ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 25 : ภรรยาข้า…ใครก็แตะต้องไม่ได้ (๑)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,631
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 781 ครั้ง
    11 ก.พ. 63

บทที่ ๒๕ ภรรยาข้า…ใครก็แตะต้องไม่ได้ (๑)

เผ่าเหมียวขึ้นชื่อว่าเป็นชนเผ่าลึกลับที่ตั้งอยู่ใกล้เขตชายแดนฝั่งตะวันตกของแคว้นอู๋ ผู้คนในชนเผ่าล้วนชำนาญการเลี้ยงหนอนพิษมาตั้งแต่บรรพบุรุษ หนอนพิษที่ขึ้นชื่อที่สุดของชนเผ่าเหมียวนั้นคือ ‘กู่’ 

หนอนกู่นั้นเกิดขึ้นจากการ นำหนอนพิษชนิดต่างๆ ปล่อยเลี้ยงรวมไว้ในพื้นที่เดียวกัน ไม่ให้น้ำ ไม่ให้อาหาร เพียงปล่อยให้ต่อสู้กลืนกินกันเองจนเหลือรอดเพียงตัวสุดท้ายเท่านั้น พิษแต่ละชนิดจากหนอนพิษชนิดต่างๆ จะถูกหลอมรวมมาที่หนอนตัวสุดท้ายที่แกร่งที่สุด 

เมื่อกลายเป็นหนอนพิษกู่ ผู้คนในเผ่าก็จะนำมาเลี้ยงเอาไว้ในตัวจนกระทั่ง กู่ สามารถคายผลึกเองได้ เมื่อนั้นก็ถือว่าหนอนกู่เติบโตเต็มวัยพร้อมใช้งาน

หนึ่งคนต่อกู่ตัวแม่สิบตัว กู่ตัวแม่จะทำตามผู้สั่งการที่มีผลึก ทว่าจะไม่อาจทำร้ายผู้เลี้ยงดู น้อยครั้งนักที่ผู้คนในชนเผ่าเหมียวจะมอบหนอนกู่ตัวแม่ให้แก่ใคร

ส่วนขั้นตอนการวางพิษกู่นั้นก็ไม่ยุ่งยาก ขอเพียงสลัดผลึกโดนตัวอีกฝ่ายได้ก็ถือว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนแล้ว วิธีการง่ายดายไม่ยุ่งยาก ทว่าหากผู้ใดถูกหนอนกู่ควบคุม น้อยนักจะรอดตาย ด้วยเหตุนี้หนอนกู่จึงเรียกว่าเป็นอาวุธประจำของชนเผ่าเหมียวไปโดยปริยาย

คุณสมบัติของหนอนกู่ ถูกแบ่งแยกเป็นสองรูปแบบ นั่นคือกู่ตัวแม่และกู่ตัวลูก

กู่ตัวแม่หนึ่งตัวสามารถตกเศษผลึกกู่ตัวลูกได้เดือนละสิบกว่าตัว ทั้งยังแยกผลึกเพื่อใช้ควบคุมผู้อื่นได้ พิษในตัวก็ร้ายแรงจนกัดกลืนอวัยวะภายในของผู้คนจนตกตายกลายเป็นซากศพ แต่หนอนพิษชนิดนี้ก็มีจุดอ่อนใหญ่หลวงเช่นกัน หนอนพิษกู่ตัวแม่นั้นหากถูกทำลายลงได้ พิษต่างๆ จะย้อนกลับสู่ตัวผู้ควบคุมทันที จึงเรียกว่าอันตรายต่อทั้งผู้ต้องพิษและผู้ควบคุมไปในเวลาเดียวกัน

แต่ก็น้อยคนยิ่งนักที่จะทำลายพิษของหนอนกู่ตัวแม่ลงได้ เนื่องด้วยการถอนพิษหนอนกู่ตัวแม่นั้นต้องใช้พิษที่ร้ายแรงกว่าเพียงเท่านั้นจึงรักษาได้ 

