Never 'Bamboo' แบมบูพี่ไม่รัก Markbam

ตอนที่ 18 : Never’Bamboo: 15 รัก..ได้หรือเปล่า?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,992
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 388 ครั้ง
    9 ส.ค. 63

15 

รัก…ได้หรือเปล่า?

 

 

แสงแดดในเวลากลางวันไม่ได้เป็นสิ่งปลุกร่างเล็กที่นอนจมกับเตียงมานานกว่าสิบชั่วโมงให้ตื่นหรอก หากแต่เป็นของเหลวในร่างกายที่ดื่มเข้าไปเมื่อคืนนี้เล่นงานให้ท้องไส้ปั่นป่วนเป็นตัวฉุดให้ตื่นจากฝันหวานเสียที..

 

เฮือกก!!

 

แบมบูสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อมีบางอย่างจุกที่คอและหากช้าอีกนิดมันอาจจพวยพุ่งออกมาเสียเดี๋ยวนี้ ใช้เวลาปรับตัวกับสภาพตอนลืมตาตื่นได้ไม่นานคนตัวเล็กก็ยันกายลุกขึ้นนั่งด้วยความโงนเงน

 

นาฬิกาที่หัวเตียงบ่งบอกเวลาว่าเลยเที่ยงวันมาแล้ว..แบมบูไม่ได้หวังว่าตื่นมาแล้วจะเจอมาร์คผู้ทำให้ร่างกายเขายับเยิน รู้ดีว่ามาร์คก็คงไปทำงานแล้วเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

 

"อ่าา.."

 

ความหนักหัวเป็นสิ่งแรกที่วิ่งเข้ามาทักทายแบมบูในวันนี้..

 

"โอ้ย!"

 

ทว่าความปวดเมื่อที่ช่วงสะโพกลงไปถึงช่วงล่างนั้นทำเอาน้ำตาเล็ด 

 

ไม่รู้ว่าอีกคนอดอยากมาจากไหน..

 

ถึงทำแบมบูหมดสภาพราวกับเครื่องพังกว่าครั้งไหนๆ ได้ขนาดนี้แต่โทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้หรอกเอาจริงๆ แฮะๆ  ถึงอย่างนั้นของเหลวที่พร้อมออกมาสู่โลกภายนอกก็จำให้ต้องแบกร่างใกล้ตายของตัวเอง เดินกระเพกเข้าห้องน้ำไป

 

น้ำเมาที่กะดื่มชโลมใจดวงน้อยให้หายเจ็บชั่วคราว ไหลย้อนออกมาทางเก่าที่เคยส่งมันเข้าไป แบมบูขย้อนคอปลดปล่อยของเสียจนรู้สึกโล่งหมดทั้งตัว ร่างบางใช้แขนเรียวยันกายไว้ยังเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า กวักน้ำล้างหน้าพอให้สมองตื่นแม้จะยังปวดหนึบก็ตาม

 

ใบหน้าหวานจ้องมองสภาพตัวเองหลังผ่านศึกในกระจกบานใหญ่ ดวงตากลมโตที่บวมช้ำหน่อยๆ แม้เหตุการณ์จะเลือนลางแต่ก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าแบมบูคงทำอะไรโง่ๆ อย่างการเสียน้ำตาให้..

 

พี่มาร์ค

 

หัวใจสะดุดกึกเมื่อใบหน้าหล่อของสามีลอยเข้ามาในโสตประสาท 

 

เมื่อคืนนี้..เขาจำได้ลางๆ แม้จะมีพี่แจ็คสันเข้ามาขัดจังหวะแปปๆ  แต่แน่นอนว่าเครื่องที่ถูกจุดติดแล้วย่อมสตาร์ทอีกรอบผลลัพธ์ที่ได้คือการพุ่งทะยานขึ้นฟ้าไปเลย  บ้าไปแล้ว..

 

พวงแก้มแดงระเรื่อยามเหตุการณ์ที่เจ้าของรอยบนอกทำกับร่างกายบอบบางของตนลอยวนเข้ามาในหัวเป็นฉากๆเหมือนเทปหนัง มือเล็กยกมือลูบหน้าเรียกสติให้คืนมาในขณะที่ลากขาเรียวออกจากห้องน้ำ

 

แบมบูร้อนลุ่มไปทั้งตัวและใจเมื่อเสียงแหบแห้งและแสบคอไปหมด เหตุนั้นมาจากคึกคะนองเพราะพิษสุรามากเกินไป เขาจำได้ว่าเริ่มที่เตียงแต่สามีตัวโตกลับพาเขาทัวร์รอบห้องจบที่ตรงไหนแบมบูไม่แน่ใจ แต่เบาะแสชั้นดีก็คือข้าวของที่กระจัดกระจายยังไม่ถูกเก็บเข้าที่เข้าทางนักที่แบมบูกำลังก้มลงเก็บอยู่ตอนนี้

 

"โอ้ย!"

 

ในตอนที่ก้มลงเก็บหมอนใบโตขึ้น ความรู้สึกปวดหน่วงที่ท้องน้อยก็วิ่งเข้ามาทักทาย แบมบูทรุดตัวนั่งที่พื้นข้างเตียงมือกอบกุมเข้าที่ท้องอย่างข่มความเจ็บปวด

 

เสื้อตัวโคร่งที่กระจายอยู่ข้างๆ จำได้ลางๆว่าแบมบูเป็นคนโยนมันทิ้งเอง ยกมือตบหน้าผากแรงๆให้หายจากความอับอายเมื่อคืนคงปิดไม่มิดว่าแบมบูอยากจ้ำจี้กับมาร์คแค่ไหน หน้าอายจริงๆ 

 

ไม่แปลกที่พอคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนลางๆนั้นกลับทำร้อนลุ่มไปหมด..

 

ตามโคนขาด้านในปรากฎร่องรอยที่ถูกสามีตีตราเป็นเจ้าของ..

 

ไม่รู้ว่าทำท่าไหนไปบ้าง แค่เห็นเท่านี้แบมบูก็ยังเตรียมใจไม่พร้อมจะไปเจอมาร์คหรอก

 

"แบมบูตื่นรึยัง.."

 

อุ้ย!

 

เสียงของสามีที่เปิดประตูเข้ามาใหม่ทำเอาคนตัวเล็กขวัญกระเจิง บอกแล้วไงว่ายังไม่เตรียมใจจะเจอมาทำไมกันเนี่ย

 

"เป็นอะไร.."

 

มาร์คถามย้ำเมื่อกระชากประตูเปิดเข้ามาในห้องนอนหวังจะเข้ามาปลุกให้ภรรยาตื่น ทว่าแบมบูกลับทำหน้าเหมือนคนเห็นผีเสียอย่างนั้น

 

"..เจ็บตรงไหนมั้ย.." 

 

คนตัวโตเดินมาหยุดนั่งลงข้างแบมบู มือใหญ่จับร่างกายน้องหวังจะหาความผิดปกติ ทว่าแบมบูกลับส่ายหัวพรืดขยับตัวให้ห่างจากมาร์คสักนิด

 

"พ..พี่.." เสียงหวานเปล่งไปได้แค่นั้นเพราะมันแหบแห้งเกินจะเอ่ยไปทั้งประโยค ทว่าเหมือนไฟฟ้าสถิตมาร์คต้วนเสียเดี๋ยวนั้น

 

“เอ่อ..”

 

คนตัวโตสายตาเลิ่กลั่กทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าแบมบูเปลือยทั้งร่างและคงจะไม่ดีถ้ามาร์คต้องมองร่างกายที่เขาใช้มาทั้งคืนแล้วดันหน้ามืดตามัวอีก

 

"อื้ม ใส่เสื้อก่อนก็ได้"

 

มาร์คหันหลังและพูดกับแบมบูที่ลุกลนใส่เสื้อกลับเข้าตัวตามคำสั่ง ดึงเสื้อตัวใหญ่ปกปิดลงมาถึงหน้าขาไม่ให้เห็นร่องรอยที่ต้องย้ำว่าเมื่อคืนนั้นของเรามันเผ็ดแซ่บแค่ไหน

 

แต่คงจะเผ็ดเอาการเพราะแบมบูเหลือบเห็นใบหูแดงซ่านของสามี..แล้วหน้าแบมบูจะเหลือหรอ

 

“คงเจ็บอยู่ใช่มั้ย เดี๋ยวลุกไปนั่งบนเตียงแล้วจะมาเช็ดตัวให้นะ”

 

หัวกลมของแบมบูถูกลูบและถามไถ่อย่างเป็นห่วง แบมบูน้ำตาคลอกับความหวังดีของมาร์คและส่ายหัวให้เป็นคำตอบ รอยยิ้มหวานส่งมาให้มาร์คคลายความกังวลได้แล้ว

 

หายเจ็บไปหมดแล้วล่ะ..

