ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 29 : หน้าที่ของพี่สะใภ้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 718 ครั้ง
    11 ก.พ. 63

บทที่ ๒๙ หน้าที่ของพี่สะใภ้


ยิ่งราตรีมืดมิด ดวงดาวก็ยิ่งสุกสว่าง

ณ เรือนบัวพิสุทธิ์ ภายในห้องหับมิดชิดของผู้เป็นเจ้าของเรือน เสียงไม่ดังไม่เบาที่เจื้อยแจ้วออกมานั้นสร้างความชื่นชมยินดีให้แก่บ่าวไพร่ที่นั่งเรียงเป็นระเบียบหน้าประตู 

ผู้คนต่างตั้งใจมาร่วมฟังนิทานพร้อมกับคุณชายน้อยด้วยติดนิทานงอมแงม แม้ดึกดื่นค่อนคืนเพียงใดก็จะมานั่งรอฟังนิทานเป็นกลุ่มใหญ่

“นานมาแล้วมีเจ้าปลาน้อยตัวหนึ่งว่ายน้ำอยู่ในแม่น้ำ มันมองเห็นคนหาปลาพายเรือมาแต่ไกล ต่อมาคนหาปลาผู้นั้นก็หย่อนเหยื่อล่อลงในน้ำเพื่อตกปลา เมื่อเจ้าปลาน้อยเห็นดังนั้นมันจึงรีบว่ายน้ำหนีเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในโขดหิน

ในขณะนั้นเองก็มีปลาอีกตัวหนึ่งว่ายน้ำผ่านหน้ามันตรงไปที่เหยื่อของคนหาปลาผู้นั้นด้วยท่าทางดีอกดีใจ เจ้าปลาน้อยเห็นดังนั้นจึงรีบว่ายน้ำตามไปห้ามแล้วบอกปลาตัวนั้นว่า ‘อย่าเข้าไปกินนะมันอันตราย มันไม่ใช่อาหารหรอก’ แต่ปลาตัวนั้นกลับเข้าใจผิด คิดว่าเจ้าปลาน้อยจะมาแย่งอาหาร…”

อวิ๋นเทียนซื่อเล่านิทานให้ลูกฟังไปเรื่อยๆ จำได้ว่านิทานเรื่องนี้เป็นนิทานที่มารดาเคยเล่าให้เขาฟังตั้งแต่ยังเด็กมาก ทั้งยังเป็นนิทานสอนใจที่ฮิตในหมู่แม่ๆ มาก ไม่แพ้เต่ากับกระต่ายเลย

“เจ้าก้อนเลือดน้อยเอ๋ย นิทานเรื่อง ‘ปลาน้อยผู้แสนดี’ นี้สอนให้รู้ว่า จงฟังสิ่งที่ผู้อื่นเตือนเอาไว้บ้าง เพื่อตนเองจะได้ไม่เดือดร้อน เข้าใจหรือไม่ลูกพ่อ…แค่กๆ …ลูกแม่” 

อวิ๋นเทียนซื่อละสายตาจากหน้าท้องที่เริ่มลงพุงนิดหน่อยของตน แล้วเหลือบมองไปที่ตักตนเองที่ยามนี้มีศีรษะใหญ่โตของหลี่เจิ้งป๋อยึดพื้นที่ไป เส้นผมยาวดกดำสยายยาวปกคลุมตักของเขาจนมิด ยามนี้เขาเริ่มชาชินกับการกระทำของคนผู้นี้เสียแล้ว

แรกเริ่มเดิมทีเขาเพียงจำได้รางๆ ว่าเคยอ่านเจอบทความจากที่ไหนสักที่ เรื่องการเล่านิทานให้ลูกฟังตั้งแต่อยู่ในท้องจะช่วยกระตุ้นสมองเเละพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้ แต่ก็จำไม่ได้ว่าต้องเล่าตั้งแต่อายุครรภ์กี่เดือน คล้ายจะห้าหรือหกเดือนเขาเองก็ไม่แน่ใจ จึงลองถามท่านหมอจิ่วดูว่า บุตรในครรภ์จะเริ่มมีปฏิกิริยาตั้งแต่กี่เดือน ยังไม่ทันจะได้รับคำตอบอื่นใด หลี่เจิ้งป๋อก็เอ่ยทะลุขึ้นมากลางปล้องสอบถามความคิดเขา พอเขาบอกเล่าถึงข้อดีของนิทานก่อนนอนให้ฟัง หลี่เจิ้งป๋อก็ออกความเห็นและตัดสินใจเองเสร็จสรรพ

ภายในวันนั้นหลี่เจิ้งป๋อก็เริ่มหานิทานมาเล่าให้เขาฟังด้วยน้ำเสียงทื่อๆ ไม่มีสูงต่ำ เขาหลับแล้วหลับอีก ตื่นมาก็ต้องหลับลงไปอีกรอบ เหตุการณ์ดำเนินอยู่อย่างนั้นถึงสามวันสามคืน จนสุดท้ายเขาก็หมดสิ้นความอดทน จากนั้นเขาจึงเป็นฝ่ายเล่านิทานให้สามีและลูกฟังด้วยตนเอง เขากล่อมทั้งสองพ่อลูกเช่นนี้มาได้หลายค่ำคืนแล้ว

“ซื่อซื่อ ข้าอยากฟังนิทานอีก ไซอิ๋วยังไม่จบเหตุใดเจ้าไม่เล่าต่อจากเมื่อวาน” หลี่เจิ้งป๋อนอนหนุนตักภรรยา ว่าแล้วก็อยากฟังเรื่องของราชันสวรรค์ซุนหงอคงเดินทางปราบปีศาจยิ่งนัก อดไม่ได้ที่จะคะยั้นคะยอขอร้องคนงาม