กรรมวิธี ‘พิษต้านพิษ’ การกระทำเช่นนี้ถือว่าเสี่ยงเกินไป

และสำหรับพิษกู่ตัวลูก กู่ที่เกิดจากเศษผลึกของหนอนกู่ตัวแม่นี้ แม้นไม่มีพิษร้ายฆ่าคน แต่ก็ทำหน้าที่กลืนกินพลังยุทธ์ ลดทอนความได้เปรียบในการต่อสู้ได้ดียิ่งนัก นับว่าให้ผลลัพธ์ที่เยี่ยมยอดน่าพอใจ 

เพราะหนอนกู่มีประสิทธิภาพในการลอบทำร้ายสูง ‘กู่ตัวแม่’ สามารถชักใยควบคุม ส่วน ‘กู่ตัวลูก’ สามารถตัดกำลังผู้คน ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้คิดการใหญ่มากมายต้องการตัวผู้คนในชนเผ่าลึกลับแห่งนี้เข้าร่วมกับฝ่ายตน

เดิมทีผู้คนในชนเผ่าเหมียวล้วนเกี่ยวดองกันเองภายในเผ่าเพียงเท่านั้น น้อยนักที่จะแต่งออกมานอกเผ่า ด้วยเพราะเกรงกลัวการถูกผู้อื่นหลอกใช้จนตัวตาย แต่ ‘จางน่าหลิง’ ถือเป็นหนึ่งในบรรดาคนส่วนน้อย อีกทั้งนางยังแต่งออกจากเผ่าด้วยฐานะต่ำต้อยอย่าง ‘อนุภรรยานอกเรือน’ อีกด้วย

จางน่าหลิงแต่งให้แม่ทัพพิชิตประจิม ‘ลู่เฉิน’ แม้ฐานะต้อยต่ำแต่นางก็ยินดี ด้วยเพราะนางรู้ถึงสาเหตุที่สามีไม่อาจออกหน้าให้นางได้ สามีของนางไม่เพียงเป็นแม่ทัพหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ แต่ยังเป็นผู้มีสายโลหิตที่สืบทอดมาจากราชวงศ์ก่อน และยังเป็นถึงราชบุตรเขยขององค์จักรพรรดิแห่งแคว้น

ถึงแม้นางจะต้องถูกสามีเลี้ยงดูอยู่ภายนอก ไม่อาจเชิดหน้าชูตาภายในจวนแม่ทัพดังเช่นสตรีอีกคนก็ตาม แต่ชีวิตของนางล้วนสุขสบาย นางใช้ชีวิตภายในเรือนที่สามีมอบให้เปรียบดั่งนายหญิงผู้หนึ่ง สามีรักและดีต่อนางยิ่งนัก ทั้งยังวางแผนให้นางในภายภาคหน้าดิบดี หากการใหญ่สำเร็จ นางจะได้เป็นถึง ‘กุ้ยเฟย’ และเมื่อเวลาผ่านไปจนราชสำนักมั่นคง ตำแหน่ง ‘ฮองเฮา’ สามีก็ให้สัญญาว่าจะมอบให้นางได้ครองเช่นกัน

เพ้อฝันก็ดี โกหกก็ช่าง นางยินยอมพร้อมใจติดตามสามีไปทุกหนแห่ง

แต่เพียงชั่วข้ามคืน ความฝันงดงามที่นางมีร่วมกันกับสามี ก็มีอันต้องพังทลายลงไปเพียงเพราะคนไม่กี่คน 

‘องค์ชายสี่’ นั้นเข้าถึงตัวได้ยากเกินไป ส่วนอีกคนนางยังพอมีหวังให้เอาคืน…

‘หลี่เจิ้งป๋อ’ คนผู้นี้เป็นหนึ่งในรายชื่อของคนที่นางต้องการกำจัด บุรุษผู้ทำลายแผนการขององค์ชายรอง จนกระทั่งทำให้จักรพรรดิสืบสาวราวเรื่องมาถึงตัวของลู่เฉินสามีนาง

ถ้าหากคืนนั้น หลี่เจิ้งป๋อไม่สอดมือเข้าไปช่วยเหลือองค์ชายสี่ ป่านนี้องค์ชายสี่ก็คงถูกควบคุมด้วยพิษหนอนกู่ไปแล้ว

