ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 4 : ตระกูลหลี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,096
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,237 ครั้ง
    9 ก.พ. 63

บทที่ ๔ ตระกูลหลี่


ตลอดเวลาหลายวันมานี้ อวิ๋นเทียนซื่อพยายามสืบหาข้อมูลที่เกี่ยวกับตระกูลหลี่ เขาสั่งให้อาเป่าไปตีสนิทหาข่าวจากบ่าวไพร่บางคนในโรงครัวที่เริ่มพูดคุยกับพวกเขามากขึ้น

แรกเริ่มเดิมที ก็เข้าใจว่าตนได้แต่งเข้าตระกูลใหญ่ แต่ก็ไม่นึกว่าจะใหญ่ขนาดนี้…

ตระกูลหลี่เป็นถึงหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่แห่งแคว้น ‘อู๋’ ฐานะมั่งคั่งร่ำรวยอีกทั้งยังเป็นตระกูลวาณิชหลวงเก่าแก่ ดำรงตำแหน่งนี้มาถึงสองรัชสมัย เป็นตระกูลคหบดีใหญ่แห่งแคว้น ซ้ำยังเป็นตระกูลเดิมของเสียนเฟยผู้เป็นพระมารดาขององค์ชายสี่ ‘ลู่ฉี’ ผู้มีความสามารถโดดเด่นและยังเป็นองค์ชายที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของผู้มีสิทธิ์ในศึกชิงบัลลังก์ที่สุดแสนดุเดือดในขณะนี้

เขาแต่งเข้าตระกูลหลี่สายหลัก ที่มีครบทั้งพ่อแม่พี่น้องรวมถึงผู้อาวุโสอีกหลายคน ครอบครัวอบอุ่นเสียจนเขาเองแทบรับไม่ไหว

เริ่มที่เสาหลักของตระกูล ผู้อาวุโสที่มีความสามารถและอำนาจสิทธิ์ขาดในมือ อดีตผู้นำรุ่นก่อน ‘หลี่เจิ้งเหยา’ วัย ๔๖ นายท่านใหญ่ผู้นี้มีบุตรชายสองคนและบุตรสาวสี่คน บุตรชายบุตรสาวทั้งหกคนล้วนถือกำเนิดโดยภรรยาเอกหวงซื่อ[1] ‘หวงหรุ่ยจือ’ แต่เพียงผู้เดียว ฟังว่ากฎของตระกูลสายหลักตั้งเอาไว้ว่า ภรรยาเอกเท่านั้นถึงมีสิทธิ์ให้กำเนิดทายาท ซึ่งกฎนี้เพิ่งจะถูกเพิ่มเข้ามาในรุ่นของหลี่เจิ้งเหยาเป็นรุ่นแรกนั่นเอง

ลำดับต่อมา ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันของตระกูลหลี่ บุตรชายคนโต คุณชายใหญ่ ‘หลี่เจิ้งป๋อ’ วัย ๒๘ รับหน้าที่สานต่องานต่างๆ จากผู้เป็นบิดา เป็นทายาทผู้สืบทอดของตระกูลหลี่สายหลัก ยังไม่แต่งภรรยาเอกแต่มีอนุภรรยาจำนวนสิบสองคนถ้วน หนึ่งโหลไม่ขาดไม่เกิน และเขา ‘อวิ๋นเทียนซื่อ’ คืออนุภรรยาลำดับที่แปดของคนผู้นี้

บุตรสาวคนโต คุณหนูใหญ่ ‘หลี่เจียวเหม่ย’ วัย ๒๖ ออกเรือนไปกับแม่ทัพพิทักษ์บูรพา ‘อวิ้นหยาง’

บุตรสาวคนรอง คุณหนูรอง ‘หลี่เจียวลู่’ วัย ๒๔ ออกเรือนไปกับบุตรชายคนโตของเจ้ากรมอาญา ‘หลวนซาน’

