ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 26 : ภรรยาข้า…ใครก็แตะต้องไม่ได้ (๒ จบตอน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,510
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 755 ครั้ง
    11 ก.พ. 63

บทที่ ๒๖ ภรรยาข้า…ใครก็แตะต้องไม่ได้ (๒ จบตอน)

“เรียนฮูหยิน มู่จิงสาวใช้ประจำตัวของคุณหนูสกุลไป๋ เดินทางมาเพื่อส่งข่าวเรื่องอาการป่วยที่ทรุดตัวกะทันหันของเจ้านายขอรับ อีกทั้งนางยังร้องไห้คร่ำครวญ ขอร้องให้ทางเราส่งตัวท่านหมอจิ่วไปดูอาการของคุณหนูไป๋ด้วยขอรับ” อาเป่าเปลี่ยนคำเรียกขานอวิ๋นเทียนซื่อเฉกเช่นผู้อื่น เขาเข้ามารายงานเจ้านายด้วยใบหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่อาจปิดบังความยินดีมากมายที่กำลังท่วมท้นภายในจิตใจได้ เรื่องอื่นใดก็ไม่สำคัญเทียบเท่าเรื่องมงคลของผู้เป็นนาย คุณชายของเขากำลังตั้งครรภ์ ทั้งยังได้รับสมรสพระราชทาน ยามนี้ให้อย่างไรเขาก็หุบยิ้มไม่ลง 

พออาเป่ารายงานจบ อวิ๋นเทียนซื่อก็แสดงสีหน้าครุ่นคิด 

ก่อนที่หลี่เจิ้งป๋อจะออกไปจัดการเรื่องราวภายนอกคฤหาสน์ ได้กำชับเขาเกี่ยวกับเรื่องห้ามพบกับไป๋เยี่ยนหรงและเหล่าบรรดาบ่าวรับใช้ที่ไม่ใช่คนภายในเรือนโดยเด็ดขาด เนื่องด้วยเกรงภัยแฝงเร้นจากสตรีนาม ‘จางน่าหลิง’ ที่อาจจะแฝงกายปลอมตัวเป็นใครหนึ่งในนั้น 

ฟังว่าสตรีนางนี้เป็นผู้เก่งกาจ สามารถควบคุมหนอนพิษกู่ได้ หากนางปลอมเป็นคนสนิทของไป๋เยี่ยนหรงเล่า เพื่อป้องกันการถูกควบคุมด้วยกู่ตัวแม่ ย่อมไม่อาจปล่อยให้ท่านหมอจิ่วออกไปตามคำเรียกร้อง 

คนที่ปรากฏกายยามที่หลี่เจิ้งป๋อไม่อยู่ ช่างน่าสงสัยยิ่งนัก อืม…จะทำอย่างไรดี

“อาเป่า ใครเป็นผู้เข้ามารายงานเจ้าเรื่องนี้” 

“สาวใช้ประจำเรือนรับรองหลัก นำความมาบอกต่อขอรับ”

“อืม ข้าทราบแล้ว องครักษ์เงาออกมาให้ข้า ไม่แน่นี่อาจเป็นกลลวงศัตรู กันตัวสาวใช้ผู้นั้นเอาไว้ ไม่แน่อาจถูกควบคุม อาเป่า ยามที่สาวใช้ผู้นั้นเข้ามารายงาน นางได้แตะต้องเนื้อตัวเจ้าหรือไม่?”

“แตะ…ขอ ขอ ขอรับ คุณชาย ออกห่างจากข้า…อ๊า” ร่างขององครักษ์เงาทั้งสี่สาย ทะยานกายออกมายืนประจันหน้าปกป้องอวิ๋นเทียนซื่อโดยพลัน คนทั้งสี่ต่างชักอาวุธจ่อไปทางอาเป่าที่เริ่มควบคุมตนเองไม่ได้

“ฆ่า ฆ่า สังหารข้าเถิด…ได้โปรด คุณชาย สั่งการเถิดขอรับ อ้าก…” อาเป่าเริ่มแสดงอาการคลุ้มคลั่ง และเริ่มพูดออกมาด้วยคำพูดที่ฟังไม่ได้ศัพท์ จับใจความได้ยาก สายธารน้ำตาไหลออกมาเป็นทางด้วยเพราะกำลังพยายามต่อสู้กับจิตใจ เขาไม่อยากถูกผู้อื่นใช้ร่างกายของตนเองไปทำร้ายคุณชาย แม้ดิ้นรนขัดขืนแต่สติกลับเริ่มสวนทาง ภาพเลือนรางเคลื่อนผ่านแทนที่ด้วยความมืดมิด ทรมาน รู้สึกผิด เขาสัมผัสห้วงเวลาแห่งความสิ้นหวังอย่างไม่อาจคลายสิ้นความกังวล

