ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 22 : ภรรยา…ข้าสำนึกแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,665
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 876 ครั้ง
    11 ก.พ. 63

บทที่ ๒๒ ภรรยา…ข้าสำนึกแล้ว

หลี่เจิ้งป๋อเดินวนเวียนไปมา สายตาจับจ้องท่านหมอจิ่วที่กำลังตรวจจับชีพจรของอวิ๋นเทียนซื่อครั้งแล้วครั้งเล่า เวลาล่วงเลยไปถึงสองก้านธูปแล้ว เหตุใดจึงยังจับชีพจรของภรรยาเขาอยู่เช่นเดิม 

ไยจึงเนิ่นนานนัก!

“ท่านพี่! ท่านกำลังทำให้ข้าวิงเวียน ทั้งยังทำตัวรบกวนท่านหมอจิ่ว ท่านดูเถิด นานเพียงนี้ท่านหมอยังตรวจนับชีพจรข้าไม่ได้ การตรวจจับชีพจรต้องใช้สมาธิ ยิ่งเป็นชีพจรของคนป่วยไข้ก็ยิ่งบางเบาตรวจจับนับยาก…ท่านหยุดเดิน แล้วไปนั่งตรงนั้นเสียโดยดี ห้ามขยับเขยื้อนจนกว่าท่านหมอจิ่วจะจับชีพจรให้ข้าแล้วเสร็จ!”

หลี่เจิ้งป๋อทำตามคำสั่งภรรยาอย่างว่าง่าย ไม่โต้เถียงใดๆ แม้เขาจะเป็นห่วงคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียง แต่ก็คิดตามและเข้าใจความหมายที่ภรรยาสื่อออกมา ที่ซื่อซื่อของเขากล่าวมานั้นล้วนแต่จริงทุกคำ เป็นเขาเองที่ก่อกวนสมาธิผู้อื่น

พอเห็นบุรุษร่างกายสูงใหญ่ทำตัวว่าง่าย จิ่วชางไห่ก็รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก เขาเป็นหมอเก่าแก่ประจำตระกูลหลี่มาช้านาน ไม่เคยแม้สักครั้งที่จะพบเจอเหตุการณ์เช่นเมื่อครู่ 

คุณชายใหญ่ลงให้อนุภรรยาเช่นนั้นหรือ แม้จะเคยได้ยินข่าวลือของอนุแปดผู้นี้อยู่บ้าง ทว่าคำเล่าลือเรื่องความโอหังอวดดีจอมปลอมอะไรนั่น เขาไม่เคยเชื่อ ผู้นำตระกูลเช่นคุณชายใหญ่จะยอมให้ผู้อื่นลุกขึ้นมาลูบศีรษะตนเองได้อย่างไร แต่…เท่าที่ดูจากเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ ท่าทางเรื่องราวที่เขาเคยได้ยินมาจะเป็นเรื่องจริงแน่แล้ว

ใช้เวลาตรวจชีพจรอีกหนึ่งก้านธูป จิ่วชางไห่จึงหันหน้ามองไปทางหลี่เจิ้งป๋อ ส่งความนัยผ่านทางสายตา หลี่เจิ้งป๋อเห็นดังนั้นจึงสะบัดมือส่งสัญญาณบอกให้บ่าวไพร่ออกไปด้านนอกทั้งหมด ก่อนจะเอ่ยถามอาการของภรรยา

อวิ๋นเทียนได้แต่นอนกะพริบตาปริบๆ เขารู้สึกอ่อนล้ายิ่งนัก แต่ก็อยากรู้อาการของตนเองจึงยังข่มอาการง่วงงุนเอาไว้ และนอนรอฟังอย่างเงียบๆ

“คุณชาย ชีพจรของอวิ๋นอี๋เหนียงนั้นคล้ายชีพจรมงคล แต่ก็ไม่ชัดแจ้งนัก เนื่องด้วยเกอนั้นไม่มีระดูเฉกเช่นสตรี ทั้งระยะเวลาก็ยังถือว่าน้อยจนเกินไป จึงไม่อาจบอกได้ชัด จังหวะเต้นของชีพจรก็ไม่สม่ำเสมอ เดี๋ยวอ่อน เดี๋ยวแรง คิดว่าเดิมทีอวิ๋นอี๋เหนียงคงมีสุขภาพไม่สู้ดีอยู่เป็นทุนเดิม 

