ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 3 : ปรับตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,811
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,480 ครั้ง
    9 ก.พ. 63

บทที่ ๓ ปรับตัว


ร่างน้อยแบบบางนอนเกลือกกลิ้งแสร้งป่วยภายในเรือน คริสในร่างอวิ๋นเทียนซื่อนอนพลิกตัวไปมาจนสุดท้ายมาจบที่ท่าประจำ ‘แผ่หลานอนหงาย’ มือข้างหนึ่งยกขึ้นก่ายหน้าผาก แววตาครุ่นคิดจับจ้องขื่อคานในเรือน 

ชายหนุ่มหมกมุ่นปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ พยายามทำความเข้าใจกับชะตาชีวิตและหาคำอธิบายให้กับตัวเองตามประสาคนที่ยังไม่มีหน้าที่รับผิดชอบ

สวัสดิการของอนุภรรยาที่ถูกทิ้งก็เป็นเช่นนี้ 

ว่างงานในบ้านสามี ชีวิตดี๊ดี แต่จะดีกว่านี้ถ้าไม่ต้องเป็นอนุใคร

หลายวันมาแล้วที่ได้แต่นอนฟุ้งซ่านคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ใช้เวลาส่วนใหญ่อาศัยอยู่แต่ภายในเรือนเล็กไม่ออกไปไหน 

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะก่อนหน้านี้ร่างกายของเขาต้องไอเย็นจนป่วยไข้ไม่สบาย นอนอ้าปากพะงาบๆ ให้อาเป่าหยอดข้าวต้มยาวนานเกือบสิบวันอาการถึงค่อยดีขึ้น ตอนนี้แม้จะค่อยยังชั่วแต่ก็ยังไม่พร้อมจะพบเจอผู้ใด ฉะนั้นยุทธการแสร้งป่วยจึงต้องดำเนินกันต่อไป

สาเหตุสำคัญที่ต้องเก็บตัว ก็เพราะเขากลัวจะถูกใครจับได้ว่าไม่ใช่อวิ๋นเทียนซื่อคนเดิม ด้วยไม่อยากถูกเข้าใจว่าเป็นภูต ผี ปีศาจ จนอาจถูกผู้คนในยุคนี้จับไปถ่วงน้ำหรือนำไปเผาทั้งเป็น เขาจึงต้องใช้เวลาทำความรู้จักกับร่างใหม่ให้ดีเสียก่อน ไม่เพียงแค่เข้าใจเรื่องราวในความทรงจำ แต่ยังรวมถึงการเลียนแบบลักษณะท่าทางและต้องทำตามให้ได้ ถึงแม้จะกระดากใจอยู่บ้างที่ต้องมาทำตัวเป็นโฉมงามผู้อ่อนช้อย แต่ก็ทำได้แค่เพียงปลอบใจตัวเองเท่านั้น…มันคือเรื่องจำเป็นที่ต้องทำ

ทำให้ได้!

ทำให้เป็น!

ทำให้ดี!

เป็นคนงามนั้นไม่ยากสักนิด ฉีกยิ้มบ่อยๆ เดี๋ยวก็เป็นเอง…โธ่

จะว่าไป…ตัวเขานั้นตายไปแล้วแน่นอน แต่จากที่เห็นและเป็นอยู่ เขาก็ไม่ใช่ภูตผีปีศาจเช่นกัน เพราะตัวเขาไม่มีอิทธิฤทธิ์อะไรให้ตื่นเต้นสักอย่าง แลบลิ้นปลิ้นตาก็ดูไม่ค่อยน่ากลัว ทั้งยังเจ็บได้ร้องไห้เป็นเหมือนคนปกติทั่วไป 

บางทีนี่อาจเป็นชาติภพใดชาติภพหนึ่งของเขากระมัง ‘อวิ๋นเทียนซื่อ’ คนนี้อาจจะเป็นตัวเขาในภพนี้ 

การกลับมามีชีวิตอีกครั้งคือโอกาสของเขา แม้นไม่รู้ว่าเป็นพรจากสวรรค์หรือเพราะความผิดพลาดของยมทูตท่านใด แต่การที่ได้เข้ามาอยู่ในร่างของบุรุษผู้นี้และหลอมรวมความทรงจำไปด้วยกัน เขาก็ตั้งใจว่าต่อจากนี้ไปเขาจะใช้ชีวิตให้ดีที่สุด เป็น ‘คริส’ ที่มีความสุขและจะเป็น ‘อวิ๋นเทียนซื่อ’ ที่เปล่งประกาย 

