ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 17 : เคียงบ่าเคียงไหล่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,886
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,007 ครั้ง
    11 พ.ค. 63

บทที่ ๑๗ เคียงบ่าเคียงไหล่

ณ ตำหนักองค์ชายรอง ‘ลู่หมิง’

เคร้ง! เคร้ง!

“ไปให้พ้นหน้าข้า ออกไป! ออกไปให้หมด”

หลังจากที่ลู่หมิงได้รับรายงานจากคนสนิท เขาก็เอาแต่ระบายอารมณ์กับสิ่งของใกล้มืออย่างเกรี้ยวกราด

“น้องสี่…เหตุใดเจ้าจึงรอดตัวไปอีกแล้ว หรือเสด็จพ่อมีเพียงเจ้าเท่านั้นที่เป็นบุตรในสายเลือด เหตุใดผู้คนมากมายจึงยินยอมพร้อมใจช่วยเหลือเจ้า หลี่เจิ้งป๋อเจ้าคนชั่วช้า หึ! ในเมื่อข้าควบคุมน้องสี่ไม่ได้ เช่นนั้นข้าก็จะคอยดูน้ำหน้าเจ้าเวลาโดนข้าควบคุม ข้าจะเอาชีวิตผู้คนตระกูลหลี่ทั้งตระกูลมาเซ่นสังเวยแก่ข้าให้จงได้!” 

ลู่หมิงให้รู้สึกเจ็บใจกับความโชคดีของน้องชายตนยิ่งนัก เขาวาดหวังกับแผนการในครั้งนี้มาเนิ่นนาน แต่กลับถูกหลี่เจิ้งป๋อทำลายเสียสิ้นซากภายในค่ำคืนเดียว อีกทั้งเขายังต้องสูญเสียสายลับชั้นดีอย่างชายารองหลิวไปในเหตุการณ์ครั้งนี้อีกด้วย

“หมิง! สงบสติอารมณ์ของเจ้าลงเดี๋ยวนี้!” เสียงตวาดที่ดังขึ้น ทำให้ลู่หมิงรู้สติ เขาระงับโทสะของตัวเองลง ก่อนจะเร่งฝีเท้าเข้าไปหาคนที่กำลังนั่งอยู่หลังม่านบังตา คนผู้เปรียบเสมือนทั้งชีวิตของเขากำลังรอเขาอยู่…

“เฉิน ข้ามาแล้ว”


เรือนบัวพิสุทธิ์ คฤหาสน์ตระกูลหลี่

หลังจากที่หลี่เจิ้งป๋อฟื้นขึ้นมากลางดึก เขาก็นอนมองอวิ๋นเทียนซื่อที่กำลังหลับใหลอยู่ข้างกายเงียบๆ เพียรมองอยู่อย่างนั้นด้วยความสุขใจ ความรู้สึกซึ่งไม่อาจถ่ายทอดเป็นคำพูดถูกสื่อสารผ่านแววตาให้แก่คนหลับใหล

ร่างน้อยแบบบางนี้ช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน ไม่ว่าปัญหาใดเข้าหา ล้วนจัดการได้ทั้งหมด

ภรรยาเคียงข้างสามีตลอดเช้าจรดค่ำ ดูแลกันในยามป่วยไข้หลับใหล ความรู้สึกหวานล้ำเช่นนี้ทำให้เขาไม่อยากลุกขึ้นจากเตียง ต้องการเพียงเคียงคู่ หลับตาเรียงหมอนอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่จบสิ้น

แม้จะรู้สึกอาวรณ์ช่วงเวลาของสามีภรรยา แต่เขาก็ยังมีเรื่องต้องให้จัดการรออยู่มากมายนัก เรือนกายสูงโปร่งลุกจากเตียงด้วยความแผ่วเบา ระมัดระวังยั้งน้ำหนักมือเท้าเดินมาจัดการสวมเสื้อคลุมให้ตัวเองอย่างเชื่องช้าเบามือ จากนั้นก็ตรงไปยังโต๊ะอ่านหนังสือที่ตั้งอยู่ภายในห้องนอน

