Never 'Bamboo' แบมบูพี่ไม่รัก Markbam

ตอนที่ 14 : Never'bamboo : 11 เจ็บแค่นี้ไกลหัวใจ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,116 ครั้ง
    16 พ.ย. 62

11

เจ็บแค่นี้ไกลหัวใจ?




"..ต่อไปนี้ไม่ต้องวิ่งตามฉันแล้วนะ.."

      


          "คุณแม่บ้านบอกว่าน้องแบมไม่แตะข้าวเลย ทำไมไม่ยอมทานละคะลูก" กลับเป็นคุณหญิงต้วนเองที่เป็นผู้กล้าคนแรกที่เข้ามาถามไถ่คนตัวเล็กที่นอนซมไม่พูดจาที่เตียงใหญ่ราวกับคนใบ้


          "ไม่หิวหรอคะลูก.."


          "...."


          ไร้ซึ่งการตอบกลับจากแบมบู แม้รู้ว่าคือสิ่งที่ไม่สมควรและเหมาะสมที่จะทำ แต่ทว่ามันคงอีกว่ากับการต้องแสร้งพูดดีๆทั้งๆที่ในใจแบมบูมันแหลกเหลวแทบไม่เหลือเป็นชิ้นเป็นอัน..


          "หรือน้องแบมยังปวดท้องอยู่ไหมคะ" คุณหญิงต้วนถามอาการเบื้องต้นจากคนไข้ที่พักฟื้นมาเกือบครึ่งเดือน และก็เป็นเกือบครึ่งเดือนที่เขาเอาแต่นอนนิ่งพร้อมขังตัวอยู่ในห้องเพราะภาวะแท้งบุตรทำให้เกิดความวุ่นวายไปหมด ใช่!


          แบมบูแท้ง..


          จะตอกย้ำกันทำไมพวกเขายังมีจิตใจเป็นคนกันอยู่รึเปล่า


          คำถามที่แบมบูเอาแต่คิดซ้ำไปมาแต่ไม่ได้เอ่ยไปบอก แค่เห็นหน้าอิดโรยและแววตาไร้ความสุขนั่น ไม่จำเป็นต้องพูดแล้วล่ะ


          "แบมอยากอยู่คนเดียว" ประโยคเดิมๆที่แบมบูเรียกร้องและเป็นสิ่งที่พวกคนไร้จิตสำนึกมอบให้ได้ แม้ตัวจะหายสนิทแต่ใจยังเจ็บจี๊ดอยู่เลย


          "งั้นคุณแม่ก็ไม่กวนแล้วล่ะ ตามสบายเลยค่ะลูกรัก"


          ห้องนอนห้องใหญ่สถานที่เกิดเหตุร้ายๆในความทรงจำในตอนนี้มีเพียงเด็กหนุ่มที่ใช้อากาศภายในห้องเพียงคนเดียว ผืนเตียงตัวนี้เพิ่งมีโอกาสได้ใช้มันกลับไม่ได้ทำให้แบมบูสมใจอยากและสุขสมหวังอย่างที่คิด ในเมื่อมันมาในตอนที่สายไป..มาในตอนที่ด้ายความอดทนเส้นบางของเด็กหนุ่มขาดผึ่ง


          เขาไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว..ความรักหรือสามี ขอแค่อิสระและคนที่กุมมันอยู่ยืนอยู่ตรงหน้านี่เอง


          นั่นไงเขามาแล้ว..


          คนที่เป็นต้นเหตุให้แบมบูต้องนอนซมแบบนี้ พี่มาร์ค..ที่หน้าตาอิดโรยไม่ต่างยืนจ้องและเอาแต่อ้ำอึ้งทุกครั้งที่เข้ามาหา แบมบูชักรำคาญและอึดอัดเต็มทน


          "นาย..ไม่สิแบม"


          เขาพูดคำจาที่ดูดัดแปลงให้สวยหรูอย่างกับจะเอาใจทั้งที่เมื่อก่อนไม่ยักจะทำมันด้วยซ้ำ คนที่ไม่คิดแม้จะพูดจาด้วยกันดีๆสักครั้งพาร่างสูงของตัวเองเดินก้าวเข้ามาหาแบมบูช้าๆ ทว่าแต่ละก้าวที่ล่นระยะห่างของเราราวกับหนามแหลมคมก็ค่อยๆทิ้มแทงเข้ามาที่ใจเด็กหนุ่มคนนี้เช่นกัน


          "เข้ามาทำไม..ครับ" ปากอิ่มที่แห้งพรากเอ่ยบอกด้วยเสียงที่ไม่ต่างกัน


          "ฉันมาขอโทษนายแบมบู.."


          คำขอโทษที่แบมบูไม่อยากได้ยินมันดังออกมาเหมือนเช่นทุกวัน ไม่รู้ว่ามาจากใจหรือแต่งแต้มมันขึ้นมาหลอกล่อให้เขากลับไปเป็นคนโง่เขลาเอาแต่ก้มหัวยอมรับ..


          "ไม่.." ไม่อยากฟัง เบื่อ! รำคาญ!


          "หื้ม" คุณสามีตัวโตครางทวนคำพูดที่ไม่ค่อยได้ยินชัดและถือวิสาสะนั่งลงข้างคนตัวเล็กบนเตียงนุ่มมองหน้าซูบตอบของภรรยาตัวน้อยด้วยใจโหว่งๆ ในขณะเดียวกันที่แบมบูยันกายให้ถอยห่างคำพูดที่ไม่ได้เพียงแค่คิดแต่อยากบอกออกไปมันยังชัดเจนในหัว


          กองไว้ตรงนั้นแหละ..กองไว้ให้หมด ทุกอย่างของพี่แบมไม่อยากได้แล้ว


          "ว่าไงมีอะไร นายปวดท้องหรอ"


          แบมบูกระพริบตาเรียกสติตัวเองก็เมื่อตอนที่มาร์คมายุ่มย่ามกับร่างกายตัวเอง คำพูดที่อยากจะพูดทำไมกันถึงพูดมันไม่ออก แววตาหม่นแสงที่เหมือนจะห่วงใยของมาร์ครึเปล่าที่เป็นตัวฉุดให้แบมบูไม่กล้าพูดมัน


          "หรือไม่สบายตรงไหน.."


          หน้าผากเล็กถูกอังวัดอุณหภูมิจากมือใหญ่ แบมบูยกและจับมันลงอย่างเบาส่ายหน้าปฏิเสธอย่างที่ไม่อยากให้อีกฝ่ายมายุ่มย่ามมากนัก


          "แบมสบายดี" 


          "หรอ แต่คุณแม่บอกนายไม่ยอมทาน.." ปากหยักของมาร์คคลี่ยิ้มใจดีน้อยๆอย่างลืมตัวยามที่น้องยอมเอื้อนเอ่ยด้วย


          "แบมไม่หิว"


          "ฉันรู้ว่าไม่หิว แต่ก็ต้องกินช่วงนี้นายไม่แข็งแรงลืมไปแล้วหรอ"


          ก็แค่คำห่วงใยจอมปลอมทำไมเขาคนโง่ถึงยังโง่งมอยู่ได้ โง่จนนึกรำคาญในความเขลาที่ไม่มีสิ้นสุด แบมบูสะดุ้งสุดตัวที่แก้มเนียนถูกสัมผัสแผ่วเบาจากน้ำมือของสามีที่พรากชีวิตน้อยๆไปจากตัวเขาเอง เมื่อได้สติสิ่งแรกที่ทำคือการปัดมือใหญ่นั้นออกอีกหน


          "ยังมีเลือดออกอยู่ไหม ให้ฉันดู.."


          "ไม่ต้อง แบมหายแล้ว" น้ำเสียงหวานแข็งขึ้นอีกระดับเวลาที่ต้องพูดคุยกับคุณสามี มาร์คต้วนมองใบหน้ารั้นของภรรยาตัวน้อยพร้อมลอบถอนหายใจอ่อน ข้อมูลเบื้องต้นก็ทำให้สามีไร้จิตสำนึกรับรู้มาหน่อยว่าอย่างน้อยสภาพร่างกายของแบมบูคงพร้อมจะมีใหม่ได้เร็วๆนี้ ทว่าไม่ได้ไตร่ตรองว่าบาดแผลในใจยังคงเหวอะหวะอยู่ด้วยซ้ำ


          "ฉันขอโทษนะแบมบู ฉันไม่รู้จริงๆ ไม่รู้ว่าตอนนั้นนาย.."


          ท้อง! เหอะ!ตลกเป็นบ้าเลยใช่มั้ยล่ะ แบมบูน่ะเอาแต่ก่นด่าโชคชะตาพิลึกพิลั่นแล้วยังเล่นตลกซ้ำตลกซ้อนใส่ตัวเขา เขาร้องไห้ทุกวันจนตอนนี้มันแทบไม่มีให้ไหลออกมาแค่คำขอโทษมันเยียวยาได้จริงๆน่ะหรอ


          "ไม่ต้องพูดหรอกครับ พูดไปมันก็ไม่มีประโยชน์" แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็บอกปัดเพราะรำคาญเต็มทนที่จะต้องฟังซ้ำซากๆ สามีเขาก็ยังคือคนๆเดิมคนเห็นแก่ตัว


          "นายไม่ยอมคุยกับแม่ฉันด้วยซ้ำ ถ้าโกรธก็ลงฉันคนเดียวได้มั้ยไม่ต้องไปพาลให้ท่านรู้สึกไม่ดีด้วย"


          แบมบูน่ะหรอ..แบมบูคนนี้น่ะหรอจะโกรธพี่มาร์ลง ถ้าเป็นอย่างนั้นได้เขาคงไม่เกลียดตัวเองอยู่แบบนี้


          "รู้มั้ยว่าทำตัวแบบนี้มันไม่น่ารักเลย" คิ้วเข้มขมวดทุกครั้งกับกริยาคนตัวเล็กที่ปากอิ่มๆเริ่มเบะออกน้อยๆอย่างดื้อรั้น ทุกคนที่รับรู้เรื่องนี้ไม่มีใครไม่เสียใจ แต่การที่แบมบูจะพาลโกรธทุกคนนั่นไม่ใช่เรื่อง


          "แบมจะทำตัวน่ารักหรือไม่น่ารัก มีใครเคยสนใจด้วยหรอ หน้าที่แบมก็แค่นอนถ่าง.."