‘ท่านองครักษ์ปลิดชีพข้าเถิดขอรับ’ ในช่วงเวลาแห่งการถูกกลืนกินสติ อาเป่าได้พยายามฝืนเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายวิ่งเข้าใส่กระบี่ขององครักษ์ตรงหน้า แม้ไม่อาจเอื้อนเอ่ยได้อย่างใจ แต่สายตาแรงกล้าคล้ายเอ่ยคำร่ำลาของอาเป่าก็ส่งไปถึงอวิ๋นเทียนซื่อและองครักษ์เงาทั้งสี่ไม่ขาดตก

“หยุด! อย่าทำร้ายอาเป่า เพียงจับแยกเอาไว้” อวิ๋นเทียนซื่อรีบตะโกนสั่งออกมาด้วยเสียงที่ดังที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เจ้าเด็กโง่ผู้นี้คิดทำสิ่งใด เขาเพียงใช้ตาข้างเดียวมองก็รู้แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาสังเวยชีวิต เขาศึกษาเรื่องของหนอนพิษกู่ในยามที่หลี่เจิ้งป๋อต้องพิษมาอย่างกระจ่าง อาเป่าถูกควบคุม เรื่องนี้แก้ไขได้ หนอนพิษจะไม่สามารถถ่ายทอดจากผู้อื่นได้เป็นครั้งที่สาม เชื่อว่าอาเป่าคงเป็นลำดับสามของหนอนพิษ ไม่เช่นนั้น อาเป่าที่สามารถเข้าถึงตัวเขาได้ตลอดเวลาคงปล่อยผลึกสู่ตัวเขาไปแล้ว

‘สตรีเจ้าเล่ห์ระแวดระวังร้ายกาจอย่าง จางน่าหลิง คนที่สามารถหลบซ่อนตัวตนจากหลี่เจิ้งป๋อได้ ไม่น่าจะมาที่แห่งนี้ด้วยตนเองเป็นแน่ เช่นนั้นจะต้องควบคุมสาวใช้ผู้มาเยือนของคุณหนูไป๋ ส่งต่อผลึกพิษแก่สาวใช้ตระกูลหลี่ที่มาแจ้งข่าวแก่อาเป่า และสุดท้ายก็มาควบคุมอาเป่าของข้า’ 

จางน่าหลิงคงมีข้อมูลของเขาอยู่ในมือแล้ว คนที่ขายข่าวขายข้อมูลของเขาก็คงจะหนีไม่พ้นพวกอนุคนโปรดทั้งสองนางของหลี่เจิ้งป๋อเป็นแน่

หึ! นับว่าไม่ผิดจากรายงานนัก พวกนางต้องการยืมดาบฆ่าคน นั่งบนภูดูเสือกัดกัน คิดจะใช้ประโยชน์จากไป๋เยี่ยนหรง แต่กลับเป็นจางน่าหลิงที่ได้รับประโยชน์นั้นแทน อนุเหมือนกันแท้ๆ เหตุใดไม่รู้จักตักตวงความสุขในยามที่ยังไม่โรยรา ช่างไม่รู้จักใช้ชีวิตเอาเสียเลย 

ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็เก็บหัวเก็บหางจนมิดชิด เหตุใดจึงเลือกเส้นทางสายริษยา พวกนางช่าง…เอาเถิดที่ผ่านมาข้าคงใจดีเกินไป คงต้องให้บทเรียนพวกนางเสียหน่อยกระมัง

‘เรื่องครั้งนี้นับว่าเป็นหลี่เจิ้งป๋อที่ทำร้ายข้าทางอ้อมอีกครั้งแล้ว นำเรื่องตื่นเต้นมาให้ข้าอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยจริงๆ’

ระหว่างที่เหตุการณ์กำลังตึงเครียด อาเป่าก็เริ่มเคลื่อนไหว

“หึ ฟังข้าให้ดีอวิ๋นอี๋เหนียง คนของเจ้าอยู่ภายใต้เงื้อมมือข้าแล้ว หากเจ้าอยากช่วยเหลือคนของเจ้า ก็จงทำตามที่ข้าบอก ไม่เช่นนั้นข้าจะให้กู่ตัวนี้กัดกินอวัยวะภายในของน้องชายบุญธรรมผู้นี้ของเจ้าไม่ให้เหลือ” จางน่าหลิงเอ่ยกับอวิ๋นเทียนซื่อผ่านทางร่างของอาเป่า หลังจากที่นางควบคุมอาเป่าได้สำเร็จ

“ต้องการอะไรก็พูดมา ชีวิตข้าหรือสามี!?”

