ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 10 : ข้าจะช่วยชีวิตเจ้าเพื่อเอาบุญ (๓จบตอน)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,008
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,122 ครั้ง
    9 ก.พ. 63

บทที่ ๑๐ ข้าจะช่วยชีวิตเจ้าเพื่อเอาบุญ (๓จบตอน)


ใช้เวลาอยู่พักหนึ่ง อวิ๋นเทียนซื่อจึงค่อยพาตัวเจินเลี่ยงหรูออกจากช่องทางลับมาได้ ทั้งสองคนพรางตัวในความมืด ระหว่างทางบุรุษร่างน้อยก็กลบทำลายสัญลักษณ์ที่ตนเองทำเอาไว้ไปด้วย พยายามเดินลงฝีเท้าให้เบาที่สุด จนมาถึงกองใบไม้นูนสูงกองหนึ่งที่อยู่หลังต้นไม้ใหญ่

เขารีบตะกุยกองใบไม้พวกนั้นออกไป แล้วดึงร่างที่นอนนิ่งไม่ได้สติในนั้นขึ้นมาในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ‘นี่เจ้าสลบหรือตายไปแล้วกันแน่ การต่อสู้ดำเนินมาเพียงนี้เจ้ายังไม่ตื่นอีกหรือ’ หลังจากต่อว่าผู้อื่นในใจไปยกหนึ่ง เขาก็ยื่นนิ้วไปอังจมูกของหลี่เจิ้งป๋อเพื่อตรวจสอบลมหายใจ ‘โธ่…ที่แท้ก็ยังไม่ตาย’

“นายท่านเป็นอย่างไรบ้าง เอ๊ะ…เจ้ากล้าดีอย่างไร เอาของสกปรกพวกนั้นมาทับถมนายท่าน เจ้าช่างบังอาจเกินไปแล้วอนุแปด”

“หุบปากเจ้าซะอนุสาม! ในสถานการณ์แบบนี้เจ้ายังจะมาโวยวายอะไรอีก เจ้าช่าง…ฮึ่ย! เงียบบ้างได้หรือไม่ หรือเจ้าอยากให้ผู้ใดมาพบเห็นกัน” อวิ๋นเทียนซื่อกระซิบกระซาบต่อว่าเสียงเบา ในใจให้รู้สึกเบื่อหน่ายเจินเลี่ยงหรูยิ่งนัก เขาเอาตัวเข้าเสี่ยงช่วยเหลือตัวภาระทั้งสองนี้ไว้ แล้วยังต้องมาระแวงความโง่เง่าปากไวของหนึ่งในตัวภาระนี้อีก สวรรค์กลั่นแกล้งคนดีอีกแล้วจริงๆ

“เจ้ารอที่นี่ก่อน ข้าจะออกไปดูว่าเป็นฝ่ายใดที่กำลังควบคุมสถานการณ์อยู่ในตอนนี้ หากเป็นฝ่ายองค์ชายสี่ ข้าจะพาพวกเขามาที่นี่ หากมิใช่ ข้าก็จะหาทางออกไปหาคนมาช่วยเหลือ แต่หากข้าไม่กลับมา เจ้าก็รอให้สามีเจ้าฟื้นแล้วค่อยหาทางหนีทีไล่ไปพร้อมกับคนของเจ้า” 

อวิ๋นเทียนซื่อสั่งการเสร็จก็หมุนตัวเตรียมจากไป จังหวะที่กำลังจะออกไปจากที่ซ่อน พลันนึกขึ้นได้ว่าไม่อาจประเมินเจินเลี่ยงหรูให้สูงเกินไปนัก เพราะตลอดค่ำคืนที่ร่วมชะตากรรมด้วยกันมา เขากระจ่างแล้วว่าอนุสามไร้สติกว่าที่คิด จึงหันหลังกลับแล้วกำชับไปด้วยความหวังดีอีกครั้ง

“เจินเลี่ยงหรู ระหว่างที่ข้ายังไม่กลับมา เจ้าอย่าได้ผลีผลามทำอะไร จดจำให้แม่นมั่นว่าสองหัวนั้นดีกว่าหัวเดียว…รักษาตัวให้ดี”

