ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 24 : ภรรยา…เรามาแต่งงานกันอีกครั้งเถิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,778
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 800 ครั้ง
    11 ก.พ. 63

บทที่ ๒๔ ภรรยา…เรามาแต่งงานกันอีกครั้งเถิด

การมาถึงของไป๋เยี่ยนหรงไม่ได้สร้างความตื่นเต้นใดๆ ให้แก่ผู้คน หลี่เจิ้งป๋อให้คนพาสตรีผู้นี้ไปอาศัยอยู่ที่เรือนพักหลังหนึ่งในคฤหาสน์นอกเมือง เขาไม่ต้องการพบเจอสตรีนางนี้ สำหรับหลี่เจิ้งป๋อ ไป๋เยี่ยนหรงคือตัวปัญหา แม้ตอนนี้นางยังไม่สร้างปัญหาใด แต่เขามีรายงานของสตรีผู้นี้ในมือ สตรีที่หลงใหลเพียงรูปวาดของบุรุษ อุปนิสัยเย่อหยิ่งจองหองเอาแต่ใจ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดบิดามารดาจึงชื่นชอบนัก ให้คิดอย่างไรก็เทียบภรรยาของเขาไม่ได้แม้เพียงปลายเส้นผม 

เขาให้ม้าเร็วส่งข่าวการตั้งครรภ์ของซื่อซื่อแก่บิดามารดาเรียบร้อยแล้ว ในนั้นยังเขียนบอกเล่าเรื่องราวความดีงามต่างๆ ลงไปทั้งหมด ร่ายยาวไปถึงนิสัยใจคอของเจ้าร่างน้อย รวมถึงเรื่องความคิดความอ่านของตัวเขาเอง กระทั่งความรู้สึกแน่นอกที่เขามีต่อภรรยา เขาก็บรรยายลงไปทั้งหมดไม่เก็บงำ ยามนี้จึงเพียงรอการตอบกลับของบิดามารดาเท่านั้น

“ท่านหมอจิ่ว รบกวนท่านช่วยสอนวิธีจับชีพจรคนท้องให้ข้าเสียหน่อยเถิด ข้าอยากสื่อสารกับบุตรชาย” หลี่เจิ้งป๋อรบเร้าจิ่วชางไห่ที่กำลังจะเดินกลับเรือนพัก 

“คุณชายใหญ่ ท่านลืมไปแล้วหรือไม่ ว่าท่านเองก็เป็นผู้มีพลังยุทธ์ผู้หนึ่ง เรื่องค้นหาพลังยุทธ์ของบุตรชาย มิใช่ท่านจะชำนาญกว่าข้าหรือขอรับ!?”

“เช่นนั้นหรือ แต่ข้าก็อยากจับชีพจรให้เป็นอยู่ดี นับอย่างไร เรียนรู้อย่างไร ท่านสอนข้ามาเถิด ข้าจะจดจำเอาไว้ตรวจภรรยาด้วยตัวเอง”

ยามนี้จิ่วชางไห่รู้สึกจนใจยิ่งนัก เขาต้องรับลูกศิษย์เพิ่ม คุณชายใหญ่อยากรู้เพียงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับอนุภรรยาของตน เรื่องอื่นล้วนไม่สนใจ วันนี้เรียนจับชีพจร เมื่อวานเรียนต้มยาบำรุง แล้วพรุ่งนี้เล่าจะอยากเรียนรู้สิ่งใด คงมิใช่อยากจะเรียนรู้ขั้นตอนทำคลอดหรอกกระมัง 

หากเป็นเช่นนั้นเห็นทีคงต้องค้นตำรับตำราหมอทำคลอดกันเป็นการใหญ่ แต่ไหนแต่ไรมาเขาถนัดรักษาโรคภัย เป็นเพียงหมอชรารักษาโรค หาใช่หมอทำคลอดไม่ ความรู้เรื่องนี้เขาก็รู้มาจากตำรา ไม่เคยทำคลอดให้ผู้ใดมาก่อน…

“เรียนนายท่าน คุณหนูไป๋กำลังมุ่งหน้ามาที่คฤหาสน์ตระกูลหลี่ขอรับ”

“ไม่พบ! ไล่กลับไป!”