ถึงแม้ว่าการคิดแบบนี้จะคล้ายกับว่าเขาหนีปัญหาจากภพเก่า แต่หลังจากที่พานพบเรื่องราวมหัศจรรย์เหลือเชื่อด้วยตัวเองเเบบนี้แล้ว ก็ได้แต่ปลงกับความหน่วงความเศร้าอันเนื่องมาจากการสูญเสียบุพการี บางทีบิดามารดาอาจจะกำลังประสบพบพานเรื่องราวมหัศจรรย์ของตัวเอง อย่างที่เขากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้…อืม…ก็อาจเป็นได้เช่นกัน…

การปรับตัวให้เข้ากับสภาพความเป็นอยู่ในมิติคู่ขนานที่มีวิถีชีวิตคล้ายยุคจีนโบราณนี้ ถือว่าไม่ยากและก็ไม่ง่าย พอทำความเข้าใจและค่อยๆ เรียนรู้ได้ เพียงอาศัยความทรงจำในหัวที่มีก็พอจะแนบเนียนกลมกลืนไปกับฝูงชนได้อยู่บ้าง

ตอนนี้เขากำลังปรับตัวเรียนรู้สถานะความสัมพันธ์ต่างๆ กับผู้คนรอบข้าง เรียนรู้ทำความเข้าใจกับปัญหาและปมในใจของตนเองในภพนี้

แต่ทว่าน่าเสียดายเหลือเกินที่คนงามเจ้าของร่าง ถึงแม้จะเป็น คนงามมหัศจรรย์ในความคิดของเขา แต่กลับมีข้อด้อยเรื่องความรู้พื้นฐานน้อยนิดเหลือเกิน อะไรที่เกี่ยวกับโลกภายนอกคฤหาสน์ตระกูลหลี่ อวิ๋นเทียนซื่อผู้นี้ล้วนไม่รู้และไม่สนใจใคร่ทราบ 

กระทั่งความรู้ทั่วไปอย่างใครคือศัตรูและใครที่เป็นมิตร เขาก็ยังหาคำตอบจากความทรงจำของอวิ๋นเทียนซื่อไม่ได้ คนผู้นี้คือชายหนุ่มผู้อ่อนต่อโลกโดยแท้จริง ดำรงตนคล้ายสตรีในห้องหอ เก็บเนื้อเก็บตัวและมีสายตาคับแคบ ไม่รู้จักเรื่องราวของโลกภายนอกแม้สักอย่างเดียว 

วันเดือนปีของคนงามผ่านไปอย่างเรียบง่าย ด้วยหลักการดำเนินชีวิตที่ต้องพึ่งพาสามีคือสิ่งที่เจ้าของร่างนี้ยึดถือ จึงสนใจเรียนรู้เพียงวิชาเอาใจบุรุษ ขยันพากเพียรหมั่นฝึกฝนวิถีแม่เหย้าแม่เรือนที่ดี จึงทำให้ขาดทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิต ส่งผลให้มีความรู้รอบตัวน้อยนิดเท่าเม็ดถั่วเขียว และเรื่องนี้ก็ได้ทำให้ผู้สืบทอดร่างกายอย่างเขาต้องกุมขมับวันละสามครั้งหลังอาหาร ทั้งๆ ที่เพิ่งจะดีใจ ว่าจู่ๆ ตัวเองก็มีความสามารถเพิ่มขึ้นมามากมายอยู่แท้ๆ

กระทั่งเรื่องไม่ไกลตัวอย่างหาเงินยังไง ค้าขายแบบไหน ก็ยังค้นหาคำตอบจากความทรงจำเดิมไม่ได้ ทั้งที่มาจากตระกูลพ่อค้าคหบดีแต่กลับไม่มีความรู้พวกนี้ในหัวเลยแม้สักกระผีก…คิดแล้วเศร้าเล่าสามวันก็ไม่จบ

โธ่…

เดี๋ยวดีใจ เดี๋ยวห่อเหี่ยว เขาในตอนนี้ช่าง…ย้อนแย้งสิ้นดี!