“ฮ่าๆ สมแล้วที่เป็นแก้วตาดวงใจของบุรุษมากเล่ห์อย่างหลี่เจิ้งป๋อ ช่างเข้าใจอะไรได้ง่ายดายนัก ข้าไม่ต้องการชีวิตของเจ้าหรอก เราต่างมีชะตาคล้ายกัน ต่างเป็นอนุที่สามีโปรดปราน เพียงเจ้าตามข้าออกนอกเมือง เมื่อข้าปลอดภัย ข้าก็จะปล่อยเจ้าไปทันที”

‘เจ้าเห็นข้าเป็นเด็กสามขวบหรือ หากเจ้าอยากหนีไปให้พ้นเงื้อมมือผู้อื่นจริง เหตุใดจึงย้อนกลับมาเพื่อให้ผู้อื่นมีโอกาสสังหารอีกครั้งกันเล่า’ ร้อยไม่เชื่อ พันไม่เชื่อ อวิ๋นเทียนซื่อไม่เชื่อคำกล่าวของจางน่าหลิงแม้แต่ถ้อยคำเดียว เขาลอบส่งสัญญาณลับให้องครักษ์เงาที่ยังไม่ได้เผยตัว ให้หยุดรอดูสถานการณ์และรีบส่งข่าวไปรายงานหลี่เจิ้งป๋อ

ไม่อาจปล่อยให้สตรีผู้นี้หลุดรอดไปได้ ความสามารถเช่นนี้ช่างน่าหวั่นเกรง 

อวิ๋นเทียนซื่อไม่อาจปล่อยให้อาเป่าตกตาย น้องชายผู้นี้ช่วยชีวิตเขา ดูแลเขาทั้งยามทุกข์และยามสุข เช่นนั้นคงได้แต่ลองเสี่ยงดูสักครั้ง 

แววตาเด็ดเดี่ยว แม้ในใจตื่นกลัวไม่มั่นใจ แต่จะอย่างไรก็ไม่อาจนิ่งดูดาย ‘แม้นว่ามารดาจะเป็นคนอ่อนแอไม่ได้ความ แต่ข้าก็ไม่อาจปล่อยให้ท่านน้าบุญธรรมของเจ้าเผชิญเรื่องเช่นนี้โดยลำพัง ก้อนเลือดน้อยของมารดา วันนี้เจ้าอดทนสักนิดเถิด ภัยนี้ไม่กำจัดไม่ได้!’

อวิ๋นเทียนซื่อแม้พะวง แต่เขาก็เชื่อใจเหล่าองครักษ์ที่หลี่เจิ้งป๋อมอบให้ยิ่งนัก เขาเอ่ยกับบุตรชายที่เป็นเพียงเลือดก้อนน้อยไร้แขนขาในใจก่อนจะตัดสินใจแสดงตนเป็น ‘อนุแปดผู้โอหังอวดดี’

“ได้ ข้าจะติดตามเจ้าไป แต่ขอเก็บทรัพย์สินของมีค่าก่อนได้หรือไม่ ข้าไม่ชอบความลำบาก เกิดมาข้าก็เป็นคุณชายตระกูลอวิ๋น โตมาข้าก็เป็นที่รักใคร่ของสามี เรื่องตกระกำลำบากข้าล้วนไม่ถนัด และขอข้ารับใช้ติดไปด้วยนะ เจ้าหาคนไปเพิ่มอีกสักคนสองคนเถิด หากเจ้าไม่รับปาก…ข้าก็จะไม่ไป” อวิ๋นเทียนซื่อครุ่นคิดสิบแปดตลบ ก่อนจะใช้อุบายตัดกำลังศัตรู ขณะเดียวกันก็พยายามถ่วงเวลาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ จึงเสนอข้อเรียกร้องออกมา

เขาเรียกร้องให้จางน่าหลิงควบคุมคนเพิ่มยังมีอีกหนึ่งนัย เพราะรู้มาว่าการควบคุมคนมากกว่าสองคนนั้น จะทำให้ร่างหลักอ่อนแอคล้ายถูกสูบพลังชีวิตอย่างไรอย่างนั้น ดังนั้นเพื่อจะได้ให้คนไปจัดการร่างหลักได้ง่ายขึ้น ข้อเรียกร้องมากเรื่องนี้จึงสำคัญยิ่ง

“ได้ ข้ารับปากเจ้า รีบเก็บของมีค่าของเจ้าแล้วตามข้ามา” จางน่าหลิงให้รู้สึกดูแคลนอวิ๋นเทียนซื่อผู้นี้ยิ่งนัก ไม่ผิดไปจากข่าวลือ อนุผู้นี้โอหัง ลำพองตนไม่รู้ความ จะตายอยู่แล้วยังจะมากลัวความลำบากอันใด นางชักเริ่มสงสัยว่านางอาจจะถูกหลี่เจิ้งป๋อลวงเข้าให้แล้ว คนเช่นนี้หรือที่หลี่เจิ้งป๋อจะโปรดปราน คล้ายจะฉลาดแต่แท้จริงแล้วกลับเป็นเพียงคนโง่ที่กำลังอวดฉลาดเพียงเท่านั้น 

หรือหลี่เจิ้งป๋อจะใช้บุรุษผู้นี้เป็นโล่กันภัยให้ผู้อื่น เช่นนั้นมิใช่นางกำลังวางอุบายเพื่อหลงอุบายผู้อื่นต่ออีกทอดหรอกหรือ ไม่ได้การเสียแล้ว ไม่ว่าอย่างไรแต่ในยามนี้สิ่งแรกที่นางต้องกระทำคือพาอนุแปดผู้นี้ออกไปจากสถานที่แห่งนี้เสียก่อน เพราะองครักษ์ทั้งสี่ตรงหน้าไม่ใช่ผู้ที่ร่างนี้จะต่อกรได้