“เดี๋ยว เจ้าจะทิ้งข้ากับนายท่านไม่ได้ ข้าไม่ยินยอม ข้าจะไปกับเจ้าด้วย”

เจินเลี่ยงหรูยืนกรานจะตามอวิ๋นเทียนซื่อไป ใช่ว่านางไม่รักสามี แต่นางไม่อาจรอความตายอยู่ตรงนี้ได้ ตอนนี้อวิ๋นเทียนซื่อคือที่พึ่งหนึ่งเดียวของนาง คนผู้นี้ช่วยเหลือนาง ไม่ทอดทิ้งนาง ต่อให้นางโง่งมเพียงใด แต่นางย่อมรู้อยู่แก่ใจ 

ถึงแม้อวิ๋นเทียนซื่อจะดุด่าว่ากล่าวนาง ทว่าวาจาเหล่านั้นกลับเจือความจริงใจไม่น้อย คนผู้นี้พูดจาตรงไปตรงมาดึงให้นางมีสติ เขาให้คำสัตย์แก่นาง เขากระทำตามคำสัตย์ไม่ทอดทิ้งนาง…

แต่ก่อนเป็นนางที่หลงตนมองไม่เห็นผู้อื่น ในหลายครั้งหลายคราถูกผู้คนหลอกใช้จนกระทั่งชีวิตตกต่ำ ไม่เคยมีใครปฏิบัติกับนางเฉกเช่นที่อวิ๋นเทียนซื่อกำลังทำอยู่ในขณะนี้เลย นางซาบซึ้งแต่ก็มิอาจเอื้อนเอ่ยออกไป แต่จะให้นางรอเขาอยู่ที่นี่ เป็นตายร้ายดีไม่อาจทราบ ไม่! นางไม่ยินยอม นางอยากติดตามอวิ๋นเทียนซื่อไป

“ไม่ได้! เจ้าอยู่ที่นี่กับนายท่านของเจ้า เอ่อ…ของพวกเรา ดูเขาเอาไว้ ข้าจะรีบไปรีบกลับ อ้อ…ข้าเกือบลืม กันพลาดพลั้ง หากราบรื่นพวกที่ตามข้ามาไว้ใจได้ ข้าจะเรียกชื่อเจ้า ‘เจินเลี่ยงหรู’ แต่หากสถานการณ์นอกเหนือการควบคุม ข้าอาจจะถูกบังคับหรือไม่แน่ใจในกลุ่มคนที่ข้าพามา ข้าจะเรียกเพียงชื่อของสามี ‘หลี่เจิ้งป๋อ’ เท่านั้น เจ้าห้ามออกมาเด็ดขาด เพราะหากเจ้าพลาดพลั้งข้ากับเจ้านี่ก็คงจะหมดทางรอด จำคำข้าให้ดีๆ นี่คือสัญญาณลับระหว่างเรา”

ขาดคำอวิ๋นเทียนซื่อก็ไม่อาจทำตัวเยิ่นเย้อยืดยาดได้อีก เขาดึงป้ายหยกบนตัวหลี่เจิ้งป๋อออกมา แล้วรีบเดินทางมุ่งหน้าสู่สมรภูมิเข่นฆ่าที่เริ่มเกิดความสงบไม่ครึกครื้นเช่นก่อนหน้า

ใช้เวลาเพียงครู่เดียว อวิ๋นเทียนซื่อก็มองเห็นสถานการณ์ได้ชัดเจน ‘องค์ชายสี่ชนะเป็นอันแน่นอนแล้ว’ ตอนนี้เขาต้องคิดหาวิธีการปรากฏตัวให้ดี ทะเล่อทะล่าออกไปดีไม่ดีอาจจบชีวิตตนเองได้ อวิ๋นเทียนซื่อตรึกตรองเพียงครู่ จึงเอาดินแถวๆ นั้นป้ายไปตามเนื้อตามตัวเพื่อให้ดูมอมแมมเหมือนผ่านสมรภูมิไม่ดูแปลกแยกจากผู้อื่น ก่อนจะกลิ้งตัวออกไป แล้วส่งเสียงเจ็บปวดโอดโอย

