ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 28 : อวิ๋นเทียนซื่อคือเฒ่าจันทรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,935
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 816 ครั้ง
    21 เม.ย. 63

บทที่ ๒๘ อวิ๋นเทียนซื่อคือเฒ่าจันทรา

คฤหาสน์ตระกูลหลี่ เมืองเล่าหยาง 

“เรียนนายท่าน คุณชายใหญ่ส่งม้าเร็วมาเพื่อรายงานสถานการณ์ด่วนขอรับ” 

“นำคนไปรอในห้องหนังสือ”

หลี่เจิ้งเหยาวางจอกสุราลงบนโต๊ะด้วยสีหน้าเรียบเฉย 

ภายในศาลาแปดเหลี่ยมข้างสระบัว ทิวทัศน์งดงาม ยังเปรียบไม่ได้กับหญิงงามข้างกายที่กำลังดีดพิณร่วมดื่มด่ำบรรยากาศ ‘ช่างเป็นบุตรชายที่เกิดมาเพื่อขัดจังหวะบิดามารดาเสียจริง’

“หรุ่ยจือ พวกเราไปห้องหนังสือกันเถิด เผื่อมีเรื่องสำคัญอะไรให้ต้องคิดอ่าน บางทีแผนของเหล่าผู้อาวุโสอาจสำเร็จ ไม่แน่ว่าแม่หนูไป๋จะทำให้บุตรชายหัวดื้อของพวกเราเปลี่ยนความคิดจนอยากมีครอบครัว ดำเนินตามอย่างคู่สามีภรรยา ‘กิ่งทองใบหยก’ เช่นเราสองก็อาจเป็นได้”

หวงซื่อวางมือจากพิณโบราณ ปรายตามองสามีอย่างชั่งใจ 

“เหยา ไม่ใช่ท่านไม่รู้ เจิ้งป๋อหรือจะพึงใจแม่หนูไป๋ แม้นางจะรูปงามสะโอดสะองน่าเอ็นดู แต่ก็ไม่ใช่สตรีที่จะ…ช่างเถิด หวังว่าจะเป็นดังเช่นที่ท่านกล่าวมา ข้าเองก็อยากอุ้มหลานย่าเสียเต็มแก่แล้วเช่นกัน”

สองสามีภรรยาร่วมเดินเคียงกันไปสู่ทิศทางเป้าหมาย ต่างฝ่ายต่างถกเถียงไม่จริงจัง หวังให้ข่าวที่ได้รับนั้นเป็นเรื่องดีไม่ใช่เรื่องร้าย แม้ใจสั่นไหวเพราะคำว่า ‘ม้าเร็ว’ แต่จำต้องเก็บอาการลงไป เอ่ยเบี่ยงเลี่ยงประเด็นจากเรื่องใหญ่หลวงให้กลายเป็นเพียงเรื่องภายในครอบครัว 

ฝีเท้าไม่ช้าไม่เร็วของคนทั้งคู่ต่างแน่วแน่หนักแน่น


ภายในห้องหนังสือ 

หลังจากที่หลี่เจิ้งเหยาและหวงซื่อทราบข่าวเรื่องสมรสพระราชทานของบุตรชาย รวมถึงการตั้งครรภ์ของอวิ๋นเทียนซื่อ เรื่องราวมงคลทั้งสองเรื่องนี้ ได้สร้างความตื้นตันยินดีแก่สองสามีภรรยายิ่งนัก ในที่สุดพวกเขาก็จะได้เป็นปู่เป็นย่าเสียทีหลังจากที่รอคอยมาเนิ่นนาน

ยังไม่ทันที่หลี่เจิ้งเหยาและภรรยาจะได้แสดงความยินดีออกมาอย่างเต็มที่ คนทั้งคู่ก็ได้รับสารลับจากเสียนเฟยอีกฉบับ เมื่อสองสามีภรรยาอ่านสารลับฉบับนั้นจบก็ได้เผาทำลายทิ้งแล้วเรียกประชุมเหล่าผู้อาวุโสภายในตระกูลโดยทันที

ใช้เวลาไม่นาน ห้องโถงหลักประจำตระกูลหลี่ต่างก็คลาคล่ำไปด้วยผู้อาวุโสและผู้นำรุ่นต่างๆ รวมทั้งเหล่าบรรดาผู้ที่มีสิทธิ์ร่วมออกความคิดเห็นของตระกูลหลี่ทั้งสายหลักและสายรอง 

ระหว่างรอเวลาเริ่มการประชุม เสียงเซ็งแซ่พูดคุยถกปัญหาก็ดังออกมาเป็นระยะ ทุกคนในตระกูลไม่ได้รับรู้ฐานะของหลี่เจิ้งป๋อในทุกเรื่อง พวกเขาเพียงรับรู้ว่าผู้นำตระกูลหลี่สายหลักรุ่นนี้เป็นคนหนุ่มที่มีความสามารถยิ่งกว่ารุ่นก่อนๆ การค้าที่ว่าจัดการได้ยากยิ่ง เมื่ออยู่ภายใต้การดูแลของหลานชายผู้นี้ต่างเป็นเพียงลูกไก่น้อยภายใต้อุ้งเท้าของจิ้งจอก 

อิทธิพลแห่งวาณิชหลวง แผ่ขยายทั่วแคว้น ไม่ต่างจากตระกูลสายหลักที่มีน้ำหนักต่อจิตใจของทุกคนในห้องโถง

ด้วยผู้นำตระกูลหลี่ในรุ่นนี้เฟื่องฟูอย่างถึงที่สุดจริงๆ เหตุเพราะมีการเกี่ยวดองเป็นพระญาติฝั่งมารดาขององค์ชายสี่ผู้ปรีชา ไม่ว่าหลี่เจิ้งเหยาและหลี่เจิ้งป๋อสองพ่อลูกตัดสินใจอย่างไร พวกเขาผู้อาวุโสและตระกูลหลี่สายรองต่างไร้ซึ่งข้อโต้แย้งใดๆ