คิดได้เช่นนั้นจางน่าหลิงก็เร่งให้อวิ๋นเทียนซื่อที่กำลังสวมใส่กำไลมากมายให้ตนเอง รีบนำของมีค่าทั้งหลายตามนางออกไป ก่อนออกจากคฤหาสน์ตระกูลหลี่นางก็ได้เป่าลูกดอกพิษหลับใหลใส่ผู้คนในห้องนั้น เมื่อเห็นร่างขององครักษ์ทั้งสี่ร่วงลงไปกองบนพื้น นางจึงรีบพาตัวอวิ๋นเทียนซื่อออกมาทันที นางข่มขู่มิให้อวิ๋นเทียนซื่อทำตัวให้เป็นที่ผิดสังเกตของบ่าวไพร่ที่พบเจอตามรายทาง

อวิ๋นเทียนซื่อติดตามจางน่าหลิงในร่างอาเป่ามานั่งในรถม้า แล้วเดินทางออกมาจากคฤหาสน์ ระหว่างการเดินทางเขาก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจกับเส้นทางที่จางน่าหลิงใช้ นี่มิใช่เส้นทางไปคฤหาสน์นอกเมืองตระกูลหลี่หรอกหรือ

“ฮึ ไหนเจ้าว่าจะหนีมิใช่หรือ เหตุใดยังมาที่นี่อีกเล่า ทำตัวยุ่งยากอ้อมค้อมนัก”

“หุบปากของเจ้าเสีย มิใช่เจ้าอยากได้ข้ารับใช้หรอกหรือ ข้าก็กำลังจะไปควบคุมข้ารับใช้ให้เจ้าอย่างไรเล่า”

“อืม เช่นนั้นก็ขอคนที่รู้ความ มือไม้เบาหน่อยก็แล้วกัน” อวิ๋นเทียนซื่อใช้จังหวะที่กำลังสร้างความเอือมระอาให้แก่จางน่าหลินจนต้องเบือนหน้าหนี ปล่อยไข่มุกที่พกติดตัวมาลงไปตามทางทีละเม็ดอย่างไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต

ทันทีที่รถม้าหยุดอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ร่างของสตรีสามนางพลันปรากฏกายขึ้น อวิ๋นเทียนซื่อคาดคะเนได้ในทันทีว่าใครคือจางน่าหลิงตัวจริง เพราะเขาจำสาวรับใช้ มู่เสี่ย คนสนิทที่เคยติดตามไป๋เยี่ยนหรงไปเยือนคฤหาสน์ตระกูลหลี่ได้ ส่วนสตรีอีกสองคนที่ตามมู่เสี่ยมาด้วยนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นอนุทั้งสองของหลี่เจิ้งป๋อนั่นเอง อนุสี่ ฟางเย่ว์เผิง และอนุเจ็ด หม่าฮุ่ยเอ๋อร์ สองคนนี้อยู่ภายใต้ความดูแลของหลี่เจิ้งป๋อ แม้นจะถูกควบคุมได้ แต่ก็ไม่อาจลอกหนังศีรษะทำหน้ากากหนังมนุษย์ภายใต้ปีกของหลี่เจิ้งป๋อได้แน่นอน นอกเสียจากว่าหลี่เจิ้งป๋อจะยินยอมเสียเอง

“ฮ่าๆ พวกเจ้าก็โดนด้วยหรือ สะใจข้ายิ่งนัก” อวิ๋นเทียนซื่อแสดงสีหน้าสะใจออกมา ใช้สายตาของตัวร้ายตามโรงงิ้วประเมินท่าทางของสตรีทั้งสองตรงหน้าอย่างโจ่งแจ้ง พวกนางไม่หือไม่อือ ทำเพียงก้มหน้านิ่งนั่งมองผู้คนอย่างเหม่อลอย

“หึ เจ้ามิใช่บอกว่าอยากได้ข้ารับใช้หรอกหรือ นี่ข้าก็มอบให้เจ้าแล้วอย่างไรเล่า” สิ้นเสียงของจางน่าหลิงในร่างอาเป่า อวิ๋นเทียนซื่อก็สังเกตเห็นมู่เสี่ยเริ่มมีเหงื่อเม็ดโตที่เริ่มซึมออกมาจากร่างกาย นี่คงเป็นผลมาจากการควบคุมผู้คนถึงสามคนพร้อมกันกระมัง

“ดียิ่ง ข้าอยากโขกสับพวกนางมานานแล้ว อาเป่า เอ่อ เจ้าสั่งให้พวกนางไปนั่งบังคับรถม้าให้ข้าเถิด หากทำไม่ดีข้าจะเฆี่ยนพวกนางแทนเฆี่ยนม้า”

