ภรรยา…อภัยให้ข้าเถิด (สนพ.บ้านวายบุ๊ค)

ตอนที่ 1 : คริส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,087
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,631 ครั้ง
    9 ก.พ. 63

บทที่ ๑ คริส


เมื่อรัตติกาลมาเยือน ดาวเดือนจึงเกลื่อนฟ้า 

ท่ามกลางดวงดารานับหมื่นแห่งค่ำคืนในเดือนหนาว ปรากฏว่ามีดาวดวงหนึ่งที่กำลังได้ฤกษ์อับแสง กลับแปรเปลี่ยนพลิกผันหวนคืนสู่ความสว่างไสวขึ้นอีกครา ส่องประกายระยิบระยับพราวแสงเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าครั้งใดที่เคยเป็นมา

ต้นเหตุแห่ง ‘ดาราทำนาย’ พันธ์ผูกเชื่อมโยงสู่สายใยชีวิตครั้งใหม่

ณ เรือนเล็กไร้นามหลังหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บนทิศตะวันตกของคฤหาสน์ตระกูลหลี่

อากาศในช่วงปลายฤดูหนาวผนวกกับความเงียบสงัดในยามค่ำคืน ทำให้สถานที่แห่งนี้ดูอ้างว้างราวกับไร้ซึ่งไออุ่นของผู้คน มีเพียงเสียงกลองบอกเวลาที่ดังแว่วอยู่นอกกำแพงห่างไกล

ในทุกค่ำคืนนายบ่าวเจ้าของเรือน จะมานั่งทอดสายตาเหม่อมองท้องฟ้ายามราตรีอยู่ในศาลาเล็กข้างสระบัว ทว่าวันนี้เหตุการณ์กลับต่างออกไปจากที่เคย…

ตู้ม!

เสียงน้ำแตกกระจายดังขึ้นพร้อมกับเสียงแตกตื่นตกใจของคนผู้หนึ่ง

“คุณชาย! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ ช่วยเจ้านายข้าด้วย ช่วยด้วย ช่วยด้วย…” คนผู้นั้นกรีดร้องตะโกนออกมาสุดเสียง หวังให้มีใครสักคนได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือของตนเองเหลือเกิน 

ตอนนี้ ‘อาเป่า’ ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ตื่นกลัวยิ่งแล้ว เขากระโดดลงไปในสระบัวอย่างไร้สติ ไม่รับรู้ถึงความหนาวเหน็บของสายน้ำเย็นเยียบ สองมือน้อยพยายามคว้าจับทั้งควานหา ตะเกียกตะกายดำผุดดำว่าย หวังงมร่างน้อยของใครบางคนที่กำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบ่อขึ้นมา ทว่าสายน้ำในยามค่ำคืนนั้นดำมืดเกินไป เป็นเหตุให้ไม่อาจมองเห็นได้อย่างใจ เขาจึงทำได้เพียงดำลงไปให้ลึกที่สุดแล้วแหวกว่ายควานหาร่างนั้นอย่างสะเปะสะปะไร้ทิศทาง

เหตุการณ์เศร้าสลด…

หนึ่งร่างร่วงหล่นจมลงสู่ก้นบึ้งของสายธารเย็นยะเยือก สิ้นอาลัยแล้วในทุกสิ่งรอบกาย

อีกหนึ่งร่างใจสลายตื่นกลัว ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือไม่หยุดปาก พยายามดิ้นรนเหนี่ยวรั้งผู้อื่นให้หวนกลับคืนมา รู้สึกห่วงหาทั้งอาวรณ์

ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย ลำแสงไร้รูปร่างสายหนึ่งที่กำลังริบหรี่รางเลือน ก็เริ่มเคลื่อนไหวล่องลอยพ้นผ่านกายน้อยแน่นิ่ง

‘กลับไปหรือ…กลับไปทำไม…เพื่อสิ่งใดกัน…’ วัฏสงสาร เกิด แก่ เจ็บ ตาย ผู้ใดบ้างหลีกพ้น เช่นเดียวกับอารมณ์ความรู้สึก รัก โลภ โกรธ หลง ล้วนเกิดขึ้นกับทุกผู้คน