หลังจากนั่งลงที่โต๊ะเขาก็หยิบรายงานสถานการณ์ขึ้นมาเปิดอ่านอย่างใจเย็น

เพราะฤทธิ์ของพิษหนอนกู่ตัวแม่ทำให้เขาสูญเสียสติควบคุมตนเองไปชั่วขณะ ไม่นึกว่าองค์ชายรองผู้นั้น จะมีชนเผ่าเหมียวให้ความช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังเช่นนี้ เรื่องนี้ไม่อาจดูเบาได้จริงๆ

เผ่าเหมียวชำนาญการเลี้ยงหนอนพิษ โดยเฉพาะหนอนกู่แม่ลูก กู่ตัวแม่นั้นมีไว้สำหรับควบคุมผู้คน หากผู้ใดต้องพิษชนิดนี้จะไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ร่างกายจะเป็นเพียงหุ่นกระบอกให้ผู้อื่นชักใยใช้ประโยชน์จนกระทั่งตกตาย ด้วยเพราะถูกหนอนพิษกัดกร่อนกลืนกินอวัยวะภายใน 

ส่วนกู่ตัวลูกแม้นไม่ร้ายแรงแต่สำหรับผู้มีพลังยุทธ์ถือว่าเป็นภัยมหันต์ เพราะหนอนกู่น้อยชนิดนี้จะดูดกลืนพลังยุทธ์ ผู้ที่ถูกพิษจะไม่สามารถใช้พลังได้ หากอยู่ในระหว่างต่อสู้ ย่อมหนีไม่พ้นความตายด้วยน้ำมือของศัตรู

หลี่เจิ้งป๋อคิดทบทวนลำดับเหตุการณ์เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเขาก่อนที่จะหมดสติไป พิษที่เขาโดนเข้าไปนั้นเป็นพิษหนอนกู่ตัวแม่ ซึ่งเป็นพิษที่เอาไว้ใช้ควบคุมผู้คน องค์ชายรองผู้นั้นต้องการควบคุมญาติผู้น้องของเขา

ยังดีที่เขาไปทันเวลา ไม่เช่นนั้นน้องชายคงต้องพิษชนิดนี้ไปแล้ว

ในค่ำคืนแห่งการต่อสู้เมื่อสี่คืนก่อนที่ตำหนักองค์ชายสี่ แม้เขาจะสังหารเหล่าทหารพลีชีพพวกนั้นและช่วยน้องชายเอาไว้ได้อย่างไม่ยากเย็น แต่เพราะพระชายารองสกุลหลิวผู้นั้นของน้องชาย จึงทำให้เขาต้องพิษในครั้งนี้ เป็นอันแน่นอนแล้วว่าคนจากฝ่ายในผู้นั้นมีส่วนเกี่ยวข้องในแผนการครานี้ขององค์ชายรองด้วย

‘คงต้องบีบให้คนเหล่านั้นรีบลงมือเสียแล้ว’

ก่อนที่หลี่เจิ้งป๋อจะส่งสัญญาณให้เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาเข้ามารายงานเรื่องราวต่างๆ ในช่วงที่เขาพักฟื้นหลับใหล ร่างเล็กของภรรยาที่กำลังนอนอยู่บนเตียงพลันเคลื่อนไหวขยับตัว ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยท่าทางงัวเงียอย่างคนนอนไม่อิ่ม เห็นดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปหาด้วยความห่วงใย

“ตื่นแล้วหรือ เป็นข้าที่รบกวนภรรยาแล้ว”

“…”

“ซื่อซื่อ เวลานี้ยังไม่เช้า เจ้าก็นอนต่อเถิด ข้าเพียงลุกขึ้นมาทำธุระ ไม่ตั้งใจจะทำให้เจ้าตื่น”

แรกเริ่มเดิมทีอวิ๋นเทียนซื่อยังรู้สึกมึนงงอย่างคนที่นอนไม่เต็มอิ่มอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่นึกว่าหลี่เจิ้งป๋อที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้จะพูดคุยด้วย คิดได้เช่นนั้นอวิ๋นเทียนซื่อก็หันไปมองพื้นเตียงด้านข้างที่เคยมีร่างของหลี่เจิ้งป๋อหลับใหลอยู่

“หลี่เจิ้งป๋อ! ท่านฟื้นแล้วหรือ?”

