ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 14 : ปลอบใจภรรยาคือหน้าที่ของสามี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,592
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,099 ครั้ง
    11 ก.พ. 63

บทที่ ๑๔ ปลอบใจภรรยาคือหน้าที่ของสามี

รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนใบหน้าของผู้บังคับบัญชาการแห่งกองกำลัง ‘จิ่นอีเว่ย’ อยู่ในขณะนี้นั้นได้ทำให้เหล่าองครักษ์สายข่าวหน่วย ‘เหยี่ยว’ ต่างก็พากันหวาดระแวงไปตามๆ กัน 

ไม่อาจรู้ถึงที่มาที่ไปของรอยยิ้มอิ่มเอิบประหลาดที่ไม่ค่อยพบเห็นนี้ ปกติแม้ว่าท่านผู้บัญชาการจะแย้มยิ้มอยู่เสมอ แต่สำหรับรอยยิ้มบางเบาในตอนนี้ให้อย่างไรก็ไม่อาจเรียกได้ว่าปกติ รอยยิ้มที่ไม่ปั้นแต่งเช่นนี้…พวกเขาไม่คุ้นชิน

“เรียนท่านหัวหน้า เมื่อคืนมีรายงานลับที่ระบุแน่นอนแล้วว่า ท่านรองหัวหน้าหมอหลวงผู้รับหน้าที่ดูแลพระโอสถแห่งองค์จักรพรรดิ ได้มีการลอบพบปะกับคนขององค์ชายรองขอรับ” 

“บทสนทนาทั้งหมด ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นรายงานข้อมูลของช่องทางนกต่อ กล่าวถึงสถานที่และเวลา รวมถึงรายชื่อของผู้ที่อาจจะมีความเกี่ยวข้อง ส่วนที่สองคือรายงานใจความหลักของบทสนทนาทั้งหมดขอรับ”

หลี่เจิ้งป๋อรับรายงานจากลูกน้องมาอ่านครู่หนึ่ง จากนั้นก็ได้แต่ไว้อาลัยให้แก่ชะตากรรมขององค์ชายรองลู่หมิง ‘องค์ชายรองผู้นี้ก็ช่างดิ้นรนนัก ชักนำตนให้เข้าสู่เส้นทางแห่งหายนะครั้งแล้วครั้งเล่าไม่รู้เบื่อ เหตุใดยังวาดฝันถึงบัลลังก์เยือกเย็นเหน็บหนาวเช่นนั้นอยู่ได้’

“คัดลอกรายงานทั้งสองฉบับนี้ให้องค์ชายสี่นำขึ้นกราบทูลฝ่าบาท ส่งข่าวให้คนของเราถอนตัวออกมาให้เร็วที่สุด อีกไม่นานจิ่นอีเว่ยคงจะได้มีเรื่องให้ต้องแสดงฝีมืออีกครั้ง อย่าลืมกำชับคนของเราให้ดีก่อนแสร้งตาย อย่าได้ทิ้งร่องรอยใดๆ ให้หลงเหลือเป็นอันขาด” 

“รับทราบขอรับ” ขาดคำร่างเงาสองสายพลันแยกย้ายไปอย่างรวดเร็ว

หลี่เจิ้งป๋อนั่งอ่านรายงานจากสายข่าวต่างๆ จนกระทั่งมาถึงรายงานแผ่นเล็กที่เขาให้องครักษ์เงาเพิ่มเติมเข้ามา เมื่อได้อ่านข้อความจากรายงานแผ่นนั้น เขาถึงกับต้องหลุดเสียงหัวเราะออกมา อดไม่ได้ที่จะเอ็นดูกับอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของคนงามแห่งเรือนไผ่เขียว

“ภรรยา…นี่เจ้าคัดอักษรเป็นชื่อของสามีแล้วนำไปเผาเชียวหรือ ทั้งๆ ที่ข้าเข้าข้างเจ้าอย่างลำเอียงแล้วแท้ๆ เหตุใดเจ้าจึงได้ทำเรื่องไร้คุณธรรมเช่นนี้ได้ หึๆ ร้ายนัก”

หลี่เจิ้งป๋อทั้งระอาใจทั้งเข้าใจหัวอกของอวิ๋นเทียนซื่อ เรื่องราวของเขากับภรรยาช่างพิเศษนัก เขาเข้าใจการกระทำของอีกฝ่ายดี ความผิดพลาดในกาลก่อนทำให้เขาพบเจออุปสรรคในวันนี้ จึงจำเป็นต้องอดทนให้เจ้าร่างน้อยระบายอารมณ์ไปก่อน

“สงสัยวันนี้ข้าคงมิอาจผลีผลามได้เช่นเมื่อคืน เช่นนั้นคืนนี้คงทำได้เพียงนอนกอดคนงามเป็นการปลอบใจแล้วกระมัง” ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกทรมาน เขาผู้ที่เคยลิ้มลองเชยชมความหอมหวานแห่งบุปผา แต่เมื่อถึงคราวมิอาจเด็ดดมชมเชยได้อย่างใจ ก็ให้รู้สึกเสียใจภายหลังยิ่งนัก 

