ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 19 : สายเลือด สายสัมพันธ์ (หนทางแห่งเล่ห์กล)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,960
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 819 ครั้ง
    12 พ.ค. 63

บทที่ ๑๙ สายเลือด สายสัมพันธ์ (หนทางแห่งเล่ห์กล)

‘ผู้กระหายอำนาจส่วนใหญ่ มักเดินทางไปสู่จุดจบ’

ภายในห้องโถงใหญ่แห่งตำหนักภูมิเสถียร ทันทีที่หลี่เจิ้งป๋อก้าวเท้าเข้าไปร่วมชมความครึกครื้นของงิ้วฉากใหญ่แห่งราชวงศ์ รอยยิ้มเสแสร้งที่เคยเลือนหายไปจากใบหน้าเพราะถูกภรรยาขัดเกลานั้น ก็ได้เริ่มกลับมาเยือนอีกครั้ง 

เขาเปิดเผยแววตาชั่วร้ายมากเล่ห์ให้แก่ทุกสายตาได้ยลโดยไม่คิดเก็บงำ 

ทุกการเคลื่อนไหวของหลี่เจิ้งป๋อได้ตกสะท้อนสู่สายตาของทุกผู้คนภายในโถงใหญ่โอ่อ่า รอยยิ้มที่ส่งไปไม่ถึงดวงตาของคุณชายใหญ่ตระกูลหลี่นั้นได้สร้างความอึดอัดระมัดระแวง จนทำให้ผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายโดยรอบเก็บสายตายินดีปรีดาของตนกลับคืนแทบไม่ทัน

“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี พ่ะย่ะค่ะ”

“ลุกขึ้นเถิด” 

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”

“ไม่ต้องมากพิธี” องค์จักรพรรดิผายมือส่งสัญญาณให้คนนำเก้าอี้มาให้หลี่เจิ้งป๋อ ก่อนจะตรัสถ้อยคำถัดมา “ที่เราให้เจ้าเข้าเฝ้าในยามนี้ เป็นเพราะมีเรื่องที่เจ้าสมควรได้รับทราบ อย่างไรเจ้าก็ขอเข้าวังมาเพื่อมอบสมุนไพรตามคำขอของโอรสเรา อีกทั้งหากเรื่องนี้สืบทราบความผิดแน่ชัด ตระกูลหลี่ก็ไม่อาจรอดพ้นความเกี่ยวข้องไปได้ หลิวกงกง แจกแจงเรื่องราวให้ผู้นำตระกูลหลี่ผู้นี้ฟังเถิด”

ในระหว่างที่หลี่เจิ้งป๋อรอรับฟังเรื่องราวจากหลิวกงกง เขาก็ก้มหน้า หลุบดวงตามองพื้น เขาไม่อยากมองอาจารย์พูดจาไม่อายฟ้าอายดินเช่นนี้ เห็นอยู่ชัดๆ ว่าญาติผู้น้องของเขากับท่านอาหญิงลำบากตรากตรำเพื่อราชวงศ์มากแค่ไหน 

นับว่า…โชคดียิ่งแล้วที่เขาเป็นเพียงลูกศิษย์ หากให้เขาอยู่ในสถานะเฉกเช่นลู่ฉี เขาคงชิงบัลลังก์มานั่งเล่นเสียนานแล้ว ไม่ปล่อยให้เหล่าบรรดาบุตรชายของอาจารย์ชักนำเรื่องยุ่งยากมาครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้เป็นแน่

“…เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้ขอรับคุณชายใหญ่หลี่” หลังจากที่หลิวกงกงบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ จบสิ้น หลี่เจิ้งป๋อก็เพิ่มรอยยิ้มอสรพิษขึ้นมาอีกระดับ ก่อนจะกล่าวถ้อยคำของตนเองออกไป

“พระอาญามิพ้นเกล้า เท่าที่กระหม่อมได้ฟังเรื่องราวจากหลี่กงกงมานั้น กลับมีความคิดเห็นต่างออกไป การที่ฝ่าบาททรงพระประชวรแล้วหาสาเหตุอาการมิได้นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง และการที่องค์เสียนเฟยมีพระอาการที่คล้ายคลึงกับฝ่าบาทนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเพียงแต่เชื่อมโยงสู่เหตุการณ์ต่อไปก็เท่านั้น…

