ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 20 : หนีเที่ยว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 966 ครั้ง
    11 ก.พ. 63

บทที่ ๒๐ หนีเที่ยว

“หากมีสิ่งใดผิดปกติ หรือหากภายในสองวันนี้ข้าไม่กลับออกมาจากวังหลวง เจ้าก็ใช้เส้นทางลับภายในเรือนบัวพิสุทธิ์ออกไป ต่อจากนั้นก็มุ่งหน้าสู่โรงเตี๊ยมของพี่ชายเจ้า ข้าได้ให้คนส่งข่าวแก่พี่ชายเจ้าไปบ้างแล้ว เพียงแต่…ไม่อาจบอกกล่าวเรื่องราวหลายอย่างให้พี่ชายเจ้าทราบได้ ลำบากให้เจ้าต้องแสดงตนเป็นอนุแปดผู้โอหังอวดดีไปก่อน”

อวิ๋นเทียนซื่อนั่งคิดทบทวนถึงถ้อยคำสั่งเสียของสามีก่อนเข้าวัง คิดอย่างไรเขาก็ไม่อยากรอให้ถึงสองวัน แต่เรื่องราวในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะทำเป็นเล่นได้ แม้ใจจะโผทะยานสู่อิสระภายนอกคฤหาสน์ตระกูลหลี่ แต่ก็ไม่อาจกระทำการได้อย่างใจนึก โลกใบนี้อันตรายรอบด้าน อีกทั้งชาติภพนี้ของเขายังมีเรือพ่วงที่เป็นตัวร้ายตายยากอย่างหลี่เจิ้งป๋อ ศัตรูก็เลยเยอะแยะเต็มไปหมด หลี่เจิ้งป๋อตายยากแต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะตายยากแบบคนผู้นั้น เขาเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ถึงแม้จะจำความรู้สึกก่อนตายไม่ได้แต่เมื่อเกิดปาฏิหาริย์ให้เขามีชีวิตอีกครั้ง เขาก็หวงแหนลมหายใจตนเองยิ่งนัก

‘หลี่เจิ้งป๋อคำพูดข่มขวัญต่างๆ ของเจ้า ช่างได้ผลยิ่งนัก อะไรคือ ฆ่าผิดคน ฆ่าคนแก้แค้น ปล้นฆ่าชิงทรัพย์ จับภรรยาของศัตรูไปทรมานต่อรอง เพ้ย! เพ้ย! เพ้ย! เหตุใดบุรุษเช่นข้าถึงต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ได้ ข้าเป็นเพียงอนุชาย หาใช่สะใภ้ใหญ่ตระกูลหลี่ แล้วนี่อะไร นั่งๆ นอนๆ ชีวิตดีๆ เช่นนี้เหตุใดจึงดีไม่สุด

ป่านนี้ข้อมูลของอนุแปดผู้โอหังอวดดีที่สามีลุ่มหลงคงถึงหูศัตรูของหลี่เจิ้งป๋อแล้วเป็นแน่แท้ มิน่าเล่า เจ้าถึงกล้าบอกเส้นทางลับให้ข้ารับรู้ เพราะต่อให้ข้ารู้ ข้าก็ไม่กล้าหนีออกไป เพราะข้านั้นช่าง…อ่อนแอไร้กำลัง’

อวิ๋นเทียนซื่อนั่งใช้สมาธิคิดเรื่องราวต่างๆ มากมาย เขาคิดถึงอาเป่า ถึงแม้จะรู้ว่าอาเป่าปลอดภัย แต่น้องชายผู้นั้นอ่อนแอไร้เดียงสายิ่งนัก หากไม่มีเขาคอยปกป้อง คงได้ถูกผู้อื่นรังแกเหมือนเช่นกาลก่อน ความทรงจำที่ติดค้างจากร่างนี้ทำให้เขาเวทนาหนุ่มน้อยผู้เป็นบ่าวคนสนิท ความซื่อสัตย์ภักดีของอาเป่านั้นทำให้เขาทั้งเลื่อมใสทั้งอดที่จะทอดถอนใจในคราเดียวกันไม่ได้

“องครักษ์เงา เปิดเผยตัวให้ข้าหน่อย ข้ามีเรื่องอยากสอบถาม” ขาดคำของอวิ๋นเทียนซื่อ ร่างเงาสี่สายก็ปรากฏกายขึ้น พวกเขายืนแสดงความเคราพต่อฮูหยินด้วยท่าทางนอบน้อม 