ซึ่งสาเหตุหลักน่าจะมาจาก เอ่อ…อุบัติเหตุตกน้ำในครานั้น เพราะไม่ได้รักษาให้ทันท่วงทีร่างกายจึงยังมีไอเย็นตกค้าง ยามนี้ต้องบำรุงให้มาก ข้าจะเพิ่มตัวยาในยาบำรุงที่อวิ๋นอี๋เหนียงใช้ดื่มเป็นประจำ และช่วงระยะนี้ไม่อาจกระทำตนให้เหนื่อยจนเกินไป ออกกำลังได้ แต่ยังไม่อาจฝึกกระบวนยุทธ์เด็ดขาด เพราะถ้าหากเป็นชีพจรมงคลขึ้นมาจริงๆ ก็อาจจะส่งผลให้ได้รับอันตรายต่อทั้งมารดาและบุตรขอรับ”

เมื่อสิ้นเสียงของหมอจิ่ว อวิ๋นเทียนซื่อก็ตาสว่างขึ้นมาทันที ความง่วงงุนที่เคยถาโถมใส่ล้วนสลายหายไป รู้สึกชาวาบทั่วทั้งลำตัว ภาพโดยรอบก็ล้วนแต่ขาวโพลน เมื่อตั้งสติได้เขาจึงหันไปมองคนที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างเตียง หลี่เจิ้งป๋อเองก็กำลังยืนมองเขาอยู่เช่นกัน คนผู้นี้มองเขาด้วยสายตาที่เขาเองก็อ่านไม่ออก

อวิ๋นเทียนซื่อมองสามีตาแข็ง แม้จะไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา แต่หลี่เจิ้งป๋อย่อมรับรู้ถึงอารมณ์ของภรรยาตนเองเป็นอย่างดี ‘แม่เสือของเขากำลังโมโห’

“รบกวนท่านหมอจิ่วแล้ว กระสายเพิ่มสรรพคุณตัวยาหรือสมุนไพรล้ำค่าอันใดล้วนสั่งมาได้เต็มที่ ใช้เพียงของที่ดีที่สุดเพียงเท่านั้น ท่านหมอมีเรื่องอื่นกำชับเพิ่มเติมอีกหรือไม่”

“ช่วงระยะนี้ข้าต้องขอมาตรวจชีพจรของอวิ๋นอี๋เหนียงทุกวันขอรับ เพราะหากเป็นชีพจรมงคลขึ้นมา ครรภ์นี้เสี่ยงยิ่งนัก ด้วยเพราะสุขภาพร่างกายของอวิ๋นอี๋เหนียงนั้นอ่อนแอไม่สู้ดี ซ้ำร่างกายยังอ่อนเพลียสะสม หากเป็นไปได้ข้าอยากกลับมาอยู่ที่คฤหาสน์แห่งนี้แทนการอยู่อาศัยที่คฤหาสน์นอกเมือง”

“ดี นับจากนี้ท่านอาศัยอยู่ที่นี่ด้วยกันเลย ว่าแต่…ท่านหมอ หากข้าจะเคลื่อนย้ายพาภรรยาไปอยู่ที่เล่าหยาง ท่านคิดว่าจะเป็นอย่างไร ทำได้หรือไม่”

“ยังไม่ได้ขอรับ ชีพจรยังเต้นไม่ชัดเจน ที่ข้าจับชีพจรแผ่วเบาสายนั้นได้ก็เพราะมีพลังยุทธ์สายอ่อนๆ ที่เต้นแทรกเข้ามา คล้ายมีคล้ายไม่มีเท่านั้น ด้วยเพราะอนุแปดเป็นเกอข้าจึงคาดว่าพลังยุทธ์บางเบาสายนั้นเป็นของคุณชายน้อยผู้เป็นเอกบุรุษขอรับ 

ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่อาจชี้ชัด ด้วยเพราะระยะเวลาระหว่างตั้งครรภ์นั้นยังไม่นาน นับเวลาดูแล้วถือว่ารวดเร็วนักที่จะเอ่ยสรุป อีกทั้งอาการต่างๆ ก็ยังไม่ชัดเจน แต่ก็มีความเป็นไปได้ถึงหกในสิบส่วน เป็นไปได้อย่างมากที่อวิ๋นอี๋เหนียงจะตั้งครรภ์ 

