Never 'Bamboo' แบมบูพี่ไม่รัก Markbam

ตอนที่ 12 : Never'bamboo : 10 ถูกที่ไม่ถูกเวลา..

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,894
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,346 ครั้ง
    21 ก.ย. 62

10
ถูกที่ไม่ถูกเวลา

**โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน**




'ถ้าหากเธอกับฉัน...รักกัน'


 





          "คุณแม่บ้านครับ น้องยังไม่กลับจากโรงเรียนหรอครับ" คุณชายรูปหล่อของเหล่าแม่บ้านเอ่ยถามหาร่างน้องของเด็กชายวัยที่เพิ่งแตกเนื้อหนุ่มในวัยสิบห้าปี 

          ใช่แล้วล่ะ..วันนี้คือวันดีๆที่แบมบูอายุครบสิบห้าปีบริบูรณ์ 

          "คุณหนูยังไม่กลับมาค่ะ"

          เพราะเหตุนั้นจำให้ของขวัญวันเกิดสุดพิเศษจากพี่ชายวัยยี่สิบห้าจึงถูกนำมาวางไว้ที่เตียงนอนในห้องของน้องชายที่เข้ามาอยู่เป็นสมาชิกคนที่สี่ของครอบครัวได้สองปีกว่า

          มาร์คต้วนเจ้าของช่องโทรทัศน์เล็กๆในสมัยนั้นที่ยังไม่โด่งดังมากเดินสำรวจห้องนอนที่ไม่ได้เข้ามาบ่อยๆนัก วาดรอยยิ้มประดับหน้าให้ใบหน้าดูหล่อคมคายไปใหญ่แค่เพียงยิ้มตอบคนน่ารักที่โชว์ยิ้มสวยในรูปถ่ายใส่กรอบสวย

          มือใหญ่ถือวิสาสะหยิบกรอบรูปนั้นขึ้นมา บรรจงไล้มือลงบนใบหน้าที่เริ่มฉายแววสวยของน้อง ดวงหน้าที่ดูเป็นเอกลักษณ์ แววตากลมโตที่มองเลนส์กล้องดูน่าค้นหาไม่น้อย ปากอวบอิ่มที่ยกยิ้มจนแก้มขึ้นลูกผิวเนียนละเอียดที่น่าลูบไล้..ทุกอย่างที่เป็นน้อง..


          มาร์คต้วนชอบ..


          กรอบรูปถูกวางลงที่เดิม คนตัวสูงย้ายร่างตัวเองมานอนแผ่รอน้องกลับมาที่เตียง เปลือกตาถูกปิดลงพร้อมจมูกโด่งที่สูดลมหายใจผสมกลิ่นอายหอมของน้อง วันนี้มาร์คตั้งใจเคลียร์งานให้เสร็จและรีบมาขับรถมาหาน้อง

          รอแทบไม่ไหวในเมื่อจิตใจเอาแต่ว้าวุ่นนึกถึงหน้าคนตัวเล็กตอนเปิดกล่องของขวัญของเขา..น้องจะชอบเหมือนที่เขาคาดหวังรึเปล่านะ

          มาร์คต้วนผุดลุกขึ้นเพราะไม่สามารถนอนรออยู่เฉยๆได้ ดวงตาคมกวาดมองรอบๆห้องนอกจากกองหนังสือมากมายก็ไม่มีอะไรให้น่าสนใจกระทั่งสายตาดันสะดุดเข้ากับบางสิ่ง..

          บางสิ่งที่เป็นเรื่องปกติของมาร์ค..เรื่องปกติของคนทุกคนแต่เมื่อคิดว่ามันกำลังเกิดขึ้นกับน้อง เขากลับรู้สึกไม่ดีเสียอย่างนั้น

          กล่องของขวัญใบขนาดพอดีวางอยู่ใต้เตียงของน้อง..ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขาอยากจะบอกตัวเองในตอนนั้นว่าอย่าเปิดและรับรู้มันคงจะดีเสียกว่า

          ใจความในเนื้อหาที่น้องพร่ำเพ้อถึงใครสักคนถูกมาร์คพินิจอ่านด้วยใจที่บีบครั้น ทุกตัวหนังสือเขาอ่านมันหมดไม่มีตกหล่น..ความรักของน้องมันเริ่มขึ้นสวนทางกับความรักของมาร์คเสียจริงที่มันดูห่างไกลและจำจะต้องจบลง


          คนโชคดีคนนั้นเป็นใครกัน?


          "พี่มาร์ค..อยู่ข้างในรึเปล่า เปิดประตูให้แบมหน่อย" เสียงหวานของเด็กชายวัยสิบห้าดังขึ้นหน้าประตูจำให้มาร์คต้วนที่จิตใจไม่ปกติต้องเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าที่ตีนิ่งดังเดิม

          คนตัวเล็กในชุดนักเรียนมัธยมกระโดดกอดพี่ชายจนตัวเซ เป็นปกติในสมัยนั้นที่คนทั้งสองจะสนิทกันดีถ้าหากมีมาร์คที่ไหนที่นั้นย่อมมีแบมบูเสมอ

          มาร์คต้วนยกกอดตอบได้ไม่นาน มือใหญ่จับราวไหล่น้องให้ออกห่างส่งยิ้มเจือจางเพราะเขาเพิ่งรู้สึกดีถึงอาการคนอกหักตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

          "แกะเลยได้ไหมครับ"

          รอยยิ้มสวยระบายออกมาแววตาตื่นเต้นกับกล่องของขวัญที่วางตระหง่านบนเตียง แบมบูเอ่ยถามคนนำมาให้อย่างร้อนรนทั้งๆที่มือกลับคลี่กระดาษห่อออกเรียบร้อย

          "ว้าว! สวยจังเลยครับพี่มาร์ค"

          แววตาเป็นประกายจับจ้องไปที่ของขวัญชิ้นสวยอย่างแหวนเงินขัดเกลา น่าเสียดายที่ลองสวมลงบนนิ้วกลับพบว่ามันใส่ไม่พอดีสักนิ้ว

          "นายมีแฟนแล้วหรอ"

กึก!

          จู่ๆคำถามที่พี่ชายยิ่งใส่ทำให้มือเล็กชะงักค้างการกระทำ แบมบูในตอนนั้นไม่รู้ซึ่งแววตาคาดหวังของพี่ด้วยซ้ำ..ไม่ได้รู้ด้วยซ้ำว่าแววตาของมาร์คมันทอความเจ็บปวดยามน้องเจือยแจ้วถึงแฟนคนแรกที่ได้มาสดๆร้อนๆ

          แหวนวงนั้นไม่ใช่ของน้องแต่คือของมาร์ค แหวนที่มาร์คซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อต่างหากที่น้องเป็นเจ้าของ ตอนแรกเขาตั้งใจจะแลกกันสวมแต่ตอนนี้คงไม่จำเป็นแล้ว..


          ไม่จำเป็นขนาดที่ต้องเอามาทิ้งขว้างเลยงั้นหรอ?


          ดวงตาคมมองตามมือของเด็กชายวัยไล่เรี่ยกันกับแบมบูกำลังยกมือไหว้เขาอย่างน้อมน้อบ แค่คนตัวเล็กกระซิบบอกว่าคือพี่ชาย เสื้อผ้าหลุดหลุยทั้งผมเพ้ายุ่งเหยิงของเด็กหนุ่มทั้งคู่ที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องนอนแบมบู มาร์คต้วนทำเพียงแค่ปลายตามองเท่านั้น..

          ไม่มีเหตุผลที่ทำให้อยากสนทนาเพื่อตอกย้ำให้ใจของเขามันแหลกสลายไปกว่านี้หรอก วงแหวนที่เขาหวงแหนฝากฝั่งไว้ที่น้องถูกสวมไว้ที่นิ้วแฟนคนแรกของแบมบู

          เจ็บดีที่ในตอนนั้นยกทั้งใจให้แบมบู..แต่น้องมันดันยกใจของตัวเองให้อีกคนจนหมด..

          เจ็บดีใช่ไหมล่ะมาร์คหลงรักเด็กนิสัยไม่ดี

          "แหวนวงนั้นนายให้มันไปหรอ" มันไม่มีความจำเป็นต้องอยากรู้ทั้งๆที่รู้ดีแก่ใจแต่ปากมันยังเอ่ยถามในตอนที่เหลือแค่เราสองคนในห้องนอนของน้องเอง

          "พี่เขาขอแบมไม่ได้ตั้งใจให้ พี่มาร์คอย่าโกรธแบมเลยนะ" แววตาเว้าวอนพร้อมกับการออดอ้อนหัวกลมถูไถไปมาที่ไหลของมาร์ค 

          "อืม ไม่โกรธหรอก"

          มาร์คต้วนไม่โกรธยอมรับอย่างตรงๆว่าเสียใจแต่ไม่เท่ากับวันนั้น..


          ..วันที่ความสำคัญของพี่ชายคนนี้หมดลง และแน่นอนความสัมพันธ์ของเราก็จบลงด้วย..


          "มันรักนายมากรึเปล่าไอ้คนนั้นน่ะ ไม่ใช่หวังจะเอาอย่างเดียวหรอกนะ"

          ไม่ใช่ว่าไม่เห็นนะว่าริมฝีปากที่เขาหวงแหนมันบวมช้ำจากอะไร..ไม่อยากจะคิดถึง

          "ไปเลิกกับมันนะแบม"

          มาร์คไม่รู้หรอกว่าตัวเองในตอนนั้นพูดประโยคข้างตนกับน้องด้วยสีหน้าแบบใด สิ่งที่ตอบกลับมาคือสีหน้าแสดงถึงความไม่พอใจของแบมบู

          "ทำไมพี่ต้องมาบังคับแบม รู้รึเปล่าว่าพี่เปลี่ยนไป" แบมบูเองในช่วงวัยนั้นก็เปลี่ยนไปเหมือนกันติดเพื่อน..ติดแฟน..เป็นครั้งแรกที่มาร์คจดจำว่าน้องตะคอกใส่เขา

          "นายมันจะไปรู้อะไร ไม่เคยรับรู้หรือรู้สึกว่าใครกันแน่ที่หวังดีและรักนาย..รักจนจะบ้าตาย นายไม่มีวันรับรู้หรอกนายมันโง่!" นั่นคือคำแรกที่มาร์คเริ่มสถาปนาให้แบมบูเป็นคนโง่

          "ทำไมต้องมาว่าแบมด้วย"

          ..ครั้งแรกที่เราทะเลาะกัน มาร์คจำวันที่ไม่ได้แต่อยากให้เวลานั้นหายไปและไม่ให้เกิดขึ้น..

          "ถ้าไม่เลิกกับมันก็เตรียมเก็บกระเป๋าไปเมืองนอกได้เลย!" ..มาร์คอาจไม่มีเหตุผลที่ดีและดูเห็นแก่ตัวตั้งแต่เริ่ม แต่เขาทำเพื่อรักษาใจตัวเองเท่านั้น..

          "ก็ได้แบมจะไปให้ไกลจากพี่เลย! แบมเกลียดพี่!"

