ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 18 : สายเลือด สายสัมพันธ์ (เริ่มแผนการ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,302
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 829 ครั้ง
    9 ก.พ. 63

บทที่ ๑๘ สายเลือด สายสัมพันธ์ (เริ่มแผนการ)

‘สัจธรรมแห่งอำนาจ อำนาจที่อยู่เหนือสายสัมพันธ์’

ในระหว่างที่อวิ๋นเทียนซื่อกำลังรับการปรนนิบัติจากสามีอยู่บนโต๊ะอาหารอยู่นั้น ร่างเงาสายหนึ่งก็ปรากฏตัวเข้ามาทางหน้าต่างโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย

“เรียนท่านหัวหน้า งูดินเคลื่อนไหวแล้วขอรับ” 

หลี่เจิ้งป๋อพยักหน้ารับรู้ให้ร่างเงาสายนั้น ก่อนจะหันไปมองคนที่นั่งหลับตาและเอามือปิดหูอยู่ข้างกาย ครู่ต่อมา หลังจากที่ร่างเงาสายนั้นเลือนหายจากไป เขาจึงเริ่มลงมือปรนนิบัติพิชิตใจภรรยาของตนเองต่ออีกครั้ง ราวกับเรื่องราวเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ปากน้อยกระจิดริดเคี้ยวอาหารต่อเพียงเล็กน้อยก่อนวางตะเกียบลง แล้วโกยอาหารทุกจานไปทางสามี

“ท่านพี่ พอเถอะ ข้าทานไม่ลงแล้ว ช่วงเช้าข้าไม่ค่อยรับอาหาร ท่านทานเถอะ ท่านยังต้องปกป้องข้ากับคนทั้งตระกูลของท่าน ไม่อาจกระทำตนให้มีแรงน้อย เอ้า! ทานให้หมดชาม กินมากๆ หน่อย จะได้มีเรี่ยวแรงไปจัดการงูดิน”

“ซื่อซื่อ…ที่แท้ก็แอบฟัง ทีหลังไม่ต้องใช้มือแนบใบหูแล้ว นับแต่นี้สืบไปเจ้าอยากรู้อะไรก็ถามข้าด้วยตัวเองได้ เรื่องใดตอบได้ ข้าย่อมไม่ปิดบัง”

“ข้าไม่ได้อยากรู้อะไรนักหรอก คนรู้มากมักตายไว ท่านก็อย่าพยายามยัดเยียดเรื่องราวการแก่งแย่งชิงดีพวกนั้นให้ข้านักเลย เท่าที่รับรู้มาก็ทำให้ข้าอกสั่นขวัญหายจนนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว”

“รับรู้อีกสักหน่อยเถิด ช่วงนี้ต้องลำบากให้เจ้าอยู่แต่ภายในเรือนแห่งนี้ ข้ามอบองครักษ์เงาฝีมือดีให้เจ้าสี่นาย หากมีสิ่งใดผิดปกติ หรือหากภายในสองวันนี้ข้าไม่กลับออกมาจากวังหลวง เจ้าก็ใช้เส้นทางลับภายในเรือนบัวพิสุทธิ์ออกไป ต่อจากนั้นก็มุ่งหน้าสู่โรงเตี๊ยมของพี่ชายเจ้า ข้าได้ให้คนส่งข่าวแก่พี่ชายเจ้าไปบ้างแล้ว เพียงแต่…ไม่อาจบอกกล่าวเรื่องราวหลายอย่างให้พี่ชายเจ้าทราบได้ ลำบากให้เจ้าต้องแสดงตนเป็นอนุแปดผู้โอหังอวดดีไปก่อน”

“อืม เรื่องเล่นงิ้วทำนองนี้ ข้าก็พอจะทำได้อยู่ แม้จะทำได้ไม่ดีเท่าท่านพี่ แต่ข้าจะพยายาม ว่าแต่…ท่านจะเข้าวังวันนี้หรือ?”