‘อาเป่า ไม่ต้องเสียใจเรื่องของข้า นับจากนี้เจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี ข้าไร้ซึ่งความอาลัยต่อกายหยาบนี้แล้ว ความโง่เขลาคิดน้อยของข้า ไม่คู่ควรให้ผู้ใดต้องอาลัย’

เสี้ยวหน้าราบเรียบโปร่งแสงของผู้สิ้นอาลัย จ้องมองบ่าวคนสนิทด้วยความรู้สึกจนใจ ก่อนจะค่อยๆ เลือนรางจนกลายเป็นกลุ่มควันหมอกขาว

ในจังหวะเดียวกันนี้เอง ก็ได้มีแสงสว่างดวงใหม่เคลื่อนคล้อยปรากฏขึ้นพร้อมกับเงาทะมึนไร้รูปแบบ ร่างโปร่งแสงที่ใกล้เลือนรางพลันปรากฏรอยยิ้มบางเบาออกมา แต่ทว่าเงาร่างระยิบระยับสว่างตาที่ยิ่งมาก็ยิ่งส่องประกายเจิดจ้านั้น กลับหลับใหลเลื่อนลอย…ไม่รับรู้ถึงถ้อยคำฝากฝังใดๆ

‘จงเป็น อวิ๋นเทียนซื่อ ที่มีความสุขแทนข้าด้วย’ ขาดคำ เรือนกายโปร่งแสงที่บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นกลุ่มก้อนหมอกควันก็เลือนหายจากไปในทิศทางที่แสงสว่างดวงใหม่นั้นจากมา…

‘หนึ่งบุรุษนิทรา ห้วงฝัน

บุญช่วยเชยดวงขวัญ ข้ามภพ

จากอ้างว้างร้างญาติ ขาดคู่

สู่อนุครองเรือนเศร้าหม่น ยากเข็ญ’

“ฮึก…คุณชายของบ่าว ท่านอย่าทิ้งบ่าวไปนะขอรับ” 

อาเป่า บ่าวรับใช้ผู้น่าสงสารกำลังร้องไห้คร่ำครวญร้องเรียกผู้เป็นนายด้วยน้ำเสียงแหบแห้งครั้งแล้วครั้งเล่า เขานั่งคุกเข่าอยู่หน้าเตียงไม้เล็กแคบ แนบใบหน้าซุกซบกับฝ่ามือของร่างน้อยที่กำลังนอนหมดสติอยู่บนเตียงด้วยความทะนุถนอมอยู่กว่าครึ่งค่อนคืน โดยไม่ยอมลุกออกห่างจากเรือนร่างสลบไสลเบื้องหน้าแม้แต่ชั่วเวลาเดียว

“ค…คุณชาย คุณชายขอรับ ฮือ…ฟื้นขึ้นมาเถอะขอรับ ต่อจากนี้บ่าวจะขยันหาข่าว…จะไม่ทำตัวเป็นภาระ และจะไม่อ่อนแอ ท…ทั้งไม่ทำตัวให้ผู้ใดดูแคลนมาถึงท่านอีกแล้ว…” อาเป่าเอ่ยวาจาทั้งน้ำตา คิดสิ่งใดได้ล้วนเอ่ยออกมาทั้งหมด ด้วยตัวเขารู้สึกกลัวเหลือเกิน กลัวว่าจะต้องสูญเสียเจ้านายผู้เป็นทั้งชีวิตของตนไป

ในระหว่างที่บ่าวรับใช้ตัวน้อยผู้ภักดีกำลังร่ำไห้อยู่นั้น ร่างของบุรุษที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงพลันเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง ‘ใครกันที่กำลังร้องไห้เสียงดังข้างหู!?’ 

