ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 5 : หลี่เจิ้งป๋อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,240 ครั้ง
    9 ก.พ. 63

บทที่ ๕ หลี่เจิ้งป๋อ


ถึงแม้คฤหาสน์ตระกูลหลี่ในวันนี้จะไม่มีเจ้านายที่แท้จริงอาศัยอยู่ แต่ยุทธการปิดผืนฟ้าด้วยฝ่ามือของตระกูลหลี่ก็ยังคงดำเนินต่อไป การเข้านอกออกในของผู้คนภายในคฤหาสน์เป็นไปอย่างเข้มงวด เห็นได้ชัดถึงการเตรียมการดีเยี่ยมที่มีทั้งแผนรับมือและแผนป้องกันที่ดี 

เพื่อไม่ให้ผู้คนภายนอกสงสัย หลี่เจิ้งป๋อจึงยังคงเข้าออกคฤหาสน์ตระกูลหลี่เป็นประจำ วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่หลี่เจิ้งป๋อใช้เส้นทางลับกลับเข้ามาภายในคฤหาสน์เพื่อทำทีแสดงตนว่ายังอาศัยอยู่ในที่แห่งนี้

หลังจากตรวจตราความเรียบร้อยรอบบริเวณ หลี่เจิ้งป๋อจึงก้าวเท้าออกจากคฤหาสน์ผ่านประตูใหญ่เพื่อแสดงละครตบตาผู้คนที่สัญจรไปมาดังเช่นปกติ

ตระกูลหลี่วางรากฐานดี กฎระเบียบในตระกูลเข้มงวด การขัดแข้งขัดขาระหว่างบ่าวไพร่จึงเกิดน้อยครั้ง ดังนั้นแม้เหล่าข้าทาสบริวารจะเกิดความสงสัยในการกระทำของผู้นำตระกูล แต่ก็ไม่กล้าคิดค้นหาคำตอบ

ต่างจากอนุภรรยาลำดับที่แปดและข้ารับใช้คนสนิทข้างกายที่กำลังทำตัวด้อมๆ มองๆ เดินเตร่ไปทั่วคฤหาสน์

“อาเป่า เจ้าบอกข้าทีว่าทำอย่างไร ข้าถึงจะได้พบบุรุษไร้ใจผู้นั้น”

“คุณชาย ทำไมพูดแบบนั้นเล่าขอรับ หากมีผู้ใดมาได้ยินเข้า จะเป็นเรื่องเอาได้นะขอรับ”

“อาเป่าเอ๋ยอาเป่า เจ้าจะกลัวไปไย ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว คนเก่าคนแก่ เมียเล็กเมียน้อย คนดีมีฝีมือทั้งหลายไหนเลยจะยังอาศัยอยู่ที่แห่งนี้อีก กระทั่งสาวใช้ของสามีผู้ที่ลืมเลือนทอดทิ้งข้าพวกนั้น เจ้าและข้าต่างก็ไม่รับรู้ถึงตัวตนของคนพวกนั้นมานานร่วมเดือนแล้วมิใช่หรือ จะกลัวอะไรนัก ถ้าไม่พูดไม่บ่นสิ ได้อึดอัดตายแน่ๆ วันทั้งวันได้แต่รอให้เจ้าลูกเต่าผ่านทาง รู้ว่าแวะเข้ามา แต่ก็พบเจอยากยิ่ง”

“แต่ว่า…” อาเป่าพยายามจะพูดต่อ ตั้งใจปลอบประโลมคุณชายของตน แต่ติดที่ว่า เขาไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไรออกไป ด้วยสิ่งที่ได้ฟังนั้นล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งสิ้น

“เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว ข้าอธิบายให้เจ้าฟังมาตั้งกี่รอบต่อกี่รอบ ดังนั้นเจ้าควรยอมรับได้แล้ว ว่าพวกเราที่เหลือนั้นถูกทอดทิ้งโดยสมบูรณ์” อวิ๋นเทียนซื่อยังอยากพูดใส่อารมณ์ต่ออีกหลายประโยค แต่เพราะเห็นหน้าตาซึมเศร้าของร่างน้อยข้างกายจึงได้แต่ลดเสียงลง