          "ทำไมล่ะแบมแต่ก่อนพี่เคยเป็นคนที่รักและหวังดีกับนายที่หนึ่งไม่ใช่หรอ อยากเกลียดกันมากก็เอาเลย..ไม่อยากรักนายแล้วเหมือนกัน" มาร์คต้วนในตอนนั้นตะโกนจนสุดเสียงหวังจะให้ใจโล่งจนหมด แต่เปล่าคำบางคำยังติดค้างที่ปลายลิ้นเขา มองแววตากลมที่น้องลั่นวาจาว่าจะเกลียดเขาจริงๆอย่างอ่อนล้า

          "รู้รึเปล่าว่าฉันรักนาย..มากกว่าที่เราเป็นอยู่"..มาร์คหมายถึงรักมากกว่าพี่น้อง..

          "แบม.."..แบมบูตอนนั้นแยกไม่ออกแม้ว่ารักมันมีกี่รูปแบบ รู้แค่ว่าคนตรงหน้าก็คือพี่ชายที่เขารักเช่นกัน

          "แบมก็รักพี่ชายของแบม"

          "เหอะ! นายมันโง่.."

          พี่ชายที่แสนยกยิ้มเจือจางแบมบูมองเห็นชัดเจนว่าน้ำตามันหยดออกมา ตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าพี่มาร์คร้องไห้ทำไมอาจจะเพราะโมโห..พอคิดได้อย่างนั้นเขาก็โมโหเหมือนกัน

          "แต่ตอนนี้แบมจะไม่รักพี่แล้ว"

          "ก็ได้ต่อไปเราไม่ต้องรักกันอีก สัญญาฉันจะไม่รักนายแบมบู"

          ในวันที่ฝนตกกระหน่ำ แต่เสียงฝนไม่ได้มาดังก้องในหูเล็ก แววตาและน้ำเสียงตัดพ้อที่แบมบูเด็กหนุ่มในวัยสิบห้าปียังไม่เข้าใจ ไม่รู้ถึงสาเหตุที่ใจต้องเจ็บและไม่รู้ว่ามากมายเพียงใดที่พี่ชายคนแสนดีต้องแบกรับความเสียใจนั้นไว้คนเดียว

          แบมบูตอนนั้นไม่รู้จริงๆ ไม่รู้ไม่เข้าใจการกระทำที่ผิดแปลกไปของพี่มาร์ค ไม่รู้ว่าใจจริงของเขาเองเป็นของใครมาแต่แรก..

          เขารู้แต่ว่าทุกอย่างสายไปในตอนที่บทสนทนาของพี่น้องอย่างเราจบลง..เป็นเวลากว่าหกปีที่ถูกส่งไปเรียนต่างประเทศ พี่มาร์คไม่ได้อยู่ในช่วงอายุหลังจากนั้นหกปี แต่ทว่าความทรงจำถึงพี่คนดียังจดจำได้เสมอ ความรู้สึกผิดเกาะกินใจไม่หายจากวันที่เราจากกันวันนั้น แบมบูนับวันรอคอยกระทั่งหกปีที่จะเอ่ยประโยคขอโทษ..แบมบูกลับมาในขณะที่พี่เปลี่ยนไปแล้ว

          "กลับมาทำไม.."

          แววตาเย็นชาส่งออกมาเป็นครั้งแรก..ไม่มีพี่มาร์คคนเดิม ไม่มีกระทั่งรอยยิ้มหวาน ไม่มีกระทั่งอ้อมกอดที่แสนคิดถึง..เปลี่ยนไปทุกอย่างไม่ว่าจะหน้าตาที่ดูดีมีอำนาจดุจราชสีห์ไร้ที่ตำหนิ รูปร่างที่ดูโตสมอายุที่ก้าวขึ้นเลขสามอย่างสง่างาม เปลี่ยนไปกระทั่งใจที่เคยบอกว่ารักน้องชายคนนี้ที่สุด..

          "พี่มาร์ค..แบมขอโทษทุกเรื่องพี่ผ่านมา..แล้วก็คิดถึงพี่มาก" 

          "แย่จังฉันไม่ได้รู้สึกคิดถึงนายเลยแหะ แล้วตอนนี้ก็ชักเกลียดขี้หน้าเด็กอย่างนายแล้ว.."

          ความสัมพันธ์ของเราแบบเก่าจบลงและเริ่มขึ้นในรูปแบบใหม่วันนั้นเอง..

          แบมบูไม่รู้ว่าเขาผิดอะไรนักหนา ทำไมถึงได้ทำร้ายเขาคืนได้ไม่เคยหยุดหย่อน..

          ถ้าหากเวลานั้นยังมีอยู่ในตอนนี้..ถ้าหากเรายังมีกันจนถึงตอนนี้ ทุกอย่างคงจะดีและไม่เดินทางมาถึงจุดจบแบบนี้..

          ความผิดของแบมบูเอง..ความผิดของเขาเองทั้งนั้น..

          ขอโทษ..ขอโทษตัวเอง..


          สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเกือบพรากชีวิตมาร์คต้วนไป..


          มันอาจจะปกติของคนทั่วไป แต่มันดูน่ากลัวไม่น้อยสำหรับคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นอย่างมาร์คต้วน ดูแปลกใช่ไหมล่ะแต่มันคือเรื่องจริง

          "แบม! นายอยู่ไหน!!"

          เสียงตะโกนยังดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับขายาวที่ก้าวเข้ามาอย่างร้อนรน ราวกับใจแทบหลุดออกจากตัว..ภาพที่มองเห็นนั่นทำเอาคนตัวสูงรีบสาวเท้าวิ่งเข้าไปในทันที

          "แบม! แบมบู!!"

          มาร์คต้วนร้องลั่นมือสั่นทั้งขายังสั่น ตัวน้องที่จมอยู่ก้นสระลึกนั่นค่อยๆลอยขึ้นมา

          เพราะยังมีอะไรที่เราไม่เคยได้ทำร่วมกันอีกหลายสิ่ง ประโยคใจความสำคัญของคำๆนึงที่ไม่เคยได้บอกนั้น..

          ความชะงักใจไม่เกิดขึ้นอีกต่อไปแค่คิดว่าสายน้ำลึกนั้นจะพรากคนตัวเล็กของมาร์คไป ทั้งๆที่นึกหวาดกลัวน้ำลึกนั่นใจจะขาดแต่มาร์คไม่ได้ลังเล ร่างหนากระโจนลงสระจนน้ำกระเด็นไปทั่วบริเวณ..ไม่ได้นึกถึงผลพ่วงที่ตามมานอกจะช่วยน้องไม่ได้แล้ว เปอร์เซ็นความเสี่ยงที่จะจมน้ำตามๆกันนั้นย่อมมีมากกว่าอยู่แล้ว...


          "แค่กๆๆๆๆ"


          พร้อมกันที่แบมบูดันตัวขึ้นเหนือน้ำ คนน้องสำลักน้ำเล็กน้อย ความตกใจมาแทนที่ก็ตอนที่มีบางอย่างดำดิ่งลงน้ำแทนที่ตัวเองแทน

          "พ..พี่มาร์ค"

          แบมบูเอ่ยเรียกชื่อคนในหัวสมองและคนที่เห็นตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำใกล้ๆเขา สิ่งหนึ่งที่ทำให้ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ

          สามีเขาว่ายน้ำเป็นที่ไหนกัน?!!

          "พี่มาร์คครับ!"

          ความแตกตื่นและสีหน้าของคนโกยน้ำเข้าปากอึกใหญ่แทนอากาศของสามีหน้าหล่อนั่น มือใหญ่คว้าอากาศและแข่งตีน้ำอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนลูกหมาตกน้ำ ไม่รอช้ามากไปกว่านี้ร่างเล็กของแบมบูรีบว่ายวนเข้าคว้าร่างสามีทันที

          "แค่กๆๆ"

          "พ..พี่มาร์ค ถ้ากดไหล่แบมเราจะตายทั้งคู่นะ!"

          แบมบูร้องบอกเสียงดังไม่รู้ว่าสามีจะฟังรู้รื่องรึเปล่าในขณะที่ปากก็เริ่มกลืนน้ำไปหลายอึกเมื่อคุณสามีที่ตะเกียกตะกายเอาตัวรอดใช้มือข่มไหล่แบมบูแทน ในใจลึกๆยังหวั่นๆว่ามาร์คต้วนจะฆ่าแบมบูทางอ้อมแทนรึเปล่า

          "แค่กๆๆๆ"

          "ฮึกก พ..พี่มาร์ค"

          เสียงหวานสั่นน้อยๆที่เสียงสำลักน้ำของคุณสามีดังขึ้นเป็นระยะ แขนแกร่งรู้สึกได้ว่าเริ่มอ่อนแรงไม่ได้กดไหล่แบมบูอีกต่อไปกลับกันเหมือนกลายเป็นว่าได้รับแรงดันผลักให้ร่างของแบมบูขึ้นเหนือน้ำไปเสียก่อน..

          แบมบูแทบอยากจะร้องไห้ที่คุณสามีไม่ได้คิดฆาตกรรมแบมบูอย่างที่เข้าใจและที่กระโดดลงมาคือตั้งใจมาช่วยแท้ๆ แต่พี่มาร์คลืมอะไรไปรึเปล่า..

          "ม..ไม่พี่มาร์ค!"

          มือเล็กคว้าเอาแขนแกร่งของสามีไว้แน่นในตอนที่เคลื่อนตัวผ่านน้ำเข้ามาได้เกือบใกล้ขอบสระ แบมบูพยุงตัวลอยน้ำได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร แน่นอนล่ะว่าแชมป์นักกีฬาว่ายน้ำประจำมหาลัยที่เมืองนอกเป็นของแบมบูและเขาก็เพิ่งรู้ว่าโง่มากๆที่เลือกน้ำเป็นตัวดับชีวิตตัวเอง

          นอกจากจะไม่ตายแล้วยังทำให้สามีของเขาเกือบตายไปด้วย

          "บ..แบม..นาย.."

          เสียงพี่มาร์คดังแผ่วเมื่อแบมบูเคลื่อนตัวผ่านสายน้ำมาคว้าอีกคนเข้าได้ทัน 

          "พี่นิ่งก่อนนะ"

          คนตัวเล็กน้ำตาคลอเบ้าจับมือสามีให้คว้ากอดคอเขาไว้ ไม่ต่างกันฝ่ามือหนาของอีกคนก็ยกขึ้นกอดน้องแน่นอย่างไม่ลังเลใจ

          ไม่รู้ว่ากลัวจะจมลงก้นสระหรือจริงๆแล้วมาร์คกำลังกลัวว่าคนตรงหน้านี่จะไม่อยู่ให้สวมกอดกันแน่

          "ฮึกก พี่มาร์ค.."..ใจแบมบูหายหมดเลย..

          เพราะคิดว่าไม่มีใครจะมาใส่ใจรายละเอียดหยิบย่อยของคนนิสัยไม่ดีแบบพี่มาร์คแล้ว..การที่อยู่บนโลกที่ไม่มีใครคล้อยตามนั้นมันอาจจะดูทรมานมากกว่าที่เป็น แบมบูยังรักและไม่อยากให้พี่มาร์คเป็นแบบนั้น.