จางน่าหลิงเพียงยิ้มรับ นางเริ่มมั่นใจขึ้นทีละนิดแล้วว่าหนึ่งในสองอนุนี้อาจเป็นยอดดวงใจที่แท้จริงของหลี่เจิ้งป๋อก็เป็นได้ ยังดีที่นางอยู่ภายในจวนลับแห่งนี้รออยู่แล้ว จึงได้จัดการควบคุมพวกนางได้ในทันทีที่ฉุกใจ 

คนเช่นอวิ๋นเทียนซื่อที่ริษยาแก้แค้นไม่เลือกที่เช่นนี้ อย่างไรคงเป็นเพียงโล่ที่ถูกผู้อื่นใช้แล้วทิ้งเพียงเท่านั้น สมรสพระราชทานแล้วอย่างไร มิใช่สามีของนางก็ได้รับมันเช่นกันหรอกหรือ นางก็ไม่เห็นว่าสามีจะรักใคร่ไยดีองค์หญิงผู้นั้นสักเท่าไหร่ สตรีผู้นั้นก็เป็นเพียงบันไดและโล่ให้นางเช่นกันมิใช่หรือไร

สายตาดูถูกดูแคลนของจางน่าหลิงแสดงออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง อวิ๋นเทียนซื่อที่รอดพ้นจากการถูกควบคุมเพราะเลือดนักแสดงในกายถูกปลุกให้ตื่น ก็ได้แต่ทำการแสดงต่อไป เขาเชื่อมั่นเป็นอย่างมากว่าจะต้องมีคนติดตามมา ไม่ว่าจะเป็นเหล่าองครักษ์เงาหรือกระทั่งตัวของหลี่เจิ้งป๋อเอง ตอนนี้เพียงประคับประคองชีวิตตนเองและผู้คนทั้งสามคนนี้ให้ปลอดภัยก็พอ

“นี่ อาเป่า เอ่อ เจ้าชื่ออะไรนะ ข้าควรเรียกเจ้าเช่นใด”

“จางซื่อ เรียกข้าเช่นนี้”

“จางซื่อ ซื่อที่ใช้เรียกสตรีที่ออกเรือนแล้วเช่นนั้นหรือ เจ้ามีสามีแล้วหรือ แล้วสามีเจ้าอยู่ที่ใด เหตุใดปล่อยให้เจ้าตกทุกข์ได้ยากเช่นนี้ เก่งกาจเช่นเจ้าหาสามีใหม่เสียเถอะ เชื่อข้า”

“เจ้าหุบปากให้ข้าเดี๋ยวนี้ เจ้าไม่รู้จักสามีข้า หากสามีข้าไม่ถูกสามีเจ้าวางอุบาย มีหรือข้าจะต้องมาทุกข์ทนเช่นนี้ได้ คนที่ควรหาสามีใหม่คือเจ้า มิใช่ข้า!”

อวิ๋นเทียนซื่อทั้งอยากปรบมือและอยากคัดค้าน สามีผู้นี้แม้นเขาไม่อยากได้ แต่เขาก็ไม่อยากมีสามีใหม่เช่นกัน สามีควรเป็นเขา ผู้อื่นควรเป็นภรรยา แม้นสถานะ ‘เกอ’ นี้จะทำให้เขานั้นเหี่ยวเฉาต่อสตรี แต่เขาก็คึกคักดียามเมื่อ…เอ่อ ช่างมันเถอะ อย่างไรตอนนี้ก็ถูกกำหนดให้เป็นเมียและเป็นแม่ ยามนี้เขาควรปั่นหัวผู้อื่น มิใช่ปั่นหัวตนเอง

“หึ สามีข้าเป็นคนดี ย่อมไม่มีทางทำเช่นที่เจ้ากล่าวหาแน่นอน เป็นเจ้าที่เข้าใจสามีข้าผิด เอาล่ะไม่ต้องมาถลึงตาใส่ข้าด้วยใบหน้าของอาเป่าหรอก เจ้ารีบปล่อยอาเป่าของข้าได้แล้ว ทำตามที่เจ้าพูดด้วย”

“ข้าบอกจะปล่อยก็ต่อเมื่อข้าออกจากเขตเมืองหลวงอย่างปลอดภัยแล้วเท่านั้น”

“ปลอดภัยอันใด เจ้าพาข้ามุ่งหน้าเข้าป่าชัดๆ อย่าคิดว่าข้าโง่เชียว ข้านั้นฉลาดยิ่ง อาเป่าคืออดีตคน… เจ้าปล่อยเขาเสีย ข้าทนไม่ได้ที่ต้องทนเห็นใบหน้านี้ถูกเจ้าควบคุมทำร้าย” อวิ๋นเทียนซื่อทำทีคล้ายหลุดปากเอ่ยคำไม่จบประโยค แสดงสีหน้าคลุมเครือ ทั้งยังเต็มไปด้วยแววตาแห่งความเจ็บปวด เขาต้องทำให้คนผู้นี้เห็นว่าอาเป่าไม่สมควรตาย อย่างน้อยก็ยังใช้เป็นเครื่องมือสร้างความอัปยศให้ผู้คนได้

“เจ้า เจ้าพูดเช่นนี้หมายความเช่นไร มิใช่ว่า…”