“สักพักคงมีเรื่องให้ข้าต้องเข้าวัง” หลี่เจิ้งป๋อส่งยิ้มให้ภรรยา แม้คำพูดคำจาจะกระทบกระเทียบเขา แต่ก็คล้ายจะมีสายใยแห่งความห่วงใยบางเบาเจือจางปนอยู่

อวิ๋นเทียนซื่อเบือนหน้าหลบเลี่ยงรอยยิ้มของผู้เป็นสามี คนผู้นี้นับวันยิ่งแปลกประหลาด หลายวันมาแล้วที่เขาใช้เวลาอยู่กับหลี่เจิ้งป๋อทั้งวันทั้งคืน จากเรื่องราวที่อยากหลีกลี้หนีห่างให้ไกลๆ กลับกลายเป็นเขาค่อยๆ เข้าใกล้ รับรู้เรื่องราวความลับใหญ่โตไปเสียทั้งอย่างนั้น 

แม้หลี่เจิ้งป๋อจะไม่อธิบายเรื่องราวให้กระจ่างด้วยตนเองและตัวเขาก็ไม่ได้ตั้งคำถาม แต่เขาก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้อยู่บ้าง นับว่าหลี่เจิ้งป๋อเป็นบุรุษที่มีภาระหนักอึ้งผู้หนึ่ง มีใบหน้าหลายแบบ มีฐานะลึกลับยุ่งยาก และมีหน้าที่มากมาย คนผู้นี้มีศัตรูทั้งในที่ลับและที่แจ้ง ตอนนี้เขาติดร่างแหเข้าไปด้วยแล้ว คงหลีกหนีชะตากรรมได้ยาก แต่เขาก็ไม่อาจนอนรอรับชะตากรรม การยืมจมูกผู้อื่นหายใจ ไม่ว่าอย่างไร…ล้วนไม่ดี 

ทางที่ดีควรหาทางปกป้องตัวเอง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน สัจธรรมนี้ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย

“ท่านพี่ ข้าอยากฝึกกระบวนท่า และอยากเรียนรู้การค้าขาย ท่านหาคนมาสอนข้าได้หรือไม่”

“ย่อมได้แน่นอน…ข้าจะเป็นคนสอนภรรยาด้วยตัวเอง ข้าเริ่มฝึกยุทธ์มาตั้งแต่ห้าขวบปี แต่ละวันข้าฝึกฝนพลังยุทธ์ควบคู่กับการเรียนรู้กระบวนท่าหมัดมวยไม่ได้ขาด จนตอนนี้เรียกได้ว่าเก่งกาจกว่าใคร ส่วนเรื่องการค้าขายนั้น…ข้าเองก็ชำนาญยิ่งไม่แพ้กัน ต้องไม่ลืมว่าบรรพบุรุษของสามีในทุกรุ่น ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ประกอบการค้าผู้ร่ำรวยทั้งสิ้น”

‘ฮึ! ข้าคงต้องยืมจมูกผู้อื่นหายใจไปก่อนสินะ’

ฟังแล้วอวิ๋นเทียนซื่อก็ให้รู้สึกเหม็นเบื่อสามียิ่งนัก ฝึกกับหลี่เจิ้งป๋อย่อมไม่พ้นต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัว เท่าที่เสียไปเขาก็รู้สึกขาดทุนจะแย่ นี่อะไร…ยังต้องมากอบโกยความรู้กับครูผู้หื่นกามอีกอย่างนั้นหรือ

เฮ้อ…ทางเลือกมีเพียงหนึ่ง ก็คงต้องตั้งใจเรียนให้สมกับราคาที่ต้องจ่ายล่ะนะ

ณ พระตำหนักภูมิเสถียร ตำหนักที่ประทับหลักแห่งองค์จักรพรรดิอู๋เฉิงตี้ ‘ลู่เหวิน’

เช้าวันนี้ จู่ๆ องค์จักรพรรดิก็ไม่สามารถออกว่าราชการที่ท้องพระโรงได้เฉกเช่นทุกวัน ด้วยเพราะทรงหลับใหลไม่รู้สติ ทั้งยังไม่มีหมอหลวงคนใดสืบทราบสาเหตุของพระอาการ ทำได้เพียงเริ่มต้นสืบหาสาเหตุจากสิ่งต่างๆ รอบพระวรกาย ไม่ว่าจะเป็น ฉลองพระองค์ พระกระยาหารที่ได้ทรงเสวย รวมถึงข้าวของเครื่องเรือนตกแต่ง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตั้งอยู่ในตำหนักบรรทมแห่งนี้ ล้วนถูกตรวจสอบโดยหัวหน้าราชองครักษ์รักษาพระองค์ ‘จ้าวเฟยอวี่’

