ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 30 : ยอดดวงใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,066
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 701 ครั้ง
    21 เม.ย. 63

บทที่ ๓๐ ยอดดวงใจ

ท่ามกลางหมู่มวลบุปผานานาพันธุ์ ณ ศาลาใหญ่ประณีตงดงามใจกลางอุทยานบุปผชาติ ความงดงามของทิวทัศน์โดยรอบไม่อาจบดบังปิดกลบความทะเยอทะยานของกลุ่มคนชนชั้นสูงลงได้ ต่างฝ่ายต่างหมายมั่นหวังเกี่ยวดองกับผู้ครอบครองอุทยานบุปผชาติแห่งนี้

“ท่านพี่ ชาดีมีไว้จิบ ท่านอย่าได้ดื่มรวดเดียวเช่นนั้น ชานี้ข้าได้ยินมาว่าเป็นบรรณาการมาจากแคว้นข้างเคียง หนึ่งปีมีมาเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น” อวิ๋นเทียนซื่อส่งน้ำชาหลังอาหารให้ผู้เป็นสามี อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาเล็กน้อยตามประสา เขาถูกกำชับเอาไว้ว่า ไม่ว่าอาหารหรือน้ำดื่ม ทุกอย่างจะต้องรอให้หลี่เจิ้งป๋อพยักหน้าก่อนเท่านั้น เขาจึงจะดื่มและกินมันลงไปได้ 

“ซื่อซื่อ เจ้าอย่าได้ดื่มมันลงไปเด็ดขาด ข้าเห็นสายตาของคนผู้หนึ่งกำลังจ้องมองมาที่เจ้า ข้าไม่ไว้ใจ ไม่แน่เจ้าอาจตกเป็นเป้าหมาย อาจโดนกลั่นแกล้งหรือวางยา นำชากานี้มาให้ข้า ข้าจะดื่มมันลงไปทั้งหมด”

“ชานี้มีความผิดปกติหรือ ถ้าผิดปกติแล้วท่านจะดื่มต่อทำไม ทำให้เป็นอุบัติเหตุก็ใช้ได้แล้ว” ว่าแล้วอวิ๋นเทียนซื่อก็ซุ่มซ่ามทำให้ชุดน้ำชาทั้งชุดร่วงหล่นตกพื้นทันที

“…” หลี่เจิ้งป๋อยังไม่ได้อธิบายอะไร อวิ๋นเทียนซื่อก็ลงมือเรียบร้อยแล้ว เขาเพียงไม่วางใจเท่านั้น ชากานี้หาได้มีปัญหาแต่อย่างใด เขาไม่อาจบอกว่าพิษไร้สีไร้กลิ่นที่ผู้อื่นได้รับนั้นเป็นเขาเองที่ลงมือ เพื่อกันความผิดพลาดในทุกกรณี เขาจะไม่ยอมเสี่ยงอะไรอีก

หากผู้ใดกล้าล่วงเกินคนของเขา เขาจะไม่มอบยาถอนพิษให้เด็ดขาด ส่วนสำหรับคำพูดที่เขากล่าวกับภรรยาไปนั้น เขาเพียงต้องการให้ภรรยาเห็นคุณค่าความดีในตัวเขาเพียงเท่านั้น ไม่นึกว่า…ซื่อซื่อของเขาจะลงมือรวดเร็วเพียงนี้

อวิ๋นเทียนซื่อแอบยักคิ้วให้ผู้เป็นสามียามที่ก่อเรื่องเสร็จ ภายในเวลารวดเร็วเหล่านางกำนัลก็เข้ามาจัดการเก็บกวาด ชุดน้ำชาชุดใหม่ถูกนำมาวางแทนชุดเก่าด้วยความว่องไว เสมือนว่าไม่เคยมีเรื่องใดเกิดขึ้นมาก่อน เรื่องนี้ได้สร้างความพึงใจให้เหล่าคุณหนูคุณชายที่ติดตามบิดามารดามาร่วมงานยิ่งนัก ข้ารับใช้ของท่านผู้นั้นช่างจัดการเรื่องราวได้รวดเร็วรู้งานยิ่งนัก อย่างไรตำแหน่งพระชายาเอกก็ไม่อาจปล่อยให้ผู้อื่นช่วงชิงไปได้!

ช่วงเวลาแห่งการรอคอยผ่านไปอีกครู่หนึ่งก็เริ่มมีผู้คนทยอยเข้ามาถามไถ่หลี่เจิ้งป๋อเพื่อผูกสัมพันธ์ บางคนเดินเข้าหาอย่างคล้ายเจตนาและไม่เจตนา แต่บางคนก็เดินเข้าหาด้วยเจตนาชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่ง ดังเช่นขุนนางใหญ่แห่งแคว้นทั้งสองท่านนี้

“หลี่เจิ้งป๋อ คารวะ ท่านอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายและท่านอัครเสนาบดีฝ่ายขวา”

“คุณชายหลี่ ไม่ต้องมากพิธี ล้วนเป็นคนกันเองทั้งนั้น ข้างกายข้านี้คือฮูหยินและบุตรชายบุตรสาวของข้า ข้าเห็นว่าคุณชายหลี่กับบุตรชายบุตรสาวล้วนเป็นคนหนุ่มสาวเช่นเดียวกัน จึงพามาเพื่อให้รู้จักกันเอาไว้ ไม่แน่ว่าภายภาคหน้าอาจมีโอกาสคบค้าสมาคมกันก็เป็นได้” อัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย รีบชิงเอ่ยจุดประสงค์ขึ้นก่อนอัครเสนาบดีฝ่ายขวา ทั้งยังส่งสายตาให้บุตรชายบุตรสาวทำความเคารพต่อหลี่เจิ้งป๋อด้วยท่าทางจริตจะก้านงดงามพอเหมาะพอดี

ด้านอัครเสนาบดีฝ่ายขวาก็ให้รู้สึกขัดหูขัดตาครอบครัวของฝ่ายตรงข้ามยิ่งนัก

‘เจ้าคนลูกดกอย่างอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายช่างหน้าไม่อาย นำลูกเต้ามางานเลี้ยงมากมายเช่นนี้เกรงว่าคนอื่นจะไม่ล่วงรู้จุดประสงค์ตนเองหรืออย่างไร’ บุตรชายบุตรสาวมากมายแล้วมีอะไรดี หน้าตาต่างล้วนธรรมดา เทียบกับบุตรชายและบุตรสาวของเขาแล้ว นับว่ายังห่างชั้นยิ่งนัก