“ฮือ…คุณชายขอรับ หากท่านฟื้น บ่าวสัญญาว่าจะไม่โง่ จะเป็นข้ารับใช้ที่ดี และจะ…ค…คุณชาย ท่านขยับแล้ว!” เมื่อสังเกตเห็นร่างงามบนเตียงเปลือกตาขยับเล็กน้อย อาเป่าจึงรีบโขกศีรษะกราบฟ้ากราบดินตามความเชื่อของตน “ท่านไม่จากบ่าวไปแล้ว! ฮือ…ขอบคุณสวรรค์”

‘หยุดร้องไห้ที! ขอร้องล่ะ วันนี้ผมเพลียมากจริงๆ’ ดวงจิตของร่างที่นอนนิ่งพยายามส่งเสียงทักท้วง นึกรำคาญใจกับเสียงของคนผู้นั้นจนแทบทนไม่ไหว

แม้นในใจตะโกนก้อง แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งขยับไม่ได้

ปวดหัว หนาว อา…ทำไมรู้สึกหนักไปทั้งตัวแบบนี้ หนำซ้ำยังหนาวสุดๆ

‘ห…หนาว หนาวมาก’

ชายหนุ่มฝืนความหนักของเปลือกตา เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า…เหม่อมองแสงสว่างพร่ามัวตรงหน้า ภาพแรกที่สะท้อนสู่ดวงตา คือภาพของเด็กหนุ่มเจ้าของเสียงร้องไห้ที่พยายามปลุกเขา ซึ่งตอนนี้กำลังนั่งปากสั่นน้ำตาไหลพรากด้วยท่าทางน่าสงสารอยู่ข้างกาย

พอเห็นท่าทางน่าเวทนาของอีกฝ่ายก็โกรธไม่ลงจริงๆ จากที่หงุดหงิดจึงลดลงเหลือเพียงว่า…

เด็กนี่เป็นใคร?

แล้วทำไมแต่งตัวแบบนี้?

…แปลก

“เอ่อ..คุณ..นี่..เอ่อ..น้อง..เอ่อ..เฮ้ย! หยุดร้องไห้ก่อนได้ไหม ที่นี่ที่ไหน? แล้วทำไมผม พี่..อ๊ะ..ปวดหัว” ดวงหน้าซีดขาวพยายามรวบรวมสติ เขาเอ่ยปากสอบถามเรื่องราวที่ไม่อาจจับต้นชนปลายนี้ด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง ติดๆ ขัดๆ

ชั่วขณะที่ชายหนุ่มรับรู้ถึงความหนาวเหน็บและเจ็บปวดทั่วร่าง ฉับพลันภาพบางอย่างในหัวก็ปรากฏขึ้น ภาพความทรงจำมากมายถาโถมหลั่งไหลเข้ามาพร้อมกับอาการปวดหัวอย่างรุนแรงจนแทบระเบิด เจ็บปวดถึงขั้นร่างกายต้านทานไม่ไหวไร้เรี่ยวแรงจะฝืนทนต่อ จากนั้นไม่นานเขาก็สติดับวูบลงไปอีกครั้ง

“คุณชาย คุณชายฟื้นแล้ว อ๊ะ คุณชาย…” อาเป่าที่ได้ยินเสียงของผู้เป็นนายก็ให้รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา หลังจากรับรู้ถึงชีพจรและลมหายใจได้เพียงครู่ ก็มีอันต้องตกอกตกใจอีกรอบ เมื่อจู่ๆ คุณชายของตนหมดสติไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว…ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่เขาก็ดีใจมาก

นัยน์ตาปริ่มน้ำสะท้อนเงาร่างเบื้องหน้า อาเป่าจดจ้องผู้เป็นนายไม่ยอมคลาด เขาเพียรเฝ้าปกป้องดูแลเรือนกายหลับใหลไม่ขาดตก ความบกพร่องใดไม่อาจกล้ำกรายเพราะเขาดูแลทุกอย่างด้วยตัวเอง