แต่ไม่ว่าจะตรวจค้นสิ่งใดก็ไม่อาจพบเจอสิ่งผิดปกติใดๆ มีเพียงคำให้การจากเหล่ากงกงชราและบรรดาข้าราชบริพารภายในตำหนักบรรทม ที่ฟังอย่างไรก็ไม่มีความผิดปกติแม้เพียงนิด เรื่องนี้ได้สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้แก่ผู้คนทั่วทั้งวังหลวง เหล่าองค์ชายองค์หญิงต่างเร่งรุดพร้อมใจกันมาคุกเข่าหน้าพระตำหนัก เพื่อแสดงความกตัญญูต่อพระบิดาด้วยท่าทางตระหนกห่วงใย

ภายในเขตพระราชฐานแห่งวังหลังก็โกลาหลไม่แพ้กัน ผู้คนทั้งหลายต่างพากันมารวมตัวที่หน้าพระตำหนักปถวีศานติ ตำหนักที่ประทับของหยางฮองเฮา โดยพร้อมเพรียงถ้วนหน้า

สนมนางในทุกตำแหน่งรวมทั้งข้าหลวงทุกคนต่างล้วนแสดงความห่วงใยต่อองค์จักรพรรดิ ยามนี้ไม่มีผู้ใดไม่ระวังตน บางคนร่ำไห้ บางคนก้มหน้ากัดริมฝีปากอดกลั้นน้ำตาคลอ บางคนทำเพียงก้มหน้าก้มตามองพื้นคล้ายกับกำลังคิดสิ่งใดไม่ออก

การกระทำเหล่านี้ล้วนถูกสายพระเนตรของเสียนเฟยจดจำเอาไว้ทั้งหมด นางถูกคนผู้นั้นใช้งานไม่จบไม่สิ้น ครั้งนี้ก็เช่นกัน… 

‘มีสามีผิดคิดจนตัวตายจริงๆ เฮ้อ…เมื่อก่อนชีวิตข้าล้วนดีงาม หากไม่เพราะเจ้าอดีตองค์ชายเสเพลนั่นล่อลวงข้า ป่านนี้ข้าคงได้นั่งนับเงินนับทอง เสวยสุขเป็นฮูหยินใหญ่ให้สามีปรนนิบัติบีบนวด ไม่ต้องมาลำบากตรากตรำเล่นงิ้วเก็บสายตาเช่นนี้แน่’ 

ในขณะที่หลี่เจียวอิงกำลังลอบสังเกตเหล่านางกำนัลของเหล่าสนมชายาทั้งหลาย นางก็ได้รับสัญญาณบางอย่าง จึงได้แสร้งจิบชาที่นางกำนัลขั้นสองแห่งตำหนักของหยางฮองเฮานำมาให้ 

ใช้เวลาเพียงไม่นาน หลี่เจียวอิงก็ล้มพับไปตามบทบาทอย่างงดงาม

“เสียนเฟย! เสียนเฟยเพคะ…”

ร่างของเสียนเฟยที่ฉับพลันก็ไร้เรี่ยวแรง ซ้ำยังทิ้งตัวร่วงหล่นลงไปกองอยู่บนพื้น สร้างความตื่นตะลึงให้เหล่าสนมชายาทั้งหลายเป็นอย่างมาก รวมถึงเจ้าของตำหนักแห่งนี้ด้วยเช่นกัน

“พาเสียนเฟยเข้าไปพักในห้องปีกข้างตำหนักข้าก่อน ฝูสี่เจ้าไปทูลองค์ชายสี่ให้เสด็จมาที่นี่ เหออี้รีบไปเชิญหมอหญิง…” สิ้นรับสั่งของผู้เป็นเจ้านายแห่งฝ่ายใน ข้ารับใช้ทั้งหมดก็รีบรุดไปจัดการตามรับสั่งอย่างรวดเร็ว

เวลาผ่านไปเพียงสองก้านธูป องค์ชายสี่ ‘ลู่ฉี’ ก็เสด็จมาถึงพระตำหนักปถวีศานติพร้อมกับรองหัวหน้าหมอหลวงเจี่ยงผู้ซึ่งมีหน้าที่ดูแลพระโอสถแห่งองค์จักรพรรดิ