“โอ๊ย…ช่วยข้าด้วย” อวิ๋นเทียนซื่อส่งเสียงดัง ขณะเดียวกันก็ยกมือชูป้ายหยกของหลี่เจิ้งป๋อขึ้นสูงๆ

เหล่าทหารราชองครักษ์ที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นรีบมาประชิดตัวผู้มาใหม่ในทันที แต่ก็มิได้ชักดาบออกมาเพื่อข่มขู่ให้อีกฝ่ายตื่นกลัว คนเหล่านั้นมองประเมินร่างน้อยเบื้องหน้าที่เนื้อตัวคลุกฝุ่นทว่ากลับไร้บาดแผล อวิ๋นเทียนซื่อไม่รีรอให้อีกฝ่ายตั้งคำถาม เขารีบเอ่ยจุดประสงค์ของตนเองออกมา เล่าเรื่องราวทั้งหมดรวดเดียวจบ และยื่นป้ายหยกของหลี่เจิ้งป๋อให้ชายที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าเพราะหน้าตาดูสูงวัยกว่าผู้อื่นเป็นการปิดท้าย

ในความคิดของอวิ๋นเทียนซื่อนั้นเรียบง่าย สำหรับเขาขิงยิ่งแก่ก็ยิ่งเผ็ด ในยุคที่เขาจากมาระบอบอาวุโสคือกฎเกณฑ์ของหลายหน่วยงาน แต่ในความเป็นจริงแห่งโลกใบนี้แล้ว ผู้แข็งแกร่งคือคำตอบ อวิ๋นเทียนซื่อมองข้ามชายหนุ่มตรงหน้า ที่มีตำแหน่งเป็นถึงรองหัวหน้าราชองครักษ์อย่าง ‘เหอไจ’

เหอไจยื่นมือออกไปรับป้ายหยกที่เกอร่างน้อยยื่นให้ลูกน้องของเขา พิจารณาทั้งป้ายหยกและรูปร่างลักษณะของเกอตรงหน้าอย่างละเอียด ‘งามนัก ขนาดเปรอะเปื้อนยังงามเพียงนี้ พวกคหบดี…มักได้ของดีไปครองจริงๆ’

กลุ่มราชองครักษ์ก็ยืนพิจารณาบุรุษรูปร่างบอบบางอย่างอวิ๋นเทียนซื่อเช่นกัน ให้นึกอย่างไร พวกเขาก็นึกเชื่อมโยงกับเรื่องที่รับฟังมาไม่ได้ ตอนที่คนของหน่วยจิ่นอีเว่ยเข้ามารายงาน ระหว่างที่นำทางให้พวกเขาลงสู่ช่องทางลับภายในจวนอันจวิ้นอ๋อง ก็ได้บอกกล่าวถึงที่มาที่ไปของความราบรื่นหนทางสะดวกเหล่านี้ให้ได้รับรู้ไปรอบหนึ่ง

ตอนที่พวกเขาเข้าไปถึงห้องลับแห่งนั้น ภาพตรงหน้าสร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้พบเห็นไม่น้อย ด้วยอันจวิ้นอ๋องผู้สง่างามในสภาพนอนคว่ำหน้า ซ้ำยังถูกมัดมือเท้าจนดูไม่จืด มองดูแล้วก็หมดราศียิ่งนัก รวมทั้งบุรุษร่างกายกำยำที่นอนเรียงสลบไสลก็มีสภาพไม่ต่างกัน ทุกผู้คนล้วนถูกมัดแน่นหนาจนแก้ปมผ้าไม่ออก

ยิ่งเมื่อได้เห็นตัวคนที่ทำเรื่องเหล่านั้น ก็ยิ่งสร้างความประหลาดใจให้แก่ชายฉกรรจ์อย่างพวกเขาหนักขึ้นไปอีก นอกจากทำร้ายคนยังสามารถช่วยคนได้อีกหรือ… 