“แต่คุณหนูไป๋ กล่าวว่านายผู้เฒ่าฝากจดหมายมากับนางขอรับ”

“หึ บิดามารดาข้าช่างมากแผนการ วางเล่ห์กลได้แม้กระทั่งกับบุตรชายที่ปกป้องตระกูล เจ้าไปแจ้งฮูหยินให้ทราบเรื่อง…ไม่ต้อง! เดี๋ยวข้าจะไปเอง” 

หลี่เจิ้งป๋อทอดทิ้งจิ่วชางไห่ที่กำลังติดอยู่ในภวังค์ความนึกคิดของตนด้วยท่าทางราวกับ…คิดบางอย่างไม่ตก เขาไม่รีรอให้ผู้ใดคิดสิ่งใดต่อ เร่งรุดทะยานกายเพื่อส่งข่าวแจ้งเรื่องแก่ภรรยาด้วยตัวเองอย่างรวดเร็ว ‘เรื่องนี้สมควรบอกกล่าวด้วยตนเอง เพื่อแสดงจุดยืนแก่ภรรยา’


ภายในเรือนบัวพิสุทธิ์

“ฮ้าว…” อวิ๋นเทียนซื่อที่ตาจะปิดแหล่มิปิดแหล่ พลันต้องตกใจจนดวงตาเบิกกว้าง ด้วย จู่ๆ หลี่เจิ้งป๋อก็โผล่มาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขาอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง รู้สึกตัวอีกทีตนเองก็ถูกอีกฝ่ายรวบเข้าสู่วงแขนอบอุ่น โดนกอดแน่นเสียจนอึดอัดไปหมด

“ซื่อซื่อ ข้ามีเรื่องมาเล่าให้ฟัง ทั้งอยากขอความเห็น”

“ท่านพี่ ปล่อยข้าก่อนได้หรือไม่ ข้าอึด…อัด”

“ซื่อซื่อ…”

“เล่ามา! ท่านอยากเล่าอะไรก็รีบเล่ามา หากอยากกอดก็กอดไป แต่คลายอ้อมกอดให้หลวมลงหน่อย อย่ากอดแน่นมาก ข้าอึดอัดจริงๆ” หลี่เจิ้งป๋อคลายอ้อมกอดลง แล้วจึงเริ่มเล่าเรื่องราวที่ได้รับรายงานมาให้อีกฝ่ายฟัง พร้อมขอความคิดเห็นจากร่างน้อยในอ้อมกอดหลวมๆ สายตายังคงตรึงอยู่บนดวงหน้าหวานหยด

“หากซื่อซื่อไม่อยากให้ข้าพบไป๋เยี่ยนหรง ข้าจะให้คนไปไล่นางทันที ขอแค่ภรรยาสั่งการ หากบอกให้ข้าไปทางซ้าย ข้าจะไม่ไปทางขวาโดยเด็ดขาด” ฟังแล้วอวิ๋นเทียนซื่อพลันตวัดสายตามองคนที่กำลังคุกเข่าโอบกอดตนเองอยู่ในขณะนี้ด้วยความไม่ชอบใจ เหตุใดเรื่องแค่นี้ก็ต้องมาถามความเห็นของเขา

“ท่านพี่ มิใช่ท่านบอกจะปกป้องข้าหรือ เหตุใดเรื่องเพียงเท่านี้ก็นำมารบกวนช่วงเวลาแพ้ท้องของข้าเช่นนี้ได้”

วันนี้ท่านหมอจิ่วบอกชัดแจ้งแล้วว่าชีพจรมงคลนั้นชัดเจนเพียงใด บุตรชายของเขาส่งพลังยุทธ์ทักทายท่านหมอจิ่วอย่างไม่ตระหนี่ถี่เหนียว แม้กระทั่งตัวเขาเองก็เริ่มมั่นใจเช่นกัน ‘ท้องแน่ๆ เตรียมห้องคลอดรอได้เลย’