เมื่อพระราชชายาล้มป่วย ฝ่าบาทพลันทรงฟื้นพระสติ ซ้ำยังค้นเจอสิ่งของอัปมงคลในตำหนักจรุงจิตของพระราชชายา…เหตุการณ์เชื่อมโยงในครั้งนี้ ได้ท่านนักพรตแห่งสำนักอารามหลวงประจำราชวงศ์ไขความกระจ่าง อันว่าด้วย มนต์ดำย้อนกลับเพราะบารมีแห่งโอรสสวรรค์มีเทพคุ้มครองปกปักรักษา หากเป็นเช่นนั้น กระหม่อมขอบังอาจตั้งคำถามในครั้งนี้พ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อสิ้นวาจาของหลี่เจิ้งป๋อ องค์จักรพรรดิก็เพียงยิ้มรับ ก่อนจะผายมือและอนุญาตให้คนที่อยู่เบื้องล่างนั้นได้เอ่ยถ้อยคำต่อ “เชิญเจ้าเอ่ยถามมาเถิด”

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ…คำถามแรก จะทราบได้อย่างไรว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใส่ความโยนความผิด มีการค้นตำหนักเรือนพักของพระสนมองค์อื่นๆ อีกหรือไม่ หรือเพียงค้นตำหนักจรุงจิตเพียงสถานที่เดียว

คำถามที่สอง อันเรื่องที่ว่าด้วย คุณไสยมนต์ดำ เพียงตุ๊กตาผ้ามัดผูกติดกัน ก็สรุปได้แล้วหรือ อีกทั้งเท่าที่กระหม่อมมองอักษรที่เขียนช่วงเวลาตกฟากบนตุ๊กตาผ้าตัวที่อยู่เบื้องหน้าตัวนี้ ก็หาใช่เวลาตกฟากของพระราชชายาเสียนเฟยแต่อย่างใด

ด้วยเพราะแรกเริ่มเดิมทีท่านอาหญิงในตอนที่ยังเล็กนั้นป่วยกระเสาะกระแสะร่างกายอ่อนแอ ทางท่านปู่และท่านผู้เฒ่าทั้งหลายของตระกูลหลี่จึงได้ทำการลวงชะตาด้วยการยืมเวลาตกฟาก จากนั้นร่างกายของท่านอาก็มีสุขภาพแข็งแรงเฉกเช่นทุกวันนี้ 

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า เวลาตกฟากที่อยู่บนตุ๊กตาผ้าอัปมงคลตัวนั้น ย่อมไม่ใช่เวลาตกฟากแท้จริงของท่านอา เรื่องนี้คนเก่าคนแก่ของตระกูลหลี่ล้วนยืนยันได้ ยังมีท่านมหาบัณฑิตโอวหยางและท่านเจ้าอาวาสแห่งอารามผิงอัน ที่สามารถยืนยันเรื่องราวนี้ได้เช่นกัน เพราะเมื่อตอนก่อนที่ท่านอาหญิงจะแต่งเข้าราชวงศ์นั้น ก็ได้เทียบดวงชะตามอบเวลาตกฟากที่แท้จริงให้พ่ะย่ะค่ะ

ส่วนคำถามข้อที่สามนั้น คือข้อสังเกตของกระหม่อมเอง หลังจากที่ได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมด กระหม่อมไม่อาจมองข้ามถึงสถานที่ที่ท่านอาหญิงหมดสติ และสิ่งของที่อาจจะได้ดื่มหรือรับเข้าไป เรื่องราวเช่นนี้ไม่ทราบว่าตรวจสอบออกมาแล้วหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ และกระหม่อมยังมีคำถามอีกมากมายเพียงแต่การจะเอ่ยออกไปในครั้งเดียวนั้น ยังต้องอาศัยการตอบคำถามทั้งสามข้อก่อนหน้า แล้วค่อยมาถกปัญหา เหตุผล สาเหตุ ได้อีกครั้ง ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด พ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อสิ้นคำกล่าวของหลี่เจิ้งป๋อ ผู้คนโดยรอบก็หลั่งเหงื่อเย็นออกมาโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้เรื่องราวคล้ายจะพลิกกลับตาลปัตร จากนั่งชมดูความหายนะ กลับกลายเป็นว่า ตนอาจจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยได้เช่นกัน ซ้ำยังไม่รู้ว่าเล่ห์กลในครั้งนี้จะตกใส่หัวพวกเขาขึ้นมาหรือไม่ แต่ละคนต่างก็เร่งรีบออกมาจากตำหนัก โดยไม่ได้สะกิดใจสั่งให้ข้ารับใช้นางกำนัลค้นหาสิ่งของต้องสงสัย อันอาจซ่อนอยู่ภายในห้องหับของตนก็เป็นได้ คิดได้เช่นนั้นเหล่าผู้เป็นใหญ่แห่งฝ่ายในทั้งหลายก็ได้แต่หลังเหงื่อออกมามากมาย แม้กระวนกระวายใจแต่ก็ไม่อาจเคลื่อนไหวอะไรได้เลย