 

“แล้วน้ำตาคลอทำไม เด็กขี้แย”

 

คนตัวเล็กมองสามีที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงวอร์มธรรมดาแทนชุดทำงานด้วยความสงสัย ทว่าเสียงก็แหบแห้งเกินกว่าจะยกปากถาม จมูกโด่งรั้นถูกมาร์คยกเขี่ยด้วยความเอ็นดู

 

แล้วจะไม่ให้แบมบูร้องไห้เพราะมันตื้นตันในใจได้อย่างไร ตื้นตันและดีใจที่ยังเห็นมาร์คอยู่ตรงนี้..

 

นอกเหนือจากนั้นความแปลกประหลาดของมาร์คเวอร์ชั่นอ่อนโยนมันทำให้อึดอัด  ขนลุกและรู้สึกดีจนอยากร้องไห้  บ้ามาก!

 

“ก..ก็แค่ดีใจ เมื่อคืนและก็ตอนนี้ที่มีพี่อยู่ด้วย” รอยยิ้มหวานถูกส่งให้สามีกับความในใจ

 

"พูดแบบนี้เอาอีกสักรอบสองรอบมั้ย?”

 

เอวบางถูกมือใหญ่ไล่ลงมาลูบไล้ เมื่อมาร์คแกล้งจับจุดที่ทำให้น้ำตาคลอบนหน่วยตาหวานได้ จมูกโด่งกดพวงแก้มแดงอย่างหมั่นเขี้ยวก็แค่ไม่อยากร้องไห้เพราะมันย้ำว่าที่ผ่านมามาร์คปล่อยประไปแค่ไหน

 

“บ้า..”

 

แบมบูไม่ตอบอะไรมากเพราะตัวร้อนลุ่มเป็นสัญญาณบอกมาร์คว่าภรรยาที่น่ารักกำลังจับไข้อีกครั้ง ทั้งๆที่เพิ่งหายเมื่อวานก่อน แบมบูซบอกมาร์คต้วนอย่างรู้งานทันทีที่ถูกช้อนตัวอุ้มขึ้น

 

ปากอิ่มถูกจูบเป็นรางวัลปลอบใจคนตัวเล็กเบาๆ เลือกได้มาร์คอยากจะเป็นฝ่ายป่วยเองเสียบ้าง ไม่ดีหรอกที่ให้ตัวเล็กๆต้องมาเจ็บที่ครั้งที่ร่วมรัก

 

มาร์คคิดว่าเขาถนอมน้องที่สุดแล้ว อาจจะเป็นเพราะแบมบูตัวเล็กและก็ผอมเกินไปสินะ..

 

"เดี๋ยวพี่ไปเอาข้าวมาให้จะได้ทานยาต่อ"

 

พี่..

 

ลมหายใจแบมบูสะดุดกึก เมื่อสรรพนามที่มาร์คเลือกใช้ยังเป็นสรรพนามที่ทำให้ใจเขาเต้นแรงเก่าเหมือนเมื่อคืน คนตัวเล็กที่เม้มปากปกปิดรอยยิ้มดีใจพยักหน้าตอบมาร์คไปอย่างว่าง่าย

 

"รอพี่ก่อนนะ"

 

"อ..อือ"

 

คนตัวเล็กตะกุกตะกักตอบไปแม้ในใจยังแย้งกับคำแทนตัวที่สามีเลือกใช้มันทำเอาขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

 

มาร์คเดินออกไปแล้ว…

 

ใจแบมบูเองก็รู้สึกโหว่งไปด้วย เขาไม่ชอบเลย..ไม่ชอบเห็นแผ่นหลังกว้างเดินจากออกไปทุกครั้ง..อาจเป็นเพราะพิษไข้ที่อยากทำให้เอาแต่ใจ แบมบูอยากอยู่กับมาร์คและเห็นว่าอีกคนยังอยู่ในสายตาตลอดเวลา

 

 นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมแบมบูถึงหอบร่างสภาพยับเยินของตัวเองลงบันไดมา..

 

"บัมมมมม!!"

 

เสียงเล็กที่ร้องเรียกชื่อคุณอาตัวน้อยเสียงดังลั่นชั้นล่างของบ้านไม่ได้เรียกความสนใจเฉพาะเจ้าของชื่อ แต่นั่นรวมไปถึงแขกของบ้านที่ยังอยู่ในห้องนั่งเล่นด้วย

 

"ลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"

 

มาร์คถามภรรยาตัวน้อยและลุกขึ้นเดินมาหา ดวงตาหวานมองหน้ามาร์คสลับกับแขกคุ้นหน้า ก่อนจะระบายยิ้มเจือจางแม้ความสงสัยจะติดอยู่ในหัว

 

"มานานแล้วหรอยู.."

 

แบมบูไม่ได้ตอบคำถามมาร์คจ้องเลยผ่านไปยังใบหน้าหล่อของเพื่อนตัวสูงที่นั่งบนโซฟาห้องรับแขก

 

"เพื่อนเรามาได้สักครู่แล้ว" มาร์คไขข้อข้องใจ

 

"พอดีเมื่อคืนติดธุระ เราเลยเอาของขวัญขึ้นบ้านใหม่มาให้วันนี้น่ะ" เพื่อนตัวสูงพยักเพยิดไปยังกล่องของขวัญที่ห่อมาสวยงามวางเด่นหลาอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟาได้รับคำขอบคุณคำโตจากคนป่วยตัวเล็ก

 

"เห็นคุณมาร์คว่าแบมไม่สบายเป็นไงบ้าง"

 

แบมบูส่ายหัวพรืดบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก สายตาเลื่อนมาสนใจแรงดึงจากเด็กชายตัวน้อยอย่างจิมมี่แทน

 

"อุ้มมม บัมม" เด็กตัวน้อยออดอ้อนให้คุณอาหน้าหวานอุ้มเพื่อจะได้เริ่มเล่นกัน แบมบูที่กำลังย่อตัวไปทำตามคำขอของจิมมี่ถูกมาร์คอุ้มร่างเด็กชายตัดหน้า

 

"ลุงมัค" จิมมี่หน้างอได้ง่ายๆอีกครั้ง

 

"อะไร พี่แบมป่วยอยู่ เดี๋ยวจะติดไข้นะจิมมี่..นายไปนั่งคุยกับเพื่อนก่อนสิ" มาร์คดันหลังเล็กให้เดินเอื่อยมานั่งลงโซฟาเดียวกันกับยู ส่งจิมมี่ที่ถูกเลขาจินไหว้วานเลี้ยงให้หนึ่งวันนั่งตักยูเพื่อนใหม่ของจิมมี่อีกรอบหนึ่งพึมพำฝากฝั่งเด็กน้อยให้คนที่ยังงงๆอยู่อย่างไม่ถามความสมัครใจให้เหตุผลอีกครั้งว่าแบมบูป่วยและตนต้องเตรียมอาหารสำหรับภรรยา

 

"คุยกับเพื่อนรอก่อนนะ เดี๋ยวไปเตรียมข้าวรอ.."่

 

มาร์คว่าก่อนจะกดจูบลงหน้าผากภรรยาเจ้าของแก้มแดงระเรื่อไม่ได้ถามไถ่ความสมัครใจของคนหน้าบางเลยสักนิดเดียว

 

จังหวะนี้ต่อให้ด้านแค่ไหนก็มีหลอมละลายกันบ้างละวะ..