กลุ่มคุณหนูคุณชายที่ติดตามบิดามารดามาร่วมงานเลี้ยงต่างเป็นสตรีและบุรุษผู้มีสถานะเกอเสียเป็นส่วนใหญ่ ผู้คนเหล่านี้ต่างลอบมองประเมินหลี่เจิ้งป๋อและอวิ๋นเทียนซื่ออย่างเงียบๆ ก่อนจะเข้าร่วมงานเลี้ยงพวกเขาได้รับรู้เรื่องราวของหลี่เจิ้งป๋อมาอยู่บ้าง เพราะคุณชายใหญ่ตระกูลหลี่ผู้นี้มีความสามารถถึงขนาดขึ้นเป็นผู้นำตระกูลตั้งแต่อายุยังน้อย อีกทั้งยังเป็นถึงลูกพี่ลูกน้องขององค์ชายสี่ผู้ปรีชาสามารถ และที่สำคัญคนผู้นี้ยังไม่แต่งภรรยาเอก ส่วนอนุแปดที่ถูกพามาด้วยนั้น ผู้คนทำเพียงมองผ่าน แม้ช่วงแรกจะสนใจใคร่รู้ แต่ก็ไม่น่าสนใจมากกว่าหลี่เจิ้งป๋อผู้เป็นบุตรชายคนโตของตระกูลคหบดีใหญ่แห่งแคว้น ต่อให้เลวร้ายไร้มารยาทเช่นไร อย่างไรก็มีผู้ต้องการผูกสัมพันธ์มากมายเฉกเช่นเหล่าบรรดาบุตรชายบุตรสาวของทั้งสองอัครเสนาบดีตรงหน้า

“ท่านพี่ โอ๊ย จู่ๆ ข้าก็ปวดหัวขึ้นมา ข้ารู้สึกไม่สบายอย่างไรก็ไม่รู้”

อาเป่า เข้ามาพยุงผู้เป็นนาย ทั้งยังก้มหน้าหลบสายตากลัวเหลือเกินว่าจะถูกจับได้ เขารีบส่งมอบกระดาษที่ได้รับจากนางกำนัลใส่มือเจ้านายของตนทันทีที่ถึงตัว

“ซื่อซื่อ เจ้าเป็นอันใดมากหรือไม่ ข้าจะให้คนไปตามหมอเพื่อดูอาการ” ขาดคำหลี่เจิ้งป๋อก็โค้งกายให้กับขุนนางใหญ่ทั้งสองตามมารยาท ก่อนจะสั่งการนางกำนัลใกล้ตัวและปลีกตัวไปดูแลภรรยา

ในสายตาของผู้ที่คิดการใหญ่ทั้งหลาย การกระทำของหลี่เจิ้งป๋อถือเป็นเรื่องน่าสงสัย คาดว่าคงต้องการให้ผู้คนคิดว่าตนเองเป็นบุรุษผู้งมงายในรักกระมัง หากเป็นเช่นนั้นเหตุใดไม่ทำเสียนานแล้ว เหตุใดจึงจำต้องเป็นวันนี้ วันที่ถูกจัดขึ้นเพื่อให้หนุ่มสาวหาคู่ครองดูตัวด้วยเล่า อนุแปดผู้นั้นไม่แน่ว่าอาจเป็นเพียงไม้กันสุนัขท่อนหนึ่งก็อาจเป็นได้

ขณะที่ผู้คนต่างคิดสงสัยกันไปต่างๆ นานา อวิ๋นเทียนซื่อที่แสร้งทำตนหึงหวงเรียกร้องความสนใจจากสามี ก็ค่อยๆ ซบหน้าแนบกับอกของหลี่เจิ้งป๋อ ก่อนจะยัดกระดาษเข้าไปในอกเสื้อของสามี 

หลี่เจิ้งป๋อส่งสัญญาณให้องครักษ์เงาตามหานางกำนัลที่เข้ามาเก็บกวาดเปลี่ยนกาน้ำชาผู้นั้นทันที วันนี้จับหนอนบ่อนไส้ได้อีกคนแล้ว กล้ามากที่ส่งกระดาษแผ่นนี้มาให้ภรรยาเขา เจ้าคนผู้นี้ ดูท่าคงไม่ต้องการยาถอนพิษเป็นแน่แล้ว

อวิ๋นเทียนซื่อถอนหายใจโล่งอกออกมาเบาๆ กระดาษแผ่นนั้นเขาไม่คิดเปิดอ่าน เขาไม่รู้จักใครในงานเลี้ยงครั้งนี้ ดังนั้นกระดาษแผ่นนี้ย่อมมีปัญหา ไม่ว่าปัญหาอื่นใดก็ไม่เท่าความไว้เนื้อเชื่อใจที่กว่าเขาจะได้จากหลี่เจิ้งป๋อผู้เป็นสามี กว่าจะได้มานั้นไม่ง่าย เขาต้องเสี่ยงตายมาหลายตลบ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ไม่อาจทำลายทิ้งเพราะความโง่เง่าอยากรู้อยากเห็นเป็นอันขาด

“ท่านพี่ อาเป่าไม่รู้เรื่อง ข้าคิดว่าอาเป่าคงคิดว่าเป็นคนขององค์ชายสี่หรือท่านอาหญิงของท่าน ท่านอย่าเอาเรื่องอาเป่าได้หรือไม่ ข้าขอร้องท่าน ข้าจะอบรมเจ้าเด็กโง่คนนี้ให้เข้มงวดกว่าที่ผ่านมา”

“ซื่อซื่อ เรื่องนี้ค่อยว่ากันอีกทีเถิด”

งานเลี้ยงชมบุปผาเริ่มต้นขึ้นทันทีที่ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นปรากฏตัวขึ้น การแสดงความสามารถของเหล่าคุณหนูคุณชายทั้งหลายก็สับเปลี่ยนหมุนเวียน ต่างฝ่ายต่างประชันฝีมือกันไม่ขาดสาย