“เป็นเช่นนั้น หลี่เจิ้งป๋อฟื้นแล้ว” 

บุรุษช่างเย้า ‘หลี่เจิ้งป๋อที่ฟื้นแล้ว’ ของอีกฝ่าย ให้รู้สึกเอ็นดูภรรยาของตนยิ่งนัก ตอนนี้ในร่างกายเขายังมีพิษหมุนเวียนอยู่ทั่วร่างกาย ถึงกู่ตัวนี้จะทำอันใดเขาไม่ได้มากนัก แต่ก็ต้องใช้เวลาในการรักษา กรรมวิธีพิษต้านพิษของอาจารย์แม้จะได้ผลดีเยี่ยม แต่ก็ทรมานมากเช่นกัน

แม้นเขาจะหลับใหลไม่ได้สติด้วยเพราะร่างกายกำลังฟื้นฟูปรับสภาพ แต่ก็ยังได้ยินเสียงของภรรยาอยู่เสมอ ในยามนั้นเขาไม่อาจโต้ตอบใดๆ ทำได้เพียงรับฟัง 

ช่วงเวลาที่ทรมานเหล่านั้น เขาผ่านมาได้อย่างราบรื่นเพราะเสียงของคนงามตรงหน้า บางครั้งก่นด่าสั่งสอนเขา บางคราสงสารเห็นใจเขา และบางวันก็เล่านิทานประหลาดให้เขาฟัง

“ท่านพี่…เอ่อ ข้าก็แค่ดีใจเพียงเท่านั้น ท่านก็อย่าถือสาข้านักเลย”

“เพียงเย้าหยอกเท่านั้น หลายวันมานี้ลำบากภรรยาแล้ว”

“สี่วัน! สี่คืน! ท่านไม่ฟื้น องครักษ์ของท่านมีรายงานรอท่านเต็มไปหมด บางเรื่องข้าก็ไม่รู้จะจัดการอย่างไร เฮ้อ…เอาเถอะ ข้ามีเรื่องอยากคุยกับท่านมากจริงๆ แต่คุยตอนนี้คงไม่สะดวก ท่านไปจัดการเรื่องราวต่างๆ ของท่านก่อนเถิด เสร็จธุระแล้วค่อยมาคุยกับข้า” 

“ซื่อซื่อ บางเรื่องต้องใช้เวลา ข้าไม่มีเจตนาจะปิดบัง แต่เพราะเป็นหน้าที่ ที่ข้าไม่อาจละเลย ฐานะของสามีเจ้านั้นพิเศษนัก ตั้งแต่วันแรกที่ข้าลืมตา ข้าก็ถูกกำหนดให้ไม่สามารถกระทำเรื่องต่างๆ ได้ตามใจตัวเองได้มากนัก การที่ข้าให้คนพาเจ้ามาที่นี่ในยามนี้ก็เพื่อ ให้เจ้าได้มายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับข้าผู้เป็นสามี ด้วยในระยะหลังมานี้ การได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปพร้อมกับเจ้านั้น คือความปรารถนาที่เกิดขึ้นในใจข้าบ่อยครั้ง ภรรยา การตัดสินใจในครั้งนี้คือครั้งแรกที่ข้านั้น…ตามใจตน”

อวิ๋นเทียนซื่อให้รู้สึกตกใจกับคำว่า ‘เคียงบ่าเคียงไหล่’ ของหลี่เจิ้งป๋อยิ่งนัก แม้เขาจะได้ชื่อว่าเป็นอนุภรรยาของคนผู้นี้ แต่เขาก็ไม่ได้ยินดีอยากจะเป็น หลี่เจิ้งป๋อให้เขารับรู้เรื่องราวต่างๆ ผ่านองครักษ์พวกนั้น ทั้งยังให้เขาจัดการดูแลเรื่องต่างๆ ภายในเรือน หรือว่า…เจ้าบ้านี่กำลังพยายามยกย่องเขาเพื่อยกฐานะ ไม่! เรื่องราวไม่ควรออกมาในรูปแบบนี้