‘ใช่เกอผู้นี้แน่หรือ ที่จัดการกับอันจวิ้นอ๋องพร้อมองครักษ์ทั้งสาม’

‘มิหนำซ้ำยังแบกสามีไปซ่อนด้วยอีกหรือ…’

‘จะใช่คนงามผู้ผอมบางตรงหน้าได้อย่างไร…ล้อเล่นแรงเกินไปแล้ว’

“เข้าใจแล้ว เชิญท่านนำทางเถิด” เหอไจรับฟังเรื่องราวที่อวิ๋นเทียนซื่อบอกเล่า แล้วจึงพาลูกน้องติดตามอวิ๋นเทียนซื่อออกไป เพื่อไปรับตัวพี่ชายของภรรยาท่านหัวหน้า หรือเรียกขานในอีกฐานะ…บุรุษผู้อยู่หลังม่านอย่างแท้จริง คุณชายใหญ่ตระกูลหลี่ ‘หลี่เจิ้งป๋อ’ คหบดีสามีของคนงามเบื้องหน้านั่นเอง

เมื่อทุกคนเดินทางมาถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง อวิ๋นเทียนซื่อก็ส่งสัญญาณให้เจินเลี่ยงหรูรับรู้ในทันที

“เจินเลี่ยงหรู เจินเลี่ยงหรู ข้าพาคนมาช่วยแล้ว”

สิ้นเสียงเรียกของอวิ๋นเทียนซื่อ เจินเลี่ยงหรูก็เดินออกมาจากพุ่มไม้ข้างๆ อย่างคนหมดเรี่ยวแรง นางทั้งกลัวทั้งตื่นเต้นตกใจ ความรู้สึกมากมายอัดอั้นจนน้ำตาร่วงพรูออกมาเป็นสายทันทีเมื่อรับรู้ว่าตนนั้นปลอดภัย

อวิ๋นเทียนซื่อนำทางองครักษ์หลวงเหล่านั้นไปหยุดอยู่ที่กองกิ่งไม้ใบไม้กองหนึ่งที่แลคล้ายหลุมศพ ก่อนจะตะกุยเอาของพวกนั้นออกไป 

เหล่าชายฉกรรจ์ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างแสดงอาการ เจ้ามองข้า ข้ามองเจ้า ‘คุณชายหลี่เป็นผู้มีพลังยุทธ์มิใช่หรือ’ แม้พวกเขาจะไม่รู้ระดับพลังยุทธ์ของท่านผู้นั้น แต่การที่ต้องอยู่ในสภาพอเนจอนาถสลบไสลเช่นนี้ หรือว่าจะบาดเจ็บสาหัส คิดได้เช่นนั้น พวกเขาก็ไม่รอช้าเข้าไปช่วยอนุแปดนำคุณชายหลี่ขึ้นมาจากกองเศษซากกิ่งไม้พวกนั้นโดยเร็ว 

พอเห็นว่าในที่สุดก็มีคนมาช่วยตะกุยใบไม้ อวิ๋นเทียนซื่อก็ให้รู้สึกเหนื่อยใจกับความไร้อำนาจไร้บารมีของตนยิ่งนัก ขนาดหาคนมาช่วยเหลือได้แล้ว เขายังต้องลงมือทำทุกสิ่งทุกอย่างเองเกือบทั้งหมดอยู่ดี ซ้ำร้ายตอนนี้หลี่เจิ้งป๋อก็ยังมาอยู่ในสภาพกึ่งนั่งกึ่งนอนพิงตัวเขา ทั้งยังทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงมาอย่างไม่คิดเกรงใจกันสักนิด จนเขาแทบจะล้มตัวหงายหลังอยู่รอมร่อ 

‘เจ้าบ้านี่! ข้าตัวเล็กนิดเดียว! ตื่นเดี๋ยวนี้นะ!’ แม้ใจก่นด่าแต่คำพูดคำจายังต้องรักษาความสัมพันธ์

“พวกท่านพาตัวสามีข้าไปในที่ปลอดภัยเถิด ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นจนถึงตอนนี้สามีข้าก็ยังไม่ฟื้น คงต้องรบกวนพวกท่านให้พาไปส่งที่คฤหาสน์ตระกูลหลี่แล้ว โอย…หรือจะพาไปหาหมอก็ได้ โอย…” ร่างน้อยรู้สึกเหมือนโดนหินทับ เมื่อจำเป็นต้องรักษาชีวิต เขาจึงลงมือหยิกเอวตัวภาระไปสุดแรง ตื่น! ตื่นเดี๋ยวนี้!