ปุบปับก็บินมา…โผล่มากี่ครั้ง เขาก็ยังตกใจ

“เอ่อ ตามสบายเถอะ ข้าเพียงจะถามถึงเรื่องราวของอาเป่า กับความเป็นไปของผู้คนในเรือนไผ่เขียวเพียงเท่านั้น”

“เรียนฮูหยิน ท่านผู้ดูแลอวิ๋นเป่า สบายดีขอรับ นายท่านส่งให้ท่านผู้ดูแลอวิ๋นเป่าไปส่งมอบของกำนัลแทนฮูหยินที่ตระกูลเดิมและตอนนี้ท่านผู้ดูแลยังพำนักอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลอวิ๋นขอรับ ส่วนผู้คนที่เรือนไผ่เขียวล้วนใช้ชีวิตอย่างสงบราบรื่นดีขอรับ”

‘อาเป่าถูกส่งไปบ้านเดิมข้าหรือ อืม นับว่าหลี่เจิ้งป๋อตาไม่ไร้แวว รู้จักว่าข้าให้ความสำคัญกับผู้ใด’ เช่นนี้ที่เขาดูแลเจ้าลูกเต่าตอนที่ล้มป่วยต้องพิษ จะไม่ถือเอามาอ้างเป็นบุญคุณก็แล้วกัน

“ท่านพี่บอกว่าพวกท่านมีฝีมือเก่งกาจ หากข้าอยากออกไปข้างนอก พวกท่านคิดว่าจะปกป้องคนอ่อนแอเช่นข้าได้หรือไม่”

“เรียนฮูหยิน ต้องทราบจุดหมายปลายทางก่อนขอรับ หากเป็นสถานที่ผู้คนพลุกพล่านก็ยากยิ่ง หากเป็นสถานที่ไม่รู้จักก็ถือว่าไม่ปลอดภัย แต่หากเป็นสถานที่อย่างเช่นร้านค้าต่างๆ ของตระกูลหลี่ ย่อมนำทางฮูหยินได้แน่นอนขอรับ”

อวิ๋นเทียนซื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงลองเอ่ยหยั่งเชิงคล้ายสั่งคล้ายถามกับผู้คุ้มกันของตน

“อืม ข้าแค่อยากออกไปโรงเตี๊ยมของพี่ชาย ท่านพี่อนุญาตข้าแล้ว ตามแผนอนุแปดผู้โอหังอวดดีไม่กลัวตาย แค่ปลอมตัวหนีเที่ยวไปหาพี่ชายเท่านั้น พวกท่านก็ปลอมตัวไปกับข้าด้วย ข้าจะปลอมตัวเป็นบัณฑิต ส่วนพวกท่านก็เป็นสหายที่คล้ายจอมยุทธ์ ทำหน้าตาให้ร้ายๆ กร่างๆ ข้าเองก็จะเป็นบัณฑิตปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมดีหรือไม่”

“…” องครักษ์เงาทั้งสี่แม้จะมั่นใจในฝีมือตนเอง แต่พวกเขาก็ไม่อาจไม่คิดการณ์ให้รอบคอบ เพราะนายท่านสั่งให้พวกเขาปกป้องคุ้มครองฮูหยิน ยังไม่ทันที่องครักษ์เงาทั้งสี่จะได้ตอบสิ่งใดออกไป ร่างเงาสายหนึ่งพลันปรากฏตัวขึ้นเพื่อรายงานสถานการณ์

“เรียนฮูหยิน ขณะนี้สถานการณ์ในวังหลวงได้คลี่คลายลงแล้ว ท่านหัวหน้าส่งสัญญาณให้ข้ามาส่งข่าวต่อฮูหยิน เพื่อไม่ให้ท่านเป็นกังวลขอรับ อีกสักพักตำหนักต่างๆ จะถูกตรวจค้น ทิศทางของเรื่องราวไม่ออกนอกเส้นทาง อีกไม่นานนายท่านคงจะได้กลับออกมาขอรับ”