“ยามนี้ข่าวเรื่องการแต่งตั้งรัชทายาทถูกส่งมาแล้ว แน่ชัดแล้วว่ากลางเดือนหน้าองค์ชายสี่คือผู้ที่จะได้รับตำแหน่ง อีกไม่นานเรื่องนี้จะถูกประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ฉะนั้นพวกเราจะยังใช้ชีวิตอยู่ที่เล่าหยางแห่งนี้อีกสักระยะ เพื่อป้องกันการถูกผู้อื่นใช้ชีวิตแก่ๆ ของพวกเราไปต่อรอง เรื่องราวในแวดวงขุนนางไม่เหมือนเเวดวงการค้า ค้าขายผิดพลาดก็แค่ขาดทุน แต่เรื่องราวสายอำนาจ ผิดพลาดเมื่อไหร่ลมหายใจขาดหายเมื่อนั้น ด้วยเหตุดังกล่าวพวกเราจะยังใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่อไปจนกว่าองค์ชายสี่จะขึ้นเป็นรัชทายาทอย่างสมบูรณ์แท้จริง”

คนทั้งหลายต่างยินดีถ้วนหน้า เมื่อใดที่องค์ชายสี่รับตำแหน่งรัชทายาท เมื่อนั้นหนทางกอบโกยย่อมตามมา หลายคนอยากส่งลูกหลานเข้าสู่เส้นทางราชสำนักนานแล้ว

หลี่เจิ้งเหยาเก็บเอาสายตาละโมบของคนเหล่านั้นเอาไว้ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เห็นนัยที่ซ่อนอยู่ในหมายเหตุ 

“ทุกท่านฟังก่อน พวกท่านอย่าเพิ่งวาดหวังอนาคตสวยงาม องค์ชายสี่คือหลานชายข้าก็จริงแต่แท้ที่จริงเป็นเชื้อพระวงศ์สกุล ‘ลู่’ หวังว่าทุกคนจะไม่ลืมความจริงข้อนี้…

…และที่เรียกประชุมในวันนี้ ข้ายังมีอีกสองเรื่องมงคลที่ต้องเอ่ยแจ้งแก่เหล่าผู้อาวุโสทุกท่าน ยามนี้บุตรชายคนโตของข้าได้รับสมรสพระราชทานให้แต่งกับอนุภรรยาคนที่แปด ‘อวิ๋นเทียนซื่อ’ เป็นอันแน่นอนแล้วว่าไม่อาจพรากคู่ยวนยางนี้ได้ นับจากวันนี้เป็นต้นไปขอให้เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายเลิกผลักดันผู้คนฝั่งตนให้แก่บุตรชายของข้า และอีกเรื่องมงคลในตอนนี้สะใภ้กำลังตั้งครรภ์ ขอให้ทุกท่านร่วมยินดี โปรดอย่าได้คิดยื่นมือหรือทำสิ่งใดที่ไม่สมควร

อีกไม่กี่วันข้าและภรรยาจะล่วงหน้าเดินทางไปร่วมจัดงานแต่ง และตั้งใจจะอยู่ร่วมงานเฉลิมฉลองพิธีแต่งตั้งองค์รัชทายาทด้วย สำหรับเรื่องต่างๆ ภายในตระกูลหลักที่เล่าหยางแห่งนี้ จากนี้ไปข้าจะมอบให้ เจียวเมิ่ง กับ เจิ้งเจี๋ย บุตรสาวและบุตรชายเป็นผู้ดูแลจวบจนกระทั่งเรื่องราวต่างๆ ผ่านพ้น 

เมื่อองค์รัชทายาทรับตำแหน่งและเรื่องราวในราชสำนักเข้าที่เข้าทางดีแล้ว ข้าจะส่งสารให้พวกท่านกลับเมืองหลวงและคุ้มกันให้กลับสู่ตระกูลตนเองตามหัวเมืองต่างๆ ในทันที

ส่วนการเรียกประชุมผู้อาวุโสในวันนี้ เรื่องทั้งหมดขอให้พวกท่านทำเป็นไม่รู้ไม่ทราบ อย่าให้ผู้อื่นหาข่าวได้จากตระกูลของพวกเรา รบกวนผู้อาวุโสทุกท่านดูแลลูกหลานฝั่งตนเองให้ดี หากข้า หลี่เจิ้งเหยา ได้รับรายงานเรื่องไม่เหมาะไม่ควร โดยเฉพาะผู้ที่กระทำความผิดซ้ำซาก ข้าจะสั่งการให้ออกจากการคุ้มกันของตระกูลหลักแห่งนี้ทั้งครอบครัว จะไม่เห็นแก่หน้าตาผู้ใดทั้งสิ้น เพราะถือว่าไม่เห็นกฎเกณฑ์ในสายตา แม้นไม่ตัดขาดแต่ก็จะไม่ยื่นมือช่วยเหลือไม่ว่ากรณีใด ผู้ไม่เคารพกฎของบ้านข้า ย่อมไม่อาจอาศัยร่วมชายคาเดียวกันได้ หวังว่าผู้อาวุโสทุกท่านจะร่วมกันเป็นหูเป็นตา”

หลี่เจิ้งเหยาแจ้งข่าวพร้อมกับตักเตือนผู้คนอยู่กลายๆ

ฟังจบเหล่าผู้อาวุโสจากตระกูลหลี่สายรองก็ตกปากรับคำโดยถ้วนหน้า ยกเว้นเพียงเหล่าผู้อาวุโสสายหลักของตระกูลที่ยังนั่งนิ่งแสดงตัวดื้อรั้นในบางเรื่อง

“เฮ้อ…ยามนี้ไม่ยอมรับก็คงไม่ได้ น่าเสียดายบุตรสาวตระกูลไป๋ยิ่งนัก”