องค์จักรพรรดิสั่งการให้ทหารราชองครักษ์ไปตรวจสอบตามที่หลี่เจิ้งป๋อตั้งข้อสังเกต รวมทั้งให้คนไปเชิญมหาบัณฑิตโอวหยางและสั่งให้ผู้คนไปสอบถามท่านเจ้าอาวาสแห่งอารามผิงอัน

ถ้าสติไม่มา ปัญญาก็จะไม่มี ในตอนนี้ผู้คนในห้องโถงล้วนกระจ่างแจ้งแล้ว ว่าพวกตนนั้นถูกกักตัวให้อยู่แต่ภายในโถงแห่งนี้เพื่อไม่ให้กระทำการอื่นใดได้ สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ คือทำได้เพียงนั่งรอรับชะตากรรม ที่กำลังจะถูกผู้อื่นจรดพู่กันบรรจงร่ายรายละเอียดจริงเท็จออกมาเพื่อตีแผ่

ลู่หมิงยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น ความพยายามต่างๆ มากมายกลับถูกหลี่เจิ้งป๋อพลิกลิ้นเปลี่ยนคำแค่เพียงเพราะเวลาตกฟากคำเดียว ที่แท้คนที่ร้ายกาจที่สุดก็คือเจ้าคนที่ยืนยิ้มอยู่ตรงกลางโถงแห่งนี้ เขาไม่อาจโต้แย้งหลี่เจิ้งป๋อต่อหน้าผู้คน ด้วยเพราะไม่อาจเผยพิรุธใดๆ ให้ผู้อื่นพบเห็น เหตุการณ์ในครั้งนี้เขากำลังจะพ่ายแพ้อีกแล้วหรือ… 

ไม่! ย่อมไม่อาจเป็นเช่นนั้น

หยางฮองเฮานั่งนิ่งใบหน้าซีดขาว เรื่องนี้นางมีส่วนอยู่ไม่น้อย หากฝ่าบาททรงทราบเรื่อง นางคงไม่อาจหนีพ้นตำหนักเย็น นางครอบครองตำแหน่งยิ่งใหญ่นี้มาเนิ่นนาน แม้นนางไม่มีบุตรชาย แต่นางก็มีบุตรสาว นางผิดด้วยหรือหากนางอยากให้บุตรสาวของนางได้มียศศักดิ์เฉกเช่นตนเอง 

บุตรสาวของนางเสกสมรสให้แก่ แม่ทัพพิชิตประจิม ‘ลู่เฉิน’ ราชบุตรเขยของนางผู้นี้เป็นเชื้อพระวงศ์ที่สืบสายเลือดมาจากราชวงศ์ก่อน คนผู้นี้มีทั้งความสามารถและไพร่พลกองกำลังทหาร ลูกเขยของนางมีอำนาจบารมีไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าเหล่าองค์ชายไม่ได้เรื่องของบรรดาสนมชายาพวกนั้น แล้วเหตุใดนางจะกระทำเพื่อความสุขของบุตรสาวไม่ได้

หยางฮองเฮาและลู่หมิงส่งสายตาให้แก่กัน ลู่หมิงส่งสัญญาณเพื่อควบคุมหนอนกู่พิษที่อยู่ในร่างของหลี่เจิ้งป๋อ เขาหยิบผลึกหนอนกู่ขึ้นมาก่อนจะกลืนมันลงไป ใช้เวลาเพียงครู่ เขาพลันมีอันต้องกระอักเลือดออกมาคำโต