ในตอนนี้เขายังไร้สามารถ ด้วยมิอาจหักหาญน้ำใจของภรรยาได้มากกว่าที่เป็นอยู่ การกระทำต่างๆ ที่แสดงถึงการต่อต้านนั้น เขาย่อมรู้ถึงที่มาที่ไป

“เหตุการณ์ในครั้งนี้ข้าจะอธิบายแก่เจ้าอย่างไรดี เจ้าถึงจะเชื่อว่าข้าไม่ได้หลอกใช้เจ้า…เรื่องของอนุเก้าก็เพียงประจวบเหมาะเท่านั้น” จริงอยู่ที่ว่าคราก่อนเขาผิดต่อคนงาม ทว่าครั้งนี้เป็นเพราะคนงามลงมือเอง ยามเมื่อผลลัพธ์ออกมาเช่นนี้ กลับกลายเป็นว่าเขาไปหลอกใช้ภรรยาอีกแล้ว 

‘กระทำการเพียงครั้งเดียว ถูกสงสัยตลอดกาลโดยแท้’

หลี่เจิ้งป๋อทำได้เพียงนั่งส่ายหน้าอยู่คนเดียวในห้องหนังสือ ความรู้สึกที่ค่อยๆ เริ่มก่อตัวระหว่างเขาและอวิ๋นเทียนซื่อกลับดำเนินอย่างสวนทาง คนหนึ่งเริ่มมีใจ แต่อีกคนกลับเริ่ม…หมดใจ

เมื่อก่อนเวลาที่เขาเห็นผู้อื่นกระทำเรื่องผิดพลาดให้ต้องเสียใจภายหลัง เขานึกดูแคลนอยู่เสมอ ‘รู้ว่าจะมีวันนี้ เหตุใดจึงกระทำ’ ไม่อาจไม่พูดว่าตอนนี้เขากำลังกลืนน้ำลายตน และให้รู้สึกอยากขออภัยผู้คนเหล่านั้นที่เคยถูกเขาดูแคลนยิ่งนัก

ต่างล้วน…หัวอกเดียวกัน

‘สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง นับประสาอะไรกับคนธรรมดาอย่างข้า ความผิดพลาดในกาลก่อนเป็นข้าที่ผิดต่อเจ้า ดังนั้นการปลอบใจภรรยาย่อมเป็นหน้าที่ของสามีเช่นข้าย่อมถูกต้องที่สุด’

จำได้ว่าครั้งหนึ่งอนุแปดเดินทางไปเยือนโรงครัว ด้วยเหตุจากรสชาติของอาหารนั้นย่ำแย่ เป็นไปได้ว่าสมควรเริ่มเข้าหาจากจุดนี้

คิดได้ดังนั้น หลี่เจิ้งป๋อจึงให้คนไปเตรียมสุราชั้นดีทั้งยังสั่งให้โรงครัวส่วนตัวจัดเตรียมอาหารชั้นเลิศให้แก่เจ้านายแห่งเรือนไผ่เขียว ไม่รอให้ภรรยาเรียกร้องแต่เขาจะเป็นฝ่ายเสนอให้เอง หากต้องการสิ่งใดเขายินดีมอบให้อย่างใจกว้าง

“เสี่ยวผิงจื่อ เจ้าไปบอกเจ้านายแห่งเรือนไผ่เขียวว่าวันนี้ข้าจะไปรับสำรับเย็นด้วย สอบถามภรรยาของข้ามาด้วย ว่าต้องการรับสิ่งใดเป็นพิเศษหรือไม่”

เสี่ยวผิงจื่อขานรับคำสั่งของเจ้านาย จากนั้นจึงมุ่งสู่เส้นทางแห่งเรือนไผ่เขียว เขาย่อมรู้ดีว่า ‘ภรรยา’ ที่เจ้านายเอ่ยนั้นหมายถึงผู้ใด อนุแปดช่างมีฝีมือยิ่งนัก เขาคงต้องระมัดระวังสำรวมวาจาให้ดี อวิ๋นอี๋เหนียงผู้นี้ไม่อาจดูเบา หากเมื่อใดตั้งครรภ์แล้วคลอดคุณชายคุณหนูน้อยๆ ฐานะของสะใภ้ใหญ่ตระกูลหลี่คงไม่ต้องเรียกหาผู้อื่นกันแล้ว


ณ เรือนไผ่เขียว 

หลังจากอวิ๋นเทียนซื่อระบายอารมณ์ด้วยการเผา (นาม) หลี่เจิ้งป๋อแล้ว ก็รู้สึกอารมณ์คงที่ขึ้นมาบ้าง แม้นจะเป็นเพียงอักษรบนกระดาษไม่กี่แผ่น แต่ก็ช่วยทุเลาอาการเลือดลมปั่นป่วนในอกนี้ได้เป็นอย่างดี

เขาเผาตัวอักษรคำว่า ‘หลี่เจิ้งป๋อเจ้าลูกเต่า’ ไปเพียงสี่แผ่นอย่างลับๆ ไม่อาจทำได้มากกว่านี้ เพราะหากผู้ใดพบเห็นเข้าคงเป็นเขาที่ต้องซวยรับรางวัลอีกครั้ง