วันเวลาผันผ่านเชื่องช้า จากที่เพียงแค่ต้องปรับตัว ยามนี้กลับมีปัญหาให้ต้องรับมือเพิ่มเข้ามา ‘เกิดเป็นอวิ๋นเทียนซื่อนั้นไม่ง่าย’

เรื่องน่าปวดหัวที่สุดในการดำรงชีวิตของอวิ๋นเทียนซื่อในตอนนี้ คือเวลาที่เริ่มนับถอยหลัง เพราะตระกูลหลี่อาจมีสิทธิ์ถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร สืบเนื่องมาจากศึกชิงบัลลังก์ที่กำลังขับเคี่ยวดุเดือด และอวิ๋นเทียนซื่อที่แต่งเข้าตระกูลหลี่ในฐานะอนุภรรยาคนที่แปดของคุณชายใหญ่ ด้วยสถานะเมียน้อยนี้ จึงทำให้เขาถูกนับหัวรวมเป็นคนของตระกูลหลี่และอาจจะกลายเป็นผีของตระกูลนี้อีกด้วย 

หากองค์ชายที่ตระกูลหลี่สนับสนุนนั้นพ่ายแพ้ ผู้ชนะย่อมไม่ปล่อยให้หนามยอกอกมีโอกาสพลิกฟื้นแว้งกัด

‘ก็ได้แต่ภาวนาขอให้องค์ชายที่ตระกูลหลี่สนับสนุนชนะในศึกชิงบัลลังก์ครั้งนี้เท่านั้น’

“เพิ่งจะได้รับโอกาสให้เกิดใหม่อีกครั้งก็ต้องมาตายอีกแล้วเหรอ บ้าบอเกินไปแล้ว!” เขาอดไม่ได้ที่จะบ่นเบาๆ กับตัวเองอย่างหัวเสีย

ในขณะที่กำลังคิดหาทางรอดประเมินเรื่องราวและสถานการณ์อยู่นั้น อาเป่าก็ยกสำรับอาหารเข้ามาให้พอดี เขาจึงพักทุกเรื่องเอาไว้ก่อนแล้วเบนความสนใจมาที่สำรับอาหารตรงหน้า

สำหรับอวิ๋นเทียนซื่อยุคใหม่อย่างเขา เรื่องกินถือเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่ทำให้เขามีความสุข เขาชอบอาหารในยุคนี้เพราะทุกอย่างล้วนออแกนิค แต่แล้วความสุขของเขากลับมีอันให้ต้องสลายหายไป เพราะอาหารที่อาเป่ายกมานั้น…

ข้าวเปล่าแข็งๆ หนึ่งชาม

ผัดผักเหี่ยวเฉารสแย่หนึ่งจาน

น้ำแกงเย็นชืดไร้รสชาติหนึ่งชามและอะไรก็ไม่รู้สีดำๆ อีกหนึ่งจาน

‘นี่มันอะไรกัน’ อาหารของอนุภรรยาคนที่แปดของคุณชายใหญ่ตระกูลหลี่ผู้มั่งคั่ง...ช่างน้อยนิด ไร้รสชาติ และเย็นชืดจืดสนิท ถ้าจำไม่ผิดเมื่อวานอาหารดีกว่านี้มิใช่หรือ แต่ทำไมวันนี้ถึงได้ย่ำแย่เพียงนี้ได้ รสชาติห่วยจนขนาดเขาที่ท้องหิวยังกลืนแทบไม่ลง

สุดท้ายแล้ว…ตนย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน 

ถึงเวลาที่อนุแปดต้องหาทางออกให้กับสถานการณ์คอขาดบาดตายครั้งนี้ ด้วยการ บุก! แค่กๆ เขาจะเดินทางไปเยือนโรงครัวด้วยตัวเองพร้อมกับอาเป่าสักครา 

อวิ๋นเทียนซื่อคนใหม่ไฉไลกว่าเก่า จัดการกางแขนให้ผู้อื่นสวมเสื้อคลุมให้ตน ราวกับว่ากำลังสวมเกราะเหล็กก็ไม่ปาน 

‘จะไปนอกเขตพื้นที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อม เสื้อต้องหนากระเป๋าต้องตุง’

“อาเป่า นำถุงเงินไปด้วยสักห้าถุง…” ขาดคำ อาเป่าพลันดวงตาเบิกกว้าง

“เผื่อเหลือเผื่อขาด…” อาเป่าลดม่านตาลง ทว่านัยน์ตาสุกใสสะท้อนร่องรอยเสียดาย

“สามถุงก็ได้” ร่างน้อยของอาเป่านำกุญแจไปเปิดหีบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับถุงเงินห่อน้อยสามห่อ