ตอนแรกอวิ๋นเทียนซื่อรู้สึกตื่นตาตื่นใจอยู่มาก แต่พอการแสดงที่ซ้ำกันไปมาแทบไม่มีอะไรแตกต่างกันเหล่านั้นดำเนินไปเรื่อยๆ ดีดพิณ ร่ายรำ เขียนอักษร รำกระบี่ แต่งกาพย์กลอน เรื่องราวหมุนเวียนซ้ำเดิมเช่นนี้ ก็ทำให้เขารู้สึกง่วงเหงาหาวนอนขึ้นมา 

ในขณะที่คุณหนูจากจวนแม่ทัพกำลังร่ายรำกระบี่อ่อนด้วยท่วงท่าปราดเปรียวงดงามอยู่นั้น จู่ๆ คุณหนูผู้นั้นก็ชี้กระบี่อ่อนใส่อวิ๋นเทียนซื่อที่เริ่มนั่งสะลึมสะลือศีรษะไม่ตั้งตรง

“เจ้าคิดจะทำอะไร!” หลี่เจิ้งป๋อตวาดเสียงดังทันทีที่เห็นกิริยากระด้างกระเดื่องของสตรีที่กำลังยืนท้าทายภรรยาของตน

“ผู้น้อย หูถิงฟาง บุตรสาวคนที่ห้าของแม่ทัพหูซือเจ๋อ ด้วยเพราะอนุภรรยาของท่านทำให้ข้าเป็นตัวตลกในสายตาผู้อื่น คนผู้นี้ไม่ให้เกียรติข้าทั้งยังทำลายสมาธิ ข้าเพียงหมายใจอยากประลองเท่านั้น”

“หึ…ท่านแม่ทัพหู ช่างสั่งสอนบุตรสาวได้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก ต่อหน้าพระพักตร์ก็ยังกล้ากระทำการเช่นนี้ได้ ดูท่าแล้วข่าวลือที่ข้าเคยได้ยินว่าตระกูลหูชอบรังแกผู้อื่นคงจะเป็นเรื่องจริงมากกว่าเท็จเสียแล้ว” 

ทันทีที่หลี่เจิ้งป๋อกล่าวจบ แม่ทัพหูซือเจ๋อก็รีบรุดออกมาคุกเข่าขอพระราชทานอภัยโทษทันที…ไม่ได้การ เหตุใดบุตรสาวผู้นี้จึงดื้อรั้นเพียงนี้ หลี่เจิ้งป๋อหาใช่บุรุษที่เหมาะสมคู่ควร เหตุใดบุตรสาวของเขาจึงได้ปักใจต่อคนผู้นี้นัก ดูเอาเถิด พวกบัณฑิตอ่อนแอล้วนหาดีอันใดไม่ได้ ดีแต่ใช้ลมปากกล่าวร้ายผู้คนไปวันๆ 

แม่ทัพหูเข้าใจว่าจากเหตุการณ์ครั้งนี้บุตรสาวของตนคงถูกตัดออกจากการเป็น พระชายา ของว่าที่รัชทายาททุกตำแหน่งเป็นแน่ ในใจจึงให้รู้สึกเสียขึ้นมาไม่น้อย

องค์จักรพรรดิทำเพียงสะบัดมืออย่างไม่คิดเอาความ ทว่า…ทรงต้องเปลี่ยนพระทัย เพราะพระราชชายาเสียนเฟยก้มหน้าซับธารน้ำที่เอ่อล้นดวงเนตรงาม ก่อนที่จะแสดงสีหน้าไม่ยินยอมที่หลานชายฝ่ายตนถูกผู้อื่นรังแกหมิ่นศักดิ์ศรี 

ด้วยเหตุนี้ งิ้วโรงนี้จึงจบลงที่บุตรสาวแม่ทัพหู ถูกนำตัวไปโบยสามสิบไม้ และผู้เป็นบิดาอย่างแม่ทัพหู ถูกพักราชการเพื่อกลับไปดูแลอบรมสั่งสอนบุตรสาวบุตรชายอย่างไม่มีกำหนด

อวิ๋นเทียนซื่อที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดจากที่ง่วงเหงาหาวนอน ก็เปลี่ยนมาเป็นตื่นเต็มตาและกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันควัน เรื่องราวอันใดล้วนเป็นเขาทั้งสิ้นที่ถูกหมายหัว 

‘โธ่…ข้าก็แค่สามหาวเท่านั้น นั่งหาวเพียงสามครั้ง เรื่องราวก็ใหญ่โตได้เพียงนี้เชียวหรือ’

จากนั้นงานเลี้ยงชมบุปผาก็จบลงที่จักรพรรดิอู๋เฉิงตี้และพระราชชายาเสียนเฟยมอบสิ่งของล้ำค่าและสตรีงดงามให้แก่หลี่เจิ้งป๋อเพื่อเป็นการปลอบใจ 

สำหรับแขกเหรื่อชนชั้นสูงเหล่านี้ ไม่ว่าผู้ที่ก้าวพลาดตกบ่โคลนจะเป็นผู้ใดก็ตาม ต่างล้วนสมน้ำหน้าในความโชคร้ายของผู้อื่นทั้งสิ้น ใครใช้ให้ไม่ดูตาม้าตาเรือกันเสียบ้างเล่า หลี่เจิ้งป๋อเป็นญาติของผู้ใด องค์ชายสี่คุ้มหัวหลี่เจิ้งป๋ออยู่เช่นนั้น ยังกล้าทำตัวอวดดีในงานเลี้ยงของเจ้าของงานไปได้อย่างไร ตระกูลหูที่ทะนงตนมาช้านาน บัดนี้คงถึงคราวจบสิ้นแล้ว