หลังจากที่ได้รับฟังรายงานแบบไม่ทันตั้งตัว อวิ๋นเทียนซื่อก็รู้สึกยินดีที่หลี่เจิ้งป๋อจัดการเรื่องราวครั้งนี้ได้ตามแผน คนผู้นี้มีความสามารถ แม้จะเจ้าเล่ห์ร้ายกาจแต่ก็ไม่ได้เลวร้ายไร้สำนึกขนาดหนัก วันทั้งวันเขาถูกหลี่เจิ้งป๋อพูดกรอกหูด้วยประโยคเดิมๆ อยู่เสมอ ‘ผู้มองไม่เห็นการณ์ไกล ภัยก็จะมาถึงตัว ผู้ไม่รู้จักตัดไฟ ภัยก็จะน่ากลัว’ เขาเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้ เหตุการณ์ในครั้งนี้จะอย่างไรก็ต้องมีหลายชีวิตที่ต้องสูญสลาย ไม่ใช่ผู้อื่น ก็เป็นตัวเรา ครั้งนี้หลี่เจิ้งป๋อปกป้องผู้คนฝ่ายตนได้สำเร็จ

“ดี! หากท่านพี่เดินทางกลับมา ก็ให้แวะไปรับข้าที่โรงเตี๊ยมเมฆาล่องลอย ข้าจะไปรอฉลองชนะศึกที่นั่น”

เมื่อร่างเงาสายนั้นเลือนหายจากไป ก็มีร่างเงาสายใหม่เข้ามารายงานเรื่องต่างๆ อีกเรื่อยๆ ร่างเงาสายแล้วสายเล่า วนเวียนเข้ามารายงานจนอวิ๋นเทียนซื่อไม่สามารถปลีกตัวไปที่ใดได้ จวบจนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปสองชั่วยาม เขาถึงได้ออกเดินทาง

อวิ๋นเทียนซื่อในมาดบัณฑิตท่าทางจองหองและสหายจอมยุทธ์ใบหน้าโหดเหี้ยมทั้งสี่ ผู้คนทั้งห้าคนนี้ไม่ว่าจะเดินไปที่แห่งใด ชาวบ้านล้วนหลบหลีก 

นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ออกมาเห็นโลกภายนอกด้วยตาตนเอง อวิ๋นเทียนซื่อรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสภาพของผู้คนที่เดินขวักไขว่ วิถีชีวิตของคนในโลกใบนี้คล้ายกับชีวิตของผู้คนในภพก่อนของเขาอยู่บ้าง วุ่นวาย พลุกพล่าน ต่างกันก็เพียงเครื่องแต่งกาย ร้านรวงเรียงรายต่างๆ ก็คล้ายตึกแถวย่านการค้าทั่วไป 

แม้นจะมีภาพความทรงจำในหัวแต่จะอย่างไร การเห็นด้วยตาตนเองย่อมดีกว่า เขารีบสูดกลิ่นอายแห่งอิสระเข้าไปในปอดให้เต็มคราบ แม้จะแค่หนีเที่ยวเล็กน้อย แต่เขาก็มีความสุขยิ่งนัก

ช่วงนี้หลี่เจิ้งป๋อดีกับเขามาก เขาจึงรีบฉวยโอกาสช่วงที่สามีผู้นั้นไม่อยู่ ออกมาหาความสำราญใจเพียงเล็กน้อย อีกอย่างก็อยากพบพี่ชายของเขาในภพนี้ด้วยตัวเองสักครั้ง เพราะฉะนั้นเขาคงจะไม่ถูกโบยเพราะเรื่องนี้กระมัง

ขณะที่อวิ๋นเทียนซื่อกำลังเดินเที่ยวเล่นลอยชายโดยมีสหายขนาบข้างทั้งซ้ายและขวา หน้าและหลังอยู่นั้น หลี่เจิ้งป๋อที่เร่งรุดติดตามภรรยาผู้กำลังหนีเที่ยว ก็มาหยุดยืนอยู่ไม่ไกลจากบัณฑิตท่าทางจองหองพองขนที่เดินกรีดพัดสะบัดไปมา ทั้งยังมีสหายใบหน้าเหี้ยมโหดส่งสายหาเรื่องผู้คนไปทั่ว ท่าเดินของคนทั้งห้าก็ช่าง ‘กร่าง’ วางท่าไม่ต่างจากนักเลงหัวไม้ 

หลี่เจิ้งป๋อทำได้เพียงส่ายหัวให้แก่ภรรยาของตน แม้นจะดูกลมกลืนแต่ก็ถูกหลีกหลบถอยห่าง การปลอมตัวเป็นพวกนักเลงกระจอกให้ผู้อื่นดูแคลนเช่นนี้ เห็นทีคงมีแต่ภรรยาของเขาผู้นี้เท่านั้นที่คิดกระทำ