“ไซอิ๋วจะไม่เล่าวันนี้ สลับกันไป คืนนี้ฟังแค่นิทานเด็กก็พอ วันพรุ่งค่อยเล่าไซอิ๋ว” อวิ๋นเทียนซื่อส่งสายตาอ่อนเพลียให้สามี “ข้าเหนื่อยแล้ว อีกอย่างพรุ่งนี้ยังต้องเตรียมตัวเข้าร่วมงานเลี้ยง ดังนั้นจึงสมควรพักผ่อนให้เพียงพอ จะได้มีกำลังมีสติไปสู้รบกับผู้คนร้อยพัน ศัตรูของท่านมีมาก ข้าเองก็มีภารกิจลับ จะเป็นการดีหากพรุ่งนี้ร่างกายข้าเปี่ยมไปด้วยพลัง วันนี้จึงนอนดึกพร้อมกับท่านไม่ได้ กลับกัน วันนี้ท่านสมควรนอนแต่หัวค่ำไปพร้อมข้าอย่างว่าง่าย”

หลี่เจิ้งป๋อรับคำภรรยาอย่างว่าง่ายด้วยความเคยชิน เขาย้ายศีรษะตนเองออกจากตัก แล้วจัดแจงยัดเยียดตัวเองเข้าสู่ผ้าห่มผืนเดียวกับคนงาม สวมกอดกายน้อยอย่างเผด็จการ อวิ๋นเทียนซื่อครางเสียงอ่อย อ่อนอกอ่อนใจกับการถูกบุรุษด้วยกันกกกอดยิ่งนัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก 

เสียงที่เงียบลงเปรียบได้ดั่งสัญญาณสลายตัวของบ่าวไพร่หน้าห้อง วันนี้พวกเขาตั้งใจมาฟังเรื่องของปีศาจลิง ถึงแม้จะไม่ได้ฟัง แต่พวกเขาก็ชมชอบเจ้าปลาน้อยเช่นกัน คำสอนเตือนใจที่ฮูหยินเอ่ยกับคุณชายน้อยเมื่อยามเล่านิทานจบ ก็คล้ายดั่งฮูหยินกำลังเอ่ยกับพวกเขาเช่นกัน

ชั่วครู่ให้หลังความเงียบสงัดก็มาเยือนเรือนบัวพิสุทธิ์อีกครั้ง เสียงหายใจที่ดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอของสองสามีภรรยาที่หลับใหลภายในหอนอนได้สร้างความลังเลให้แก่ผู้ที่กำลังยืนช่างใจตนอยู่ตรงหน้าบานประตูยิ่งนัก

เสียงพ่นลมหายใจดังออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า ลู่ฉีเดินวนไปมาเบาๆ อย่างตัดสินใจไม่ได้ เขาคิดไม่ออก ปลงไม่ตก จึงดั้นด้นมากลางดึก 

สัญชาตญาณบางอย่างบอกเขาว่าควรมาพบพี่สะใภ้ก่อนงานเลี้ยงพรุ่งนี้จะเริ่มต้นขึ้น

ยังไม่ทันที่ลู่ฉีจะคิดอ่านสิ่งใดต่อ สองสามีภรรยาที่ถูกปลุกให้ตื่นเพราะเสียงของคนที่เดินวนไปมาหน้าประตู เสียงฝีเท้าที่บ่งบอกถึงความสับสนทำให้หลี่เจิ้งป๋อรับรู้ได้ทันทีว่าผู้บุกรุกคือผู้ใด องครักษ์เงาไม่เข้าไปขัดขวางห้ามปราม หากไม่ใช่อาจารย์ก็คงจะเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาผู้นั้นเป็นแน่ ยิ่งเสียงฝีเท้าที่เก็บอารมณ์ความรู้สึกไม่อยู่เช่นนี้ คงไม่ใช่ใครที่ไหนอีกแล้ว

“ซื่อซื่อ เห็นทีเจ้าคงจะนอนแต่หัวค่ำไม่ได้เสียแล้ว ยามนี้คนที่เจ้ารอคอยได้เดินทางมาเยือนถึงหน้าประตู มิหน้ำซ้ำยังเดินวนเวียนอยู่เช่นนั้นไม่ไปไหน”

“อืม ข้าเองก็ได้ยินแล้ว ไม่เป็นไร ท่านพาองค์ชายสี่ไปรอที่ห้องหนังสือเถิด ข้าขอเวลาแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนแล้วจะตามไป”

“ไม่ เราทั้งสองจะเดินทางไปพร้อมกัน” หลี่เจิ้งป๋อตัดบทคำพูดของภรรยา จากนั้นก็ส่งสัญญาณเรียกองครักษ์เงามาสั่งการ ใช้เวลาเพียงไม่นานเสียงฝีเท้าหน้าประตูก็หายไป อวิ๋นเทียนซื่อกะพริบตาปริบๆ ขับไล่ความง่วงงุน จากนั้นสองสามีภรรยาก็เริ่มสวมใส่เสื้อคลุมให้แก่กันและกัน เดิมทีอวิ๋นเทียนซื่อเพียงทำตามหน้าที่ของตนไปตามเรื่องตามราวไม่ได้คิดอะไร แต่ไม่นึกว่าหลี่เจิ้งป๋อจะกระทำตนเลียนแบบเขาไปทุกเรื่อง ภาพที่ออกมาจึงกลายเป็นภาพแห่งความกลมเกลียวเกื้อกูลไปโดยปริยาย