อวิ๋นเทียนซื่อได้แต่ส่ายหน้าให้กับบ่าวน้อยคนสนิท เจ้าเด็กคนนี้ยังมีเรื่องให้ต้องสั่งสอนกันอีกมาก ดูท่าจะยังไม่รู้จักคำว่า ‘เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย’ เอาไว้กลับจากโรงครัว เขาคงต้องสอนเรื่องต่างๆ ให้เด็กน้อยอย่างจริงจังเสียแล้ว  


สองคนนายบ่าวเดินเข้าไปในโรงครัวตระกูลหลี่ พร้อมกับถามหาผู้ดูแล จากการสอบถามโดยละเอียด ถึงได้รับทราบว่าปัญหาเกิดขึ้นจากอะไร หลังจากนั้นอวิ๋นเทียนซื่อก็ให้อาเป่ามอบถุงเงินหนึ่งถุงให้กับพ่อบ้านจางผู้ดูแลชั่วคราว เพื่อเป็นสินน้ำใจสำหรับคำบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ 

จากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดมานั้น ทำให้เขาเข้าใจสถานะของตัวเองในชาติภพนี้มากยิ่งขึ้น

แม้อวิ๋นเทียนซื่อจะเป็นเพียงอนุภรรยาที่ไม่ได้รับความรักใคร่โปรดปราน และถูกสามีทอดทิ้งลืมเลือนมาช้านาน แต่ก็ไม่ใช่อนุภรรยาที่กระทำความผิดติดโทษทัณฑ์ ทั้งยังไม่ใช่อนุไร้ที่มา ที่ถูกขุนนางหรือพ่อค้าส่งมอบให้เป็นสินน้ำใจแก่สามี ทว่าอนุแปดอย่างเขาคืออนุภรรยาที่แต่งเข้าบ้านอย่างถูกต้องตามพิธีการ อาหารในสำรับของเขาจึงไม่ควรย่ำแย่อย่างที่ได้รับในวันนี้ แต่ด้วยเกิดเหตุสุดวิสัยบางประการขึ้น อาหารที่ได้รับจึงเป็นเช่นนั้นไป

ซึ่งเหตุอันสุดวิสัยนี้เกิดจากการที่คนครัวฝีมือดี รวมทั้งคนเก่าคนแก่ทั้งหลายของตระกูลหลี่ลากลับบ้านเกิดพร้อมกันนั่นเอง บางคนก็ลาไปเยี่ยมญาติ บางคนไถ่ถอนตัวเองออกจากตระกูลก็ยังมี

ฟังแล้ว แม้ตัวเขาจะไม่ใช่คนฉลาดรอบรู้แต่ดีที่เป็นคนมีความเฉลียวและใฝ่รู้ในเรื่องราวรอบตัว ทั้งยังมีความมโนเก่งบวกกับความเผือกซึ่งมาพร้อมกับจินตนาการและสัญชาตญาณดิบขั้นสูง จึงพอจะเดาเหตุการณ์ได้บ้างว่าคนเหล่านั้นอาจจะติดตามสามีหมาดๆ ของเขาไป หรือไม่ก็อาจถูกกำจัดในฐานะหนอนบ่อนไส้ก็เป็นได้ 

สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

แต่ถ้าหากคนเหล่านั้นติดตามคนตระกูลหลี่ไปจริง เขาก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจให้กับอีกคนที่ล่วงลับจากไป

‘อวิ๋นเทียนซื่อเอ๋ยอวิ๋นเทียนซื่อ ดูเอาเถิดแม้กระทั่งพ่อครัวผู้หนึ่งยังสำคัญมากกว่าตัวเจ้าที่เป็นอนุภรรยา เจ้ารักปักใจ แต่ผู้อื่นกลับลืมเลือนทอดทิ้งไม่แยแส เฮ้อ…ตัวข้าในชาติภพนี้น่าสงสารเกินไปแล้ว…’ 

เฮ้อ…ดูท่าว่าเขาคงเกิดใหม่เพื่อมาแบกรับเอาชะตากรรมของตัวเองในชาติภพนี้เป็นแน่ กรรมลิขิตมาแต่ชาติปางใหม่แท้ๆ มีคนตั้งมากมายแต่ทำไมถึงเลือกบุรุษตระกูลหลี่ ซวยแท้ๆ ดวงจู๋สุดๆ

หลังจากทอดถอนใจให้กับผู้อื่นและตัวเองไปหลายประโยค ชายหนุ่มก็วกกลับเข้าสู่เรื่องสำคัญที่ทำให้เดินทางมาเยือนถึงโรงครัวแห่งนี้ 

เขามาที่นี่เพื่ออุ่นอาหารและอยากปรับปรุงรสชาตินิดหน่อย เพราะการทานอาหารที่อร่อยในสภาพอุ่นร้อน มันดีต่อใจทั้งยังดีต่อสุขภาพของปากท้อง

กองทัพเดินด้วยท้อง ตัวเขาและอาเป่าเองก็เช่นกัน การที่จะมีแรงเดินต่อ เรื่องรสชาติอาหารจึงเป็นเรื่องสำคัญ!