ถ้าหากวันนั้น หลี่เจิ้งป๋อไม่ปรากฏตัวในวังหลวงแล้วใช้อุบายหลอกล่อ องค์ชายรองก็จะไม่เพลี่ยงพล้ำจนถูกจับ

และถ้าหากว่า หลี่เจิ้งป๋อไม่ใช้พิษต้านพิษหนอนกู่ เรื่องราวจะไม่มีทางเดินมาสู่จุดจบเช่นนี้ได้ ลู่เฉินก็จะไม่ถูกจับตัวไป ป่านนี้จะเป็นต้ายร้ายดีอย่างไรบ้าง…ก็สุดรู้

แม้ข่าวจะออกมาว่าสามีของนางสิ้นชีพในเหตุการณ์ไฟไหม้จวน แต่นางจะไม่รู้ได้อย่างไร เปลวเพลิงแห่งพลังยุทธ์ที่กล้าแกร่งเพียงนั้นมีเพียงจักรพรรดิแห่งแคว้นเท่านั้นที่ควบคุมได้ ผู้อื่นไม่ล่วงรู้แต่นางนั้นรู้ดี ด้วยเพราะหัวหน้าเผ่าของนางและองค์จักรพรรดิแห่งแคว้นอู๋นั้นมีสัมพันธ์เยี่ยงสหายต่อกัน เพลิงยุทธ์อัคคีของอดีตองค์ชายเสเพลลู่เหวิน เรื่องเล่านี้เป็นที่รู้จักกันดีภายในชนเผ่า

ทั้งหมดล้วนเป็นความผิดของหลี่เจิ้งป๋อ หากไม่มีคนผู้นี้ องค์จักรพรรดิก็จะไม่มีทางสืบสาวเรื่องราวมาถึงสามีของนาง เป็นเพียงบัณฑิตอ่อนแอที่อาศัยเพียงสมุนไพรล้ำค่าเท่านั้นแท้ๆ บุรุษไร้ซึ่งความองอาจห้าวหาญ อาศัยเพียงปัญญายืมมือผู้อื่นกำจัดภัย แม้เจ้าจะกำจัดพิษหนอนกู่ได้ แต่ไม่ได้แปลว่าคนรอบตัวเจ้าจะสามารถต้านทานได้เช่นเดียวกับเจ้า

กลวิธีพิษต้านพิษของหลี่เจิ้งป๋อนั้นมีความเสี่ยงต่อผู้ควบคุมกู่ ครานั้นนางมอบกู่ให้องค์ชายรอง ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ดีนัก ในเมื่อนางไม่อาจทำอันใดคนผู้นี้ได้ นางก็จะทำลายชีวิตของคนรอบตัวของหลี่เจิ้งป๋อให้แตกดับ ในเมื่อหลี่เจิ้งป๋อพรากสามีที่รักของนางไป นางก็จะพรากภรรยาที่รักของหลี่เจิ้งป๋อไปเช่นกัน 

ดังนั้น นางจึงได้อาศัยใบหน้านี้ และในตอนนี้นางก็กำลังยืนอยู่หน้าคฤหาสน์ตระกูลหลี่แล้ว…


เรือนบัวพิสุทธิ์

“ซื่อซื่อ ขอข้าลองจับชีพจรดูหน่อยเถิด”

“ท่านทำเป็นด้วยหรือ?”

“แน่นอน ข้าเรียนรู้มาจากท่านหมอจิ่ว แม้ไม่อาจยกตนว่าเป็นหมอ แต่เรื่องเพียงตรวจจับจับชีพจรของผู้ตั้งครรภ์ ข้าย่อมทำได้” หลี่เจิ้งป๋อเรียนรู้วิชาแพทย์มาจากท่านหมอประจำตระกูลเพื่อมาจับชีพจรให้ภรรยาโดยเฉพาะ เขาไม่อยากกระวนกระวายใจเช่นวันนั้นอีก ไม่อยากให้เหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม ที่ตนนั้นไร้สามารถทำได้เพียงรอคอยการมาถึงของท่านหมอดังที่ผ่านมา