ก่อนหน้านี้เขาเคยบ่นให้หลี่เจิ้งป๋อฟังว่า ชีวิตคู่ของสามีภรรยาไม่ใช่เรื่องของใครต้องดูแลใคร แต่มันเป็นเรื่องของการเอาใจใส่ซึ่งกันและกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว ดูท่าหลี่เจิ้งป๋อคงจดจำเอาไว้แล้วนำมาปฏิบัติจริงกระมัง อืม คนผู้นี้นับว่า…อยู่เป็น


ณ ห้องลับภายในห้องหนังสือ

ทันทีที่หลี่เจิ้งป๋อและอวิ๋นเทียนซื่อก้าวเท้าเข้าไป ลู่ฉีที่เดิมทีกำลังนั่งจิบชา ก็ลุกยืนขึ้นเพื่อให้เกียรติแก่ผู้เป็นเจ้าบ้าน ต่างฝ่ายต่างแสดงความเคารพไปตามยศศักดิ์ แม้ลู่ฉีจะเอ่ยห้ามแต่ก็ไม่เป็นผล เขายังต้องรับการเคารพจากพี่ชายและพี่สะใภ้อยู่ดี

นับเป็นครั้งแรกที่อวิ๋นเทียนซื่อและลู่ฉีได้พบกันอย่างเป็นทางการ

สำหรับอวิ๋นเทียนซื่อนั้น เคยเห็นองค์ชายสี่ผ่านจากความทรงจำเมื่อนานมาแล้วของร่างนี้ ไม่นึกว่าเมื่อได้มีโอกาสได้มองดูใกล้ๆ เช่นนี้แล้ว ช่างน่ามองน่าชมนัก หล่อเหลา บุคลิกสุขุมงามสง่า นัยน์ตาอ่อนโยนเรือนกายสูงโปร่ง มองแล้วช่างแตกต่างจากรูปลักษณ์ป้อแป้ปวกเปียกของเขานัก สวรรค์ลำเอียงเกินไปแล้ว

ฝ่ายด้านลู่ฉีที่ลอบสำรวจพี่สะใภ้นั้น ก็ประหลาดใจไม่น้อย ไม่ใช่เขาไม่เคยพบเจอพี่สะใภ้มาก่อน ยามนั้นเขายังคิดว่าพี่สะใภ้เป็นเพียงคนงามผู้หนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ดูอิ่มเอิบมีสง่าราศีมีชีวิตชีวาดังตอนนี้

“องค์ชาย เข้าเรื่องกันเถิด ไม่ว่าองค์ชายจะตัดสินพระทัยอย่างไร กระหม่อมและภรรยาจะทำตามพระประสงค์โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ”

“ญาติผู้พี่ ก่อนอื่นต้องขออภัยเรื่องที่ข้าเดินทางมาพบท่านทั้งสองยามวิกาลเช่นนี้ รบกวนพี่ชายและพี่สะใภ้แล้ว”

ลู่ฉีกล่าวเข้าเรื่องเข้าประเด็น 

“วันนี้ข้ามาเพื่อเล่าบอกเรื่องที่ค้างคาอยู่ภายในใจและต้องการปรึกษาหาทางออก เรื่องของบุพเพหนุ่มสาว ข้านั้นมีประสบการณ์ไม่มาก จึงอยากขอความเห็นจากผู้มีประสบการณ์…เดิมทีข้าหักห้ามใจในเรื่องรักใคร่ไว้แล้ว แต่หลังจากได้รับจดหมายลับจากพี่สะใภ้ ข้าก็รู้สึกสับสนทั้งลังเล ในใจเรียกร้องต้องการคนผู้หนึ่งขณะเดียวกันนั้นก็พยายามปรามตัวเองให้ปล่อยคนผู้นั้นไป…” ลู่ฉีเว้นจังหวะไปช่วงหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยนามของคนที่กล่าวถึงออกมา

“…คนรักของข้ามีนามว่า โจวเจาหรู”

ระหว่างที่ลู่ฉีเล่าเรื่องราวของตน อวิ๋นเทียนซื่อก็ระดมสมองไล่เรียงรายชื่อของคนที่เขาคัดเลือกเอาไว้ในใจ คิดย้อนกลับไปกลับมาก็ไม่มีคนคนนี้อยู่ในรายชื่อ ใกล้เคียงสักนิดก็ไม่มี ดูทีแล้วเรื่องราวระหว่างองค์ชายสี่กับโจวเจาหรูคงจะไม่ง่ายดายเสียแล้ว

“ทูลองค์ชาย กระหม่อมขอบังอาจถามถึงเรื่องราวโดยละเอียดได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ ด้วยเพราะกระหม่อมนึกทบทวนแล้วนามของท่านผู้นี้ไม่มีในรายชื่อที่กระหม่อมคัดเลือกไว้ การต้องใจคนผู้หนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนธรรมดาทั่วไป แต่สำหรับว่าที่รัชทายาทนั้นต่างออกไปอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้ อำนาจในมือนั้นก็มีเพื่อการนี้เช่นกัน ขอเพียงรายละเอียดของท่านผู้นี้ และความรู้สึกแท้จริงขององค์ชาย กระหม่อมผู้รับหน้าที่มาอย่างลับๆ ก็จะจัดการเรื่องราวได้สะดวกมากขึ้นด้วยเช่นกัน”