          แบมบูอยากเลือกเกิดได้..เขาไม่ได้อยากเกิดใหม่เพื่อมาเป็นคนที่รักและห่วงมาร์คต้วนมากกว่าเดิม..ทำไมเป็นแบบนี้..เขาเกลียดตัวเอง


          แรงสวมกอดเริ่มคลายออกเมื่อแบมบูพาร่างหนาของคุณสามีลอยเข้าถึงขอบสระที่พื้นตื้นขึ้นพอจะทำให้ขายาวๆยืนถึงได้สำเร็จ มาร์คต้วนละมือออกจากตัวน้องมาเกาะขอบไว้แทบจะทันที ใบหน้าหล่อที่เต็มไปด้วยหยดน้ำหอบหายใจแรงๆอย่างไม่ค่อยสะดวกนัก ดวงตาคมเฉี่ยวจ้องมองหน้าภรรยาเด็กที่คิดสั้นฆ่าตัวตายอย่างหมายหัว

          "ทำบ้าอะไรของนาย" คิ้วขมวดบ่งบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันล้อเล่นกับความรู้สึกกันมากเกินไป ใบหน้าน่ารักที่เปียกน้ำทำเพียงเม้มปากและเลี่ยงสบตากัน

          "...." 

          "สนุกมากหรอแบมบู! คิดอยากตายก็ตายโดยไม่สนใจความรู้สึกคนอื่นสนุกมากเลยหรอ!?!"

          มาร์คต้วนที่ตะโกนใส่หน้าน้องไม่หยุดทำให้แบมบูรู้สึกไม่มีค่ามากกว่านั้นอีก คำพูดที่ได้ยินยังคงทำร้ายจิตใจเขาได้ไม่หยุดหย่อน

          "แบมไม่เคยสนุก..กับชีวิตแบบนี้"

          เสียงหวานแทบพร่าเอ่ยตอบตามความจริง แบมบูเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา แววตาสวยคลอน้ำใสด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ตีวนไปมา ความกลัวและหมดหวังในชีวิตมันทำให้ตัวบางเริ่มสั่น..ความสั่นสะท้านที่รู้สึกและน้อมรับมันคนเดียว

          "มันไม่สนุกสักนิดเลยพี่มาร์ค แบมไม่อยากให้เรื่องมันเลยเถิดราจบ..จบแค่นี้เถอะนะ"

          แบมบูพูดความปราถนาได้เท่านี้ก่อนก้อนสะอื้นลูกใหญ่จะมาแทนที่ ไม่รู้ว่าสงคราวบ้าๆของเรามันเริ่มที่ตอนไหนแต่รู้ว่าควรจะจบดีกว่า..แบมบูจิตตกขนาดคิดสั้นมันไม่สนุกแล้ว

          "นายทำฉันเกือบตายพูดได้แค่นี้หรอ?" มาร์คเลิกคิ้วถามแม้คำตอบของน้องจะทำให้หน้าเสียแต่จะทำเป็นไม่ได้ยินละกัน หยดน้ำบนใบหน้าหล่อกับดวงตาแดงก่ำนั่นแค่คนที่มองอยู่ก็แทบทนไม่ไหวแล้ว

          "แบมเสียใจ.."

          เสียงหวานผะแผ่วเงยหน้ามองมาร์คอย่างรู้สึกเหมือนคำพูด แม้จริงๆใจของแบมบูตอนที่เห็นมาร์คตะเกียกตะกายตัวเขาก็ไม่ต่างแทบจะขาดใจไปตามๆกัน ทั้งหมดเป็นความผิดของเขา ของเขาคนเดียวไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าตัวเองได้จริงๆ

          แบมบูมันโง่จริงๆนั่นแหละ

          ดวงตาหวานคลอน้ำตาจดจ้องกลับที่ดวงตาคมทอเงาคนตัวเล็กเต็มดวง เพียงเพราะก่อนหน้านี้ต่างคนตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ให้ความสนใจว่าต่อจากนี้ร่างของเราจะอยู่ใกล้มากเกินไป..เกินไปจนเห็นเงาสะท้อนในดวงตาอีกฝ่าย..เห็นแม้กระทั่งแววตาสั่นระริกที่ปิดไม่มิดทั้งคู่..

          จริงๆมาร์คก็เสียใจเหมือนน้อง

          "ขอโทษ.."

          "ขอโทษแล้วมันหายไหม ถ้าฉันตายไป.."

          "มันจะไม่เกิดอะไรแบบนั้นกับพี่ถ้ามีแบมอยู่ พี่ก็รู้ว่าแบม.." แบมบูเม้มปากลังเลกับพูดต่อไป กำมือน้อยที่เริ่มสั่นสะท้าน

          "แบมรักพี่แค่ไหนพี่ก็รู้ดี แต่ว่าแบมจะพอแล้ว..แบมเหนื่อย"

          แบมบูบอกทั้งน้ำตานึกโมโหเหมือนกันที่ต้องให้เขาพูดประโยคย้อนแยงกับการคิดสั้นของตัวเองเมื่อครู่


          พี่มาร์คทำให้เขาดูแย่ที่รักตัวเองน้อยลงและกลับรักอีกฝ่ายมากขึ้น เขาอยากออกไปจากวงจรเหล่านี้พอกันทีกับความเจ็บปวด..


          "ไม่รักกันก็ปล่อยกันไปได้แล้ว..แบมหนีพี่ไม่พ้นสักทาง ฮึกก" กำปั้นเล็กทุบลงอกแกร่งสองสามที บอกอดีตพี่ชายที่แสนดีและสามีใจร้ายในตอนนี้ทั้งน้ำตานองหน้า

          "แบมทำอะไรผิดนักหนา..แค่รักพี่มากๆมันก็เจ็บพอแล้วไม่ใช่หรอ ทำไมไม่รักกันบ้าง..ได้ยินมั้ยว่าเหนื่อย ฮึกก"

          มาร์คต้วนยืนนิ่งแทบลืมหายใจ คำบอกรักของน้องที่พูดไม่หยุดนั้น..

          ..แบมบู แม่ง..

          "อื้อ"

          ริมฝีปากบอบบางที่ก่อนหน้าเป็นคนเอื้อนเอ่ยประโยคสุดท้ายถูกกลืนหายเข้าไปเมื่อคุณสามีเลื่อนริมฝีปากมาทาบทับ ใบหน้าหวานเอียงหน้ารับสัมผัสหนักๆจากมาร์คต้วนเต็มๆ อย่างเช่นทุกครั้งที่คนจู่โจมไม่เคยอ่อนโยนปากอิ่มเผยอขึ้นเมื่อลิ้นร้อนมันสอดแทรกเข้ามาดูดซับความหวานในโพรงปาก..

          "ฮึกก" 

          เสียงลายเฉอะแฉะดังออกมาให้เด็กหนุ่มต้องบีบน้ำตาออกมาอีกระลอกแบมบูแค่เสียใจแค่คิดว่ามันจะไม่มีทางเกิดขึ้นจากความรักของเรา 

          ทำไมถึงยังจะโหยหาและไม่เคยเข็ดหลาบกับความรักที่ผูกมัดความเจ็บปวดนี้เลยกันนะ..

          ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่คุณสามีเอาแต่ดูดดึงริมฝีปากตนอยู่อย่างนี้ ราวกับช่วงชิงลมหายใจคืนโทษฐานที่แบมบูทำให้มาร์คเกือบจมน้ำตาย 

          "อื้ออ"

          ไม่รู้ว่าเอาแรงจากไหนที่มาร์คอุ้มร่างแบมบูให้ขึ้นไปนั่งที่ขอบสระ ก่อนจะดันตัวขึ้นให้โผล่พ้นน้ำไปตามๆกันบ้าง ความเปียกปอนไม่ได้อยู่ในความสนใจของมาร์คต้วนเท่าร่างบอบบางที่ประทะน้ำแล้วยิ่งทำให้ดูสะดุดตา ผิวเนียนสวยประดับด้วยหยดน้ำยิ่งผ่องกระจ่างจนละสายตาไม่ได้ คำด่าที่เตรียมมาพ้นใส่ถูกกลืนหายไปแค่เพียงได้ลองสบตาหวานคลอน้ำใสอีกหน

          "รู้ว่าหนีไม่พ้น จะหนีไปทำไม..รักฉันไม่ใช่หรอ" มาร์คยังเห็นแก่ตัวเหมือนวันนั้นไม่มีผิด จับใบหน้าน่ารักให้เงยขึ้นมาตอบคำถามเขาให้ไว

          "พี่ก็รู้ว่าแบม.."

          คนน้องชะงักคำพูดเล็กน้อยชั่งใจกับถ้อยคำที่จะเอื้อนเอ่ย ทั้งๆที่พี่มาร์คก็รู้อยู่แก่ใจแต่แววตาปิดไม่มิดซึ่งความอยากใส่ใจ แบมบูจะถือเสียว่าอนุญาตแล้วนะ

          "เห้ออ..คิดแล้วมันไม่ออกจริงๆ มีเหตุผลอะไรที่แบมต้องทนอยู่ดูพี่ไม่รักกัน"

          คนซื่อพึมพำบอกความรู้สึกออกมาอย่างไม่ปิดบังพร้อมความสับสนที่วกไปวนมา ยกมือขยี้ตาที่เริ่มร้อนผ่าวลำบากคุณสามีที่นั่งใกล้กันต้องจับคว้าสองมือน้อยไว้

          "แล้วกลับกันถ้าฉันมาไม่ทัน..และเป็นนายเองที่ทิ้งฉันไว้ล่ะ ฉันควรจะรู้สึกว่านายรักฉันเหมือนคำพูดรึเปล่า ฉันควรจะรักตอบคนที่คิดจะทิ้งฉันไปหรอ.." ..มาร์คโกหก แค่เท่านี้แบมบูก็ไม่ต้องพยายามอะไรด้วยซ้ำเขาอยากบอกแบบนี้ แต่คำๆนั้นมันพูดยากเสมอถ้าต่อหน้าแบมบู..

          "...."

          แบมบูจ้องมองคนที่เดาทางและเดาใจไม่ออกเสียทีเดียว สายตาที่มาร์คมองมาแทบแยกไม่ออกว่าอยากฆ่าแบมบูหรืออยากฉีกร่างเขากันแน่ ถ้อยคำแปลกๆที่ไม่บ่อยนักจะได้ยินจากปากพี่มาร์คทำเอาคนตัวเล็กสับสนขึ้นมากกว่าเดิม

          "..นายไม่ได้รักฉันจริงๆหรอกแบมบู.."

          "อื้ออ"

          ลมหายใจของแบมบูถูกปล้นอีกครั้งโดยคนที่ไม่พูดจาต่อสักคำ มือใหญ่สองข้างยกประคองดวงหน้าเปียกน้ำที่ไม่ต่างกับตนระดมชิงลมหายใจน้องอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่เว้นแม้ช่องให้อีกคนหายใจ ประสบการณ์อันมากล้นของมาร์คถูกนำมาใช้ให้บทจูบที่ไม่ได้หวือหวานานขึ้นกว่าครั้งไหนๆ แต่สำหรับคนน้อยประสบการณ์อย่างแบมบูแทบขาดอากาศตายไปเสียตรงนั้น

          "อื้ออ พี่.."