          "พูดแบบนี้มันไม่น่ารัก" ไม่ทนฟังให้จบมาร์คก็รู้ดีว่าประโยคตัดพ้อนั้นจะดังออกมาจากปากน้อง คนตัวเล็กที่ใบหน้าบึ้งตึงจับมือมาร์คที่ปิดปากตนออกและขยับตัวออกห่างน้อยๆ


          "พี่จะทำอะไร.." อกกว้างของมาร์คถูกดันไว้เมื่อระยะห่างที่คนตัวโตตั้งใจจะร่นลงแบบเนียนๆนั้นถูกแบมบูจับได้


          "นี่มันครึ่งเดือนแล้วรู้ใช่มั้ย" มือใหญ่บิดออกมากอบกุมข้อมือบางแทน ดวงตาคมที่สำนึกได้ไม่นานกลับมาแพรวพราวยามจ้องลึกลงไปผ่านเสื้อตัวหนาที่คนน้องใส่ ปลายจมูกโด่งส่งไอร้อนมารดรินที่ข้างแก้มเนียนไล่เอื่อยๆมาจรดลงที่ลำคอระหงษ์ พร้อมกับปากหยักที่กดย้ำหนักๆลงเนื้อนุ่ม


          "รู้แล้ว.."


          "แล้วรู้รึเปล่าว่าฉันคิดถึงนาย"


          ไม่..อันนี้โกหก


          "จะเอาหลานให้คุณแม่ ต้องลงทุนพูดขนาดนี้เลยหรอ พี่ก็แค่ขืนใจแบมเหมือนที่ผ่านมา" ใช่! แบมบูพูดถูกคำว่าคิดถึงที่หลุดออกมาจากปากสามีมันเชื่อถือไม่ได้สักนิดใจเขาไม่ควรจะเต้นแรงเป็นระส่ำขนาดนี้ ไม่สมควรสักนิด


          "เป็นคำเชิญที่ดีรู้รึเปล่า ถ้าฉันจะทำจริงๆจับอ้าขาตั้งแต่วันแรกที่นอนซมไม่ดีกว่าหรอ"..เพราะมาร์คไม่ได้คิดจะทำอะไรแบบนั้นแบมบูถึงรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้


          "ขอจูบหน่อย"


          มาร์คต้วนพูดโดยไม่ให้ความสนใจกับใบหน้าแบมบูด้วยซ้ำ เกลี่ยริมฝีปากนุ่มนิ่มที่เจ้าตัวขบเม้มไว้ไม่ยอมปล่อย แต่ว่าความอุ่นและนิ่มของปากหยักดูดดึงที่ผิวเนียนต่างหากที่มาร์คให้ความสนใจอยู่ แบมบูเอียงคอหนีด้วยความรำคาญใจแต่เท่าไหร่ก็คงไม่พ้น


          "อย่า.."


          คำพูดราบเรียบจากปากอิ่มยังคงเหมือนเดิม แววตาเศร้าหมองไร้สุขนั่นก็ยังเหมือนเดิมจ้องมองมาร์คกลับโดยที่ไม่ได้คลอน้ำตาเหมือนก่อนเก่า เหงื่อไคที่ผุดออกมาจากผิวหนังของคนทั้งคู่นั่นไม่ต่างกันเสียเท่าไหร่ แตกออกไปคงจะเป็นความรู้สึกมาร์คต้วนที่แค่อยากได้ร่างกายบอบบางเหมือนเดิม แต่ทว่าความรู้สึกของเจ้าของร่างบางมันมากกว่านั้น..ปากเขามันก็ดีไปอย่างนั้นแต่พอเอาเข้าจริง


          เขากลัว..แบมบูกลัว


          "..หยุดทำร้ายแบมสักที.."


          คำขอร้องที่สั่นไหวที่สุดเท่าที่เคยได้ยินจากปากน้อง ดวงตาที่ไม่ได้ปล่อยน้ำใสออกมาแต่กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่น่าเวทนาราวกับเข็มพิษทิ้มแทงหัวใจของคนมองไม่ต่างกัน 


          มาร์ครับรู้ว่าจิตใจของน้องมันไม่ได้เปลี่ยนไป มันยังเหมือนเดิมทุกอย่างคำที่ออกมาจากปากอิ่มสีพีช คำพูดจวนตัวในเวลาที่กลัวและรู้สึกไม่ปลอดภัย ก็แค่เรียกหาพี่ชายที่เคยแสนดีไม่ใช่สามีคนนี้มาปกป้อง


          ไม่ว่าจะนานแค่ไหนมาร์คก็เป็นได้แค่พี่ชาย..หรอ


          "นะพี่มาร์ค"


          คนตัวเล็กที่ร้องบอกผลักอกมาร์คออกอย่างง่ายดายนั่นเป็นเพราะเจตนาของมาร์คคนดื้อที่มองเห็นรีบลุกพรวดออกจากเตียง ขาเรียวก้าวฉับหมายจะออกจากห้องไร้สุขแห่งนี้ ทว่า..


          "พี่มาร์ค ท..ทำไมเปิดไม่ออก" ดวงตาโตที่มาร์คมองเห็นน้องน้อยที่ไร้เดียงสายืนอยู่นั่น มาร์คเป็นคนเห็นแก่ตัวมาตลอดเป็นสิ่งเดียวที่แบมบูมองเห็น


          "เจ็บขนาดนี้ก็ยังจะทำร้ายแบมหรอ"


          "อืม รู้แล้วก็มาสิ มาทำให้มันจบๆเถอะแบมบูฉันเองก็เบื่อที่จะเป็นแบบนี้เต็มทน"คนตัวสูงที่สายตาอ่านไม่ออกว่าด้วยเสียงเย็นชา มือเริ่มเลื่อนขึ้นปลดกระดุมเสื้อตัวเองไปพลางๆ


          "ใครอยู่ข้างนอก.."


          "ไม่มีใครช่วยหรอกแบมบู อย่ามองฉันแบบนั้น..ไปขึ้นเตียงไป"


          ขาเรียวถดถอยให้ก้าวหลังหนีมือใหญ่ที่หวังจะยกลูบหัวน้อย ใบหน้าหล่อของสามีที่ก่อนหน้าทำเหมือนรู้สึกผิดมันหายวับไปจนสิ้น แบมบูยังคงไม่ละความพยายามเขาไม่สนใจว่าอีกคนจะเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ทุกที สิ่งที่ทำอย่างไร้ประโยชน์คือการเขย่าลูกบิดประตูให้เปิด


          "เปิดประตู! เปิดประตูให้แบมหน่อย ใครก็ได้..ฮึก..ได้โปรด" ท้ายประโยคนั่นดังแผ่ว ทั้งๆที่คิดว่าน้ำตาจะไม่ไหลออกมาแล้วศีรษะเล็กก้มพิงประตูอย่างปวดหนึบในอก สุดท้ายความจริงที่หลบหลีกมาตลอด..แบมบูอยู่คนเดียวในโลกอันโหดร้ายนี้จริงๆใช่ไหม


          "แบมบู..ไปขึ้นเตียง"


          คนตัวบางสะดุ้งเฮือกจากสัมผัสอุ่นๆที่เข้ามาโอบรัดร่างกาย มาร์คต้วนกดเสียงย้ำจนคนฟังใจหาย..ใจแบมบูยังไม่พร้อมเลย


          "ฉันบอกดีๆแล้วนะ ไปขึ้นเตียงเร็ว..เด็กดี"


          ท้ายประโยคนั้นทำเอาใจคนฟังเต้นระรัวและตัวลุ่มร้อน ลมหายใจร้อนของคุณสามีรดรินที่ใบหูคนตัวสั่น มือหนาโอบล้อมเอวบางให้อยู่ชิดตัว มืออีกข้างที่ว่างไว้จุดหมายคือกอบกุมมือน้อยของน้องให้ละความพยายามจากบานประตูที่ถูกล็อกจากภายนอกและแน่นอนว่ามันจะถูกคลายล็อกเมื่อเสร็จกิจหรือพรุ่งนี้เช้านั่นเอง


          "ไม่ต้องกลัวฉันจะไม่ทำให้นายเจ็บแล้ว" 


          กลับกลายเป็นว่าคนตัวเล็กลมหายใจสะดุดลงวินาทีที่สิ้นเสียงทุ้มจากตอนแรกที่น้ำตามันซึมออกหางตา ทว่าจู่ๆบทโศกที่แบมบูเล่นต้องจบลงดื้อๆ แรงกอดรัดจากสามีที่ส่งเสียงอ้อนวอนทั้งๆที่รู้ว่าหลอกล่อนั้น ทำเอาขนอ่อนลุกชันไปแทบทั้งตัว


          ม..ไม่ได้พี่มาร์คกำลังจะล่อลวงแบมบูอีกรอบ


          "ป..ปล่อยแบม"


          "ชู่ววว.."


          "พี่ อ้ะ! อย่าทำ แบม..แบมไม่พร้อม" แบมบูร้องบอกกับความกลัวที่เผชิญ กางเกงนอนที่สวมใสและมัดปมเชือกไว้อย่างแน่นหนาถูกดึงปมออกอย่างไม่ถามความสมัครใจกันสักคำ ก่อนมือใหญ่จะล้วงเข้าไปด้วยความเร่งรีบ ล้วงไปยังจุดสำคัญที่น้องหวงแหนมันนักหนา


          "ปล่อย! อย่าทำ! ช่วยด้วยเปิดประตู อื้อออ!!" คำพูดกลับกลายเป็นคำที่ฟังไม่ได้ภาษาเมื่อมีมือใหญ่อีกข้างปิดปากอิ่มไว้แน่น


          "อื้ออี้อ้าคอ่อย"


          ใจแบมบูตกไปถึงตาตุ่มเลยก็ว่าได้เมื่อแผ่นหลังสัมผัสได้ถึงความแข็งแรงจากลำตัวส่วนหน้าของมาร์คต้วนแนบชิดกันไปจนหมด ยิ่งแบมบูดิ้นมันก็ยิ่งเป็นการก่อเกิดให้เสียดสีไปใหญ่


          "อื้ออ..ฮื้ออ"


          แบมบูดีดดิ้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี ไม่ใช่ว่าเป็นคนโง่ที่ร้องแต่ปาก มือสวยทั้งทุบและเคาะไปที่บานประตูแต่มันกลับไม่มีแม้ใครสนใจนอกจากสามีที่เป็นคนลั่นวาจาว่าขืนใจกันอีกรอบจริงๆ


          "ถ้ายังเสียงดังและไม่หยุดดิ้น ฉันจะทำลูกกับนายจริงๆด้วยนะ" เสียงกระซิบขู่นั้นเป็นตัวหลอกล่อให้คนตัวเล็กสนใจทว่าแบมบูก็เกือบเสียเชิงถ้าไม่รู้ตัวเสียก่อน


          "อื้อ!"