ดังนั้นระยะนี้จึงไม่อาจเคลื่อนย้ายเดินทางไกล หากว่าพลังชีวิตของนายน้อยยังไม่แข็งแรง มารดาก็จะอยู่ในภาวะเสี่ยง เพื่อความปลอดภัยของบุตรและมารดา สมควรพักผ่อนอยู่กับที่ ไม่อาจตรากตรำเดินทางขอรับ”

หลี่เจิ้งป๋อแม้นรู้สึกตื้นตันยินดีแต่เขาก็เป็นกังวลไม่น้อย เพราะเท่าที่เขาได้ฟังจากท่านหมอจิ่วถึงสุขภาพร่างกายของร่างน้อยบนเตียงแล้ว ในใจก็ให้รู้สึกผิดต่ออีกฝ่ายยิ่งนัก

เรื่องราวการจมน้ำในครานั้น ได้บั่นทอนสุขภาพร่างกายของภรรยาเขาไปไม่น้อยจริงๆ แต่ก่อนเขาเพียงคิดว่าจะหาทางชดเชยเรื่องนี้ให้แก่ภรรยา ไม่ได้คิดลึกซึ้งถึงผลกระทบเก่าก่อนอื่นใด 

พอยามนี้เมื่อได้รับฟัง เขาจึงรู้สึกผิดและหวาดกลัวไปพร้อมกัน

หากมองย้อนไป… 

หากวันนั้นต้องสูญเสียคนผู้นี้ไป…  

ยิ่งคิดหลี่เจิ้งป๋อก็ยิ่งใจหาย ความรู้สึกเช่นนี้เขาไม่เคยเป็นมาก่อน

‘ล้วนเป็นข้าที่ผิดต่อภรรยาครั้งแล้วครั้งเล่า การที่ซื่อซื่อเอาใจออกห่าง ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้’ หลี่เจิ้งป๋อส่งสายสายตาสำนึกเสียใจให้แก่อวิ๋นเทียนซื่อ 

แต่ทว่า…เวลานี้อวิ๋นเทียนซื่อไม่มีกะจิตกะใจจะไปรับรู้สายตาของใคร เขาถูกคำว่า ชีพจรมงคล! ตั้งครรภ์! มารดาและบุตร! เข้าจู่โจมกะทันหันจนกลายเป็นใบ้ไปชั่วขณะ

‘ข้าจะตั้งครรภ์ได้อย่างไร มิใช่ยาบำรุงที่ดื่มทุกวันเป็นยาคุมกำเนิดหรอกหรือ?’ เดิมทีอวิ๋นเทียนซื่อคิดเสมอว่ายาบำรุงที่ดื่มนั้นคือยาห้ามครรภ์ที่ต้องดื่มต่อเนื่องคล้ายยาคุมกำเนิด กฎของตระกูลหลี่มิใช่ว่าจะต้องมีบุตรกับภรรยาเอกเท่านั้นหรืออย่างไร แล้วเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้เล่า ไม่นึกว่าหลี่เจิ้งป๋อจะอุตริประทานบุตรให้เขาจริงๆ

“เพ้ย!”

เกอร่างน้อยสบถออกมาอย่างลืมตัว ทำให้บุรุษที่ยืนอยู่ข้างเตียงทั้งสองสะดุ้งตกใจตามน้ำเสียงที่เปล่งออกมา โดยเฉพาะหลี่เจิ้งป๋อที่มีชะชนักติดหลังจึงสะดุ้งตกใจมากกว่าปกติ

“ซื่อซื่อ…” หลี่เจิ้งป๋อเอ่ยออกไปได้เพียงเท่านั้น เป็นครั้งแรกที่เขาไม่สามารถเอ่ยสิ่งใดออกมาได้อีก ด้วยเพราะไม่รู้จะเรียบเรียงถ้อยคำออกมาอย่างไร