“อาเป่าเจ้าไม่ต้องทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ พวกเราจะไม่เป็นอะไร เพราะตอนนี้ข้าหาทางออกเฉพาะหน้าให้เราสองคนได้แล้ว ข้านอนใช้ความคิดมานานนับเดือนเห็นว่า ‘วัด’ คือหนทางรอดที่ดีที่สุดของพวกเราในตอนนี้ ถ้าศึกชิงบัลลังก์จบลง ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร พวกเราล้วนรอดตัว ถ้าชนะเราก็ถือเพศฆราวาสตีเนียนอยู่ต่อสักพัก จากนั้นก็ขอหนังสืออย่าแล้วค่อยหาลู่ทางทำมาหากินกันต่อไป แต่ถ้าหากเกิดแพ้ขึ้นมาเราก็บวชเป็นหลวงจีนไปซะเลย นอกจากจะไม่ตายแล้ว ยังถือว่าสร้างกุศลให้ตัวเอง ตายไปแล้วยังได้ขึ้นสวรรค์อีกด้วย เจ้าเข้าใจข้าหรือไม่เป่าเปาน้อยๆ” น้ำเสียงทีเล่นทีจริงกล่าวเรื่องคอขาดบาดตายของตนออกมาอย่างคนปลงตก คนธรรมดาตัวเล็กๆ อย่างเขามันก็คิดได้แค่นี้เท่านั้น

“…” อาเป่าเพียงรับฟังผู้เป็นนาย คุณชายคิดการใดเขาล้วนเห็นดีเห็นงาม ‘อยู่วัด…ก็สงบดี’

ขณะที่อวิ๋นเทียนซื่อกำลังสนทนากับอาเป่าอยู่นั้น เขาก็เหลือบเห็นชายเสื้อคลุมสีขาวที่เห็นอยู่รางๆ ในสวนท้อของตระกูลหลี่

‘ใช่หรือไม่นะ จะใช่คนที่เขาต้องการจะเจอหรือไม่นะ’ แทนที่จะมัวตั้งคำถามในใจ อนุแปดอย่างเขาพลันตัดสินใจเปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว ตั้งใจใช้คำพูดให้อ่อนลงเพื่อดูท่าทีตอบสนองของคนผู้นั้น

“อาเป่า ตัวข้านั้นหมดใจกับคนผู้นั้นแล้ว เจ้าไม่ต้องกลัวแทนข้า ไร้ใจก็ดี ลืมเลือนก็ดี ทอดทิ้งก็ดี ข้าล้วน ปล่อยวางได้แล้ว ตอนนี้ข้าเพียงต้องการเริ่มชีวิตใหม่เท่านั้น เจ้าเข้าใจแล้วหรือไม่…”

“ค…คุณชาย ขอรับ บ่าวเข้าใจแล้ว” อาเป่ารับคำผู้เป็นนาย เขาจดจำเอาไว้แล้ว ทำนบน้ำตาเริ่มคลออีกครั้ง ด้วยรู้สึกสงสารเจ้านายจับใจ

คุณชายของเขาเป็นหนุ่มน้อยรูปงามวัยแรกแย้ม อายุเพียงสิบเจ็ดแต่กลับมีความคิดอ่านเกินวัย คุณชายเกิดก่อนเขาเพียงหนึ่งขวบปีเท่านั้นแต่เพราะมีเรื่องราวน้อยใหญ่เข้ามาในชีวิตหลังแต่งงาน เลยเป็นเหตุให้คุณชายเติบโตขึ้นมาก