ลู่ฉีประสานสายตากับอวิ๋นเทียนซื่อครู่หนึ่ง มองเห็นความจริงจังในแววตา พลันเข้าใจว่านี่คือโอกาสที่สมควรคว้าเอาไว้ เขาเสมองไปทางญาติผู้พี่ของตนเมื่อเห็นสายตาอ่อนโยนจากใบหน้าเจ้าเล่ห์นั้น จึงตัดสินใจไม่ปิดบังความสัมพันธ์ระหว่างตนกับอดีตภรรยา

“พี่สะใภ้ เรื่องราวระหว่างข้ากับอาเจาเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นข้าอาสาไปแก้ปัญหาน้ำท่วมที่ฉางอัน ยามนั้นข้าระดมคนไปขุดลอกทางน้ำให้ไหลลงสู่ทะเลสาบและแม่น้ำสายใหญ่อีกสองสาย การณ์นั้นข้าเองก็ได้ร่วมลงมือขุดไปพร้อมทหารและราษฎรที่มาร่วมลงมือลงแรงด้วย

ข้าได้พบอาเจาที่เป็นหนึ่งในผู้อาสา ด้วยเพราะร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลนตั้งแต่เช้าจรดค่ำ จึงไม่มีคนแยกออกว่าข้าคือผู้ใด ในวันหนึ่งก็มีผู้มาหาเรื่องและชิงอาหารในส่วนของข้าไป ยังไม่ทันที่องครักษ์ของข้าจะเปิดเผยตัว อาเจาที่เห็นเหตุการณ์ก็เข้ามาช่วยเหลือข้า ทั้งยังแบ่งอาหารในส่วนของตนเองให้แก่ข้าครึ่งหนึ่ง ด้วยเพราะอาเจาทำอาหารของข้าตกพื้นตอนที่ตะลุมบอนต่อยตี

ข้าได้ให้คนไปสืบประวัติของอาเจา จึงทราบว่าอาเจาเป็นบุตรชายคนโตของสำนักคุ้มภัยเล็กๆ ในเมืองฉางอัน ความสัมพันธ์จึงเริ่มก่อตัวโดยที่ข้าเองก็ไม่รู้ตัว

ข้าและอาเจาเริ่มสนิทสนมกันในฐานะสหายโดยที่ข้าปิดบังฐานะแท้จริงไว้ ในทุกวันอาเจาจะคอยตามติดปกป้องข้าจากคนพาลรอบกาย

กระทั่งเมื่อการขุดลอกทางน้ำใกล้จะเสร็จสิ้น อาเจาก็บอกจะสู่ขอข้าแต่งเข้าตระกูล ยามนั้นข้าเพียงขำขันความใสซื่อ กล่าวว่าข้าต้องการหยอกล้อเกอเบื้องหน้าเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายน่าสนใจเท่านั้น เพียงคิดง่ายๆ ว่าอาเจามีน้ำใจต่อข้า ข้าก็เพียงมอบน้ำใจให้กลับคืน

ตอนนั้นสำหรับข้า อาเจาคือความแปลกใหม่น่าสนใจ ข้ามีความสุขและชอบหยอกล้อคนผู้นี้ ข้าไม่ได้คิดมากอันใดเมื่อชมชอบจึงคว้าเอาไว้ตามสัญชาตญาณ จากนั้นข้าก็ย้ายตัวเองเข้าไปเป็นแขกและว่าที่เขยขวัญของสำนักคุ้มภัยตระกูลโจวด้วยความสนุกสนานสำราญใจ 

ข้าคิดเพียงว่าเมื่อขุดลอกทางน้ำเสร็จก็จะพาอาเจากลับเมืองหลวงและรับเข้าตำหนักในฐานะสนมรับใช้ ในยามนั้นข้าไม่ตระหนักถึงเรื่องรักใคร่ จึงเห็นอาเจาเป็นดั่งของเล่นเพื่อฆ่าเวลา ไม่จริงจัง แต่ก็ไม่เบื่อหน่าย

จวบจนกระทั่งการขุดลอกทางน้ำเสร็จสิ้นลง ข้าจึงบอกกล่าวแก่อาเจาว่าจะพากลับมาแต่งงานที่เมืองหลวง แต่อาเจาที่ยามนั้นได้ตกเป็นภรรยาของข้าแล้วกลับดื้อดึงไม่ยอมตามข้ากลับมา บอกเพียงว่าหากอยากแต่งงานก็ต้องแต่งเข้าตระกูลโจว ไม่อาจติดตามข้ามาแต่งงานที่เมืองหลวงได้ ด้วยเพราะต้องดูแลบิดามารดาที่ชราแก่เฒ่ารวมทั้งลูกน้องภายในสำนักคุ้มภัย ในวันนั้นข้ารู้สึกว่าเป็นเช่นนี้ก็ดี คนใสซื่อเช่นอาเจาอาจไม่เหมาะกับการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในตำหนักองค์ชายก็เป็นได้ ด้วยเหตุนี้ข้าจึงจากมาโดยที่มีอาเจามายืนส่งหน้าประตูเมือง

เมื่อห่างกันข้าถึงได้รู้ว่าความรู้สึกรักใคร่ระหว่างกันนั้นเป็นเช่นใด ดังคำที่ว่า รู้ตัวเมื่อสาย แต่ก่อนข้าเอาเปรียบอาเจาอย่างร้ายกาจ ยามนี้กรรมนั้นจึงคืนสนอง นับจากนั้นข้าก็ทำได้เพียงแอบช่วยเหลืออาเจาอย่างเงียบๆ จวบจนถึงทุกวันนี้”