 

ร่างสูงสมส่วนของสามีเดินไปยังห้องครัวที่ถูกเก็บกวาดจนเกลี้ยงเป็นฝีมือใครแบมบูก็ไม่แน่ใจ คนตัวเล็กเบนความสนใจกลับมาที่เพื่อนตัวโตหลังจากที่มือเปิดช่องการ์ตูนในโทรทัศน์ให้จิมมี่ดู

 

"ยูคุยอะไรกับพี่มาร์คอ่ะ" อาจดูเสียมารยาทแต่แบมบูก็อยากได้ความแน่ใจว่าหูเขาไม่ได้ผิดเพี้ยนไป

 

"เรื่องทั่วไปน่ะ"

 

"เรื่องทั่วไปแล้วทำไมถึงมีชื่อแบมอยู่ในนั้นด้วย" ใช่บทสนทนานั้นมีชื่อแบมบูเต็มๆกับอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่แน่ใจนักว่าเรื่องเดียวกันรึเปล่า

 

.....

 

"ก็ยูถามหาแบมไง" ยูหันมาตอบไร้พิรุธในดวงตาคมเฉี่ยว และเหมือนแบมบูจะรู้ตัวว่าอารมณ์ตนเองฉุนเฉียวจนควบคุมแทบไม่อยู่

 

“ยังไม่ได้บอกเรื่องที่แบมจะไปฝรั่งเศสใช่มั้ย”

 

“แล้วจะพูดอย่างนั้นทำไมกัน จะสงสัยอะไรมากยูก็แค่เป็นห่วงแบมเท่านั้นเอง”

 

"อือ..แบมขอโทษนะ..ขอโทษที่อารมณ์เสียใส่" 

 

คนตัวเล็กพูดออกมาพร้อมก้มหน้ามองมือที่บีบเข้าหากันอย่างประหม่าของตัวเอง เมื่อกี้แบมบูได้ยินนะแต่ไม่รู้ว่าสมควรจะพูดมันตอนนี้หรือเปล่า

 

"แบมมันไม่มีอะไรสักหน่อย..อย่าทำหน้าแบบนี้สิ ยูก็แค่เป็นห่วงแบมนะ ห่วงจริงๆ" ยกมือลูบหัวที่มีแต่ความกังวลของเพื่อนตัวเล็ก สายตาอบอุ่นทุกครั้งที่มอบให้ตัวเล็กอย่างแบมบู บ่งบอกถึงความเป็นห่วงที่มากล้นผสมความหวังดีจนเกินพอดีอยู่ในนั้น

 

มันก็ไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดจะมองไม่ออก ดวงตากลมโตเป็นฝ่ายหลบหลีกสายตาลึกซึ้งนั้นแทน..

 

“อยากให้แบมไปด้วยกัน” หมายถึงยูเองก็จะไปที่นั้นกับแบมบู  เราเคยคุยกันเรื่องนี้แล้วรอบหนึ่งในตอนนั้นแบมบูดูมั่นใจในคำตอบว่าไปแน่ๆ  แต่ตอนนี้เจ้าของความั่นใจนั้นกำลังทำให้ความสั่นไหวในใจของยูผุดขึ้น

 

“แบม..”

 

“ความฝันของแบมไม่ใช่หรอจะทิ้งมันเพราะคุณมาร์คคนเดียวน่ะหรอ”

 

“ไม่ใช่จะทิ้ง แต่พี่มาร์คเป็นสามีแบมนะ”

 

“ยูรู้  แต่ยูก็เป็นเพื่อนคนนึงที่รักแบม”  ความสั่นไหวที่ผุดขึ้นบอกเจ้าของประโยคให้สร้างเกาะกำบังเพื่อรักษาตัวเองไม่ให้ผิดหวัง  เขาส่งคำพูดที่ไม่เคยอยากพูดออกมาเพราะรู้ว่าให้แบมบูจะเสียใจ  แต่ทนไม่ไหวหรอก..

 

“ถ้าแบมเลือกคุณมาร์คก็เท่ากับว่าทิ้งเรา รู้คำตอบแล้วล่ะว่ายังไงผัวก็ต้องสำคัญกว่าเพื่อน”

 

“ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะ” เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่แบมบูใช้โทนเสียงที่ทุ้มกว่าปกติ คำพูดของเพื่อนรักที่เขาไม่ชอบใจมันเป็นครั้งแรกเหมือนกันที่ทำให้แบมบูเกิดความรู้สึกน้อยใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปแบบนี้

 

“ถ้าแบมรับความจริงข้อนั้นไม่ได้  ยูขอโทษ..”

 

“ช่างเถอะ แบมไม่อยากให้เราทะเลาะกันมาถึงตอนนี้แล้วแบมก็จะได้ตอบตรงๆว่าแบมขอเสียโอกาสตรงนั้น แบมอยากอยู่กับพี่มาร์คยูเข้าใจแบมนะ”

 

“ไม่..มันไม่ถูกต้อง ไปกับยูนะแบมเชื่อเถอะว่าต่อให้แบมทนอยู่ต่อไปมันไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลยสู้หาอนาคตใหม่ไม่ดีกว่าหรอ”

 

“ยูก็เห็นไม่ใช่หรอว่าพี่มาร์คดีกับแบมแค่ไหน”

 

“แค่เมื่อกี้มันเทียบไม่ได้กับที่ผ่านมาหรอกนะ เขาพูดหรอว่ารักแบม..หรือแค่แสดงออกมาแค่ครั้งสองครั้งก็ปักใจเชื่อ ในฐานะที่ยูเป็นคนที่อยู่ข้างแบมมาตลอด ยูไม่เห็นด้วยที่แบมจะทิ้งโอกาสดีๆไป เก็บไปคิดก่อนอีกสักนิดแล้วค่อยมาตอบอีกรอบ”

 

……

 

“แล้วอย่าลืมนะแบม เรื่องของคุณป๊าแบมน่ะ..ยังไงก็ต้องหย่าให้ทันเวลาอยู่แล้วไม่ใช่หรอถ้ายังยื้ออยู่แบบนี้คนที่แบมรักที่สุดนั้นแหละที่จะพัง”

 

คำพูดของยูตอกกลางแสกหน้าของแบมบูได้ดียิ่งกว่าอะไร มันจริงทุกอย่าง ทั้งๆที่รู้แต่แบมบูเลือกจะปิดกลั้นการรับรู้นั้นเพียงเพราะเขารู้ถึงผลลัพธ์สุดท้ายของมัน แต่แค่ตอนนี้ไม่ได้หรอให้แบมบูได้เก็บเกี่ยวมันก่อน

 

"พี่บัมๆ จิมมี่อยากนั่งตักพี่บัมบ้างอ่า" เด็กช่างจ่อหันกลับมายังผู้ใหญ่ทั้งสองที่บทสนทนาเงียบลงสักพักแล้ว จิมมี่ยกแขนน้อยมาหาแบมบูเพื่อหวังจะให้คนใจดีอุ้มเอาใจ

 

“พี่แบมขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ จิมมี่เล่นกับพี่ยูไปก่อนนะ”

 

“ก็ได้..”