“ถวายพระพร เสด็จแม่…”

“ถวายพระพร ฮองเฮา ขอจงทรงพระเจริญพันปี พันๆ ปี พ่ะย่ะค่ะ” 

ลู่ฉีและเจี่ยงซุนคุกเข่าทำความเคารพอย่างเต็มพิธีการ

“ไม่ต้องมากพิธี ทั้งสอง ลุกขึ้นเถิด เหตุใดจึงเป็นหมอหลวงเจี่ยงไปได้ โดยปกติจะเป็นหมอหญิงมิใช่หรือ”

“ทูลฮองเฮา หามิได้พ่ะย่ะค่ะ ในเวลานี้เกิดเรื่องต่างๆ มากมายขึ้น เหล่าหมอหลวงต่างถูกกักกันเพื่อตรวจสอบ รวมทั้งเหล่าหมอหญิงทั้งหมดด้วยพ่ะย่ะค่ะ ในครั้งนี้จึงเป็นกระหม่อมที่ต้องรับหน้าที่ตรวจพระอาการของพระราชชายาพ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นก็เข้าไปเถิด”

หยางฮองเฮาส่งสายพระเนตรเวทนาเห็นใจให้แก่องค์ชายสี่ ก่อนจะเอ่ยปลอบโยนเบาๆ พลางรับสั่งให้นางกำนัลส่งน้ำชาและของว่างไปให้ในระหว่างที่กำลังรอฟังอาการของเสียนเฟยไปพร้อมกัน

“ประหลาดยิ่งนัก! เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้?” น้ำเสียงของหมอหลวงเจี่ยงเล็ดลอดออกมาจากลำคอราวกับพบเรื่องราวประหลาดใจใหญ่หลวง เขาเอ่ยถ้อยคำทั้งหมดออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“มารดาป่วยเป็นอะไร หมอหลวงเจี่ยงโปรดเอ่ยออกมาให้กระจ่างเถิด” ลู่ฉีโพล่งถาม ไม่เก็บงำท่าทีร้อนรนด้วยเพราะกำลังห่วงใยมารดา

“หามิได้พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย พระอาการของพระราชชายานั้น…คล้ายกับพระอาการประชวรของฝ่าบาทยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ เพียงต่างกันตรงที่พระอาการขององค์เสียนเฟยหนักหนากว่าฝ่าบาทอยู่มากพ่ะย่ะค่ะ” 

ในขณะที่รองหัวหน้าหมอหลวงเจี่ยงรายงานถึงอาการป่วยของเสียนเฟยให้ผู้คนฟังอยู่นั้น หัวหน้าขันทีฝูสี่ ก็ได้เข้ามารายงานถึงอาการประชวรขององค์จักรพรรดิให้ผู้คนในห้องปีกข้างของตำหนักรับทราบ

“ทูลฮองเฮา ท่านมหาขันทีหลิวกงกงให้คนมาส่งข่าวเรื่องพระอาการของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”

“ฝ่าบาทเป็นอย่างไรบ้าง”

“เวลานี้ฝ่าบาททรงฟื้นขึ้นจากบรรทมแล้วพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่พระวรกายยังอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรงอยู่บ้างพ่ะย่ะค่ะ”

“ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณสวรรค์ ดียิ่งแล้ว ฝูสี่เจ้าออกไปแจ้งข่าวให้เหล่าสนมที่รออยู่ด้านนอกให้รับทราบกันโดยถ้วนหน้าเถิด”

หลังจากเรื่องราวพระอาการประชวรขององค์จักรพรรดิคลี่คลายลงได้เพียงไม่นาน ภายในวันเดียวกันนั้น ข่าวการล้มป่วยของเสียนเฟยก็ถูกโจษจันไปทั่วทั้งฝ่ายใน ด้วยเหตุจากพระอาการประชวรที่คล้ายคลึงกับองค์จักรพรรดิไม่ผิดเพี้ยน

ทั่วทั้งวังหลังโกลาหลขึ้นมาอีกระลอก เหล่าหมอหลวงรวมทั้งผู้นำของเหล่าทหารราชองครักษ์หลวงได้รีบรุดเดินทางมาตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุของพระอาการประหลาดของหนึ่งในสี่ราชชายาอย่างเสียนเฟยเป็นการใหญ่