“ท่านพี่กำลังล้อข้าเล่นแล้ว ข้าเป็นเพียงอนุภรรยา ฐานะเช่นข้าคำว่า ‘ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่’ นั้น ข้าไม่อาจเอื้อมรับเอาไว้จริงๆ ขอรับ”

“ซื่อซื่อ เมื่อเรื่องราวในครั้งนี้จบสิ้นลง ข้าจะแต่งเจ้าเป็นฮูหยิน เราทั้งสองเป็นสามีภรรยากันแน่นอนแล้ว เจ้าไม่อาจคิดแผนการหนีห่างจากข้าอีก ไม่ใช่ข้าบังคับเจ้า ข้าเพียงเอ่ยกับเจ้าอย่างตรงไปตรงมา เจ้าเคยบอกจะมอบโอกาสให้ข้า แต่เจ้าก็ยังไม่ได้มอบมันให้ข้า ซื่อซื่อ การเป็นสะใภ้ใหญ่ตระกูลหลี่ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ไม่ว่าศึกแห่งบัลลังก์มังกรในครั้งนี้องค์ชายสี่จะชนะหรือไม่ก็ตาม เจ้าก็จะเป็นคนที่ข้าใช้ชีวิตปกป้องอย่างแน่นอนแล้ว ภรรยา…เจ้าลองเก็บคำข้าไปตรองดูเถิด”

“แต่ข้า……อืม ข้าจะลองเอาไปคิดดู แต่ในระหว่างนี้สิ่งใดที่ท่านเคยรับปากข้า ท่านก็ยังต้องกระทำอยู่ ไม่อาจกระทำตัวเฉกเช่นโจรราคะพบเจอหญิงสาวพรหมจรรย์เยี่ยงคืนนั้นกับข้าอีก”

“ได้! ข้าจะไม่ทำอีก”

“ห้ามหลอกใช้ข้าด้วย”

“สามีต้องขออภัยภรรยาในเรื่องที่ผ่านมา”

“ห้ามเอาชีวิตข้าไปล้อเล่นอีก เพราะข้ามีเพียงชีวิตเดียว และข้าไม่ต้องการเป็นหมากในกระดานของใคร”

“ซื่อซื่อ เรื่องราวในวันนั้นข้ามีคำอธิบาย”

“ว่ามา!”

หลี่เจิ้งป๋อพยักหน้าตอบรับให้กับคำสั่งของภรรยา โดยหารู้ไม่ว่า เหล่าองครักษ์เงาทั้งหลายต่างกลั้นลมหายใจหน้าดำหน้าแดงกับสิ่งที่ได้ยิน แม้พวกเขาจะถูกสอนไม่ให้แสดงความอยากรู้อยากเห็นเรื่องราวของผู้เป็นนาย แต่ลึกๆ แล้วพวกเขาก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างมาก หลายคนเห็นถึงความร้ายกาจของฮูหยิน แม้ฮูหยินจะไม่เจ้าเล่ห์ร้ายกาจอย่างท่านผู้บัญชาการ แต่ก็มีเขี้ยวเล็บในแบบของตน เช่นนี้จึงเรียก ‘กิ่งทองใบหยก’

ขณะที่หลี่เจิ้งป๋อกำลังพยายามอธิบายเรื่องราวต่างๆ กับอวิ๋นเทียนซื่ออยู่นั้น ก็ได้รับสัญญาณลับจากองครักษ์สายข่าวหน่วยเหยี่ยว หลี่เจิ้งป๋อยืนครุ่นคิดเพียงครู่ เขาก็ส่งสัญญาณให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเผยตัวออกมา

ร่างเงาสายหนึ่งรีบเร่งปรากฏที่หน้าประตู

“เข้ามา”

อวิ๋นเทียนซื่อรีบใช้มือปิดหูตนเองแน่น เขาไม่อยากรับฟังเรื่องราวความลับยิ่งใหญ่ใดๆ ทั้งสิ้น ‘หลี่เจิ้งป๋อ ไอ้เจ้าบ้า เจ้าจะมาใช้ไม้นี้กับข้าไม่ได้ ข้าไม่ได้อยากยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเจ้า’