เมื่องานเลี้ยงชมบุปผาจบลง องค์ชายใหญ่ที่นั่งลอบมองอวิ๋นเทียนซื่ออย่างไม่วางตาตลอดงานก็เตรียมกลับตำหนักของตัวเอง วันนี้เขาเป็นผู้ร่วมรับชมเรื่องราวความครึกครื้นของผู้อื่นในงานเลี้ยงของน้องสี่อย่างเงียบๆ แม้แผนสร้างความระแวงเพื่อดึงตัวคนงามเข้าสู่อ้อมกอดจะไม่เป็นผล แต่เรื่องราวความครึกครื้นในวันนี้ก็สาแก่ใจเขานัก แม่ทัพหูเป็นคนของเจ้าสาม ยามนี้ถูกเสด็จพ่อลงโทษ จะไม่ให้เขาอารมณ์ดีได้อย่างไร

ยังไม่ทันที่องค์ชายใหญ่จะร่วมยินดีบนความโชคร้ายของผู้อื่นได้นาน จู่ๆ องค์ชายใหญ่ก็เกิดลมปราณปั่นป่วนไปทั่วร่างคล้ายธาตุหยางในกายกำลังแตกซ่าน จากนั้นก็กระอักเลือดออกมาคำโตอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งยังเจ็บปวดทุรนทุราย อาการไร้สาเหตุที่ไม่มีที่มาที่ไปนี้ได้สร้างความตื่นกลัวให้แก่ผู้คนที่กำลังทยอยเดินทางกลับยิ่งนัก 

ต่างจากสามีภรรยาตระกูลหลี่ที่ไม่รับรู้เรื่องราวอื่นใด ด้วยเพราะต่างคนต่างกำลังรับรู้เรื่องราวน่ายินดีจากปากของหมอหญิงภายในรถม้า

บนรถม้าของตระกูลหลี่ หลี่เจิ้งป๋อหอบหิ้วภรรยาออกจากงานเลี้ยงก่อนใคร เขาก็ไม่คิดรีรอสิ่งใดอีกต่อไป จึงสั่งการให้หมอหญิงที่ได้รับพระราชทานในวันนี้ตรวจจับชีพจรของภรรยาตนเองในรถม้าทันที ด้วยเพราะต้องการทราบข้อสงสัยที่มีมาช้านาน

ใช้เวลาเพียงครึ่งก้านธูป หมอหญิงทั้งสองก็ล้วนต่างพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกัน

“ยินดีกับนายท่านหลี่และฮูหยินด้วยเจ้าค่ะ ครรภ์ในครั้งนี้ของฮูหยินมีชีพจรมงคลถึงสองสาย นายน้อยทั้งสองสุขภาพแข็งแรงยิ่งนักเจ้าค่ะ”

ขาดคำของหมอหญิงทั้งสอง อวิ๋นเทียนซื่อก็ตาเบิกโพลงจนแทบถลนออกนอกเบ้า ฝ่ายหลี่เจิ้งป๋อเองก็มีปฏิกิริยารุนแรงไม่แพ้กัน เขารวบกอดภรรยาโดยลืมความหนักเบาของวงแขนสองข้าง เขากอดจนเจ้าของร่างแบบบางในอ้อมกอดต้องส่งเสียงปรามออกมาเพื่อเรียกสติ 

แน่ชัดแล้วเป็นตามที่ท่านหมอจิ่วสงสัยเอาไว้จริงๆ เจ้าก้อนเลือดน้อยแข็งแรงดีทั้งยังเป็นบุตรชายผู้มีสถานะ ‘เอกบุรุษ’ จึงตรวจพบด้วยพลังยุทธ์แต่เนิ่นๆ ส่วนเจ้าแฝดก้อนเลือดน้อยอีกคนนั้นกลับหลบซ่อนเสียจนผู้ใดก็ตรวจหาชีพจรไม่ได้ อาจเพราะอายุครรภ์ของซื่อซื่อยังไม่มาก ลูกน้อยจึงหลบซ่อน หากไม่ใช่เพราะหมอหญิงผู้มีความชำนาญตรวจพบ พวกเขาก็ยังคงไม่รู้ถึงการมีอยู่ของเจ้าแฝดน้อยก้อนนี้

“จะเป็นไปได้อย่างไร ทั้งท่านหมอจิ่วและสามีข้า ตรวจพบพลังยุทธ์บางเบาสายเดียวเท่านั้น ข้าจะตั้งท้องแฝดได้อย่างไรกัน”

“เรียนฮูหยิน แน่ชัดแล้วว่านายน้อยทั้งสอง หนึ่งในนั้นมีสถานะเอกบุรุษจึงตรวจจับพลังยุทธ์ได้ แต่เดิมที่ท่านหมอผู้นั้นยังตรวจชีพจรของอีกคนไม่ได้ ด้วยเพราะอายุครรภ์ของมารดายังน้อยจึงไม่อาจตรวจพบได้ชัดเจน อีกทั้งยังโดนพลังยุทธ์ของคุณชายน้อยผู้เป็นเอกบุรุษกลบทับดึงดูดความสนใจ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาว่าเหตุใดก่อนหน้าจึงตรวจไม่พบชีพจรมงคลอีกสายเจ้าค่ะ” 

หลังจากหมอหญิงคนแรกอธิบาย อีกคนข้างกันจึงขยายความเพิ่ม

“นายน้อยอีกคนไม่ใช่ผู้มีพลังยุทธ์ อาจจะเป็นได้ทั้งคุณหนูน้อยหรือนายน้อยเกอก็เป็นได้เจ้าค่ะ”

“…”

‘ลูกแฝด…’ 

ตั้งท้องครั้งเดียวได้บุตรพร้อมกันถึงสองคน ตัวเขา…แม่พันธุ์ดีๆ นี่เอง

อวิ๋นเทียนซื่อไร้ซึ่งถ้อยคำใดจะเอื้อนเอ่ยอีกต่อไป…เอ้า! แฝดก็แฝด ยังไงก็ไม่ต้องเบ่งอยู่แล้ว รุ่นนี้รอผ่าอย่างเดียว


ณ เรือนบัวพิสุทธิ์ 

ทันทีที่สองสามีภรรยากลับถึงเรือน หลี่เจิ้งป๋อก็เริ่มร่ายยาวถึงข้อห้ามต่างๆ นานา พร้อมทั้งพร่ำรำพันถึงเลือดเนื้อเชื้อไขของตนที่ลงมือคืนเดียวแต่ได้มาถึงสองด้วยความปลื้มปริ่มยินดี