บุรุษที่งดงามทั้งกายใจ เก่งกาจมากสามารถ จิตใจกว้างขวางทั้งมากล้นด้วยน้ำใจ นับวันคุณชายของเขาก็ยิ่งเปล่งประกายงดงาม ในใจของอาเป่ายังไม่สิ้นศรัทธา เมื่อตัวเขามองเห็น ผู้อื่นก็ย่อมมองเห็นเช่นกัน หวังเพียงนายท่านจะยังไม่เสียโอกาสนี้ไป

“เอาล่ะ กลับกันเถอะเดี๋ยวช่วงบ่ายพวกเราค่อยมาดักรออีกรอบ เผื่อจะมีโอกาสได้เจอ…”

ในขณะที่สองนายบ่าวแสดงทีท่าว่าจะเดินกลับเรือน ทันใดนั้น ‘หลี่เจิ้งป๋อ’ พลันปรากฏตัวขึ้น

หนึ่งคุณชายผู้หล่อเหลา สง่างาม…ก้าวเท้าเข้าหา

หนึ่งคนงามแบบบาง สมส่วน…ยืนนิ่งเหม่อมอง

ยามเมื่อสบประสานสายตา คล้ายดั่งห้วงเวลาต้องมนต์

ต่างฝ่ายต่างลอบประเมินกันและกัน

ผู้หนึ่งตั้งป้อมเตรียมตัวสู้ ผู้หนึ่งประหลาดใจคล้ายค้นพบบางสิ่งบางอย่างน่าสนใจ

‘อนุของเขาผู้นี้มีนามว่าอะไรนะ ซือ…ซือ อะไรสักอย่าง’ ในตอนแรก มองมาจากที่ไกลๆ หลี่เจิ้งป๋อยังจดจำอวิ๋นเทียนซื่อไม่ได้ เมื่อพินิจถ้วนถี่เขากลับจำได้เพียงว่าอนุผู้นี้ มาจากตระกูลคหบดีที่ไม่โดดเด่นทั้งยังไร้พิษภัย เพราะเคยตรวจสอบภูมิหลังของอนุผู้นี้แล้ว ภาพจำของอนุแปดมีเพียงความใสสะอาดและไร้มลทิน

สำหรับหลี่เจิ้งป๋อแล้ว ความทรงจำที่มีต่อคนงามเบื้องหน้ามีเพียงความงาม แม้นงดงามแต่กลับจืดชืดไร้รสชาติ ขาดเอกลักษณ์ไร้ความโดดเด่น เขาเข้าหาอนุแปดไม่กี่ครั้งก็รู้สึกเบื่อหน่าย จึงค่อยๆ ลืมเลือนไปตามกาลเวลา แต่ทว่าเมื่อได้พบอีกครา กลับมิได้ชืดชาอย่างที่คิดไว้ คนผู้นี้มีอะไรเปลี่ยนไปหรือไม่ อะไรที่เปลี่ยนแปลงไปกัน ใบหน้างดงามเรียบเฉยเมื่อกาลก่อน แต่มาวันนี้กลับเปล่งประกายมีชีวิตชีวา

ตัวตนก้นบึ้งของอนุผู้นี้เป็นอย่างไรแน่ เดือนก่อนเขาได้รับรายงานเรื่องอนุแปดบุกห้องครัวใหญ่ เข้าใจว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไปหลังจากเหตุการณ์ตกน้ำในคืนนั้น ทว่า…แววตาฉลาดเฉลียวเบื้องหน้าคืออะไร อีกทั้งถ้อยคำด่าทอสามีลับหลังไม่กลัวถูกโบยนั้นอีกเล่า ดูทีว่าครั้งนี้เขาคงจะพลาดอะไรไปแล้วจริงๆ

ถึงแม้จะเริ่มรู้สึกว่าคนงามตรงหน้า น่าสนใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังเรียกได้ว่าเล็กน้อย เปรียบกับสิ่งที่ได้ยินแล้ว วาจาเชือดเฉือนซ่อนคมของเจ้าตัว กลับทำให้เขาให้คุณค่าของอนุผู้นี้มากกว่าความงดงามฉาบฉวย

จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ วิธีที่อนุแปดว่ามานั้นถือว่าใช้การได้ นับว่าเป็นคนที่มองสถานการณ์ได้ดีและรู้จักทิศทางลม น่าจะเป็นคนมีฝีมือผู้หนึ่ง เขาชมชอบคนมีฝีมือ ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ถือเสียว่าเขาทำบุญสร้างกุศลก็แล้วกัน ในเมื่ออนุของเขาอยากศึกษาพระธรรม ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไป แต่คงต้องรอให้เรื่องราวสายอำนาจนี้ผ่านพ้นไปเสียก่อน

“คารวะนายท่าน”

อวิ๋นเทียนซื่อและอาเป่าย่อกายแสดงความเคารพต่อหลี่เจิ้งป๋อ ทั้งตะบี้ตะบันก้มหน้าเก็บสายตาอย่างเอาเป็นเอาตาย

“ลุกขึ้นเถอะซือเอ๋อร์ ไม่ต้องมากพิธี” หลี่เจิ้งป๋อประคองคนงามที่กำลังย่อกายให้ยืนขึ้น การกระทำดุจว่าเอาใจใส่ของสามีในครั้งนี้ ทำให้อวิ๋นเทียนซื่อถึงกับขนลุกเกรียวทั่วร่าง

“ข้าได้ยินบทสนทนาระหว่างเจ้ากับบ่าวรับใช้โดยบังเอิญ ไหนๆ เจ้าก็เจอข้าแล้ว เพื่อไม่ให้คนงามต้องเสียเวลายืนตากลมหนาวดักรอข้าอีก ข้าจะอนุญาตให้เจ้าเดินทางไปอารามเพื่อสวดมนต์ถือศีลภาวนาตามคำขอ แต่ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้นั้น…เจ้าเองก็คงจะพอทราบว่าช่วงนี้ข้าไม่อาจไว้ใจให้ผู้ใดออกจากคฤหาสน์ หากยังยืนยันที่จะเดินทางสายนี้ ข้าจะเลือกอารามให้เจ้าเอง และจะต้องมีคนคอยติดตามดูพฤติกรรมอีกสักระยะ เจ้าจะยิน…”

“ข้ายินดีขอรับ” อวิ๋นเทียนซื่อรีบตอบรับกลับไปอย่างรวดเร็ว แทบจะกัดลิ้นตนเองตายก่อนจะได้ออกบวชด้วยซ้ำ

“ยิน...ยอมหรือไม่?” หลี่เจิ้งป๋อพูดต่อจนจบประโยคแล้วจึงค่อยพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้อนุของตนหลังกล่าวจบ

“ยินยอมขอรับ ข้ายินยอม แล้วก็ยินดีมาก” อวิ๋นเทียนซื่อตอบรับอีกครั้ง ทั้งยังพยายามลดความเร็วของเสียงให้เนิบนาบกลมกลืนกับหลี่เจิ้งป๋ออีกด้วย กลัวยิ่งนัก กลัวผู้อื่นกลับคำเพราะความระริกระรี้ออกนอกหน้าของตัวเอง

“…” อาเป่าใจเต้นตึกตัก ตื่นเต้นไปกับเจ้านายทั้งสองเบื้องหน้า

“เช่นนั้น ข้ายังเป็นบุรุษไร้ใจอยู่หรือไม่?” หลี่เจิ้งป๋อเอ่ยถามออกไปด้วยท่าทางสบายๆ อย่างผู้เหนือกว่า

“ย่อม…ไม่เป็นเช่นนั้นอยู่แล้วขอรับ” อวิ๋นเทียนซื่อตอบอึกอักไม่เต็มเสียง

“สามีผู้ที่ทอดทิ้งเจ้าล่ะ ข้ายังเป็นอยู่ไหม?” หลี่เจิ้งป๋อยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เย้าหยอกคนงาม

“เอ่อ..ย่อม..ไม่มีเรื่องแบบนั้นขอรับ” อวิ๋นเทียนซื่ออึกๆ อักๆ แต่ยังพอไหลลื่นตอบคำถามไปได้ ถือคติ ลูกผู้ชายเมื่อทำผิด ย่อมต้องกล้าปฏิเสธ!