          ปากอิ่มที่ถูกครอบงำพึมพำไม่เป็นภาษา ยกมือทุบอกประท้วงให้สามีหยุดเสียก่อนเมื่อคิดว่าจุดจบจริงๆอาจจะเป็นบทจูบแสนยาวนานที่พรากชีวิตเขาไป

          "นายมันโง่.."

          คำตำหนิที่ถูกส่งไปให้ภรรยาตัวเล็กหลังจากปล่อยช่องให้หายใจแค่เพียงเสี้ยววินาที ปากหยักก็ยัดเยียดจูบหนักๆลงไปที่กลีบปากน้องอีกครั้ง ลมหายใจร้อนๆถูกส่งจากสามีสู่โพรงปากภรรยาตัวเล็กเพื่อยืดระยะเวลาของจูบที่ไม่รู้ซึ่งความหมาย ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องจูบ..

          รู้แค่ว่าอยากให้ลมหายใจของน้องยังคงอยู่ที่เขาและกับเขาแค่คนเดียว..

          "ฉันเกือบตายเพราะนาย.." ที่มาร์คจะสื่อก็คือน้องเกือบทำดวงใจเขาพังไปแล้ว..

          แบมบูก็ยังคงเอาแต่เข้าใจผิด

          "อย่าเอาแต่ว่าแบมได้ไหม"..

          ไม่รู้ว่าทำไมพี่มาร์คเอาแต่พูดคำซ้ำๆด้วยประโยคที่โทษให้แบมบูเป็นคนผิด ดวงตาคมที่ไม่บ่อยนักจะเห็นแววสั่นระริกในตอนนี้กำลังทำแบบนั้นอยู่เจ้าของมันจะรู้ตัวรึเปล่าว่าทำแบมบูรู้สึกผิดไปแล้วเหมือนกัน

          "ทำไมถึงเอาแต่โทษแบมตลอด"

          ไม่สนทั้งนั้นว่ามาร์คต้วนจะยินดีกับประโยคที่มอบให้หรือเปล่า เขาจะระเบิดมันออกมาให้หมด

          "เมื่อคืนนี้พี่ปล่อยให้แบมคิดมากทั้งคืน ไปนอนกับใครทำอะไรไม่เคยนึกถึงจิตใจ แบมไม่ได้เรียกร้องหรือโทษว่าเป็นความผิดพี่สักนิด ฮึกก.."

          ร่างหนาของคนที่นั่งจ้องหน้ากันตรงข้ามหยุดนิ่งและไม่เอื้อนเอ่ยอะไรออกมาสักคำเดียว รอเพียงแค่ให้น้องสะอื้นแล้วพูดตัดพ้อให้จบทีเดียว

          "หย่ากันให้เสร็จๆเถอะ..แบมทนกับสภาพนี้ไม่ไหว"

          แม้ข้อบาดหมางในใจแบมบูยังคิดลืมเลือนมันได้โดยอีกคนไม่ต้องขอ ทำไมพี่มาร์คไม่เคยทำสักอย่างให้แบมบูเลย..แค่คำขอคำเดียว

          "แบมเจ็บ พี่ได้ยินไหมแบมไม่อยากรับรู้ว่าพี่ไปไหนมาไหนกับใคร ไม่อยากได้ยินคำพูดทำร้ายจิตใจจากพี่แล้ว" ไม่อยากรับรู้ว่าไม่เคยจะรักเขาสักครั้งด้วย

          ความในใจแบมบูถูกส่งไปไม่หมด คำตัดพ้อของเขาหมดลงมีเพียงเสียงสะอื้นที่ดังเป็นระยะพร้อมตัวสั่นระริก มาร์คมองพร้อมถอนหายใจหนักๆยกมือปาดน้ำตาให้แต่น้องกลับเบือนหน้าหนี

          อ้อมกอดที่ไม่ค่อยคุ้นเคยเพราะนานเท่าไหร่แล้วที่ไม่เคยได้กอดกันจริงๆจังๆ ศีรษะกลมที่เปียกน้ำถูกมือใหญ่จับกดลงอกเปียกๆของมาร์คที่ไม่ได้แค่เปียกอย่างเดียวในตอนนี้ถ้าแบมบูแนบหูลงไปอาจจะได้ยินบางอย่างที่ดังก้องจนเจ้าตัวยังนึกรำคาญ..

          และเป็นบางอย่างที่ทำให้ตัวมาร์คประหม่าจนเก็บอาการไม่อยู่หลายๆครั้ง แผ่นหลังของน้องถูกเป็นที่พักสายตาคมแทน อ้อมกอดแน่นขึ้นทั้งตัวที่เริ่มสั่นของแบมบู บ่งบอกได้ไม่ยากว่าเด็กดื้อของมาร์คกำลังอ่อนไหวไม่ต่างจากเขาหรอก

          "เมื่อคืนมันไม่ได้มีอะไรจริงๆ สาบานได้..ฉันเมา"

          ปากหยักเอ่ยประโยคแผ่วเบา พร้อมที่ทำเอามาร์คสะดุ้งกับสัมผัสหนักๆที่น้องยกขึ้นกอดตอบ หลังคอน้อยถูกลมหายใจร้อนๆเป่ารดเพียงเพราะใบหน้าหล่อซุกลงอิงไว้กับตัวน้อง

          "เมื่อคืนค้างกับแจ็คสันไม่เชื่อโทรไปถามมันได้เลย" ไม่ได้ทำอะไรจริงๆตื่นมาก็เจอแจ๊คสันนอนอยู่ข้างๆ เหตุการณ์คร่าวๆเหมือนจำได้ว่าเจอเบลสิณีแต่เหมือนแจ๊คสันไล่ตะเพิ่ดไปแล้วก็ไม่มีอะไรต่อแล้ว

          "เชื่อฉันนะแบมบู.."

          เสียงของพี่มาร์คราวกับกำลังอ้อนวอนทำให้ศีรษะของแบมบูจำพยักขึ้นลงอย่างไม่รู้ตัว..แบมบูบอกแล้วว่าเขาเกลียดตัวเองที่เกิดมารักพี่มาร์คมากกว่าเก่า

          แรงรัดแน่นๆที่ดึงน้องเข้ามากอดจนจมอกแม้ตัวเปียกชื้นกันทั้งคู่แต่กลับรู้สึกว่าความอบอุ่นแปลกๆมันลอยอยู่ลอบตัวความอบอุ่นที่แบมบูคิดไปเองอยู่ได้ไม่นานจนต้องเผาไหม้ตอนที่ได้ยินประโยคถัดมาให้ใจกระตุกเบาๆ

          "เรื่องหย่า..ถ้าจะหย่าจริงๆนายก็เตรียมตัวไว้ได้เลย ฉันจะทำให้แน่ตอนครบหนึ่งปี" มาร์คต้วนพูดเสียงแผ่วยอมแพ้กับเรื่องง่ายๆเวลานี้ดูเหมือนจะไม่ควรเล่นลิ้นกับแบมบูมากไป คนตัวเล็กเงยหน้ามองมาร์คด้วยแววตาปิดไม่มิดถึงความน้อยใจ

          "..แบมไม่ใช่หุ่นเชิดที่ใครอยากจะให้ทำอะไรก็ทำ"..อยากให้มีลูกมีหลาน นอนชันขาชันเข่าอย่างไรก็ได้..

          "นายก็เป็นแบบนั้นมาตลอดไม่ใช่หรอ ไม่พอใจอะไรตอนนี้" มาร์คต้วนจ้องมองน้องและพูดตามความจริง ใบหน้าน่ารักเบะออกแน่นอนว่าไม่พอใจ 

          "มีลูกกันสิ" คำพูดนั้นทำเอาคนพูดเองก็อดประหม่าไม่ได้ หากแบมบูสังเกตคงได้เห็นแววตาคาดหวังของสามีหน้าหล่อคนนี้ มาร์คต้วนก็หวังอย่างที่พูดจริงๆ อยากมีลูกของเราสักคน

          "พี่มันบ้า"

          "แล้วคนที่คิดสั้นจะฆ่าตัวตายมันปกติมากรึเปล่าล่ะ?"

          "พี่ใจร้ายจังนะครับ" แบมบูพูดคำนั้นซ่อนใบหน้าเปื้อนน้ำตาและความผิดหวังในดวงตาคู่สวย คนตัวเล็กยันกายออกจากมาร์ค พยายามจะลุกหนีแต่คนแรงเยอะกว่าไม่มีทางยอมให้เป็นไปอย่างนั้น

          "ไม่ใช่ว่าไม่อยากอยู่กับฉันหรอถึงไม่ยอมทำสิ่งต้องทำสักที นายก็รู้ดีว่าควรทำอะไรใช่รึเปล่าแบมบู"

          ความจริงที่มาร์คว่าทำเอาแบมบูสะอึกราวกับมานั่งในใจเขา แน่นอนว่าถ้ามีลูกจริงๆแบมบูไม่มีทางทิ้งลูก สู้อยู่รอหนึ่งปีแล้วไปจากมาร์คแบบไม่มีห่วงคงจะง่ายกว่ามาร์คต้วนรู้ข้อนั้นดี..ความรักคืออะไรมาร์คก็รู้ดีอีกว่าแบมบูไม่ได้รู้ซึ่งความหมายมันจริงๆด้วยซ้ำ

          "นายยังเด็กไม่รู้อะไรหรอก"..เป็นแค่เด็กน้อยที่ไม่ได้รับรู้อะไรอยู่ดีไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนนี้..

          ไหล่เล็กถูกดันออกมาคุยกันมาร์คเผลอคิดเหตุผลที่ทำให้เขาต้องใจร้ายกับน้องจนเผลอบีบไหล่น้อยเจ็บไม่รู้ตัวถึงอย่างนั้นคนที่หลบซ่อนสายตาก็เป็นแบมบูก่อนเช่นเคย

          "ถ้าเป็นแบบนั้น บ..แบมก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้วล่ะ อยากทำอะไรก็ทำเลยผู้ใหญ่แบบพี่ทำอะไรก็ถูกไปหมดอยู่แล้ว" แววตาอ่อนล้าเต็มทนของแบมบูที่ถ่ายทอดออกมาให้อีกคนจ้องมอง คนเป็นสามีมองมันด้วยใจกระตุกไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายจิตใจแต่ปากเขามันไวเอง

          ก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นเดินหนีเข้าไปในตัวบ้าน แผ่นหลังเล็กที่เห็นสั่นระริกยามก้าวขาเดินไม่ต้องบอกก็รู่ว่าน้องปล่อยน้ำใสออกจากดวงตาหวาน..