“เจ้าก้อนน้อยทั้งสองของบิดา มิน่าเมียข้าจึงกินจุนัก ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง ซื่อซื่อ ยามนี้มีทั้ง ‘เจ้าก้อนเลือดน้อย’ แล้วก็ ‘เจ้าก้อนแป้งน้อย’ แล้ว นับจากนี้ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าซุกซนแล้ว เข้าใจหรือไม่ เรื่องเดินทางเที่ยวเล่นต้องพักเอาไว้ก่อน ส่วนเรื่องโจวเจาหรู สามีใจดีจัดการลักพาตัวผู้คนตระกูลโจวมาทั้งตระกูลแล้ว ไม่เกินห้าวันโจวเจาหรูก็จะมาถึงเมืองหลวง”

‘ไอ้เจ้าบ้า ข้าให้ไปเชื้อเชิญผู้อื่น เหตุใดยามเมื่อถึงมือเจ้าจึงกลับกลายเป็นลักพาตัวไปได้’ ยกมาทั้งตระกูล ถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐาน อาเจาจะไม่ต่อต้านได้อย่างไร

“เช่นนั้นหรือ ดี! พามาทั้งตระกูลก็ดี นับว่าท่านรอบคอบกว่าข้า จะได้ให้ตั้งรกรากกันที่เมืองหลวงไปเลย อาเจาจะได้ไม่ห่วงเรื่องของผู้คนในตระกูล ว่าแต่เหตุใดจึงได้รวดเร็วนัก มิใช่ฉางอันต้องใช้เวลาเดินทางนับเดือนหรือ?”

“เดินทางด้วยวิธีสับเปลี่ยนผู้มีพลังยุทธ์ตามหัวเมืองต่างๆ ใช้เคล็ดวิชาตัวเบา คนแรกหมดแรงเมื่อไหร่ก็ส่งต่อให้ผู้ที่มีพลังเต็มเปี่ยมรับหน้าที่ต่อ วิธีเดียวกับการเปลี่ยนม้าเร็วส่งข่าว แต่ครั้งนี้เป็นการเดินทางด้วยแรงคน เคล็ดวิชาและพลังยุทธ์ เชื่อใจฝีมือคนของข้าได้…

…ซื่อซื่อ พวกเราไม่รู้จักโจวเจาหรู ยามนี้เจ้าไม่ได้ตัวคนเดียว ไม่อาจเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับสิ่งใดเช่นหลายครั้งก่อน ไม่ว่าโจวเจาหรูจะเป็นคนเช่นไร สิ่งเดียวที่ข้าอยากให้เจ้าทำคืออยู่เฉยๆ อีกไม่นานบิดาและมารดาของข้าก็จะมาถึง เรื่องการสอนมารยาทต่างๆ ข้าจะไหว้วานมารดา ส่วนเรื่องที่เจ้าเคยรับปากญาติผู้น้องของข้าเรื่องอบรม ดูแล และส่งตัวน้องสะใภ้นั้น ก็ช่างมันเถิด เดี๋ยวข้าจะจัดการเอง ยามนี้ข้าไม่ต้องการรับความเสี่ยงใดๆ อีก”

“ท่านพี่ ท่านไม่ต้องห่วงข้า ข้าเพียงอยากทำความรู้จักกับอาเจา ชะตาที่คล้ายกันทำให้ข้ารู้สึกถูกชะตา เราทั้งสองต่างเป็นฝ่ายที่เคยถูกทอดทิ้ง ข้าจึงรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของอาเจา ท่านพี่อย่าทำสีหน้าเช่นนั้น ไม่ใช่ข้าขุดเรื่องเก่าเอามาตัดพ้อท่าน ข้าเพียงอธิบายให้ฟังเท่านั้น ทั้งเรื่องนี้ท่านไม่อาจจัดการแทนข้าได้ การที่ข้าดึงอาเจาเข้ามาเกี่ยวนั้น ข้าก็ทำเพื่อตัวข้าเองเช่นกัน การจัดการเรื่องพระชายารองเป็นเรื่องที่ข้ากำลังถูกฝ่าบาททดสอบ ข้าแน่ใจด้วยสัญชาตญาณของข้า

ท่านอาเสียนเฟยจะไม่รู้สึกยินดีให้ผู้ใดเดินตามรอยเท้าตนเองเป็นแน่ แต่มิใช่สำหรับฝ่าบาท ฝ่าบาทไม่ใช้ท่านด้วยเพราะท่านเป็นพวกเอกบุรุษ จัดการเรื่องละเอียดอ่อนได้ยากยิ่ง 

ดังนั้นเรื่องนี้ผู้ที่เหมาะสมจะใช้งานได้ดีที่สุดจึงเป็นข้า…ผู้เป็นภรรยาของท่าน 

ท่านพี่ ไม่ว่าอย่างไรเรื่องดูแลอาเจา ต้องเป็นข้าจัดการด้วยตัวเอง ท่านไม่ต้องห่วง หากมีเรื่องใดจัดการลำบาก ข้าไม่เก็บมาคิดให้ปวดหัวคนเดียวแน่ ท่านมั่นใจเถิดว่าข้าจะแบ่งปันทุกความกลัดกลุ้มแก่ท่าน ไม่คิดปิดบังเป็นอันขาด นิสัยของข้า ท่านก็รู้มิใช่หรือ”

เมื่ออวิ๋นเทียนซื่อกล่าวจบ หลี่เจิ้งป๋อก็รั้งร่างเล็กๆ เข้ามากอดด้วยความทะนุถนอมอ่อนโยน ลูบแผ่นหลังเล็กที่ยาวไม่กี่คืบของภรรยาอยู่เช่นนั้นอย่างเบามือเพื่อปลอบโยนและขออภัย เป็นเขาที่ผิดต่อภรรยา อาจารย์จึงยื่นบททดสอบให้แก่ภรรยาของเขา 

เดิมทีอาจารย์เพียงว่างจนเกินไปเลยคิดอยากเอาใจท่านอาหญิง แต่ไม่นึกว่าเพียงเพราะความคิดชั่ววูบของอาจารย์จะทำให้ได้รับรู้เรื่องราวความรักของน้องชายโดยบังเอิญ เรื่องนี้สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้คนไม่น้อย จากเดิมทีไม่คิดคาดหวัง ตอนนี้กลับกลายเป็นคาดหวังในผลลัพธ์ไปเสียแล้ว