“แล้วสามีผู้ที่ลืมเลือนเจ้าคนนั้นเล่า?”

หลี่เจิ้งป๋อยังคงหยอกเย้าถามต่อ อยากรู้ว่าอนุของตนผู้นี้จะแก้ตัวอย่างไร ในเมื่อเขาได้ยินกับหูแท้ๆ …อนุแปดใช่น่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่

“เอ่อ..จะเป็นไปได้อย่างไรขอรับ เห็นอยู่ชัดๆ ว่าท่านจำเอ่อ..ซือ..ซือเอ๋อร์ ได้”

‘เพ้ย! ซือเอ๋อร์ปู่ท่านสิ’ อวิ๋นเทียนซื่อสบถในใจดุเดือด เขาไม่ใช่คนที่จะสามารถรับมือกับเหตุการณ์เช่นนี้ได้ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าหลี่เจิ้งป๋อได้ยินคำพูดลับหลังของตนเองทั้งหมด ในโลกต่างมิติใบนี้พวกบุรุษที่มีพลังยุทธ์จะหูดีกว่าคนธรรมดาก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ทำไมยังเอ่ยวาจากดดันอยู่ได้ ‘สงสัยจะเคืองหนัก’

อวิ๋นเทียนซื่อเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าตนเองเป็นคนที่นิสัยดีคนหนึ่ง น้อยครั้งที่จะนินทาใครลับหลังแบบนี้ สำหรับเขาแล้ว หลี่เจิ้งป๋อ คือภาพความทรงจำที่ฉายซ้ำชีวิตรันทดระทมรักของอดีตเจ้าของร่าง ซึ่งเป็นตัวเขาในชาติภพนี้ การนินทาด่าว่าหลี่เจิ้งป๋อลับหลังจึงไม่ใช่เรื่องที่ผิดสำหรับเขา เพราะเรื่องที่พูดออกไปล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น 

แต่…วันนี้ตัวเองยังไม่แข็งแรงพอ ไม่อาจงัดข้อกับบุรุษผู้นี้ได้ สัญชาตญาณของเขาบอกเอาไว้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนเรียบง่าย 

แม้นอากาศเหน็บหนาว ทว่าเหงื่อบางๆ กลับเริ่มผุดขึ้นตามไรผม คิดไปสิบแปดตลบ สุดท้ายก็ไม่พ้นเส้นทางสายสามัญ หากหลี่เจิ้งป๋อถามอะไรมาอีก เขาคงต้องพูดความจริง มากเล่ห์ไปใช่ว่าจะดี แค่ใช้ตาข้างเดียวมองก็รู้ว่าตัวเองสู้ผู้อื่นเขาไม่ได้ คิดแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจไว้อาลัยให้แก่ ‘โลกกลมสังคมเหลี่ยม’ เหลี่ยมเล่ห์ยังด้อย อย่าได้คิดไปคัดง้างกับนักลงทุนเจ้าถิ่น

“ซือเอ๋อร์”

“…” อวิ๋นเทียนซื่อยังคงติดอยู่กับความคิดสิบแปดตลบของตัวเอง

“ซือเอ๋อร์”

“…” อวิ๋นเทียนซื่อยังคงติดอยู่ในห้วงภวังค์ความคิดของตัวเองอยู่เช่นเดิม ถอนหายใจเฮือกใหญ่ต่อหน้าผู้อื่นหลายครั้งหลายคราอย่างลืมตัว

“ซือเอ๋อร์ ข้าเรียกเจ้าอยู่”