“ข้าว่าหากเจรจากับตระกูลไป๋เสียหน่อย บางทีนางอาจจะยอมแต่งเป็นภรรยารองของเจิ้งป๋อก็ได้นะ”

“ใช่ๆ ข้าเห็นด้วย อย่างไรอนุชายที่มาจากครอบครัวเล็กๆ อย่างตระกูลอวิ๋นก็ไม่เหมาะสมกับหลานชายคนโตของตระกูลหลี่อยู่ดี” เหล่าผู้อาวุโสจากตระกูลสายหลักค่อยๆ เอ่ยความคิดตนออกมา หลายเสียงเห็นพ้องต้องกันเรื่องที่อยากให้หลานชายผู้นำตระกูลรุ่นนี้แต่งภรรยารอง บางคนไม่ลืมผลักดันผู้คนฝ่ายตนเพิ่มเข้าไป ลืมสิ้นถึงคำพูดก่อนหน้าของหลี่เจิ้งเหยา

เรื่องนี้สร้างความไม่ชอบใจให้แก่มารดาเช่นหวงซื่อยิ่งนัก สะใภ้ของนางกำลังตั้งครรภ์ แต่ก่อนนางไม่รู้จึงหลับตาข้างลืมตาข้าง ร่วมมือกับผู้อาวุโสเหล่านี้ส่งบุตรสาวสกุลไป๋ไปให้บุตรชายเพื่อดูตัว แต่ยามนี้นางรู้แล้ว จะอย่างไรนางก็จะไม่ยอมให้เหล่ากลุ่มคนที่เหลิงตนว่าตัวเองเป็นผู้อาวุโสของตระกูลหลักกดข่มสะใภ้ตนได้ 

นางย่อมรู้ดีถึงหัวอกของผู้เป็นภรรยาเอกและผู้เป็นมารดาคนว่ารู้สึกเช่นไร คนพวกนี้ก็อย่างไรมีเพียงความชราแต่ขาดไหวพริบ หากบุตรชายของนางไม่พึงใจ อนุภรรยาหรือจะตั้งครรภ์ได้ 

บุตรชายของนาง นางเลี้ยงมาเองกับมือ นางย่อมรู้จักนิสัยของบุตรชายตนเองเป็นอย่างดี หากสะใภ้ผู้นี้ไม่มีดี บุตรชายนางหรือจะพึงใจ เมื่อคิดได้เช่นนั้นหวงซื่อจึงหยุดเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายที่ยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งดัง ด้วยคำพูดเตือนสติยืดยาวที่เคยกดข่มเอาไว้ในใจมาช้านาน

“เรียนผู้อาวุโสตระกูลหลี่สายหลักทุกท่าน ยามนี้เจิ้งป๋อคือผู้นำของตระกูลหลี่ สิทธิ์ขาดต่างๆ ล้วนเป็นบุตรชายข้าผู้นี้กำหนด เจิ้งป๋อเป็นคนเช่นไรพวกท่านย่อมรู้ดี ด้วยเพราะเห็นกันมาแต่เล็กแต่น้อย สมรสพระราชทานนี้ไม่อาจเป็นผู้อื่นที่ทูลขอ ข้าไม่อยากเห็นพวกท่านเดินสู่เส้นทางสายเดิม

ในบางครั้งความคิดดื้อดึงก็นับว่าเป็นภัยอย่างหนึ่งเช่นกัน เรื่องในครอบครัวของบุตรชายข้า ก็ขอให้บุตรชายข้าตัดสินเองเถิด พวกท่านคงยังไม่ลืมว่าอนุคนที่หนึ่งและคนที่ห้าของบุตรชายข้านั้นมีจุดจบเช่นไร นี่ยังไม่นับเหล่าอนุที่พวกท่านยัดเยียดเข้ามาแล้วที่ถูกทอดทิ้งไม่ไยดีเหล่านั้นอีก ท่านว่าชะตากรรมเช่นนี้ยุติธรรมกับผู้อื่นแล้วหรือ เหตุใดจึงยังต้องการให้มีคนถูกทอดทิ้งไม่ไยดีไม่จบไม่สิ้นกันอีกเล่า หรือเพราะเหล่าคนที่ถูกทอดทิ้งนั้นไม่ใช่ตัวท่าน ท่านจึง…ไม่สนใจ

ข้าเคยผิดพลาดเรื่องของหลานชายจากตระกูลเดิม อนุเก้าของบุตรชายข้า ‘หวงชิงเหยียน’ เพราะมีคนมอบความคิดเพ้อฝันเลวร้ายให้หลานชายผู้นี้ของข้า แม้นไม่อาจนับว่าชิงเหยียนเป็นผู้บริสุทธิ์แต่ก็ไม่อาจเลี่ยงได้ว่าเขาเองก็เป็นเหยื่อจากการแก่งแย่งชิงดีภายในเรือนผู้หนึ่งเช่นกัน 

ความมักใหญ่ใฝ่สูงที่ถูกเหล่าอนุภรรยาที่เหล่าผู้อาวุโสเคยมอบให้สามีข้านั้น ทำให้พวกนางได้ปลูกฝังความคิดผิดๆ และค่อยๆ บ่มทำลายคนผู้หนึ่งลงไปอย่างเลือดเย็น ด้วยเหตุนี้ชิงเหยียนจึงกลายเป็นที่เกลียดชังรังเกียจ แม้ส่วนหนึ่งจะเกิดจากความประพฤติของตน แต่อีกส่วนก็มาจากหลุมพรางจากเหล่าอนุภรรยาของสามีที่แก่งแย่งกับข้า พวกนางดึงหลานชายไม่ได้ความจากตระกูลเดิมข้าให้เข้ามาในแผนการ วางอุบายทีละก้าว สร้างความวุ่นวายให้บุตรชายข้า 