ผู้มีหน้าที่รักษาก็รักษาไป ผู้มีหน้าที่ตรวจสอบก็ตรวจสอบไป ต่างฝ่ายต่างไม่ก้าวก่ายหน้าที่ของกันและกัน เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม ก็มีองครักษ์ผู้หนึ่งตรวจพบของผิดสังเกตที่พระเขนยของเสียนเฟย

“ท่านหัวหน้าขอรับ หมอนใบนี้ผิดสังเกตยิ่งนักขอรับ คล้ายมีสิ่งใดซ่อนอยู่ภายใน”

“เอาออกมา!” สิ้นคำสั่งของจ้าวเฟยอวี่ องครักษ์ผู้นั้นก็ใช้มีดทะลวงลงไปที่หมอนใบนั้น แล้วจัดการนำสิ่งของต้องสงสัยออกมา ทันทีเมื่อของสิ่งนั้นตกสู่สายตาของผู้คน ความตกตะลึงก็ถาโถมใส่ ต่างคนต่างลำดับเรื่องราวข้อสงสัยต่างๆ และเริ่มปรากฏเด่นชัดขึ้นมา

ตุ๊กตาคุณไสย!

“ส่งมันมาให้ข้า ข้าจะนำเรื่องนี้ไปกราบทูลฝ่าบาท” จ้าวเฟยอวี่ออกคำสั่งแก่ลูกน้องทันทีที่เห็นว่าอะไรเป็นอะไร

“หยุดเดี๋ยวนี้! จ้าวเฟยอวี่ ในที่นี้ใครไม่รู้บ้างว่าเจ้านั้นเกี่ยวดองกับตระกูลหลี่อย่างไร เพราะฉะนั้นนำตุ๊กตาอัปมงคลนั่นมาให้ข้า ข้าจะนำไปกราบทูลเสด็จพ่อด้วยตัวเอง” องค์ชายรองลู่หมิง ตวาดออกคำสั่งเสียงดัง พร้อมทั้งเดินไปกระชากตุ๊กตาผ้าชายหญิงที่ผูกมัดรวมกันมาจากมือขององครักษ์ผู้นั้น

“ทูลองค์ชายรอง กระหม่อมต้องทำตามรับสั่งของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ขอของสิ่งนั้นคืนให้กระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ขาดคำจ้าวเฟยอวี่ก็นำของกลางกลับมาอยู่ในมือตนเองอีกครั้ง เจ้านายของเขามีเพียงฝ่าบาทเท่านั้น ต่อให้เป็นองค์ชายรองก็ไม่อาจก้าวก่ายหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนี้ได้

“เจ้า!”

“กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ” จ้าวเฟยอวี่ทำความเคารพลู่หมิงแล้วเหาะเหินทะยานร่าง มุ่งหน้าสู่ห้องทรงพระอักษรแห่งองค์จักรพรรดิโดยทันที เขาไม่ต้องการเสียเวลากับเรื่องเบาะแว้งน้อยนิดนี้แม้แต่เค่อ[1]เดียว…

ผ่านไปเพียงไม่นาน องค์ชายสี่ลู่ฉีก็ถูกเรียกตัวเข้าเฝ้า แต่เพราะองค์ชายสี่นั้นรู้สึกห่วงใยอาการสลบไสลไม่รู้สติของมารดา เขาจึงกำชับสั่งให้ข้ารับใช้ส่งรายชื่อของสมุนไพรล้ำค่ารวมทั้งยาบำรุงชั้นดีถึงพระญาติฝั่งมารดาเพื่อจัดสรรส่งให้ ด้วยเพราะตระกูลฝั่งมารดานั้นเป็นผู้ถือครองสมุนไพรล้ำค่ามากมายหลายชนิด หลังจากองค์ชายสี่สั่งการข้ารับใช้เสร็จสิ้น ก็ทรงเสด็จดำเนินออกจากตำหนักจรุงจิตของมารดาและมุ่งหน้าสู่พระตำหนักภูมิเสถียรอันเป็นที่พำนักของพระบิดาต่อไป

เสี้ยวหน้าสง่างามปรากฏร่องรอยสนใจใคร่รู้ 

‘วันนี้ตัวเขาคงได้เรียนรู้เรื่องราวอีกมากมายจากผู้คนเหล่านั้น…น่าสนใจ’