“อืม…ท่านคงเป็นประเภทร้อนวิชา เช่นนั้นก็ตรวจเถิด” อวิ๋นเทียนซื่อยื่นข้อมือให้แก่สามี 

ก่อนที่หลี่เจิ้งป๋อจะได้ตรวจจับชีพจรให้ภรรยา ก็มีบ่าวเข้ามาแจ้งเหตุเรื่องที่ไป๋เยี่ยนหรงล้มป่วยกะทันหัน

“เชิญหมอหญิงไปตรวจดูอาการ หากอาการไม่หนักหนาก็เพียงเลื่อนการเดินทางออกไป แต่หากอาการหนักก็ส่งข่าวบอกกล่าวตระกูลไป๋และตระกูลหลี่ที่เล่าหยาง  ได้เรื่องอย่างไรค่อยนำความมาบอกข้าในภายหลัง อ้อ…ตอนนี้ข้าจะตรวจชีพจรให้ภรรยา หากไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย ห้ามผู้ใดรบกวน วันนี้ตระกูลหลี่ไม่รับแขก!”

ขาดคำ บ่าวรับใช้ผู้นั้นก็ออกไปจัดการตามคำสั่งของผู้เป็นนายโดยทันที แม้หน้าตาจะธรรมดาแต่เท่าที่อวิ๋นเทียนซื่อสังเกตแล้ว ไม่น่าจะเป็นผู้ไร้พลังยุทธ์ เพราะฝีเท้าที่แผ่วเบารวดเร็วนั้นช่างขัดแย้งกับฐานะบ่าวไพร่ธรรมดายิ่งนัก

“ท่านพี่ ท่านจะทำเช่นนี้ไม่ได้ มิใช่ท่านเป็นเสาหลักของตระกูลหรอกหรือ เหตุใดจึงกระทำตนเหลวไหลนัก เท่าที่ข้าจำได้ภาระหน้าที่ของท่านนั้นมากมาย จะปิดประตูไม่ต้อนรับผู้อื่นได้อย่างไร” 

ถูกคนงามตำหนิ หลี่เจิ้งป๋อย่อมไม่อาจนิ่งเฉย

“ซื่อซื่อเจ้าฟังข้าให้ดี สำหรับผู้ปกครองระดับธรรมดา ใช้ความสามารถของตนอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับกลาง ใช้กำลังของคนอื่นอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับสูง ใช้ปัญญาของคนอื่นอย่างเต็มที่ สถานะทั้งสามนี้ ข้าล้วนครอบครองทั้งหมด

ยามข้าเป็นคุณชายใหญ่ตระกูลหลี่ ข้าคือผู้ปกครองระดับธรรมดา อาศัยความสามารถตน ให้ทั้งผู้คนภายนอกและผู้คนภายในตระกูลยอมรับ

ยามข้าเป็นนายท่านหลี่ ข้าคือผู้ปกครองระดับกลาง แบ่งแยกใช้บริวารจัดการเรื่องราวต่างๆ ให้ ตัวข้าเพียงตรวจสอบผลประโยชน์และคำนวณเก็บเกี่ยวเท่านั้น

และในยามที่ข้าเป็นท่านหัวหน้า ข้าคือผู้ปกครองระดับสูง สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชา ใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะด้านของแต่ละคน สั่งสอน ให้โอกาส ตัดสินใจ สั่งการ และรอฟังผล

แต่ยามนี้ ข้า เป็นสามีและกำลังจะเป็นบิดา สถานะทั้งสามของข้า ล้วนสู้เจ้าไม่ได้ เรื่องของเจ้าย่อมมาก่อนเรื่องอื่นเสมอ ซื่อซื่อ…นี่มิใช่เพียงวาจาหวานหูของบุรุษ แต่เป็นวาจาของหลี่เจิ้งป๋อที่กำลังพยายามพิชิตใจภรรยาตนเอง”