พวกท่านไม่ใช่ไม่รู้ว่าพวกนางยุยงผู้คนเช่นไร วางแผนการลึกล้ำสร้างความเดือดร้อนภายในเรือนเพียงไหน

เหตุใดพวกท่านไม่ย้อนกลับมาดูชะตากรรมของผู้ถูกทอดทิ้งเหล่านั้นกันเล่า ไยจึงวนเวียนซ้ำรอยเดิมไม่จบสิ้น จะอย่างไรยามนี้ข้ามีสะใภ้ใหญ่ แล้วก็กำลังจะมีหลานคนโต ข้า หวงหรุ่ยจือ จะไม่ปล่อยให้ผู้ใดยื่นมือมาจัดการเรื่องราวภายในเรือนบุตรชายได้อีกต่อไป 

หากพวกท่านคิดการอื่นใดโดยที่ไม่แยแสคำตักเตือน ข้าและสามีก็จะไม่เอ่ยห้ามบุตรชายอีกแล้ว พวกท่านย่อมรับรู้ดีว่าเจิ้งป๋อเป็นคนเช่นใด บุตรชายข้าจะไม่ละเว้นคนที่แทรกมือก่อกวนภรรยาและบุตรอย่างแน่นอน เฉกเช่นที่เขากำจัดศัตรูเพื่อปกป้องผู้คนในตระกูล ข้าใคร่ขอให้พวกท่านคิดให้ดี ก่อนจะตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับเจิ้งป๋อ เพราะข้าและสามีจะไม่ยืนข้างเดียวกับผู้ที่ไม่หวังดีต่อครอบครัวของบุตรชายข้าเป็นอันขาด”

เสียงของเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายที่ก่อนหน้านี้ถือความคิดของตนเป็นเรื่องถูกต้อง ต่างพร้อมใจกันเงียบเสียงลง หวงซื่อผู้นี้ไม่ใช่คนพูดจามากความ แต่ครั้งนี้กลับพูดจายืดยาวพร้อมกล่าวจุดยืนของตนออกมาอย่างชัดแจ้ง สตรีผู้นี้ก็ช่างวาสนาดีนัก มีบุตรชายบุตรสาวได้เรื่องกันทุกคน กระทั่งลูกเขยยังเป็นผู้มีอำนาจวาสนาทั้งสิ้น พวกเขายังจะออกความคิดเห็นอื่นใดได้อีก เดิมทีเพียงคิดอยากเกี่ยวดองกับตระกูลไป๋เพราะเห็นว่าไป๋เยี่ยนหรงน่าเอ็นดู ไม่นึกว่าจากความหวังดีจะกลับกลายเป็นความหวังร้ายไปเสียได้

“หากไม่มีข้อโต้แย้งอื่นใด การประชุมภายในตระกูลก็ขอให้จบลงเพียงเท่านี้ ข้าและภรรยายังมีเรื่องที่ต้องเตรียมการ เช่นนั้นก็แยกย้ายกันเพียงเท่านี้เถิด” หลี่เจิ้งเหยาเอ่ยไกล่เกลี่ยสถานการณ์ เขาเข้าใจความรู้สึกของภรรยาของตัวเองเป็นอย่างดี แต่ก่อนก็เป็นเหล่าผู้คนที่เรียกตนว่าผู้อาวุโสเหล่านี้ ที่ยื่นมือเข้ามาแทรกแซงเรื่องราวภายในครอบครัวของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เป็นภรรยาของเขาที่ต้องอดทนอดกลั้นอยู่เสมอ ในยามนี้ผู้คนเหล่านั้นก็คิดจะยื่นมือเข้ามายุ่งกับครอบครัวของบุตรชายเขาอีก ช่างไม่รู้จักแยกแยะถูกผิดชั่วดี สมควรแล้วที่ถูกภรรยาเขาสั่งสอนทั้งยังถอนผมหงอกออกมาเป็นกระจุก

หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างแยกย้าย หวงซื่อที่อารมณ์หงุดหงิดอยู่แล้ว เมื่อยิ่งเห็นใบหน้าของสามีก็รู้สึกหงุดหงิดหนักขึ้น ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายผู้คนเหล่านั้นถึงสามส่วน ยิ่งมองนางก็ยิ่งอารมณ์เสีย “ผู้อาวุโสตระกูลหลักของท่านช่างดียิ่งนัก คำอวยพรยินดีใดๆ ไม่เอ่ยกล่าว กลับอยากแต่จะยื่นมือยุ่งเรื่องครอบครัวของลูกหลาน หากไม่เพราะตระกูลหลี่ร่ำรวย ข้าคงหอบลูกหอบเต้ากลับตระกูลหวงของข้าไปเสียนานแล้ว”

ขาดคำ หลี่เจิ้งเหยาถึงกับสะดุ้ง เคืองผู้ชราไยถึงมาลงที่เขา “หรุ่ยจือ เจ้าก็อย่าโกรธนักเลย เวลานี้เจิ้งป๋อกำลังจะมีหลานให้เราแล้ว เรื่องมงคลเช่นนี้เรื่องอื่นย่อมเทียบไม่ได้ เจ้าใจเย็นๆ แล้วเดินทางไปรับขวัญสะใภ้กันเถิด ป่านนี้จะเข้าใจผิดพวกเราสองสามีภรรยาหรือเปล่าก็ไม่รู้” หลี่เจิ้งเหยาเบี่ยงประเด็น หวงซื่อจึงคล้อยตาม

“เฮ้อ…หวังเพียงว่าเรื่องแม่หนูไป๋จะไม่ทำให้เกิดเรื่องบาดหมางแคลงใจต่อบุตรชายและสะใภ้กระมัง เช่นนั้นท่านก็พาเจิ้งเจี๋ยไปเตรียมการเถิด ข้าจะกำชับเรื่องราวภายในเรือนกับเมิ่งเอ๋อร์อีกสักหน่อย”