ทันใดนั้นเปลือกตาของหลี่เจิ้งป๋อพลันเริ่มขยับเคลื่อนไหว เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นพร้อมกับสีหน้ามึนงงสับสน

“ภรรยา…เกิดอันใด…ขึ้น…หรือไม่…เหตุใด…จึง…เหตุการณ์…รอบกาย…”

“ท่านอย่าเพิ่งตั้งคำถามอันใดกับข้าในตอนนี้ เดี๋ยวลูกน้องท่านก็จะรายงานท่านเอง วันนี้ข้าใช้พลังจนจะหมดตัวแล้ว ตอนนี้ท่านนั่งเองไหวหรือไม่ ข้า…หนัก”

อวิ๋นเทียนซื่อสีหน้าบิดเบี้ยวเหยเก เหตุใดตอนที่แบกหลี่เจิ้งป๋อเพื่อหนีตายไยไม่หนักเพียงนี้ วันนี้เขาคงจะเหนื่อยล้ามากแล้วจริงๆ อยากจะทำตัวเป็นผู้สลบไสลไม่ได้สติบ้าง “หลี่เจิ้…ท่านพี่ลุกขึ้นก่อนตอนนี้ท่านพิงข้า และกำลังทิ้งน้ำหนักตัวใส่ข้าอยู่”

หลี่เจิ้งป๋อแสร้งแสดงสีหน้าคล้ายเพิ่งรู้ตัว วันนี้เขารู้สึกคันยุบยิบที่หัวใจยิ่งนัก ชีวิตของเขาผู้คนรอบตัวล้วนปกป้อง หลายคนเสี่ยงตายเพื่อเขา แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะเรียกว่าช่วยชีวิตได้เต็มปากเต็มคำเช่นนี้ อนุแปดไม่ใช่ลูกน้องของเขา ไม่ใช่ผู้ที่เขาชุบเลี้ยงเอ็นดู เขาไม่เคยสร้างบุญคุณแก่อวิ๋นเทียนซื่อ และอวิ๋นเทียนซื่อไม่ใช่ภรรยาที่เขาให้ความรักความโปรดปราน ซ้ำยังถูกเขาทอดทิ้งทั้งยังใช้เป็นเหยื่อล่อ แต่คนผู้นี้ในยามคับขันกลับไม่ทอดทิ้งเขา ไม่เพียงเท่านั้นยังมีใจเผื่อแผ่ช่วยเหลืออนุสามอีกด้วย

นี่ตัวเขาทอดทิ้งภรรยาเช่นนี้ลงไปได้อย่างไร…

“ฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ก็หัดทำดีต่อข้าบ้าง อย่าได้เอาชีวิตข้ามาล้อเล่นเช่นนี้อีก ข้ามีเพียงชีวิตเดียว ตายได้ครั้งเดียว ไอ้เจ้าคนเลว ข้าโกรธแค้นเจ้ายิ่งนัก”

เมื่อนึกย้อนถึงคำพูดต่อว่าตัดพ้อนั้น เขาก็ยิ่งแน่ใจว่าอีกฝ่ายรู้ตัวแน่แล้วว่าถูกเขาใช้เป็นเหยื่อล่อ เขาไม่ได้ต้องการให้คนงามได้รับอันตราย ไม่ว่าจะเป็นพลังยุทธ์ของเขาหรือกำลังคนที่พรั่งพร้อม ทุกอย่างได้เตรียมการเอาไว้อย่างรอบคอบแล้ว  