อวิ๋นเทียนซื่อฟังหูซ้ายทะลุหูขวา พยักหน้า เออ ออ รับไปอย่างส่งๆ ‘ยามรักน้ำต้มผักยังว่าหวาน ยามชังน้ำตาลยังว่าขม’ เขาไม่อาจเอาชีวิตตนเองไปผูกติดกับคนผู้หนึ่งเพียงเพราะคำพูดหวานหูน่าฟัง เรื่องที่หลี่เจิ้งป๋อเอ่ยมานั้น เขาไม่อาจฟังด้วยหูจดจำด้วยใจ เขาจำเป็นต้องใช้สมองเพื่อจดจำ เวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์คำคน

ยามนี้หลี่เจิ้งป๋อดีต่อเขา เช่นนั้นเขาเองก็จะดีต่อหลี่เจิ้งป๋อเช่นกัน เขาคิดเพียงเท่านี้ เขาเองก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง มีคนมารักใคร่ ดูแล เอาใจใส่ เขาเองย่อมหวั่นไหว แต่ก็ต้องรักษาใจตัวเองให้ดี เพราะหากพลาดพลั้งรักใคร่ลึกซึ้งขึ้นมา ด้วยยุคสมัยและความสามารถอันน้อยนิดของตน น่ากลัวจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก 

หากเขาสามารถรักษาใจตนเองให้นานได้เท่าไหร่ ก็ยิ่งดีต่อตัวเขามากเท่านั้น

“ท่านพี่ ท่านบอกจะตรวจชีพจรของข้ามิใช่หรือ” อวิ๋นเทียนซื่อสูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ก่อนจะดึงบทสนทนาให้ออกห่างจากเรื่องรักใคร่และความในใจของสามี เขายื่นข้อมือออกไปให้อีกฝ่ายลองจับชีพจร

นิ้วมือของหลี่เจิ้งป๋อแตะสัมผัสจุดชีพจรตรงข้อมือของอวิ๋นเทียนซื่ออย่างแผ่วเบา พริบตาก็ดึงนิ้วกลับราวกับกำลังต้องของร้อน

“พลังยุทธ์!?”

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของบุตรชาย ความรู้สึกเช่นนี้ช่างอัศจรรย์นัก พลังยุทธ์บางเบาสายนั้นที่เขาสัมผัสได้ตอกย้ำความจริงเรื่องที่เขากำลังจะได้เป็นบิดา

หลี่เจิ้งป๋ออดไม่ได้ที่จะแนบฝ่ามือกับหน้าท้องแบนราบของอวิ๋นเทียนซื่ออย่างแผ่วเบาทะนุถนอม แม้หน้าท้องยังไม่นูนออกมาแต่เขาก็ลูบเบาๆ อย่างมีความสุข ลืมสิ้นถึงความตั้งใจดั้งเดิม

ชั่วครู่ให้หลัง หลังจากที่ทักทายบุตรชายที่ยังเป็นเพียงเลือดก้อนน้อยจนพอใจ เขาจึงกลับสู่ความตั้งใจแรกเริ่มของตน หลี่เจิ้งป๋อนั่งจับชีพจรให้ภรรยาด้วยตนเองอย่างตั้งใจ ขณะเดียวกันก็ทักทายบุตรชายเป็นระยะ

“เป็นอย่างไรบ้าง แข็งแรงทั้งมารดาและบุตรใช่หรือไม่ท่านหมอหลี่?” อวิ๋นเทียนซื่ออดไม่ได้ที่จะเย้าสามี คนผู้นี้ก็อย่างไร ทั้งที่เจ้าเล่ห์มากอุบาย แต่กลับเผยใบหน้าใสซื่อออกมาเพียงเพราะสัมผัสได้ถึงพลังยุทธ์ของบุตรชาย ทั้งยังมาลูบๆ คลำๆ หน้าท้องแบนๆ ของเขาอย่างลืมตัวอีกต่างหาก 

เมื่ออวิ๋นเทียนซื่อเห็นท่าทางไปไม่เป็นของสามี ก็ทำได้เพียงส่งรอยยิ้มล้อเลียนไปให้ ‘ทั้งที่ร่างกายใหญ่โตแท้ๆ ยังกล้าทำตัวเหมือนเด็กชายตัวน้อย’