          มือเล็กตะครุบมือใหญ่แทบไม่ทันที่มันเปลี่ยนเป้าหมายมาหวังจะกระชากกางเกงตัวน้อยออก


          "อย่าร้องเสียงดัง" มาร์คต้วนว่าในตอนที่จับเอวบางพลิกเข้าหาตัว คนตัวผอมที่นุ่มมือเงยหน้าน่ารักขึ้นสบตาคนที่สูงกว่าอย่างจำยอม ปากอิ่มยกขึ้นตอบเมื่อเป็นอิสระจากมือใหญ่ของคนฉวยโอกาสหอมแก้มเขาต่อหน้าต่อตา มันอดขนลุกและรู้สึกร้อนผ่าวแปลกๆจนต้องยกมือถูแก้มไปมาไม่ได้จริงๆ


          "บ..แบมไม่พร้อม ยังไม่อยากทำตอนนี้"

          และต้องร้องบอกอีกหนที่อีกคนไม่แม้แต่จะสนใจท่าทางต่อต้านของตน เนื้อเนียนสวยที่สันกรามน้อยถูกมาร์คตีตราจองอีกครั้ง ฟันซี่คมขบลงไปจนเนื้อเนียนขึ้นสีเด่นชัด


          "นี่พี่ได้ฟังรึเปล่าเนี่ย อ่ะ! พี่อย่า..ไม่เอาไม่ทำ พี่มาร์ค" 


          แววตาสวยจ้องมองมาร์คอย่างขอร้อง หมดแล้วคราบคนดื้อขี้พยศที่มาร์คเห็นก่อนหน้า รอบยิ้มร้ายๆกับท่าทางแสนหวาดกลัวของน้อง..


          อืมก็แค่แกล้ง..ตื่นตูมไปได้นะคนเรา


          "พูดอะไรนะไม่ได้ฟัง"


          มาร์คต้วนไม่ได้เก็บมาพิจารณาซ้ำยังเมินเฉยกับคำขอร้องนั่น ข้อพับขาเรียวสวยที่มาร์คฉกกางเกงนอนออกได้ถูกสอดแขนไปรองรับและออกแรงอุ้มคนตัวบางได้อย่างง่ายดายระยะทางสั้นๆสิ้นสุดลงที่เตียงนอนหลังใหญ่หลังเดิม


          "อ๊ะ อื้อ! พี่มาร์คครับ" แบมบูใจหล่นวาบเมื่อจมูกโด่งพุ่งเต็มๆมาที่แก้มเนียนที่ร้อนผ่าวทั้งๆที่เขาไม่ได้เผลอ ใบหน้าน่ารักเบะอีกครั้งที่ต้องรองรับน้ำหนักตัวของสามีที่ขึ้นคร่อมบนร่าง แผ่นอกบางกระเพื่อบหายใจหอบแน่ล่ะว่าน้ำหนักตัวสามีสุดหล่อนั้นไม่ใช่น้อยๆ


          "นายน่ะเก็บปากไว้รับจูบฉันอย่างเดียวก็พอ.." เจ้าของเสียงทุ้มไม่พูดเปล่า ใบหน้าน่ารักโดนล็อกให้รับจูบจากปากหยัก ยัดเยียดจูบหนักๆมาฝากฝังไว้ที่ปากนิ่มจนช้ำ


          "อะไรที่ไม่จำเป็นต้องพูดไม่ต้องพูด ฉันไม่อยากฟัง"


          แล้วแบมบูพูดอะไรผิดตอนไหนจะไปรู้ไหมล่ะ?


          คำถามที่แบมบูไม่กล้าถามและแววตากลมของคนน้องก็หลบเลี่ยงจะสบตาที่จ้องมองอย่างเอาเรื่องของสามี ดูเหมือนแบมบูจะแสดงออกทางสีหน้ามากไป


          "ไม่ต้องสงสัยให้มาก และก็.." คำเว้นวรรคของมาร์คทำเอาคนฟังอย่างแบมบูใจจดจ่อไปด้วย ดวงตาคมที่ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์ไม่เลิกจดจ้องมายังน้องคนดี


          "ต่อไปนี้ไม่ต้องทำอะไรเพื่อฉันอีกแล้วนะ..ทุกอย่างที่นายฝืนไม่ต้องทำมันเพื่อฉันแล้ว" 


          ห..หื้อ? 


          ทั้งๆที่คิดว่ามันคงมีสักวันที่เราต้องแยกทางกันแต่ว่าที่แบมบูพูดไปมันก็เพราะประชดไง ต..แต่พี่มาร์คเปิดประเด็นมาแบบนี้


          จะบอกเลิกกันแล้วหรอ?


          "แล้วนี่น้ำตาซึมทำไม"


          "บ.. แบมแค่แสบตาแสงมันจ้าไป" แบมบูชี้นิ้วเรียวไปที่หลอดไฟในห้องที่หยิบยกมาเป็นข้ออ้างแบบที่มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่เชื่อ


          "อ่อจริงสิ..งั้นนายนอนเถอะ ฉันจะไปปิดไฟให้"


          และมาร์คต้วนก็คือคนนั้น..คนโง่ที่ไม่ได้คิดใส่ใจความรู้สึกของแบมบูสักนิด ไม่เคยใส่ใจแม้แต่เรื่องละเอียดอ่อน



          มาร์คต้วนยอมรามือกับสิ่งที่ทำค้างไว้อย่างง่ายดาย เพราะคิดห่วง ใช่ ห่วงนั้นแหละถูกแล้ว..ห่วงสุขภาพของน้อง


          ยกผ้าห่มผืนหนาคลุมขาเรียวที่อวดความขาวเย้ายวนอย่างนึกเสียดายและข่มใจให้สงบ การกระทำของมาร์คยังอยู่ในสายตาภรรยาตัวน้อย และดวงตากลมที่จ้องมองอยู่ก็อยู่ในสายตามาร์คเช่นกัน


          "ฝันถึงฉันด้วย.."


          คนตัวเล็กพลิกหลบตามาร์คด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจที่แช่งให้ฝันร้ายก่อนนอนอย่างไม่ควรจะเป็น แบมบูยกผ้าห่มขึ้นจนมิดหัวสะอึกสะอื้นยกใหญ่อยู่คนเดียว 


          มาร์คต้วนมองภาพนั้นแล้วถอนหายใจ เดินทอดน่องไปปิดไฟให้อีกคนตามคำพูด ส่วนตัวเขาก็เดินเอื่อยๆอย่างเมื่อยล้ามาทิ้งกายลงโซฟาที่นอนเก่าของน้องแทนโดยที่ไม่ได้อาบน้ำ มาร์คเหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรทั้งนั้น 


          เหนื่อยเกินจะทำทุกสิ่งที่คิด..


          สองแขนยกก่ายหน้าผากพร้อมความคิดหนัก หนีไม่พ้นก็คงจะเป็นเรื่องภรรยาตัวเล็กที่เสียงสะอื้นนั้นเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินเป็นระยะ มาร์คน่ะก็อยากปลอบจนตัวสั่น แต่ว่าคนอย่างเขาเนี่ยนะ? คนอย่างมาร์คต้วนจะทำอะไรแบบนั้นได้จริงหรอ? 


          เฮ้ออ! ไม่ได้หรอก มาร์คน่ะยังเอาแต่คิดเลยว่าตัวเองเป็นคนที่เข้าใจยากที่สุดในโลกแล้วล่ะ..


#แบมบูพี่ไม่รัก


          ช่วงเวลาดำเนินไปเรื่อยทุกอย่างที่ผ่านมาให้แบมบูรับรู้นั้นราวกับฝันหลายวันที่ผ่านมาสามีที่เคยอารมณ์ร้ายใส่ดูพักนี้จะเอาใจใส่คนตัวเล็กมากขึ้นเป็นพิเศษ มื้อเช้าที่แสนราบเรียบถูกเริ่มขึ้นในห้องนอนกว้างนี้ทุกวันกับคนหน้าหล่อที่นั่งลิ้มรสชาติอาหารด้วยกัน มื้อเที่ยงไม่หนักมากรวมถึงมื้อเย็นไม่ซ้ำเมนูก็เช่นกันมักมีมาร์คนั่งข้างๆอย่างไม่ควรจะเป็นจนแบมบูหลงคิดไปว่าเป็นความฝันอยู่หลายครั้ง


          ในช่วงนี้ก่อนเขาหลับตาแบมบูมักเจอใบหน้าหล่อที่แช่งให้ฝันร้ายอย่างการบอกให้ฝันถึงสามีคนนี้จบท้ายพิธีแสนพิสดารนั่นด้วยการจูบลงที่หน้าผากราวกับร่ายคาถา..และฝันดีของเขามักลืมตาตื่นขึ้นมาเจอหน้าเทวดาหล่อๆที่ป้วนเปื้อนไปมาภายในห้องนอนและภายในใจส่งยิ้มรับเช้าวันใหม่อย่างไม่ควรจะเป็น หนำซ้ำใบหน้าบูดบึ้งนั้นแทบไม่ได้เห็นว่าช่วงนี้มันจะตึงอย่างที่ผ่านมา 


          ถ้าร่างกายแบมบูแข็งแรงมากกว่านี้สัญญาเลยว่าจะลุกขึ้นไปทำบุญครั้งใหญ่หรืออาจจะได้เอาน้ำมนต์มาพรมตัวหรือห้อยพระให้สามีแทนก็ได้ เขาแค่รู้สึกว่าพี่มาร์คของเขาจะโดนผีเข้าอย่างไรก็ไม่รู้..


          วันนี้ก็เหมือนกัน..


          เปลือกตาหนักอึ้งไม่สามารถบังคับให้ลืมขึ้นมาได้อย่างใจหวัง ความสะลึมสะลือยังคงค้างอยู่ทำให้แยกไม่ออกว่านี้มันคือความฝันหรือความจริงกันแน่..