หลี่เจียวเมิ่ง และหลี่เจิ้งเจี๋ย แม้ทั้งสองคนอยากติดตามบิดามารดาแต่พวกเขาก็น้อมรับยินยอมกระทำตามคำสั่งของบุพการีอย่างว่าง่าย ทั้งสองทำได้เพียงฝากของขวัญเพื่อส่งไปกำนัลพี่สะใภ้เพียงเท่านั้น สำหรับสองพี่น้องไม่ว่าพี่สะใภ้จะเป็นคนเช่นใด พวกเขาก็พร้อมยินดีรักและเคารพ ไม่โต้แย้งในทุกกรณี พี่ใหญ่รักใครพวกเขาย่อมรักตาม


ณ คฤหาสน์ตระกูลหลี่ แห่งเมืองหลวง

สายลมพลิ้วไหวยามฤดูใบไม้ผลิบาน ใบไม้ที่พัดมาพร้อมกับสายลมหอบใหญ่ตกกระทบสู่ร่างของอวิ๋นเทียนซื่อที่กำลังอ่านเทียบเชิญงานเลี้ยงชมบุปผาจากท่านอาเสียนเฟย เขาอ่านเทียบเชิญสีมงคลซ้ำไปมาภายในศาลาข้างสระบัว มิผิด บนเทียบเชิญจรดพู่กันเขียนอักษรมาเช่นนี้จริงๆ ‘จาก ท่านอาเสียนเฟย’ พระราชชายาพระองค์นี้ช่าง…มีชีวิตชีวาโดยแท้จริง ‘วังหลังที่ว่าแน่ ยังไม่อาจกลืนกินท่านผู้นี้ได้ นับถือ นับถือ’

“ยามนี้จะหาบุปผาชนิดใดให้มาชื่นชมจัดงานเลี้ยง หรือจะใช้ดอกไม้ปลอม” แม้อวิ๋นเทียนซื่อจะทราบจุดประสงค์ของงานเลี้ยงนี้ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ ยังไม่ใช่ช่วงดอกไม้บานอย่างแท้จริง แล้วจะเรียกงานเลี้ยงชมบุปผาได้อย่างไร

แต่ก็นั่นแหละ เนื้อแท้ของงานเลี้ยงหาใช่ชื่นชมดอกไม้ แต่เป็นงานเลี้ยงเลือกคู่ขององค์ชายสี่ต่างหาก จะว่าไปเขาเองก็ยังได้รับมอบหมายหน้าที่มาอย่างลับๆ ในงานเลี้ยงชมบุปผาครั้งนี้อีกด้วย 

“อืม สายตาเช่นข้าจะช่วยเหลือท่านอาหญิงของสามีได้จริงหรือ คงไม่ใช่สามีของข้าพูดอันใดเกินจริงให้เจ้านายแห่งตำหนักจรุงจิตฟังกระมัง” พูดเองเออเองอยู่คนเดียวเสียจนพอใจ อวิ๋นเทียนซื่อจึงเรียกองครักษ์เงาทั้งสี่ของตนออกมาเพื่อปรึกษา คุยกันไปคุยกันมาจึงได้ข้อสรุป

“เช่นนั้นพวกเจ้าก็ไปส่งข่าวขอให้สามีข้าหารายชื่อของบรรดาคุณหนูคุณชายที่ได้รับเทียบเชิญพร้อมทั้งประวัติอย่างคร่าวๆ มาให้ข้า อืม…เลือกที่เป็นคนของฝั่งเราดีกว่า จะได้แคบลงอีกนิด และอย่าลืมถามสามีข้ามาด้วยว่าองค์ชายสี่นิยมสตรีในห้องหอหรือเกอร่างน้อย ข้าจะได้จัดการได้ถูกทิศทางของลมพายุ” ขาดคำ ร่างเงาสองสายก็ออกไปจัดการตามคำสั่งที่ได้รับ ส่วนร่างเงาที่เหลือก็ค่อยๆ เลือนรางหายไป เพื่อกลับสู่หน้าที่ระวังภัยภายใต้ความไร้ตัวตนต่อไป

แน่นอนว่าอวิ๋นเทียนซื่อไม่อาจยื่นมือยุ่งเรื่องของว่าที่จักรพรรดิอย่างองค์ชายสี่ เขาได้รับสารลับให้ช่วยสอดส่องสายตาในงานเลี้ยงชมบุปผาที่จะจัดขึ้น เจตนาหลักใจความสำคัญของงานเลี้ยงคือ เฟ้นหาพระชายาเอกให้องค์รัชทายาท พระชายาเอกไม่ใช่ใครจะเป็นก็เป็นได้ คุณธรรมและเบื้องหลังของตระกูลย่อมสำคัญ 

เรื่องนี้เขาไม่กล้าอาจเอื้อมไปวุ่นวายแตะต้อง คิดว่าท่านอาเสียนเฟยคงจะมีคนที่ต้องตาอยู่แล้ว ส่วนภารกิจลับที่เขาได้รับมอบหมายนั้นคือตำแหน่งพระชายารองทั้งสองตำแหน่ง ที่จะต้องนำมาคานอำนาจกับพระชายาเอก ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งไม่อยากร่วมมือ นับวันยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองคล้ายแม่เล้า…แค่กๆ …แม่สื่อเข้าไปทุกที

นับจากเรื่องของอาเป่าที่เขาตัดสินใจจะหาสามีให้ ต่อมาก็ต้องคัดเลือกหาพระชายารองให้องค์ชายสี่ถึงสองคน ทั้งยังต้องช่วยจับตาดูบรรดาคุณหนูคุณชายในงานเลี้ยงชมบุปผาอีก หากจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ดี มีหวังเขาคงถูกองค์ชายสี่ที่สักวันจะขึ้นเถลิงราชย์เป็นจักรพรรดิ หมายหัวเข้าให้เป็นแน่