นับจากนี้หลี่เจิ้งป๋อจะเป็นคู่ชีวิตของเขา เมื่อหนีไม่ได้ หลบไม่พ้น ก็ต้องปฏิบัติตนให้เข้ากับยุคสมัยนี้ อยู่บ้านอาศัยบิดา แต่งงานอาศัยสามี เมื่อแก่เฒ่าอาศัยลูกหลาน

เขาไม่คาดหวังเรื่องอื่นจากสามี ขอเพียงคนผู้นี้ดีต่อเลือดเนื้อเชื้อไขก็พอ ‘ปลูกต้นไม้บำรุงราก ปลูกฝังคุณธรรมบำรุงจิตใจ’ เขาจะค่อยๆ ลงมือปลูกฝังให้หลี่เจิ้งป๋อรักและทุ่มเทให้บุตรชายผู้นี้ของเขา บุตรก็มีแล้ว สมรสพระราชทานก็รับเอาไว้แล้ว ยามนี้ความเกี่ยวข้องฉันท์สามีภรรยากำลังพัฒนาสู่ก้าวย่างต่อไป เขาจะเป็นมารดา และหลี่เจิ้งป๋อจะเป็นบิดา ตอนนี้สิ่งที่ต้องคิดคือเรื่องลูกเพียงเท่านั้น เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง 

เมื่อปล่อยวางความคิดหลายอย่างลงได้ อวิ๋นเทียนซื่อจึงยื่นมือไปลูบฝ่ามือที่ก่อนหน้านี้ใช้สัมผัสหน้าท้องแบนราบของตนอย่างแผ่วเบาคล้ายกำลังเอาใจ

“ซื่อซื่อ สามีขอบคุณเจ้าที่ตั้งครรภ์บุตรชายให้ข้า”

“บุตรชายท่าน ก็บุตรชายข้าเช่นกัน มีอันใดให้ต้องมาขอบคุณ แล้วท่านก็ยังไม่ได้ตอบข้าเลยว่าชีพจรของข้าเป็นอย่างไร ข้ากับลูกแข็งแรงดีแล้วใช่หรือไม่”

“ดียิ่ง ตามที่ท่านหมอจิ่วเอ่ยออกมาทุกคำ ยาบำรุงขนานนี้ได้ผลดี เมื่อสักครู่ข้าสัมผัสถึงพลังยุทธ์สายน้อยของบุตรชายชัดเจนยิ่งนัก ทั้งที่ยังไม่มีแขนขา เป็นเพียงเลือดก้อนน้อยแท้ๆ แต่กลับสามารถตรวจพบพลังยุทธ์ได้แล้ว ขนาดตัวข้าเองยังต้องใช้เวลาถึงสามเดือนกว่าจะส่งพลังยุทธ์ทักทายผู้อื่นได้ บุตรชายของพวกเรานับว่าเป็นเอกบุรุษผู้เยี่ยมยุทธ์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา…”

“ท่านพี่พอเถอะ ข้าเพียงอยากรู้ว่าลูกข้าแข็งแรงดีหรือไม่ เรื่องอื่นค่อยว่ากันอีกที ท่านมานั่งข้างกายข้าตรงนี้ เสร็จแล้วก็เรียกผู้คนที่กำลังเร้นกายซ่อนตัวออกมา 

ท่านทำงานของท่านไป ข้าจะนั่งแพ้ท้องข้างๆ ท่านเอง ตอนนี้ข้าง่วงอยากเอนหลัง หากท่านไม่คิดจะไปที่ใด ข้าก็จะให้ก้อนเลือดน้อยรับฟังเรียนรู้งานจากบิดาตั้งแต่ตอนนี้เลย มานั่งข้างตั่งนอนข้าแล้วเริ่มทำงานของท่านเถิด”

หลี่เจิ้งป๋อทำตามภรรยาอย่างว่าง่าย เขาเดินไปนั่งข้างร่างน้อยที่เริ่มหลับตาพักผ่อน ก่อนจะเรียกเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาออกมา 