ท่านผู้นี้คือแสงสว่างหนึ่งเดียวในใจของเด็กกำพร้าแห่งตลาดค้าทาสอย่างเขา

ในที่สุด…คุณชายก็ไม่ตาย ยังมีชีวิตและยังอยู่กับเขา…ได้เท่านี้ก็ดีมากแล้ว

‘นี่มันอะไรกัน เกิดอะไรขึ้น’ หลังจากหมดสติไปสามวันสามคืน เมื่อฟื้นตื่นลืมตาขึ้นอีกครั้ง ‘คริส’ ก็ตั้งคำถามกับตัวเองในทันที เขาพยายามรื้อฟื้นความทรงจำก่อนหน้าว่ามีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นบ้าง

ภาพความทรงจำมากมายไหลบ่าหลอมรวมกันเป็นฉากๆ ฉายชัดอยู่ภายในหัว

คริส หรือ คริส ธิติ หวัง บุตรชายคนเดียวของนักธุรกิจใหญ่ลูกครึ่งไทย-จีน วัย ๒๘ เป็นหนุ่มไฮโซที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยตามสไตล์ลูกเศรษฐีมีเงิน จีบดาราคั่วนางแบบ อวดไลฟ์สไตล์ตามโซเชียลให้คนที่ติดตามตัวเองดู

หน้ากากทางสังคมถูกแต่งแต้มปิดบังตัวตนจนมิดชิด ภาพลักษณ์ภายนอกเขาจึงเป็นชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทั้งยังโสดสนิทโปรไฟล์ดีมากคนหนึ่ง

เขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในแบบฉบับหนุ่มหล่อพ่อรวยที่มีงานอดิเรกอย่างการเป็น เซเลบ ดารา บางครั้งก็รับบทพระเอก บางทีก็รับบทตัวร้าย ซึ่งเกณฑ์ในการรับงานทั้งหมดก็แล้วแต่อารมณ์และความโดดเด่นของบทละคร ผลงานด้านการแสดงของเขามีไม่มากเพราะตั้งใจรับงานแสดงเพียงปีละเรื่อง ถ้าบทดีเขาก็เล่น ถ้าสนใจเขาก็ทำ แต่ที่ทำบ่อยหน่อยคือออกงานสังคม ด้วยเพราะเอื้อกับธุรกิจของทางครอบครัวพอดี

กล่าวถึงงานอดิเรกไปแล้วก็มาถึงงานหลัก ‘ผู้ถือหุ้น’ คืองานหลักของเขา นั่งรับปันผลจากบริษัทของพ่อแล้วนำมา กิน! ดื่ม! เที่ยว! และแต่งตัวให้หล่อ เล่นสนุกไปวันๆ ชีวิตวนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ อย่างคนที่ไร้เป้าหมายใหญ่อะไร โดยรวมแล้วเขาก็เป็นคนพอเพียงคนหนึ่งล่ะนะ

จนกระทั่ง…เกิดเหตุการณ์สูญเสียครั้งใหญ่ขึ้น อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่คร่าชีวิตคนสำคัญในครอบครัวไป ในวันนั้นเขาเสียบิดามารดาพร้อมกันในวันเดียว

หลังจากเหตุสูญเสียผ่านพ้นไป ก็ไม่มีเวลาให้เศร้าเสียใจนานนัก เพราะพายุลูกใหม่กระหน่ำซ้ำเติมเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนแทบตั้งตัวไม่ติด

ชีวิตของเขาต้องมาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้งเพราะเรื่องของมรดกอลเวง ที่จู่ๆ ก็ดันมีพินัยกรรมหลายฉบับผุดขึ้นมาไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะมาจากทางญาติฝั่งมารดา หรือว่าจะมาจากทางญาติฝั่งบิดา รวมทั้งฝ่ายพี่สาวน้องสาวต่างแม่ก็มาเช่นกัน 

บ้านเล็กๆ แบบลับๆ ของบิดาโผล่เข้ามาร่วมวงศ์ครึกครื้นอีกถึงสองบ้าน หลายฝ่ายต่างล้วนมีพินัยกรรมในมือทั้งสิ้น กระทั่งคลิปเสียงมอบอำนาจก็ยังมีเพิ่มมา