รอยยิ้มบางเบายามเมื่อลู่ฉีเอ่ยเล่าถึงคนรักนั้น ทำให้อวิ๋นเทียนซื่ออดจะทอดถอนใจให้กับเรื่องราวไม่ได้ คนที่เคยได้ลิ้มลองรสชาติของความหอมหวานมาแล้วครั้งหนึ่งย่อมโหยหาอีกครั้งก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ‘รักนี้มิอาจกั้น…องค์ชายสูงศักดิ์กับคุณชายน้อยสำนักคุ้มภัย’ พล็อตนี้น่าสนใจ

“เช่นนั้น…องค์ชายรู้สึกเช่นใดต่อโจวเจาหรูในยามนี้ หากต้องการรับเข้าตำหนัก เพียงเอ่ยออกมาคำเดียว กระหม่อมจะจัดการเปลี่ยนแปลงประวัติให้ในทันที” หลี่เจิ้งป๋อเอ่ยออกมาทันทีที่ฟังเรื่องราวจบสิ้น เขาอยากช่วยเหลือลูกพี่ลูกน้องที่เปรียบเสมือนน้องชายแท้ๆ ผู้นี้นัก แต่ไหนแต่ไรมา ลู่ฉีไม่เคยเอาแต่ใจตนสักครั้ง ดำรงตนตามแบบแผนปฏิบัติ เขาที่ปกป้องลู่ฉีมาแต่เล็กน้อยจึงรู้ดีว่าน้อยครั้งนักที่น้องชายจะแสดงสีหน้าเช่นนี้ 

เรื่องที่เกิดขึ้นในฉางอัน เขาเองเคยรับรู้มาบ้าง แต่เพราะน้องชายปิดบังความรู้สึกมิดชิด จึงทำให้เขาไม่ใส่ใจโจวเจาหรูนัก จึงทำเพียงช่วยเหลือส่งเสริมกิจการคุ้มภัยของตระกูลโจว ด้วยการให้ร้านรวงของตระกูลหลี่ในฉางอันผูกขาดว่าจ้างสำนักคุ้มภัยตระกูลโจวทุกครั้งเมื่อต้องเดินทาง

‘ไม่นึกว่าน้องชายจะมีใจลึกซึ้งให้โจวเจาหรู’ หลี่เจิ้งป๋อมองเห็นเงาตนเองผ่านร่างของญาติผู้น้อง เขาเองก็เคยผิดพลาดและรู้ตัวช้า ยังดีที่เรื่องราวยังไม่สายเกินแก้ไข เขาจึงยังมีโอกาสให้ได้แก้ตัว สายตาอ่อนโยนตกกระทบบนร่างของคนงามข้างกาย สำหรับเขาแล้วความรู้สึกยินดีมากมายเช่นนี้เขาอยากให้น้องชายได้รับมันไปเช่นกัน

“ปัญหาย่อมมีไว้แก้ สติ คือ ทำเรื่องใหญ่ให้กลายเป็นเรื่องเล็ก แต่ อคติ คือ ทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ผู้คนต่างมีหนทางไม่เหมือนกัน แม้ปัญหาที่เหมือนกันแต่ยังต้องใช้วิธีแก้ปัญหาต่างกัน เพียงคิดให้ถี่ถ้วนอีกสักหน่อยก็ได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ… 

…กระหม่อมอวิ๋นเทียนซื่อ บุรุษไร้กำลัง มีเพียงสามีและบุตรในครรภ์จุดประกายแรงใจให้ฝ่าฟัน กาลก่อนกระหม่อมคืออนุที่ไม่เป็นที่โปรดปราน ถูกทอดทิ้งไม่ไยดี หากกระหม่อมและสามี ใช้เพียง อคติ โดยหลงลืม สติ ย่อมไม่อาจพลิกฟื้นชะตาจนกลายมาเป็นดั่งเช่นทุกวันนี้ได้ สำหรับบางคนการสร้างครอบครัวไม่ใช่เรื่องยากแต่ที่ยากยิ่งคือแรกเริ่ม…

เริ่มต้นเสียแต่ตอนนี้ไม่นับว่าสาย

องค์ชาย…ยามนี้กระหม่อมและสามีเริ่มเข้าใจปัญหาของพระองค์แล้ว เราทั้งสองคนจะช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ เรื่องนี้ควรใช้ สติ มิใช่ อคติ บางทีอาเจาขององค์ชายอาจถูกกำหนดมาเพื่อพระองค์ก็เป็นได้ อุปสรรคที่อาเจาจะต้องเผชิญไม่แน่ว่าคนใสซื่อจะผ่านไปไม่ได้

การสร้างสัมพันธ์อันดีต่อคนรักของว่าที่รัชทายาทเป็นหน้าที่ของว่าที่สะใภ้ตระกูลหลี่อย่างกระหม่อม

ภารกิจคัดเลือกส่งรายชื่อผู้เหมาะสมกับตำแหน่งพระชายารองก็เป็นหน้าที่ของกระหม่อม

รวมทั้งหน้าที่อบรม ดูแล และจัดแจงสร้างเรื่องราวส่งตัวน้องสะใภ้ก็เป็นหน้าที่ของพี่สะใภ้อายุน้อยแต่โอหังอวดดีเช่นกระหม่อมอีกเช่นกัน ทูลองค์ชาย วันพรุ่งยามเมื่อกระหม่อมเข้าร่วมงานเลี้ยงชมบุปผา กระหม่อมจะส่งรายชื่อให้คนสนิทของพระราชชายา เช่นนั้นวันนี้องค์ชายโปรดตรัสนามของว่าที่พระชายารองอีกหนึ่งตำแหน่งที่กระหม่อมได้ว่างเว้นเอาไว้ด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