“ไม่! เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้” ทันใดนั้นร่างเงาสองสายก็ปรากฏตัวขึ้น ก่อนจะทะยานกายเข้ามาควบคุมตัวลู่หมิง

เรื่องราวเปลี่ยนแปลงพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ทุกเหตุการณ์ในวันนี้นั้นได้สร้างความแตกตื่นให้แก่เหล่าองค์ชายอีกหกพระองค์เป็นอย่างมาก แม้จะตกใจแตกตื่นแต่องค์ชายทั้งหกก็ระงับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว พลันสายตาระแวดระวังก็ถูกส่งไปให้หลี่เจิ้งป๋อที่ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางโถงในทันที คนผู้นี้เป็นเพียงคหบดีจริงหรือ แม้นจะเป็นคนของตระกูลหลี่ที่เป็นวาณิชหลวง แต่เหตุใดแววตาสนุกสนานที่เปล่งประกายออกมานั้น ให้มองอย่างไรก็ไม่รู้สึกว่าคนผู้นี้ธรรมดา

“เสด็จพ่อ เหตุใดจึงกระทำต่อลูกเช่นนี้?” ลูหมิงส่งเสียงคำราม ตัดพ้อต่อพระบิดา

“หมิงเอ๋อร์ ผลึกหนอนกู่ที่เจ้ากลืนลงไปนั้น แน่ชัดแล้วถึงอาการสลบไสลไม่ได้สติของเรา ครั้งนี้เจ้าคงตั้งใจจัดการเรื่องราวนี้แล้วจริงๆ จึงได้กลืนมันลงไปในตอนนี้

บุตรชาย [1]ไม้คดและเหล็กงอยังนำมาทำประโยชน์ได้ แต่คน ‘คด’ กลับใช้ทำอะไรไม่ได้เลย จะอย่างไรก็ดี อดีตองค์ชายเสเพลเช่นเราย่อมเคยเรียนรู้เรื่องราวของชนเผ่าเหมียวอยู่บ้าง ไม่อาจเรียกว่ามีความรู้ลึกซึ้ง แต่เพราะเราเองมีสหายเป็นคนเผ่าเหมียว ดังนั้นจึงรู้จักกับหนอนพิษชนิดนี้เป็นอย่างดี วันนี้เราจึงเพียงนั่งรอให้ผู้กระทำการโผล่ศีรษะออกมาเอง เพียงแต่…ไม่นึกว่าคนผู้นั้นจะเป็นเจ้า”

เมื่อสิ้นรับสั่งของพระบิดา ลู่หมิงก็หยุดขัดขืนดิ้นรนคล้ายยอมรับและไม่ยอมรับ เขาถูกหลี่เจิ้งป๋อยั่วยุบีบคั้น เพราะไม่อยากพ่ายแพ้ จึงคิดควบคุมหลี่เจิ้งป๋อที่บังเอิญรับพิษหนอนกู่แทนน้องสี่ ไม่นึก ไม่นึก ไม่นึกว่าเรื่องราวในวันนี้จะถูกหลี่เจิ้งป๋อตลบหลัง 

ฉับพลันที่เขากลืนผลึกหนอนกู่ หลี่เจิ้งป๋อก็ใช้พิษในตัวทำลายหนอนพิษกู่ของเขาในทันที และพิษนั้นก็ย้อนกลับมาสู่คนที่ใช้ผลึกควบคุมจนทำให้เขากระอักเลือด 

เป็นอันแน่นอนแล้วว่าแม้เขาจะสัมผัสได้ว่าหลี่เจิ้งป๋อนั้นมีพิษอยู่ในร่างกาย แต่คนผู้นี้กลับรอเวลาอย่างใจเย็นเพื่อจัดการเขาต่อหน้าพระพักตร์เสด็จพ่อ

ลู่หมิงยิ่งมองรอยยิ้มบางเบาของหลี่เจิ้งป๋อ เขาก็ยิ่งรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึง หากคนผู้นี้ปล่อยให้เขาลงมือดังเช่นเรื่องราวในวันนี้ เช่นนั้นไม่แคล้วคงเพื่อสืบเสาะหาผู้ที่ร่วมมือสนับสนุนเขาเป็นแน่แท้