หลี่เจิ้งป๋อให้รู้สึกสนุกสนานเบิกบานใจไปกับอากัปกิริยาของคนตรงหน้ายิ่งนัก จู่ๆ คนผู้นี้ก็ถอยออกไปตั้งหลักจมจ่อมอยู่ในภวังค์ห้วงคิดของตัวเอง ไม่รับรู้ตัวตนของเขาที่เป็นคู่สนทนา อีกทั้งภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา[1] อนุภรรยาผู้นี้ของเขากลับเริ่มมีเหงื่อบางๆ ผุดพราวออกมาตามกรอบหน้าและไรผม ทั้งยังทอดถอนใจออกมาเป็นพักๆ ประหนึ่งผู้ชราที่กำลังหวนระลึกในความหลัง 

‘หึๆ อยากรู้นักว่าในศีรษะเล็กๆ ของเจ้าคิดการอันใดอยู่’

“อี๋เหนียง นายท่านเรียกขอรับ” อาเป่ากระซิบกระซาบทั้งยังแอบกระตุกปลายแขนเสื้อเจ้านาย เขากลัวเหลือเกิน กลัวว่าคุณชายของตนจะถูกลงโทษ เพราะมีความผิดติดตัวโทษฐานว่าร้ายสามี คิดได้เช่นนั้นน้ำตาเจ้ากรรมก็เริ่มเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่

เมื่ออวิ๋นเทียนซื่อถูกอาเป่าเรียกสติเขาก็รับรู้และกลับคืนสู่สถานการณ์เบื้องหน้าอีกครั้ง เขามองสบตาหลี่เจิ้งป๋ออย่างช่างใจ จากที่คิดมาแล้วหลายตลบ จะใช้สารพัดมารยาเยี่ยงสตรีกับบุรุษที่มีเมียถึงสิบสองคนย่อมไม่ช่วยอะไร ไม่ลืมว่าตัวเขานั้นไม่ได้เป็นที่รักใคร่โปรดปราน จะหน้าด้านปฏิเสธความผิดต่อไปจึงไม่น่าจะดี ตามความเห็นสุดท้ายคือพูดความจริงยอมรับมันซะ 

‘พูดแล้วต้องรับ ใครกลัวกันเล่า!’

“นายท่าน…อันที่จริงข้ามีนามว่า อวิ๋นเทียนซื่อ เป็นอนุภรรยาคนที่แปดของท่าน ข้ามิใช่อนุคนโปรด ตระกูลเดิมของข้าก็เป็นเพียงตระกูลคหบดีเล็กๆ ตัวข้านั้นเป็นเบี้ยหมากที่ไร้ประโยชน์ยิ่ง หรือบางทีอาจจะเป็นไม่ได้แม้กระทั่งเบี้ยในกระดานหมากของท่านด้วยซ้ำ” 

อวิ๋นเทียนซื่อเว้นระยะรอดูสถานการณ์ เห็นว่าหลี่เจิ้งป๋อไม่ว่าอะไรจึงกล่าวต่อ

“ข้ามีเพียงรูปโฉมที่พอดูได้ แต่สำหรับท่านที่มีทั้งสาวงามและคนงามมากมายรายล้อมอยู่ตลอดเวลา ตัวข้าจึงไม่อาจนับเป็นอะไรได้ ดังนั้นท่านจึงเข้าหาข้าไม่กี่ครั้ง จากนั้นท่านก็สิ้นเสน่หาและลืมเลือนไปตามกาลเวลา

ที่ผ่านมา ท่านแทนตัวว่า ‘ข้า’ และเรียกข้าว่า ‘เจ้า’ หาใช่ ‘ซือเอ๋อร์’ แต่อย่างใด จึงไม่แปลกอะไรหากท่านจะจดจำชื่อข้าไม่ได้ เฉกเช่นเดียวกัน ก็ไม่แปลกอะไรหากข้าจะแอบตัดพ้อและน้อยอกน้อยใจบ้าง

นายท่าน ตัวข้าอนุภรรยาไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขอดีต ทำได้เพียงปรับปรุงแก้ไข สิ่งที่พูดออกไปด้วยความคะนองปากนั้น ในตอนนี้ข้าสำนึกผิดแล้ว หวังอย่างยิ่งว่าท่านจะไม่ถือสาและให้อภัยสักครั้ง นายท่าน…ท่านพี่…ข้าขอโทษท่าน อภัยให้ข้าอนุผู้ต่ำต้อยด้วยเถิดนะขอรับ”