          "แบมบูคุยกันให้รู้เรื่องก่อน"

          มาร์คต้วนเอ่ยเรียกตามหลังจากเดินตามน้องเข้ามาจนถึงห้องนอน ประตูห้องน้ำในห้องนอนถูกลำตัวมาร์คดันไว้เมื่อคนข้างในคิดจะปิดเพราะไม่อยากเสวนากับสามีคนนี้

          "เปิดประตู!" คำสั่งเสียงดังไม่ได้ทำให้บานประตูเปิดออก มาร์คต้วนยังคงทุบบานประตูอยู่อย่างนั้น เสียงที่ได้ยินราวกับภาพซ้อนวันแห่งความเจ็บช้ำในอดีต  มือหลายคู่ที่คอยจ้องจะทำร้ายเขาไม่ว่าคนที่รักที่สุดคนไหนก็แล้วแต่ มือใหญ่ๆนั้นคอยทุบเสียงดังราวกับกรงเล็บสิงโตที่เขย่าบานประตูเปรียบเสมือนกรงเหล็กสี่เหลี่ยมที่กักขังคนไร้ทางสู้อย่างแบมบูไว้

          แบมบูไม่อยากตกอยู่ในสภาพนี้ความทรมานทั้งกายและใจ..ทำไมต้องให้เขามีชีวิตอยู่เพื่อรับรู้สิ่งที่ไม่รู้กัน..ไม่ไหวแล้ว








#แบมบูพี่ไม่รัก


-60%-




          "เสียงดังอะไรกันลูก แล้วน้องไปไหน" คุณหญิงต้วนที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านเอ่ยถามลูกชายสายตายังสอดส่องเข้าไปในห้องหาลูกสะใภ้ตัวน้อย

          "ทะเลาะกันนิดหน่อยครับ น้องเข้าไปอาบน้ำไม่มีอะไรแล้วครับ" มาร์คต้วนใช้ตัวบังประตูที่ถูกเคาะและเอ่ยตอบอย่างไม่ให้เป็นกังวล

          "แต่แม่ได้ยินเสียงดังเหมือนทะเลาะหนัก"มาร์คต้วนส่ายหัวปฏิเสธส่งยิ้มให้คุณแม่ไป

          "คุณแม่..ได้พูดอะไรกับน้องรึเปล่า" คำถามที่เพิ่งนึกได้ก่อนจะปิดประตูลง ตะหงิดใจตั้งแต่ที่น้องเอื้อนเอ่ยทิ้งท้ายและหนักเข้าไปอีกเมื่อผู้เป็นแม่ตอบได้ไม่เต็มปากนัก

          "ก็..ไม่ได้พูดอะไรนะลูก ทำไมน้องบอกอะไรลูกหรอ"

          "เปล่าครับ"

          "ให้แม่คุยกับน้องให้มั้ย" คุณหญิงเสนอทางเลือก

          "ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง"

          คุณหญิงต้วนยกยิ้มบางๆให้ลูกชายที่ทำหน้าไม่สบอารมณ์ก่อนประตูห้องจะได้ปิดลงจริงๆ เสียงแผ่วของผู้เป็นแม่ก็ดังขึ้นทิ้งท้ายไว้ให้มาร์คครุ่นคิดอีกที

          "แต่ว่าเร็วๆหน่อยก็ดี แม่อยากอุ้มหลานไม่ไหวแล้ว"

          "ครับ"..มาร์คต้วนก็อยากอุ้มลูกแล้วเหมือนกัน..


          แต่ในเวลานี่เขาทำได้แค่เคาะประตูต่อ สาบานว่าถ้าเคาะดีๆอีกสามทีแล้วน้องมันไม่ยอมเปิด ประตูนี่พังแน่!


          "เคาะตั้งนานทำไมไม่เปิด" แต่ความคิดยั้นคงต้องพับเก็บลงเมื่อคนหน้าบูดออกมายืนอยู่ตรงหน้า


          "แบมบู!" ท่าทีหูทวนลมบางบอกได้อย่างเดียวว่าอยากมีเรื่อง ข้อมือน้องที่ดูผอมลงถูกกระตุกแรงๆอีกครั้ง

          "อาบน้ำอยู่..แบมไม่ได้ยิน"

          มาร์คต้วนกลืนคำด่าลงคอแทบไม่ทันเมื่อก้มมองร่างกายเปียกน้ำที่พันแค่ผ้าเช็ดตัวสั่นๆไว้ แบมบูอาบน้ำจริงๆ แต่ที่ทำเอาลมหายใจสะดุดลงก็ตอนเมื่อปมผ้าเช็ดตัวมันถูกปลดออกโดยเจ้าของมัน ร่างกายสวยน่าฝังจูบไปทุกส่วนอวดโฉมอยู่ตรงหน้า มาร์คต้วนมองมันแทบไม่กระพริบตาแทบทุกครั้งที่มีโอกาสครั้งนี้ก็เช่นกัน..

          "เรายังคุยกันไม่จบ"

          "เอาสิมีเรื่องอะไรจะคุย อยากทำอะไรก็ทำตอนนี้ให้จบๆเลยครับ.." แบมบูเอ่ยออกมาเข้าทางมาร์คเสียจริง

          "อยากมีลูกมีหลานให้คุณแม่พี่ก็เอาสิ แบมพร้อมแล้วทำเลย"

          คนพูดย้ำ แววตาคลอน้ำตาไม่มีแววล้อเล่นไม่เห็นแม้กระทั่งความหวาดกลัวเหมือนก่อนหน้า ขาเรียวค่อยๆเคลื่อนเข้ามาหาสามีร่างสูงที่ยืนมองนิ่งๆ ยกจับมือใหญ่ที่ชื้นเหงื่อให้แตะไปตามผิวนุ่มลื่นที่ไหปลาร้าลากผ่านลงมายังหน้าอกแบนแต่นุ่มมือเมื่อเห็นว่าสามียังนิ่งงัน

          "..ยืนนิ่งทำไมครับ" ถึงปากว่าแต่น้ำตามันก็อดจะซึมไม่ได้จริงๆ ในเมื่อหนีชีวิตเฮงซวยไม่ได้เขาก็เผชิญมันให้สุดละกัน

          หัวใจดวงน้อยยังคงเต้นแรงและเจ็บจวนจะขาดใจ เมื่อสิ่งที่มาร์คทำคือยกยิ้มมุมปากส่งคำพูดที่ทำดูเขาไร้ค่าไปในทุกวัน

          "ตอนแรกก็กะว่าจะคุยด้วยดีๆ แต่ถ้าเชื้อเชิญแบบนี้..ฉันขย่มไม่ยั้งแรงนะบอกก่อน" เสียงกระซิบที่ประโยคหลังทำเอาแบมบูขนลุกไปทั้งตัว

          ปากว่าแต่มือมาร์คดันถึงก่อน มือใหญ่ที่แบมบูเคยบังคับให้ลูบไร้ร่างตอนนี้ไม่แม้แต่ต้องนำทางเจ้าของมันส่งมาลูบผิวเนียนนุ่มของน้องจนเต็มมือบีบครั้นเนื้อสวยให้เกิดรอยแดงเถือก และแน่นอนคำเชื้อเชิญที่มาร์คแยกไม่ออกว่าประชดประชันของน้องถูกสนองกลับโดยเร็วไว

          "อ๊ะ!"

          สิ่งแรกที่ถูกจู่โจมคือซอกคอขาว แม้รู้อยู่แล้วว่าความปราณีหรือยั้งคิดจากคนตรงหน้ามันไม่มี ใจของแบมที่เป็นเพียงก้อนเนื้อเหมือนคนทั่วไปก็ยังคงบีบให้เจ็บตัว

          คนตัวเล็กทรงตัวแทบไม่อยู่เมื่อสามีตัวสูงเล่นจู่โจมรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ดูดซับและขบกัดทั้งคอเขาเหมือนไม่ใช่เนื้อหนังมนุษย์

          ..ไม่เคยสักครั้งที่จะทะนุถนอมหรืออ่อนโยน..

          "ฮึกก" แบมบูกลั้นไม่เคยไหว น้ำตาของเขาไหลอาบแก้มสมกับคำนิยามตัวเองว่าโง่บรมโง่ การขุดหลุมฝังตัวเองครั้งนี้แบมบูโดนกลบมิดไม่เหลือแม้ลมหายใจ

          มือเล็กยกเกาะเนื้อผ้าบนเสื้อที่เปียกชื้นของสามี ซอกคอขาวยังคงถูกกลืนกินจากคนคลั่งผิวใส มาร์คต้วนเริ่มทุกอย่างตามคำเชื้อเชิญไม่ได้สนสิ่งอื่นใดนอกจากความต้องการที่พุ่งสูงเพียงคำลั่นเปิดโอกาสของแบมบู

          ขาเรียวทรงตัวแทบไม่ไหว น้ำหนักกายที่สามีถาโถมเข้าใส่ทำเอายืนแทบไม่อยู่ เสียงทุ้มดังอื้ออึงในลำคอคล้ายกับกำลังบ่งบอกความพอใจในผิวใสที่ได้ขบกัด ยิ่งแบมบูไม่มีแรงต้านทำทีจะล้มบ้างไม่ล้มบ้างมาร์คก็ยิ่งชอบใจ..ที่มากไปกว่านั้นคือการชอบแบมบู

          "เจ็บมั้ย"

          คำแรกที่สละเวลาเอ่ยถาม แม้มือใหญ่จะนวดครั้นไปทั่วตัวบางเสียหมด คนตัวสูงถามในตอนที่ดันแผ่นหลังเล็กให้ชิดประตูห้องน้ำบานเดิม แรงจนหัวน้อยเกิดเสียง 

          ความเงียบยังคือคำตอบที่แบมบูเลือกใช้ก้อนสะอื้นที่ติดอยู่ในลำคอเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ยกปากพูดไม่ได้ อีกส่วนหนึ่งคือไม่สามารถจะตะโกนตอกหน้าสามีไปดังๆว่าเจ็บ..เจ็บจนจะบ้าตาย

          "อะ อื้อ"

          แม้จะประชดประชันแต่อดจะไม่ให้รู้สึกได้จริงๆ ความร้อนลุ่มที่ผุดมาทั่วผิวกายรวมถึงอุณหภูมิที่เห่อร้อนขึ้นมาบนใบหน้าหวาน ยามถูกดวงตาคมจ้องล้อที่แบมบูเผลอกัดริมฝีปากยามมือร้อนๆนั้นลากผ่านจุดสำคัญ

          "ฮึกฮื้ออ"

          คนตัวเล็กเผลองอตัวอย่างช่วยไม่ได้ความเสียวซ่านมันจุดแทรกขึ้นมาแค่เพียงริมฝีปากหยักไล่จูบลงมาที่หน้าอกบาง จะยกกอดก็ไม่ได้ผลักไสก็ทำได้ไม่สุดในเมื่อตอนนี้เขาตกเป็นรอง พี่มาร์คกำลังทำให้ได้รู้และตอกย้ำสถานะภรรยาให้เห็นอีกครั้ง

          "ยืนไหวมั้ย ไปที่เตียงกัน"

          เสียงกระซิบของมาร์คดังขึ้นในตอนที่ใช้มือโอบกอดร่างของแบมบูได้ทันที่เจ้าตัวจะขาอ่อนแรงทรุดลงพื้นแทน อ้อมกอดที่ค่อนไปทางร้อนนั้นแบมบูไม่ได้ผลักไส ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วรู้ตัวอีกทีสิ่งที่โฟกัสอยู่ในสายตาก็คือร่างกำยำที่ขึ้นคร่อมตัวเองไว้


          "แบม.."