หลี่เจิ้งป๋อปรายตามองร่างน้อยอย่างชอบใจ เขาเองก็ไม่อยากจะใช้ไม้นี้ แต่ภรรยาของเขาช่างน่ารักน่าเอ็นดู บางคราการมีผู้ร่วมโชคชะตาเดียวกันก็เป็นเรื่องที่ดีไม่น้อย เพราะต่อจากนี้อวิ๋นเทียนซื่อจะมิอาจหลีกหนีเขาผู้เป็นสามีได้อีกต่อไป สามีภรรยาต้องร่วมหัวจมท้ายเสพสุขด้วยกัน เรื่องราวมันก็สมควรเป็นเช่นนี้อยู่แล้วมิใช่หรือ

“เรียนท่านหัวหน้า นางข้าหลวงลวี่อีได้รับสารจากภายนอกผ่านทางขันทีน้อยผู้หนึ่ง ในระหว่างที่ทางเรากำลังสะกดรอยตามอยู่นั้น ก็ได้ช่วยชีวิตของเจ้าขันทีน้อยผู้นั้นเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด ตอนนี้อาการเป็นตายเท่ากันขอรับ”

“ตอนที่ช่วย มือสังหารรู้ตัวหรือไม่”

“ไม่รู้ตัวขอรับ มือสังหารเป็นขันทีชราแห่งโรงซักล้างผู้หนึ่ง ขันทีผู้นั้นใช้วิธีตีให้สลบ แล้วมัดกับก้อนหินเพื่อถ่วงน้ำ ทางเราจึงสร้างสถานการณ์คล้ายมีผู้ผ่านทาง คนผู้นั้นจึงรีบหนีไปไม่อยู่รอดูผลงาน จากนั้นทางเราจึงรีบลงไปงมร่างของขันทีน้อยผู้นั้นขึ้นมาขอรับ”

“รักษาให้ดี ข้าต้องการให้ขันทีน้อยผู้นั้นเป็นหนึ่งในพยาน”

“รับทราบขอรับ”

ขาดคำร่างเงาสายนั้นก็เลือนหายไป แล้วก็มีร่างเงาอื่นๆ หมุนเวียนกันเข้ามา บางเงามาเพื่อส่งสาร บางเงามาเพื่อส่งรายงาน และบางเงามาเพื่อสรุปผลการปฏิบัติงานต่างๆ มากมาย เหตุการณ์ดำเนินวนเวียนจวบจนกระทั่งร่างเงาสุดท้ายเลือนหายจากไป

อวิ๋นเทียนซื่อรู้สึกเหมือนกำลังถูกหลี่เจิ้งป๋อตบหน้าฉาดใหญ่ ลูกน้องเก่งกาจมากฝีมือ แล้วผู้เป็นหัวหน้าเล่าจะมีฝีมือเช่นไร เขาเริ่มสงสัยระแคะระคายตั้งแต่ได้รับรู้ว่าหลี่เจิ้งป๋อต้องพิษแทนองค์ชายสี่แล้ว

คนที่สามารถช่วยชีวิตคนระดับองค์ชายได้…จะเป็นคนอ่อนแอไปได้อย่างไร

อวิ๋นเทียนซื่อมองสามีตาแข็ง เมื่อหลี่เจิ้งป๋อเห็นสายตาของภรรยา ก็ทำได้เพียงกระแอมไอเบาๆ เพราะรับรู้ถึงสายตาเป็นปฏิปักษ์จากภรรยา เข้าใจว่าตอนนี้ตนเองน่าจะมีคดีเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง คงหนีไม่พ้นเรื่องราวของ ‘คนงามช่วยวีรบุรุษ’ กระมัง