“โจว…เจา…หรู”

เมื่อนามนั้นถูกเอ่ยออกมา อวิ๋นเทียนซื่อก็ตวัดพู่กันอย่างไม่รอช้า รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้คนทั้งสาม แม้ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด แต่กลับกระจ่างชัดในจิตใจ


สถานที่จัดงานเลี้ยงชมบุปผาในครั้งนี้ถูกจัดขึ้น ณ อุทยานบุปผชาติส่วนตัวในเขตพื้นที่ครอบครองขององค์ชายสี่ลู่ฉี

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของสองนายบ่าวที่ได้ร่วมงานเลี้ยงของชนชั้นสูง ขณะเดินตามนางข้าหลวงสูงศักดิ์ อวิ๋นเทียนซื่อให้รู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นนักท่องเที่ยว จึงอดไม่ได้ที่จะสอดส่ายสายตาชื่นชมดื่มด่ำบรรยากาศไปตลอดเส้นทาง 

แตกต่างจากอาเป่าที่รู้สึกประหม่าราวกับกำลังอยู่ในสมรภูมิสู้รบ เขามั่นใจว่ายังไม่มีใครทราบเรื่องการตั้งครรภ์ของฮูหยิน ด้วยเพราะนายท่านปิดข่าวเรื่องนี้เพื่อความปลอดภัยของฮูหยินและคุณชายน้อย เขาจะต้องไม่ประมาทและมีสติทุกย่างก้าว จะไม่เลินเล่อปล่อยให้ตนเป็นจุดอ่อนสร้างปัญหาให้เจ้านายคอยตามแก้ไขให้ดังเช่นกาลก่อน

“ซื่อซื่อ ข้าทูลขอให้ท่านอานำหมอหญิงทำคลอดมากประสบการณ์ให้เจ้า เหล่าหมอหญิงในวังล้วนถนัดเรื่องการประคบประหงมครรภ์ยิ่งนัก ท่านอาจะให้ข้าพานางกลับไปพร้อมกับพวกเราวันนี้เลย เพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตท่านอาจะปูนบำเหน็จมอบสตรีแก่ข้า วันนี้เจ้าอย่าได้เข้าใจสามีผิดเชียว” หลี่เจิ้งป๋อป้องปากกระซิบกระซาบข้างหูภรรยา

“ท่านพี่ ข้าทราบแล้ว ท่านบอกข้าตั้งแต่เมื่อคืนวาน กระทั่งยามนี้ท่านยังไม่หยุดกำชับ ท่านเห็นข้าไร้เหตุผลเพียงนั้นเชียวหรือ ข้าไม่คิดเป็นอื่น ท่านบอกเช่นไรข้าก็เชื่ออย่างนั้น” อวิ๋นเทียนซื่อป้องปากกระซิบกระซาบตอบกลับไป เขาหรือกำลังชื่นชมทัศนียภาพทิวทัศน์งดงาม กลับต้องมาคอยยืนเขย่งเท้าป้องปากกระซิบคุยกับสามี ช่างเสียเวลาดื่มด่ำบรรยากาศยิ่งนัก ความงดงามเช่นนี้หาใช่สถานที่อยากชมก็ชมได้เสียที่ไหนกัน

“ซื่อซื่อ! เจ้ายืนดีๆ ครั้งหน้าเพียงสะกิดข้าเท่านั้น ข้าจะโน้มตัวลงไปหาเจ้าเอง ไม่ต้องเขย่งเท้าอีก” หลี่เจิ้งป๋อให้รู้สึกอ่อนใจกับภรรยาตนเองยิ่งนัก เหตุใดจึงไม่ระมัดระวังเยี่ยงนี้ เขาตามประคบประหงมของเขาอยู่ทุกวัน แต่ภรรยากลับกระทำตนเฉกเช่นผู้ไม่ตั้งครรภ์เสียได้ ช่างซุกซนนัก!

นับจากเหตุการณ์เรื่องตื่นเต้นในครานั้น ภรรยาของเขาก็เริ่มให้เขาพาเดินวนรอบเรือนวันละหนึ่งก้านธูป โดยให้เหตุผลข้างๆ คูๆ ว่า เดินออกกำลังเล็กน้อยเพื่อสุขภาพของมารดาและบุตร แม้เขาจะคล้อยตามแต่ก็ไม่อาจวางใจ เขาเคยเห็นท่านแม่ตั้งครรภ์น้องสาวน้องชาย ยามนั้นมารดาเขาเหนื่อยล้าอ่อนเพลียเช่นใดเขาย่อมรู้ดี เขาไม่เคยได้ยินว่าท่านแม่จะต้องออกกำลังกายเล็กน้อยเพื่อสุขภาพของน้องสาวน้องชายที่อยู่ในครรภ์

“ได้ๆ คราวหน้าข้าจะระวัง ครั้งนี้ไม่ทันคิดเพราะบรรยากาศงดงามแปลกตารอบตัว พอเห็นดอกไม้งดงามเบ่งบานตลอดเส้นทาง ข้าเลยเผลอไป ท่านอย่าทำหน้าตากล่าวโทษข้าเช่นนั้น ครั้งนี้ข้าจดจำเอาไว้แล้ว ต่อไปจะระวังมากยิ่งขึ้น ข้าสัญญาด้วยเกียรติของบุรุษตระกูลอวิ๋น!”