บุตรสาวคนที่สาม คุณหนูสาม ‘หลี่เจียวอวี่’ วัย ๒๒ ออกเรือนไปกับหัวหน้าองครักษ์รักษาพระองค์ ‘จ้าวเฟยอวี่’ บุตรชายคนรองของเจิ้นกั๋วกง[2]

บุตรสาวคนที่สี่ คุณหนูสี่ ‘หลี่เจียวเมิ่ง’ วัย ๑๙ คู่หมั้นของอันจวิ้นอ๋อง[3] ‘ลู่หานเฟิง’ ยังไม่ได้ออกเรือน เนื่องจากฝ่ายชายต้องไว้ทุกข์ให้แก่อันอ๋องผู้เป็นบิดา

และบุตรชายคนสุดท้อง คุณชายรองผู้มีสถานะแห่งเกอ ‘หลี่เจิ้งเจี๋ย’ วัย ๑๕ ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ที่สำนักศึกษาหลวง

จากข้อมูลที่รวบรวมมาได้ หากเขาคิดในมุมมองของจักรพรรดิหรือองค์ชายพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง ภัยร้ายซ่อนเร้นอย่างตระกูลหลี่นี้เขาก็คงจะหาทางกำจัดเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นฐานะมั่งคั่งร่ำรวยที่สามารถสนับสนุนด้านกำลังทรัพย์ให้แก่องค์ชายสี่ หรือความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจมากมาย เท่าที่เขาทำความเข้าใจในเบื้องต้นก็นับว่าน่าปวดหัวอยู่ไม่น้อย

มีน้องสาวเป็นถึงหนึ่งในสี่ราชชายา

มีหลานชายเป็นองค์ชายสี่

มีบุตรชายคนโตที่มีความสามารถ

มีบุตรชายคนเล็กซึ่งกำลังศึกษาในสำนักศึกษาหลวง สถานที่ซึ่งเป็นสำนักศึกษาที่เดียวกันกับเหล่าบรรดาเชื้อพระวงศ์ รวมทั้งยังเป็นศูนย์รวมของเหล่าบรรดาบุตรชายบุตรหลานของขุนนางในราชสำนักและลูกหลานคหบดีชนชั้นสูงภายในแคว้น

มิหนำซ้ำเหล่าบรรดาเขยขวัญของตระกูล ล้วนแล้วแต่ดีงามทั้งสิ้น

เขยใหญ่เป็นถึงแม่ทัพพิทักษ์บูรพา

เขยรองเป็นลูกชายของคนใหญ่คนโตในราชสำนัก

เขยคนที่สามก็เป็นถึงบุตรชายคนรองของเจิ้นกั๋วกง อดีตแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นที่มีความดีความชอบจนได้รับการแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ อีกทั้งตระกูลจ้าวของเจิ้นกั๋วกงนั้น ยังเป็นหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่แห่งแคว้นอู๋เช่นเดียวกับตระกูลหลี่ และเขยคนนี้ยังเป็นคนหนุ่มอนาคตไกล ด้วยวัยเพียง ๒๙ ก็มีตำแหน่งเป็นถึงหัวหน้าองครักษ์รักษาพระองค์ เห็นได้ชัดถึงความสามารถที่ไม่ธรรมดา

ส่วนว่าที่เขยคนที่สี่ ต้องบอกเลยว่าดีเลิศอีกเช่นกันเพราะเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ บุตรชายของอันอ๋องผู้เป็นพระอนุชาร่วมพระมารดากับองค์จักรพรรดิรัชสมัยปัจจุบัน อีกทั้งอันอ๋องหรือท่านอ๋องสันติผู้นี้ เคยร่วมสนับสนุนเคียงบ่าเคียงไหล่ฝ่าฟันพิชิตบัลลังก์ร่วมกับพระเชษฐาจนกระทั่งได้ขึ้นครองราชย์ แม้อันอ๋องจะจากไปด้วยโรคภัย แต่ทว่าอำนาจวาสนาจวนอ๋องยังถูกส่งต่อให้แก่ลูกหลาน