กินเพื่ออยู่ หรือ อยู่เพื่อกิน สถานการณ์…คือผู้กำหนด

หากเลือกไม่ได้ ก็กลืนลงท้องไป แต่หากมีทางให้เลือก ไยจะไม่เลือกที่ดีกว่าเล่า

อนุแปดอวิ๋นเทียนซื่อสั่งการให้บ่าวรับใช้คนสนิทไปเจรจาขอใช้เตาและเครื่องปรุงในโรงครัว พร้อมกับมอบค่าน้ำร้อนน้ำชาให้แก่คนเหล่านั้นเพื่อเปิดเส้นทางให้แก่ตน

ภาพของอนุแปดผู้งดงามท่าทางร่าเริงสดใส ยิ้มแย้มพูดจาไพเราะรื่นหูทั้งยังดูโอบอ้อมอารี ดูใจดีมีความเอื้อเฟื้อ ในสายตาของบ่าวไพร่ในโรงครัวที่ไม่เคยพบเจอกับอวิ๋นเทียนซื่อมาก่อน ทุกคนต่างล้วนแปลกใจกับข่าวสารที่เคยได้ยินได้ฟังมา

‘คนงามเช่นนี้เหตุใดจึงไม่เป็นที่โปรดปรานของนายท่านได้’

‘เมื่อหลายวันก่อนมิใช่อนุผู้นี้เศร้าเสียใจจนกระโดดลงไปในสระบัวเพื่อปลิดชีพตนเองหรอกหรือ เหตุใดวันนี้จึงดูมิได้เศร้าเสียใจอันใดแล้วเล่า’

ในขณะที่บ่าวไพร่ในโรงครัวทั้งหลายกำลังจมจ่ออยู่กับความคิดของตนเองอยู่นั้น สองนายบ่าวก็เดินไปถึงหน้าเตา อาเป่าจัดการติดเตาให้แก่ผู้เป็นนายอย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว ส่วน ‘คริสในร่างอวิ๋นเทียนซื่อ’ ก็จัดการใช้ประโยชน์จากความรู้ความสามารถ ของเจ้าของร่างคนก่อนอย่างชำนิชำนาญ อวิ๋นเทียนซื่อเก่งกาจงานครัว ส่วนคริสเก่งกาจเรื่องกิน ตัวตนของทั้งสองภพช่างผสานเข้ากันได้ดียิ่ง เสพสุขกับอาหารเลิศรส…ย่อมเป็นเรื่องสมควรกระทำ

อวิ๋นเทียนซื่อจัดการนำอาหารสำรับเดิมของตนและของอาเป่ามารวมกัน

เขาจัดการข้าวแข็งๆ ก่อนหน้า ผัดรวมกับผัดผักเหี่ยวเฉารสแย่ เติมไข่ เติมเกลือ เติมมะเขือเทศ จนแปรเปลี่ยนเป็นข้าวผัดสูตรตามมีตามเกิด ส่งกลิ่นหอมฉุยจนพ่อครัวยังต้องหันไปมอง

ขณะเดียวกันน้ำแกงเย็นชืดไร้รสชามนั้น ก็ถูกเทใส่หม้อดินเผายกตั้งเตารอน้ำเดือด ใส่วิญญาณหมูที่เหลือในครัว เติมเต้าหู้ สะบัดเกลือลงเล็กน้อยแล้วตามด้วยหอมซอยในขั้นตอนสุดท้าย จึงได้แกงจืดเต้าหู้วิญญาณหมูมาแทนที่ของเดิม ไอร้อนพวยพุ่ง เห็นแล้วน่าทานไม่น้อย

ส่วนอาหารสีดำๆ ในจานที่เขาไม่รู้จัก ชิมแล้วว่าเป็นของหวาน ค้นหาจากความทรงจำในหัวให้อย่างไรก็ไม่รู้จัก อาเป่าบอกว่าเป็นผลไม้กวนชนิดหนึ่ง เขาจึงไม่ได้แตะต้องของในจานนั้น ของที่เก็บไว้กินได้หลายวันอย่างผลไม้กวน เขาจะห่อกลับเรือนเอาไว้กินกับอาเป่าสองคนตอนดึกๆ