“หลี่เจิ้งป๋อ เจ้าทำเกินไปแล้ว หรือเจ้าเห็นว่าข้านั้นโง่งม จึงได้หลอกใช้ข้าครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้ วันนี้เจ้ากำลังใช้ข้าเป็นเกราะกำบังลมฝนให้ผู้ใดอยู่ ครั้งนี้เป็นอนุสี่ ‘ฟางเย่ว์เผิง’ หรือ อนุเจ็ด ‘หม่าฮุ่ยเอ๋อร์’ กันเล่า” อวิ๋นเทียนซื่อก่นด่าหลี่เจิ้งป๋อด้วยความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจ เพราะเข้าใจว่าตนเองนั้นได้เสียรู้ให้หลี่เจิ้งป๋อในเรื่องของอนุเก้า

‘ครั้งนี้ข้าจะถือเสียว่าเป็นข้าที่ผิดเอง ไม่รอบคอบคิดน้อย เจ้ารอข้าอีกหน่อย รับรองว่าเจ้าจะรู้สึกอยากจะหย่ากับข้าวันละสิบรอบแน่นอน ความรู้สึกของการถูกผู้อื่นหลอกใช้เป็นเช่นไร เจ้าต้องได้รับรู้มันกลับคืนเช่นกัน’

อวิ๋นเทียนซื่อไม่มีความทรงจำดีๆ ต่อหลี่เจิ้งป๋อ ความทรงจำของอดีตเจ้าของร่างนั้นหนักหนามากสำหรับเขา เพราะในตอนนี้จิตวิญญาณของเขาผสานรับเอาความรู้สึกเจ็บปวดทั้งหมดเอาไว้แล้ว ในค่ำคืนที่อวิ๋นเทียนซื่อคนก่อนผู้นั้นร่วงหล่นลงสู่สายธารเย็นยะเยือก ความสิ้นหวังมากมายกระตุ้นย้ำให้เขาเตือนตัวเองอยู่เสมอ 

เมื่อก่อนตอนที่เขาอาศัยร่างนี้ใหม่ๆ เขาไม่รับรู้ความรู้สึกใดๆ มีเพียงความทรงจำ และแน่นหน้าอกเวลาที่เขาก่นด่าหลี่เจิ้งป๋อเท่านั้น แต่เมื่อหลังจากที่เขากระทำเรื่องผสานหยินหยางกับหลี่เจิ้งป๋อไปแล้วนั้น ความรู้สึกจากเจ้าของร่างเดิมพลันแทรกซึมเข้าสู่จิตใจ ความเจ็บปวดในรักเขาไม่เคยพบเจอ เศร้าเหลือเกิน เสียใจเหลือเกิน…อ้างว้างเหลือเกิน

ทว่าแม้จะมีความรู้สึกร่วมกัน แต่เขาไม่อาจยึดติดกับอดีตได้ จิตวิญญาณของเขาย่อมต้องเป็นของเขา ไม่อาจยินยอมให้ความโศกเศร้าและความทรงจำเหล่านั้นมาทำลายตัวเขาในปัจจุบัน เขาจะเอามาสอนตนเองและนำสิ่งที่ร่างนี้เคยได้รับมาเป็นบทเรียน ทำเช่นนี้…จึงจะดีต่อทั้งตัวเองและเจ้าของร่างเดิม

“เรียนอี๋เหนียง เสี่ยวผิงจื่อคนสนิทของนายท่านขอเข้าพบขอรับ”

“ให้เข้ามาได้” สิ้นเสียงรับของผู้เป็นนาย อาเป่าก็เดินนำเสี่ยวผิงจื่อติดตามเข้ามาให้ห้องหนังสือภายในเรือน

“คารวะ อวิ๋นอี๋เหนียงขอรับ”

“ตามสบายเถิด มีเรื่องอันใดสำคัญหรือไม่” หลี่เจิ้งป๋อถึงกับส่งคนสนิทมาเองเช่นนี้…ไม่น่าจะใช่เรื่องดีอะไรนัก

“เรียนอวิ๋นอี๋เหนียง นายท่านสั่งการให้มาส่งรายงาน เรื่องที่วันนี้จะมารับสำรับเย็นที่เรือนไผ่เขียวพร้อมกับท่านขอรับ และกำชับให้ข้าเป็นธุระจัดการเรื่องอาหารที่ท่านอยากรับเป็นพิเศษ หากท่านประสงค์สิ่งใดสั่งการข้าได้โดยตรงขอรับ”

อวิ๋นเทียนซื่อชะงักกับรายงานที่ได้รับ เพราะมองคนในแง่ร้ายจนเกินไป พอเมื่ออีกฝ่ายหยิบยื่นน้ำใจให้จึงยังปรับตัวไม่ทัน… 

…ให้เขาเลือกรายการอาหารเองอย่างนั้นหรือ น่าแปลกใจไม่น้อย ปกติหลี่เจิ้งป๋อจะให้เหล่าพ่อบ้านมากมารยาทมาบอกกล่าว แต่ครั้งนี้ส่งคนสนิทมาเอง ฟังถ้อยคำในรายงานก็เหมือนจะรุกเขาแปลกๆ

กำลังเกี้ยวเขาหรือ? คงไม่ใช่ เช่นนั้นหลี่เจิ้งป๋อจะมาไม้ไหนกันแน่ นึกว่าจะให้เขาอุ่นเตียงให้อย่างเดียวซะอีก หรือกำลังให้รางวัลที่เขาช่วยกำจัดอนุเก้าจอมโอหัง? ด้วยอาหารหรือ? 