‘เป็นเช่นนั้นหรือ เฉิน…ข้าคงไม่อาจช่วยเหลือเจ้าได้อีกแล้ว” ชีวิตเขาอาภัพเกิดมาก็เป็นเพียงเกอผู้หนึ่ง แม้มีความมักใหญ่ใฝ่สูงก็จำต้องกดข่มเอาไว้

ในยามเมื่อมีรัก เขาก็อยากช่วยเหลือคนรักอย่างเต็มที่ แต่ขณะเดียวกันเขาก็ทำทุกอย่างเพื่อสานต่อความต้องการของตัวเองเช่นกัน กล่าวว่าบัลลังก์นี้…ช่างยากเย็นนัก

สวรรค์ลิขิตให้เขาเป็นองค์ชาย แต่ไม่ลิขิตให้เขาครอบครองสิทธิ์อันพึงมีเฉกเช่นพี่น้องคนอื่นๆ 

สวรรค์ลิขิตให้เขาเป็นองค์ชายที่มีรัก แต่ไม่ลิขิตให้เขาสามารถครอบครองคนรักได้ แม้จะช่วยคนรักสักครั้ง ยังไม่ยอมให้กระทำการสำเร็จ ‘ช่าง…น่าขันไม่สิ้นสุด’

ลู่หมิงเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างคนเสียสติ เขายอมรับชะตาแล้ว แม้จะไม่ยินดี แต่เขาก็ยอมรับมันแล้ว

“เสด็จพ่อ สิ่งที่ลูกนั้นยินดีที่สุดและเสียใจที่สุดนั้น คือการได้เกิดมาเป็นคนในราชวงศ์ การเป็นเชื้อพระวงศ์สำหรับลูก เป็นทั้งความภาคภูมิใจและความอดสูในเวลาเดียวกัน ลูกดำเนินสู่เส้นทางหายนะตามครรลองของผู้เป็นเชื้อพระวงศ์คนก่อนๆ ทั้งที่รู้แต่ลูกก็ยังเลือกเส้นทางสายนี้ด้วยตัวเอง เสด็จพ่อคงแน่ชัดถึงการกระทำของลูกเพราะผลึกหนอนกู่ที่ลูกกลืนเข้าไป… 

เช่นนั้น…เสด็จพ่อ ทั้งชีวิตของลูกตั้งแต่เกิดมาไม่เคยขอสิ่งใด เรื่องราวในครั้งนี้เป็นลูกที่คิดการใหญ่กระทำขึ้นมาเอง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับคำสอนและการเลี้ยงดูของมารดาผู้ล่วงลับ ขอเพียงเสด็จพ่อไม่ลดขั้นของมารดาและนำรายชื่อออกจากศาลบรรพชน เพียงเท่านี้ เรื่องราวต่างๆ ที่ลูกกระทำลงไป ลูกจะมอบชีวิตให้เป็นการกลับคืนพ่ะย่ะค่ะ”

“หมิงเอ๋อร์ การวางยาจักรพรรดิ เรื่องนี้อย่างไรก็ต้องจัดการตามกฎมณเฑียรบาล แต่ในฐานะบิดา อย่างไรก็ไม่อาจตัดใจได้ ในระหว่างที่เรานั้นยังมีชีวิตอยู่ การเห็นบุตรเดินสู่เส้นทางแห่งความตายนั้น เราไม่เคยนึกยินดี เรื่องราวในครั้งนี้เราไม่อยากให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อเหล่าพี่น้องของเจ้า สายเลือด อย่างไรก็ยังเป็นสายเลือด สายสัมพันธ์อย่างไรก็ยังเป็นสายสัมพันธ์ 

ลูกเอ๋ย…ต่อให้บิดาไม่อาจปฏิบัติต่อเจ้าเฉกเช่นผู้เป็นบิดาทั่วไปควรกระทำ แต่ไม่ว่าอย่างไรเลือดย่อมข้นกว่าน้ำเสมอ ต่อให้ลูกจะทำผิดแต่บิดาก็ยังจะเข้าข้างและสอนสั่ง ชักนำสู่เส้นทางอันสมควร ทว่าด้วยฐานะเช่นบิดาอย่างข้าผู้นี้ การสอนสั่งบุตรของตนให้เดินสู่เส้นทางอันควรนั้นช่างยากเย็นนัก ความรู้ตำรับตำราอันใดล้วนไม่อาจช่วยเหลือได้ 