นี่ยังไม่นับความสัมพันธ์ยิบย่อยต่างๆ มากมาย ยิ่งพยายามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลหลี่เขาก็ยิ่งตื่นตะลึง ขนาดตัวเขาไม่ใช่คนฉลาดยังเห็นจุดเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของตระกูลหลี่กับเหล่าคนสำคัญโดยรอบขององค์จักรพรรดิได้ แล้วองค์ชายองค์อื่นๆ เล่า…จะคิดไม่ได้เชียวหรือ ก็มันชัดซะขนาดนี้

ผู้มีอำนาจอิทธิพลส่วนใหญ่ในแคว้นอู๋ล้วนแล้วแต่มาจากเจ็ดตระกูลใหญ่เสียเป็นส่วนมาก ผู้คนในเจ็ดตระกูลใหญ่ต่างมีขั้วอำนาจสายต่างๆ ในราชสำนักเชื่อมโยงกัน แม้ยามนี้จะเป็นช่วงเวลาแห่งศึกแย่งชิงบัลลังก์ของเหล่าองค์ชายทั้งหลาย แต่ตระกูลหลี่ที่เป็นตระกูลคหบดีก็มิได้ตกเป็นรองผู้ใด ทั้งยังคล้ายว่าจะเจ้าเล่ห์กลิ้งกลอกยิ่งกว่าจิ้งจอกเฒ่าในราชสำนักเสียอีก ดูได้จากคฤหาสน์ร้างแห่งนี้ก็พอจะเดาอะไรได้บ้างแล้ว

ในส่วนของบรรดาองค์ชายที่มีความสามารถโดดเด่นและเข้าร่วมในศึกแย่งยิงบัลลังก์ในครั้งนี้ เขาคิดพิจารณาจากข่าวที่สืบมาได้ แล้วก็รู้สึกมีความหวังอยู่บ้าง เพราะหนึ่งในผู้สูงศักดิ์ที่เข้าตากรรมการนั้นมีองค์ชายสี่รวมอยู่ด้วย ดูว่าศึกในครานี้จะไม่จบลงง่ายๆ และเขาจะต้องก้าวเดินอย่างระมัดระวัง 

น่าเสียดายที่อวิ๋นเทียนซื่อเป็นเพียงอนุในห้องหอ ข้อมูลที่รวบรวมมาได้นั้นมีเพียงข้อมูลทั่วไปของทางฝั่งผู้คนตระกูลหลี่เท่านั้น เรื่องราวนอกเหนือจากนี้เขาไม่สามารถหาข่าวสารเพิ่มเติมเพื่อประเมินสถานการณ์ในการตัดสินใจได้เลย

ที่ตระกูลหลี่โยกย้ายพาคนของตระกูลออกไปอยู่ที่อื่นก็เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้น คาดว่าศึกชิงบัลลังก์คงจะเริ่มดุเดือดพอสมควรแล้ว หากภายภาคหน้าองค์ชายสี่คือผู้ได้รับชัยชนะ ตระกูลหลี่ก็คงจะพากันกลับคฤหาสน์อย่างปลอดภัยพร้อมกับความดีความชอบของคนในตระกูล แต่หากองค์ชายสี่พ่ายแพ้ ร้ายแรงที่สุดคงจะเป็นโทษประหารเจ็ดชั่วโคตรหรือเรียกง่ายๆ ว่าประหารล้างตระกูลนั่นเอง

ช้าหรือเร็วตระกูลหลี่ก็คงหนีไม่พ้นชะตากรรมของตระกูลใหญ่ ยิ่งยืนหยัดได้นานเท่าไหร่ก็ยิ่งมีอิทธิพลมากมายเท่านั้น ยิ่งเก่งกาจมากก็ยิ่งเป็นที่หวาดระแวงมาก คงไม่แคล้วต้องถูกเด็ดปีกเด็ดหางเข้าสักวัน