 

เป็นยูที่มองภาพนั้นด้วยความอัดอั้นที่อก เจ้าของดวงตาคลอน้ำกักเก็บไม่อยู่แม้แต่ความเสียใจ คนตัวเล็กที่ไม่แม้จะสบสายตาเพื่อนตัวโตรีบจ้ำผ่านมุ่งไปทางห้องน้ำอย่างที่ว่า เป็นแบบนี้แหละชอบเก็บมันไว้คนเดียวเสมอ

 

“อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนสิ”

 

“ไม่ล่ะครับ ขอบคุณมาก ฝากบอกแบมด้วยว่าผมต้องกลับก่อน”

 

ยูปฏิเสธคำเชิญชวนของมาร์คที่ตั้งโต๊ะทำหน้าที่สามีของเพื่อนตัวเล็กได้อย่างดี ความร้อนลุ่มในกายเพื่อนตัวสูงยิ่งมากขึ้นก็จริงที่ตอนนี้มาร์คดูไม่ใจร้ายกับแบมบูมากเกินไปแต่ก็อย่างที่บอกมันเทียบไม่ได้กับที่ผ่านมาหรอก จะให้ทนดูครอบครัวสุขสันต์ต่อเกรงว่าอารมณ์จะยิ่งร้อนกว่าเดิม

 

เพราะยูไม่ชอบมาร์คต้วน ยิ่งตอนที่ทำหน้าตาเหนือกว่าเขาในตอนที่ได้หอมแก้มเพื่อนตัวเล็กมันเป็นเรื่องยากที่ต้องหักห้ามไม่ให้เท้ากระตุกไปโดนปากใคร

 

“งั้นก็โชคดี” 

 

“หวังว่าจะโชคดีเหมือนกันครับคุณมาร์ค”

 

มาร์คไม่ได้เซ้าซี้เพียงเพราะไม่มีความจำเป็นต้องญาติดี  และมารยาทงามกับเพื่อนภรรยาลับหลังอีกต่อไป ดูก็รู้ว่าหมอนี้ไม่ได้ชอบใจเขาแต่แรก แล้วทำไมมาร์คต้องแคร์เขาเองก็ไม่ได้ชอบใจเหมือนกัน

 

ไปไกลๆได้ก็ดี

 

หลังจากมื้ออาหารที่สามีลังสรรค์โจ๊กสำเร็จรูปใส่ไข่จบลงยังไม่ทันจะหายปวดหัวดี แบมบูก็แทบกุมขมับอีกครั้งที่สามีตัวโตตอนนี้ได้แปรสภาพเป็นเด็กวัยสามขวบเหมือนจิมมี่ สองคนถกเถียงกันไปมาเรื่องที่แบมบูเป็นของใคร ตั้งแต่มื้ออาหารกระทั่งลามมายังเวลานอนกลางวันของเด็กตัวเล็ก

 

"จิมมี่จะนอนกอดบัม" ดวงตากลมคลอน้ำจ้องดวงหน้าหวานอย่างอ้อนวอน แบมบูใจอ่อนยวบไม่ลังเลที่จะส่งเด็กน้อยให้เข้าสู่ห้วงความฝัน

 

แต่ทว่า..

 

"ลุงก็จะนอนกับพี่แบม"

 

ตัวแบมบูถูกรวบเอวไปกอดในตอนที่จะล้มตัวนอนลงข้างเด็กตัวน้อย ราวไหล่เล็กเป็นที่วางคางของสามี มาร์คแกล้งทั้งจิมมี่และแบมบูโดยการสวมกอดหลวมๆไว้ที่ร่างบาง

 

"พี่แบมจะนอนกับลุงนะ ใช่ไหมครับพี่แบมบู"

 

"ฮึกไม่..จิมมี่จะนอนกับพี่บัม ฮึกก"

 

"พี่มาร์คเลิกแกล้งน้องได้แล้วครับ"

 

แบมบูหันมาดุผู้ใหญ่ไม่รู้ประสา แกะมือใหญ่ที่กอดหลวมๆออกให้ตัวเป็นอิสระ 

 

นับวันพันปีไม่เคยทำตัวงอแงและดื้อขนาดนี้มาก่อน ทว่าดุไปไม่นานใจแบมบูก็อ่อนยวบเมื่อโดนอีกคนตัดพ้อใส่หน้า

 

"ไม่อยากอยู่กับพี่หรอ"

 

"ก็ไม่ใช่ ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ..”

 

คนกลางที่สีหน้าไม่สู้ดีนักคนนึงก็อยากนอนกอดตัวเขา อีกคนนึงก็นั้นแต่จะกอดแบมบูเอาไว้กับตัวตลอด ไม่อยากคิดสภาพในตอนที่มีมาร์คน้อยเพิ่มมาอีกหลายๆคนเลยแหะ

 

“ก็ได้ๆลุงไม่แกล้งแล้วครับ”

 

เสียงร้องไห้งอแงของเด็กน้อยที่ง่วงนอนนั้นทำให้มาร์คยอมถอยทัพ ผละอ้อมกอดจากภรรยาตัวน้อยแต่ก็ยังนั่งเฝ้าบนเตียงไม่ห่าง มาร์คมองแบมบูอุ้มหลานชายที่ถูกไหว้วานให้ช่วยเลี้ยงหนึ่งวัน ตอนแรกก็ปฏิเสธหัวชนฝาแต่ตอนนี้ความรู้สึกในใจที่กำลังเต้นแรงกลับบอกว่าคิดถูกที่ตอบตกลง..

 

ภาพเสี้ยวหน้าของแบมบูในตอนนี้ดูเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบพอควร น้องน้อยของมาร์คต้วนไม่ได้เป็นเด็กเล็กเหมือนที่เขามองมาแล้ว ต้องยอมรับจริงๆว่าแบมบูโตจนสามารถรับผิดชอบหลายๆอย่างด้วยตัวเองได้รวมไปถึงการเป็นภรรยาที่ดีของมาร์คมาตลอด หน้าที่ๆของคนๆหนึ่งในช่วงวัยนี้ 

 

แบมบูทำมันได้ดีจนน่าทึ่ง  

 

"พี่ชอบนะแบมบู"

 

จู่ๆมาร์คก็เปิดประเด็นหัวข้อใหม่ในตอนที่แบมบูส่งจิมมี่เข้าสู่ห้วงความฝันเรียบร้อย เป็นอีกครั้งที่แบมบูถูกสวมกอดไว้แน่น มาร์ควางคางไว้ที่ไหล่เล็กของภรรยาชอบมองใบหน้าได้ข้างที่แก้มอวบแดงระเรื่อ

 

“อะไรกันครับ” ชอบอะไรจิมมี่หรอ

 

"ที่ไม่บอกเมื่อคืนเพราะตั้งใจจะมาบอกย้ำกับนายตอนนี้..อยากบอกตอนที่นายมีสติ" มาร์คกระซิบข้างใบหูภรรยากำชับกอดแน่นขึ้นไปอีก เอียงใบหน้าเข้าหาใบหน้าหวานที่เขารัก

 

อ่อ..

 

"แค่ชอบเองเหรอครับ" แต่เมื่อตั้งสติได้แบมบูก็ยิงคำถามกลับคืน 

 

"ชอบนะแบมบู..ชอบมาก" 

 

รอวันที่ทุกอย่างพิสูจน์ด้วยตัวของมันเอง..วันที่มาร์คไม่ต้องพูดแบมบูก็จะเชื่อในสิ่งที่เห็น..

 

"แบมเองก็จะพยายามชอบพี่ให้ได้เหมือนกัน" แบมบูบอกเสียงเบาหวิวอย่างไม่มั่นใจในเป้าหมายที่ตั้งไว้รู้ดีว่ามันยากแค่ไหนกับการที่บอกให้หัวใจเลิกรักสามีผู้ที่มอบเพียงคำว่าชอบให้เขา

 

“ไม่เอานายต้องรักพี่น่ะถูกแล้ว”

 

“รักข้างเดียวมันเจ็บนะครับ”

 

“งั้นอย่างนั้นอยากเลิกรักพี่มั้ย” มาร์คเปลี่ยนเรื่องที่ไม่ได้ทำให้บรรยากาศมันไปในทางที่ดีขึ้นเลย โยกตัวเขาน้อยๆเหมือนเป็นเรื่องตลก

 

“ทำไมไม่บอกว่าเรามารักกันเถอะนะ แบบนั้นไม่ดีกว่าหรอครับ”

 

ตรงกว่านี้แบมบูก็ว่าไม้บรรทัดแล้วล่ะ เขาหัวหัวเราะในลำคอให้กับความเงียบที่ก่อตัวขึ้นไม่ได้ยินคำตอบจากปากมาร์คได้ยินและสัมผัสได้เพียงลมหายใจร้อนๆกับจมูกโด่งที่เริ่มปั่นป่วนหัวใจแบมบูอีกครั้ง

 

"ตัวหอมจังเลย”

 

"แบมรักพี่นะ"

 

แบมบูตอบคำถามที่ไม่ตรงประเด็นอีกครั้ง เขาพูดไปในสิ่งที่ใจคิด คนตัวเล็กหันกลับมายกมือกอดรอบคอมาร์คเป็นฝ่ายที่วางคางลงราวไหล่กว้างแทน เสียงสั่นเครือร้องบอกความในใจสามีอีกครั้งราวกับกลัวว่าจะไม่ได้โอกาสใช้คำพูดนี้อีกในอนาคต

 

ก็แน่ล่ะ..