“ตลอดเวลาเจ้าคงหัวเราะเยาะข้าอยู่สินะ ดี ดีมากหลี่เจิ้งป๋อ ข้าบริสุทธิ์ใจช่วยชีวิตผู้คน แต่ข้ากลับกลายเป็นคนโง่ ที่วิ่งวนไปมากลางฝ่ามือของผู้อื่น ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องดี คำก่นด่าที่ข้าเอ่ยออกไปในวันนั้น เจ้าคงได้ยินทั้งหมดใช่หรือไม่?” หลี่เจิ้งป๋อส่ายหัวให้กับภรรยา อย่างไรข้อหานี้ก็ไม่อาจยอมรับได้ กระต่ายควรมีสามโพรง เขาเองก็เช่นกัน

“ซื่อซื่อ เจ้าฟังข้าก่อน เรื่องในวันนั้นข้าอธิบายได้”

หลี่เจิ้งป๋อรีบอธิบายเรื่องราวต่างๆ ในวันนั้น อาจจะข้ามตรงนั้นตรงนี้ไปบ้าง และเพิ่มเรื่องราวให้ดูซับซ้อนขึ้นอีกเล็กน้อย เมื่อเห็นสีหน้าของภรรยาเริ่มอ่อนลง หลี่เจิ้งป๋อก็ไม่ยอมให้อวิ๋นเทียนซื่อได้มีเวลาขัดขืนตั้งตัว ฉวยโอกาสแบกร่างน้อยขึ้นหลังเพื่อไถ่โทษทันที

“ความผิดของข้าช่างใหญ่หลวงนัก”

“เหวอ…” อวิ๋นเทียนซื่อตกใจหน้าตาตื่นเพราะ จู่ๆ ก็ถูกแบก

“ข้ายินดีแบกเจ้าขึ้นหลังทั้งวันทั้งคืน เฉกเช่นที่เจ้าแบกข้าในคืนวันนั้น”

“ไม่ต้อง…” 

“ทำเช่นนี้ดีหรือไม่ภรรยา”

“ไม่เอาแบบนี้……” 

เสียงโหยหวนของอนุผู้หนึ่งดังก้องทั่วเรือน ต่างจากใบหน้าเปื้อนยิ้มของสามีที่เพิ่งฟื้นไข้

อวิ๋นเทียนซื่อถูกหลี่เจิ้งป๋อแบกขึ้นหลังสลับโอบอุ้มไปทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลหลี่เพื่อสะสางงานที่คั่งค้าง ด้วยท่าทางเอาจริงเอาจัง เขาแบกภรรยาไปสอบถามเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่หลับใหลไม่ได้สติด้วยความตั้งอกตั้งใจ

อันที่จริงโดยปกติเขาจะเพียงนั่งฟังรายงานในห้องหนังสือเพียงเท่านั้น แต่วันนี้เขาต้องกระทำให้ต่างออกไปด้วยการแบกภรรยาไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อสั่งงานให้แล้วเสร็จ เพราะเรื่องบางเรื่องไม่อาจรั้งรอ แม้ร่างกายจะเพิ่งฟื้นตัว แต่การที่แบกเมียไปสั่งงานนั้นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขา ด้วยซื่อซื่อของเขานั้นตัวเล็ก อีกทั้งน้ำหนักก็ช่างเบานัก ต่อให้ต้องแบกไปอีกสิบปี…เขาย่อมยินดีกระทำ

ด้านอวิ๋นเทียนซื่อนั้น ให้รู้สึกเหนื่อยหน่ายต่อการกระทำของผู้เป็นสามียิ่งนัก ห้ามปรามอย่างไรก็ไม่เป็นผล เดี๋ยวก็แบกเขาไปที่ห้องนั้น เดี๋ยวก็อุ้มเขาไปสั่งงานห้องนี้ จนตอนนี้เขารู้สึกเหนื่อยล้าเหลือทน ขอบตาที่ดำคล้ำเพราะนอนไม่เต็มอิ่มของเขาเริ่มหนักอึ้งไปทุกขณะ ก่อนจะผล็อยหลับไป ด้วยเพราะความเหนื่อยหน่ายในตัวสามี

ลมหายใจที่ดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอของคนบนหลังทำให้หลี่เจิ้งป๋อเดินกลับเข้าห้องนอน แล้ววางร่างเล็กๆ นั้นลงบนเตียงอย่างทะนุถนอมเบามือ