ฮึ่ย! นับ…นับว่าฝ่ายนั้นยังพอรู้กาลเทศะอยู่บ้าง เช่นนั้นก็ไม่เกรงใจล่ะนะ

“อืม ข้าอยากลิ้มลองอาหารขึ้นชื่อจากโรงเตี้ยมของพี่ชายข้า เอามามากๆ ข้าจะเอามาแบ่งบ่าวไพร่ที่เรือนไผ่เขียวด้วย แล้วก็อาหารเลิศรสทุกอย่างที่หลี่เจิ้…ที่ท่านพี่ชอบทาน อืม…แล้วก็สุราดอกท้อชั้นดีหลายๆ ไห อืมอะไรอีกดีหล่ะ อ้อ ขอเสี่ยวหลงเป่าจากร้านท่านป้าหลิวด้วย เป็นร้านเล็กๆ ไม่มีชื่อ อยู่ไม่ไกลจากโรงเตี้ยมของพี่ชายข้า หากไม่รู้จักหาไม่เจอ เรื่องนี้ถามพี่ชายข้าหรือคนแถวนั้นได้ ผู้คนแถวนั้นใครๆ ก็รู้จัก…”

เสี่ยวผิงจื่อรับฟังด้วยหูจดจำด้วยใจ อนุแปดผู้นี้มีความชื่นชอบอาหารเลิศรสและยังชอบอุดหนุนคนกันเอง ซ้ำยังใจกว้างต่อบ่าวไพร่ นับว่าเป็นเจ้านายที่ดีท่านหนึ่ง

“รับทราบขอรับ ข้าจะกลับไปจัดการอย่างมิให้ขาดตกบกพร่อง…”

เมื่อคล้อยหลังของเสี่ยวผิงจื่อ อวิ๋นเทียนซื่อจึงค่อยๆ หุบรอยยิ้มดีอกดีใจนั้นลง ไม่ว่าหลี่เจิ้งป๋อจะมาไม้ไหนหรือใช้ลูกเล่นอะไร เขาก็จะตั้งรับให้ดี คล้อยตามสามีคือสิ่งที่ภรรยาควรกระทำ ‘สามี…เจ้าอยากมอบอะไรให้ข้า ข้า…จะรับเอาไว้ทั้งหมด เจ้าอยากให้ข้าเป็นเกราะกำบังให้ใคร…ข้าจะเต็มใจยินดีกระทำทั้งหมด เจ้าอยากให้ข้ากำจัดใคร…ข้าจะกำจัดให้เจ้าทั้งหมด ในเมื่อตอนนี้ยังหนีไม่ได้ เช่นนั้นข้าจะเล่นบทภรรยาหัวอ่อนให้เจ้าปั่นหัวข้าเล่นเพื่อฆ่าเวลาก็แล้วกัน’

“ตราบใดมีชีวิต ย่อมต้องมีความหวัง ตราบใดที่ขุนเขาเขียวขจียังอยู่ ก็อย่าได้กลัวไม่มีฟืนเผา หลี่เจิ้งป๋อ…ข้าไม่หวังชนะเจ้า สิ่งที่ข้าหวังมาตั้งแต่ต้นคือการมีชีวิตและอิสระ ตราบใดที่ข้ายังอยู่ภายใต้ปีกของเจ้า ข้าก็จะดีต่อเจ้า ผู้อื่นหยิบยื่นขนมให้ข้า ข้าก็ยินดีมอบน้ำและอาหารให้เช่นกัน เช่นนี้จึงนับว่าไม่ติดค้างกัน”

ขณะที่อวิ๋นเทียนซื่อบ่นออกมาเบาๆ คนเดียวอยู่นั้น คนที่เปลี่ยนใจเดินทางมาเร็วกว่ากำหนด ก็ได้หยุดชะงักปลายเท้าลงตรงหน้าห้องหนังสือแห่งเรือนไผ่เขียว เพราะไม่ต้องการรบกวนช่วงเวลาบ่นว่าเสียงเบาของคนในห้อง จึงยืนเงียบรอให้อีกฝ่ายระบายให้เสร็จ

“วันนี้ข้าใส่กางเกงหลายชั้น ป้องกันไม่ให้ถูกเจ้ามาลักหลับ คิดปลอบใจข้า เจ้าคงต้องออกแรงสักหน่อยแล้ว” อวิ๋นเทียนซื่อบ่นต่อไปไม่สนใจเงาดำนอกห้อง