“ฮึ เจ้าอย่าแม้แต่จะคิด ข้าบอกให้ปล่อยคนของข้าเดี๋ยวนี้”

“เจ้า ช่างหาญกล้านัก กล้าลักลอบคบชู้สู่ชาย”

“อย่างไร ข้าเพียงคิดในใจ ไม่ได้มีอนุมากมายเช่นสามีของข้าเสียหน่อย อ๊ะ ไม่ใช่ เป็นเจ้าที่คิดไปเอง เจ้าปล่อยอาเป่า แล้วข้าจะให้ของมีค่าทั้งหมดนี้แก่เจ้า” อวิ๋นเทียนซื่อได้รับสัญญาณเสียงของหลี่เจิ้งป๋อแล้ว เขาจึงทำท่าทีก่อกวนด้วยการประชิดตัวอาเป่าจากทางด้านหลัง และใช้วาจาเหลวไหลเลื่อนเปื้อนเพื่อเบี่ยงความสนใจของจางน่าหลิงในร่างอาเป่าต่อไปเรื่อยๆ 

ก่อนจะจัดการหามุมอับสายตาเพื่อใช้กำไลกลยิงใส่มู่เสี่ยที่นั่งเงียบๆ อยู่ด้านหลังร่างของอาเป่าอย่างรวดเร็ว

ฟึ่บ!

ร่างของมู่เสี่ยล้มตัวลงไปนอนกองบนพื้นภายในรถม้า อวิ๋นเทียนซื่อรีบใช้ฝ่ามือสับไปที่สันคอด้านหลังของอาเป่าอย่างผู้ชำนาญเพื่อหลีกเลี่ยงการประมือ ไม่ลืมกดกำไลกลใส่ผู้อื่นด้วยความไวแสง เขาฝึกท่านี้กับหลี่เจิ้งป๋อทุกวัน เรื่องนี้เขาจึงจัดการได้ไม่ยาก เดิมทีเขาแค่รอให้เห็นตัวจริงของจางน่าหลิงเพียงเท่านั้นจึงค่อยลงมือ

“อนุสี่กับอนุเจ็ดถูกควบคุม กันพวกนางเอาไว้!” ทันทีที่อวิ๋นเทียนซื่อตะโกนออกไป หลี่เจิ้งป๋อก็รีบทะยานเข้ามาภายในตัวของรถม้า ก่อนจะเอาตัวเข้ามาบังร่างของภรรยาทันท่วงที เศษผลึกของหนอนกู่ตัวลูกมากมายที่ถูกจางน่าหลิงในร่างของอนุสี่ฟางเย่ว์เผิงปล่อยออกมา ล้วนโดนแผ่นหลังของเขาทั้งสิ้น อวิ๋นเทียนซื่อที่ถูกสามีปกป้องยังไม่รับรู้สถานการณ์ใดๆ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงมากมายของผู้ที่เรียกตัวเองว่าโจรภูเขาส่งเสียงให้หยุดรถม้า

สถานการณ์อันตรายที่เกิดขึ้นตรงหน้า อวิ๋นเทียนซื่อจึงทำได้เพียง ลอบใช้กำไลกลยิงยาสลบใส่สตรีตรงหน้าทั้งสองให้สลบไปก่อนเพื่อลดปัญหาซ้ำซ้อน ก่อนจะกระซิบถามเรื่องราวหลี่เจิ้งป๋อ “ผู้อื่นเล่า ท่านนำคนมาด้วยเยอะหรือไม่ พวกคนด้านนอกพวกนั้นฟังเสียงแล้ว น่าจะมากันหลายคนอยู่กระมัง”

“ซื่อซื่อ ข้ารีบตามเจ้ามา จึงมาถึงที่นี่พร้อมองครักษ์สิบนายที่ติดตามเจ้ามาตลอดเส้นทาง ส่วนคนของข้าที่เหลือจะตามมาสมทบในอีกไม่ช้า ตอนนี้ข้าและองครักษ์ทั้งสิบจะถ่วงเวลาให้ เจ้ารีบไปหลบจนกว่าคนของข้าจะปรากฏตัวเถิด” หลี่เจิ้งป๋อกระซิบบอกกล่าวภรรยา ก่อนจะมอบจุมพิตตรงหน้าผากเพื่อสัญญาอย่างเช่นทุกครา

“ภรรยาของข้า ใครก็แตะต้องไม่ได้ ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”

“เจ้าอย่ามาทำตัวเป็นวีรบุรุษ เพราะเจ้าหาใช่วีรบุรุษไม่ เหงื่อที่จู่ๆ ก็ไหลเป็นสายมากมายของเจ้าเกิดจากสิ่งใด ห้ามปดข้า เจ้ายังมีความผิดติดตัว พูดความจริงออกมา จะได้ไม่เป็นตัวถ่วงผู้อื่น” อวิ๋นเทียนซื่อเริ่มจับความผิดปกติจากร่างกายของหลี่เจิ้งป๋อได้แล้ว เหงื่อโทรมกายเช่นนี้ คงมิใช่เพราะเหตุการณ์เอาร่างมาบดบังตัวเขาเมื่อตะกี้กระมัง