 

"แบมรักพี่มากนะ อยากให้พี่มีความสุข"

 

มาร์คยกมือกำชับเอวบางและแผ่นหลังเล็กที่เขาหวงแหน ปล่อยให้ความเงียบเข้ามาแทรกแซง ทว่าในใจแข็งกระด้างของเขายังเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก 

 

ปลายจมูกโด่งกดลงที่ไหล่ของภรรยาตัวเล็กซ้ำๆ โอบกอดและจดจำสัมผัสที่เขาชอบให้มากที่สุดเพื่อที่วันนึงแล้ว

 

..วันนึงที่ไม่มีแล้ว 

 

ความเสียใจและเสียดายมันจะได้มาทำให้ใจเจ็บมากเท่าที่ควร

 

"พี่ก็อยากให้นายมีความสุข.."

 

"แต่ความสุขของแบมคือการอยู่กับพี่.." สุขสุดๆในโลกคงเป็นการอยากให้พี่รัก แต่คงยากอยู่แบมบูพูดเสียงสั่นผละหน้าออกมามองสามีด้วยแววตาเศร้าที่ฉายแววคล้ายคนจะร้องไห้อีกรอบ นัยน์ตาหวานไล่มองหน้าสามีไปทั่ว ปากอิ่มเม้มไว้เหมือนข่มความในใจที่ล้นอยู่เต็มอก

 

“ไม่ได้อึดอัดใจที่ต้องอยู่ด้วยกันหรอกเหรอ มีหลายอย่างที่ทำให้เจ็บและมีหลายครั้งที่ทำให้ร้องไห้ไม่ใช่รึไง  พี่จะเป็นความสุขของนายได้ยังไง”

 

สำคัญอะไรคำตอบของแบมบูชัดเจนอยู่แล้วว่ารักมาร์ค..เห็นความรักของเขาเป็นเรื่องล้อเล่นรึไง!  ขอรองเท้าสักข้างทีสิแบมบูเริ่มอดทนไม่ไหวแล้ว..

 

“วันนึงนายอาจจะไม่ได้รักพี่ก็ได้ อย่าพึ่งปักใจมาเต็มสิ”

 

มาร์คไม่รู้หรอว่าสิ่งที่ไม่สมควรที่สุดคือการบอกให้คนที่เขารักเราหนุดมอบความรักนั้นให้.. แบมบูควรจะชินนะ ควรจะชินเสียทีกับการโดนดูกถูกความรัก

 

“ความพยายามครั้งสุดท้ายของแบมแทบไม่ต้องรอคำตอบเลย”

 

"..หมายถึงอะไร?"

 

ดวงตาคมจ้องดุๆมานั่นทำให้แบมบูรู้สึกอยากตีปากตัวเองที่ปล่อยให้ความน้อยใจเข้าครอบงำ คนตัวเล็กกัดปากและหลบสายตาพลางส่ายหัวปฏิเสธ

 

"หมายความเหมือนที่พูด" แบมบูผละออกมาจ้องลึกไปยังดวงตาของมาร์ค  ดวงตาหวานที่มาร์คสังเกตเห็นตั้งแต่ต้นมันบวมจนปิดไม่มิดตอนแรกมาร์คแทบจะคว้าอีโต้ในครัวไปเค้นคอเพื่อนตัวยักษ์ของน้อง  หากแต่แบมบูกลับทำตัวปกติจนมาร์คไม่อยากเอ่ยถามอะไร แต่อยากให้รู้ว่ามาร์คอยู่ตรงนี้เสมอเขาอยากให้น้องค่อยๆมองเห็นว่าเขาคือความสบายใจ

 

“ใจเย็นก่อนได้มั้ย”

 

มาร์คยกมือกอบกุมมือน้อยเหมือนพยามให้ใจสงบลงหน่อยคนแก่อ่อนหัดเรื่องรักแบมบูและเพิ่งจะหายจากอาการปากหนักตามไม่ทัน แบมบูผู้มีแต่ความวูบไหวหลบสายตาอีกครั้ง เขาเพ็งมันอย่างไร้จุดหมายแต่สิ่งนั้นกลับทำให้หัวใจกระตุก

 

แหวนวงคุ้นตาเห็นทีไรก็ชวนให้ใจแบมบูกระตุก นิ้วเรียวลูบแผ่วเบาไปยังโลหะบนนิ้วมือสามีจำได้ดีแม้กระทั่งคำพูดก่อนหน้าที่แบมบูเคยสวมมันให้..

 

'คุณมาร์ค ต้วน ได้โปรดรับแหวนที่เป็นเหมือนความรักของผมด้วยนะครับ..'

 

น่าตลกไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนนี้แบมบูก็ยังเป็นคนเดียวคนเดิมที่เป็นฝ่ายร้องขอความรักจากชายหนุ่มคนเดิม..ตลกไปกว่านั้น..จวบจนครบกำหนดเวลาหนึ่งปี แบมบูก็เอาชนะใจสามีไม่ได้เลย

 

"พี่รักแบมรึเปล่า?"

 

แต่อยู่ๆแบมบูเหมือนคนโหยหาความรักที่เฝ้าถามแต่คำถามนี้กับมาร์คจนนึกรำคาญ แต่แค่ตอบชัดๆเขาจะได้ตัดสินใจในเรื่องที่ค้างคาว่าควรเอายังไงดี แบมบูอดทนไม่เก่งอีกต่อไปแล้ว  เขากลัวและมีแต่ความกลัวในหัว

 

...

 

"รักแบมรึยัง?"

 

 

“เอาแบบที่ไม่ใช่แค่ชอบน้อยหรือชอบมาก..จะรักแบมได้ไหมในสักวัน”

 

คำถามที่ไร้คำตอบ..

 

..มันไม่ได้เป็นแค่ชื่อเพลงต่อไปแล้วล่ะ..

 

แบมบูเจ็บนะแต่สีหน้าอึดอัดใจของมาร์คก็ทำปวดไปหมดเช่นกัน

 

แค่พูดมันจะตายรึไง.. มาร์คต้วน แค่บอกให้เขารู้ว่าควรจะรับมือกับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นยังไง ในตอนที่ยอกมห้ใจยอมแพ้ไปแล้วในตอนที่เขสกำลังก้าวถอยออกมา ก็เหมือนที่ทุกครั้งจะต้องเป็น..

 

มาร์คเป็นฝ่ายดึงแบมบูที่หันหลังให้และจะเดินออกจากเตียงไป แผ่นหลังของแบมบูแนบชิดจนได้ไออุ่นจากคนที่รักอีกครั้ง แต่มันยังไม่พอจะทำให้ใจที่หนาวสั่นนั้นสงบลง

 

“ก็รัก..”