ระยะนี้เขามีอาการง่วงงุนอยู่เป็นนิจ อาเจียนบ้างประปราย สามีก็สมองกลับ จากผู้ใหญ่ก็กลายมาเป็นเด็ก เลียนแบบเขาทุกอย่าง ทั้งนอนกลางวันและยังอาเจียนไปพร้อมกับเขาอีกด้วย วันทั้งวันก็ช่างสรรหาอาหารรสชาติแปลกมาให้เขาได้ลิ้มลอง ซ้ำยังกินเก่งเสียยิ่งกว่าเขาเสียอีก บางทีเขาก็ไม่แน่ใจ ว่าใครกันแน่ที่กำลังตั้งครรภ์

“เช่นนั้น ข้าจะถือว่าภรรยาหึงหวง จะให้คนไล่นางกลับไปยังที่ที่นางจากมา”

“รอเดี๋ยว! ข้าว่าท่านควรพบนางสักนิด รับจดหมายจากนาง และพิจารณานางเสียหน่อย อย่างไรนางก็เป็นถึงคุณหนูตระกูลไป๋ ไม่ว่าท่านจะรับน้ำใจจากนางหรือไม่แต่ก็ไม่ควรถึงขั้นแตกหัก หากนางไม่มีดี บิดาและมารดาของท่านคงไม่ส่งมาให้ดูตัวเป็นแน่” จู่ๆ อวิ๋นเทียนซื่อก็อยากจะเห็นคุณหนูไป๋ผู้นี้ขึ้นมา เขาอยากประเมินสถานการณ์ จะอย่างไรเมื่อไร้ทางถอย ก็ควรรู้เขารู้เรา ตอนนี้เขามีหลี่เจิ้งป๋อให้ท้าย ส่วนคุณหนูผู้นั้นก็มีพ่อแม่สามีคอยสนับสนุน นับว่าสูสีกันอยู่ อีกอย่างเขาต้องการดูท่าทีของหลี่เจิ้งป๋อยามเมื่ออยู่ต่อหน้าคนงามซ้ายและขวา

‘ข้าจะใจอ่อนหรือไม่ คงต้องดูทีท่าของเจ้าในครั้งนี้เสียแล้วล่ะ เจ้าสามีของข้าเอ๋ย แค่กๆ’


ไป๋เยี่ยนหรงพร้อมสาวใช้ประจำตัวถูกนำทางให้มานั่งรออยู่ที่โถงรับแขกภายในคฤหาสน์ตระกูลหลี่นางมองประเมินการตกแต่งภายในห้องนี้อย่างพึงพอใจ ภาพวาดล้ำค่า เครื่องเรือนหรูหรา ทุกสิ่งรอบตัวล้วนแต่ประณีตงดงาม สมแล้วที่เป็นตระกูลวาณิชย์หลวงแห่งแคว้น

“คุณหนูเจ้าคะ ที่นี่ช่างใหญ่โตงดงามยิ่งนัก เหตุใดคุณชายใหญ่จึงไม่รับรองให้คุณหนูเข้าพักที่นี่ล่ะเจ้าคะ” มู่เสี่ยสาวใช้คนสนิทของไป๋เยี่ยนหรงเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ จวนนอกเมืองแห่งนั้นเมื่อเทียบกับที่แห่งนี้ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว

“เรื่องนี้เจ้าอย่าได้ปากยื่นปากยาว เจ้าบ้านจัดการให้อาศัยที่ใด ข้าที่เป็นเพียงแขกผู้มาอาศัยก็ต้องพักอยู่ในที่ที่เจ้าบ้านจัดการให้ ไม่อาจเลือกสถานที่ตามใจตน วันนี้ข้าเพียงมาส่งจดหมายและตั้งใจมาเยี่ยมเยียนคุณชายใหญ่เพียงเท่านั้น เจ้าอย่าพูดจามากความ หากผู้อื่นได้ยินเข้าจะไม่ดี” 