          แก้มอวบถูกลูบทันทีที่อุ้มร่างบางลงมานอนบนเตียง มาร์คต้วนลูบแก้มเป็นการชักชวนเรียกหา ในตอนที่เหมือนคนร้องไห้จะเอาแต่เบือนหน้าหนีกัน

          "อย่าอวดเก่งทั้งๆที่ไม่มีอะไรให้อวด"

          รอยยิ้มมุมปากจางๆของมาร์คที่มองมายังแบมบูราวกับเห็นคนขี้แพ้..ใช่!แบมบูมันขี้แพ้

          "ไม่ได้อวด..จะทำอะไรก็รีบๆทำ"

          "หรอ หน้าตานายมันไม่ได้ฟ้องแบบนั้นสักหน่อย.."

          คนตัวหนาพูดไปด้วยขมวดคิ้วหงุดหงิดใจไปด้วยทุกครั้ง ไม่ใช่เพราะห้วงอารมณ์ถูกตัดให้ขาด แต่เป็นเพราะน้ำตาที่ไหลราวกับจะขาดใจเสียงสะอื้นและแววตาล่องลอยไม่แม้แต่จะให้สามีเข้ามาลุกล้ำในห้วงความคิด

          "รู้ตัวมั้ยว่าตัวเองตอนนี้..สวยแค่ไหน" ขมับชื้นของแบมบูถูกจูบเมื่อคำพูดแปลกๆมันสิ้นเสียงลง ตากลมโตมองตามกานกระทำของสามี ร่างกายเปลือยเปล่าที่ถูกลูบตั้งแต่เนินอกไล้ต่ำลงไปประกอบประโยคจากปากหยักทำเอาตัวและใจร้อนลุ่มไปตามๆกัน

          "สวยทุกส่วน ฉันชอบน..." ..นาย..

          "จ..จะทำอะไรทำไปสิ..จนกว่าจะพอใจ เอาสิเอาเลย" เสียงหวานขัดขึ้นในตอนที่ความกล้าของมาร์คที่จะพูดบางคำนั้นหมดลง

          มาร์คต้วนได้ไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจอันเน่าช้ำของแบมบูคนนี้..เหลือแค่ลมหายใจที่ยังไม่ได้พรากมันไปอย่าพูดอะไรออกมาให้เขารู้สึกไปคนเดียวมากว่านี้เลย..

          มาร์คต้วนกระพริบตาไล่ความรู้สึกบ้าบอนั้นออกไปให้พ้นๆใจ

          "จนกว่าฉันจะพอใจ..ก็ดี"

          ทว่าแบมบูต้องเปลี่ยนความคิดนั้นไป เพราะว่าตอนนี้แม้แค่ลมหายใจของเขาดูเหมือนว่ามันจะยังถูกช่วงชิมอย่างกระหื่นหายจากคนที่ราวกับซานตานกระชากไม่ให้เหลือแม้แต่วิญญาณ..

          "อย่ามาด่าฉันทีหลังแล้วกัน"

          "เออ อื้ออ!"


#แบมบูพี่ไม่รัก



          "ฮื้ออ.."


          เสียงในลำคอต้อนรับเช้าวันใหม่ของร่างเล็กที่นอนห่มผ้าบนเตียง แบมบูขยับหัวก่อนจะหันควับหาสิ่งที่ทำให้เขาตื่นในเช้านี้อย่างเครื่องมือสื่อสารไม่คุ้นตาที่วางแปะอยู่บนผ้าห่มผืนหนา

Rrrrrrr.. 

          "รับสิโทรศัพท์เข้า"

          เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยบอกทั้งพาตัวที่อยู่ในชุดไปรเวทธรรมดาเคลื่อนเข้ามานั่งพื้นเตียงอีกข้าง

          "ไม่ใช่ของแบม" คนน้องเอ่ยปฏิเสธเมื่อโทรศัพท์เครื่องหรูรุ่นใหม่ล่าสุดมันถูกยื่นมาให้ เสียงสั่นๆของโทรศัพท์เมื่อคนโทรเข้าก็ดังไม่เลิก

          "ของนายนั่นแหละรีบรับเร็วๆ"

          "ฮ..ฮัลโหล" แบมบูจำต้องกรอกเสียงลงไปเมื่อคุณสามีกดรับและยกมันแนบหูให้เขา

          "ฮัลโหล..หวัดดี"

          ปลายสายที่ได้ยินจากโทรศัพท์ชัดเจนเพราะคนโทรเข้ามานั่งอยู่ข้างๆกันนี่เอง คนตัวเล็กขมวดคิ้วแทบเป็นปมไม่รู้ว่าพี่มาร์คเล่นอะไรอีก

          จำได้คร่าวๆว่าเมื่อวานเราทะเลาะกันอยู่เลย ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วและจบที่เตียงหลังนี้...

          "ชอบมั้ย"

          "หมายถึงอะไรครับ"..ถ้าหมายถึงคนถามก็ยังยืนยันคำตอบเดิม แบมบูไม่ได้ชอบแต่ว่ารักน่าเบื่อหน่ายชะมัด..

          แบมบูถามพร้อมกับยันกายลุกขึ้นนั่งก่อนจะยกผ้าห่มที่คลุมกายออกช้าๆ ดวงตากลมเบิกกว้างตกใจเมื่อความเย็นประทะร่างกายเปลือยเปล่า

          "ห..ห้ามมองแบมนะ"

          แบมบูห่อผ้าห่มขึ้นคลุมกายแทบไม่ทันเมื่อตัวเองไร้เสื้อผ้าปกปิด เมื่อคืนนี้จำอะไรไม่ค่อยได้ด้วยสิ สามีหน้าหล่อที่ตีหน้ายุ่งอยู่ตรงข้ามอาจจะทำมิดีมิร้ายเขาอีกรอบนึงก็ได้

          "เลิกคิดปัญญาอ่อนสักที ฉันเห็นมาหมดแล้วมารู้จักอายอะไรตอนนี้ แล้วนี่โทรศัพท์ฉันซื้อมาคืน"

          มาร์คว่าปัดรำคาญโยนโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้น้อง แต่ทว่าแบมบูไม่ได้ยื่นมือมารับจำให้มันตกไปนอนแอ้งแม้งที่พื้น แบมบูมองมันด้วยหางตาบอกได้แน่ๆว่าเขาไม่ได้ยินดีที่ได้มันมา

          "พี่จะทำแบบนั้นเหมือนเมื่อคืนอีก..รึเปล่า" คนตัวเล็กยังคงต้องการคำตอบทั้งสายตาที่หวาดกลัวยามสามีจ้องมองกลับ

          "หมายถึงที่เมื่อคืนนายตัวร้อน แล้วฉันเลยเช็ดให้น่ะหรอ"

          ..โกหก..

          แบมบูมองออกและจะไม่เชื่อ พี่มาร์คไม่เคยหวังดีกับเขาไม่ว่าจะแต่ก่อนหรือตอนนี้ อมพระมาทั้งวัดก็ไม่ทีทางเชื่อเด็ดขาด

          "คนอย่างพี่ ทำอะไรแบบนั้นไม่เป็นหรอก"

          "แบมบู!"

          ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดเถียงสู้ ใบหน้าน่ารักเจ้าของพิษไข้เมื่อคืนนี้ดูเช้านี้จะหายสนิทเป็นปลิดทิ้งปากถึงได้เปราะอ้อนลูกโมโหไม่น้อย ดวงตาหวานที่บวมช้ำจ้องมาร์คอย่างหวาดระแวง ถดถอยตัวไปอีกเมื่อสามีเริ่มคืบคลานมาใกล้กลัวว่ามือที่ยื่นออกมาจะประทุษร้ายร่างกายเขาซ้ำๆ

          "เหอะ! สาระแนอยากเสนอตัวกลับเล่นเป็นลมตั้งแต่ฉันจับแหกขา ถามจริงๆเถอะจะให้ฉันทำอะไรนายได้บ้าง" มาร์คว่าอย่างหัวเสียยามนึกถึงเหตุการณ์ที่เกือบได้เข้าด้ายเข้าเข็มกับคนตัวเล็กนี้แท้ๆ

          "ทีตอนขืนใจแบมไม่เห็นคิดแบบนั้นบ้างเลย"

          "ปากดี!"มาร์คต้วนชี้นิ้วคาดโทษลมหายใจเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่าโมโห

          "แบมพูดความจริงทั้งนั้น"

          ถึงจะบอกอย่างนั้นแบมบูก็ยังคงไม่ปรักใจเชื่อ เขาว่าอย่างน้อยๆพี่มาร์คไม่น่าปล่อยให้แบมบูนอนเฉยๆหรอก แบมบูเปิดผ้าห่มสำรวจดูร่างกายหาความผิดปกติแต่ก็เท่านั้นในเมื่อยังแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าอะไรคือรอยเก่าอันไหนคือรอยใหม่

          "ตัวยังร้อน.."

          "ไม่ต้องมาแตะ"

          เป็นอีกครั้งที่ทำให้มาร์ครู้สึกโมโหรับเช้าวันใหม่ มือบางปัดมือที่หวังจะยกอังหน้าผากน้อยออก ดูเหมือนตื่นขึ้นมาจะเป็นคนละคนจนมาร์คอดทึ่งไม่ได้

          "นายเป็นบ้าอะไร เป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่"..เป็นปกติต้องดีใจจนร้องไห้ไปแล้วที่มาร์คใส่ใจขนาดนี้..

          ความอดทนของคนอายุมากกว่าหมดลง คิ้วขมวดบอกให้น้องรู้ว่าสงครามระหว่างเราจะเริ่มขึ้นในเร็วๆนี้

          "อย่ามายุ่งกับแบม อ้ะ! อย่าจับมันเจ็บนะ"

          มาร์คดึงมือน้อยทันก่อนเจ้าตัวจะวิ่งลงจากเตียงได้ทัน ร่างกายบอบบางที่ไร้ผ้าปกปิดร้อนผ่าวราวกับไฟ แบมบูที่โวยวายไม่ได้รู้เรื่องราวยังคงทำต่อไป มือเล็กออกแรงหนักๆทุบไปยังอกแกร่งของสามีที่พยายามโอบกอดร่างเล็กมาไว้กับตัว

          "ปล่อย บอกให้ปล่อยแบม!"

          "หุบปาก!"

          แรงทุบไม่น้อยทำเอาแผ่นหลังนั้นปวดไปเหมือนกัน คนพูดพยายามปรามน้องที่เหมือนจะสติแตก ดิ้นเร้าในอ้อมกอดได้ไม่นานลมหายใจของแบมบูก็ค่อยๆหอบแรงขึ้น

          "หยุด! ใจเย็นๆแบมบู!"เสียงตะหวาดนั้นได้ผลคนตัวเล็กหยุดสายตาไว้ที่หน้าเจ้าของเสียงดังนั้นด้วยน้ำตาคลอ

          "ฮึกก"

          "จิ๊ ร้องอะไรหนักหนาห้ะ.."