เรื่องพระชายารองเขาต้องหาทั้งคนที่จะสร้างความโปรดปรานสำราญพระทัย และคนที่พื้นฐานครอบครัวถือว่าดีสูสีกับว่าที่พระชายาเอกแต่ก็ด้อยกว่าเพียงเล็กน้อย เพื่อสร้างความไม่ยินยอมทะเยอทะยานคะคานอำนาจแก่กัน 

องค์ชายสี่ที่ยามนี้มีเพียงสนมยศน้อยเพียงไม่กี่คน พระชายารองทั้งสองที่เคยได้รับพระราชทานก็จากไปพร้อมกับเหตุการณ์กบฏอันจวิ้นอ๋อง ยามนี้ตำหนักขององค์ชายสี่ว่าที่เจ้านายแห่งวังบูรพา จึงสะอาดใสแจ๋วไร้ราคีประดุจแดนสวรรค์ของเหล่าคุณหนูคุณชายที่ยังไม่ออกเรือน

‘เฮ้อ…พันคนมีเรื่องทุกข์พันอย่าง แต่มีทุกข์ไม่เหมือนกันสักคน’ ดูท่าแล้ว การเป็นภรรยาของหลี่เจิ้งป๋อก็ไม่เลวร้ายนัก เพราะอย่างน้อยคนผู้นี้ก็ดูแลและให้เกียรติเขา แม้ตัวเองจะใช้ชีวิตอย่างซับซ้อนแต่กลับกระจ่างชัดเรื่องของครอบครัว เสียอย่างเดียวเท่านั้น เสียตรงที่เขานั้นไม่มีโอกาสได้เป็นสามี… 

ชาติภพนี้เขาถูกกำหนดให้อยู่ใต้ร่างผู้อื่น แม้หลี่เจิ้งป๋อจะเคยให้นั่งเล่นอยู่ด้านบนเพื่อชมวิว แต่ต่อให้อยู่บนแล้วอย่างไร เขาก็ไม่อาจหลุดพ้นสถานะฝ่ายรับอยู่ดี 

ลูกกระเดือกไม่มี กล่าวโทษใครไม่ได้จริงๆ

‘คร่ำครวญไปก็ใช่เรื่อง เรื่องที่สร้างความเจ็บช้ำแก่ตน อย่าได้คิดถึงคงจะเป็นการดีต่อตัวเองที่สุด’ อวิ๋นเทียนซื่อตื่นจากภวังค์ห้วงคิด เพราะสายตาเหลือบไปเห็นอาเป่าเดินเข้ามาพร้อมกับองครักษ์ส่วนตัวที่ยามนี้เขาได้หมายตาจะให้เป็นว่าที่สามีของเด็กในปกครอง 

คนผู้นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ‘เสี่ยวผิงจื่อ’ องครักษ์ที่กระทำตนดั่งข้ารับใช้ ที่อาสาตนมาเป็นองครักษ์ประจำตัวให้น้องบุญธรรม เขาแอบเห็นเจ้าคนผู้นี้แอบกินเต้าหู้อาเป่าอยู่บ่อยครั้ง กระต่ายขาวตัวน้อยไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมจิ้งจอก ปล่อยเต้าหู้หกเรี่ยราดจนเขาทนดูไม่ได้

‘เต้าหู้ก้อนนี้ ไม่ได้มีไว้กินเปล่า ในเมื่อเจ้ากล้ากิน เช่นนั้นก็ต้องรับผิดชอบเต้าหู้น้อยก้อนนี้เสียด้วย’ อวิ๋นเทียนซื่อดวงตาเป็นประกายหมายมาดเรื่องราวในใจอย่างเงียบเชียบ

“อาเป่ากลับไปพักเสีย ข้าอนุญาตให้เจ้าลุกจากเตียงแล้วหรือ”

“เรียนฮูหยิน บ่าวแข็งแรงดีแล้ว อยากขอฮูหยินกลับมาทำหน้าที่ตามเดิมขอรับ”

“อืม เช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้าเถิด มานั่งข้างกายข้าก็แล้วกัน ข้ากำลังรอรับรายงานอยู่พอดี เชิญองครักษ์ประจำตัวของน้องชายบุญธรรมข้าด้วย มานั่งหารือด้วยกัน ไม่ต้องเกรงเรื่องฐานะ เพราะข้ามีเก้าอี้สำหรับผู้เรื่องมากถือยศถืออย่างให้นั่งโดยเฉพาะ”

อาเป่าเดินไปหอบเก้าอี้ประจำของตนออกมาจากมุมอับสายตา ทั้งสั่งให้สาวใช้ภายในเรือนไปนำเก้าอี้ในห้องตนเองมาให้เสี่ยวผิงจื่ออีกหนึ่งตัว

เก้าอี้ที่ถูกนำมาให้นั้น รูปทรงภายนอกไม่มีสิ่งใดแตกต่างจากเก้าอี้เดิมที่อวิ๋นเทียนซื่อใช้นั่ง มีเพียงความสูงต่ำของขาเก้าอี้เท่านั้นที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ด้วยเพราะอาเป่าจะไม่ยอมนั่งเทียมเจ้านาย เพราะฉะนั้นอวิ๋นเทียนซื่อจึงสั่งให้ช่างไม้ต่อเก้าอี้ที่ขาไม่ยาวมากขึ้นให้อาเป่าโดยเฉพาะ โดยสั่งทำสำรองมาเผื่อชำรุดทรุดโทรมและเผื่อหายมาให้ด้วย รวมทั้งสิ้นอาเป่ามีเก้าอี้ประจำตัวในครอบครองทั้งหมดสี่ตัว

“เสี่ยวผิงจื่อ เจ้าเลือกองครักษ์ประจำตัวให้อาเป่ายังไม่ได้อีกหรือ เหตุใดจึงยังทำหน้าที่นี้เองอยู่อีกเล่า?”