แม้ไป๋เยี่ยนหรงจะเห็นด้วยกับคำพูดของบ่าวคนสนิท แต่นางก็ยินดีรอ รอให้บุรุษที่นางหลงใหลได้ยลโฉมของนางก่อนเถิด นางมั่นใจในความงามของตน วันนี้นางแต่งกายงดงามประณีตเป็นพิเศษ อีกทั้งนางเองก็ยังสาวสะพรั่ง ฐานะหรือก็เหมาะสมกัน ต่างเป็นบุตรที่เกิดจากภรรยาเอกด้วยกันทั้งสิ้น บิดาของนางกับท่านลุงท่านป้าก็ล้วนเป็นสหายมาแต่เก่าก่อน ด้วยเหตุนี้ไป๋เยี่ยนหรงจึงคิดเข้าข้างตนเอง ในความคิดของนาง ไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลหลี่เท่านางอีกแล้ว

ใช้เวลาเพียงหนึ่งก้านธูป การมาถึงของหลี่เจิ้งป๋อและอวิ๋นเทียนซื่อ ก็ได้หยุดความคิดลำพองตนของไป๋เยี่ยนหรงไปเสียสิ้น หลี่เจิ้งป๋อเดินจับจูงภรรยาของตนเข้ามาภายในโถงรับแขก เขาเพียงปรายตามองไป๋เยี่ยนหรงเพียงเล็กน้อยก่อนจะรับการคารวะจากแขกผู้มาเยือน

“คารวะคุณชายหลี่ ข้าไป๋เยี่ยนหรง บุตรสาวคนที่สามของสกุลไป๋แห่งเล่าหยาง ที่เดินทางมาวันนี้ก็เพื่อส่งมอบจดหมายจากท่านลุงท่านป้าแก่คุณชายหลี่เจ้าค่ะ” ไป๋เยี่ยนหรงส่งมอบจดหมายให้หลี่เจิ้งป๋อด้วยตนเอง ก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างพยายามรักษามารยาท

“ท่านนี้คือ…”

“นี่คือภรรยาข้า อวิ๋นเทียนซื่อ” หลี่เจิ้งป๋อเอ่ยแนะนำภรรยาตน แต่ไม่คิดแนะนำแขก สำหรับเขาแล้วไป๋เยี่ยนหรงไม่นับเป็นอะไรได้ จึงละเลยนางไป 

ภายในระยะเวลาอันสั้นไม่กี่อึดใจ หลี่เจิ้งป๋อพลันถูกไหน้ำส้มครอบงำ ด้วยเพราะเขาไม่พอใจสายตาของภรรยาที่กำลังจดจ้องสตรีอื่น ไม่อาจรู้ได้ว่าอารมณ์ปรวนแปรฉับพลันนี้เกี่ยวเนื่องกับการแพ้ท้องแทนเมียหรือไม่ แต่ภาพที่สะท้อนสู่ครรลองสายตานั้นช่างน่าโมโหนัก ‘หึ! ไป๋เยี่ยนหรง เจ้าคิดแต่งกายเช่นนี้มาให้ใครดูกัน สตรีในห้องหอเช่นใดจึงกล้าเปิดเผยสัดส่วนเพียงนี้’

ไป๋เยี่ยนหรงรอฟังหลี่เจิ้งป๋อกล่าวแนะนำชื่อเสียงเรียงนามของตนแก่อนุแปดผู้นั้น แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่ได้ยินคำใดอีก นางจึงเพียงยิ้มเจื่อนออกมาอย่างเก้อเขินแล้วแนะนำตัวเองออกไป อวิ๋นเทียนซื่อและไป๋เยี่ยนหรงจึงได้คารวะซึ่งกันและกัน จากนั้นมารยาทแห่งพิธีรีตองก็เป็นอันจบสิ้นลง

‘นับว่าคุณหนูไป๋ผู้นี้เป็นสาวงามผู้หนึ่ง แต่แล้วอย่างไรเล่า เหล่าอนุภรรยาของหลี่เจิ้งป๋อล้วนงดงาม แม้กระทั่งข้าเองก็ถือว่าเป็นคนงามผู้หนึ่ง อืม…ท่าทางหรือก็ดูด้อยกว่าเหล่าคุณหนูทั้งหลายในเมืองหลวงอยู่มาก เช่นนั้นเพราะเหตุใดบิดามารดาของหลี่เจิ้งป๋อจึงถูกใจคุณหนูไป๋ผู้นี้ ใสซื่อหรือ? ไม่! สะใภ้ตระกูลหลี่จะให้คนใสซื่อรับตำแหน่งไปได้อย่างไร เช่นนั้นเพราะเหตุใดกันเล่า…’ อวิ๋นเทียนซื่อขบคิดเรื่องราวอยู่ในภวังค์ตนเองอยู่เช่นนั้น ลืมกระทั่งสามีที่กำลังนั่งทำตัวเป็นไหน้ำส้มอยู่ข้างกาย