เมื่อลูกกระทำความผิด บิดาทั่วไปนั้นเพียงโบยสั่งสอนให้หลาบจำ แต่เมื่อเป็นโอรสแห่งจักรพรรดิกระทำความผิด…แม้นตัดใจไม่ได้แต่ก็ต้องตัดใจ…”

องค์จักรพรรดิทอดพระเนตรองค์ชายทุกพระองค์เป็นการส่งสัญญาณเชิงตักเตือน ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าจากบิดาผู้เคร่งขรึมเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งแว่นแคว้น

“ทหาร! นำตัวองค์ชายรองไปที่ตำหนักบำเพ็ญทุกข์ มอบทหารองครักษ์เพื่ออารักขาองค์ชายรองสองร้อยนาย จนกว่าจะสืบสาวเรื่องราวทั้งหมดออกมาอย่างกระจ่างแจ้ง หากไม่มีคำสั่งจากเรา ไม่ว่าใครก็เข้าออกไม่ได้!”

สิ้นพระสุรเสียง เหล่าทหารราชองครักษ์ก็ไม่รอช้ารีบปฏิบัติตามรับสั่งในทันที เมื่อองค์ชายรองถูกควบคุมตัวออกไปแล้ว ในยามนี้จึงมีเพียงบรรยากาศเงียบงันภายในห้องโถงใหญ่โอ่อ่า ไม่นานความเงียบที่กดดันผู้คน ก็ถูกทำให้สลายหายไปด้วยถ้อยคำกราบทูลของมหาขันทีข้างพระวรกาย 

เนื่องด้วยมหาขันทีเป็นหนึ่งในผู้ร่วมตรวจค้นตำหนักต่างๆ รวมถึงเรือนแยกของเหล่าสนมยศน้อยเหล่านั้นด้วย ทุกสถานที่ภายในวังหลัง เขาล้วนกระจายกำลังตรวจตราถ้วนถี่ แล้วจึงได้นำข้อมูลทั้งหมดขึ้นกราบทูล

“ทูลฝ่าบาท ผลการตรวจค้นตามตำหนักต่างๆ ล้วนแล้วแต่มีสิ่งของอัปมงคลซ่อนไว้ทั้งสิ้นพ่ะย่ะค่ะ แต่ละที่แต่ละแห่งที่ของเหล่านั้นถูกซ่อนเอาไว้นั้นล้วนแตกต่างกันไป มีเพียงสถานที่แห่งเดียวที่ตรวจค้นแล้วไม่เจออะไรพ่ะย่ะค่ะ มีเพียงตำหนักปถวีศานติเท่านั้นที่ตรวจค้นไม่พบเจอสิ่งใด แต่กลับตรวจสอบพบความผิดปกติกับถ้วยชาสองใบพ่ะย่ะค่ะ ใบแรกเป็นใบที่พระราชชายารับเข้าไป และใบที่สองคือใบที่นางกำนัลนำมาต้อนรับองค์ชายสี่พ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่องค์ชายสี่มิได้รับน้ำชาเข้าไป น้ำชาจอกนั้นจึงยังคงหลงเหลือให้ตรวจสอบพ่ะย่ะค่ะ”

“เป็นไปไม่ได้! เหตุใดจึงยังมีน้ำชาหลงเหลืออยู่ ในเมื่อข้า…” หยางฮองเฮาโพล่งออกมาอย่างลืมตัว กว่าจะทันได้นึกถึงสิ่งใดได้ ก็ได้ตกลงสู่บ่วงแห่งกับดักที่ถูกวางเอาไว้เสียแล้ว “ฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงให้ความเป็นธรรมต่อหม่อมฉันด้วยเพคะ”

สิ้นคำของหยางฮองเฮา จ้าวเฟยอวี่พลันก้าวเท้าเข้ามารายงานความคืบหน้าล่าสุดให้แก่ผู้คนภายในห้องโถงได้รับทราบกันถ้วนหน้า