“ท่านหมอ หากข้าตั้งครรภ์จริงคงต้องรบกวนท่านหมอแล้ว แต่เหตุใดท่านจึงบอกว่าร่างกายของข้านั้นอ่อนแอ ทั้งที่ข้านั้นแข็งแรงดี ขนาดแบกหลี่เจิ้งป๋อขึ้นหลังข้าก็เคยทำมาแล้ว บางทีครั้งนี้ข้าอาจจะแค่ป่วยร้ายแรงหรืออาจติดพิษจากหลี่เจิ้งป๋อมาก็อาจเป็นได้… 

…รบกวนท่านตรวจจับชีพจรให้ข้าอีกสักครั้งเถิด ตรวจข้าอีกครั้งเดียว แค่ครั้งนี้อีกครั้งเดียว ยาคุม เอ่อ ยาห้ามครรภ์ข้าก็ดื่มไม่เคยขาด ทั้งยังร่วมหอกับเจ้าลูกเต่าผู้นี้เพียงค่ำคืนเดียวเท่านั้น แม้ แม้ แม้ข้าจะจำไม่ได้ว่าเจ้าคนผู้นี้ทรมานข้าไปกี่ครั้ง แต่ แต่ แต่ข้าจะตั้งครรภ์ได้ง่ายดายเพียงนั้นเชียวหรือ ข้าว่าต้องมีบางสิ่งผิดพลาดเป็นแน่ ตรวจให้ข้าอีกสักครั้งเถิดขอรับท่านหมอจิ่ว”

อวิ๋นเทียนซื่อพยายามฝืนสังขารลุกขึ้นในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน เขาไม่สนใจคำเรียกขานที่ตนใช้เอ่ยเรียกสามี หลอกตัวเองด้วยการปัดเรื่องที่หมอจิ่วเอ่ยก่อนหน้านี้ทิ้งไป ในยามนี้เพียงต้องการความกระจ่างในแบบที่ตัวเองอยากฟัง 

เขาจะตั้งท้องบนโลกใบนี้ไม่ได้ เขาคลอดลูกไม่เป็น และเขายังไม่พร้อม ร่างนี้อายุเพียงสิบเจ็ดปี ยังเด็กเหลือเกิน ที่สำคัญยามนี้ยังเป็นเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ศัตรูนั้นรอบทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นศัตรูจากภายนอกหรือศัตรูจากภายในอย่างบรรดาอนุทั้งหลายเหล่านั้น ยังมีคุณหนูอะไรนั่นและไหนจะพ่อแม่สามีอีกเล่า… 

เมื่อใช้ความคิดมากเข้า อวิ๋นเทียนซื่อพลันรู้สึกเครียด เมื่อเขาเครียด อาการพะอืดพะอมจึงย่อมตามมา 

อุ๊บ…อุ…

อ่างใบหนึ่งถูกยื่นมาตรงหน้า อวิ๋นเทียนซื่อจึงเลิกปิดปากข่มกลั้นอาการแล้วอาเจียนออกมาทันที

หลี่เจิ้งป๋อมือหนึ่งถืออ่างอยู่ข้างเตียง อีกมือก็ลูบหลังให้ภรรยาอย่างปลอบโยน ดวงตาฉายแววร้อนรนแต่ก็ไม่อาจช่วยเหลือไปมากกว่านี้ 

จังหวะเดียวกับที่หลี่เจิ้งป๋อกำลังดูแลอวิ๋นเทียนซื่อ เขาก็เผลอออกคำสั่งให้หมอจิ่วที่ยืนอยู่ข้างกันอย่างไร้หน้าที่ ไปรินน้ำชามาให้ภรรยาตนเองเพื่อล้างปากลดทอนความพะอืดพะอม

ต่างคนต่างมีหน้าที่เป็นของตัวเอง

คนผู้หนึ่งคลื่นไส้อาเจียน

คนผู้หนึ่งห่วงใยดูแล จิตใจร้อนรน

และคนอีกผู้หนึ่งเปลี่ยนสถานะจากท่านหมออาวุโสประจำตระกูล มาเป็นบ่าวรับใช้รินน้ำชา เพียรส่งมอบ จอกแล้ว จอกเล่า ความโกลาหลเล็กๆ นี้ ได้สร้างความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียให้แก่ผู้คนทั้งสามด้วยสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป


หลังจากที่อวิ๋นเทียนซื่อดื่มน้ำแกงสงบใจเข้าไป ก็เริ่มรู้สึกไม่อยากฝืนต้านแรงโน้มถ่วง เขาค่อยๆ เอนตัวลงนอนราบลงบนเตียงเพื่อพักผ่อน วันนี้เขาอ่อนล้าเหลือเกิน 

ก่อนที่จะผล็อยหลับไป อวิ๋นเทียนซื่อก็ไม่ลืมเรียกหลี่เจิ้งป๋อที่กำลังช่วยประคองตัวเขาอย่างระมัดระวังให้หันหน้ามารับค้อนวงใหญ่จากตน เขาไม่มีแรงก่นด่าเสียดสีสามี ทำได้เพียงใช้สายตาข่มขู่ จากนั้นก็หลับตาเข้าสู่ห้วงนิทราไปด้วยความอ่อนเพลีย

หลี่เจิ้งป๋อที่ถูกคนงามมองค้อน ทำได้เพียงรับชะตากรรมอย่างเงียบๆ 

ซื่อซื่อเรียกให้เขาหันไปสบตาเพื่อจ้องเขม็ง ส่งสายตาคาดโทษเขาเอาไว้ก่อนจะหลับไป แม้ภรรยาจะยังไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา แต่เขารับรู้ได้โดยสัญชาตญาณ 

ยามเมื่อคนงามฟื้นตื่นขึ้นมา เขาจะต้องมีคำอธิบายที่ดีให้ฟัง

อธิบายอันใด เป็นซื่อซื่อที่คิดไปเองว่ายาบำรุงเป็นยาห้ามครรภ์ เขาอยากมีบุตรบ้างไม่ได้หรือ อายุของเขาก็ไม่น้อยแล้ว แต่ก่อนเพราะเขายังไม่คิดอยากมีภรรยาเอก จึงไม่ได้คิดเรื่องของชีวิตครอบครัว 

ส่วนหนึ่งมาจากภาระหน้าที่มีมาก ศัตรูก็มีจำนวนมากจึงไม่จริงจังเรื่องครอบครัวเท่าใดนัก เพราะสำหรับเขาแล้วไม่ว่าจะเป็น ภรรยาเอก หรือ อนุภรรยา ล้วนไม่ต่างกัน ทุกลำดับตำแหน่งล้วนมีไว้เพื่ออุ่นเตียงสร้างความสำราญเพียงเท่านั้น

แต่ก็ต้องมาเปลี่ยนความคิดทั้งหมดเพราะคนที่กำลังหลับใหลเบื้องหน้า 

ยามเมื่อพบคนแห่งโชคชะตา เพียงสบตาก็จดจำขึ้นใจ

ในเมื่อคลาดกันแล้วครั้งหนึ่ง เขาจะไม่ยอมให้คลาดกันอีกซ้ำสอง

ตั้งแต่พบเจออวิ๋นเทียนซื่ออีกครั้งที่สวนท้อในวันนั้น ก็คล้ายมีบางอย่างดึงดูดให้เขาอยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกเรื่องราว จากความสนุกสนานแปลกใหม่ เปลี่ยนเป็นความทึ่งครั้งแล้วครั้งเล่า เขาพยายามเรียนรู้ทำความเข้าใจความคิดของภรรยา ทั้งพยายามแก้ไขและชดเชยให้ในคราเดียวกัน 

ยิ่งรู้จัก เขาก็ยิ่งพึงใจ 

ยิ่งชิดใกล้ เขาก็ยิ่งเสน่หา 

ยิ่งทำความเข้าใจ เขาก็ยิ่งถลำลึกถอนตัวไม่ขึ้น

“เฮ้อ…ใครใช้ให้ซื่อซื่อของข้าน่าเอ็นดูเพียงนี้กันเล่า” แต่ก่อนอื่นเขาต้องจัดการแผ้วถางวัชพืชที่อาจสร้างปัญหาให้แก่ภรรยาและลูกของเขาเสียก่อน เรื่องบางเรื่องไม่อาจวางใจให้ผู้อื่นจัดการ