“เรียนฮูหยิน ยังหาผู้เหมาะสมไม่ได้ ข้าจึงรับหน้าที่นี้แทนชั่วคราวไปก่อนขอรับ”

“อืม…เดิมทีเจ้าเป็นองครักษ์ประจำตัวและยังพ่วงตำแหน่งคนสนิทข้างกายของสามีข้า เช่นนั้นตำแหน่งของเจ้า มิใช่ว่าต้องวิ่งทำทั้งสองหน้าที่เลยหรอกหรือ”

“เป็นเช่นนั้นขอรับ”

“ถ้าเช่นนั้นเวลาพักผ่อนเล่า?” อาเป่าเอ่ยถามออกไปเบาๆ เขารู้สึกผิดที่กระทำตนเป็นภาระให้ผู้อื่นยิ่งนัก เขาเป็นพวกเกออ่อนแอ และเขาไม่ใช่คนฉลาดมากไหวพริบ แม้ฝืนชะตาสถานะตนไม่ได้ แต่นับจากนี้เขาจะไม่ยอมให้ตัวเองโง่ลงกว่าเดิม “ข้าไม่เป็นไรแล้ว เจ้า…ท่านกลับไปทำหน้าที่ตามเดิมของท่านเถิด ต่อจากนี้ข้าจะอยู่แต่ในเรือนคอยดูแลฮูหยินและนายน้อย ไม่ออกไปไหน ไม่ให้ผู้ใดโดนเนื้อตัว ไม่พูดคุยกับคนไม่รู้จัก ยามนี้ข้าพกยาสลบติดตัวแล้ว เมื่อใดที่ข้ารู้ตัวว่าก่อปัญหาถูกผู้อื่นควบคุมอีกครั้ง ข้าจะกลืนมันลงไปทันที ท่านกลับไปเถิดไม่ต้องตามข้าแล้ว เรือนแห่งนี้มีองครักษ์รอบเรือน ดังนั้นก็เปรียบได้ดั่งข้ามีองครักษ์แล้วเช่นกัน ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวข้าจะเรียนนายท่านด้วยตนเองอีกครั้ง ท่านกลับไปเถิด ขอบคุณท่านและขออภัยท่านด้วย”

เสี่ยวผิงจื่อไม่รู้จะเอ่ยตอบอาเป่าไปเช่นไรจึงจะดี เขาทำได้เพียงส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากฮูหยิน หลายวันมานี้ฮูหยินให้คนสืบประวัติเขา หนึ่งในเรื่องที่เขาถูกฮูหยินตรวจสอบคือเรื่องชู้สาว เดิมทีเขาไม่เข้าใจแต่หลังจากที่ฮูหยินเห็นเขาแอบกินเต้าหู้อาเป่าโดยบังเอิญ หลังจากนั้นเขาก็ไม่เคยได้กินอีกเลย

นายท่านกล่าวว่าเกิดเป็นบุรุษต้องเข้าตามตรอกออกตามประตู ผู้สุจริตเปิดเผยย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าผู้ลักลอบชอบแอบกิน แม้เขาจะเคยเห็นนายท่านแอบเข้าทางหน้าต่างยามเมื่อถูกฮูหยินขับไล่ให้ออกมานอนนอกห้องบ้างแล้วก็เถอะ แต่อย่างไรเขาก็เชื่อคำชี้แนะของนายท่านอยู่ดี

เขาว่าจ้างบัณฑิตเซียวจรดพู่กันร่างประวัติตนเองให้เพียบพร้อมดูดี เรียงประโยคสละสลวยอ่านง่ายและตัวอักษรเป็นระเบียบงดงาม เขาส่งมอบประวัติตนเองแก่ฮูหยินทันทีที่เข้าใจเจตนาของผู้เฒ่าจันทรา เขาขอรับด้ายแดงจากฮูหยินด้วยตัวเอง แม้ฮูหยินจะยังไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา แต่หลังจากที่เขาส่งมอบประวัติตนเองเสร็จสิ้น จากนั้นไม่นานเขาก็ได้กลับมามีเต้าหู้ให้กินอีกครั้ง

อวิ๋นเทียนซื่อนั่งทำตัวไม่รู้ไม่ชี้อยู่ตรงนั้น แม้จะเห็นสายตาขอความช่วยเหลือของเสี่ยวผิงจื่อ แต่เขาก็ไม่อยากช่วย น้องบุญธรรมเขาว่าอย่างไรก็ให้เป็นอย่างนั้น คนของเขาใสซื่อ แต่เจ้าเสี่ยวผิงจื่อไม่ต่างจากเจ้านาย เจ้าเล่ห์เพทุบาย หาทางกินเต้าหู้อาเป่าอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน จนบางทีเขาก็รู้สึกขัดตายิ่งนัก 

อาจเป็นผลข้างเคียงของการตั้งครรภ์ ช่วงนี้เขาจึงมีความรู้สึกเหมือนบิดากำลังหวงลูกสาว เช่นนั้นก็ปล่อยตามเวรตามกรรมเถิด รอให้เจ้าคนผู้นี้ทนไม่ไหวจนต้องให้หลี่เจิ้งป๋อออกหน้าเป็นเถ้าแก่มาสู่ขอกับเขาอย่างเป็นทางการ ยามนั้นค่อยสนใจคำร้องของเจ้าคนผู้นี้แล้วเรียกสินสอดพร้อมกันทีเดียวไปเลยก็แล้วกัน อย่างไรเขาก็หมายหัวว่าที่น้องเขยเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เรื่องอื่นเจ้าก็จัดการหาทางรับผิดชอบเอาเองเถิด


ตำหนักองค์ชายสี่

“กราบทูลองค์ชาย เสี่ยวผิงจื่อองครักษ์ประจำตัวของคุณชายใหญ่หลี่ขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ”