          สามีที่เทิดทูนกำลังส่งรอยยิ้มหวานรับเช้าวันใหม่อย่างเข่นทุกวัน ใบหน้าด้านข้างที่ยังคงความคมคายกระทบแสงแดดอ่อนๆยามเช้าเมื่อผ้าม่านผืนเข้มถูกแหวกออก ส่งผลให้ใบหน้านั้นทรงเสน่ห์จนใจเต้นตึกตักทั้งๆที่ยังเห็นแค่ลางๆ ก็หล่อลากขนาดนี้


          ไหนบอกจะพอแล้วไงแบมบู..พอๆๆๆ


          "อรุณสวัสดิ์เด็กน้อย"


          รอยยิ้มหล่อดูเขินอายไม่น้อยที่สรรหาคำพูดทั้งทีกลับโบราณคร่ำครึให้ภรรยาเด็กได้ขมวดคิ้วพิจารณาความพิลึกของมัน


          "พี่.." เสียงแหบๆของคนนอนขดอยู่นั้นเรียกความสนใจให้มาร์คที่กำลังเดินเข้ามาหา


          "ว่าไง ปวดท้องหรอ"


          "ไม่ใช่สักหน่อย!" คนตัวเล็กมองค้อนแทบจะทันทีที่มือปลาหมึกนั้นลูบไล้มาสำรวจยังผิวเนียนร้อนผ่าวใต้เนื้อผ้า


          "แล้วอะไร.." คนตัวสูงที่ล้มตัวนั่งข้างเตียงน้องเอ่ยถามอย่างไม่จริงจังมือละมาจับแก้มใส ทว่าใบหน้าหล่อยังคงทำราวกับครุ่นคิดที่เห็นคนงัวเงียจ้องเขาไม่กระพริบ ใบหน้าเนียนสวยแถมแก้มกลมๆนั่น ริมฝีปากอวบอิ่มที่มาร์คชอบมองและอยากจับจ้อง..


          "มอนิ่งคิสหรอ" 


          ไม่ใช่ประโยคคำถามทว่ามาร์คแค่บอกเล่ากับตัวเอง ปากหยักที่ขยับวาดประโยคเมื่อครู่ประกบลงกับความนุ่มนิ่มที่เล็งไว้ก่อนหน้าอย่างที่เจ้าของมันไม่ทันตั้งตัวเหมือนทุกวันพิเศษใส่ไข่ที่ว่าวันนี้ดูเหมือนว่าจะเร้าร้อนกว่าทุกวัน


          แบมบูตื่นเต็มตาก็ตอนนี้..


          ร่างกายคนตัวเล็กตัวไปแทบทุกส่วนโดยเฉพาะก้อนเนื้อที่เต้นราวกับกองชุดระรัวเร็วภายในอก ยิ่งความเฉอะแฉะที่ขบเม้มที่ริมฝีปากแบมบูก็แทบจะตายตรงนั้นให้ได้


          "อื้ออ"


          เสียงครางประท้วงเมื่อห้วงลมหายใจจะหมดลง มือไม้แสนไร้ประโยชน์ของแบมบูดันอกสามีออกให้เว้นระยะห่างกันแต่ก็แค่เสี้ยววิที่มาร์คยอมถอนจูบและเริ่มบทใหม่ทันทีก็บอกแล้วว่าวันนี้รู้สึกพิเศษใส่ไข่ยังไงไม่รู้


          บทจูบต้อนรับเข้าวันใหม่ดูจะไม่ได้อ่อนนุ่มเท่าที่ควร เมื่อร่างบางขนลุกซู่ไปทั่วกับสัมผัสร้อนๆจากมือใหญ่ที่สอดเข้าใต้ร่มผ้า


          แผ่นหลังอุ่นบางนั้นเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นไปอีกเท่าตัวเพียงแค่เป็นทางผ่านของมือใหญ่ให้ล้วงต่ำลงมากกว่านั้น..มายังจุดหวงแหนที่แบมบูไม่อยากจะเอ่ยถึง


          "อ้ะ!"


          สะดุ้งสุดตัวเมื่อความเจ็บจากการถูกบีบครั้นเนื้อมันจู่โจมเรียกความสนใจ คดีเก่าที่ยังบาดหมางยังไม่เลือนลางให้หายไป มาร์คต้วนกลับก่อคดีใหม่ขึ้นมาราวกับกลัวแบมบูจะไม่ได้เจ็บปวด


          "พี่มาร์ค.."


          เสียงขอร้องที่ดังแผ่วเมื่อมาร์คเริ่มลงรายละเอียดในการทำลายจิตใจแบมบูให้ลึกขึ้น ซอกคออุ่นร้อนที่ถูกลิ้นหนาลิ้มรสและดูดดึงอย่างมึนเมา สติมาร์คแทบเลือนหายพยายามหวังอยากครอบครองเรือนร่างของน้องที่นอนหายใจหอบเกือบเดือนกว่าแล้วมั้งที่มาร์คไม่ได้ทำมากกว่านี้..


          "แบมเจ็บ.."


          น้ำตาเล็ดออกจากหางตายามความเจ็บมันทักทาย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่นิ้วมือเรียวนั้นถูกสอดเข้าไป ขาเรียวของเจ้าของความเจ็บบิดเร้าระบายความเจ็บอย่างน่าเวทนา


          สติมาร์คคืนกลับทันที คนตัวหนาผละการกระทำแม้ในใจลึกจะนึกเสียดาย แต่แววตาและการกระทำที่แสดงออกดูจะห่วงใยความรู้สึกแบมบูเสียเหลือเกิน


          "คือ..ขอโทษ" 


          แบมบูเลี่ยงสบตาที่จ้องมองให้ตัวและใจร้อนลุ่มราวกับจะระเบิด ริมฝีปากที่ถูกเติมเต็มความชุ่มชื่นเม้มปิดไว้โดยเจ้าของมัน..แบมบูทั้งเขินและทั้งอาย 


          "ฉัน.."


          แต่แล้วเขาก็นึกได้..


          "มันเป็นสิ่งที่พี่ต้องทำนี่เนอะ"


          ดวงตาซึมน้ำของน้องไม่สบหน้าคู่สนทนา ตัดพ้อออกมาจากใจได้น่าสงสารที่สุด รอยยิ้มบางยกขึ้นเย้ยหยันในโชคชะตา


          "ไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องทำแต่คือสิ่งที่ฉันอยากทำ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด เดี๋ยวก่อน!" มาร์คต้วนดูกระวนกระวายที่เห็นสีหน้าไม่ดีของน้องจับมือเล็กมากุมไว้เชิงขอร้อง แต่ไหนแต่ไรไม่ใช่คนที่จะพูดดีอะไรนักแต่ทว่าตอนนี้มันกลับอยากที่จะเรียงคำพูดสวยๆให้น้องรู้สึกดีไปด้วย


          "แค่จะบอกว่าฉันอยากทำทุกอย่างกับนาย ไม่ใช่แบบที่คนอื่นต้องการ แต่..แต่เพราะว่าชอบ ไม่สิมันเลยคำนั้นมานานแล้ว" มาร์คเถียงคำตัวเองไปมาแต่แล้วความสนใจก็กลับมาอยู่ที่คนตัวเล็กอีกครั้ง


          "แบม.."


          เป็นอีกครั้งที่แบมบูไม่กล้าจ้องลึกลงนัยน์ตาคู่คมที่แสนลึกซึ้งนั่น เพียงเพราะสับสน แน่ล่ะแบมบูสับสนในดวงตาคู่คมที่จ้องเขาราวกับนึกเอ็นดูที่เห็นลูกตำลึงแดงปรากฏสองแก้มใสและยังคำพูดแปลกๆที่ไม่สมกับเป็นสามีอารมณ์ร้อนเสียเท่าไหร่นัก


          อย่า..อย่าใจเต้นแรงกับมุขเดิมๆเลยแบมบู


          "จริงๆฉันควรจะบอกนายตั้งนานแล้วว่าฉันน่ะรู้สึกยังไง.." มาร์คไล่มองทั่วใบหน้าหวานที่เริ่มขึ้นสีน่าเอ็นดู ก่อนจะหยุดอยู่ที่ดวงตาคู่สวย ความจริงของมาร์คกำลังจะพูดถูกออกมาและอยากให้น้องได้มองเห็นมันจากดวงตาที่เขาโกหกไม่ได้ว่ารู้สึกกับคนตรงหน้ามากแค่ไหน


          "ฉันระ.."


          "หยุด.." นิ้วชี้ของแบมบูจรดลงที่ริมฝีปากบางของสามีหยุดประโยคที่เขาไม่พร้อมฟัง คำลวงหลอกจากปากมาร์คที่แต่งแต้มขึ้นเพื่อฉุดรั้งเขาเอาไว้อย่ายอมที่จะนั่งฟังเหมือนคนโง่ต่อไปเลย แบมบูเอาแต่บอกตัวเองด้วยเหตุผลนี้


          "ฉัน.."มาร์คต้วนกำลังทวนหาเสียงตัวเองให้เจอ อีกนิดเดียวที่ความอึดอัดในใจของเขากำลังจะถูกปลดปล่อย..


          "ฉันขอโทษที่ทำให้ไม่ชอบใจ จะพยายามไม่ทำแบบนี้อีกนะ" แต่ตอนนี้มาร์คแคร์ความรู้สึกน้องมากกว่า


          ป..เปล่า เปล่าสักหน่อย


          ทั้งๆที่บอกใจว่าอย่าหลงระเริงไปกับสิ่งนั้นแต่แบมบูปฏิเสธข้อกล่าวหาในใจทันควานเพื่อไม่อยากให้มาร์คเสียใจ


          "วันนี้ฉันต้องไปทำงานแล้ว อยากไปร้านหน่อยมั้ยฉันจะไปส่ง" แบมบูพยักหน้ารับกับคำตัดบทของมาร์ค เอียงหน้าขึ้นรอรับรางวัลจบบทสนทนาอย่างเช่นทุกวันทว่าคนตัวสูงที่ลุกขึ้นยืนอยู่เหนือน้องกลับชะงักและเดินหันหลังเข้าห้องน้ำไปเสียเฉยๆ


          แม้รู้สึกว่าใจโดนข่วนให้เจ็บ แต่ทว่ายังไงการปล่อยเบลอไปแบบนี้คงจะดีกว่า 


          แบมบูที่ใจพังแบบกู้ไม่กลับเองก็ยังไม่พร้อมจะรบเร้ากับคำๆนั้นของมาร์คเหมือนกัน แผ่นหลังของสามีที่เดินห่างออกจากเขาแล้วกำลังถูกมองอย่างพินิจตอนเดินหันหลังให้แบมบูแบบนั้นหวังว่าสีหน้าของพี่มาร์คจะราบเรียบดังเดิม


          ไม่ได้แสดงออกว่าเสียใจอยู่ใช่ไหม?