หลี่เจิ้งป๋อเดินมาที่ห้องหนังสือ เขาส่งสัญญาณเรียกองครักษ์เงาภายในห้อง 

ตัดสินใจโค่นล้มภัยแฝงเร้นเบื้องหลังเช่นคนผู้นั้นเพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ไม่อาจรอให้ศัตรูแข็งแกร่งแล้วกลับมาแว้งกัดตนเองและครอบครัวได้ ในตอนนี้เขาได้นับลูกน้อยเพิ่มเข้าไปในรายชื่อของคนที่ต้องปกป้องแล้ว แม้จะยังไม่กระจ่างชัด แต่อย่างไรซื่อซื่อต้องมีบุตรให้เขาในสักวัน ไม่วันนี้…ก็วันหน้า


ณ จวนแม่ทัพพิชิตประจิม

“เรียนท่านแม่ทัพ ทางวังหลวงส่งข่าวมาว่า เมื่อค่ำวานนี้หยางฮองเฮาถูกปลดออกจากตำแหน่งแล้ว ตอนนี้ถูกลดขั้นเป็นเพียงสนมยศน้อยและถูกส่งตัวให้ไปสำนึกตนในตำหนักเย็น ส่วนทางด้านองค์ชายรอง ไม่มีข่าวคราวใดๆ เพิ่มเติม ด้วยองครักษ์ฝีมือดีทั้งสองร้อยนายยืนประจำการอารักขาล้อมรอบตำหนักบำเพ็ญทุกข์ จนทำให้คนของเราเข้าไม่ถึง ข่าวสารใดล้วนหาไม่ได้ขอรับ”

เพล้ง!

สิ้นเสียงรายงาน บุรุษหน้าตาหล่อเหลาคมคายอย่างชายชาติทหาร คนผู้ถูกเรียกขานว่า ‘ท่านแม่ทัพ’ ก็แสดงอาการเกรี้ยวกราดฉุนเฉียวจนปัดชุดน้ำชาจนตกพื้นแตกกระจาย สำหรับลู่เฉินแล้วเรื่องไม่ได้ดั่งใจเช่นนี้เขาไม่อยากฟัง 

คนหนึ่งไร้ฝีมือไม่ได้เรื่อง 

อีกคนก็กลายเป็นคนไร้ค่าไร้ประโยชน์

“สั่งการให้สืบข่าวต่อไป หาทางตัดตอนทุกผู้คนที่ร่วมแผนการ ไม่เว้นแม้แต่อดีตฮองเฮา สังหารทิ้งให้สิ้นไม่ว่าระดับยศใด อย่าให้มีหลักฐานพยานสาวมาถึงข้าได้เป็นอันขาด ส่วนทางองค์ชายรองในเมื่อตอนนี้ยังไม่อาจกระทำการอันใดได้ ก็ให้คนจับตาดูสถานการณ์ไปก่อน หากสบโอกาสเมื่อไหร่ลงมือได้ทันที!” สิ้นเสียงของคำสั่ง บุรุษผู้เข้ามาส่งรายงานก็ได้ทะยานออกไปจัดการตามคำสั่งในทันที

“หึ! เห็นทีข้าต้องหาแนวร่วมใหม่เสียแล้ว ไม่นึกว่าเบื้องหลังลู่ฉีจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ หลี่เจิ้งป๋อ ครั้งนี้เป็นข้าที่ประมาทเจ้าเกินไป” เช่นนั้นเขาคงต้องรอคอยเวลา ปล่อยให้เหล่าพวกองค์ชายพวกนั้นจัดการกันเองไปก่อน ไม่อาจผลีผลาม…

ยังไม่ทันที่ลู่เฉินจะคิดการใหญ่อะไรได้อีก หายนะจากมหันตภัยแห่งอัคคีพลันเคลื่อนไหวคืบคลานครอบคลุมจวนแม่ทัพพิชิตประจิมแห่งนี้ไปทั้งหลังจนแทบวอด 

ความร้อนจากอัคคีเพลิงเริ่มบ้าคลั่งแผดเผา เปลวเพลิงแห่งพลังยุทธ์ที่ควบคุมโดยผู้มีสายเลือดแห่งมังกรและผู้เป็นศิษย์เอก กระตุ้นให้เกิดความเคลื่อนไหวภายในห้องลับ 

เส้นทางหลบหนีล้วนถูกปิดตายทั้งหมดแล้ว!