          "ก็มันเจ็บไง ฮึกก พี่ไม่เข้าใจ"

          มาร์คต้วนยกมือกอดแน่นไม่ปล่อยคนโวยวายที่ทั้งสะอื้นไห้ไปพร้อมกันเมื่อได้ยินคำที่สามีเอื้อนเอ่ย ตัวน้องสั่นระริกเพราะกลัวหรือโมโหก็เดาไม่ถูก รู้แค่ว่าถ้าปล่อยให้อยู่คนเดียวแบบเมื่อคืนคงจะไม่ดีแน่

          "แบมบูตอบฉันมาหน่อย..แผลพวกนี้ นายทำมันทำไม"

          เสียงแผ่วของสามีและคำถามที่ได้ยินทำเอาคนตัวเล็กหยุดชะงัก เมื่อรู้สึกตัวจริงๆความเจ็บที่ข้อแขนก็ปรากฏให้รู้สึก รอยแผลที่โดนกรีดที่ข้อมือทำให้คนน่ารักต้องเบ้ปากออกทำแก้มขาวเลอะน้ำตาอีกรอบ

          "ฮึกก"

          "อย่าร้อง เจ็บรึเปล่า"

          มาร์คโอบกอดน้องในอกให้แน่นอย่างใจหาย ไม่ใช่หน้าที่ของสามีไม่ใช่หน้าที่ของพี่ชาย หากแต่เป็นเพราะสัญชาตญาณแน่นอนว่าความห่วงของมาร์คมันมีมากอยู่พอตัว

          "ฮึก..เจ็บสิ..แต่เจ็บไม่สู้ที่พี่ทำกับแบมหรอก แบมจะไม่รักพี่แล้ว"..และคำพูดของน้องก็วนซ้ำอยู่แค่นี่..


          ใจพี่มาร์คจะขาดแล้วไม่รู้หรอ..แบมบู


          "เออฉันรู้แล้วว่าเกลียดฉัน เลิกพูดสักที..ไปหาหมอกันนะ" คนเปลี่ยนเรื่องเปลี่ยนการกระทำละตัวบางออกมากุมมือน้องอย่างหวงแหนแทน ทว่าแบมบูกลับสะบัดออกอย่างไร้เยื้อใย

          "ม..หมอ ไม่ไปแบมไม่ไป"

          แบมบูตื่นตัวขึ้นมาแค่ได้ยินคำต่อท้ายของสามี คนตัวเล็กขืนตัวออกจากสามีอีกหนแต่ดูจะไม่เป็นผลเพราะแรงที่มีน้อยกว่า

          "จะไม่ไปได้ยังไงอาการนายมันหนักขนาดนี้ ฉันไม่อยากมีเมียเป็นโรคจิตหรอกนะ" มาร์คต้วนพูดไปด้วยสีหน้าติดกังวล จริงๆไม่ได้กลัวว่าน้องจะเป็นโรคจิตหรอกกลัวว่าจะเป็นอีกอย่างมากกว่า

          "จะเป็นจะตายยังไงก็ไม่ต้องมาสนใจกันหรอก แบมมีหน้าที่นอนให้พี่ก็แค่นั้นอย่ามาวุ่นวายกัน"ดวงตาฉ่ำน้ำเปลี่ยนไปเป็นแข็งก้าวขึ้นมา

          มาร์คต้วนรู้แล้วว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับแบมบูจริงๆ

          "เออ ตามใจ"

          คนพูดยอมลงง่ายๆ ถึงอย่างนั้นคนตัวเล็กก็ยังไม่วางใจแบมบูลอบมองหน้าสามีอย่างระแวง ยามถูกผละออกจากกัน ผืนเตียงอีกด้านถูกแบมบูจับจองโดยถอยหลังจนสุดตัวมาชิดมัน การกระทำของแบมบูอยู่ในสายตามาร์คทุกท่วงท่า

          ..แปลก..

          "แต่ลงไปกินข้าวกัน ไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เมื่อวานแล้วใช่มั้ย"

          "ไม่หิว"

          คนตัวเล็กที่ยกผ้านอนผ้าห่มขึ้นคลุมหลบหลีกสายตาสามีหันทำให้มาร์คถอนหายใจไม่ต่ำกว่าสิบรอบแล้ว

          แบมบูอาจจะเป็นโรคซึมเศร้านั้นคือสิ่งที่มาร์คประเมินโดยที่ยังไม่พึ่งหมอ แต่ทว่าหากไม่ใช่แบบนั้นอาการหลากอารมณ์ คิดน้อยใจเก่งอย่างที่ไม่เคยจะเกิดมันจะมีกี่สาเหตุกัน..

          "ลุกขึ้นมา อย่าพูดยาก"

          "เจ็บ.." กลีบปากแห้งเอื้อนเอ่ยเสียงแหบให้มาร์คที่ดึงตัวน้องขึ้นมาใจหายอีกครั้ง เพิ่งสังเกตว่าใบหน้าซีดเซียวราวกับคนไม่มีแรงตั้งแต่เมื่อวานที่จะคิดสั้นแน่นอนว่าแบมบูไม่ได้คลาดสายตามาร์คไปเลย

          "อุก.." แบมบูยกมือปิดปากที่อยู่ๆของเหลวมันตีกลับชวนให้อาเจียนออกมา แค่นึกถึงอาหารที่ช่วงนี้มีแต่ผักๆๆ

          "จะอ้วกหรอ ท้องแล้วรึไง" มาร์คหรี่ตาถามพร้อมคำนวณวันเวลาในหัว เห็นน้องกุมปากทำทีจะอาเจียนก็รีบช่วยพยุงเข้าห้องน้ำแม้จะโดนปฏิเสธน้ำใจแต่เขาก็ไม่สน เป็นไปได้เขาอยากออกแรงอุ้มด้วยซ้ำถ้าไม่ติดว่ากำปั้นเล็กมันเอาแต่ทุบลงที่ตัวมาร์ค

          "อุก..อ้วกกก"

          แบมบูชะโงกหน้าอาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตายเมื่อมาถึงอ่างล่างหน้า แน่นอนว่ามีสามีที่ยืนกอดอกพิจารณาดูอย่างไม่ได้ให้การช่วยเหลือใดๆนั้นมันขวางหูขวางตาและขิวขี้หน้าจนอาเจียนไม่หยุด

          "แพ้ท้องหรอ"

          "ไม่ใช่.." คิ้วสวยขมวดเป็นโบเมื่อเจอคำพูดไม่ถูกใจ ยกมือกวากน้ำล้างปากล้างหน้าด้วยความอ่อนล้า แต่ทว่าการกระทำนั้นต้องหยุดลงเมื่อแผ่นหลังถูกซ้อนด้วยร่างของสามี เอวขอดถูกกอดแน่นๆให้ตัวชิดกันจนแบมบูอึดอัด

          "ปล่อยจะทำอะไร!" แบมบูเริ่มโวยวายเมื่อในตอนนี้มือใหญ่เริ่มแทรกเข้ามาลูบไล้หน้าท้องของเขา ลูบไล้ไปมานานพอสมควรยังท้องน้อยที่แบนราบของแบมบู เสียงจิ๊จ๊ะดังขึ้นที่ริมฝีปากหยักเมื่อน้องดิ้นไม่หยุด

          "จะไม่ท้องได้ยังไง วันนั้นยังเอากันอยู่เลย"

          ..แบมบูรู้จักยาคุมนะไม่ได้โง่ขนาดนั้นและเขาก็มีปัญญาพอจะไปซื้อใหม่ถ้าพี่มาร์คเอามันไปทิ้ง..

          "ได้แบมไม่กี่ครั้ง มาคาดหวังอะไร"

          ความโมโหก่อขึ้นที่ใจดวงน้อยเมื่อหวนนึกถึงเหตุการณ์บ้าๆที่โดนกระทำ แบมบูพึมพำและเริ่มแกะมืออันไร้ประโยชน์ของมาร์คออก

          "อวดเก่งจริงๆเมียใคร"

          มาร์คกระซิบบอกคำนั้นและแสยะยิ้มร้ายที่เห็นแววพยศไม่เลิกของน้อง

          "ถ้าจำได้ว่าเราเคยแต่งงานกันพี่ก็คงรู้ดี"

          "ปากดีอย่างนี้หน่อยค่อยชื่นใจ"

          "ปล่อยแบมอย่ามายุ่ง อ๊ะ!"

          แบมบูปัดมือที่เกาะแกะออกอย่างนึกรำคาญ คิ้วขมวดบ่งบอกว่าไม่พอใจจริงๆ

          "จะไม่ท้องได้ยังไงไปให้หมอตรวจดู หลากอารมณ์ขนาดนี้นอกจากท้องกับเป็นบ้าฉันก็คิดอย่างอื่นไม่ออกแล้วนะ"

          มาร์คมั่นใจว่าเขาน้ำยาดีพอสมควร ถ้ามันไม่เชื่อก็จะทำให้เห็นไปให้หมอพิสูจน์ไปเลย อารมณ์ขึ้นลงของเมียเด็กมันไม่ปกติอยู่แล้ว

          "พี่นั่นแหละมันบ้า!"

          เห็นไหมมาร์คบอกแล้วว่าแบมบูไม่ปกติ ไอ้เสียงตะคอกขัดน้ำตาที่เอ่อขึ้นมานั่น..ไม่ปกติ

          "ไปหาหมอให้รู้เรื่อง"

          "ไม่ไป โอ้ยเจ็บ!"

          แบมบูร้องออกมาเพราะโดนจับตัวกดลงเคาท์เตอร์อ่างล้างหน้า คนใจร้ายคนเดิมจับขาเรียวให้กางออกและลูบไล้ไปยังลูกพีชเด้งที่โก่งรอให้เข้าไปผลิตทายาท..น่าเกลียดที่สุด

          "จะไปดีๆหรือจะให้ฉันตรวจเอง"

          "ไม่..อ..โอ้ยย!"

          ความโชคร้ายมาเกิดที่แบมบูซ้ำๆ ทั้งๆที่กินยาคุมฉุกเฉินและโอกาสเสี่ยงมันมีน้อยที่จะเกิดขึ้น ความเจ็บปวดที่เผชิญตอนนี้ทำให้รู้ว่าคิดผิดมหันต์ คนตัวเล็กงอตัวเพราะเจ็บปวดที่หน้าท้องจากครั้งสุดท้ายที่โดนแรงกดลงของสามีส่งผลให้หน้าท้องมันดันกระแทกเต็มๆ

          "เจ็บ.." เสียงแผ่วของแบมบูดังออกมาในขณะที่เจ้าตัวกัดปากข่มความเจ็บที่ยังไม่รู้ที่มามือบางกอบกุมท้องตัวเองเมื่อความเจ็บมันมาจากจุดนั้น ทว่าพอมองหาต้นตออีกทีสิ่งที่เห็นทำเอาใจดวงน้อยหล่นยวบราวกับตกจากที่สูง

          "ล..เลือด"

          ก้อนเลือดที่หลุดออกมาจากช่องทางนั้นทำเอาใจแบมบูเต้นตุบตับ ทั้งๆที่เขาคิดว่าแค่อาเจียนจากระเพาะบีบตัวเนื่องจากไม่ได้ทานอาหาร..