          อย่าคิดไปเองสิแบมบู..พี่มาร์คคงไม่คิดอะไรที่เหมือนเราหรอก



#แบมบูพี่ไม่รัก



          "ลูกได้ทำหลานให้แม่รึยังมาร์ค.."


          คำพูดประโยคหนึ่งถ่ายทอดให้มาร์คต้วนที่กำลังปรุงอาหารรสอ่อนให้ภรรยาตัวน้อยอยู่ได้ยิน ประโยคทักทายจากคุณแม่ที่เดินมาชิมรสมือของลูกชายนั้นดูเหมือนจะไม่จริงจัง ทว่าดวงตาที่คล้ายคลึงกับมาร์คต้วนกำลังจดจ้องรอคำตอบ


          "น้องยังไม่พร้อม ผมไม่อยากบังคับ" 


          เสียงทุ้มราบเรียบพร้อมกับการปิดเตาปรุงอาหารนั่น ทุกเช้าอาหารที่น้องได้ลิ้มรสไม่ต้องแปลกใจหรอกที่มาร์คต้องตื่นขึ้นมาทำ แค่อะไรเล็กๆก็อยากทำให้เพื่อไถ่โทษ..


          "ไม่อยากบังคับหรือไม่อยากทำ ลูกไม่รักแม่หรอมาร์ค แม่อยากอุ้มหลานนะ" คุณหญิงต้วนพูดออกมาอย่างคนต้องการความหวังและพังสลายเธอรอแล้วรอเล่ากับหลานคนแรกของตระกูล อยากอุ้มชูและเลี้ยงดูก่อนที่จะ..


          "คุณแม่ครับ..อย่าพูดว่าผมไม่รักแม่" มาร์คหันมากอบกุมมือบางของผู้เป็นแม่จ้องสบแววตาที่ถอดแบบให้เขาเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกแสนคับใจในตอนนี้


          "คุณพ่อคุณแม่คือคนที่ไม่มีวันที่ผมจะไม่รักและเทิดทูน แต่ชีวิตของผมให้ผมเลือกเองสักครั้งนะครับ"


          "มาร์คหมายความว่ามาร์คไม่รักน้องแบมหรอ" คุณหญิงต้วนทำสีหน้าครุ่นคิดอย่างตกใจ ส่งคำถามใส่ลูกชายเสียงดังประโยคสนทนาที่คุยกันสองคนทว่ายังเผื่อแผ่มาให้แบมบูที่บังเอิญเดินผ่านราวกับจงใจ 


          "ไม่ครับ.."


          มาร์คต้วนส่ายหน้าปฏิเสธข้อกล่าวหานั้น มาร์ครู้ดีว่าแม่รับรู้ความรู้สึกเขามากกว่าเจ้าตัวเสียอีก แต่แบมบูแค่ไม่รู้ว่านั้นคือการปฏิเสธในรูปแบบไหน เขาเข้าใจแค่ว่า..พี่มาร์คไม่เคยรักและก็ไม่ได้รักแบมบูด้วย..



-55%-



          "ถ้ากับแบมบูมันยากนักลองดูกับคนอื่นสิมาร์ค แม่อนุญาต"


          ดวงตาคมสวยของคุณหญิงต้วนที่ถอดแบบให้มาร์คไม่ได้ใคร่จะมองเห็นสะใภ้ตัวน้อยที่กำลงตกกระป๋องในเร็ววัน เธอจดจ้องลูกชายหัวแหวนด้วยความจริงจังในรูปประโยคอยากจะฟังความมั่นใจจากปากลูกอีกสักครั้งโดยการหยั่งเชิง


          "ทำไมคุณแม่ครับ.."


          "ไหนๆลูกก็ไม่ได้รักน้องอยู่แล้วหนิ ก็ถือปล่อยเขาเป็นอิสระแค่นั้นเอง" คุณหญิงจี้จุดให้เจ้าของความอ้ำอึ้งรับรู้ 


          ยิ่งทั้งมาร์คต้วนและแบมบูพูดยากแถมยังทำตัวดื้อรั้นราวกับเด็กๆปากหนักใจหนักกันอยู่แบบนี้หนทางในการใช้ชีวิตคู่ที่สงบสุขมันจะมีได้อย่างไร แค่นี้มันก็เป็นสาเหตุที่เพียงพอแล้วเท่านั้นแหละ..ไม้แข็งและไม้ตายสุดท้ายสำหรับคุณหญิงต้วนน่ะ


          สำหรับแบมบูการที่มาร์คไม่ได้ปฏิเสธนั้นใจเขาก็เจ็บจวนจะขาดให้ได้


          "ถ้าน้องบอกว่าอยากหย่าลูกก็ไปหย่าให้เขาเถอะ"


          "ผมจะทำ.."


          ...จบแล้วทุกอย่างมันจบแล้ว แบมบูจะเป็นอิสระแล้วอย่าร้องไห้เลย อย่าร้องไห้เลยนะแบมบู..


          "ฮึกก.."


          เหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกให้แบมบูอยู่ทนรับรู้เรื่องราวแต่เพียงเท่านี้ คนตัวเล็กที่ตัวสั่นราวกับลูกนกตกน้ำก้าวขาเรียวให้พ้นจากที่ตรงนี้โดยเร็วเขาไม่ได้อยู่ฟังคำตอบที่หนักแน่นจากปากหยักของสามีใจร้าย


          "ผมจะทำแบบนั้นทำไมครับ ถ้าไม่มีน้องอยู่คุณแม่ก็รู้ว่าผมอยู่..ไม่ได้ อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลยครับ ให้ทุกอย่างมันค่อยเป็นค่อยไปตามเวลาของมันเถอะนะครับ ผมสงสารน้อง.." มาร์คร่ายยาวอย่างที่ใจคิดยกถาดอาหารที่จัดด้วยตัวเองไปพลางๆหวังจะยกขึ้นไปให้ภรรยาตัวเล็ก


          "ก็เป็นกันแบบนี้ไง ยังจะหวังให้แม่ได้อุ้มหลานอีกหรอ" คุณหญิงต้วนบ่นอ้อมแอ้มโดยที่มีมาร์คยืนยิ้มให้คุณแม่ที่แสนขี้งอนนิดน้อย จะว่าไปคุณแม่ของเขาก็ดูจะคล้ายแบมบูบางเวลา ส่วนตัวมาร์คเองก็คงจะคล้ายคุณพ่อที่ชอบปราบคนขี้ดื้อแบบคุณแม่จะว่าไปแล้วมาร์คคงไม่ได้ครึ่งคุณพ่อหรอก..เพราะพ่อไม่เคยทำร้ายจิตใจคุณแม่ด้วยซ้ำ



          แบมบูเองก็คิดแบบนั้นทั้งๆที่หน้าตาคล้ายคลึงกันราวกับถูกจับวาง ทว่าพ่อสามียังมีความนึกคิดจิตใจเป็นคนมากกว่าอีก


          "อ้าว ลูกแบมร้องไห้ทำไม เป็นอะไรคนเก่ง"


          คุณพ่อสาทีที่เดินสวนทางกับสะใภ้ตัวน้อยหยุดถามเมื่อเห็นคนตัวเล็กในรอบหลายวันทั้งทีก็เห็นแบบฉบับที่น้ำตาเปรอะหน้าเสียแล้ว


          "ค..คุณพ่อ"


          ใบหน้าน่ารักง้ำงอบ่งบอกว่ามีเรื่องให้ช้ำใจ แต่เล็กแต่น้อยแบมบูมักเป็นลูกรักของคนตระกูลต้วน จอมโมโหและขี้รังแกคงไม่พ้นมาร์คต้วน ส่วนจอมโอ๋เด็กน้อยก็คือคนร่างท้วมที่โผล่เข้ากอดตอนนี้


          "พี่มาร์คแกล้งหรอลูก"


          คำถามเดียวแบบที่ไม่ต้องหาสาเหตุมันจะมีสักกี่เรื่องที่ทำให้น้ำตาเด็กหนุ่มคนนี้ล่วงออกจากตา แต่ว่าแบมบูกลับส่ายหน้าปฏิเสธ คนตัวเล็กผละออกมามองหน้าพ่อสามีที่เทิดทูน


          "เจ็บมากหรอเด็กดี.."


          ทว่าคำถามนี้กลับทำเอาแบมบูพยักหน้าทั้งน้ำตาระรัว


          "พ่ออยู่นี้แล้ว..กอดพ่อเถอะนะ" รอยยิ้มอบอุ่นของคุณพ่อสามีเป็นรอยยิ้มและอ้อมกอดเดียวที่แบมบูสามารถกอดได้อย่างสนิทใจ อ้อมกอดที่โผลเข้ากอดจนแน่นราวกับกลัวว่าความอบอุ่นนี้จะจางหาย แบมบูไม่มีญาติที่ไหนตั้งแต่ที่พ่อเอาเขามาทิ้งไว้ แน่นอนว่าตระกูลต้วนเป็นครอบครัวและที่พึ่งพาสุดท้ายสำหรับเขา แต่ตอนนี้เหมือนจะไม่มีอีกแล้ว 


          เขากลัว..แบมบูก็เป็นเสียแบบนี้เขาเป็นคนขี้กลัว..กลัวว่าทุกอย่างจะคิดขึ้นมาเอง..เหมือนเรื่องของสามี เรื่องของครอบครัวสุขสรรทุกอย่างกำลังจะหายไปจากเขา สุดท้ายเขาจะไม่เหลืออะไรเลยหรอ..


          "คุณพ่อรักแบมรึเปล่าครับ" คำถามเหมือนเด็กๆเอ่ยออกมาเพื่อหวังหาความสบายใจมาคำตอบของพ่อสามีที่ยืนยันว่ารัก..รักแบมบูเท่ากับที่รักมาร์ค


          "แต่แบม..แบมไม่สมควรได้รับความรักเลย" เพราะเขาเผลอนึกน้อยใจที่ไม่มีใครรักเขามากกว่านั้นเลย ทำไมถึงไม่รักเขามากกว่าพี่มาร์คกันนะ


          "ทำไมล่ะแบมเป็นเด็กดี ลูกควรเป็นคนที่ได้รับความรักดีๆจากพ่อ" ..แล้วก็มีแค่คุณพ่อคนเดียวสินะ..