“อาจารย์ ศิษย์อยากจะเข้าไปจับกุมกบฏลู่เฉินด้วยตัวเอง ไม่อาจวางใจให้เฟยอวี่จัดการเรื่องราวทั้งหมดได้ คนผู้นี้มากเล่ห์มากแผนการ ชำนาญการยืมมือผู้อื่น ข้าอยากเข้าไปสมทบและอยากจับกุมคนผู้นั้นด้วยตัวเอง ใคร่ขออาจารย์โปรดสั่งการด้วยขอรับ”

“ได้ เจ้าไปเถิด ข้าจะควบคุมเพลิงยุทธ์อัคคีนี้เอง ระวังตัวด้วย” ขาดคำของผู้เป็นอาจารย์ หลี่เจิ้งป๋อที่สวมหน้ากากเงินพลันทะยานร่างร่วมไล่ล่ากบฏในสมรภูมิแห่งเพลิงทันที

ขณะที่จ้าวเฟยอวี่และลู่เฉินกำลังใช้พลังยุทธ์กร้าแกร่งห้ำหั่นกันอยู่นั้น ทันใดก็ถูกบุรุษผู้สวมหน้ากากเงินแทรกแซงการต่อสู้ พลังยุทธ์กล้าแกร่งสายแล้วสายเล่ารัดดึงร่างของลู่เฉินเอาไว้ และยังรัดร่างของจ้าวเฟยอวี่ด้วยเช่นกัน

ลู่เฉินกระอักเลือดมองไปยังบุรุษที่สวมหน้ากากเงินด้วยดวงตาแดงก่ำ หน้ากากที่เป็นดั่งสัญลักษณ์บ่งบอกสถานะนั้น ทำให้เขาตื่นเกรง

‘ผู้บัญชาการแห่งหน่วยจิ่นอีเว่ย’ แน่ชัดแล้วว่าเรื่องราวในค่ำคืนนี้เป็นมาอย่างไร

“หมดเวลาเล่นสนุกของเจ้าแล้ว จำนนให้ข้าเสีย”

“ไม่! แม่ทัพเช่นข้าไม่ได้ทำผิดอันใด เหตุใดข้าต้องจำนนแก่เจ้า”

“ผิดหรือไม่ คือเจ้านายข้าที่ตัดสิน ต่อให้เจ้าดิ้นรนมากกว่านี้ หากนายข้าบอกว่าผิด เจ้าก็ผิด!”

“เจ้า!”

“ความผิดเจ้าใหญ่หลวงเพียงใด เจ้าย่อมชัดแจ้งแก่ใจเจ้าดี เจ้านายข้าเป็นใคร เจ้าก็ย่อมรู้ดี ข้าไม่ขึ้นตรงต่อผู้ใดนอกจากองค์จักรพรรดิเพียงเท่านั้น หากนายเจ้าใหญ่กว่านายข้า ก็รีบเรียกมาช่วยเสียเถอะ” 

แววตาคั่งแค้นไม่ยินยอม ลู่เฉินยังคงดิ้นรนต่อสู้ด้วยกำลังทั้งหมดที่มี ศักดิ์ศรีแห่งแม่ทัพหาใช่ได้มาโดยเปล่า จิ่นอีเว่ยแล้วอย่างไร เขาเองก็ไม่ใช่ดาบทื่อสนิมจับรอให้ผู้ใดมาลูบเล่น ทว่าแม้จะคิดเช่นนั้นแต่กลับรู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงที่มีพลันค่อยๆ หดหายไปอย่างไร้ซึ่งสาเหตุ เพราะอะไร!? ทำไมเป็นเช่นนี้!?

 “หยุดดิ้นรนโดยเปล่าประโยชน์ซะ เพราะข้านั้นมีฝีมือกว่าเจ้ามาก และจงคายผลึกกู่ที่ควบคุมจ้าวเฟยอวี่ออกมาให้ข้าเสียเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน!” เตือนเสร็จหลี่เจิ้งป๋อก็ส่งพิษร้ายแรงให้แก่ลู่เฉินในทันที แม่ทัพพิชิตประจิมทุรนทุรายด้วยความทรมาน เขาจ้องบุรุษสวมหน้ากากอย่างอาฆาตแค้น เสียงนี้เขาย่อมจำได้ คนที่ไม่ตายเพราะพิษหนอนกู่ รู้วิธีแก้พิษทั้งยังตลบหลังผู้ควบคุม จะมีสักกี่คนกันที่เขารู้จัก

“หลี่เจิ้งป๋อ เป็นเจ้า!”

รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นบนใบหน้าภายใต้หน้ากากเงิน เขาไม่ตอบรับ และไม่ปฏิเสธ หน้าที่ของเขานั้นชัดเจนมาแต่ต้น ‘ระวังภัย’ คือหน้าที่หลัก ‘กำจัดภัย’ คือสิ่งที่ตามมา

แต่…ถึงจะเป็นเช่นนั้นตอนนี้เขาก็ทำเกินหน้าที่อยู่บ้างนิดหน่อย เพราะเขามีฐานะเดียวเสียที่ไหน

‘ปกป้องลูกเมีย คือหน้าที่ของสามี’

เพราะคิดได้เช่นนี้…สามีจึงยิ่งต้องตั้งใจทำหน้าที่ ‘กำจัดภัย เพื่อปกป้องลูกเมีย’ ด้วยเหตุนี้จะปล่อยให้ภัยร้ายลอยนวลไปได้อย่างไร 

“ลู่เฉิน เจ้าจบแล้ว”

________

ตอนนี้ก็ปนๆ กันไปเนาะ ทั้งงานราษฎร์งานหลวงและงานเรือนของฝามี อย่าคาดหวังอะไรจากนิยายที่เราแต่งนะคะตัวเอง เราไม่มีพล็อตตายตัว ไม่มีทิศทางแน่นอน สามารถออกทะเลได้ทุกเมื่อเน้อ เราหัดแต่งนิยายและลองผิดลองถูกเอาเองจริงๆ เราไม่มีพื้นฐานหรือความรู้แน่นๆ เราแค่อยากลองดูเท่านั้น ขอบคุณทุกเมนต์นะคะ บางเมนต์ฮามาก อ่านแล้วอารมณ์ดีจนต้องเปลี่ยนเนื้อเรื่องให้เลยทีเดียว เจอกันตอนหน้านะคะ ~ วันวานวันวาฬ.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 876 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

  1. #1600 iyongimu (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 22:39
    พอมีลูกหน้ามือเปลี่ยนหลัง...หลัง...หลังแขน! ได้รวดเร็วเชียว เป็นทาสเมียขึ้นมาทันที
    #1,600
    0
  2. #1306 chanchanchan (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 22:22
    อุ้มท้องไปด้วยฟาดกับบรรดาเมียนังสามีไพด้วย อรรถรส
    #1,306
    0
  3. #1039 Minutedao (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 08:12
    ต้องรีบมาเคลียร์กับเมียรักอีด
    #1,039
    0
  4. #1009 Berrymint_ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 19:29
    รักเมียหลงเมีย~
    #1,009
    0
  5. #876 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 19:50

    อยู่จวนนี้อนาคตก็ถูกอนุคนอื่นวางยาอยู่ดีรีบหาทางหลบเร้นซะเถอะจะได้ปลอดภัยทั้งคู่

    #876
    0
  6. #539 NJChokdee (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 11:20
    ขนาดทำงาน ยังคิดถึงเมีย โอ๊ยพ่อเอ๊ยยย
    #539
    0
  7. #276 0862223050 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 18:18
    ทำหน้าที่สามีได้ดีมาก เจิ้งป๋อนี่คือที่มาที่ไปของพ่อบ้านใจกล้าสินะ55
    #276
    0
  8. #213 pranee_2535 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 19:51
    ค้อนวงใหญ่เลยนะน้องงง 555+ คิดคำไหนไม่ออกเลยน้องจากคำว่า กลัวเมีย~~
    #213
    0
  9. #160 Rungthip2549 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 09:01
    ทำไมขำตอนนี้55555555ต่างคนต่างสลับหน้าที่????
    #160
    0
  10. #128 temaripik (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 06:53
    เห็นลู่เฉินแบบนี้ ก็สงสารคุณชายรองแหะ
    แต่ว่าๆๆ ในที่สุดเบบี๋ก็มาแล้ว
    #128
    0
  11. #9 witch-singsong (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 20:41
    #งานหลวงคือเรื่องส่วนตัว
    #9
    0