หลี่เจิ้งป๋อยืนรออีกครู่หนึ่ง จึงส่งสัญญาณให้อาเป่าส่งเสียงบอกกล่าวแจ้งเรื่องแก่เจ้านายของตนที่อยู่ด้านใน เมื่อสิ้นเสียงบอกกล่าวแจ้งเรื่องของอาเป่า เสียงกุกกักตึงตังพลันดังขึ้น ใช้เวลาเพียงไม่นานห้องหนังสือก็ถูกเปิดออก พร้อมกับใบหน้าทรงเสน่ห์ของภรรยาจอมพยศที่กำลังส่งรอยยิ้มที่ดูไม่เป็นธรรมชาติมาให้

“เทียนซื่อคารวะท่านพี่ เหตุใดท่านจึงมาก่อนเวลาเช่นนี้ ไม่ทราบว่า…” อวิ๋นเทียนซื่อเว้นช่วงเพื่อแสร้งให้หลี่เจิ้งป๋อพูดจุดประสงค์ออกมาเอง

“ไม่มีอันใด…เพียงคิดถึงภรรยาเท่านั้น ข้าจึงมาก่อนเวลา ว่าแต่ภรรยาเถิด ต้อนรับข้าหรือไม่”

“ต้อนรับไม่ต้อนรับอันใดกัน ข้าย่อมต้องต้อนรับท่านพี่อยู่แล้ว มีอย่างที่ไหนกันที่ภรรยาจะไม่ต้อนรับสามี ท่านพี่…ท่านช่างเย้าผู้อื่นได้น่าตกใจนัก”

“หึ หึ…ว่าแต่อาการเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เทียนซื่อ…อืม…หรือจะเรียกซื่อเอ๋อร์ เทียนเอ๋อร์ อวิ๋น…”

“ซื่อซื่อเถอะขอรับ หรืออาซื่อก็ได้” ซื่อเอ๋อร์ เทียนเอ๋อร์ ปู่เจ้าสิ ข้าไม่ใช่ลูกชายเจ้า! คำหวานเลี่ยนน่ารักน่าเอ็นดูเช่นนั้น คิดว่าข้าเป็นสตรีหรืออย่างไร ข้าเป็นบุรุษอกสามศอก ถึงแม้จะเป็นภรรยาผู้อื่นไปแล้ว แต่ความภาคภูมิของข้ามิอาจให้ผู้ใดมาเหยียบย่ำได้!

“เช่นนั้นในเรือนเรียกซื่อซื่อ นอกเรือนเรียกอาซื่อดีหรือไม่”

“ดียิ่งขอรับ” ดี! เรียกเช่นนั้นแหละ แต่ เอ๊ะ! นอกเรือน นอกเรือน คล้ายนอกบ้านนอกกำแพงไหมนะ? ขณะที่ใบหน้าของอวิ๋นเทียนซื่อกำลังตั้งคำถามโดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ตัวอยู่นั้น หลี่เจิ้งป๋อที่กำลังมองอีกฝ่ายไม่คลาดสายตา พลันเป็นฝ่ายชิงตอบแววตาตั้งคำถามนั้นพร้อมกับถ้อยคำอธิบายสถานการณ์

“ซื่อซื่อ หลังจากที่ข้าได้ฟังจากเสี่ยวผิงจื่อถึงรายชื่ออาหารที่เจ้าต้องการรับ พลันทำให้ข้าฉุกใจขึ้นมาว่า ตัวข้านั้นได้หลงลืมทั้งละเลยความรู้สึกของภรรยาอย่างไรบ้าง

ต่อไปนี้ข้าจะพาเจ้าออกไปเปิดหูเปิดตาภายนอกกำแพงบ้างเป็นครั้งคราว เพื่อเป็นการชดเชยเวลาที่เสียไปเหล่านั้นให้ แต่ทว่าด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ยังไม่อาจพาไปได้ในทันที ยังต้องขอให้เจ้ารออีกสักพัก ขอเวลาให้ข้าจัดการเรื่องบางอย่างเสร็จสิ้น แล้วจะพาเจ้าออกไปเที่ยวเล่นด้วยตัวข้าเอง…”

หนึ่งอนุ หนึ่งสามี สบประสานสายตากัน ต่างฝ่ายต่างมีความคิดในแบบตน

“ซื่อซื่อ เจ้าจำคำที่เจ้าเคยเอ่ยกับข้าที่ทางเดินใกล้ป่าท้อได้หรือไม่ ในวันนั้นเจ้าเอ่ยกับข้าว่า ‘ไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไขอดีต ทำได้เพียงปรับปรุงแก้ไขปัจจุบัน’ สิ่งที่ก่อนหน้านี้ ข้ากระทำผิดพลาดต่อเจ้า ในตอนนี้ข้าสำนึกเสียใจแล้ว หวังอย่างยิ่งว่าภรรยาจะให้อภัยข้าผู้เป็นสามีสักครั้งเช่นกัน อวิ๋นเทียนซื่อข้าขอโทษเจ้า อภัยให้ข้าสักครั้งได้หรือไม่”

ฟังแล้วอวิ๋นเทียนซื่อได้แต่ยืนอึ้งกับคำบอกกล่าวยืดยาวของหลี่เจิ้งป๋อ สิ่งใดเท็จสิ่งใดจริงไม่อาจแยกแยะ บุรุษผู้มีทั้งสาวงามและคนงามรายล้อมมากมาย เกรงว่า…คงจะเชื่อไม่ค่อยได้ เขาพยายามมองหาความนัยที่ซ่อนเร้นภายในดวงตาคู่นั้น อย่างไรก็มองไม่ออก 