 

แบมบูไม่รู้หรอกว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขากลั้นน้ำตาไม่อยู่ คำว่ารักที่มาร์คพูดมันเบาหวิวจนใจหายหรือคิดในแง่ดีพี่มาร์คอาจกลัวว่าจิมมี่จะตื่น แต่เอาจริงๆแบมบูฟังแล้วมันไม่ได้กัดกินเข้าไปในใจด้วยซ้ำ แววตาสับสนยังติดอยู่ในดวงตาคู่คมจะให้เขาเอาความมั่นใจมากจากไหน แบมบูไม่ควรเร่งรัดเพราะจะเป็นฝ่ายเจ็บปวดเองในตอนที่ได้คำตอบที่มันไม่ได้มาจากใจ

 

“อือ..ขอบคุณครับ”

 

ชัดเจนแล้วนะแบมบู..พอใจรึยัง

 

#แบมบูพี่ไม่รัก

 

 

ในเวลาช่วงหัวค่ำของวันหนึ่งหลังจากที่เสร็จงานจากร้านแล้ว เจ้าของร้านตัวเล็กอย่างแบมบูยังมีหลายสิ่งที่ต้องจัดเตรียมหนึ่งเขาต้องไปเอารถที่ส่งซ่อมศูนย์และสองเขาต้องซื้ออาหารเข้าบ้านและทั้งหมดนั้นมันคร่าพลังงานของแบมบูไม่เกือบครึ่งแต่ไม่เท่ากับสถานการณ์ตรงหน้านี้เท่าไหร่นัก

 

“เท่านี้พอมั้ยครับ”

 

“เศษเงินแค่นี้จะไปพออะไรครับคุณ ใช้ต้นยังไม่พอ”

 

คำพูดนั้นดึงคนฟังให้ความรู้สึกจมดิ่งมากขึ้นไปอีก แบมบูบีบมือตัวเองอย่างปลอบประโลมให้ใจเย็นกับการพูดคุยกับบุคคลตรงหน้าที่นั่งนับเงินโชว์ แม้ร้านจะไม่ได้คนพลุ่งพล่านมากนักแต่แบมบูก็ยังไม่ลืมจะกำชับปีกหมวกให้ปิดใบหน้าลง

 

“เอาอย่างนี้สิครับคุณ ผมพอรู้ว่าคุณเองก็มีกิจการคุณพ่อของคุณก็คุยโม้เสียใหญ่ว่ามีลูกเขยเป็นถึง..เจ้าของเอ็มที..”

 

“ไม่จริงหรอกครับ เขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรในสัญญาระบุแค่เพียงทายาทไม่ใช่หรอครับนั่นก็หมายถึงผม”

 

“ก็จริงอย่างที่ว่าแต่ถ้าว่าเป็นสินสมรส ผมว่าเอ็มที..”

 

“อย่ากล่าวถึงเขา”

 

แบมบูเพิ่มเสียงให้ดังขัดบทสนทนาทีอีกฝ่ายจะดึงบุคคลที่เขาไม่อยากให้เกี่ยวข้องที่สุดเข้ามาเอี่ยว

 

“จะไม่มีสินสมรสอะไรทั้งนั้น ตระกูลนั้นจะไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรกับหนีสิ้นที่พ่อผมก่อทั้งสิ้น ในฐานะที่ผมเป็นทายาทขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

 

ไม่มีทางที่แบมบูจะยอมให้ชื่อเสียงของมาร์คและตระกูลต้วนนั้นต้องรับผิดชอบอะไรกับหนี้สินที่คาราคาซังของพ่อเขาหรอก มันจำนวนมหาศาลที่ใช้ทั้งชาติก็แทบไม่หมด แบมบูไม่อยากให้ใครมาเดือดร้อนนอกจากเขา

 

เพราะฉะนั้น..

 

“เอกสารนี้เซ็นชื่อคุณตรงนี้ ถ้าพร้อมรับหนี้นั้นคนเดียวแต่ไม่เกินสองอาทิตย์นะผมใจร้อน ส่วนพ่อคุณน่ะ ไว้ได้เงินอีกก้อน ผมจะพามาหาในสภาพดีๆนะครับคุณแบมบู”

 

“ครับ..” ..อีกสองอาทิตย์

 

แบมบูเค้นเสียงได้มากสุดเพียงประโยคนี้ ดวงตาหวานปกปิดความอ่อนแอซ่อนไว้ยามที่ต้องจ้องตากับบุคคลตรงหน้าหรือเจ้าหนี้รายใหญ่ที่พ่อเขาติดหนี้มหาศาลอยู่ เขารู้เรื่องนี้มาสักระยะหนึ่งตกใจไม่น้อยที่จำนวนเงินมหาศาลจนแทบลมจับ 

 

“หรือข้อเสนออย่างอื่นก็มีนะครับ สำหรับคุณพิเศษ”

 

“ไม่ต้องครับ ขอบคุณ”

 

แบมบูปัดมือที่ยื่นมาจะจับใบหน้าเขาออกอย่างไม่ต้องไว้หน้าซึ่งมารยาทหรือความเกรงใจทั้งนั้น สายตาเขาบ่งบอกว่าไม่ชอบใจที่โดนปฏิบัติใส่แบบนี้ แต่กลับมีเพียงเสียงหัวเราะแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อแบมบูเท่านั้น

 

“ขับรถกลับดีๆนะครับ ป่านนี้สามีเศรษฐีของคุณคงจะเลิกงานแล้ว”

 

จบประโยคนั้นรอบยิ้มที่ได้แสดงถึงความเป็นมิตรใดๆส่งทอมาให้ แบมบูพยายามจะไม่เก็บมาคิดและใส่ใจมันแล้วทีเดียวแต่ทว่าในหัวเขาเอาแต่คิดถึงเรื่องเมื่อหัวค่ำไม่หยุดหย่อน แบมบูกลัวการตัดสินใจพอๆกับกลัวเวลาที่เคลื่อนหมุนผ่านเรื่อยๆ

 

 

“กลับมาแล้ว ไม่ได้ยินเสียงรถพี่หรอ”

 

“พี่มาร์ค..”

 

แบมบูสะดุ้งตื่นจากภวังค์ที่ทำให้เขาไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลย ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเมื่อไหร่ที่รถของสามีเคลื่อนเข้าบ้านและไม่ทันรู้ว่าเมื่อไหร่ที่โดนมาร์คโอบกอด  ตั้งแต่ที่บอกรักกันวันนั้นแบมบูกลับรู้สึกว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม  ทั้งๆที่คิดว่ามันจะปลดล็อกอะไรบางอย่างในใจกันบ้าง  แต่ทว่ากลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้น..

 

เพราะอะไรกัน..

 

“เขียนอะไรยุกยิกๆ”

 

“อ..เอ่อ งานน่ะครับ”

 

แบมบูปิดสมุดไดอารี่ที่เขาโกหกหน้าตายว่ามันคือสมุดงานทั้งๆที่เป็นคนไม่เขียนงานใส่สมุดใดๆนอกจากแท็บเล็ตเครื่องโปรด

 

“วันนี้เหนื่อยมั้ยครับ”

 

“นิดหน่อย”

 

“วันนี้แบมก็เหนื่อยนะ แต่เจอหน้าพี่ก็หายเป็นปลิดทิ้งเลย พี่เองพอเจอหน้าแบมก็คงหายเหนื่อยแล้วใช่ม๊า” แบมบูพูดเสียงน่ารักอย่างคนอารมณ์ดี  แม้มาร์ครู้ดีว่าเป็นอาการปกติที่อยู่บนความผิดปกติแต่ก็ยังกกกอดคนน้องให้แน่นทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พักหลังมานี้แบมบูดูจะประหยัดคำพูดเกินไปแถมพูดแต่ละทีก็มีแต่ประโยคแปลกๆทั้งนั้น

 

“นั่นสิ พี่ควรจะพูดแบบนั้น” มาร์คชิงพูดตัดพ้อแทนใจแบมบูไปหมด ทำเป็นรู้ดีไปจนตกใจ

 

“ไม่ได้ซี..” แต่ก็ปฏิเสธให้เขาไม่ต้องคิดมาก

 

“ขอโทษนะที่พูดอะไรหวานๆไม่เป็นหน่ะ”

 

แบมบูไม่ได้ติเตียนไม่ได้ไม่พอใจด้วย เขารู้ดีกว่าใครว่าคุณสามีของเขาคงไม่สันทัดคำหวานแบบนี้ แต่เวลาสั้นๆก่อนหน้ามันก็ทำให้รู้ถึงความพยามล่ะนะ เพราะฉะนั้นแบมบูไม่คิดมากเลยสำหรับเรื่องนี้เลย

 

“ไม่ได้คิดมากครับ..ยังดีสะอีกที่พี่พูดมาตรงๆ แบมอาจจะเคยคาดหวังแต่ไม่ได้เสียใจหรอกนะครับ ขอบคุณที่พยายามให้กัน แต่มีหลายครั้งที่คิดว่าพี่เองก็อาจจะอึดอัดที่ต้องพูดอะไรหวานๆใส่แบม” แบมบูร่ายยาวพูดความจริงส่งตรงจากใจดวงเล็กๆ แต่เว้นไว้ข้อนึงที่จะไม่พูดละกันว่าอิทธิพลของคำหวานสามีทำให้เขาสุ่มเสี่ยงเป็นโรคหัวใจอยู่

 

“พี่ไม่ได้อึดอัด” แต่มาร์คเองก็เขินเป็น..และสมองดันช้าเรื่องจีบเมีย

 

“ครับแบมรู้” แบมบูกุมมืออุ่นๆของมาร์คเพื่อเพิ่มความเชื่อใจและหวังจะให้ลดปมขมวดที่หว่างคิ้วเข้มตียุ่ง

 

“แต่แค่อยากบอกว่าทุกอย่างที่เป็นพี่..แค่พี่มาร์คเท่านั้นแบมโอเคหมด”  

 

….