จะมีก็แต่ภรรยาของเขาเท่านั้น ที่ทำให้เกิดเรื่องราวนอกเหนือจากแผนการ เพราะเดิมทีเขาตั้งใจจะแสดงตนเป็นวีรบุรุษช่วยคนงาม แต่ก็ต้องถูกเขาพับเก็บลงไปทันที เมื่อเห็นภรรยาจัดการศัตรูอย่างไม่ลังเลหวาดกลัว อีกทั้งยังแบกเขาขึ้นหลังพาตัวมาซ่อน โดยที่รู้อยู่เต็มอกว่าตนนั้นถูกผู้อื่นใช้เป็นเบี้ยหมากแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังให้การช่วยเหลือ ต่อมายังมีใจตามคนมาช่วย แม้จะดูทุลักทุเลไปบ้างแต่ก็ผ่านมาด้วยดี

เรื่องราวเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย จากที่ยิงธนูดอกเดียวสมควรได้นกสองตัว กลับกลายเป็นว่าได้นกมาเพียงหนึ่ง ส่วนนกอีกตัวนั้น…ได้บินไปพร้อมกับคันธนูของเขาเสียแล้ว

ภรรยาเก่งกาจทำผิดแผน จากแผนการ ‘วีรบุรุษช่วยคนงาม’ กลับกลายเป็น ‘คนงามช่วยวีรบุรุษ’ 

เขาคงต้องหาทางชดเชยให้อนุภรรยาผู้นี้ให้ดี จะให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจขึ้นอีกไม่ได้ หาไม่แล้วคงได้ถูกเจ้าร่างน้อยผลักไสยิ่งกว่าเดิม

“เจ้าหนักหรือ ขออภัย…ข้าไม่ทันระวัง ดูทีว่าระหว่างที่ข้าไม่ได้สติ คงมีเรื่องเกิดขึ้นกับเจ้ามากมาย วันนี้ลำบากภรรยาแล้ว”

‘ลำบากมาก เจ้าอย่ามาทำตัวแสร้งไม่รู้ความ เป็นเจ้าที่วางแผนการทั้งหมดมิใช่หรือ ใช้ข้าเป็นเหยื่อล่อ แล้วยังให้ข้าช่วยอีก ฮึ!’

“หามิได้ขอรับ มิได้ลำบากอันใด เพียงตกใจกลัวเท่านั้น นายท่าน…ท่านพี่…อนุสามเองก็ถูกจับตัวมาเช่นกัน นางเองก็ลำบากไม่น้อย ท่านให้คนนำทางพวกข้ากลับเรือนเถิดขอรับ ตอนนี้สภาพข้าย่ำแย่นัก หากต้องการสอบถามอะไรเพิ่มเติมก็ค่อยส่งคนไปไถ่ถามที่เรือนดีหรือไม่ขอรับ”

“ได้ ข้าจะให้คนส่งพวกเจ้ากลับเรือน”

“ขอบคุณขอรับ”

อวิ๋นเทียนซื่อเหนื่อยล้ายิ่งนัก เขาอยากกลับไปแช่น้ำอุ่นๆ แล้วนอนหลับสักสิบตื่น เพราะเป็นคนรักสบายมาแต่เกิด พอผ่านพ้นเรื่องตื่นเต้นเสียเหงื่อเลยอดไม่ได้ที่จะทำตัวเกียจคร้านไม่สนโลก ลืมตัวจนกล้าเอ่ยวาจาต่อรองกับผู้อื่นด้วยน้ำเสียงอย่างผู้ที่สั่งการ แต่เรื่องนี้จะโทษเขาไม่ได้ ก็ใครใช้ให้ชาติภพที่แล้วเขามีวาสนาดีใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเช่นนั้นกันเล่า 

‘ข้าช่วยเจ้ามาทั้งคืนแล้ว สมควรให้ข้าได้พักผ่อน เข้าใจไหมลูกเต่าหลี่’