จากแววตาเจ้าเล่ห์ที่เคยเห็นอยู่เป็นนิจ วันนี้กลับดูลึกล้ำดำมืดกว่าที่เคยเป็นมา น่ากลัวเกินไปแล้ว น่ากลัวจนเขารู้สึกขนลุกขนชันไปทั้งตัว ครุ่นคิดได้สักพัก จึงเอ่ยคำตอบที่คิดว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันออกไป

“ท่านพี่ ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน ข้าไม่อาจตัดสินใจสิ่งใดในตอนนี้ได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้าให้ท่านได้ นั่นคือ ‘โอกาส’ หากคำพูดที่ท่านกล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องจริง ข้าย่อมอภัยให้ท่านแน่นอน เพียงแต่…” อวิ๋นเทียนซื่อตอบกลับทั้งที่แอบทำนิ้วไขว้กันไว้ด้านหลัง พร้อมกับเว้นระยะเสียงลากยาวแสร้งทำเหมือนไม่กล้าพูดออกไป ทั้งที่ใจอยากจะตะโกนออกมาดังๆ เสียด้วยซ้ำ

“อย่างไรหรือ เจ้าพูดออกมาเถอะ หากไม่ใช่ ใบหย่า ออกบวช การเลิกราหรือแยกตัวไปใช้ชีวิตโดยลำพัง หากไม่ใช่เรื่องเหล่านี้ ข้าย่อมไม่ปฏิเสธเจ้าแน่”

‘เจ้าเล่ห์นัก กล้าดักทางข้า!’

“อย่างไรกัน ท่านคิดไปถึงไหน ข้าเพียงอยากบอกกับท่านว่า จนกว่าข้าจะอภัยให้ท่านและลืมเลือนเรื่องราวความเจ็บปวด ซึ่งข้าก็ไม่อยากจะเอ่ยถึงเท่าใดนัก เพราะเหมือนเป็นการตอกย้ำตนเอง…แต่ก็ต้องพูดเพราะเดี๋ยวท่านจะไม่เข้าใจในความเจ็บปวดของข้า

จากการที่ถูกท่านทอดทิ้งลืมเลือนไม่ไยดีครานั้น ข้าก็เกือบสิ้นชีพเพราะความโง่งมของตัวเอง ถึงแม้ข้าเองมีส่วนผิดที่คิดน้อยทำร้ายตน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนผิดอีกคนคือท่าน เราสองคนล้วนผิด จากเหตุครานั้นข้าก็รู้สึกรักตัวเองมากขึ้น และเริ่มลบท่านออกจากใจข้า ตอนนี้พอลบได้บ้างแล้ว ท่านก็ดันกลับมาเสียอย่างนั้น ดังนั้นในขณะที่ข้าให้โอกาสกับท่าน ข้าก็อยากขอเวลาจากท่านเช่นกัน”

อวิ๋นเทียนซื่อหยุดพักมองหน้าสามี ประเมินสถานการณ์แล้วว่าสามารถพูดต่อได้ จึงอึกอักพอเป็นพิธีแล้วกล่าวข้อต่อรองของตัวเองต่อจนจบ

“เอ่อ…ก่อนอื่นเรื่องในห้องหอระหว่างสามีภรรยา ข้าอยากวอนขอให้ท่านพี่ ให้ เอ่อ…ให้ อด เอ๊ย…งด ไปก่อน ด…ได้ ได้หรือไม่ขอรับ”

ฟังแล้วหลี่เจิ้งป๋อให้รู้สึกคล้ายดั่งยกหินมาทับเท้าตน ทว่ายังตอบกลับภรรยาออกไปด้วยเสียงไม่หนักไม่เบา เนิบนาบแต่ชัดเจน

“ย่อมได้! เรื่องราวในห้องหอระหว่างข้ากับภรรยา ในระหว่างนี้…จะไม่เกิดขึ้น หากไม่มีความยินยอม…คล้อยตาม หรือคำอนุญาตจากภรรยา ข้าก็จะไม่ทำโดยเด็ดขาด”

แม้อวิ๋นเทียนเทียนซื่อจะยังไม่เชื่อน้ำคำทั้งหมดของหลี่เจิ้งป๋อ ต่อให้คนผู้นี้พลิกลิ้นเล่นเล่ห์ในคำพูดเขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี แต่อย่างน้อยนับจากนี้คงไม่โดนใช้ให้อุ่นเตียงโดยปราศจากความยินยอมพร้อมใจกระมัง เขาเองก็เป็นบุรุษเขาย่อมรู้ถึงความต้องการของบุรุษเช่นกัน