“ผลึกพิษหนอนกู่ตัวลูกน่ะ ข้าโดนดูดพลังยุทธ์ เหงื่อจึงไหลออกมาเช่นนี้ เพียงขับพิษออกแล้วฟื้นฟูพลังยุทธ์เท่านั้นก็หายแล้ว” ขณะที่หลี่เจิ้งป๋ออธิบายเรื่องราวต่อภรรยา เสียงการต่อสู้จากด้านนอกก็ได้เริ่มต้นขึ้น อวิ๋นเทียนซื่อเข้าใจถึงสาเหตุแล้ว หลังจากขบคิดได้ไม่นาน เขาก็สบถออกมา “เพ้ย! จางน่าหลิง สตรีน่าโมโห แผนการนางนั้นดียิ่งนัก นำพาผู้คนมาหาโจรภูเขาที่ไม่รู้ว่าเป็นโจรแท้หรือโจรเทียม ซ้ำยังปล่อยผลึกกู่ใส่เจ้าทันที เป็นพวกเราที่ดูเบานางเกินไป เอาเถิดถือเสียว่าเป็นบทเรียน ต่อจากนี้ท่านและข้าจะต้องรอบคอบให้มากกว่านี้ ห้ามลำพองตนอีกเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่!”

“ได้! ข้าเข้าใจแล้ว” หลี่เจิ้งป๋อพยักหน้ารับคำ เขาเห็นด้วยกับคำพูดของภรรยายิ่งนัก แม้คนของเขาน่าจะตามมาถึงแล้วก็เถอะ แต่เขาก็ไม่อยากขัดคำพูดใดๆ ของร่างน้อยข้างกาย 

ตั้งแต่ที่เขาทราบข่าวจากองครักษ์เงา เขาก็เร่งรุดเดินทางออกจากตำหนักขององค์ชายสี่ในทันที ลืมกระทั่งเอ่ยลาลูกพี่ลูกน้อง ด้วยเพราะใจกังวลห่วงในความปลอดภัยของภรรยาตน เขาก่นด่าตัวเองมาตลอดเส้นทาง เขาพลาดปัจจัยเสี่ยงเช่นอาเป่าได้อย่างไร ต่อจากนี้ไปคงต้องมอบองครักษ์ประจำตัวให้คนสนิทของภรรยาผู้นี้เสียแล้ว

‘บทเรียนครั้งนี้นับเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ ที่เกือบนำภัยมาสู่ลูกเมีย’ กว่าเขาจะตามทันรถม้าหลังนี้ได้…ไม่ง่ายเลย ช่วงเวลาทอดยาวรู้สึกเหมือนใช้เวลายาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์ ความหวาดหวั่นไม่จางหาย แม้กระทั่งยามนี้เขาก็ยังไม่อาจวางใจ

“เจ้า…ท่านยังสู้ไหวหรือไม่” รับรู้ว่าสามีถูกสูบพลัง อวิ๋นเทียนซื่อจึงถามเพื่อความแน่ใจ พอเห็นว่าหลี่เจิ้งป๋อพยักหน้า เขาก็ตัดสินใจเอ่ยสิ่งที่คิดออกมา “ท่านตามข้ามา ข้าจะบังคับรถม้าเอง คนของท่านคงจะใกล้ถึงแล้ว หรืออาจมาถึงแล้วก็ได้ แต่เพื่อความไม่ประมาท พวกเราต้องพารถม้าหลังนี้ออกจากรัศมีการต่อสู้ เพราะผู้คนภายในรถม้าหลังนี้รวมทั้งท่านและข้าล้วนเป็นตัวถ่วงของผู้อื่นทั้งสิ้น มาเถอะตามข้ามา”

“ได้! ซื่อซื่อว่าอย่างไรข้าก็ว่าอย่างนั้น เจ้าบังคับรถม้า ส่วนข้าจะปกป้องเจ้าเอง”

“ดี! เอ้า นี่กำไลกล ข้าแบ่งให้ท่านสองวง ข้ามีเยอะเต็มแขน ท่านเอาไป เผื่อได้ใช้” อวิ๋นเทียนซื่อชูแขนที่เต็มไปด้วยกำไลกลให้สามีวางใจ ต่อให้เจ้าถูกดูดพลังพวกเราก็ไม่ได้หมดหนทางเสียทีเดียว

กำไลหลายวงที่สวมอยู่บนแขนภรรยา ล้วนเป็นหลี่เจิ้งป๋อที่ดั้นด้นหาซื้อมาให้ด้วยตนเอง เขาทำได้เพียงส่งยิ้มไปให้คนงามด้วยความรู้สึกที่ตัวเองก็อธิบายไม่ถูก ก่อนจะยื่นมือไปรับกำไลกลสองวงมาเก็บเอาไว้ภายในสาบเสื้อ ด้วยเพราะกำไลแต่ละวงคือขนาดแขนของภรรยา เขาจึงใส่ไม่ได้ ทำได้เพียงเก็บความหวังดีเอาไว้อย่างทะนุถนอมเท่านั้น