ถึงแม้ชาติภพนี้จะซวยเช่นไรก็ยังมีดีอยู่บ้าง อย่างน้อยเขาก็มีอาเป่าคอยจัดการทุกอย่างให้ อาเป่า อาเป่า ใช่แล้ว อาเป่าเล่า! จะเป็นตายร้ายดีอย่างไร แย่แล้ว ตอนคนพวกนั้นจับตัวเขามาจะสังหารอาเป่าทิ้งหรือเปล่าก็ไม่รู้

“อาเป่า อาเป่า เจ้ารอข้าก่อน ข้ากำลังจะกลับเรือนแล้ว…” จิตใจที่ร้อนรนของอวิ๋นเทียนซื่อได้แต่ภาวนาขอให้อาเป่าอยู่รอดปลอดภัย โดยหารู้ไม่ว่าเส้นทางที่รถม้าคันนี้กำลังพาตนไปส่งนั้น หาใช่เรือนไร้นามแห่งคฤหาสน์ตระกูลหลี่ไม่ หากแต่กำลังเดินทางสู่อีกสถานที่หนึ่ง…สถานที่ที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้เคยปฏิเสธออกไป ‘คฤหาสน์นอกเมืองตระกูลหลี่’ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า…

จวนลับของผู้บัญชาการแห่งกองกำลัง ‘จิ่นอีเว่ย’

___________

หวังว่าคงจะชอบกันนะคะ ซื่อซื่อโดนสามีลักพาตัวล้าว ~ วันวานวันวาฬ.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.122K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

  1. #1744 tiks (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 10:37
    สนุกค่ะ
    #1,744
    1
    • #1744-1 Look_Peach(จากตอนที่ 10)
      26 กรกฎาคม 2563 / 15:11
      ธุค้าบ ขอบคุณนะค้าา 💕❤️❤️😊🥰🙏🙏
      #1744-1
  2. #1714 jjinqx (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 18:40
    คันยุบยิบที่หัวใจเลยหรอท่าน
    #1,714
    0
  3. #1618 snow-prince-000 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 02:23
    อาเปาเป็นยังไงบ้างแล้วว
    #1,618
    0
  4. #1435 SanjiMakiko (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 21:38
    ถ้าเราเป็นหลี่เจิ้งป๋อเราก็ประทับใจ😁😁😁
    #1,435
    0
  5. #1422 AirrUtai (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:14
    ติดใจภรรยาคนนี้แล้วสิ55
    #1,422
    1
    • #1422-1 Look_Peach(จากตอนที่ 10)
      29 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:09
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ (^/\^)
      #1422-1
  6. #1294 chanchanchan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 19:07
    เจอจับไปอยู่ในกรงทองแล้วค่ะ
    #1,294
    0
  7. #1245 renesqueenxs (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 07:59
    อาเป่าาาา
    #1,245
    0
  8. #1026 Minutedao (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 11:04
    ค่อยๆรักกันไป
    #1,026
    0
  9. #756 SanjiMakiko (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 04:26
    อนุเจินคิดได้บ้างแล้วสินะ ถึงจะไม่กล้าบอกออกมาตรงๆ แต่เพียงแค่คิดได้ก็เกินพอแล้ว
    #756
    0
  10. #490 kanyaest (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 16:00
    เจินเลี่ยงหรูดูรู้สึกดีกับน้องขึ้น หวังว่าจะเป็นมิตรกันในภายภาคหน้า
    #490
    0
  11. #315 z-ater14 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 02:53
    อาเปาอยู่ไหน!
    #315
    0
  12. #264 0862223050 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 06:23
    เกลียดสามีเฮงซวย พึ่งจะเห็นหัวของน้อง ทิ้งขว้างน้องมาตั้งนาน
    #264
    0
  13. #179 pranee_2535 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 07:30
    แหม่ ท่านพี่ก็เอาแต่ได้จริงๆนะ // มองบน
    แต่เพราะเป็นพระเอกนะเลยยอมมม
    #179
    0
  14. #85 PuiPui--r (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 06:27
    ไอ่เลววววว ไอ่ผู้ชายชั่ว อ่านแล้วอยากร้องไห้ เจ็บใจแทนคริส
    #85
    0
  15. #76 nicharipaen04 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 12:42
    โอ้ววว
    #76
    0