“นายท่าน จะเข้าไปหาฮูหยินเลยหรือไม่ขอรับ”

“ไม่ต้อง ตามอารักขาไปจนกว่าจะถึงที่หมาย ข้าจะล่วงหน้าไปรอภรรยาที่โรงเตี๊ยมตระกูลอวิ๋น” เขาไม่อยากขัดจังหวะช่วงเวลาแห่งความสำราญใจของภรรยา เขาเองก็เป็นผู้หนึ่งที่นิยมท้องฟ้าปลอดโปร่งและแผ่นดินกว้างใหญ่ ความคิดของซื่อซื่อนั้นเรียบง่าย เพียงเข้าหาอย่างตรงไปตรงมา ไม่บังคับกักขัง ให้สิทธิ์อิสระที่พึงมี เรื่องเพียงเท่านี้ เขามอบให้คนงามได้อยู่แล้ว


ณ โรงเตี๊ยม ‘เมฆาล่องลอย’ แห่งตระกูลอวิ๋น

วันนี้เป็นครั้งแรกที่อวิ๋นซีจะได้พบกับน้องชายอีกครั้ง หลังจากที่น้องชายแต่งเข้าตระกูลหลี่ในฐานะอนุภรรยาคนที่แปด เขาก็ไม่สามารถรับรู้ข่าวสารใดๆ ได้ นอกเสียจากข่าวลือเรื่องที่น้องชายไม่ได้รับความโปรดปรานจากบุรุษที่กำลังนั่งจิบชาอยู่เบื้องหน้าในขณะนี้

ไม่กี่วันก่อน อาเป่า บ่าวคนสนิทของน้องชายได้กลับมาที่คฤหาสน์ตระกูลอวิ๋นในฐานะผู้ดูแล ‘อวิ๋นเป่า’ พร้อมของกำนัลล้ำค่ามากมาย ด้วยเพราะขณะนี้น้องชายของเขาได้กลายเป็นที่โปรดปรานของสามี สิ่งของมีค่าต่างๆ ถูกลำเลียงเข้าสู่ห้องของเขาหีบแล้วหีบเล่า นับรวมทั้งสิ้นสิบเอ็ดหีบ เทียบเท่ากับจำนวนสินเดิมที่เขาได้มอบให้น้องชายก่อนออกเรือน ต่างกันเพียงแต่ข้าวของที่น้องเขยผู้ร่ำรวยของเขามอบให้นั้น ล้ำค่ามากกว่าหลายเท่าตัว ให้นึกอย่างไรเขาก็ไม่เข้าใจเจตนาของน้องเขยผู้นี้ มิหนำซ้ำตอนนี้ยังกระทำตนนอบน้อมต่อเขาแปลกๆ ทั้งที่ไม่เคยได้พบปะเจรจารู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อนสักครั้ง

“เรียนนายท่าน คุณชายน้อยได้เดินทางมาถึงแล้วขอรับ”

“อืม นำทางน้องชายข้าเข้ามาในห้องนี้ได้เลย”

ใช้เวลาเพียงไม่นาน อวิ๋นเทียนซื่อและสหายก็ถูกนำทางให้เข้ามาสู่เรือนรับรองส่วนตัวภายในโรงเตี๊ยมตระกูลอวิ๋น เขาเจื้อยแจ้วจดจำใบหน้าผู้คนมากมายได้จากความทรงจำเดิม ในใจรู้สึกยินดีอย่างบอกไม่ถูก 

แม้นเป็นเพียงภาพแห่งความทรงจำ แต่กลับล้ำค่าต่อเขายิ่งนัก เขามีผู้คนที่รักและห่วงใยเพิ่มขึ้นมาอีกมากมายภายในวันเดียว สายตาของผู้ชราทั้งหลายที่ยืนมองเขาอยู่ห่างๆ ล้วนไม่ใช่คนงานในโรงเตี๊ยม ผู้ชราเหล่านั้นต่างเป็นบ่าวไพร่เก่าแก่ที่อาศัยอยู่ในตระกูลอวิ๋น เชื่อว่าวันนี้คงเดินทางมาเพื่อแอบมองเขาเป็นแน่แท้ ไม่เสียแรงที่เขาให้คนมาแจ้งพี่ชายเอาไว้ก่อน ‘อวิ๋นซี’ พี่ชายของเขาในชาติภพนี้คงจัดการเรื่องราวเหล่านี้เอาไว้ให้