ทว่า…ผู้นำตระกูลหลี่รุ่นก่อนๆ ก็หาใช่ตะเกียงไร้น้ำมัน จึงได้เล็งเห็นปัญหานี้และค่อยๆ วางหมากให้แก่ลูกหลานภายในตระกูลอย่างเชื่องช้า ทีละย่างก้าว สร้างความสัมพันธ์กับผู้คนน้อยใหญ่ไปเรื่อยๆ วางตัวเป็นตระกูลคหบดีตระกูลใหญ่ สั่งสอนเลี้ยงดูลูกหลานให้เป็นวาณิชย์ที่เก่งกาจ แต่ไร้ซึ่งความทะเยอทะยานในลาภยศ และแสดงตนว่าตีตัวออกห่างจากราชสำนัก แต่กลับค่อยๆ แทรกซึมด้วยสัมพันธ์เกี่ยวดองกับผู้คน จนกระทั่งถึงเวลานี้ที่ตระกูลหลี่มีความสัมพันธ์กับเชื้อพระวงศ์ผ่านทางเสียนเฟยและองค์ชายสี่ 

ตระกูลใหญ่อย่างไรก็ต้องเป็นตระกูลใหญ่อยู่วันยังค่ำ เมื่อถึงเวลาที่จำต้องเลือกข้าง ย่อมต้องเลือกสนับสนุนคนกันเองจึงจะเป็นผลดีที่สุด ด้วยเหตุนี้ยุทธการมือเดียวปิดผืนฟ้าของตระกูลหลี่จึงเริ่มต้นขึ้น

อวิ๋นเทียนซื่อครุ่นคิดก็ได้แต่ปลง เข้าใจว่าตัวเองยืนอยู่ในจุดที่ไม่อาจทำอะไรได้ ได้แต่ไหลตามน้ำไปเรื่อยๆ

ตระกูลที่รู้หลบหลีกรุกรับเช่นนี้ เชื่อว่าคงเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ไม่ว่า แพ้ หรือ ชนะ

การดำรงชีวิตในยุคสมัยที่ชีวิตนั้นเล็กเท่ามดปลวกก็เป็นแบบนี้ ช่างยากเย็นแสนเข็ญ คิดจะมีชีวิตรอดบนเส้นทางสายนี้ ใจต้องนิ่ง และต้องกล้าเดินบนทางเบี่ยง

ในชาติภพใหม่เขาไม่มีอำนาจในมือ ไม่ใช่ไฮโซผู้มั่งมีเงินทองมากล้น สิ่งที่เคยมีล้วนกลายเป็นเรื่องตลก ความไร้สาระไม่พากเพียรในกาลก่อนเขาต้องลืมมันไปและจะต้องบังคับให้ตัวเองเก่งขึ้น รอบคอบขึ้น

นับจากนี้เขาคือ ‘อวิ๋นเทียนซื่อ’ ผู้ชายที่มีสถานะ เกอ และเป็นเมียน้อยของ ‘หลี่เจิ้งป๋อ’ คุณชายใหญ่ตระกูลหลี่ที่ใช้ชีวิตซับซ้อนไม่ง่ายดาย

‘ไม่ว่าจะเป็นเพราะโชคชะตาหรือโองการสวรรค์ จะเพราะเวรที่เคยทำหรือกรรมที่เคยก่อ อุปสรรคยากเย็นเพียงใด แบบไหน อย่างไร เขาจะต้องรับมือกับมันให้ได้ ต้องฝ่าฟันและชดใช้ให้หมดไปในชาติภพนี้ อย่าได้แม้แต่จะคิดติดตามเขาไปจนถึงชาติภพหน้าอีก’

แต่อย่างแรก คงต้องจัดการกับสถานะคนถูกทิ้งของตัวเองก่อน

“อย่างน้อยก็ยังมีเรื่องดีในชีวิตอยู่บ้าง ถูกผู้ชายทิ้ง ยังดีกว่าถูกผู้ชายรัก บรื๋อ…แค่คิดก็ปวดเอวล่วงหน้าแล้ว”