ในพินัยกรรมแต่ละฉบับแม้มีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่าง แต่ใจความหลักนั้นคล้ายคลึงกันยิ่ง ฝั่งญาติผู้ใหญ่อ้างสิทธิ์มอบอำนาจบริหารดูแลจัดการบริษัท ส่วนฝั่งพี่น้องต่างมารดาอ้างสิทธิ์รับมรดกตามสัดส่วนคนละครึ่งกับทายาทผู้ชอบธรรมอย่างเขา

จากเรื่องราวการสูญเสียเสาหลักของคนในครอบครัว บานปลายกลายเป็นเรื่องขัดผลประโยชน์ระหว่างตระกูลฝั่งบิดาและตระกูลฝั่งมารดา เรื่องราวการฟ้องร้องพินัยกรรมฉบับจริงและลวงกลายเป็นเรื่องเล่าสนุกสนานครื้นเครงลงหน้าสังคมบันเทิงของเว็บไซต์ชื่อดังหลายแห่ง

เรื่องราวความวุ่นวายยุ่งเหยิงภายในครอบครัวของเขา ถูกหนังสือพิมพ์หลายฉบับพาดหัวข่าวว่า ‘ศึกชิงมรดกตระกูลหวัง’ แวบแรกที่เห็น เขาก็รู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกอยู่บ้าง ด้วยพาดหัวข่าวนั้นคล้ายชื่อของซีรีส์จีนอย่างไรอย่างนั้น 

เนื้อหาหลักในข่าวพุ่งเป้ามาที่ปมความขัดแย้งของดาราหนุ่มหล่อที่ไม่ค่อยรับงานแสดงอย่างเขากับบรรดาบ้านเล็กบ้านน้อยของผู้เป็นบิดา

ประวัติครอบครัวถูกขุดคุ้ยบิดเบือน ต่อเสริมเติมแต่งจนรู้สึกเครียด ไหนจะเสียความรู้สึกกับการแสดงออกของญาติๆ ทั้งยังเสียใจระคนสงสารผู้เป็นมารดาที่ถูกนอกใจ 

แม้ต่อมาพินัยกรรมเหล่านั้นจะพิสูจน์ได้ว่าเท็จ และถูกเขาโต้กลับเอาผิดตามกระบวนกฎหมายในทุกขั้นตอนไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็แทบจะไม่มีเวลาให้ได้พักหายใจหายคอนานนัก ด้วยเพราะเป็นลูกชายคนเดียวของภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ญาติๆ จึงต่างพากันตบเท้ากรูเข้ามายื้อแย่งตัว รวมทั้งทะเลาะกันไปทะเลาะกันมาไม่จบสิ้น ลามจนถึงขั้นแตกหัก ฟ้องหมิ่นประมาทกันอุตลุด อลเวงเสียยิ่งกว่าข่าวขโมยลอตเตอรี่สามสิบล้านเสียด้วยซ้ำ 

วุ่นวายจนตัวเขาที่อยู่ตรงกลางวางตัวไม่ถูก แต่ที่หนักอึ้งที่สุดก็คือในใจเขายังไม่สามารถทำใจได้ ยังคงเศร้าใจกับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักทั้งสองไม่คลาย โกรธตัวเองที่ไม่รู้จักทำตัวให้ดีในยามที่พวกท่านยังมีชีวิตอยู่

นับจากนี้เขาจะไม่มีโอกาสทดแทนบุญคุณพ่อกับแม่แล้ว 

ไม่อาจเลี้ยงดู… 

ไม่อาจดูแล…

เขาเสียใจกับเรื่องราวทั้งหมดที่ประเดประดังเข้ามาในช่วงนี้ จนกระทั่งตัดสินใจเลือกที่จะพัก

ก่อนออกจากบ้าน เขาไม่ลืมบอกตัวเองตรงหน้ากระจก ‘คริสมึงเหนื่อยแล้ว มึงต้องพักบ้าง ดูแลตัวเองให้ดีและรักตัวเองให้มากเข้าใจไหม’