ทันทีที่อวิ๋นเทียนซื่อย่างเท้าก้าวเข้าไปภายในห้องรับรอง ก็ได้พบกับบุรุษผู้เป็นสามีและผู้เป็นพี่ชายนั่งจิบน้ำชาประลองกลหมาก ภาพที่สะท้อนสู่สายตาทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อย ‘มิใช่วันนี้เรื่องราวควรเคร่งเครียดหรอกหรือ ศึกสายเลือดแห่งราชวงศ์เชียวนะ เรื่องที่ฟังดูใหญ่โตเพียงนั้น เหตุใดคนผู้นี้จึงมาทำตัวตามสบายอยู่ที่นี่ได้ ซ้ำยังเดินทางมาถึงที่นี่ก่อนข้าได้อย่างไร’ จะเกินหน้าเกินตากันมากไปแล้ว

“อาซื่อคารวะพี่ใหญ่” อวิ๋นเทียนซื่อแสดงความเคารพต่อพี่ชาย จากนั้นจึงหันไปทางสามี “ท่านพี่”

“ภรรยา มาตรงนี้เถิด เจ้ามาดูกลหมากนี้ เป็นข้ากำลังจะชนะพี่ชายพอดี”

อวิ๋นซีพยักหน้าให้อวิ๋นเทียนซื่อเป็นการตอบรับ จังหวะนั้นก็ลอบสังเกตความสนิทสนมระหว่างน้องชายกับสามีไปพร้อมกัน

‘หลี่เจิ้งป๋อมิใช่ท่านอายุมากกว่าพี่ชายข้าหรือ พี่ชายข้าอายุน้อยกว่าท่านตั้งห้าปีเชียวนะ ท่านจะเรียกพี่ชายตามอย่างข้าได้อย่างไร’ แม้อวิ๋นเทียนซื่อจะคิดแย้งในใจ แต่เขาก็ไม่คิดจะแสดงความคิดของตนเองออกมา ถึงเขาจะไม่ฉลาดแต่อย่างน้อยเขาก็ไม่โง่ดักดานไหลตามน้ำไม่เป็น

“ท่านพี่ ท่านเยี่ยมยอดยิ่งนัก ท่านรู้หรือไม่แต่เล็กจนโต ข้าไม่เคยเดินหมากชนะพี่ชายสักกระดาน วันนี้ถือว่าท่านได้เอาคืนให้ข้าแล้ว” อวิ๋นเทียนซื่อส่งรอยยิ้มหยอกเย้าให้สามีโดยไม่ได้ตั้งใจ หลี่เจิ้งป๋อก็อดจะเอ็นดูกับความช่างฉอเลาะของภรรยาซึ่งนานทีจะปรากฏไม่ได้

“ซื่อซื่อ รอยยิ้มเช่นนี้คืออย่างไรกัน เจ้ากำลังขบขันอันใดข้าหรือไม่ คงมิใช่คำเรียกขานที่ข้าใช้เรียกพี่ชายหรอกกระมัง”

“ใช่ที่ไหน ข้านั้นเรียนรู้มาเช่นกัน ข้าแต่งให้ท่าน ท่านก็ย่อมเป็นสามีของข้า เมื่อท่านเป็นสามีของข้า เช่นนั้นสามีของข้าก็คือน้องเขยของพี่ชายข้า ท่านพี่เรียกพี่ใหญ่เช่นนั้นย่อมถูกต้องแล้ว หึ…หึ…ฮ่าๆ”

“…” อวิ๋นซีนั่งมองน้องชายอย่างนึกขัน ดูไปแล้วตั้งแต่ออกเรือนอาซื่อมีชีวิตชีวากว่าเดิมมาก เขาที่เป็นห่วงน้องน้อยมาเนิ่นนาน วันนี้คลายใจลงได้แล้ว

หลี่เจิ้งป๋อทำได้เพียงส่ายหน้า เขาอายุมากกว่าอวิ๋นซีห้าปี เดิมทีเขาไม่จำเป็นต้องเรียกตามแบบซื่อซื่อก็ย่อมได้ เพราะเขาไม่ใช่เขยที่แต่งเข้าตระกูล แต่ที่แทนตัวไปแบบนั้นก็เพียงเพราะอยากลดเกราะของภรรยาลงเท่านั้น จึงเรียกขานอวิ๋นซีตามศักดิ์ของน้องเขยอย่างไม่รู้ถูกผิด