‘ยอดดวงใจของข้า ข้าย่อมไม่อาจทนเห็นเจ้าแบกรับเรื่องราวเช่นนี้ได้’ 

เห็นทีคงต้องลงมือจัดการเบื้องหลังของว่าที่ภรรยาทุกตำแหน่งของน้องชาย เพื่อช่วยเหลือภรรยายอดดวงใจอีกแรง หลี่เจิ้งป๋อหมายมาดเรื่องร้ายในใจด้วยสีหน้าอ่อนโยน

“ได้! ภรรยาว่าอย่างไร ข้าก็ว่าอย่างนั้น ซื่อซื่อ เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที แต่ยามนี้กฎต้องเป็นกฎ วันนี้เจ้าใส่ร้ายสามี เจ้าต้องถูกข้าลงโทษตามกฎของตระกูลหลี่ ว่าร้ายสามีต้องโดนสามีจูบจนกว่าจะพอใจ ข้าจะจูบเจ้า กอดเจ้า และหอมเจ้าให้หนัก ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้!” 

สถานที่ของบทลงโทษในครั้งนี้ย่อมต้องทำบนเตียง ความผิดร้ายแรงเมื่อกลางวันของภรรยา หลี่เจิ้งป๋อจึงตั้งใจกินเต้าหู้ไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วยามเป็นอย่างต่ำ 

“ซื่อซื่อเจ้ายินดีรับบทลงโทษตามกฎของตระกูลหรือไม่”

“…” 

สำหรับอวิ๋นเทียนซื่อแล้ว เขาจะทำอะไรได้ นอกจาก…พยักหน้า


ณ ห้องลับภายในจวนนอกเมืองตระกูลหลี่

“เรียนท่านหัวหน้า นางกำนัลผู้นั้นรับสารภาพออกมาว่า คนสนิทขององค์ชายใหญ่คือผู้ส่งกระดาษให้นางขอรับ และจากการสืบพบในเบื้องต้น คาดว่าองค์ชายใหญ่…ถูกใจฮูหยินเพียงเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเรื่องภายในราชสำนักแต่อย่างใดขอรับ” จิ่นอีปาดเหงื่อเย็นที่ผุดออกมาตามหน้าผาก หากเป็นเรื่องภายในราชสำนักท่านหัวหน้าจะมีเพียงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาให้ผู้คนพบเห็นเพียงเท่านั้น แต่ใบหน้าเหี้ยมเกรียมเย็นชาในขณะนี้ เดาได้ไม่ยากว่าองค์ชายใหญ่ได้แตะเกล็ดย้อนของท่านหัวหน้าเข้าให้แล้ว

“ปล่อยให้องค์ชายใหญ่ทุรนทุรายไปจนกว่าเมียข้าจะคลอดก็แล้วกัน ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ก็ปล่อยไปตามเวรตามกรรม หากไม่เพราะฝ่าบาททรงเห็นแก่ความสัมพันธ์ระหว่างแคว้น ลูกชู้เช่นองค์ชายใหญ่ ข้าก็ไม่อยากเลี้ยงเอาไว้แล้ว 

ส่วนคนอื่นๆ หลังงานแต่งของข้าเสร็จสิ้น ค่อยทยอยมอบยาถอนพิษให้ผู้คนเหล่านั้นผ่านทางอาหารและน้ำดื่ม ส่วนคนที่ไม่ต้องพิษในงานเลี้ยงวันนี้ หาทางส่งคนของเราเข้าไปเพิ่ม และจับตาดูคนเหล่านั้นเอาไว้ให้ดี”

หลังจากที่หลี่เจิ้งป๋อสั่งการเรื่องต่างๆ ในฐานะผู้บัญชาการแห่งหน่วยจิ่นอีเว่ยเสร็จสิ้น ก็ถึงคราวเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่ไม่อาจนิ่งดูดายทนมองภรรยาของตนเหน็ดเหนื่อย

“จิ่นหยางแสดงตัว”

ร่างเงาสายหนึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของหลี่เจิ้งป๋อ “คารวะท่านหัวหน้า”

“สั่งการให้คนของเราจัดการกับเหล่าคุณหนูคุณชายที่อยู่ในรายชื่อผู้มีสิทธิ์ในการคัดเลือกพระชายาทุกตำแหน่งขององค์ชายสี่ ให้คนเหล่านั้นล้มป่วย จัดการตระกูลเบื้องหลังให้อยู่ไม่สุข นำข้อมูลทุจริตแพร่งพรายออกไปให้ศัตรูของแต่ละฝ่าย ให้คนของเราเพิ่มฟืนเติมไฟให้เหล่าจิ้งจอกเฒ่ากัดกันเอง จนกว่าภรรยาข้าจะขัดเกลาโจวเจาหรูเสร็จสิ้น ห้ามให้อุปสรรคใหญ่หลวงใดๆ เกิดขึ้นเป็นอันขาด” 

สิ้นเสียงคำสั่งของหลี่เจิ้งป๋อ ร่างเงาของจิ่นหยางก็เลือนหายจากไปในทันที

‘ภรรยา เรื่องราวสกปรกอันใดข้าล้วนจัดการเพื่อเจ้าได้ เรื่องคาวเลือดพวกนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสามีเถิด’

ห้าวันต่อมา ข่าวการมาถึงของโจวเจาหรูก็ได้สร้างระลอกคลื่นให้แก่ผู้คน โดยเฉพาะสองสามีภรรยาตระกูลหลี่ อวิ๋นเทียนซื่อออกมาต้อนรับยอดดวงใจขององค์ชายสี่ด้วยตัวเอง ทันทีที่อวิ๋นเทียนซื่อเผชิญหน้ากับโจวเจาหรู แผนการในใจใดๆ ล้วนถูกตบทิ้งตีกลับ

โจวเจาหรู รูปงาม นามไพเราะ อาเจาขององค์ชายสี่คือคนงามหาตัวจับยากผู้หนึ่ง แต่ภาพเบื้องหน้านั้นกลับตรงข้ามกับคำบอกเล่าพรรณนาโดยสิ้นเชิง