หลี่เจิ้งป๋อไม่รับปากเขาเรื่องงดเว้นเรื่องอย่างว่า แต่กลับตกคำรับปากในอีกประเด็นที่คิดขึ้นเอง จาก ‘งด จนกว่าจะได้รับการอภัย’ เปลี่ยนเป็น ‘หากเขาไม่ให้ ก็จะไม่ทำ’ ถึงแม้ฟังอย่างไรก็ดูเหมือนเขานั้นเสียเปรียบอยู่บ้าง เพราะหากหลี่เจิ้งป๋อต้องการขึ้นมาเขาที่ตัวเล็กเท่าฝ่ามือคงไม่อาจขัดขืนอะไรได้ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกแล้ว

‘ฐานะอนุภรรยาเช่นข้า ไม่คล้อยตามสามีได้ด้วยหรือ’

“ดียิ่ง! ท่านพี่ท่านดียิ่งนัก อ้อ…ยังมีอีกเรื่อง เรื่องนี้สำคัญมากแต่ข้าก็ไม่รู้ว่าสมควรเอ่ยออกไปหรือไม่”

“กล่าวออกมาเถิด สามียินดีรับฟัง”

“ได้! ท่านพี่ คือ…ข้าเคยอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่ง หนังสือเล่มนั้นกล่าวเอาไว้ว่า บุรุษหากมักมากในกามารมณ์ เสพสมกับ เอ่อ คนงามมากมายหลากหลาย เมื่อมักมากจนเกินไปอาจจะเกิดโรคของบุรุษขึ้นได้ ข้าเองก็จำไม่ได้ว่าโรคนั้นเรียกว่าอย่างไร จำได้เพียงว่าเป็นกามโรคจำพวกหนึ่ง โรคนี้ยังรักษาไม่ได้ ร่างกายจะอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ ภูมิคุ้มกัน เอ่อ ลมปราณ ไม่สิ ควรเรียกอะไรดีล่ะ เอ่อ อวัยวะภายในจะค่อยๆ เสื่อมโทรม ร่างกายภายนอกจะมีตุ่ม ผื่น ผิวพรรณไม่ผ่องใส โรคนี้สามารถติดต่อจากคนผู้หนึ่งสู่คนอีกผู้หนึ่งผ่านทางเรื่องลึกซึ้งในห้องหอ ท่านพี่คือ…ข้าจะเอ่ย อย่างไรดีล่ะ คือ…”

“ซื่อซื่อ เจ้ากล่าวออกมาเถิด” หลี่เจิ้งป๋อให้รู้สึกอยากรีบฟังให้จบแล้วรีบตอบรับถ้อยคำของภรรยาเร็วๆ ยิ่งนัก นับวันคนงามก็ยิ่งมีชั้นเชิงในการต่อรอง

เมื่ออวิ๋นเทียนซื่อได้ยินเช่นนั้น รอยยิ้มที่ส่งไปไม่ถึงดวงตาก็ปรากฏอยู่บนดวงหน้างามหยดย้อย ‘ดี! หากข้าเลี่ยงเรื่องภายในห้องหอไม่ได้ เช่นนั้นข้าก็ต้องปกป้องตัวข้าเอง เจ้าจะมาว่าข้าเห็นแก่ตัวในภายหลังไม่ได้ เมื่อเจ้าคิดเอาเปรียบข้า เช่นนั้นก็มาฟังข้อเสนอของข้าสักหน่อยเป็นไร’

“ท่านพี่ ข้าคิดว่าท่านคงจะเข้าใจที่ข้าพยายามจะสื่อออกไป ในระหว่างที่ท่านกระทำเรื่องเช่นนั้นกับข้า ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเพราะความยินยอมคล้อยตามหรือไม่ก็ตาม ข้าอยากขอร้องท่าน จนกว่าท่านจะเบื่อข้า ท่านอย่าได้กระทำตัวมักมาก”

 อวิ๋นเทียนซื่อรีบก้มหน้าคล้ายคนที่เพิ่งสำนึกตนได้ หลังจากที่เอ่ยถ้อยคำไม่สมควรออกไป ทว่าการกระทำนั้นสวนทางกับคำพูด แม้นก้มหน้าด้วยท่าทางสำนึกแต่ก็ยังเอ่ยวาจาเรียกร้องไม่ได้หยุด

“เอ่อ…ในระหว่างที่ท่านพี่กระทำเรื่องราวเช่นนั้นกับข้า ท่านไม่อาจกระทำกับผู้อื่นได้ ท่านพี่จะไปหาผู้อื่นได้ ก็ต่อเมื่อท่านเบื่อหน่ายข้าแล้วเท่านั้น เอ่อ แต่ถ้าท่านแต่งฮูหยินก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง คำพูดของข้าฟังคล้ายเห็นแก่ตัว และใช่ ข้านั้นเห็นแก่ตัวยิ่ง แต่คำพูดครั้งนี้สำคัญต่อข้ามาก มิใช่ข้าริษยาหึงหวง ด้วยฐานะของท่าน ข้าย่อมไม่อาจหาญสั่งคำ หากท่านไม่ยินดี…ข้าเองก็ย่อมเข้าใจได้ขอรับ”

‘เจ้าจงปฏิเสธข้ามาให้ไวเถิดหลี่เจิ้งป๋อ ข้าบังอาจขอในสิ่งที่บุรุษมักมากสมัยโบราณให้ไม่ได้เชียวนะ ใช้ชีวิตเสพสุขกับคนงามซ้ายขวาย่อมดีกว่ามีข้าแค่คนเดียวอยู่แล้ว’