มาเซราติคันหรูมุ่งหน้าเดินทางสู่สนามบินนานาชาติพร้อมกับบอดี้การ์ดส่วนตัว จุดหมายปลายทางคือ ‘ปักกิ่ง’ ตั้งใจว่าจะไปพักผ่อนสมองและหาของอร่อยทาน เที่ยวเล่นตามสถานที่ต่างๆ ไปพร้อมกับเพื่อนสนิทที่นัดเจอกันที่นั่น

ถึงแม้จะอยู่ในแวดวงสังคม แต่ทุกอย่างล้วนสวมหน้ากากแห่งผลประโยชน์ใส่กัน เพราะเข้าใจถึงกฎเกณฑ์ จึงไม่เคยดึงดันสานสัมพันธ์กับคนอื่นให้ลึกซึ้ง เพื่อนที่มีส่วนใหญ่จึงคบไว้แต่เพียงผิวเผิน

ตอนนี้เขาเองเพิ่งรู้ตัวว่าตนนั้นมีเพื่อนสนิทน้อยจนน่าใจหายขนาดไหน คิดๆ ดูแล้วคนที่เขารักทยอยลดจำนวนลงเรื่อยๆ อย่างน่าแปลก เพื่อนสนิทหลายคน บางคนจากไปเพราะปัญหาสุขภาพ บางคนย้ายไปอยู่ต่างประเทศแล้วขาดการติดต่อ หรือบางคนก็มีเหตุให้เลิกคบกัน บ้างเพราะเข้าใจกันผิด บ้างเพราะไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันจนเกินไป ส่วนใหญ่เพื่อนหลายคนดูถูกการใช้ชีวิตที่ไร้สาระของเขาเลยตัดขาดเพราะเรื่องทัศนคติและแนวทางชีวิตไม่ตรงกัน

จนกระทั่งวันนี้ถึงพึ่งตระหนักรู้ ว่าคนที่เขารักและรักเขาจริงๆ นั้น น้อยนิดเพียงใด…เพียงยกมือขึ้นแล้วลองนับดู ‘หนึ่ง สอง สาม สี่…โธ่ แค่นิ้วทั้งห้าจากมือข้างเดียว ยังนับได้ไม่ครบด้วยซ้ำ’ 

เพื่อนสนิทมีน้อย… 

ญาติที่มีมากกลับเหมือน…ไม่มี

ขณะที่รถหรูกำลังแล่นบนถนนด้วยความเร็วปกติ จู่ๆ รถที่ขับมาด้วยดีมาตลอดเส้นทางกลับเบรกไม่อยู่…เกิดอะไรขึ้น!?

เอี๊ยด…!!

‘ทำไม!? เพราะอะไร!? ก่อนนั่งรถออกจากบ้านก็เช็กดีแล้ว แล้วมันเพราะอะไรทำไมถึงเบรกไม่ได้เอาตอนนี้’

เมื่อเหตุการณ์เหนือควบคุมเกิดขึ้น ภาพของเรื่องราวน่าเศร้าหลายอย่างไหลย้อนเข้าสู่จิตใจอีกครั้ง…คงถึงเวลาต้องปล่อย 

ชายหนุ่มค่อยๆ หลับตาทั้งสองข้างลงไปด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า พร้อมกับพูดเบาๆ กับตัวเองว่า ‘ป๊า ม๊า คงถึงเวลาของผมแล้วสินะ…คิดถึงป๊ากับม๊าจังเลยน้า’


_____________

ฝากนิยายด้วยนะคะ ~ วันวานวันวาฬ.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.631K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