องครักษ์หน่วยเหยี่ยวคนแล้วคนเล่าส่งมอบรายงาน บางคนร่วมปรึกษาและบางคนเพียงรับคำสั่ง ร่างเงาสายหนึ่งจากไป ร่างเงาสายใหม่เวียนเข้ามาแทนที่ เรื่องราวดำเนินไปเช่นนี้ จวบจนองครักษ์เงาของอาจารย์ปรากฏตัวขึ้น

“เรียนท่านผู้บัญชาการหลี่ ฝ่าบาทให้ข้ามาส่งข่าวเรื่องของสตรีเผ่าเหมียวผู้นั้น ยามนี้ยังไม่มีใครสืบพบร่องรอย เพียงแต่พบศพไร้หัวของสตรีผู้หนึ่ง เชื่อว่าคงถูกนำไปทำหน้ากากหนังมนุษย์ หากมีสตรีที่ท่านรู้จักสูญหายเมื่อห้าวันก่อนแล้วกลับมา ขอให้ท่านพึงระวังให้ดี และหากมีสตรีที่ท่านไม่รู้จักแต่พยายามเข้ามาใกล้ชิดท่าน ขอท่านพึงระวังให้ดีเช่นกันขอรับ”

“อืม ตอนนี้ก็พอมีสตรีที่พยายามกระทำเรื่องน่าสงสัยอยู่สี่คน ตอนนี้ข้ากำลังให้คนติดตามดูอยู่เช่นกัน รบกวนท่านแจ้งเรื่องแก่ฝ่าบาทไปตามนี้เถิด หากได้เรื่องเช่นใด ข้าจะส่งทั้งคนทั้งข่าวไปให้ด้วยตัวข้าเอง”

หากไม่เพราะบิดามารดาเป็นผู้ส่งสตรีผู้นี้มา ผนวกกับตระกูลตนมีสัมพันธ์อันดีต่อตระกูลไป๋มาช้านาน เขาคงจะส่งไป๋เยี่ยนหรงพร้อมกับสาวใช้เหล่านั้นให้อาจารย์จัดการต่อแล้ว แม้เป็นเพียงการคาดเดาแต่เขาจะไม่ปล่อยผ่านไปเด็ดขาด เขาจะไม่ละเลยเรื่องเล็กน้อย เพื่อภายหน้าจะได้ไม่เสียใจในภายหลัง ‘จางน่าหลิง’ จะต้องแค้นเขายิ่งกว่าผู้ใด สตรีย่อมมีหนทางแห่งสตรี แค้นคนผู้หนึ่งอาจหาทางลงกับคนผู้หนึ่ง

ความห่วงใยไร้รูปร่างแล่นผ่านกลางใจ หลี่เจิ้งป๋อหันหน้าไปมองภรรยาที่หลับใหลข้างกายตน ก่อนที่กระแสวูบไหวภายในดวงตาจะเปลี่ยนเป็นประกายมุ่งมั่นแน่วแน่เสียยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา

“ภรรยา หากข้ายังอยู่ ใครก็แตะต้องเจ้าไม่ได้!”

“อืม งืม งืม…หนวกหูจริง”

“…”

ความรู้สึกฮึกเหิมก่อนหน้าถูกปัดทิ้งด้วยคำพูดไม่กี่คำ เขาจะทำอะไรได้นอกจากนั่งสั่งการลูกน้องด้วยเสียงที่ไม่หนักไม่เบา กระนั้นก็ไม่อาจถอนสายตาจากอีกฝ่ายได้ ต้องเหลือบมองเป็นพักๆ ดังไปก็เป็นการรบกวนภรรยา เบาไปก็กลัวเจ้าก้อนเลือดน้อยจะไม่ได้ยิน

“หากท่านไม่คิดจะไปที่ใด ข้าก็จะให้ก้อนเลือดน้อยรับฟังเรียนรู้งานจากบิดาตั้งแต่ตอนนี้เลย”