 

“เพราะฉะนั้นแล้วต่อให้พี่ปากเสียใส่เหมือนเดิมแบมก็โอเคนะ ชอบพี่มาร์คแบบฮาร์ดคอ แบบนั้นก็เร้าใจดี” เป็นอีกครั้งที่ส่งยิ้มหวาน  ดวงตาหวานฉ่ำไม่ต่างรอยยิ้มไล่มองทั่วใบหน้าหล่อ  ตอนนี้เขามีความสุขที่อยู่ตรงนี้  มีความสุขที่คนตรงหน้าเป็นมาร์ค..ทั้งๆที่ยังยิ้มแท้ๆแบมบูกลับรู้สึกหวั่นที่หัวใจเพียงแค่ขอภาวนาให้มีความสุขแบบนี้ตลอดไปมันจะมากไปหรือเปล่า

 

 

 

“วันนี้มีแต่ไข่เจียวนะครับแบมเพิ่งกลับมา”

 

มาร์คพยักหน้ารับไม่ได้ขัดใจกับไข่เจียวที่ภรรยาเตรียมไว้ให้และยกมาพร้อมกับจารข้าวสวยร้อนๆบนโต๊ะอาหาร แบมบูนั่งลงไม่ไกลจากมาร์คหยิบจับทุกอย่างให้อย่างคล่องแคล่วจนมองเพลินๆและคิดข้อดีของอาหารมื้อง่ายๆพลางๆอย่างการมีเวลาไปทำอย่างอื่นกันต่อคืนนี้..

 

แต่ความจริงแล้วแบมบูแค่ขี้เกียจตามประสา..

 

“ไปไหนมาดึกดื่น ไหนโทรบอกพี่ว่าไปเอารถแต่หัวค่ำแล้วไม่ใช่หรอ เสยท้ายใครรึไง”

 

“เห็นแบมเป็นคนยังไงครับนั่น”

 

“แบบที่พูดถ้าบอกให้แตะเบรกคงเหยียบคันเร่ง” เสียงหัวเราะท้ายประโยคทำเอาช้อนที่แบมบูกำเกือบปลิว ตั้งแต่เปิดใจว่าชอบแบบฮาร์ทคอมาร์คต้วนก็ไม่เคยแผ่วเลย ยิงเสยทุกครั้งที่มีโอกาสจริงๆ

 

“ตอนนี้แบมขับแข็งแล้วเถอะ พี่มาร์คลองดูมั้ยล่ะ”

 

“ถ้างั้นคงต้องโทรถามเลขาจินก่อน”

 

“เกี่ยวอะไรครับ..”

 

“จะโทรถามว่าวงเงินประกันอุบัติเหตุพี่สูงพอจะเสี่ยงมั้ย”

 

….

 

ก็ดี! แบบนั้นแบมบูจะได้เป็นผู้รับกรมธรรม์ประกันชีวิตนั้นคนเดียว หม้ายก็หม้ายช่างแม่ง!

 

 

“กินเลนไปแล้วหักหลบมาอีกนิด”

 

คนบังคับพวงมาลัยปฏิบัติตามคำแนะของอาจารย์หน้าหล่อทุกอย่าง เวลานี้ดึกดื่นจนถนนโล่งยังมีสองชีวิตที่ขับรถชมวิวอยู่แทบชานเมือง อารมณ์ศิลปินไหนเข้าสามีแบมบูไม่อาจทราบได้หลังจากที่เขาพูดประชดไปก็ได้ออกมาโชว์ศักยภาพตามที่โม้

 

อันที่จริงแบมบูก็ขับไม่ได้แย่หรอก..แค่กำลังสวดมนต์ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในใจอยู่

 

“ยังขับไม่แข็งปล่อยมือแบบนั้นจะอันตรายเอา ซื้อเอารึไงใบขับขี่น่ะ”

 

“ก็แบมเมื่อยพี่ให้แบมขับจนน้ำมันจะหมดถังแล้วนะ” โวยวายบ้างว่าค่าน้ำมันนี่เขาก็จ่ายพี่มาร์คมีหน้าที่แค่นั่งตากแอร์ชมวิวและหันมาโวยวายที่แบมบูขับรถกินเลนเท่านั้น

 

“แล้วโม้ว่าเก่ง ทำแบบนี้อันตรายต่อคนใช้ถนนคนอื่นด้วยนะรู้มั้ย จอดข้างหน้าเดี๋ยวพี่ขับเอง”

 

ไม่ได้อิดออดหรือบ่นอะไรต่อจากนี้  ต่อมความสำนึกผิดผุดขึ้นมาและแบมบูเองก็ปวดแขนเต็มทน

 

“ทำไมถึงอยากขับเอง” มาร์คว่าในตอนที่เราสลับที่กันแล้ว 

 

“ก็ตอนที่พี่ไม่อยู่..” แบมบูเว้นวรรคประโยคไปเขาไม่อยากให้บรรยากาศมันเสียไปเพราะพูดถึงอดีตที่ผ่านมาที่แบมบูต้องใช้ชีวิตอย่างเงียบเหงาคนเดียว ไม่อยากให้มาร์ครู้สึกผิดและไม่หวังจะโทษใครนอกจากตัวเอง

 

“เอ่อ แบมแค่อยากรับผิดชอบตัวเองได้บ้าง” นั่นคือสิ่งที่เขาคิดจริง

 

“คราวหลังจะไปไหนมาไหนให้พี่มารับได้มั้ย”

 

เจ้าของคำพูดหันมามองเพียงเสี้ยววิแต่แบมบูเห็นถึงความวูบไหวแปปๆของคนหลังพวงมาลัยนั่น มาร์คบังคับพวงมาลัยได้อย่างนิ่มนวลต่างจากแบมบูที่ทำราวกับรถบนดาวอังคาร

 

“เวลางานแบมมันไม่ค่อยตายตัว ไม่รบกวนพี่เหมือนเดิมจะดีกว่า”

 

แบมบูแทบสิงเบาะเอนหลังทำตัวให้ลีบเพราะเกรงจะพูดขัดหูคุณคนหล่อเข้า เหมือนความเงียบของมาร์คจะสยบได้ทุกสิ่งแม้แต่ลมหายใจของแบมบูยังค่อยๆพยายามไม่ให้มันเสียงดังเกิน

 

“ถ้าอย่างนั้น..”

 

เสียงทุ้มดังขึ้นและเว้นวรรคให้ใจคนตัวเล็กระทึกเล่น

 

“นี่ก็เกือบปีแล้ว..”

 

จริงสิเกือบปีแล้ว..