          "แบมไม่ใช่เด็กดี.." และก็อยากจะเป็นอีกต่อไป การที่เป็นเด็กดีทำให้เขาต้องเจ็บปวด คนที่ทำร้ายให้เขาเจ็บช้ำทำไมยังสุข? แบมบูคิดว่าเขาจะมีความสุขได้ถ้าเป็นเหมือนคนพวกนั้น แค่ลองเป็นคนใจร้ายสักครั้งดู


          "ถ้าคิดมากเพราะเรื่องพี่มาร์ค พ่อขอโทษแทนพี่เขาด้วยนะลูก มาร์คไม่ได้เป็นคนใจร้ายแต่เขาแค่แสดงออกไม่เป็น ปากแข็งที่หนึ่งลูกก็รู้ดีไม่ใช่หรอ อย่าถือสามันเลยนะลูก.."


          แบมบูส่ายหน้าพรืดและยกยิ้มบางเบา ไม่เคยถือสาเรื่องเล็กน้อยพรรคนั้นหรอก แววตาอ้อนวอนของพ่อสามีที่ส่งคำขอร้องมาเต็มแววตานั้นต่างหาก แบมบูเสียใจทุกครั้งที่คิดว่าจะไม่ได้ทำตามคำขอนั้น


          "ช่วยอยู่กับลูกพ่อนานๆนะแบมลูก"


          ไม่ต่างอะไรที่คล้องโซ่เส้นใหญ่ไว้ที่ขาตรึงมันไว้ไม่ให้เขาโบยบินไปไหนไม่ใช่หรอ คำถามสั่นๆผุดในใจจนปวดหนึบ แบมบูน่ะมีหัวใจในสายตาทุกคนรึเปล่า? ไม่สิ..แบมบูน่ะมีชีวิตในสายตาของคนที่เรียกเขาว่าครอบครัวจริงๆใช่ไหม?


          พอกันได้แล้วนะ...



#Never'bamboo 



          "นายแบบคนใหม่น่ะเราหาได้แล้วนะแบม จริงๆเขาก็ดีลงานไปเกือบหมดแล้วระหว่างที่แบมไปฮันนีมูนหวานชื่นกับไอ้คุณสามีอ่ะนะ" ยูยู่ว่าอย่างนึกหมั่นไส้ทริปฮันนีมูลเกือบเดือนกว่าๆที่แบมบูแต่งขึ้นมาบังหน้าเพื่อความสบายใจของเพื่อน เขาไม่ได้บอกว่าหยุดพักฟื้นเพราะเจ็บป่วยตรงไหน


          "หรอ ตื่นเต้นรอแล้วเนี่ย"


          "ถ้าแบมรู้ต้องดีใจมากแน่เลย เชื่อมั้ยตอนที่เราติดต่อไปดูเขาก็ดีใจเหมือนกันนะแบม" ยูยู่พูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นเขย่าแขนน้อยของเพื่อนไปพลางๆ จนแบมบูต้องละออกจากงานที่ทำตรงหน้าหันเก้าอี้มาจ้องมองเพื่อนอย่างคาดหวังในคำตอบ


          "อยากรู้ใช่ป่ะ" 


          ทันทีที่หัวกลมพยักขึ้นลงอย่างใคร่รู้ รอยยิ้มน้อยๆก็ผุดออกมาจากปากของยูยู่ ก่อนจะลีลามากความคางเรียวของแบมบูก็ถูกจับไปตามทิศทางโดยเพื่อนรักก่อน


          "คนนั้นน่ะ หันไปดูเอง" นายแบบคนใหม่ที่แบมบูมองเห็นกำลังเปิดประตูและเดินฉับๆเข้ามาในห้องทำงาน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยที่มองเห็นร่างสูงโปร่งของคนคุ้นตา


          "พ..พี่มาร์ค"


          "ไม่ใช่คนนี้ คนข้างหลังโว้ย" เสียงยูยู่โวยวายที่แบมบูเอาแต่มองเห็นสามีขี้เก๊กในชุดสูทสีทึบ ใบหน้าตึงๆบ่งบอกได้ง่ายๆว่าคงอารมณ์ไม่ดี..สาเหตุก็พอรู้อยู่


          "นั่นคุณแดน ยิ้มแฉ่งให้แกอยู่ไง"


          "อ..อ่อ คุณแดนหรอ"


          "ใช่สิ"


          "ล..แล้วคนข้างหน้ามาทำไมกัน" ยังไม่ทันที่ยูยู่จะได้ตอบคำถามที่ไม่รู้เช่นเดียวกันว่ามาร์คต้วนโผล่หน้ามาทำไมที่นี่ บุคคลทั้งสองที่มองเห็นก็มาหยุดอยู่หน้าเจ้าของร้านตัวเล็กแล้ว


          "เขาไม่ได้ให้คนนอกเข้า อ่านป้ายหน้าประตูไม่ออกหรอครับ"


          "ขอโทษนะครับ ผมสามีคุณแบมบูคนที่ทุ่มเงินเนรมิตร้านที่คุณเหยียบอยู่ตรงนี้ ผมเป็นคนนอกหรอครับคุณเพื่อนภรรยา" มาร์คต้วนเล่นบทจอมยียวนแสนสุภาพ แม้นัยน์ตาจะประกายเดือดปุทุกครั้งที่จ้องมองแต่แบมบูก็ตาม


          "ถามเพื่อนคุณดูสิครับว่าผมคนในเข้าได้ลึกแค่ไหน สุดๆเลยใช่ไหมคุณภรรยา"


          "หยุด.." แบมบูส่งเสียงแผ่วทั้งที่ไม่ได้มองหน้าคนพูดจาชวนทะลึ่งใส่ จับแผ่นหลังเพื่อนรักไม่ให้หลงหลุมพลางปีศาจ


          "เหอะ!"


          ยูยู่ส่ายหน้ากับคำเราะร้ายของสามีเพื่อนก่อนจะเดินละความสนใจไปให้กับนายแบบสุดหล่อที่หอบหิ้วขนมมาเต็มไม้เต็มมือแทน


          "ฉันบอกว่าจะมาส่งไม่ใช่หรอ" มาร์คเปิดประโยคสนทนาที่ค่อนข้างหน้าอึดอัดสำหรับแบมบู จริงๆแล้วจะพูดให้ถูกคือการพูดกับมาร์คเป็นสิ่งที่น่าอึดอัดมากกว่า


          "คุณพ่อจะออกมาพอดีแบมเลยติดรถมา ไม่อยากรบกวน" แบมบูว่าเสียงเรียบแต่ตาไม่ได้จ้องมองที่มาร์ค ตัดบทสนทนานั้นโดยการเริ่มต้นทักทายนายแบบคนใหม่


          "สวัสดีครับคุณแดนเป็นเกียรติและยินดีมากนะครับที่ได้ร่วมงาน" 


          "ครับ สวัสดีครับคุณแบมบู.."


          มือเรียวสวยที่ยื่นออกมาจับมือเป็นเกียรติ พอเลื่อนสัมผัสความนุ่มนั้นทำเอาคุณพรีเซ็นเตอร์หนุ่มหล่อเผยยิ้มเขินอายไม่น้อย ทว่าไม่นานเสียงกระแอมไอของคนที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับก็จำให้ช่วงเวลาแสนน่าจดจำนั้นจบลง


          "พอแล้วมั้ง ผัวเขาก็ยืนอยู่นี่ไม่เห็นหรอครับ" มาร์คต้วนเอ่ยขัดเบาๆจนคนในห้องสะดุ้งกันเป็นแถบมีก็แต่ยูยู่ที่ยืนดูละครสั้นอย่างชอบใจ


          ก็นานๆทีจะเห็นไอ้อาการหึงหวงเพื่อนเขาออกมาบ้าง นึกว่าจะเป็นหินตายด้านเหมือนแบมบูว่าไว้เสียอีก


          "เห็นครับตัวคุณก็ไม่ได้น้อยๆ"..เหอะ! มันจะด่าว่าเขาเป็นควายละสิ..


          "เห็นแล้วก็ช่วยเกรงใจที่จะมายืนจับมือถือแขนเมียผมด้วย"


          "เขาเรียกว่าทักทายนี่ครับคุณมาร์คต้วน"


          "แต่ผมถือนี่ครับคุณแดนเนียล เมียทั้งคนนี่เนอะ" มาร์คเผยยิ้มร้ายทันทีที่พูดประโยคนั้นจบ ดูแค่นี้ทำไมจะไม่ออกว่าหมอนี่มันชอบเมียเขา!


          "เมียน่ารักขนาดนี้ก็หวงเป็นธรรมดา.."


          คำต่อปากเป็นวรรคๆราวกับตอบแข่งขันชิงปัญหาระดับโลกนั้นทำเอาแบมบูถอนหายใจอ่อนแต่ก้นลึกของใจมันยังเต้นตุ่มต่อมไม่ถูกเวลา แทบได้ยินเสียงไฟฟ้าสถิตเปรี้ยๆออกมาจากสายตาของสองคนที่ต่างไม่ยอมกันและทำทีจะเปิดศึกอีกรอบ


          "เอ่อ..คุณแดนครับ เราเข้าเรื่องงานดีกว่าเนอะ"


          "แต่เรายังคุยกันไม่จบนะแบมบู" มาร์คต้วนพูดแทรกและปรายตามองตามทิศทางที่น้องมองอย่างไม่พอใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็พยายามจะทำเป็นไม่เห็นสายตาระริกระรี้ของศิลปินหนุ่มที่เมียเขาทักทายละกัน


          "คุยจบแล้วนะครับ..พี่ไปทำงานเถอะ แบมจะได้คุยงานต่อ"


          "คุยกับมันนั่นหรอ"


          "ให้เกียรติเขาหน่อยครับเขาเป็นนายแบบของห้องเสื้อแบมนะ" แบมบูขมวดคิ้วไม่พอใจที่สามีอารมณ์ร้ายเริ่มแผงฤทธิ์อีกหน ละสายตาไปก้มโค้งขอโทษขอโพยที่คนเสียมารยาทลามปรามคนนั้นนี้ไปเรื่อย


          "แบมไม่มีอะไรจะคุยกับพี่แล้ว กลับไปได้แล้ว" คำพูดแสนเย็นชาจากปากน้องทั้งที่ตอนตื่นนอนเรายังคลอเคลียกันราวกับหนังคนละม้วน 


          "ไม่อยากจะแทรกนะ แต่คนเขาไม่อยากคุยก็กลับไปทำการทำงาน.." ยูยู่พูดแทรกขึ้นมานั่นทำมาร์คนึกฉุนเพื่อนตัวสูงของน้องมากกว่าเก่า


          "ฉันไม่ได้คุยกับนาย อย่าทำตัวไร้มารยาท"


          "พี่นั่นแหละทำตัวไร้มารยาท.." 