ภรรยาสั่งเอาไว้ก่อนหลับ เขาเองก็ต้องกระทำตามอย่างเคร่งครัด หลี่เจิ้งป๋อเดินเข้าไปโอบอวิ๋นเทียนซื่อไว้แนบอก ก่อนจะอุ้มพาคนในอ้อมกอดให้ไปนอนบนเตียงในหอนอนเพื่อความสบายตัว ไม่ลืมกำชับบ่าวไพร่ในเรือนให้ลงฝีเท้ายั้งน้ำหนักให้เบา ก่อนจะออกไปจัดการกิจการร้านค้าต่างๆ ในฐานะนายท่านหลี่เพื่อให้ผู้คนได้พบเห็นใบหน้าตนเองในสถานที่ต่างๆ ดังเช่นปกติ… 

…โดยหารู้ไม่ว่า ภัยแฝงเร้นคืบคลานจากสตรีผู้หนึ่งจะนำซึ่งบทเรียนมาสู่ตน

_________

สวัสดีจ้า สำหรับตอนนี้ขอบคุณชื่อตอนจากคุณ ghost มากๆ นะคะ ขอบคุณสำหรับไอเดียเมียข้าใครอย่าแตะมากๆ เลยนะคะ ช่วยได้มากจริงๆ ค่า ขอบคุณน้า เจอกันตอนหน้าเน้อ เมียข้าใครอย่าแตะภาค2 ผิดๆ ภรรยาข้า…ใครก็แตะต้องไม่ได้ (๒ จบตอน) มาอ่านนิยายให้ผ่อนคลาย แก้เซ็งแก้เหงาด้วยกันนะคะ ~ วันวานวันวาฬ.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 781 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

  1. #1309 chanchanchan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 23:20
    ถ้าใช้คำว่าบทเรียน หนุนี่ต้มน้ำรอเรยค่ะ
    #1,309
    0
  2. #1042 Minutedao (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 05:04
    น้ำหยดลงหินทุกวัน หินเปลี่ยนเรื่อง5555555จอมยุทธน้อยพลังเหลือล้นนน
    #1,042
    0
  3. #549 naboot (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 09:29
    บทเรียนที่ว่าจะหนักหนามั้ย รอลุ้นต่อตอนต่อไปนะ
    #549
    0
  4. #466 sorrower-2542 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 18:45
    ความหลงเมีย ความรักเมีย และความบูชาเมีย นี่มันพ่อบ้านใจกล้าชัดๆ 55555 ที่ซื่อซื่อมีอาการไวทั้งๆที่อายุครรภ์ยังน้อย คงมาจากที่เจ้าก้อนเลือดนั้นมีพลังยุทธ์ ทำให้ซื่อซื่อที่ร่งกายอ่อนแอแสดงออกได้ง่าย แต่ถ้าอายุครรภ์มากขึ้นล่ะ จะอันตรายมั้ยนะ แต่อาจจะเกิดการสมดุลขึ้นแล้วกะได้
    #466
    1
    • #466-1 Look_Peach(จากตอนที่ 25)
      23 กรกฎาคม 2562 / 19:48
      ไม่เชิงค่ะ คุณแม่ที่เป็นแม่เรือนเราวางให้มีความเหนื่อยล้ากว่าคุณแม่ที่เป็นผู้หญิง อายุครรภ์มากขึ้นก็ยิ่งเหนื่อยกว่าเดิม แต่ในกรณีน้อง น้องมีเด็กน้อยอีกคนที่คอยปรับสมดุลให้ ถ้าพูดไปนี่คือสปอยหนักมากเลย รออ่านตอนต่อไปเรื่อยๆแล้วกันเนาะจะได้ไม่เสียอรรถรส แหะๆ
      #466-1
  5. #398 apisara-mnpp (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 19:04
    ม่ายยยน้อนนนนนนนต้องแลอดภัยนะ
    #398
    0
  6. #389 dewwiizodiac (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 10:10
    หลงลูก หลงเมียขั้นหนักแล้ว 5555
    #389
    0
  7. #300 0862223050 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 12:21
    สามี-ภรรยาคู่นี้เริ่มน่ารักขึ้นเรื่อยๆชั้นหลงรักพวกเค้า
    #300
    0
  8. #216 pranee_2535 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 20:33
    ไม่น้าาาาา ขอให้ปลอดภัยนะน้องงง
    #216
    0
  9. #131 temaripik (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 10:24
    ต้องรอดปลอดภัยนะเจ้าหนู
    #131
    0