ร่างของสองสามีภรรยา ที่ผู้หนึ่งกวัดแกว่งกระบี่ปัดธนูรวมทั้งลูกดอก และอีกผู้หนึ่งสะบัดแส้ควบคุมบังเหียนของรถม้า ทำให้เหล่าองครักษ์ตระกูลหลี่และกองกำลังจิ่นอีเว่ยที่ตามมาสมทบต่างล้วนงงงัน ดูท่าแล้วฮูหยินคงกำลังปกป้องนายท่านอีกเช่นเคยกระมัง เช่นนั้น…พวกเขาก็ทำหน้าที่ในส่วนของตนเองไปก็คงจะเพียงพอแล้ว

ตอนนี้ภาพของผู้แข็งแกร่งมากมายได้สร้างความตระหนกตกใจให้เหล่ากลุ่มชายฉกรรจ์โจรภูเขาเป็นอย่างมาก พวกเขาเป็นโจรมาช้านานแต่ไม่เคยพบเจอผู้แข็งแกร่งมากมายเช่นนี้มาก่อน เห็นทีพวกเขาจะไปเหยียบเท้าของผู้มีอิทธิพลเข้าให้เสียแล้ว ไม่น่ารับงานของสตรีนางนั้นเลยจริงๆ หนทางเส้นนี้ของพวกเขาจบสิ้นแน่แล้ว

พลังยุทธ์กล้าแกร่งหลายสายปรี่เข้าร่วมวงเพื่อห้ำหั่นกับกลุ่มคนที่เรียกตนว่าโจรภูเขาไม่ขาดสาย ความอำมหิตที่เหนือกว่ารวมทั้งพลังยุทธ์ที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีของหน่วยจิ่นอีเว่ยและเหล่าองครักษ์ตระกูลหลี่ ได้ทำให้การต่อสู้ดำเนินขึ้นอย่างรวดเร็วและจบลงอย่างทันใจยิ่ง

ในเวลาเดียวกันสองสามีภรรยาที่ไม่อยากกระทำตนเป็นตัวถ่วงผู้อื่น 

บัดนี้ก็ได้กลายเป็นตัวถ่วงโดยสมบูรณ์แล้ว เนื่องจากเมื่อเสร็จภารกิจ ผู้คนทั้งหลายก็ต้องแยกย้ายออกตามหา แม้จะมีผู้ติดตามไปก่อนหน้าแล้วก็เถอะ แต่จะส่งเสียงอะไรได้เสียที่ไหนกัน พวกเขาคงทำได้เพียง…รอฟังสัญญาณ

_________

ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนที่ติดตาม และขอบคุณทุกคอมเมนต์นะคะ หวังว่านิยายเรื่องนี้จะทำให้บางคนคลายเครียดคลายเหงากันได้บ้างนะคะ ห่วงใยเสมอ ~ วันวานวันวาฬ.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 755 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

  1. #1641 shewidku (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 22:18
    ที่มาของคำว่า ‘รักเมียยิ่งชีพ’ 555555555
    #1,641
    1
  2. #1606 mook-naka (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 22:38
    สุดยอดคู่ผัวเมียจริงจริ๊งงงง
    #1,606
    0
  3. #1310 chanchanchan (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 23:33
    55555556555555555องครักษ์เงาเครียด555555555565555
    #1,310
    2
    • #1310-1 Look_Peach(จากตอนที่ 26)
      20 มกราคม 2563 / 23:35
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์มากๆนะคะตัวเอง เมนต์ให้เราเยอะเลย
      #1310-1
    • #1310-2 Look_Peach(จากตอนที่ 26)
      20 มกราคม 2563 / 23:35
      (^/\^)
      #1310-2
  4. #1043 Minutedao (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 05:22
    ดูไปดูมาก็เหมาะสมกันที่สุดแล้ว
    #1,043
    0
  5. #550 naboot (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 10:04
    โอ้ย ขำผัวเมียคู่นี้อ่ะ
    #550
    0
  6. #333 MaynieTuan (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 17:31
    ยัยน้องเก่งมากลูก สามีภรรยาคู่นี้เหมาะสมกันจริงๆ
    #333
    0
  7. #302 0862223050 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 14:40
    สรุปใครมาช่วยใครกันแน่เนี่ย5555
    #302
    0
  8. #217 pranee_2535 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 20:58

    โอ้ยย. 2 ผัวเมียเนี่ย 555+
    #217
    0
  9. #158 preawtredici (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 07:34
    ขำ55555 สลับตำแหน่งกันสะงั้น ลูกน้องเป็นตึบ5555
    #158
    0
  10. #132 temaripik (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 10:39
    สุดยอดเมียจริงๆ
    #132
    0
  11. #13 witch-singsong (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 22:40
    ลูกน้องสามี.. ชักจะรู้แกวว่า
    ใครคืิอเจ้านายของเจ้านาย
    #13
    0