.....


          หลังจากจบประโยคนั้นทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ แบมบูที่ใจกล้าบ้าบิ่นหักหน้าสามีด้วยการพลั้งปากออกไปแบบไม่คิด ความรู้สึกผิดเกาะกินใจทีหลังก็ต่อเมื่อสบตากับสามีตรงๆ


          เสียใจหรอ..ไม่หรอกมั้ง อีกเดี๋ยวตั้งสติได้ก็คงโวยวายเหมือนที่ชอบทำ


          "คุณพ่อบอกว่านายร้องไห้..ฉันแค่เป็นห่วง" ผิดคาดที่มาร์คว่าเสียงเบาหวิวจนแบมบูรู้สึกผิดเต็มๆ แต่ช่างเถอะ!


          "ยูพาคุณแดนไปดีลงานห้องข้างๆก่อนนะเสร็จแล้วเราจะตามไป ขอโทษอีกครั้งด้วยนะครับคุณแดน"


          "ไม่เป็นไรครับ เอ่อ..คุณมาร์คช่วยคุยกับคุณแบมบูดีๆด้วยนะครับ"


          "เสือกน่า.."


          "พี่มาร์ค!"แบมบูเอ็ดสามีที่อยู่ๆก็โมโหร้ายขึ้นมาอย่างไม่สมควรคำหยาบที่พูดกับคนที่เพิ่งเจอกันไม่กี่ครั้ง ไม่ใช่แค่คุณแดนหรอกต่อให้สามีเขาไปพูดอย่างนี้ให้ใครมันก็ไม่สมควร


          "หาดีสุดได้เท่านี้หรอ? ไปเปลี่ยนนายแบบส่ะแบมบู"


          มาร์คต้วนพูดขึ้นหลังจากทั้งห้องตกอยู่กันแค่สองคน ไอ้คำพูดยียวนของศิลปินหนุ่มคนนั้น ไหนจะรอยยิ้มเยาะเย้ยของมันที่ผุดขึ้นยามแบมบูเอ่ยปากตำหนิเขา เหอะ! ดูรู้เลยว่าไม่ได้มาเล่นๆ


          "พี่อย่าเอาเรื่องงานแบมมาเกี่ยว มีอะไรก็พูดมาให้จบแล้วก็กลับไปได้แล้ว" แบมบูเอ่ยรวดเดียวกับคำพูดแปลกใหม่ที่เขาไม่ค่อยได้ใช้นัก ความเย็นชาแผ่ออกมาทุกคำที่ปากอิ่มขยับวาดมาร์คมองมันอย่างพินิจ


          "ขยันไล่จังนะ นายโกรธฉันเรื่องอะไร..บอกมาสิแบม" มาร์คเอื้อมมือมากอบกุมมือน้อย น้ำเย็นที่ใช้ลูบหน้าชวนใจเต้นนั้นมันคงจะดีกว่าในตอนที่แบมบูไม่ทันได้ยินบทสนทนาของพี่มาร์คกับคุณแม่ แบมบูบิดข้อมือจากการกอบกุมมาร์คและแน่นอนว่าดวงตาคมกริบนั้นเขาไม่ได้จ้องมองให้ใจเจ็บเล่น


          "นายร้องไห้ทำไม โกรธเรื่องที่ฉันจูบนายหรอ..ฉันจูบแรงไปหรอ หรือโกรธที่ฉันทำมากกว่านั้นหรอ" มาร์คยังคงจ่อถามไม่หยุดหย่อนเสียงทุ้มของมาร์คทำให้แบมบูนึกถึงบทสนทนาเมื่อเช้าทุกที ถ้าตอนนั้นเขาไม่ได้ยินทุกอย่างมันคงจะดีกว่านี้..เขาคงจะดีใจมากที่พี่มาร์คทำเหมือนใส่ใจกันมากมายขนาดนี้ มืออบอุ่นที่พยายามจะกุมมือเขาทุกครั้งถ้าแบมบูไม่ได้ยิน..เขาคงเชื่อไปแล้ว


          ..หยุดหลอกแบมบูสักที ขอร้อง..


          "หยุดพูดได้รึยัง กลับไปทำงานของพี่ได้แล้ว"


          "นายไม่เคยเป็นแบบนี้.."


          "แล้วไง! ผมต้องยอมพี่อย่างที่ผ่านมาหรอ ทำไปเพื่ออะไร ทำไปทำไม เหอะ! ออกไปให้พ้น"


          คำพูดเราะร้ายที่ไม่ได้ออกมาจากปากมาร์คแต่เป็นเด็กน้อยที่เคยน้อบน้อมสามีคนนี้ ตอนนี้อารมณ์โกรธนั้นสุมเต็มอกคนตัวเล็กมาร์ครู้ดีแต่ต้นสายปลายเหตุมาจากไหนอันนี้ไม่รู้จริงๆ


          "ฉันรู้ว่านายโกรธฉันขอโทษ แต่อย่าแทนตัวเองแบบนั้นฉันไม่ชอบ" ดูเหมือนว่ามาร์คต้วนจะโฟกัสผิดจุดแต่สรรพนามที่เปลี่ยนไป มันดูจะทำให้เราห่างเหินกันเกินไป มาร์คต้วนขอแก้ที่ตรงนี้ก่อน


          "อย่าเงียบสิ มีอะไรก็พูดมา ไม่พอใจฉันตรงไหนงั้นหรอ ฉันจะได้ไม่ทำอีกไง" มาร์คยอมให้แต่โดยดี เพราะไม่รู้เลยว่าเรื่องเกิดที่ไหน ก่อนจะออกจากห้องนอนแบมบูยังปกติดีทุกอย่าง


          "ฉันขอโทษนะ.."


          "พี่กลับไป! บ..บอกให้กลับไปก่อนไง" แม้คำขับไล่จะแข็งกร้าวทว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมาดูสั่นไหวบ่งบอกระดับความอ่อนแอให้รู้ได้ง่ายๆ แค่เสียงของมาร์คที่ดูห่วงใยแต่เพราะมันมาจากการลวงหลอก..


          จะให้แบมบูทนอยู่เฉยได้ยังไง ยิ่งใจเต้นแรงมากเท่าไหร่นั่นก็เท่ากับว่ามันยิ่งจะเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น


          มาร์คต้วนมองร่างภรรยาเด็กที่ถดถอยตัวให้ห่างจากเขา ยังไม่ทันที่จะได้ไขข้อข้องใจแรงสั่นสะเทือนจากกระเป๋าคนตัวสูงก็แทรกให้จำต้องรับมันเสียก่อน


          "ที่ไหน มาร์คจะไปเดี๋ยวนี้ ใจเย็นๆก่อนนะเบล"


          คำไม่กี่ประโยคที่เผลอได้ยินเรียกความสนใจของน้องทั้งหมด มาร์คต้วนดูร้อนรนในตอนที่สายถูกตัดไปและเก็บเครื่องมือสื่อสารนั้นลงที่เดิม คนตัวสูงเสยผมลวกๆจ้องมองมาที่คนตัวบางและถอนหายใจอ่อน


          "ฉัน.."


          "จะไปไหนก็ไป"


          "ก็ได้ เจอกันตอนเย็น.."


          เสียงทุ้มจบบทสนทนาที่ยืดเยื้อลงดื้อๆ แบมบูไม่ได้ขานรับซ้ำยังหันหน้าหนีไปอีกทาง พอเขาจะทำตามที่บอกแบมบูกลับยิ่งน้อยเนื้อต่ำใจ..เป็นบ้าอะไรอีกกันพี่มาร์คไปก็ดีแล้ว แบมบูไม่อยากเห็นหน้า


          "รอนะ.."


          "อ้ะ!"


          แก้มกลมถูกโอบด้วยมือแกร่งทั้งสองข้างกันคนหน้างอขัดขืนก่อนจะฝังจมูกโด่งลงสัมผัสต็มๆกับความหอมอ่อนๆของผิวเนื้อใส


          "พ.."


          แบมบูปิดปากไว้ในตอนที่มาร์คต้วนออกไปแล้ว ทิ้งไว้แต่ความรู้สึกว่างเปล่าให้คนที่มองตามจนลับสายตา ปลายสายที่โทรเข้ายังไงก็สำคัญกว่าแบมบูเสมอ มันก็ดีแล้ว สำเหนียกตัวเองได้แล้วแบมบู




          "โอเคป่ะแบม หน้าซีดๆนะ"


          เสียงคุ้นเคยของเพื่อนดังขึ้นมาตามหลังคนตัวเล็กที่ยืนล้างหน้าอยู่หน้ากระจก


          "ไหวๆ แค่เวียนหัวนิดหน่อย" แบมบูยิ้มรับพร้อมมือหยิบกระดาษเช็ดหน้าจากความหวังดีของเพื่อนมาซับหน้าไปพลางๆ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเย็นพอสมควรหลังจากที่ห่างหายจากการลงมือทำงานไปนานวันนี้ทั้งวันแบมบูก็เอาแต่ทำตัวให้หัวปั่นกับงานอันเป็นที่รักอย่างเดียว ส่วนยูยู่ทั้งวันนี้ก็สบายตัวแทนเพื่อนรักไปแล้ว


          "ไม่ไหวก็บอกนะเห็นเหมือนจะเป็นลมหลายรอบล่ะ ข้าวปลาก็ไม่แตะ นี่ถ้าพี่ชาอยู่หูแบมได้ฉีกพอดีอุ้มชูแบมราวกับลูกในไส้ เว่อวังขนาด!" ยูยู่เอ่ยถึงพี่ชายจอมโวยวายที่หนีหอบเสื้อผ้าไปฮันนีมูลของจริงที่ยุโรปกับแจ็คสันอย่างลับๆได้อาทิตย์กว่าแล้ว


          "วาสนาคนเรานี่นะแบม.."