“ท่านพี่ ท่านก็อย่าล้อเล่นกับครอบครัวเดิมของข้าอีกเลย ท่านดูสีหน้าพี่ใหญ่ของข้าก่อนดีหรือไม่ เหงื่อเย็นแตกพลั่กจนเสื้อคลุมชั้นนอกจะเปียกตามเสื้อตัวในอยู่แล้ว” อวิ๋นเทียนซื่อเดินไปเขย่าแขนของหลี่เจิ้งป๋ออย่างอารมณ์ดี คนผู้นี้ก็ช่างรู้ทันความคิดของเขาไปเสียทุกครั้งจริงๆ แม้กระทั่งความคิดไร้สาระเช่นนี้ก็ยังดูเขาออก

หลี่เจิ้งป๋อให้รู้สึกคุ้มค่ายิ่งนัก เขาปล่อยให้ภรรยาเขย่าแขนเขาเล่นอยู่อย่างนั้นจนภรรยาพูดจบ แล้วจึงค่อยๆ คว้ามือน้อยนั้นเข้ามากุมเอาไว้เสียเองอย่างแนบเนียน จากนั้นจึงเอ่ยวาจาเรียกขานพี่ชายของภรรยาด้วยชื่อเรียกเพียงเท่านั้น 

คนทั้งสามนั่งคุยเล่น ดื่มกิน เดินหมากไปเรื่อยๆ จวบจนดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำใกล้ลาลับขอบฟ้า หลี่เจิ้งป๋อจึงอำลาพี่ภรรยาแล้วมุ่งหน้าพาคนงามกลับตระกูล

มือน้อยของอวิ๋นเทียนซื่อยังถูกมือใหญ่หยาบแข็งของหลี่เจิ้งป๋อกุมจับเอาไว้หลวมๆ ไม่ยอมปล่อย แม้จะขัดใจ แต่ก็ไม่อาจกระทำสิ่งใดได้ ทำได้เพียงปลงและไหลตามน้ำไปเรื่อยๆ ‘ก็แค่มือ เจ้าอยากจับก็จับไป ข้าจะหลังเหงื่อใส่ฝ่ามือของเจ้าให้แฉะไปเลย’

“ซื่อซื่อ วันนี้เจ้าเดินทางออกจากคฤหาสน์ ระหว่างทางคนของข้าได้กำจัดนักฆ่าไปหนึ่งคน คนผู้นี้รู้จักใบหน้าของเจ้าเป็นอย่างดี และเฝ้ารอเจ้าที่โรงเตี๊ยมของตระกูลอวิ๋นมาช้านาน การออกจากคฤหาสน์ของเจ้านั้นเป็นความลับก็จริงอยู่ แต่เชื่อว่ายังมีคนที่ซุ่มซ่อนในฝูงชนเพื่อรอจังหวะเหมาะ การกระทำของคนผู้นั้น ไม่คล้ายต้องการชีวิตเจ้า ไม่แน่ว่าจะหาจังหวะเหมาะเพื่อจับกุม หรือต้องการตามติดเพื่อลงมือบางอย่าง 

วันหน้าเจ้าไม่อาจหนีเที่ยวเช่นนี้ได้อีก รออีกหน่อยเถิด ศึกแห่งสายเลือดในครั้งนี้ แน่นอนแล้วว่าไม่ใช่เพียงแค่เหล่าองค์ชายที่ร่วมแข่งขัน แต่ยังมีแม่ทัพที่คิดการใหญ่เข้าร่วมวงด้วย

ตระกูลหลี่คือผู้สนับสนุนองค์ชายสี่ แม้ตระกูลหลี่จะกระทำตนไม่ยุ่งเรื่องราวในราชสำนัก แต่ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ฉันญาตินั้นชัดแจ้งยิ่งนัก ซื่อซื่อ ข้าขอร้องเจ้า อย่าทำเช่นวันนี้อีก พรุ่งนี้ข้าจะให้คนพาตัวอวิ๋นซีไปที่คฤหาสน์ตระกูลหลักของข้าที่เล่าหยาง เจ้าเห็นเป็นอย่างไร” หลี่เจิ้งป๋อเอ่ยออกมารวดเดียว ตั้งใจตรงไปตรงมากับภรรยาอย่างที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ข้ายังจะพูดอะไรได้ล่ะ ก็วันนี้ข้าทำผิด ท่านพี่ทำตามที่เห็นสมควรเถิด ส่วนเรื่องที่ท่านขอร้อง ข้ารับปากท่านว่าจะไม่ทำอีก” ในที่สุดก็บรรลุเป้าหมายของวันนี้เสียที เขาย่อมรู้แก่ใจดี หากเขาไม่ออกมาวันนี้คนที่เดือดร้อนอาจเป็นพี่ชายร่วมสายเลือดอย่างอวิ๋นซี 