หลังจากที่หลี่เจิ้งป๋อได้อ่านจดหมายของบิดามารดา ก็ทำเพียงส่งสัญญาณบางอย่างออกไปให้องครักษ์เงารับรู้อย่างแกนๆ

จดหมายฉบับนี้เป็นเพียงจดหมายบอกกล่าวกำชับให้เขาดูแลต้อนรับไป๋เยี่ยนหรงให้ดี หาได้มีใจความสำคัญอื่นใดไม่ จดหมายร่ายยาวสอบถามถึงอาการต้องพิษของเขาก็จริง แต่หากบิดามารดาเป็นห่วงเขาเช่นคำกล่าวในจดหมายจริง ท่านทั้งสองคงเดินทางมาด้วยตนเองแล้ว หลี่เจิ้งป๋อส่งจดหมายให้ภรรยาอ่าน ก่อนจะสำรวจความผิดปกติของสองนายบ่าวเบื้องหน้า

ทว่า…ภรรยาของเขาไม่ยอมรับจดหมายไป ทำเพียงนั่งประเมินไป๋เยี่ยนหรงอยู่เช่นนั้นไม่วางตา เดิมที่เขาตั้งใจถ่วงเวลาให้ไป๋เยี่ยนหรงได้อยู่ต่อเพื่อชมความครึกครื้นที่กำลังจะมอบให้ แต่ในตอนนี้เขานึกอยากเปลี่ยนใจเสียแล้ว ‘ซื่อซื่อ เหตุใดเจ้าลอบจดจ้องผู้อื่นเช่นนั้น นางมีอะไรน่ามองกัน’ ไม่ลืมว่าซื่อซื่อเคยเปรียบตนเป็นชายชาตรี เป็นบุรุษที่อยากแต่งเมีย สายตานั้นกำลังทำให้เขาหวั่นใจ

“ซื่อซื่อ จดหมาย รับไปอ่านเสีย เจ้าจะได้รู้ว่าข้าหาใช่คนต้นคิด”

“อ๊ะ…อืม” เจ้าบ้านี่เหตุใดไม่แอบส่งให้อ่านทีหลัง กระทำการเช่นนี้มิใช่กำลังหักหน้าดรุณีน้อยตรงหน้าหรือ เช่นนี้หากเรื่องราวรู้ถึงหูพ่อแม่สามี ต่อไปเขาจะเป็นอย่างไรเล่า

ยังไม่ทันที่อวิ๋นเทียนซื่อจะคิดการอันใดต่อ เสี่ยวผิงจื่อก็เดินเข้ามาพร้อมกับอาเป่า ก่อนจะแยกย้ายกันเข้าไปรายงานถึงการมาเยือนของมหาขันทีหลิวกงกงต่อเจ้านายของตนเอง

‘ไม่มีใครเป็นที่พึ่งพาให้ข้าได้ดีเท่าท่านอาหญิงอีกแล้ว’ หลี่เจิ้งป๋อและผู้คนภายในคฤหาสน์ตระกูลหลี่ล้วนต่างออกมานั่งคุกเข่าเพื่อรอรับราชโองการ