พูดจบอวิ๋นเทียนซื่อก็คุกเข่าให้หลี่เจิ้งป๋อ พร้อมทั้งสบตาเล็กน้อยก่อนก้มหน้านิ่งมองพื้นอย่างละอายใจ ใช้แอคติ้งระดับพระเอกที่ได้เรียนรู้มาจากภพก่อนอย่างเต็มที่ แสดงตัวประหนึ่งสามีถูกภรรยาจับได้ว่าแอบซ่อนเงินอย่างไรอย่างนั้น ประกอบกับใบหน้าหวานหยดย้อยขนาดเท่าฝ่ามือนี้ ต่อให้หลี่เจิ้งป๋อไม่รักเขา แต่ก็สมควรไม่ถือสาเอาความ… ‘นี่เมียเก่าเชียวนะเฮ้ย!’

หลี่เจิ้งป๋อคาดไม่ถึงกับคำพูดตรงไปตรงมาของคนตรงหน้า อวิ๋นเทียนซื่อแนะนำตัวแล้วจบด้วยการคุกเข่าสำนึกเสียใจ เขาชะงักไปครู่หนึ่งกับคำตัดพ้อที่ซื่อตรงของอนุภรรยา ชั่วขณะนั้นเขาไม่รู้ควรแสดงออกหรือพูดอะไรต่ออนุแปดผู้นี้ดี

เดิมทีเขาคิดเพียงจะหยอกเย้าคนงามเล่นนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น ไม่นึกว่าอวิ๋นเทียนซื่อจะตอบออกมาเช่นนี้ คล้ายเขาจะรู้สึกสะกิดใจกับอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นสิ่งใดที่กำลังคืบคลานสะกิดใจเขา

“เจ้าลุกขึ้นเถอะ ข้ามิได้คิดมากอันใด เพียงหยอกเย้าเจ้าเล่นเท่านั้น มิได้คิดโกรธเคืองแม้แต่น้อย” หลี่เจิ้งป๋อยื่นมือไปพยุงคนงามให้ลุกขึ้น พร้อมกับจดจำทุกถ้อยคำของอวิ๋นเทียนซื่อที่กล่าวกับตนในวันนี้

“ขอบพระคุณนายท่านที่ไม่ถือสาขอรับ”

“เจ้ากลับไปเตรียมตัวเถอะ อีกสี่วันข้าจะให้คนพาเจ้าไปส่งที่อารามบนเขาเทียนซา”

อวิ๋นเทียนซื่อพยักหน้าน้อยๆ รับคำด้วยท่าทางว่าง่าย ก่อนจะกล่าวส่งคำอำลา ยืนก้มหน้าสำรวมกิริยาส่งหลี่เจิ้งป๋อที่กำลังเดินจากไป

‘ไม่เสียแรงที่ใช้เวลารวบรวมข้อมูลมานานนับเดือน แม้จะหาเส้นทางลับออกจากคฤหาสน์ไม่เจอ แต่ก็ได้เจอคนที่อยากเจอ เขามาดักรอบุรุษผู้นี้มาพักใหญ่แล้ว และโชคดีที่เขาตัดสินใจเดิมพันได้ถูกทิศทาง พูดออกไปตรงๆ ผลลัพธ์ที่ได้…ดีเยี่ยม!’

อวิ๋นเทียนซื่อคิดในใจอย่างมีความสุขจนอดจะระบายรอยยิ้มเปี่ยมสุขเผื่อแผ่ไปให้กับอาเป่าไม่ได้ โดยหารู้ไม่ว่ารอยยิ้มงดงามนั้นได้ถูกใครบางคนที่หันหลังกลับมามองเห็นเข้าพอดี

“งดงาม”

___________

ดีจ้า เขาเจอกันแล้วค่ะทุกคน ตามชื่อเรื่องเลย ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด หลี่เจิ้งป๋อคนนี้คือเจ้าลูกเต่าของน้องค่า ~ วันวานวันวาฬ.