          "อะไรของยู"


          "แกมันก็น่ารักปกติดีนี่นะ หน้าตาก็ดูสดใสดี แต่ว่านะ.."สีหน้าใคร่สงสัยของเพื่อนแทนที่จะเป็นแบมบูนั่นทำให้คนตัวเล็กที่เฝ้ารอคำตอบของคำถามก่อนหน้าชักสีหน้าใส่


          "ทำไมดูเหมือนจะหย่ากับไอ้คุณมาร์คขึ้นมาดื้อๆอ่ะ"


          "!!!"


          แบมบูชะงัก ควานหาเสียงที่เหมือนจะหายไปชั่วขณะมาตอบคำถามให้ดูปกติดังเดิม


          "เราก็ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นสักหน่อย แต่ว่าถ้าเห็นเพื่อนเชียร์ดีนักล่ะก็.." แบมบูทำทียิ้มขบขันกับคำที่ยูยู่เก็บมาใส่ใจจนทำให้เขาดันเผลอคิดมากไปด้วย


          "อะไรอ่ะ! ถึงเราไม่ชอบคุณมาร์คแต่ก็อยากให้เพื่อนมีความสุขนะ อะไรที่แบมรักเราก็ไม่ขัดหรอกแค่ไม่ชอบที่คุณมาร์คขี้เก๊กแถมยังดุแบมราวกับพ่ออีก น่ากลัวจะตายคนอะไรก็ไม่รู้"


          เสียงหัวเราะน้อยๆดังมาจากคนตัวเล็กเป็นเสียงแรกของวันที่เพื่อนเล่าความจริงออกจากปากแต่แล้วก็ต้องหยุดลงเพราะประโยคถัดมา..


          "เอ~ จะว่าไปแล้วช่วงนี้แบมดูซีดๆนะ หรือว่าไปทริปฮันนีมูลมารอบนี้ น้ำเชื้อไอ้คุณมาร์คมันสัมฤทธิ์ผลล่ะหรอ แบมท้องหรือเปล่าเนี่ย" 


!!!


          ถึงจะไม่ชอบมาร์คต้วนอย่างไรทว่าในใจลึกๆยูยู่ก็ยินดีปรีดากับความกิ่งทองใบหยกของทั้งคู่อยู่หรอกนะ


          "เห้ย! ใช่หรอแบม ท้องจริงๆหรอ" จู่ๆความเงียบที่ปกคลุมเพื่อนตัวเล็กนั้นทำเอายูยู่ตาลุกโตเพราะคิดว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้อง แต่ทว่ายังดีใจไม่ทันสุดรอยยิ้มของยูยู่ก็หุบลงเพราะน้ำเสียงแผ่วเบาคละความเศร้าที่ดังออกมาจากปากอวบอิ่มนั่น


          "ไม่ใช่หรอกยู เราไม่ได้ท้อง.." เหมือนเป็นการตอกย้ำแผลในใจที่ยังสดใหม่ หลายวันที่คลุกคลีอยู่กับสามีทุกครั้งที่พี่มาร์คทำดีด้วยดูเหมือนจะทำให้เขาลืมเรื่องลูกไปเสียสนิท แต่ตอนนี้เขาดันเก็บมาคิดอีกหนหนึ่ง


          "อ่าว อย่าทำหน้าเศร้าอย่างนั้นสิแบม อยากมีลูกหรอเรา หื้มหน้าเศร้าเชียว"


          "อยากมีสิ.." แบมบูตอบคำถามนั้นโดยที่ไม่ได้มองหน้าคนถาม ในใจเขาว่างเปล่าพอๆกับสมองและดวงตาที่เคลือบใสด้วยน้ำตา สองมือเรียวยกขึ้นลูบที่ท้องอย่างแผ่วเบาการกระทำที่เห็นทำเอายูยู่รู้สึกผิดกับความปากไวของตัวเองไปด้วย


          "แต่เขาคงไม่ได้เกิดมาแล้วล่ะ ก็พ่อเขาไม่ได้รักแบมนี่เนอะ.." และก็เลยไม่รักลูกของแบมบูด้วยเท่านั้นเอง แบมบูเข้าใจแล้วเข้าใจเหตุผลนั่นแล้ว


          แบมบูบอกเพื่อนด้วยเสียงที่เบาลงจนแทบไม่ได้ยิน ดวงตาเอ่อน้ำเหม่อมองไปทางอื่นที่ไม่อยากให้เพื่อนต้องรับละอองความเศร้าหมองจากเขาไปด้วย แบมบูฉีกยิ้ม..ยิ้มที่ปนความเศร้าจนคนมองอย่างยูยู่สลดในใจ


          เป็นรอยยิ้มที่น่าเวทนาและน่าโผลเข้ากอดปลอบจากคนที่ภายนอกดูสดใสราวกับแสงอาทิตย์ นัยน์ตาเอ่อน้ำไม่ได้ยกยิ้มอย่างที่ปากวาด ความเศร้าหมองที่ไม่ได้สบตาเต็มๆก็รับรู้ได้


          "ขอโทษนะแบมที่พูดอะไรไม่คิด เรามันปากไม่ดีเอง อย่าใส่ใจเลยนะแบมนะ"


          "ไม่หรอก..เราต่างหากที่ต้องขอบคุณ" แบมบูปาดน้ำตาลวกๆและปั้นยิ้มสดใสใส่อีกครั้ง



          "..ขอบคุณนะที่ทำให้เราคิดได้ ^^"



 

#แบมบูพี่ไม่รัก

- 100% -



หึ! ลูกชั้นคิดได้แล้วจร้ะ

คุณมาร์คตายแน่!!!


ตอนหน้าก็ซื้อหมอนไว้รอนะคะ 

ไม่ได้เอาไว้จิกนะคะเอาไว้ฟาดพระเอก


ห้ะ!ไม่เชื่อหรอคะ??

รออ่านเอานะคะ55555



คอมเม้นสิจ้ะ เดี๋ยวจับฟาดด้วยโซ่แซ่!

อิชั้นต้องการกำลังใจของทุกท่าน

ขอบคุณที่สละเวลาอันมีค่ามาอ่านน้า จุ้บ♥♥





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.116K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,167 ความคิดเห็น

  1. #3113 Khampoohnaka (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2563 / 00:01
    กำลังเครียดเจอตาโตน้องตกใจหมดเลย
    #3,113
    0
  2. #2749 oni (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 06:41

    ปวดหัวเครียดแทนทั้งคู่ โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยเบาๆหน่อยเถอะ

    #2,749
    0
  3. #2697 NawapornSooksri (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 23:21
    เครียดทุกครั้งที่อ่านเรื่องนี้บอกเลย
    #2,697
    0
  4. #2586 BamBear_BB (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 01:59
    น้ำตาพรากทุกตอนเลยค่ะ ฮืออ
    #2,586
    0
  5. #2584 MBKY;LH (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 13:52
    สงสารแบมบูมาก ๆ
    #2,584
    0
  6. #2574 YanisaCH (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 22:38
    ฮืออออออ
    #2,574
    0
  7. #2518 WichudaTangmo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 18:52
    มาต่อเร็วๆน้า ค้างคาหื้ออออออ เอาคืนมาร์คต้วนให้เจ็บแสบ แต่อย่าม่านะ ฮ่าาา
    #2,518
    0
  8. #2517 น้อนไข่หวาน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 18:01
    หย่าๆไปเลยลูก
    #2,517
    0
  9. #2516 แมร์โรล (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 16:47
    มั่นใจตอนหน้าฟาดพี่มาร์คแน่ ฟาดเบลพร้อม รำคาญเบลมาก แบมบูหย่าเลย เอาให้สำนึกไม่ทันเลย
    #2,516
    0
  10. #2515 EARNZIIEARN (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 12:57
    รอต่อลุ้นๆๆๆ
    #2,515
    0
  11. #2514 yuuichigo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 12:34
    น้องแบมบูเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วอ่าาาา มาร์คอย่าอ่อนได้ป่ะ ไม่เข้าใจอะไรน้องเลยหรออ
    #2,514
    0
  12. #2513 Kibibiza (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 12:17
    เมื่อไหร่จะเลิกดราม่า เราเสียงน้ำตาเยอะแล้วนะ
    #2,513
    0
  13. #2512 pppppppp2003 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 09:27
    อยากอ่านเเเล้ว ชอบมากเรื่องนี้สู้ๆนะคะไรท์
    #2,512
    0
  14. #2511 Minniehoney (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 09:25
    รอค่าาา ทีมหย่าเลยแล้วไปหาแดเนียลแทนน
    #2,511
    0
  15. #2510 KikWalaithip (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 05:59
    ดาม่ามากกกก อ่านแร้วขัดใจมากคะไรท์
    #2,510
    1
  16. #2509 Natchaya1a (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 04:15
    เตรียมหมอนรอแล้วค่าาา มาเลย มาฟาดพระเอก😂
    #2,509
    0
  17. #2508 markbamabc (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 03:30
    เห้อๆๆๆๆๆ รอต่อนะคะ
    #2,508
    0
  18. #2507 Nuna301933 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 03:03
    ม้าคกับเบลนี่อะไรกันแน่
    #2,507
    0
  19. #2506 KallayaBuate (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 02:35
    ชั้นสงสารลูกจังเลย
    #2,506
    0
  20. #2505 ktrt-m (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 01:17
    ตัดค่ะไรท์ สั่งสอนทั้งครอบครัวไปเลย เหมือนครอบครัวโรคจิต
    #2,505
    0
  21. #2504 kaespicy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 00:47
    รอจร้า จัดไปเลยจร้าน้องอีพี่อยากเห็นนนนแร้ว
    #2,504
    0
  22. #2503 DesTiNy-MJ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 00:14
    อ่านละขัดใจไปหมด5555
    #2,503
    0
  23. #2502 Momintx (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 00:13
    เอาคืนคนปากแข็งหน่อยแบมบู เราเจ็บมาเยอะแล้ว อย่าเป็นคนดีอย่างเดียวเลยนะ พี่มาร์คไม่สำนึกหรอก เราให้พี่มาร์คคลานแทบเท้าไปเลย
    #2,502
    0
  24. #2501 Whalereader (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 00:10
    รอติดตามนะคะ สู้สู้✌🏻ค่าา
    #2,501
    0
  25. #2500 landamark (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 00:09
    จัดไปจ้าน้องแบมบู
    #2,500
    0