พอเมื่อหลี่เจิ้งป๋อได้รับสารจากข้ารับใช้คนสนิทของลู่ฉี เขาก็จัดเตรียมสิ่งของให้ในทันที ก่อนเข้าวังก็ไม่ลืมโอบกอดร่างน้อยของภรรยา กอด หอม ร่ำลาจนกระทั่งถูกทุบตีไปหลายที แล้วจึงออกเดินทางมุ่งหน้าสู่วังหลวงเพื่อส่งมอบสมุนไพรล้ำค่าเหล่านั้นด้วยตัวเอง

การเดินทางเพื่อเข้าวังในครั้งนี้ของหลี่เจิ้งป๋อ เป็นไปอย่างไม่ราบรื่นนัก หากไม่เพราะป้ายทองขององค์จักรพรรดิที่มอบให้แก่ตระกูลวาณิชหลวง เขาคงไม่อาจผ่านประตูวังเข้ามาได้โดยง่าย 

เพียงแค่หลี่เจิ้งป๋อก้าวเท้าเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นในก็เห็นได้ชัดถึงความผิดปกติของผู้คนโดยรอบ ‘หึ…องค์ชายรอง ท่านช่างใจร้อนยิ่งนัก’ ซึ่งส่งผลดีต่อพวกข้าไม่น้อย

“เรียนคุณชายหลี่ ฝ่าบาทมีรับสั่งให้เชิญคุณชายไปที่พระตำหนักภูมิเสถียรขอรับ”

“รบกวนท่านกงกง โปรดนำทางให้ด้วย” หลี่เจิ้งป๋อยื่นทองคำหยวนเป่าให้แก่กงกงชรา ก่อนจะสอบถามถึงเรื่องราวอาการประชวรของท่านอาเสียนเฟยรวมทั้งเรื่องราวต่างๆ ที่ตนสมควรรับรู้อย่างผิวเผิน แม้เขาจะรับรู้อยู่ก่อนแล้วแต่ก็ไม่อาจไม่สอบถามเพื่อหยั่งเชิงคนข้างตัวเพื่อความสมจริง

เหตุการณ์เป็นเช่นรายงานที่ได้รับ ในขณะนี้องค์ชายสี่ ญาติผู้น้องของเขากำลังคุกเข่าอยู่ตรงกลางโถงพระตำหนัก บริเวณโดยรอบมีเหล่าองค์ชายทั้งเจ็ดพระองค์ นั่งรับชมความหายนะของพี่น้องร่วมวงศาอย่างเป็นระเบียบ รวมทั้งสตรีที่มียศศักดิ์สูงส่งอย่าง ฮองเฮา กุ้ยเฟยทั้งสอง และเฟยทั้งสาม… 

แววตาเปิดเผยไร้ซึ่งความเห็นใจ มิหนำซ้ำยังหลงลืมที่จะกลบเกลื่อนร่องรอยแห่งความปีติยินดีของตนลงไป ผู้คนเหล่านี้ ช่างทำให้เขารู้สึก…ครึ้มอก ครึ้มใจ

งิ้วโรงนี้ ‘ช่างครึกครื้นยิ่งนัก’

__________

*เราไม่ถนัดคำราชาศัพท์ ผิดพลาดขออภัยด้วยเน้อ

สวัสดีค่า สำหรับตอนนี้และตอนหน้าได้รับแรงบันดาลใจจากคอมเมนต์ของคุณ -พยูนเผือก- นะคะ ที่ว่าด้วย ‘มนต์คาถาผัวรักผัวหลง’ เราเก็บเอามาคิดดัดแปลงปรับเปลี่ยนให้องค์ชายรองใช้แทนน้องซื่อเนาะ ขอบคุณมากๆ นะค้า และขอบคุณทุกเมนต์ด้วยเน้อ อ่านให้สนุกนะคะ ~ วันวานวันวาฬ.