“กราบทูลฝ่าบาท นางข้าหลวงใหญ่ลวี่อีแห่งตำหนักจรุงจิต จู่ๆ ก็สิ้นใจลงต่อหน้าผู้คนมากมาย ทราบสาเหตุอาการในเบื้องต้นคล้ายสิ้นชีพจากการถูกพิษร้ายแรงชนิดหนึ่ง อีกทั้งยังตรวจสอบพบความสัมพันธ์ระหว่างเหล่านางกำนัลและขันทีน้อยใหญ่ ตอนนี้กระหม่อมได้กระทำการจับกุมขันทีชราจากโรงซักล้างที่พยายามปลิดชีพตนเอง และยังได้พบเจอช่วยเหลือขันทีน้อยผู้หนึ่งซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับนางข้าหลวงลวี่อีพ่ะย่ะค่ะ

ส่วนทางด้านสำนักหมอหลวง มีรายงานตรวจพบถึงความผิดปกติของรองหัวหน้าหมอหลวงเจี่ยงซุน ที่มีอาการคล้ายควบคุมตนเองไม่ได้ และ จู่ๆ ก็กระอักเลือดออกมา ตอนนี้ถูกกักตัวเอาไว้เพื่อความปลอดภัยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

หยางฮองเฮาร่างกายซวนเซ ก่อนจะทรุดตัวลงอีกครั้ง ศีรษะแนบชิดติดพื้น แม้นเรื่องราวจะยังไม่กระจ่างและโยงใยมาถึงตัวนางอย่างชัดแจ้ง แต่นางแต่งให้บุรุษมากบารมีผู้นี้มาเป็นเวลาช้านานแล้ว มีหรือที่นางจะไม่เข้าใจจิตใจแห่งโอรสสวรรค์

หลี่เจิ้งป๋อนั่งกระดิกขาชมเรื่องราวครึกครื้นอยู่เช่นนั้น ยามนี้หมดหน้าที่ของเขาแล้ว ใจก็อดหวนนึกถึงใบหน้าภรรยาก่อนที่เขาจะเดินทางเข้าวังไม่ได้

ภาพคิ้วที่ขมวดจนชิดติดกันของอวิ๋นเทียนซื่อนั้น สร้างความหวานล้ำในจิตใจให้แก่หลี่เจิ้งป๋ออย่างที่สุด ขณะนี้เขาอยากกลับไปหาภรรยาแล้ว อีกอย่างงิ้วโรงนี้ก็เริ่มน่าเบื่อขึ้นเรื่อยๆ เขาเองก็ไม่ได้มีความยินดียินร้ายต่อหายนะของผู้อื่นสักเท่าไร ที่กระทำการลงไปทั้งหมดล้วนทำเพื่อปกป้องผู้คนฝ่ายตนเพียงเท่านั้น เรื่องอื่นเขาก็ปล่อยให้ผู้อื่นจัดการไป

เมื่อทุกอย่างเริ่มคลี่คลายเขาก็เพียงอยากกลับไปเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ภรรยาฟัง แม้เรียวปากเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มนั้นจะบอกเพียงว่าไม่อยากฟัง แต่ร่างเล็กๆ ของคนผู้นั้นก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนถอยห่าง ทำเพียงยืนอยู่ข้างๆ แล้วแอบเก็บข้อมูลทั้งอย่างนั้น 

สายตากลอกกลิ้งอย่างคนที่กำลังใช้ความคิดของซื่อซื่อ…ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งคะนึงหา

“กราบทูลฝ่าบาท เวลานี้เรื่องราวภายในวังหลวงนั้นซับซ้อนยิ่งนัก กระหม่อมซึ่งเป็นคนนอกเกรงว่าจะเป็นการมิบังควร กระหม่อมใคร่ทูลขอพระราชอนุญาต นำสมุนไพรและยาบำรุงส่งมอบให้แก่องค์ชายสี่ตรงนี้เลยได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

ลู่เหวินเพียงปรายตามองศิษย์เอกของตนเองอย่างรู้ทัน เจ้าคนไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำผู้นี้ต้องการโยนภาระทั้งหมดให้เขาจัดการ ‘เพ้ย! เหตุใดเขาจึงรับคนเช่นนี้เป็นลูกศิษย์ได้ แต่เอาเถอะเรื่องราวก็ดำเนินมาถึงจุดนี้แล้ว ให้คนหนุ่มกลับไปพิชิตใจภรรยาก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้มีเรื่องเล่าสนุกๆ ไปให้ภรรยาของเขาฟังก่อนนอน’ เมื่อคิดได้ดังนั้น ลู่เหวินก็สั่งให้หลี่เจิ้งป๋อไสหัวกลับออกไป

