรท์นะ ชอบมากๆและจะคอยติดตามเรื่องนี้ไปจนจบไม่ว่าท้ายที่สุดแล้วจะจบแบบไหน และไม่ใช่แค่เรื่องนี้ ไม่ว่าเรื่องไหนๆเราก็จะคอยติดตามและให้กำลังใจนะ
    อย่ายอมเปลี่ยนเนื้อเรื่องเพียงเพราะคนอ่านไม่ชอบนะไรท์ ความเป็นตัวเองของไรท์และเนื้อเรื่องแบบที่ไรท์วางนี่แหละที่ทำให้เรากดเฟ้บเรื่องนี้ เป็นเพราะมันต่างจากเรื่องอื่นๆ

    เราเป็นกำลังใจให้ไรท์นะ สู้ๆนะคะ และเรายังคงรออ่านต่อน๊า มาต่อไวไวนะคะ
    #1,353
    2
    • #1353-2 LolliAngle(จากตอนที่ 9)
      12 สิงหาคม 2562 / 21:14
      อย่าคิดมากน๊า ไรท์ทำดีมากๆแล้วนะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆนะ✌🏻
      #1353-2