อวิ๋นเทียนซื่อกล่าวคำหนักแน่น จากนั้นจึงชี้นกชมผีเสื้อไปตามเรื่องราว เพื่อคลายสีหน้าหงิกงอหัวคิ้วชนกันของผู้เป็นสามีที่มีอารมณ์ขึ้นลงบ่อยครั้งในระยะนี้ เขาเข้าใจถึงความกังวลของหลี่เจิ้งป๋อดี คนผู้นี้ห่วงใยเขาทั้งยังดูแลประคบประหงมเขาเป็นอย่างดี เรื่องเล็กน้อยเพียงแค่ไม่เขย่งเท้าเท่านั้น ทำไมเขาจะทำให้ไม่ได้

“ข้าหรือจะทำหน้าตากล่าวโทษภรรยา ช่างเป็นคำกล่าวหาที่ไม่อาจให้อภัยนัก ข้าเพียงหน้าตาเป็นเช่นนี้เอง ผู้คนมากมายล้วนกล่าวลับหลังว่าข้าหน้าตาเจ้าเล่ห์ทั้งยังดูโหดร้ายเย็นชา ภรรยา…เจ้าใส่ร้ายสามีแล้ว”

“ใช่ๆ เป็นข้าใส่ร้ายท่านพี่ กลับเรือนแล้วจะให้ท่านลงโทษตามกฎตระกูลดีหรือไม่”

“ย่อมเป็นเช่นนั้น หึๆ” หลี่เจิ้งป๋อส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ เขาแทบไม่อยากไปร่วมงานเลี้ยงหาคู่ของลูกพี่ลูกน้อง ยามนี้เขาอยากหอบภรรยาตนเองกลับไปทำโทษตามกฎประจำตระกูลในเรือนยิ่งนัก

“…” อวิ๋นเทียนซื่อไร้คำตอบโต้ เขาใช้เพียงสายตาเหนื่อยหน่ายรู้ทันส่งกลับไปให้อีกฝ่าย เดี๋ยวนี้หลี่เจิ้งป๋อหาเรื่องลงโทษเขาบ่อยจนเขาเองก็เริ่มชินชา วันนี้ก็ไม่รู้จะมาไม้ไหน แม้จะเปลืองเนื้อเปลืองตัวนิดหน่อย แต่ก็ไม่หนักหนาอะไร นิดๆ หน่อยๆ อยากทำก็ทำไป เขาไม่ถือสาอยู่แล้ว

คู่สามีภรรยาตระกูลหลี่ ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนภายในศาลาใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางอุทยานบุปผชาติตั้งแต่ย่างท้าวก้าวเข้ามา ภาพของคู่รักที่หยอกล้อกันไม่อายฟ้าดินกลายเป็นจุดรวมสายตาของผู้คนทั่วทั้งงานเลี้ยง อนุภรรยาก็เป็นได้แค่อนุภรรยาจริงๆ ไม่อาจนำมาออกหน้าออกตาได้ อากัปกิริยาเช่นนั้นหาใช่คุณหนูคุณชายที่มาจากตระกูลใหญ่จะรับได้

สายตาดูถูกดูแคลนมากมายถูกส่งให้อวิ๋นเทียนซื่อไม่ขาดสาย แต่เจ้าตัวก็หาได้สนใจสายตาของผู้คนเหล่านั้นไม่ เขายังทำตัวติดหนึบเกาะแขนหลี่เจิ้งป๋อไม่ห่าง คนอื่นจะมองเช่นไรก็ช่าง ยามนี้เขายังเป็นอนุแปดผู้โอหัง เรื่องสมรสพระราชทานยังไม่แพร่งพรายให้ผู้คนรับรู้ ยิ่งเรื่องตั้งครรภ์ก็ยิ่งให้รู้ไม่ได้ จนกว่าองค์ชายสี่จะรับตำแหน่งรัชทายาทโดยสมบูรณ์ เขาก็ยังต้องเล่นงิ้วกันต่อไป 

ยามนี้ใช้กลยุทธ์ห่มหนังสุกรเพื่อขับไล่ไสส่งผู้คนให้ออกห่างจึงจะดีที่สุด แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าคนพวกนี้ฉากหน้างดงามแต่จิตใจบิดเบี้ยว

‘เฮ้อ…เสียดายทิวทัศน์งดงามรอบกายยิ่งนัก งดงามเพียงนี้แต่กลับไม่อาจชื่นชมได้เต็มที่ด้วยเพราะต้องรักษาหน้าองค์ชายสี่ ข้าจะทำตัวดังเช่นคนป่าคนเขาไม่ได้ แค่ทำตัวไร้ยางอายตัวติดหนึบอยู่กับสามีนี่ก็ถูกดูแคลนมากแล้ว’

เมื่อไม่อาจเปิดหูเปิดตาเดินเล่นดื่มด่ำบรรยากาศได้ดังใจหวัง เช่นนั้นก็ได้แต่หวังพึ่งรสชาติอาหารในงานเลี้ยงแล้ว ว่าแล้วอนุผู้โอหังก็รู้สึกหิวขึ้นมาแล้ว เมื่อไหร่งานเลี้ยงจะเริ่มเสียที…

“ท่านพี่ ข้าหิว”

“ซื่อซื่อ ข้าเองก็หิว”

“เมื่อไหร่อาหารจะมา”

“เมื่องานเลี้ยงเริ่มต้นก็เริ่มวางสำรับแล้ว ยามนี้มีเพียงน้ำชาและขนมเล็กน้อย”

“อืม…ไม่ แค่นั้นไม่พอหรอก ไม่เป็นไรข้าห่อมาจากบ้านกันหิว ท่านจะอายไหม หากข้าจะนำออกมาทาน”