สิ้นเสียงรับสั่ง หลี่เจิ้งป๋อก็รีบแสดงความเคารพ แล้วเดินจากไปด้วยฝีเท้าหนักแน่นทว่ารวดเร็ว

‘หึ มารดามันเถอะ! เจ้าลูกศิษย์ไม่รู้ความ รีบเดินจนแทบจะกลายเป็นใช้วิชาตัวเบาอยู่แล้ว ลืมแม้กระทั่งภาพพจน์อ่อนแอของบัณฑิตอ่อนแรง เฮ้อ…ช่างกระทำตน…ไม่แนบเนียน’ 

เขาผู้เป็นอาจารย์เสียหน้ายิ่งแล้ว…


ฝันดีนะคะ ~ วันวานวันวาฬ.

เชิงอรรถ

[1] ไม้คดใช้ทำขอ เหล็กงอใช้ทำเคียว แต่คนคดเคี้ยวใช้ทำอะไรไม่ได้เลย คือคำคมของ ขงเบ้ง ที่ใช้ในการสอนเชิงเปรียบให้เห็นเป็นรูปธรรม เป็นตัวอย่างในด้านความไม่ซื่อตรง ไม่ซื่อสัตย์ ที่ดูไว้เป็นเยี่ยง แต่อย่าเอาเป็นอย่างค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 819 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

  1. #1642 HEART_Y (@HEART14Y) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 23:28

    อืมมม.. คงคิดถึงมากก
    สามี: I miss you so bad.
    ภรรยา: ฮัดเช้ยย..
    #1,642
    1
  2. #1523 zezeuiaz (@zezeuiaz) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 11:53
    แต่ละคนช่างด้านหนาทนทาน ชนิดนิวเคลียร์ลง ก็คงไม่เป็นไร
    #1,523
    1
  3. #1303 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 21:48
    งิ้วไม่สนุกแล้วกลับบ้าน555555
    #1,303
    0
  4. #1247 Sunflower.W (@renesqueenxs) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 06:01
    ก็คือ....เอ็นดู หลงใหล ได้ปลื้ม กับเมียมาก จนความลับที่เก็บเรื่องตัวเองแทบเเตกออกมา 5555
    #1,247
    0
  5. #1037 Minutedao (@Minutedao) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 00:48
    ก็ต้องรีบทำคะแนนกันหน่อยย
    #1,037
    0
  6. #592 khanaa1a (@khanaa1a) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 14:09
    คิ้วขมวดจนชนกัน สายตากลับกลอก(ดูล่อกแล่กเจ้าเล่ห์)สาบานว่านี่คือความน่ารักน่าเอ็นดูของนายเอก😂😂😂
    #592
    0
  7. #537 NJChokdee (@NJChokdee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 10:57
    เมื่อคิดถึงเมีย ก็ลืมสิ้นแล้วว่าต้องแสร้งอ่อนแอ่เจ้าลูกเต่าาาา
    #537
    0
  8. #350 Sweet*purr-fect (@NurseryAha) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 00:36
    อยากรู้ยศหรือหน้าที่การงานจริงๆ ของสามีอ่ะ ทำงานราชการลับแบบนี้น่าจะมีตำแหน่งอยู่บ้าง
    #350
    0
  9. #331 2mjtshw (@MaynieTuan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 15:11
    หลงเมียทั้งสิทธิ์และอาจารย์ 555
    #331
    0
  10. #273 Pissuda627 (@0862223050) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 17:12
    สมาคมคนหลงเมีย เหล่าพ่อบ้านใจกล้า55
    #273
    0
  11. #208 love_forever 1992 (@pranee_2535) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 12:17

    เหม็น ความรัก 555+https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-13.png

    #208
    0
  12. วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 06:17
    เข้มข้นมากกกกกก เฉินนี่คือลู่เฉินแม่นบ่ ว่าไปองค์ชายรองก็น่าสงสารจริงๆ แต่เมื่อเลือกเดินทางนี้ก็ต้องรับผลการกระทำไปเนอะ แต่ก็แหมมมศิษย์กับอาจารย์นี่กินกันไม่ลงจริงๆ เรื่องการหลงเมียเนี่ย 55
    #125
    0