“คุณชายใหญ่สกุลหลี่ หลี่เจิ้งป๋อ และอนุภรรยาคนที่แปด อวิ๋นเทียนซื่อ รับราชโองการ…เนื่องจากหลี่เจิ้งป๋อมีความดีความชอบในการช่วยเหลือปราบกบฏอดีตอันอ๋อง และยังช่วยเหลือบ้านเมืองด้วยการให้ความร่วมมือในส่วนภาคงานราชการหลายครั้ง รวมถึงสนับสนุนบริจาคทรัพย์ให้แก่ผู้ยากไร้ไม่เคยขาด นับเป็นผู้สร้างคุณูปการหลายอย่างภายในแคว้นผู้หนึ่ง ทั้งยังเป็นบุรุษมั่นรัก มีใจผูกพันเสน่หาต่ออวิ๋นเทียนซื่อผู้เป็นอนุภรรยาแต่เพียงผู้เดียว เพื่อเห็นแก่ความรักของคนทั้งคู่ เรา…จักรพรรดิแห่งแคว้นอู๋ จึงมอบสมรสพระราชทานแก่หลี่เจิ้งป๋อและอวิ๋นเทียนซื่อ ฤกษ์มงคลในอีกสองเดือนข้างหน้าให้จัดงานมงคลสมรสอย่างเป็นทางการ จบราชโองการ”

สิ้นเสียงประกาศราชโองการ หลี่เจิ้งป๋อและอวิ๋นเทียนซื่อจึงค้อมกายร่วมกันน้อมรับราชโองการโดยพร้อมเพรียง หลี่เจิ้งป๋อมอบทองคำแท่งโตให้แก่หลิวกงกงและผู้ร่วมขบวนในการประกาศสมรสพระราชทานของเขาและภรรยาในครั้งนี้อย่างมือเติบ

“ซื่อซื่อ เรามาแต่งงานกันอีกครั้งเถิด ครั้งนี้ข้าจะได้รับเจ้าเข้าทางประตูหน้าให้ถูกต้อง และร่วมผูกผมรวมใจเป็นหนึ่ง ซื่อซื่อ…”

‘แต่งก็แต่งสิ ข้ายังจะพูดอะไรได้อีกล่ะ สมรสพระราชทานเชียวนะ คนตัวเล็กๆ เช่นข้า ปฏิเสธได้ด้วยหรือ’

อวิ๋นเทียนซื่อทำเพียงพยักหน้ารับคำของสามี แม้จะไม่ได้พูดอะไรออกไป แต่ในมือก็รับม้วนราชโองการมาถือเอาไว้แล้ว หลี่เจิ้งป๋อส่งสายตาอ่อนโยนให้แก่ผู้เป็นภรรยา การกระทำสำคัญกว่าลมปาก ภรรยาผู้นี้เป็นเขารับมาด้วยตนเอง ไม่ว่าอย่างไรผู้ใดก็ไม่อาจแตะต้อง สมรสพระราชทานในครั้งนี้คือคำชี้แจงของเขาที่มอบให้แก่บิดามารดา รวมทั้งสตรีสกุลไป๋ที่ยืนร่วมเป็นสักขีพยานให้เขาและภรรยาในขณะนี้ด้วย

ไป๋เยี่ยนหรงคล้ายกำลังตกจากหน้าผาแล้วร่วงหล่นสู้ก้นเหวลึก นางประจักษ์แจ้งแก่ใจแล้ว ความจริงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าในยามนี้ช่างชัดเจนเหลือเกิน

ดวงตาที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนยามเมื่อมองอนุภรรยาผู้นั้น หาใช่ดวงตาแข็งกร้าวดังที่ใช้มองนางไม่ รวมถึงท่าทางไม่พอใจแกมหึงหวงอย่างไร้สาเหตุ…ต่อให้นางโง่งมอย่างไร การกระทำโจ่งแจ้งเพียงนี้นางย่อมดูออก ‘แม้บุปผามีใจ แต่จนใจที่สายน้ำไร้ไมตรี ข้า ‘ไป๋เยี่ยนหรง’ บุตรีสกุลไป๋แห่งเล่าหยาง ในเมื่อสายน้ำไร้ใจ ข้าเองย่อมมีศักดิ์ศรีของข้าเช่นกัน’

“ข้าขอเป็นตัวแทนสกุลไป๋ แสดงความยินดีต่อท่านทั้งสองด้วยนะเจ้าคะ วันนี้ข้าได้ส่งมอบจดหมายของท่านลุงท่านป้าแล้ว ธุระของข้าได้เสร็จสิ้นลงแล้ว วันพรุ่งก็ตั้งใจจะเดินทางกลับเล่าหยางแต่รุ่งสาง เช่นนั้นข้าคงต้องขอกล่าวคำลาแก่ท่านทั้งสองในวันนี้เลย”