เชิงอรรถ

[1] หนึ่งถ้วยชา ใช้เปรียบเป็นเวลาที่สั้นมาก ประมาณ 10-15 นาที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.24K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

  1. #1587 iyongimu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 13:59
    เอ็นดู อาเป่าเป่าน้อย555
    #1,587
    0
  2. #1425 tk999 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 12:06
    ทำไมถึงไม่ขอหย่าด้วยเลยอ่า ถ้าขอตอนนี้น่าจะมีสิทธิหย่าได้อยู่นะ แต่หลังจากนี้... ยาก 555
    #1,425
    1
    • #1425-1 viralpachkhawhom(จากตอนที่ 5)
      11 กรกฎาคม 2563 / 01:23
      เอ้ออ! อ่านแร้วหงุดหงิดดด
      #1425-1
  3. #1289 chanchanchan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 18:31
    น้องซื่อสามีเจ้าช่างน่ากลัวยิ่งนัก
    #1,289
    0
  4. #1241 renesqueenxs (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 07:12
    เอาล่ะ ไม่ได้หย่าละ เผลอๆวัดก็จะไม่ได้ไป 5555
    #1,241
    0
  5. #1022 Minutedao (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 10:20
    ต้องอ่านต่อถึงจะคุยกับนักเขียนรู้เรื่องงงง
    #1,022
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #386 dewwiizodiac (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 19:33
    ไม่ได้ไปแน่ๆน้องเอ้ย 55555
    #386
    0
  8. #259 0862223050 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 22:30
    พระเอกเริ่มแรกนี่ สุดๆไปเลย

    เกลียดดด555
    #259
    0
  9. #168 pranee_2535 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 16:04
    พระเอกปรากฎตัวแปลกๆนะ ยัง งง อยู่เลย
    #168
    1
  10. #151 athunya (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 12:15
    เอ้า แบบว่า เอาแล้วไม่ถูกใจ เลยทิ้งไว้รอวันตาย พอมาเจออีกที ดูท่าจะเอามันกว่าเดิม เลยกลับมาเอา หูววว แมนมาก แมนสุดๆ!!!!
    #151
    2
    • #151-1 jeep2548(จากตอนที่ 5)
      22 มิถุนายน 2562 / 20:25
      +1 จ้า พระเอกแนวนี้คือยังไงน้อ
      #151-1
  11. #113 Ccu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 12:16

    เอาจริงดิ ทิ้งเมียไว้ให้โดนตัดหัวเพราะไม่แซ่บ พอแซ่บขึ้นกลับ 'งดงาม' ขึ้นมาซะงั้น หยั่งกะคนย้ายบ้านไปแล้วทิ้งหมาไว้ให้อดตายอ่ะ ผู้ชายอย่างนี้ได้เป็นผัวตายดีกว่า เรียกตัวผู้ยังกระดากปากเลย อ่านมาสี่ห้าตอนคิดว่าจะมีเหตุผลอื่น นี่เหตุผลมันควายๆ งี้เองเหรอ พอ กู๊ดบาย เป็นพระเอกเพราะถูกบรรยายว่าหล่อนี่ไม่ใช่แนว

    #113
    1
    • #113-1 Look_Peach(จากตอนที่ 5)
      17 มิถุนายน 2562 / 20:52
      แหะๆ กู๊ดบายนะคะ อ่านแนวที่ชอบนะคะ จะได้ไม่ต้องโมโห จะได้ วิน-วิน ทั้งคนแต่งและคนอ่านเนาะ ขอบคุณที่แวะเข้ามานะคะ^^
      #113-1
  12. #70 nicharipaen04 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 12:14
    อะแหนะ
    #70
    0
  13. #40 banana-bew088 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 14:41

    ......
    #40
    0