อวิ๋นเทียนซื่อมองอาเจาที่นอนแน่นิ่งไม่อาจกระดุกกระดิกส่วนใดของร่างกายได้นอกเสียจากดวงตาใสซื่อสับสนคู่นั้น ด้วยเพราะถูกวางยาสลายกำลัง

อาเจาที่เขาเห็น คือ บุรุษร่างกายกำยำล่ำสัน มัดกล้ามใหญ่โตชัดเจนเสียยิ่งกว่าองครักษ์ของตระกูลหลี่ ซึ่ง…องค์ชายสี่เคยบอกว่า อาเจาเป็น ‘เกอ’ ผู้บอบบาง

อาเจามีโครงหน้าหล่อเหลาคมคายเสียยิ่งกว่าผู้เป็นสามีอย่างองค์ชายบางพระองค์เสียอีก แต่องค์ชายพระองค์นั้นกลับบอกว่า อาเจาเป็นคนงามล่มบ้านล่มเมือง

อาเจามีผิวสีน้ำผึ้ง ผิวพรรณทั่วร่างคล้ำแดดหยาบกร้าน ผมแห้งแตกปลายแข็งกระด้าง และ…องค์ชายสี่บอกว่า อาเจามีผิวพรรณเปล่งปลั่งแลดูสุขภาพดีทั่วทั้งเรือนกาย

อาเจาผู้ผุดผ่อง คนงามแห่งเมืองฉางอัน

‘ไม่! องค์ชายสี่ท่านโกหกข้า!’

อวิ๋นเทียนซื่อที่จู่ๆ ก็ยืนไม่ตรง ท่าทางคล้ายจะหงายหลังอยู่รอมร่อพลันถูกหลี่เจิ้งป๋อที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากที่ใดพยุงเอาไว้ได้ทันท่วงที

‘อาเจาหรือข้าควรเรียกเจ้าว่าลูกพี่เจาดีล่ะ ยอดดวงใจขององค์ชายสี่ บุรุษผู้นี้คือผู้มีสถานะเกอจริงหรือ ผิวกายคล้ำแดด ร่างกายสูงใหญ่กำยำ กล้ามเนื้อแน่นมองเห็นชัดเจนผ่านอาภรณ์ที่สวมใส่ โครงหน้าโดยรวมก็จัดว่าหล่อเหลาคมคายยิ่งนัก ผิวเข้ม คิ้วหนา จมูกโด่ง ความนุ่มนวลงดงามดังเช่นเกอพึงมีนั้น…หามีไม่ 

กระทั่งปานบุปผาสัญลักษณ์ที่บ่งบอกสถานะยังไม่อาจลดทอนความห้าวหาญของโจวเจาหรูผู้นี้ได้ ปานรูปดอกไม้บนหน้าผากนั้น…เจ้าวาดมันขึ้นมาเองใช่หรือไม่ลูกพี่เจา’

อวิ๋นเทียนซื่อที่ตั้งคำถามต่างๆ นานา ในจิตใจ อาเจาหล่อเหลาดูสมชายชาตรียิ่งกว่าสามีของเขาด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงองค์ชายสี่ที่มีเพียงความสูงที่พอใช้สูสีกับอาเจาได้เท่านั้น ว่าที่พระชายารองที่ไม่แน่ว่าสักวันอาจจะถูกแต่งตั้งให้ไปสู่จุดสูงสุดผู้นี้ ช่าง…จัดการได้ยากยิ่ง

“ใบหน้าคมเข้มสมชายชาตรีเช่นนี้ ไม่อาจเรียกได้ว่างดงามเฉกเช่นคำกล่าวขององค์ชายสี่เด็ดขาด องค์ชายสี่ท่านล้อข้าเล่นแล้ว”

ชาติตระกูล ยังพอใช้อำนาจบาตรใหญ่แต่งขึ้นเองได้ แต่ความหล่อเหลาคมคายที่กลบบังผู้เป็นสามีได้มิดชิด ทั้งยังความใสซื่อตื่นกลัวที่ปรากฏบนดวงตาคู่นั้นอีกเล่า ยิ่งคิดอวิ๋นเทียนซื่อก็คล้ายจะมองเห็นภาพแห่งความวุ่นวายต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมา

“ท่านพี่ อีกเดี๋ยวท่านรีบให้คนไปส่งข่าวแก่องค์ชายสี่ ให้เข้าวังไปขอสูตรลับการดูแลผิวพรรณจากวังหลวงมาให้ข้า ดูท่าข้ามีเรื่องให้ต้องจัดการเพิ่มขึ้นแล้ว”​

_________

ดีจ้า แหะๆ สำหรับตอนนี้ ทีแรกว่าจะให้ซื่อซื่อเสี้ยมอาเจาเนาะ แต่ดันพิมพ์เรื่องต่างๆ เพลินไปหน่อยเลยกลายเป็นแบบนี้ไปได้ แหะๆ ไว้ค่อยเจอกันตอนหน้าละกันเน้อ อย่าคิดไรมากก่ะนิยายของมือสมัครเล่นอย่างเรานะคะ อ่านแก้เบื่อแก้เซ็งก่ะพอเน้อ ~ วันวานวันวาฬ.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 701 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

  1. #1749 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 11:20
    อาเจา

    โอ้ 😯😮ไรท์ทำให้แปลกจริงมากๆ
    #1,749
    0
  2. #1701 nuengwansuk (@nuengwansuk) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 21:54
    ,ซือซือบรรยายซะเห็นภาพโอ้ยยยยยขำท้องแข็ง55555
    #1,701
    0
  3. #1683 zezeuiaz (@zezeuiaz) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 09:55
    ไรท์ ตัด 'พระราชชายา' ออก เหลือเพียง 'เสียนเฟย' จะดีกว่านะ กระชับกว่า
    #1,683
    0
  4. #1653 HEART_Y (@HEART14Y) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 00:01