หลังจากได้ลงมืออุ่นอาหารและปรับปรุงรสชาติด้วยตัวเองจนเสร็จสิ้นทุกระบวนการผลิต อวิ๋นเทียนซื่อก็ตัดสินใจที่จะทานอาหารในโรงครัวพร้อมกับอาเป่า โดยให้เหตุผลกับบ่าวคนสนิทว่า “หิวแล้ว ไม่มีแรงจะเดินกลับเรือน ต้องการรับอาหารในทันที” 

เขาจัดการแบ่งข้าวแบ่งอาหารร้อนๆ ให้อาเป่าอย่างละครึ่งเท่าๆ กัน พร้อมกับสั่งเด็ดขาดบอกว่าให้ทานพร้อมกันในขณะที่อาหารยังอุ่นร้อน ไม่ต้องมาปรนนิบัติอะไรในช่วงเวลารับอาหาร

อาเป่ารับรู้ถึงน้ำใจของผู้เป็นนาย จึงตอบรับพร้อมกับพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย เดินไปจัดที่จัดทาง เช็ดโต๊ะเช็ดเก้าอี้ที่มีในครัวให้คุณชายของตนได้นั่งดีๆ หลังจากร่วมด้วยช่วยกันตั้งสำรับจนเสร็จ สองนายบ่าวก็เริ่มทานอาหารอุ่นร้อนพร้อมกัน 

ภาพของหนึ่งนายหนึ่งบ่าวที่ทานอาหารพร้อมหน้า แม้จะมิได้นั่งร่วมโต๊ะแต่ก็นั่งใกล้ไม่ห่างไกล 

ทุกการกระทำของอวิ๋นเทียนซื่ออยู่ในสายตาของบ่าวไพร่ในโรงครัว ภาพที่พบเห็นในวันนี้ได้สร้างความประทับใจให้แก่พวกเขายิ่งนัก

จะมีเจ้านายสักกี่คนที่เมตตาบ่าวไพร่เช่นนี้…

หลังจากนั้นไม่นานเรื่องราวก็ถูกเล่าลือต่อๆ กัน ‘อนุแปดผู้ไม่สมควรถูกลืม’ คือเรื่องเล่าระหว่างเหล่าบ่าวไพร่ในตระกูลหลี่ทั้งหลาย 

เล่าลือกันปากต่อปาก…จนกระทั่งเรื่องนี้ถูกส่งต่อถึงหูของคนผู้หนึ่งจนได้

รอยยิ้มบางเบาทว่าแลดูเจ้าเล่ห์ร้ายกาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา

“จับตาดูต่อไป…”

__________

ดีจ้า กลับมาปรับปรุงนิยายจ้า ~ วันวานวันวาฬ.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.48K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

  1. #1712 jjinqx (@jjinqx) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 17:24
    เอ๊ะ จับตาดูต่อไป
    #1,712
    0
  2. #1584 Dak บ๊องๆๆ (@iyongimu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 13:32
    ร้ายยยย เค้าดีมามองเค้า เขินแทน
    #1,584
    0
  3. #1468 TATAR20505 (@TATAR20505) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 14:10
    ใครกันน่ะ!!
    #1,468
    0
  4. #1287 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 18:17
    แหนะ แอบมองเทออยู่นะจ๊ะ
    #1,287
    0
  5. #710 youlove_I (@Bmoooo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2562 / 10:48

    น่ารักจริงๆเลย
    #710
    0
  6. #395 whitemidblue (@apisara-mnpp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 02:05
    น่ารักมากเลย ทำไมถูกทิ้งงง
    #395
    0
  7. #326 2mjtshw (@MaynieTuan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 12:47
    นายบ่าวคู่นี้น่ารัก สู้ๆนะซื่อซื่อ
    #326
    0
  8. #255 Pissuda627 (@0862223050) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 19:44
    น้ำตาไหล ซึ้งอ่ะ
    #255
    0
  9. #166 love_forever 1992 (@pranee_2535) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 15:45

    สู้ๆนะน้อง
    #166
    0
  10. #96 ลายหมึก (@sunonwater) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 00:33
    รักตัวเอง รักอาหาร สามี ช่างมันเถอะ
    #96
    0
  11. #66 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 07:30
    น้องงง
    #66
    0
  12. #38 BewNaBlow (@banana-bew088) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 14:31

    😍😍😍😍😍😍
    #38
    0