อาเป่านั่งนิ่งก้มหน้ามองพื้น แม้นไม่เข้าใจว่าเหตุใดคุณชายของตนจึงเอ่ยเช่นนั้น แต่เขาก็พร้อมติดตามและทำทุกอย่างตามคำสั่งเจ้านายโดยไร้ซึ่งข้อกังขา ไม่ปริปากขัดใจห้ามปราม ขอเพียงคุณชายยังมีชีวิตและมีรอยยิ้มงดงามเฉกเช่นวันนี้ เขาก็พึงใจยิ่งแล้ว

“หย่า! ข้าต้องหย่าให้ได้!” อวิ๋นเทียนซื่อตะโกนใส่สระบัวพลางเขวี้ยงก้อนหินลงน้ำระบายความทุกข์ในใจ

“…” อาเป่าก้มหน้าก้มตาแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน มือน้อยเพียงยื่นหินก้อนใหม่ให้แก่ผู้เป็นนายอย่างรู้งาน

_________

ดีจ้า เกริ่นยาวอารัมภบทหน่อยน้า เดี๋ยวเนื้อเรื่องจะค่อยๆเข้าที่เข้าทางนะคะ(คิดว่างั้นนะ แหะๆ) ~ วันวานวันวาฬ.

เชิงอรรถ

[1] ธรรมเนียมเรียกขานสตรีที่แต่งงานแล้วของจีนจะใช้คำว่า ซื่อ (แปลว่านามสกุล) ต่อท้ายนามสกุลเดิมของสตรี

[2] กั๋วกง บรรดาศักดิ์สมัยโบราณ  เป็นตำแหน่งที่จักรพรรดิแต่งตั้งให้เชื้อพระวงศ์หรือผู้มีความชอบ บรรดาศักดิ์ห้าขั้นรองจากชั้นอ๋องคือ กง โหว ป๋อ จื่อ หนาน ซึ่งแต่ละสมัยมีคำเรียกและลำดับต่างกัน

[3] จวิ้นอ๋อง เป็นยศรองจากตำแหน่งชินอ๋อง (อ๋อง) โดยมากมักเป็นทายาทของชินอ๋องซึ่งเป็นพระราชโอรส พระเชษฐา หรือพระอนุชาของจักรพรรดิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.237K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

  1. #1585 iyongimu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 13:46
    หย่าเลยยยย อย่ากลับมาหาซื่อซื่อิดนะ สามีฮ่วย!
    #1,585
    0
  2. #1288 chanchanchan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 18:22
    ไปค่ะ ไปหย่า!
    #1,288
    0
  3. #1240 renesqueenxs (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 06:52
    เขาจะหย่าให้ใช่ไหมลู๊กกก
    #1,240
    0
  4. #866 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 16:45

    ให้น้องหย่าไปเลยดีกว่าเนอะ

    #866
    0
  5. #752 SanjiMakiko (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 03:46
    ชอบค่ะมีรายละเอียดเนื้อหาาดีน่าติดตามแถมยังใช้คำไม่ดูสิ้นเปลืองไปชอบค่ะ
    #752
    0
  6. #486 kanyaest (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 15:24
    สามีเฮงซวย555555555
    #486
    0
  7. #471 sai9397 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 23:35
    เลวมาก :β
    #471
    0
  8. #258 0862223050 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 22:17
    สามีเฮงซวย ทิ้งน้องได้ลงคอ
    #258
    0
  9. #240 pan-da11 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 15:04

    แต่งใหม่รอบนี้ รายละเอียดตัวละครแน่นขึ้น หรือครั้งก่อนเราอ่านไม่ละเอียดหว่า..

    #240
    0
  10. #167 pranee_2535 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 15:54
    สู้ๆๆจ้าาาา
    #167
    0
  11. #67 nicharipaen04 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 07:35
    ตระกูลใหญ่ ใหญ่อยู่วันยังค่ำจริงๆ
    #67
    0
  12. #45 8074 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 15:17
    เป็นกำลังใจให้ค้าบ
    #45
    1
  13. #39 banana-bew088 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 14:34

    สู้ไปน้าาาาา
    #39
    1