การที่เขายืมมือของหลี่เจิ้งป๋อเพื่อปกป้องพี่ชาย ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายไม่คาดฝัน ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วมิใช่หรือ เพราะเรื่องราวยุ่งยากพวกนี้ก็ล้วนเป็นหลี่เจิ้งป๋อที่ชักนำเข้ามา เช่นนั้นก็ควรต้องปกป้องคุ้มครองพี่ชายและผู้คนตระกูลเดิมของเขาด้วยจึงจะถูก

เมื่อบรรลุเป้าหมาย อวิ๋นเทียนซื่อจึงรู้สึกผ่อนคลายถัดมาก็ง่วงงุน “ท่านพี่ วันนี้ท่านจะลงโทษอันใดข้าหรือไม่ขอรับ หากท่านเพียงตักเตือน ข้าจดจำเอาไว้แล้ว แต่ตอนนี้ขอนอนก่อนได้ไหม ฮ้าว…ข้าง่วง”

“หลับเถิด ข้าเพียงบอกกล่าวเท่านั้น” หลี่เจิ้งป๋อช้อนตัวภรรยาเข้ามานั่งบนตัก จัดท่าจัดทางให้ร่างเล็กแบบบางซุกซบในอ้อมกอดตน ก่อนจะลูบหลังปลอบโยนคล้ายกำลังกล่อมเด็ก เลียนอย่างภรรยาในยามที่กล่อมตนเองเมื่อยามหลับใหลต้องพิษ

รถม้าที่แต่เดิมเร่งรีบเดินทาง พลันผ่อนฝีเท้าลง เปลี่ยนจากวิ่งอย่างรวดเร็วกลายเป็นวิ่งเหยาะๆ อย่างรู้หน้าที่

‘พรุ่งนี้คงต้องเริ่มสอนกระบวนท่าให้แก่ซื่อซื่อเสียแล้ว ไม่อาจผลัดวันเปลี่ยนยามได้อีก ภรรยาของเขานั้นซุกซน หากมีเพียงกำไลกล เห็นทีจะไม่เพียงพอ’

_________

สวัสดีจ้า ตอนนี้ว่าจะลงให้น้องฝึกวิชา แต่ก็ดันร่ายยาวพิมพ์เพลินไปหน่อย รู้ตัวอีกทีก็ได้จบตอนแบบนี้ซะงั้น แหะๆ ~ วันวานวันวาฬ.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 966 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

  1. #1389 Kunpriya12Mo34ji (@Kunpriya12Mo34ji) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:32

    โอ้ยยยน่ารักอ่าาา
    #1,389
    0
  2. #1304 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 21:59
    ตามใจเก่งงงง
    #1,304
    0
  3. #674 lovelove25 (@lovelove25) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 18:34
    น้องซนมากๆๆๆ แต่ถ้านับอายุจริงคือเท่ากันนะ
    #674
    0
  4. #538 NJChokdee (@NJChokdee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 11:06
    น้องเหมือนลูกแมว เหมียวๆ
    #538
    0
  5. #401 bleachy_aoi (@bleachy_aoi) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 21:06

    น่ารักดีนะเวลาอยู่ด้วยกัน รอตอนต่อไปจ้า
    #401
    0
  6. #351 Sweet*purr-fect (@NurseryAha) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 03:32
    น่ารักกกก สนิทกันมากขึ้นแล้ว
    #351
    0
  7. #274 Pissuda627 (@0862223050) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 17:29
    วันหวานๆของสามี-ภรรยา
    #274
    0
  8. #211 love_forever 1992 (@pranee_2535) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 18:54
    มดขึ้นละจ้าาาา
    #211
    0
  9. วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 06:30
    หวานอยู่เด้อตอนนี้ ชอบตอนเขาอยู่ด้วยกัน น่ารักจีงแก
    #126
    0