เชิงอรรถ [1] 1 เค่อ เทียบเท่ากับ 15 นาทีโดยประมาณ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 829 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

  1. #1677 zezeuiaz (@zezeuiaz) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 15:31
    ไรท์ ตำแหน่งกุ้ยเฟย ถ้าจำไม่ผิด มีได้เพียงแค่คนเดียว ต่อหนึ่งตำแหน่งไม่ใช่เหรอ ไม่เคยเห็นหนึ่งตำแหน่ง มีสองคนมาก่อนนะ ลองตรวจเช็คดูอีกที ก่อนหน้านี้ อ่านดูก็รู้สึกแหม่งๆ มาอ่านทวนซ้ำอีกครั้ง ถึงได้เข้าใจ
    #1,677
    4
    • #1677-1 วันวานวันวาฬ. (@Look_Peach) (จากตอนที่ 18)
      20 เมษายน 2563 / 15:49
      หนึ่งคือกุ้ยเฟย หรือ พระอัครชายา(ฝ่ายในขั้นหนึ่งชั้นโท) ในเรื่องเรากล่าวไปสองคนค่ะ หนึ่งในนั้นคือ หวงกุ้ยเฟย หรือ พระอัครเทวี(ฝ่ายในขั้นหนึ่งชั้นเอก) ในเรื่องไม่ได้กล่าวถึงแบบชัดเจนเพราะเป็นการบรรยายผ่านพระเอกที่รวบเมียของผู้เป็นอาจารย์เอาไว้ด้วยกันอ่ะค่ะ จึงเรียกกุ้ยเฟยทั้งสอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่อ้างอิงลำดับขั้นจากยุคสมัยใดนะคะ เพียงแต่งขึ้นตามจินตนาการตัวเองเท่านั้นไม่อ้างอิงประวัติศาสตร์จีนราชวงศ์ชิง-ถังแต่อย่างใดค่ะ ส่วนข้อมูลจำมาจาก ว่าด้วยอาชีพนางสนม ของ เยวี่ยซย่าเตี๋ยอิ่ง ค่ะ (ซึ่งในเรื่องนั้นเห็นช่วงท้ายมีกุ้ยเฟย2คน นางเอก เจากุ้ยเฟย และอีกคน ซูกุ้ยเฟย จึงเข้าใจว่าใช้ได้ในโลกที่ไม่ระบุสมัยอะค่ะ)
      #1677-1
  2. #1302 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 21:31
    รอดูงิ้วเลยค่าา
    #1,302
    0
  3. #1034 Minutedao (@Minutedao) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 12:55
    สุดยอดดดด ตามไม่ทันแล้วววว
    #1,034
    0
  4. #448 LaLaTia (@fammi50) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 00:50
    ตามมาจากอันเก่าค่าาาา ตะเองปกติถ้าจะทำความเคารพต้องตามฐานะนะ อย่างองค์ชายสี่ต้องทำความเคารพฮองเฮาก่อน ถึงจะตามด้วยเสด็จแม่ เป็นแม่ลูกกันก็ไม่เกี่ยว
    #448
    2
    • #448-1 วันวาน วันวาฬ (@Look_Peach) (จากตอนที่ 18)
      21 กรกฎาคม 2562 / 11:14
      เสด็จแม่่ที่ลู่ฉีเรียกคือคือฮองเฮาอ่ะค่ะ ส่วนคำฮองเฮาตามหลังเป็นหมอหลวงที่พูด เราพิมพ์ต่อกัน อันที่จริงต้องพิมพ์แยก(อันนี้จะแก้ไขในภายหลังนะคะ) /นิยายเรื่องนี้ ลู่ฉีจะเรียกแม่ตัวเองว่า ท่านแม่+มารดา เรียกมารดาแผ่นดินอย่างฮองเฮาว่า เสด็จแม่
      #448-1
    • #448-2 mewlovemusic (@mewlovemusic) (จากตอนที่ 18)
      2 สิงหาคม 2562 / 23:29
      โอ้ยงงตอนแรกลืมอ่านชื่อดันเป็นรูปลูฟี่คู่อี๊กก55
      #448-2
  5. #272 Pissuda627 (@0862223050) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 16:43
    แต่ละคน เจ้าแผนการมากอ่ะ ต้องใช้สมองสู้กัน
    #272
    0
  6. #207 love_forever 1992 (@pranee_2535) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 12:02

    ไม่ต้องใช้คาถาก็รัก+หลง แล้วมั้ง ก็น้องออกจะน่ารัก? 555+

    #207
    0
  7. วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 06:01
    ยิ่งสูงยิ่งหนาวที่แท้
    #124
    0
  8. #109 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 18:42
    ชอบบบบ
    #109
    1