“ซื่อซื่อ เจ้าช่วยข้าในวันนั้นข้าไม่เคยคิดหัวเราะเยาะเจ้าแม้แต่น้อย กลับกันคนที่ข้าหัวเราะเยาะนั้นกลับเป็นตัวข้าเอง ภรรยา…ช่วยชีวิต อย่างไรก็คือ ช่วยชีวิต ข้าต้องการติดค้างหนี้บุญคุณจากเจ้าด้วยการตัดสินใจของตัวข้าเอง เจ้าก็ใช้สิทธิ์นั้นของเจ้าให้เต็มที่เถิด” สิ้นคำกล่าว หลี่เจิ้งป๋อก็ล้มตัวลงนอนเคียงข้างภรรยาของตน เขากกกอดร่างน้อยแนบแน่นเนิ่นนาน พร้อมกันนั้นก็ใช้ความคิดกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย ก่อนจะผล็อยหลับไปเมื่อยามค่อนรุ่ง…

__________

พี่เขาแบกเมียเก่งจริงๆ นะคะ

ดีจ้า อ่านให้สนุกนะคะ อย่าคิดอะไรมากก่ะนิยายเราเน้อ อ่านแก้เบื่อแก้เซ็งก็พอนะค้า ~ วันวานวันวาฬ.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.007K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

  1. #1745 tiks (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 14:59
    น่าร๊ากกกกกก...
    #1,745
    0
  2. #1639 HEART14Y (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 14:54

    อืมม ข้ารู้ว่าเจ้าแบกเก่ง...??
    #1,639
    0
  3. #1301 chanchanchan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 21:08
    แบกเมียเก่งยืมมาแบกทีมหน่อยค่ะ ช่วยน้องงด้วยนะคะ
    #1,301
    0
  4. #1033 Minutedao (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 12:45
    ชอบความค่อยเป็นค่อยไป
    #1,033
    0
  5. #920 winfinite (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 21:27
    สงสารบ่าว สงสารหน่วยเงา โอ๊ย มดขึ้นตำหนักจนทำรังอยู่เป็นสิบแล้วเจ้าค่ะ!!!
    #920
    0
  6. #873 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 19:17

    จะโง่งมให้เปนเบี้ยในแผนเขารึไงไม่เห็นด้วยที่จะอยู่กับผู้ชายคนนี้ต่อไป

    #873
    0
  7. #670 re-port (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 20:18
    แบกเก่งงงง
    #670
    0
  8. #536 NJChokdee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 10:40
    พระเอกสาขาแบกกกก
    #536
    0
  9. #349 NurseryAha (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 23:53
    สงสารองครักษ์ 5555
    #349
    0
  10. #271 0862223050 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 16:28
    เป็นสามีเนรคุณที่หน้าไม่อายมาก 555
    #271
    0
  11. #205 pranee_2535 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 06:51

    คงไม่รอดแล้วละมั้ง น้อง 555+ ชะนั้นก็จงยิมจำนนแต่โดยดี
    #205
    0
  12. #123 temaripik (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 05:44
    ฉันทีมพระเอกนะ 555 ชอบความมัดมือชก
    #123
    0
  13. #104 nicharipaen04 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 13:51
    น่ารัก
    #104
    0
  14. #7 witch-singsong (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 12:44
    ฉบับนี้.. พี่คริสน่ารักเนาะ
    #7
    5
    • #7-3 Look_Peach(จากตอนที่ 17)
      7 มิถุนายน 2562 / 20:21
      ขอบคุณที่เมนต์นะคะ กำลังจะทยอยลงให้ครบ ตั้งใจลงวันนี้ให้ครบจนถึงตอนล่าสุด 38 ตอน หนทางอีกยาวไกลมากเตง อ่านยาวๆไปเลยค่ะ ดีใจที่ชอบนิยายนะคะ
      #7-3
    • #7-5 sunonwater(จากตอนที่ 17)
      16 มิถุนายน 2562 / 10:52
      มันสุดยอดมาก นี่เรียกว่าโปรแล้วจ้า น้องอยากหย่า สามีก็ยื้อ รอดูใจน้อง
      #7-5