 

แบมบูคล้ายคนผีเข้าตัวเขาเริ่มสั่นน้อยๆเมื่อจินตนาการถึงคำพูดต่อไปของสามีถึงแบมบูจะเตรียมใจมาบ้าง แต่มันไม่ใช่วันนี้ คิดยังไม่ตกดีก็สะดุ้งอีกหนเมื่อถูกความอบอุ่นอย่างมือใหญ่กอบกุมเข้าที่มือตัวเอง

 

รถชะลอตัวช้าลงและจอดสนิทลงข้างทางในที่สุดนั่นเป็นเพราะมาร์คแค่อยากให้ความสนใจของเขามีแต่แบมบูทั้งหมด

 

“เกือบปีแล้ว”

 

รู้แล้ว อ..อย่าทำท่าเหมือนจะฆ่าแกงใจแบมบูนักเลย แล้วจะกลัวอะไรนักหนาแบมบูคำว่ารักของเขามันไม่ได้ช่วยอะไรเลยหรอ

 

“พี่ว่ามันก็นานแล้ว แบม..พี่จริงจังนะ”

 

ในเมื่อมาร์คไม่มีเวลารับส่งน้องเท่าที่ควรและจะได้ไม่ต้องเสี่ยงอันตรายในการขับรถเสมือนวิบากของน้อง แต่แบมบูว่าอย่างนั้นไม่ได้เสี่ยงชีวิตเท่าการที่โดนมาร์คจู่โจมแบบนี้หรอก

 

“อือ ครับ” 

 

“เรามามีลูกกันเถอะ”

 

 

ไม่เคยจะเสี่ยงเป็นโรคหัวใจเท่านี้มาก่อนเลย..

 

 

#Never’bamboo

70 %

 

 

 

Talk : ไม่เบานะคะทั้งคุณมาร์คและภรรยาเขา//เหล่ตามอง  

ใกล้จบแล้วนะคะใจเย็นเด้อ55555 

 

คนอ่านหายไปเยอะเลยเพราะไรท์เองก็หายไปในบางครั้ง

  แต่ขอขอบคุณกำลังใจจากคนที่ติดตามมาถึงตอนนี้มากๆนะคะ ไรท์อ่านทุกคอมเม้นแล้วมีกำลังใจขึ้นมากจริงๆ ขอบคุณมากๆเลยค่ะขอบคุณจริงๆ  อยู่ด้วยกันจนถึงตอนต่อไปและตอนจบนะคะ

พรุ่งนี้ค่าปูเสื่อรอ  คอมเม้นเป็นกลจ.ให้เค้าหน่อยน๊านิดนึงกะได้ T,T

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 388 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,167 ความคิดเห็น

  1. #3167 Mtbb (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:49

    คำว่ารักมาร์คยังสับสนเลย จะมามีลูกเนี้ยนะ ดูแลแบมคนเดียวยังไม่ได้ พี่ดูแลลูกไม่ไหวหรอก จีง จะให้แบมดูแลคนเดียวทุกคนไม่ได้ป่าว

    #3,167
    0
  2. #3166 aomdunk (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 10:54
    อ่านแล้วอึดอัดดี แบมนี่เจ็บไม่เคยจำ มาร์คนี่เหมือนรักแต่การกระทำตรงข้าม ทำไมไม่เลิกกันซักที
    #3,166
    0
  3. #3165 Sasi.Nara (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 09:31
    จะมีลูกกับเค้า บอกรักเค้าได้อย่างเต็มปากเต็มคำรึยัง
    #3,165
    0
  4. #3164 Minnie (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2563 / 17:15
    เค้าสองคนไม่เหนื่อยกับความรักของตัวเองบ้างเหรอ ..ทำไมเราเหนื่อยแทน
    #3,164
    0
  5. #3158 Luge鹿晗 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 19:03
    เป็นเรื่องที่อ่านแล้วอึดอัดมากๆและเหนื่อยใจมากๆ😂ตอนนี้ก็รู้สึกว่ายังอึดอัดอยู่ เหมือนชัดเจนแต่ก็ไม่ชัดเจน???ควรเปิดใจคุยกันตรงๆนะ ไหว้ล่ะทั้งคู่เลย😂
    #3,158
    0
  6. #3157 Ttkkenyg (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2563 / 01:30
    คือสัมผัสได้ถึงความอึดอัดอยู่อะ ขอให้ผ่านไปด้วยดีนะ สงสารน้องไม่ไหว
    #3,157
    0
  7. #3156 janjiraorabut (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2563 / 08:41
    รอนะคะ ดีมากจริงๆแง
    #3,156
    0
  8. #3155 Natchaya1a (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 04:39
    อ่านแล้วน้ำตาไหล เพราะอารมณ์เราก็แปรปรวน ฮืออออ บอกรักน้องได้แล้วนะมาร์ค
    #3,155
    0
  9. #3154 Natchaya1a (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 04:38
    เบบี้ๆๆๆ เบบี้มาเร็วๆเถอะ สาธุๆๆ
    #3,154
    0
  10. #3153 oni (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 23:05

    มาร์ครู้ใจน้องสักทีเถอะ บอกรักน้องได้แล้วคนปากแข็ง

    เราอยากให้เจ้าหนี้ติดต่อมาร์คจัง ไม่ก็มาร์คตามสืบอย่างลับๆเราห่วงน้องจัง เจ้าหนี้ดูไม่น่าไว้ใจเลย

    เพราะมาร์คควรสนใจคนรอบข้างน้องบ้าง อย่าให้น้องต้องเจอเรื่องร้ายๆอีกเลยค่ะ เหนื่อยใจอ่ะ ไหนๆก็ใกล้จบแล้วขอแบบไม่ทำร้ายจิตใจเราเนอะ

    ทั้งเรื่องน้องต้องเจอแต่เรื่องทุกข์ใจ อยากให้น้องเจอความสุขใจบ้างค่ะ

    #3,153
    0
  11. #3152 MM_MB (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 17:46
    ซึนเกินน่ะพ่อออออ
    #3,152
    0
  12. #3151 NawapornSooksri (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 00:11
    บอกรักน้องหน่อยเถอะมาร์ค
    #3,151
    0
  13. #3150 NawapornSooksri (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 00:10
    บอกรักน้องหน่อยเถอะมาร์ค
    #3,150
    0
  14. #3149 NawapornSooksri (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 00:10
    บอกรักน้องหน่อยเถอะมาร์ค
    #3,149
    0
  15. #3148 Bamboo1989 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 23:38
    จะสุขก็สุขไม่สุด มันเศร้าจริงๆนะ พี่ช่วยทำให้มันชัดเจนกว่านี้ได้มั้ย สงสารใจน้องบ้างเถอะ
    #3,148
    0
  16. #3147 Nisa_9397 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 12:37
    ชัดเจนกว่านี้ได้ใหมมาร์ค
    #3,147
    0
  17. #3146 MeDuZa_23 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 10:13
    ฮืออออออ มารคจะมัวปากหนัก หรือไม่กล้าทำไรให้น้องชัดเจนไม่ได้นะ
    #3,146
    0
  18. #3145 น้อนไข่หวาน (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 09:53
    ใจจะวายค่ะคุณ
    #3,145
    0
  19. #3144 KallayaBuate (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 08:47
    สงสารน้องแบมจังเลย
    #3,144
    0
  20. #3143 IAMHappy97 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 02:46
    แมมมมมม่!!!!!!!!!
    #3,143
    0
  21. #3142 Marmaladexx (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2563 / 02:03
    สู้ๆนะคะคุณไรท์ จะรอติดตามผลงานเรื่อยๆเลยค่ะ
    #3,142
    0
  22. #3141 May (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 23:56

    น้องแบมจะทำอะไรนะ สงสารน้องพ่อสร้างนี้ให้ลูกใช้ พี่มาร์คดูแลน้องดีๆ นะ

    #3,141
    0
  23. #3140 Namnam_Got7 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 23:24
    คือบางครั้งก็งงกับมาร์ค ยังคงปากหนักอยู่เลยหรือมีเหตุผลอื่น น้องคือเปิดใจพูดทุกอย่าง พยายามมากๆเลยนะ เข้าใจแบมเลยแค่พูดมาจะได้ตัดสินใจถูกอ่ะ เพลงหน่วงของroom39ลอยมาเลยค่ะ
    #3,140
    0
  24. #3139 PUTDINGLATE (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 23:20
    คุณไรท์สู้ๆนะคะรออ่านตลอดเลย ✊📦❤
    #3,139
    0
  25. #3136 ratchaneegorn93 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 22:55
    จัดการเรื่องกนี้ก๊อนนน รู้สึกแบบว่าจะหวานก้อหวานไม่สุด งื้อออ
    #3,136
    0