“ให้เข้ามา”

“ถวายพระพรองค์ชายสี่ กระหม่อมนำจดหมายลับของฮูหยินมาส่งมอบพ่ะย่ะค่ะ” เสี่ยวผิงจื่อที่วันนี้ผันตัวเองมาเป็นมาเร็วให้อวิ๋นเทียนซื่อ รีบยื่นจดหมายส่งมอบให้คนสนิทขององค์ชายสี่อย่างรู้หน้าที่

หลังจากที่ลู่ฉีได้อ่านข้อความในจดหมายเขาถึงกับชะงักไปคราหนึ่งด้วยความคาดไม่ถึง เดิมทีเขารู้เรื่องที่เร็ววันนี้เขาจะต้องรับทั้งพระชายาเอกและพระชายารองอยู่แล้ว แต่ไม่นึกว่าผู้ที่รับหน้าที่ช่วยคัดเลือกอย่างพี่สะใภ้จะหยิบยื่นทางเลือกให้แก่ตน 

ตำแหน่งพระชายารองนั้นสำคัญนัก แต่พี่สะใภ้กลับบรรยายเอาไว้ว่า คนหนึ่งคานอำนาจพระชายาเอกได้ ส่วนอีกคนหนึ่งสามารถเป็นคนที่เขา…รักได้

เขาควรทำเช่นไร จะเห็นแก่ตัวเช่นเสด็จพ่อ หรือจะปล่อยคนผู้นั้นไป เดิมทีเขาหักห้ามใจได้แล้ว เพราะไม่อยากเห็นคนผู้นั้นเดินซ้ำรอยมารดา เขาไม่ปรารถนาให้คนที่ตนห่วงหาต้องมีธารน้ำตารินไหลยามเมื่อปราศจากผู้คน ด้วยเพราะชะตาของเขาถูกกำหนดให้ไม่อาจมีคู่ครองเพียงหนึ่ง ราชสำนักวุ่นวาย แผ่นดินยังไม่เป็นปึกแผ่น เหล่าพี่น้องล้วนไร้สัมพันธ์สิ้นปรองดอง 

คนรักที่อาจจะเปลี่ยนแปลงความคิดไปตามกาลเวลา จากรักอาจกลายเป็นแค้น และจากแค้นอาจกลายเป็นความสิ้นสุดสูญเสีย มารดาของเขาแข็งแกร่งจึงผ่านเรื่องนี้มาได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะแข็งแกร่งเช่นมารดาเขา เขาจะปกป้องคนรักได้หรือ คนผู้นั้นจะแข็งแรงประคับประคองความรู้สึกตนเองได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เขาควรเสี่ยงเปิดเผยจุดอ่อนหรือควรปล่อยจุดอ่อนของตนให้แก่ผู้อื่นที่อาจทำหน้าที่ได้ดีกว่าดูแลไป

“หากมีคนที่ทำให้กระหม่อมรู้สึกอยากปกป้องอย่างแท้จริง คนผู้นั้นก็จะยิ่งทำให้กระหม่อมต้องพยายามกระทำตนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

ลู่ฉีจดจำคำพูดของหลี่เจิ้งป๋อที่เอ่ยกับตนในวันที่ปักหลักปักใจกับอวิ๋นเทียนซื่อได้ดี เขาไม่เคยลืมเลือน ยามนั้นเขายินดีกับพี่ชายโดยแท้จริงที่ค้นพบพี่สะใภ้

สายตาสั่นไหวเพียรจดจ้องเนื้อความในจดหมายที่ถืออยู่ ลู่ฉีอ่านซ้ำไปซ้ำมาตั้งแต่ต้นจนจบไปหลายครั้งหลายครา กระทั่งประโยคที่ลงท้ายว่าให้ทำลายจดหมายทิ้งหลังจากอ่านจบ เขาก็ทำเพียงอ่านไม่คิดอยากทำลาย

น้อยนักที่จะมีผู้มอบทางเลือกให้เขาคิดและตัดสินใจเอง คำพูดของพี่ชายในวันนั้น รวมทั้งจดหมายลับฉบับนี้ของพี่สะใภ้ทำให้เขานั้น…ลังเล

‘อาเจา ข้าควรจัดการอย่างไรกับเจ้าดี’ คำถามที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยให้ใครได้ยิน ถูกถามวนซ้ำไปมาอยู่เช่นนั้นภายในใจ มีเพียงคำถาม…แต่ยังไร้ซึ่งคำตอบ

__________

สวัสดีจ้า คิดไรได้ก็พิมพ์ไปไม่ได้กรองอะไรมากเน้อ เจอกันตอนหน้านะคะ ~ วันวานวันวาฬ.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 816 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

  1. #1312 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 00:10
    อาหญิงมอบหมายงานให้คนไม่ผิดเลยค่ะ ต้องเป็นน้องซื่อนี่แหละ
    #1,312
    0
  2. #1234 Iovely39 (@Iovely39) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 21:16

    ขอโทษนะคะ อาเจาคือใคร.....
    #1,234
    0
  3. #1045 Minutedao (@Minutedao) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 06:02
    สายตากว้างไกลมากเลยซื่อซื่อ
    #1,045
    0
  4. #1014 puenyimm (@Berrymint_) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 22:20
    แหมมมมมมม ทำตัวเปนพ่อตาหวงลุกสาวเลยน้าซื่อซื่อ~
    #1,014
    0
  5. #306 Pissuda627 (@0862223050) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 19:22
    มาแล้วๆอาเจา><
    #306
    0
  6. #219 love_forever 1992 (@pranee_2535) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 21:46
    อาเจา? โผล่มาอีก 1
    #219
    0
  7. วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 11:33
    เวลาอ่านจีนโบราณ แล้วต้องมีมากเมียเนี่ยปวดใจสิ้นดี แต่ก็ชอบอ่ะ
    #134
    0