“ได้! ข้ารับปาก ในระหว่างที่ข้ามีสัมพันธ์กับเจ้า ข้าจะไม่ไปกระทำกับผู้ใดอีก ไม่ว่าจะเป็นอนุที่มีอยู่ก่อนแล้วหรือแม้กระทั่งผู้คนภายนอก เช่นนี้ดีหรือไม่ภรรยา”

เงิบสิขอรับ…

“…” ไม่…ไม่ ไม่ดี

รอยยิ้มเจื่อนแข็งค้างที่ปรากฏบนใบหน้าของอวิ๋นเทียนซื่อได้ส่งต่อให้แก่ใบหน้าหล่อเหลาของหลี่เจิ้งป๋อ คนทั้งคู่ต่างส่งยิ้มให้แก่กัน แม้ความหมายในรอยยิ้มนั้นแตกต่าง แต่ก็ได้สร้างบรรยากาศอบอุ่นแปลกประหลาดให้แก่สองข้ารับใช้คนสนิทอย่างอาเป่าและเสี่ยวผิงเจื่อ แม้นจะไม่ได้ยินบทสนทนาของผู้เป็นเจ้านาย แต่ข้ารับใช้คนสนิททั้งสองต่างก็ก้มหน้าก้มตา แข่งกันหน้าแดงหูแดง

สำหรับอาเป่านั้น เขารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เห็นเจ้านายสมหวังและมีความสุขกับด้ายแดงของตน

สำหรับเสี่ยวผิงจื่อนั้น เขาเพิ่งเคยเห็นเจ้านายแสดงท่าทางเกี้ยวพาราสีผู้อื่นเป็นครั้งแรก อดไม่ได้ที่จะเสไปมองคนข้างๆ โดยไม่รู้ตัว

‘อาเป่าหรือ…ก็น่ารักดี’

_______________

แหะๆ พี่หลี่ฉายแววความทาส ส่วนน้องก่ะมีความเมียสูง /ยุคเก่าไม่มีถุง น้องจึงต้องเซฟตัวเองด้วยการมีผัวเดียวเมียเดียวนะคะ แต่ยุคปัจจุบันนี้มีถุงแล้ว ขอรณรงค์ให้ยืดอกพกถุงนะคะ ไม่ว่าชายหรือหญิงก็พกเถอะนะคะ ด้วยรัก ~ วันวานวันวาฬ.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.099K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

  1. #1707 2527jutamat (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 17:47
    อาเป่าโดนเเน่ลูกกกกกก
    #1,707
    0
  2. #1699 nuengwansuk (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 13:24
    โอ้ยยยยยซือซือๆลูกกกกกผิดแผน5555เอ็นดู
    #1,699
    0
  3. #1634 HEART14Y (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 11:51

    จะโดนรุกทั้งนายและบ่าวแล้ว.. >\\<
    #1,634
    0
  4. #1603 Jayda35248 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 12:56
    อาเป่าาน้องโดนหมายตาเเล้วว
    #1,603
    0
  5. #1298 chanchanchan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 20:14
    แหนะเสี่ยวผิงไม่ต้องเล้ยยยย
    #1,298
    0
  6. #1189 Suga__ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 08:42
    เซอร์ไพร์สเลยพ่อ
    #1,189
    0
  7. #1030 Minutedao (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 12:12
    วันพระไม่ได้มีหนเดียว น้องต้องสู้ๆ
    #1,030
    0
  8. #819 _Daonuea_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 09:39
    ไม่รู้จะสงสารน้องหรือขำก่อนดี555555555555555
    #819
    0
  9. #760 SanjiMakiko (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 05:01
    ตายแล้วซื่อซื่อตายแน่ๆ555
    #760
    0
  10. #535 NJChokdee (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 10:20
    น้องงงว ไม่ใช่วันของน้องงงง
    #535
    0
  11. #397 apisara-mnpp (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 12:36
    5555555 ขัดใจน้องไปหมด5555
    #397
    0
  12. #345 NurseryAha (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 17:44
    เข้าทางพี่เขาหมดเลย 555555
    #345
    0
  13. #317 z-ater14 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 03:48
    เทียนซื่อ : ไม่ได้ดั่งใจสักอย่างเลย!
    #317
    0
  14. #268 0862223050 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 10:54
    ต่อไปถึงคราวเจ้าสามีเนรคุณจะหลงเมียหัวปักหัวปำ เอาให้หนักเลยน้อง
    #268
    0
  15. #198 pranee_2535 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 16:51
    เจ้าเล่ห์ด้วยกันทั้งคู่เลย
    #198
    0
  16. #120 temaripik (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 05:12
    เก็ทในคาแร็คเตอร์พ่อพระเอกบ้างแล้ว สมคำบุรุษไร้ใจจริงๆ ตอนนั้นเทียนซื่อก็คงไร้ประโยชน์จริงๆอ่ะ นางถึงไม่หนีบไปด้วย
    #120
    0
  17. #82 nicharipaen04 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 17:17
    เอ๊ะๆๆ
    #82
    0