  1. #1709 427799 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 23:28
    น้ำตารื้นขึ้นมาตรงประโยคสุดท้ายอะ คงจะเหนื่อยมากสินะ
    #1,709
    0
  2. #1676 zezeuiaz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 12:43
    ไรท์ นอกจากภาคต่อของลูกๆแล้ว เคยคิดแต่งภาคของอวิ๋นเทียนซื่อในร่างของคริสไหม ถ้าแต่งจะดีมาก เราว่าน่าสนใจ ส่วนใหญ่ปัจจุบันย้ายไปอดีตหรือต่างโลก น้อยมากที่จะมีอดีตหรือต่างโลกย้ายไปปัจจุบัน ปัจจุบันไปอนาคต อนาคตไปปัจจุบัน สองอันนี้ก็มีน้อยไม่แพ้กัน แต่งฉีกออกไปบ้างก็ไม่เลวเลย แหวกกระแสดี ไม่ซ้ำซากจำเจ
    #1,676
    3
    • #1676-1 Look_Peach(จากตอนที่ 1)
      20 เมษายน 2563 / 15:54
      มีค่ะ กล่าวไว้ในประกาศแจ้งข่าวเอาไว้แล้ว โดยใช้ชื่อเรื่องอย่างไม่เป็นทางการว่า ‘แฟนผมเป็น(จีน)คนโบราณ’ (อาจมีการเปลี่ยนชื่อตามความเหมาะสมในเวลาต่อไปค่ะ)
      #1676-1
    • #1676-3 Look_Peach(จากตอนที่ 1)
      20 เมษายน 2563 / 17:34
      (^/\^) (^/\^)
      #1676-3
  3. #1577 iyongimu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 12:58
    พูดไม่ออกบอกไม่ถูก คริส~ ชาตินี้หนูก็ทึ้งสามีไปท่องโลกนะ(;-;)
    #1,577
    0
  4. #1285 chanchanchan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 18:03
    รถโดนตัดสายเบรคอะเนอะ
    #1,285
    0
  5. #856 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 14:00

    ขอบคุณนะคะ

    #856
    0
  6. #348 pEArry1230 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 22:05
    นับได้ไม่ครบมันดูแปลกๆอ่ะ คือมันเหมือนหมายถึงว่ามีเพื่อนมากกว่านิ้วมือข้างหนึ่งหรือมากกว่า5. แต่ไรท์จะสื่อว่าคริสมีเพื่อนน้อยกว่าจำนวนนิ้วมือข้างหนึ่ง เราอ่านแล้วงงค่ะไรท์งงมากไม่เข้าใจเลยอ่ะ
    #348
    1
    • #348-1 Look_Peach(จากตอนที่ 1)
      5 กรกฎาคม 2562 / 22:19
      ไม่เข้าใจไม่เป็นไรค่ะ เราก็พิมพ์ไปอย่างนั้นเอง “นับด้วยนิ้วจากมือข้างเดียว ยังนับได้ไม่ครบด้วยซ้ำ” ถ้าไม่เข้าใจ หากปล่อยผ่านได้ก็อยากให้ผ่านไปค่ะ แต่ถ้าไม่ชอบหรือยังไงขออภัยด้วยค่ะ
      #348-1
  7. #335 NurseryAha (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 04:21
    ทำไมชีวิตคริสน่าสงสาร ถึงจะทำตัวเจ้าสำราญแต่เพิ่งสูญเสียพ่อแม่แท้ๆ ยังโดนลอบทำร้ายอีก ;-;
    #335
    0
  8. #253 0862223050 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 19:27
    มาอ่านอีกรอบจ้า
    ใครทำร้ายน้อง-0-
    #253
    0
  9. #241 Xialyu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 07:00
    น่าสงสารรรรรร
    #241
    0
  10. #239 pan-da11 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 14:21

    ยินดีมากค่ะที่กลับมา ตอนนิยายหายก็ใจหายเหมือนกัน นึกว่าจะไม่ได้อ่านแล้ว ขอบคุณที่มีกำลังใจลุกขึ้นมาแต่งนิยายเรื่องนี้อีกรอบ ????????

    #239
    0
  11. #164 pranee_2535 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 15:06

    เนื้อเรื่องน่าติดตามค่ะ
    #164
    1
  12. #69 wanpen14 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 10:44
    ดีใจนะกลับมาลงในเด็กดีอีกอ่านใหม่อีกรอบชอบมาก
    #69
    0
  13. #64 nicharipaen04 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 06:40

    กลับมาอ่านใหม่เพราะอันเก่าหาย...

    นึกว่าจะไม่ได้อ่านเรื่องนี้แล้วววว
    #64
    0
  14. #62 oilcaesar (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 20:01
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ สู้ๆ
    #62
    0