“ไม่ ข้าจะทานพร้อมเจ้าด้วย เจ้านำมาเผื่อข้าด้วยหรือไม่”

“ขาดส่วนของท่านได้หรือ ท่านทานเยอะกว่าข้าด้วยซ้ำ”

เมื่อบทสนทนาจบลง งานเลี้ยงชมบุปผาของสองสามีภรรยาตระกูลหลี่ก็ได้เริ่มต้นขึ้น 

อวิ๋นเทียนซื่อรับกล่องไม้สลักลวดลายงดงามสองกล่องใหญ่มาจากอาเป่า ทันทีที่กล่องไม้ที่บรรจุอาหารเต็มแน่นทั้งสองกล่องถูกเปิดออก สองสามีภรรยาตระกูลหลี่ก็เริ่มลงมือทานด้วยความหิวโหย ใบหน้าแย้มยิ้มที่คีบทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยของคนทั้งคู่ ได้ตกสู่สายตาของผู้คนมากมายอีกครั้ง ส่งผลให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย กล่าวว่าการกระทำเช่นนี้ช่างน่าอับอายไร้มารยาทและเป็นการไม่เห็นหัวผู้อื่นยิ่งนัก…

ท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย มีดวงตาหนึ่งคู่ที่จับจ้องไปยังเรือนร่างขาวผ่องใบหน้าเกลี้ยงเกลางดงามของอวิ๋นเทียนซื่ออย่างพินิจพิเคราะห์สนใจ

‘มิน่า ความงดงามล่มเมืองเช่นนี้ หากเป็นข้า ข้าก็ลุ่มหลงเช่นกัน’

__________

 ดีจ้า สำหรับตอนนี้และตอนหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากไอเดียของคุณโคมวิเศษ นะคะ ขอบคุณมากๆ น้า ตอนหน้าเปิดตัวอาเจา เราตั้งใจเอาไว้คร่าวๆ จะให้ ซื่อซื่อ เสี้ยม อาเจา ตามคอมเมนต์ของคุณโคมวิเศษ ที่ลงท้ายว่า อยู่ใกล้ชาด ย่อมเปื้อนสีแดงนะคะ และขอบคุณสำหรับทุกเมนต์นะคะ เจอกันตอนหน้าเน้อ ~ วันวานวันวาฬ.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 718 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

  1. #1748 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 10:57
    ซื่อซื่อเสี้ยมอาเจาให้เก่งกาจให้ได้น่ะ
    #1,748
    0
  2. #1682 zezeuiaz (@zezeuiaz) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 09:34
    ไรท์ ตัดนิทานออกสักสองสามบรรทัดหรือเปล่า เหมือนคราวก่อนที่อ่าน จะยาวกว่านี้นะ
    #1,682
    0
  3. #1651 HEART_Y (@HEART14Y) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 23:25

    ผู้ใดมาแอบมองน้องซื่อซื่อของพี่หลี่??? มิไว้ใจ มิไว้ใจ...
    #1,651
    0
  4. #1607 LOOKSORN. (@mook-naka) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 23:54
    คู่องค์ชายสี่นี่น่าจะดราม่านักกก
    #1,607
    0
  5. #1313 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 00:24
    ทนไม่ได้เพราะเหม็นฟามรักนั่นเองค่าาา พวกเทออิจฉาน้องซื่อรู้ดูออก
    #1,313
    0
  6. #1046 Minutedao (@Minutedao) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 06:17
    กลายเป็นเรื่องปกติทั่วไปของสามีภรรยา พวกเจ้ามองอันใด
    #1,046
    0
  7. #879 backpackpear (@backpackpear) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 21:04
    ตกลงนี่ มาปิกนิคเปลี่ยนที่กินข้าวกันสินะ ผัวเมียคู่นี้นี่ 555
    #879
    0
  8. #642 JulietMulfoy (@kuntidas22) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 07:44
    ตามใจเก่ง สปอยเก่ง ได้หมดตลอดพ่อหลี่5555
    #642
    0
  9. #473 khanaa1a (@khanaa1a) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 01:19
    ช่างเป็นคู่สามีภรรยาที่วายป่วงดีจริงๆ😂
    #473
    0
  10. #467 secret secret (@sorrower-2542) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 22:51
    สังเกตดูแล เจิ้งป๋อนางแพ้ท้องแทนเมียป่ะว่ะ? งื้ออออเค้ารักกัน
    #467
    0
  11. #461 Sweet*purr-fect (@NurseryAha) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 02:37
    ซื่อซื่อคนงาล่มเมือง สุดยอดดด 5555555
    #461
    0
  12. #307 Pissuda627 (@0862223050) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 19:49
    ใครมาแทะโลมน้องด้วยสายตาเนี่ย ระวังไจะไม่มีตาให้มองอีกเน้อ

    //ชอบความเล่านิทานให้ลูกและสามีฟังแถมมีบ่าวมานั่งฟังด้วย น่ารัก><
    #307
    0
  13. #220 love_forever 1992 (@pranee_2535) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 22:02
    จะเปิดตัว อาเจาแล้ว ชมรมเมียกำลังจะเริ่ม~~
    #220
    1
  14. #161 pbamnen (@preawtredici) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 09:31
    ขำ555 แต่กรี้ดดดความรักขององค์ชายจริงๆๆ ฮื่อออ
    #161
    0
  15. วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 11:58
    หืมมมมมมมม มีชายหนุ่มมาหมายปองหรอ
    #135
    0
  16. #15 วัวพันปี (@witch-singsong) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 23:54
    #เมียซ่าผัวแสบ
    #15
    1