    เมื่อนเป็นเช่นนี้จึงมิต้องกังวลเรื่องแก่งแย่งชิงดีในวังหลัง เพียงแต่ตอนนี้ต้องขัดเกลาลูกพี่โจวเจาหรูให้สมกับเป็นเกอเสียก่อน มิเช่นนั้นทุกคนคงได้เข้าใจผิดว่าองค์ชายสี่แต่งสามีหาใช่แต่งพระชายาไม่555
    #1,653
    0
  5. #1619 Ne4w (@snow-prince-000) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 20:29
    องค์ชาย.. องค์ชายจะความรักบังตาขนาดนี้ไม่ได้นะเพคะ55555555555โอ้ยย
    #1,619
    0
  6. #1608 Dak บ๊องๆๆ (@iyongimu) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 00:23

    กลั่นขำไหล่สั่นหมดแล้ว555555555555

    #1,608
    0
  7. #1493 Krathay (@myloveyaoi) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 23:56
    จากอาเจาเป็นลูกพี่เจา องค์ชาย....มันไม่ได้นะ😂😂😂😂😂
    #1,493
    0
  8. #1463 PiyaaRr (@PiyaaRr) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 20:29
    ชอบความคาดไม่ถึงของอาเจา ใช่สิคนมีความรักเห็นคนรักก็ว่างามว่าดีกว่าผู้ใด สเปกองค์ชายสี่ช่างน่าทึ่ง
    #1,463
    1
  9. #1314 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 00:38
    คนมันรักอะค่ะน้องซื่อ อาเจางามสุดในหัวใจชายสี่ค้าบบบ
    #1,314
    0
  10. #1047 Minutedao (@Minutedao) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 06:36
    อาเจาาาาาา
    #1,047
    0
  11. #921 ヨンヨン (@winfinite) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 05:46
    ตายแล้ว ถึงกับต้องทบทวนความคิดใหม่ ฝ่ายแม่เรือนคืออาเจาเนอะ เนอะ โอ่ย องค์ช๊าย!!!!!
    #921
    0
  12. #884 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 22:46

    ถึงจะปลอมตัวเปนชาวบ้านแต่ทำไมสิ้นสติถึงกับไปแต่งงาน ทำตัวเปนเด็กเล่นขายข้าวขายแกงล่ะแล้วจะเปนฮ่องเต้นั้นจึงไม่สมควรเปนอย่างยิ่ง

    #884
    1
    • #884-1 วันวาน วันวาฬ (@Look_Peach) (จากตอนที่ 30)
      18 ตุลาคม 2562 / 22:54
      อืม ฮ่องเต้ก็คนธรรมดานะคะ ในนิยายที่เราแต่งทุกคนคือคนธรรมดาค่ะ มีผิดพลาดกันได้ทุกคน รสนิยมความชอบของแต่ละตัวละครก็จะไม่เหมือนกัน หากไม่ชอบนิยายเรื่องนี้หรือคิดว่าขาดความสมเหตุสมผลต้องขออภัยด้วยค่ะ เลือกอ่านเรื่องที่ชอบที่เหมาะกับสไตล์ตัวเองนะคะ จะได้ไม่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดในภายหลัง^^
      #884-1
  13. #765 SanjiMakiko (@SanjiMakiko) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 03:24
    อยากบอกยิ่งอ่านภาษายิ่งสวยชอบมากค่ะ
    #765
    0
  14. #635 S. MDJB. (@jidtip) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 21:35
    องค์ช๊ายยย55555555 ฮือขำจะบ้า
    #635
    0
  15. #585 kairungpha (@kairungpha) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 12:55

    โว้ยยยย..องค์ชายสี่..

    #585
    0
  16. #540 NJChokdee (@NJChokdee) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 12:50
    งดงามขององค์ชายสี่ แมนยิ่งกว่าองค์ชายสี่อีก55555
    #540
    0
  17. #474 khanaa1a (@khanaa1a) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 01:47
    หัวเราะน้ำตาเล็ด.....ลูกเพี่ยะ😂
    #474
    0
  18. วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 08:08
    โอ้ย555 จากหนุ่มน้อยหน้ามนคนงานเป็นหนุ่มน้อยร่างหมีควายป่า555
    #450
    0
  19. #382 No Caption1428 (@pinnarat1428) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 12:07
    555 ลูกพี่เจา!!! โอ้ยองค์ชายสี่ 555 อะไรทำให้ท่านเห็นคนมาดแมนเป็นคนสวยบอบบาง555
    #382
    0
  20. #308 Pissuda627 (@0862223050) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 20:28
    ความรักบังตาสินะองค์ชายสี่ โอ้ยย ลูกพี่เจา
    #308
    0
  21. #221 love_forever 1992 (@pranee_2535) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2562 / 06:24

    โอ้ยยย องค์ชายสี่!! 555+ น้องงานงอกอีกแล้วววว
    #221
    0
  22. #162 pbamnen (@preawtredici) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 10:45
    อาคคค อยากอ่านเรื่ององค์ชาย555 อะไรจะพีคขนาดนี้555
    #162
    0
  23. วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 12:14
    เซอร์ไพรส์สุด
    #136
    0
  24. #55 0947854832 (@0947854832) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 14:45
    สนุกม่กกกอ่านไปยิ้มไป
    #55
    1
  25. #16 วัวพันปี (@witch-singsong) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 10:31
    ก้อนแแป้งน้อย..คำนี้ น่ารัก
    #16
    1
    • #16-1 วันวาน วันวาฬ (@Look_Peach) (จากตอนที่ 30)
      8 มิถุนายน 2562 / 13:09
      แหะๆ ก้อนแป้ง คำนี้เอาจากจากคอมเมนต์ของเพื่อนๆในเด็กดีนี่ล่ะเตง เมนต์หายเลยค้นไม่ได้ว่าคนพิมพ์คำนี้แรกๆมาจากใคร เราจำได้ว่าเคยขอเอามาใช้กับนิยายเพราะคำมันน่ารักดี เลยได้แฝดตามเสียงข้างมาก แหะๆ เลยมีทั้งเจ้าก้อนเลือดน้อย และเจ้าก้อนแป้งน้อย แหะๆตอนนี้ก็กำลังแสดงอภินิหารกันอยู่สองคนตามประสาพี่น้องร่วมท้องในตอนท้ายๆนะคะ แหะๆ
      #16-1