หลี่เจิ้งป๋อยิ้มออกมาอย่างสมใจ เขารอคำนี้อยู่นานแล้ว “เชิญคุณหนูไป๋เดินทางพร้อมกับคนของข้าเถิด ข้าตั้งใจจะส่งคนไปรับบิดามารดาที่เล่าหยางพอดี ข้าเองก็จะได้วางใจ ด้วยเพราะห่วงความปลอดภัยของคุณหนูไป๋และผู้ร่วมเดินทางเช่นกัน”

อวิ๋นเทียนซื่อทำหน้าเหม็นเบื่อสามีตนเองอีกครั้ง เรื่องราวใดๆ ล้วนจบลงด้วยราชโองการเพียงแผ่นเดียว เขาหรือสู้อุตส่าห์ขบคิด เรือยังไม่ออกจากท่า ก็มาถูกตบตายตั้งแต่อยู่บนฝั่งเช่นนี้ เขา…ไร้ซึ่งถ้อยคำใดๆ จะเอื้อนเอ่ย


สายตาอาฆาตมาดร้ายที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด ได้เปิดเผยออกมาทันทีที่รถม้าวิ่งออกห่างจากคฤหาสน์ตระกูลหลี่ ‘พวกเจ้าเสวยสุข ส่วนข้ากลับต้องทนทุกข์ทรมาน หลี่เจิ้งป๋อ เจ้าพรากชีวิตคนรักของข้าไป เจ้าก็ต้องตอบแทนด้วยชีวิตคนรักของเจ้าให้ข้าเช่นกัน’

สองสตรีที่นั่งอยู่บนรถม้าที่มีการคุ้มกันหนาแน่น ผู้หนึ่งเสียน้ำตาด้วยเพราะจนใจที่บุรุษที่ผูกใจปฏิพัทธ์นั้นไร้ไมตรีตอบ ผู้หนึ่งเสียน้ำตาด้วยเพราะสงสารผู้เป็นนาย ต่างฝ่ายต่างมีความคิดของตน ชั่วขณะที่สองนายบ่าวร่ำไห้คร่ำครวญ ในห้วงเวลานี้ดวงตาของคนทั้งคู่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแต่กลับพร่ามัวในจิตใจ ไม่อาจรู้ได้ว่าเป็นใครที่ลวงใคร แม้ต่างเรื่อง ต่างวาระ แต่ก็ล้วนเป็นสตรีผู้มีความเสียใจอย่างแท้จริง…

_____________

อ่านให้สนุกนะคะ อ่านแก้เซ็งแก้เครียดกัน เจอกันตอนหน้านะคะ ~ วันวานวันวาฬ.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 800 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

  1. #1747 tiks (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 18:08
    เรื่องริดร้ายเป็นความคิดของใคร

    คุณหนูไป๋รึเปล่า
    #1,747
    0
  2. #1431 the01yunosama (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 18:44
    ว๊ายยยยยยย มาเป็นตัวประกอย
    #1,431
    0
  3. #1308 chanchanchan (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 23:03
    เนี่ยยยยหลานสะใภ้ไม่ต้องอาหญิงฟาดเองงงง เริ่ดมากเพคะท่านอา
    #1,308
    0
  4. #1275 Run09 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 11:17
    โหหหห เรื่องราวเริ่มซับซ้อน
    #1,275
    0
  5. #1041 Minutedao (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 13:59
    พระราชสมรสประทาน รวดเร็วดีจริงๆ
    #1,041
    0
  6. #402 NurseryAha (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 04:28
    นังบ่าวใช่มั้ยที่คิดร้ายยยย อย่าทำอะไรน้องนะ
    #402
    0
  7. #293 0862223050 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 22:35
    อ้าว ภัยร้ายกำลังมา ดูภรรยาให้ดูล่ะเจ้าสามีเฮงซวย -0-
    #293
    0
  8. #215 pranee_2535 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 20:16
    นังสองนายบ่าว อย่าทำอะไรน้องนะ
    #215
    0
  9. #130 temaripik (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 10:10
    ท่านชายรองแม่นบ่
    #130
    0