          "ฮึก พ..พี่ทำแบบนี้ได้ยังไง"

          เลือดสีสดที่ค่อยๆไหลออกมาทำเอาน้ำตาร่วง เขาเคยคิดมาตลอดว่าพี่มาร์คใจร้าย แต่ไม่คิดว่าจะอัมหิตได้ขนาดนี้

          "ฮึกก" ปากอิ่มสั่นระริก ดวงตาที่คลอน้ำจ้องมองหน้าสามีอย่างตกใจผ่านบานกระจกใส ก่อนจะปล่อยน้ำตาเม็ดโตล่วงออกมา แบมบูไม่กล้าขยับตัวแม้แต่หายใจยังแผ่วเบา..เขากลัว กลัวจนจับขั้วหัวใจ

          "ฮึก ล..ลูกหรอ" 

          ทุกอย่างหยุดนิ่งไปโดยไม่ปริยายเมื่อสิ้นคำถามนั้น ราวกับต่างคนต่งช็อกค้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มือสั่นๆของมาร์คเอื้อมมาแตะที่ตัวบางจนเจ้าตัวสะดุ้ง

          "บ..แบม"

          สาบานได้ว่าเมื่อกี้มาร์คไม่ได้มีเจตนาจะทำอะไรทั้งสิ้น เขาก็ตกใจไม่ต่างกันแค่จะข่มขู่ภรรยาเด็กให้ตื่นกลัวและยอมทำตามคำสั่ง แต่ภาพที่เห็น..ภาพที่น้องร้องไห้กับรอยเลือดเป็นทางยาวเปรอะหน้าขานั่น

          "แบมบู..ฉ..ฉันขอโทษ"

          ก้อนเลือดที่ไหลออกมาบอกกันทีว่ามาร์คไม่ได้ฝันไป..


          ขอโทษ..มาร์คขอโทษ..


          "แบม!"



#แบมบูพี่ไม่รัก




-100%-
        
 



Talk :
ทีมคูมแม่น้องแบมบูคะ.....

หมดล่ะค่าา 
สำหรับใครคนใดที่ท้อใจกับดราม่ามากมายของอิชั้น5555
น้องแบมบูพี่ไม่รักจะไม่มีแล้ว 
ต่อไปรู้ชะตานะคะ ใส่เต็มแม็กขนาดนี้
ทีมคุณมาร์คเตรียมตัวน้าาา





คอมเม้นกันรึยัง ห๊าาา!!
555

((โปรดอยู่ในความสงบ คอมเม้นอย่างมีสติ จุ้บๆ))




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.346K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,167 ความคิดเห็น

  1. #2880 cczaza123za (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 23:19
    สงสารแบมหนักมากกก ฮือออ มาร์คใจร้ายว่ะ แม่มาร์คด้วย !!!!
    #2,880
    0
  2. #2583 MBKY;LH (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 13:36
    เห้ยยยยยย จริงงะ สงสารแบมบูมากกกกกก ฮือออออ รักกันแต่ทำแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ
    #2,583
    0
  3. #2413 mineboominee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 09:18
    แท้งหรอ
    #2,413
    0
  4. #2411 bunyaps (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 18:10
    ล่ะคือน้องก็สภาพจิตใจไม่โอเคอยู่ล่ะยังมสแท้งลูกอีก อกอีแป้นจะแตกกกก
    #2,411
    0
  5. #2410 bunyaps (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 18:08
    พี่มาร์คคือแบบมันไม่ได้ป่ะทำไมเป็นคนแบบนี้วะล่ะก็พูดให้น้องคิดมากตลอดอ่ะพูดไม่คิดล่ะก็มาหยุดหงิดใส่น้อง-บ้าเอ้ยยยย
    #2,410
    0
  6. #2400 LuhanBen (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 00:07
    แท้งยังไม่เท่าไหร นึกสภาพครอบครัวแบบนี้ดิ อิมาร์คมันจะตบแบมให้ลูกเห็นป่ะหรือด่าให้ได้ยินงี้ ไม่มีความเป็นคนหรือมีจิตสำนึกด้วยซ้ำแกจะไปผลิตคนดีๆขึ้นได้ไงก่อน นึกภาพว่าลูกจะโตไปเป็นแบบตัวเองแล้วภูมิใจหรอ วงวารแท้ แบมนี่ไม่ใช่ชีวิตน้องเองแล้ว อ่อนแอขนาดนี้ใช้ชีวิตเองไม่รอดแน่เลย
    #2,400
    0
  7. #2399 LuhanBen (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 00:04
    ทำตาม"คำสั่ง" จ้าาา เนี่ยหรอคนจะเป็นพ่อ? กล้าคิดลงไปได้ไง ช่างกล้าแม้แต่จะคิดอ่ะ สงสารเด็กเหอะ เป็นชั้นจะยอมไปเกิดเป็นหมาดีกว่า5555
    #2,399
    0
  8. #2325 paperbirdrd (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 10:21
    เป็นความอึดอัดตามตัวละครไปเลยอะ ตอนแรกก็อยากคุ้ยดูว่าเหคุการณ์ไหนที่พี่บอกว่าน้องเปลี่ยนไป เราว่าคงตั้งแต่อยู่กับครอบครัวน้องเองมาก่อนหน้าคือ น้องไม่ได้รับความรักความเอาใจใส่ที่เป็นความรู้สึกจริงๆ จนหล่อหลอมให้น้องกลายเป็นคนคิดลบๆ จิตตกง่ายๆ

    ช่วงที่น้องมีเเฟนคนแรกประจวบเหมาะกับที่พี่มาร์คเองก็ชอบน้องอยู่แล้วด้วย ก็คืออย่างที่มาร์คบอก เพราะในตอนนั้นเป็นมาร์คฝ่ายเดียวที่ชอบน้อง ชอบแบบคนรักกัน แต่น้องดันชอบพี่เพราะการกระทำเอาใจใส่ ห่วงใยแบบครอบครัวที่พึงมีอะ น้องเลยไม่ได้สนใจหรือสังเกตท่าทีของพี่เป็นพิเศษว่ากำลังมีความรู้สึกดีๆก่อตัวขึ้นมากกว่าพี่น้อง เลยทำให้น้องมีเเฟนคนแรก และจุดแตกหักก็คือการที่พี่สร้างกำแพงปกป้องความรู้สึกตัวเอง ทั้งที่จริงๆก็ยังรักน้องเหมือนเดิม ส่วนน้องที่บอกว่ารัก เราว่าน้องคงรู้สึกรักแบบรักพี่ชายอะ รักที่ต้องรู้สึกผิดที่ทำให้มาร์คกลายเป็นคนแข็งกร้าวขึ้นมา สุดท้ายก็กลายเป็นว่า มันไม่มีความรักจริงๆอยู่เลย ยกเว้นมาร์คที่รู้สึกรักไปฝ่ายเดียว และน้องก็ซึมเศร้า ซ่อนความเจ็บปวด

    ต่อให้มาร์คมาทำแบบนี้ เราว่าน้องก็ต้อคิดว่ามาร์คกำลังหลอกล่อเพื่อจะมีอะไรกับน้อง ภาวะจิตใจน้องตอนนี้คือไม่เชื่อใจใครอีกแล้ว ไม่เชื่ออีกแล้วว่า คนที่น้องรักจะรักน้องคืน เพราะน้องเหนื่อยจริงๆ อีกอย่างก็คืออยากได้หลาน ที่แม่มาร์คพูดแบบนั้น ก็คือแค่หลาน ถ้ายังไม่มีหลานก็ยังไปไหนไม่ได้
    #2,325
    2
    • #2325-1 กระดิ่งสีม่วง(จากตอนที่ 12)
      24 ตุลาคม 2562 / 12:20

      เฉียบ!
      #2325-1
    • #2325-2 aquariusBunma(จากตอนที่ 12)
      2 พฤศจิกายน 2562 / 21:54
      จริง ยังไม่เห็นว่าแบมเริ่มรักมาร์คจากตรงไหนเลย
      #2325-2
  9. #2320 yuuichigo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 20:18
    คิดถึงแล้วนะคะ
    #2,320
    0
  10. #2310 NN_LOVEFIC_MB (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 07:19

    ไรท์ แวอาร์ยูววววววววววว เวนดูยูคัมแบคเอ่ยย? รอจนลืมเนื้อเรื่องละน้ะ🙁
    #2,310
    0
  11. #2306 lovebam2x (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2562 / 21:12
    เฮ้ยยยยยยยยยยน้องท้อง ลูกหลุด อะไรยังไงคะ อาาเดเียบสาัดก่นสิเด่นยว เมื่อไรเค้าจะคุยกันดีๆคะฮืออออออ
    #2,306
    0
  12. #2295 yuuichigo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 09:29
    ไรท์ !!!! กลับมาได้แล้วค่าา คิดถึงแล้วววววววว
    #2,295
    0
  13. #2293 tararat srithong (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 14:04
    มา มาให้เต็มที่!!!
    #2,293
    0
  14. #2289 N__Valentine_B (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 17:55

    รอนะคะ ขอให้น้องไม่เป็นอะไร
    #2,289
    0
  15. #2288 N__Valentine_B (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 17:54

    น้ำตานองแล้วค่ะไรท์
    #2,288
    0
  16. #2285 SRK_BJK (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 02:13
    แรงมากกกกไม่อยากคิดว่าแท้งลูกเลยมันโหดร้ายเกินไปค่ะฮื่อออออเรารับไม่ได้เลยค่ะภาวนาไม่ให้เป็นอย่างที่คิดนะคะไรท์แบบว่าพีคว่าไม่ใช่ลูกฮื่อออเราไม่รู้แต่ขอหลอกตัวเองก่อนชีวิตคนๆนึงเลยนะคะ
    #2,285
    0
  17. #2281 BamBear_BB (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 11:59
    อยากจับตัวอิพี่มาเขย่าสีกที เป็นบ้าอะๆรนักหนา แกจะทำแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่ฮะะะ
    #2,281
    0
  18. #2280 Tam egbs (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 17:57
    แรงมากกกกกก
    #2,280
    0
  19. #2272 Baitong'z Exo (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 22:08
    ฮือ ทำไมพี่ไม่พูดกับน้องดีๆ บอกน้องตรงๆไปเลย ใจร้ายอะ เราจะร้องไห้เเล้วเนี่ย
    #2,272
    0
  20. #2271 Quang94 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 10:56
    ไม่ใช่น้องเป็นบ้าหรอก พี่มันต่างหากสติไม่ดี ขอความกรุณาเอาคืนให้หนัก มอหอ!
    #2,271
    0
  21. #2267 bbmma9397 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 02:33
    ทำไมมาร์คป็นงี้อ่ะ จิตใจยังเป็นคนปกติดีอยู่หรือป่าวห้ะ
    #2,267
    0
  22. #2266 oni (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 22:48

    คนพี่หายบ้าในการประชดประชันทำร้ายร่างกายและจิตใจ แต่จะบ้ามากขึ้นอีกหลายเท่าเพราะรักและเอาอกเอาใจคนน้องเพราะการกระทำทุเรศๆที่ผ่านมาของตัว

    ก็ประมาณว่าสำนึกเถอะ555

    #2,266
    0
  23. #2264 JzyS (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 21:29
    ถีบพระเอกจะโดนไรท์แบนมั้ยค้าาาา
    #2,264
    0
  24. #2262 Nisa_9397 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 15:22
    อะไรคะอะไรยังไงมาทำให้คาใจไม่ได้นะคะไรท์มาต่อเร็วๆ
    #2,262
    0
  25. #2259 Keke (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 02:43

    สสงสารน้อง ทำไงดีแม่จะอ่านต่อไหม แม่เกลียดมาร์คจัง

    #2,259
    0